จ้างงานแบบไหนหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก

สารบัญ · 90 หัวข้อย่อย
  1. อัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ระบุไว้ในสัญญาแต่ละแบบ
    1. สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี
    2. สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ)
    3. สัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน)
    4. สัญญาเช่าที่ดินทำเกษตร
    5. สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า
    6. สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI
    7. สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก
    8. สัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ
    9. สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API
    10. สัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม
    11. สัญญาจ้างเขียนบทความ
    12. สัญญาจ้างผู้สอบบัญชี
    13. สัญญาจ้างทำระบบ Automation
    14. สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
    15. สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส
    16. สัญญาให้ใช้พื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณา
    17. สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book
    18. สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ
    19. สัญญาจ้างทำบัญชี
    20. สัญญา Brand Ambassador
    21. สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์
    22. สัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดินแลกสิทธิการเช่า
    23. สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่
    24. สัญญาเช่าอาคารทั้งหลัง (ตึกแถว / อาคารพาณิชย์)
    25. สัญญาเช่าพื้นที่ในอาคาร
    26. สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-in
    27. สัญญาเช่าร้านค้าขายอาหาร (โรงอาหารในสถานประกอบการ)
    28. สัญญาฝากขายรถยนต์
    29. สัญญาเช่ารถยนต์ระยะยาวรายเดือน
    30. สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว)
    31. สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)
    32. สัญญาจ้างเหมาบริการรถยนต์พร้อมพนักงานขับรถ
    33. สัญญารับจัดเลี้ยง
    34. สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด
    35. สัญญารับทำครัวกลาง
    36. สัญญา Coaching หรือ Mentoring
    37. สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง
    38. สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก
    39. สัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
    40. สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)
    41. สัญญาฝากขายสินค้า
    42. สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์
    43. สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า
    44. สัญญาควบคุมงานก่อสร้าง
    45. สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
    46. สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้
    47. สัญญาจ้างบรรจุและติดฉลากสินค้า
    48. สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน
    49. สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)
    50. สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
    51. สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน
    52. สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป
    53. สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์
    54. สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)
    55. สัญญาเช่าพื้นที่เก็บเอกสาร
    56. สัญญาซื้อขายโดเมนและโอนบัญชีเว็บไซต์
    57. สัญญาจ้างที่ปรึกษา — สถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษา
    58. สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง
    59. สัญญาจ้างทำวิจัย — สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย
    60. สัญญาจ้างบำรุงรักษาลิฟท์
    61. สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน
    62. สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)
    63. สัญญาค้ำประกันการทำงาน
    64. สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร
    65. สัญญาติดตั้งและดูแลเครื่องชาร์จรถ EV
    66. สัญญาเช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง
    67. สัญญาจ้าง Organizer จัดงาน (Event / งานเปิดตัว / นิทรรศการ / บูธ)
    68. สัญญาเช่าสถานที่จัดกิจกรรม
    69. สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ
    70. สัญญาตัวแทนส่งออก
    71. สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)
    72. สัญญาเช่าอาคารโรงงาน
    73. สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ
    74. สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)
    75. สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี
    76. สัญญาเช่าพื้นที่ขายอาหารแบบแบ่งยอดขาย
    77. สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)
    78. สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)
    79. สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือน (ฟรีแลนซ์ / ผู้รับจ้างอิสระ)
    80. สัญญาจ้าง Freight Forwarder และพิธีการศุลกากร
    81. สัญญารับฝากและจัดส่งสินค้า (Fulfillment)
    82. สัญญาเช่าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และต้นไม้ประดับ
    83. สัญญาจ้างบำรุงรักษาต้นไม้และสภาพสวนหย่อม
    84. สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)
    85. สัญญาจ้างรถขนส่งสินค้า (รายเที่ยว)
    86. สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก
    87. สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
    88. สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องใช้)
    89. สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด
    90. อีก 120 ฉบับที่มีหัวข้อนี้
  2. ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
ตอบสั้น

อัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายขึ้นกับว่าเนื้องานเป็นเงินได้ประเภทไหน ไม่ได้ขึ้นกับชื่อที่เขียนบนหัวสัญญา จ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าสิทธิ และเงินรางวัล อยู่คนละข้อของคำสั่งกรมสรรพากรและคนละอัตรา หักผิดคือผู้จ่ายรับผิดเอง ข้างล่างคืออัตราที่ระบุไว้ในสัญญาแต่ละแบบ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
พบในสัญญา209 ฉบับ
ปรับปรุงล่าสุด2026-09-30

อัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ระบุไว้ในสัญญาแต่ละแบบ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ของค่าจ้างแต่ละงวด (ค่าจ้างทำของ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป · ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีทุกงวด ค่าจ้างในสัญญาเขียนไว้ว่ายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ)

  • ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ — ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลจ่ายให้ นิติบุคคล ในประเทศไทย หักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1)
  • จ่ายให้ บุคคลธรรมดา ค่าบำเหน็จตาม ม.40(2) ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากรว่าด้วยการหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งคิดจากฐานเงินได้ทั้งปี ไม่ใช่อัตราคงที่ร้อยละ 3 — ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนจ่ายงวดแรก
  • ต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้นายหน้าทุกครั้ง และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป · หักเมื่อยอดจ่ายตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายหลายครั้ง
  • นายหน้าที่มีรายรับเกินเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจด VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี — ผู้ประกอบการควรตรวจว่าค่าบำเหน็จในสัญญารวม VAT แล้วหรือยัง
  • เงินที่หักคืน (clawback) ตามข้อ 6.2 ควรออกเอกสารปรับปรุงให้ตรงกับใบกำกับภาษีและหนังสือรับรองการหักภาษีของรอบเดิม

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน)

ค่าตอบแทนตัวแทนเป็นเงินได้ของตัวแทน ถ้าตัวการเป็นนิติบุคคล โดยทั่วไปต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรองการหักภาษี (ตัวแทนที่เป็นนิติบุคคลโดยทั่วไปหักร้อยละ 3 ตัวแทนที่เป็นบุคคลธรรมดาคำนวณตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ให้ตรวจกับกรมสรรพากร) ตัวการที่เป็นบุคคลธรรมดาโดยทั่วไปไม่มีหน้าที่หัก ตัวแทนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าที่ดินทำเกษตร

ค่าเช่าเป็นเงินได้ของผู้ให้เช่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลหักร้อยละ 5 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของที่ดินที่ใช้ทำเกษตรมีอัตราและข้อยกเว้นเฉพาะ ให้ตรวจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินตั้งอยู่

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า

การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตรต้องตรวจก่อนลงนาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9 มีหลักเกณฑ์การหักภาษีเมื่อผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซื้อพืชผลทางการเกษตรบางชนิด ให้ตรวจชนิดผลผลิตและอัตราที่ใช้กับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนลงนาม การขายพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่แปรรูปโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI

ค่าจ้างพัฒนาระบบเป็นการรับจ้างทำของ ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้พัฒนา

รายการ ประเภทเงินได้ หัก ณ ที่จ่าย
ค่าจ้างพัฒนาระบบ จ้างทำของ 3% (ข้อ 8)
ค่าดูแลรายเดือนหลังส่งมอบ ค่าบริการ ม.40(8) 3% (ข้อ 12/1)
ค่าอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือของผู้พัฒนา ค่าสิทธิ ม.40(3) 3% (ข้อ 3/2)
ค่าใช้งานโมเดลและคลาวด์ที่สำรองจ่ายแทน ไม่ใช่รายได้ของผู้พัฒนา ไม่หัก

ถ้าจ่ายค่าโมเดลหรือค่าคลาวด์ตรงไปยังผู้ให้บริการต่างประเทศ มีกฎอีกชุดหนึ่ง ทั้งการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ที่จ่ายไปต่างประเทศกับอนุสัญญาภาษีซ้อน และการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการต่างประเทศ ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่ายรอบแรก เพราะเป็นรายการที่เกิดทุกเดือนและย้อนแก้ยาก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท

สัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ

  • ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) · ค่าอะไหล่/น้ำยาที่ออกใบกำกับแยกเป็นค่าสินค้า ไม่ต้องหัก — ขอให้ผู้รับจ้างแยกรายการในใบแจ้งหนี้

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง

ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ถ้าผู้ออกแบบเป็นสถาปนิกหรือวิศวกรบุคคลธรรมดา ค่าจ้างเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(6) หักตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 7 ถ้าผู้ออกแบบเป็นบริษัท หักตามข้อ 8 ผู้ออกแบบที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างเขียนบทความ

เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 และออกหนังสือรับรองให้ผู้รับจ้าง ตรวจอัตราและประเภทเงินได้ตามข้อเท็จจริงก่อนจ่าย

ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างควรระบุในใบสั่งจ้างว่าค่าจ้าง … รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ และเก็บหลักฐานการชำระกับใบหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตรงกัน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาจ้างผู้สอบบัญชี

  • ค่าสอบบัญชีเป็นค่าวิชาชีพอิสระ (ม.40(6)) — ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% ทั้งกรณีผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล · VAT 7% ถ้าผู้รับจ้างจด VAT · ค่าเดินทางที่เบิกตามจริงตามใบเสร็จในนามผู้ว่าจ้าง ไม่หัก ณ ที่จ่าย

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้รับจ้างติดอากร 1/1,000 · แนบมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นแต่งตั้ง · ตกลงวันส่งงบ/เอกสาร (client_data_days) ให้ทันประชุมผู้ถือหุ้นภายใน 4 เดือน · ผู้ว่าจ้างหัก ณ ที่จ่าย 3% ทุกงวด

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างทำระบบ Automation

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายงวดละน้อยกว่านั้นตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

ค่าสมาชิก Zapier, Make, n8n Cloud หรือเครื่องมือต่างประเทศอื่นที่ผู้ว่าจ้างจ่ายเอง ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจ้าง แต่ผู้ว่าจ้างต้องตรวจภาษีการจ่ายเงินไปต่างประเทศและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการจากต่างประเทศเอง เรื่องนี้ถูกมองข้ามบ่อยที่สุดในงานประเภทนี้

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)

สิ่งที่ต้องดูคือ ใบรับ ตามลักษณะ 28 ใบรับที่ต้องปิดอากรมีเฉพาะสามกรณี คือใบรับรางวัลสลากกินแบ่ง ใบรับจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน และใบรับจากการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ ยานพาหนะที่จดทะเบียน ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาท ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ดังนั้นถ้าสินค้าที่ซื้อขายเป็นรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะที่ต้องจดทะเบียน ใบรับเงินต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเงินนั้นต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ใบรับนั้นได้รับยกเว้นไม่ต้องปิดอากร

การซื้อขายสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เหมือนค่าบริการ เพราะคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับ การให้บริการ ซึ่งนิยามไว้ว่า "การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่การขายสินค้า" — จุดนี้คนทำบัญชีพลาดกันบ่อยเพราะเห็นคู่สัญญาเป็นนิติบุคคลแล้วหักไว้ก่อน ถ้าหักไปโดยไม่มีหน้าที่ ผู้ขายต้องไปขอคืน

ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ขายที่จดทะเบียนต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ข้อ 2.1 มีสวิตช์ให้เลือกว่าราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือยัง — เลือกให้ตรงกับใบเสนอราคาที่คุยกันไว้ เพราะราคาเดียวกันต่างกัน 7% คือกำไรทั้งก้อนของดีลเล็ก ๆ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส

ผู้รับบริการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 สำหรับคลินิกที่เป็นสถานพยาบาล บริการรักษาพยาบาลบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่บริการเพื่อความงามโดยทั่วไปไม่ได้รับยกเว้น ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาให้ใช้พื้นที่ติดตั้งป้ายโฆษณา

  • ผู้ใช้พื้นที่นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายค่าเช่า 5% · ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่มี VAT (ถ้าจัดเป็น «บริการให้ใช้พื้นที่» มี VAT — เขียนให้ตรงกับที่ตกลง)
  • ภาษีป้าย: ผู้ใช้พื้นที่ (เจ้าของป้าย) เสีย ยื่นแบบภายในมีนาคมทุกปี — ป้ายจอ LED เสียอัตราสูงกว่าป้ายนิ่ง
  • เจ้าของพื้นที่บุคคลธรรมดา: ค่าตอบแทนเป็นเงินได้ ม.40(5) · ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เจ้าของพื้นที่เสีย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book

ค่าลิขสิทธิ์และเงินล่วงหน้าค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) สำนักพิมพ์ที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ทั้งเงินล่วงหน้าและค่าลิขสิทธิ์รายงวด และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้เขียน

  • เงินได้ประเภทค่าลิขสิทธิ์มีวิธีหักค่าใช้จ่ายต่างจากเงินได้จากการรับจ้าง ผู้เขียนควรตรวจกับผู้ทำบัญชีตอนยื่นแบบ
  • การอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้เขียนจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี
  • หนังสือที่ผู้เขียนซื้อไปเองในราคาส่วนลดตามข้อ 3.4 ไม่ใช่ค่าลิขสิทธิ์ เป็นการซื้อขายสินค้าคนละรายการ และไม่นำมาคำนวณค่าลิขสิทธิ์ตามข้อ 3.4
  • ถ้ามีการจ้างผู้เขียนเขียนเพิ่มเติมหรือไปออกงานประชาสัมพันธ์ ส่วนนั้นเป็นค่าบริการหักตามข้อ 12/1 ให้แยกบรรทัดในเอกสาร

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ

ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคลและหักจากยอดที่รับไว้แทนตามข้อ 7.1 ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม

ยอดค่าบริการที่ลูกค้าจ่ายเป็นรายได้ของผู้ประกอบการ ไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม ถ้าบริการที่จองเป็นการให้เช่าที่พักอาศัย ให้ตรวจว่าเข้าข่ายได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ แต่ค่าบริการเสริมอื่นที่ขายผ่านระบบเดียวกัน เช่น อาหารเช้าหรือสปา ไม่ได้รับยกเว้นและต้องแยกคำนวณ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างทำบัญชี

  • ค่าจ้างไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษี ซึ่งเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
  • การบัญชีเป็นวิชาชีพอิสระตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(6) ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 7 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์อาจได้ขยายเวลา ให้ตรวจประกาศปัจจุบัน)
  • เงินภาษีต้นเป็นของผู้ว่าจ้างเสมอ สัญญานี้แบ่งเฉพาะเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และค่าปรับตามข้อ 8 ต่อหน่วยงานของรัฐ ผู้ว่าจ้างยังเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีและถูกเรียกเก็บก่อน แล้วจึงไล่เบี้ยเอากับผู้รับจ้างตามข้อ 8.1 ภายหลัง

กำหนดยื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม และเงินสมทบประกันสังคม อยู่ในช่วงกลางเดือนถัดไป และการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์มักได้ขยายเวลาออกไป ให้ตรวจวันที่ของปีนั้นกับกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม แล้วตั้งวันส่งเอกสาร (วันที่ …) และวันส่งงาน (วันที่ …) ให้มีเวลาพอก่อนกำหนดยื่น

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญา Brand Ambassador

แยกค่าบริการส่วนบุคคล การผลิตชิ้นงาน และค่าพื้นที่หรือการเผยแพร่โฆษณาในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าบริการโดยทั่วไปอาจถูกหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ส่วนค่าโฆษณาอาจเข้าข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ตรวจลักษณะจริงและอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย หากผู้รับจ้างจด VAT ให้เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์

  • รางวัลจากการประกวด การแข่งขัน การชิงโชค หรือการอื่นทำนองเดียวกัน ผู้จ่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 5 ของมูลค่ารางวัล ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 9(1) — ข้อนี้ผูกกับ ผู้จ่ายทุกประเภท รวมทั้งบุคคลธรรมดาและคณะบุคคล ไม่ใช่เฉพาะบริษัท และหักจากผู้รับรางวัลที่เป็นลูกค้าทั่วไปด้วย
  • รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์จากการส่งเสริมการขาย ที่บริษัทจ่ายให้คู่ค้า หักร้อยละ 3 ตามข้อ 12/2 แต่ข้อนี้ไม่ใช้กับการให้แก่ผู้บริโภค หรือผู้ประกอบการที่เอาไปใช้ในกิจการตนเองโดยไม่ได้ขายต่อ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดินแลกสิทธิการเช่า

  • ผู้ลงทุนที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าร้อยละ 5 ทุกครั้งที่จ่าย และออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้เจ้าของที่ดิน (ท.ป.4/2528) · ค่าเช่าในข้อ 6.2 เป็นยอดก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย
  • ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • มูลค่าอาคารที่เจ้าของที่ดินได้รับโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ถือเป็นเงินได้จากการให้เช่าของเจ้าของที่ดิน (ประมวลรัษฎากร ม.40(5)) ตามแนวปฏิบัติของกรมสรรพากรให้เฉลี่ยรับรู้เป็นเงินได้ตลอดอายุการเช่า ส่วนผู้ลงทุนที่เป็นนิติบุคคลตัดค่าก่อสร้างเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุการเช่า — วางแผนภาษีก่อนลงนาม
  • ต้องตรวจกับผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่: ผู้ลงทุนที่เป็นนิติบุคคลอาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากมูลค่าอาคารที่ถือเป็นค่าเช่า และการยกอาคารให้อาจมีภาระภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีมูลค่าเพิ่มในบางกรณี — ถามก่อนลงนามเพื่อไม่ให้มีภาษีค้างทีหลัง
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะสูงขึ้นเมื่อมีอาคาร ข้อ 6.3 ให้ผู้ลงทุนเป็นผู้จ่าย ขอให้เจ้าของที่ดินส่งใบแจ้งประเมินให้ทันทีที่ได้รับข้อ 6.3 ให้เจ้าของที่ดินเป็นผู้จ่ายเอง ควรคิดรวมไว้ในค่าเช่าตั้งแต่ต้น

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท

สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่

  • ค่าบริการทำความสะอาดมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ตรวจช่อง «รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว» ให้ตรงกับใบเสนอราคา
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าอาคารทั้งหลัง (ตึกแถว / อาคารพาณิชย์)

  • VAT (ข้อ 5.5): ค่าเช่าอาคารไม่มี VAT แต่ค่าบริการ (ส่วนกลาง แอร์นอกเวลา) ต้องบวก VAT เฉพาะเมื่อผู้ให้เช่าจดทะเบียน VAT — ขอใบกำกับภาษีแยกจากใบเสร็จค่าเช่า
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: อาคารพาณิชย์ที่ให้เช่าเสียอัตรา «อื่น ๆ» เจ้าของเป็นผู้เสียตามกฎหมาย — แบบนี้ให้เลือกว่าผู้เช่าจ่ายแทน
  • ผู้เช่านิติบุคคลหัก ณ ที่จ่ายค่าเช่า 5% · ค่าบริการส่วนกลางหัก 3% · ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่มี VAT แต่ค่าบริการมี VAT ถ้าผู้ให้เช่าจด — แยกใบเสร็จ
  • ผู้ให้เช่าบุคคลธรรมดา: ค่าเช่าเป็นเงินได้ ม.40(5) หักเหมา 30% (อาคาร)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าพื้นที่ในอาคาร

  • ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าร้อยละ 5 และออกหนังสือรับรองให้ผู้ให้เช่า · ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ค่าไฟฟ้า/น้ำที่ผู้ให้เช่าเรียกเก็บต่อ ให้ตรวจเรื่องภาษีกับผู้ทำบัญชี
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นของผู้ให้เช่า (ข้อ 6)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างติดตั้งครัวหรือ Built-in

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปตามข้อ 12/7การจ่ายค่าสินค้าไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าติดตั้งเป็นค่าบริการ ส่วนนั้นหักร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจการแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ใช้อาคารอยู่อาศัย งานนี้อยู่ในนิยาม "ต่อเติม" ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2566 ซึ่งนิยามคำว่าต่อเติมไว้กว้างถึงการดัดแปลง แก้ไข ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคาร (ข้อ 2) ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินให้ผู้ว่าจ้างทันทีทุกครั้งที่รับเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (ข้อ 4) ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีรายการครบตามข้อ 3 ดังนี้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ประกาศ สคบ. 2566 เรื่องหลักฐานการรับเงินงานต่อเติมอาคารจึงไม่บังคับ แต่หลักฐานที่มีรายการตามข้างล่างนี้เป็นหลักฐานที่ดีที่สุดเมื่อเกิดข้อพิพาท และผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีด้วยอยู่แล้ว

รายการที่ต้องมี ข้อมูลจากสัญญานี้
ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ และเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับจ้าง หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล ตามหน้าแรกของสัญญา
ชื่อผู้มีอำนาจออกหลักฐานการรับเงิน ระบุชื่อบุคคลที่ลงนาม
ชื่อ ที่อยู่ และโทรศัพท์ของผู้ว่าจ้าง ตามหน้าแรกของสัญญา
วันเริ่มและวันสิ้นสุดงาน เริ่ม … ระยะเวลา … วัน
วันที่รับเงิน และงวดงานที่รับเงิน ระบุงวดตามข้อ 7.1
งวดงานกับการชำระเงินที่ได้สัดส่วนกัน …
การจัดหาวัสดุ ราคาวัสดุ ชนิด ปริมาณ ขนาด คุณภาพ และราคาทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามบัญชีปริมาณงาน ราคาทั้งหมด …
ระยะเวลาหรือเงื่อนไขการรับประกัน ตามข้อรับประกันในสัญญา
อัตราค่าปรับรายวัน วันละ …
ชื่อนามสกุลตัวบรรจง ลายมือชื่อผู้รับจ้างหรือผู้มีอำนาจ และลายมือชื่อผู้รับเงิน ลงนามทุกฉบับ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าร้านค้าขายอาหาร (โรงอาหารในสถานประกอบการ)

  • ถ้าผู้เช่าเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าร้อยละ 5 ทุกครั้งที่จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (ท.ป.4/2528 ข้อ 6) ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก
  • ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้าผู้ให้เช่าเก็บค่าไฟฟ้าหรือค่าบริการโดยบวกกำไร ส่วนนั้นอาจอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้แยกใบแจ้งหนี้ค่าเช่ากับค่าน้ำไฟออกจากกัน
  • ผู้เช่านำรายได้จากการขายอาหารไปยื่นภาษีเงินได้เอง ถ้ารับเงินผ่านบัตรพนักงานหรือสแกนจ่าย ยอดเงินจะปรากฏในบัญชีธนาคาร ให้เก็บบันทึกยอดขายไว้

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาฝากขายรถยนต์

เจ้าของรถที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 จากค่าตอบแทน ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 เพราะเป็นค่านายหน้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) หรือข้อ 12/1 ถ้าผู้รับฝากขายเป็นนิติบุคคล เจ้าของรถที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ส่วนที่ผู้รับฝากขายเก็บไว้จากราคาที่สูงกว่าราคาประกาศเป็นรายได้ของผู้รับฝากขายด้วย ผู้รับฝากขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีค่าตอบแทนตามมาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาเช่ารถยนต์ระยะยาวรายเดือน

ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าร้อยละ 5 จากค่าเช่าก่อนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อจ่ายให้ผู้ให้เช่าที่เป็นนิติบุคคล และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ค่าเช่ารถยนต์นั่งของบริษัทมีข้อจำกัดเรื่องการนำมาถือเป็นรายจ่ายและการขอคืนภาษีซื้อสำหรับรถยนต์นั่งไม่เกินสิบคน ให้ตรวจเกณฑ์ปัจจุบันกับสรรพากรหรือผู้สอบบัญชี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว)

สัญญาซื้อขายรถยนต์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ตัวสัญญาจึงไม่ต้องปิดอากร ใบรับเงินค่ารถที่ผู้ขายซึ่งไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกให้ อาจต้องปิดอากรใบรับสำหรับการขายยานพาหนะ (ลักษณะ 28) 1 บาทต่อทุก 200 บาทหรือเศษ ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย ผู้ขายที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีแทน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)

สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ที่ตัวสัญญา ใบรับเงินมัดจำและใบรับเงินค่ารถที่ผู้จะขายออกให้ ถ้าผู้จะขายไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อาจต้องปิดอากรใบรับสำหรับการขายยานพาหนะ (ลักษณะ 28) ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 200 บาทหรือเศษ ผู้ออกใบรับเป็นผู้เสีย ส่วนผู้ขายที่จด VAT ออกใบกำกับภาษีแทน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างเหมาบริการรถยนต์พร้อมพนักงานขับรถ

  • ค่าจ้างเหมามี VAT 7% · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย — ถ้าออกใบแจ้งหนี้รวมเป็น «บริการ» หัก 3% · ถ้าแยกค่าเช่ารถออกมา ส่วนค่าเช่าหัก 5% (ค่าเช่าทรัพย์สิน) — ระบุในใบแจ้งหนี้ให้ตรงกับที่จะหัก ไม่งั้นโดนตรวจ
  • ค่าน้ำมัน/ทางด่วนที่ผู้ว่าจ้างออกเอง ไม่ใช่รายได้ของผู้รับจ้าง ไม่หัก ณ ที่จ่าย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญารับจัดเลี้ยง

ข้อนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ไม่ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายจาก "ค่าบริการของภัตตาคาร" และนิยามภัตตาคารรวมถึง "กิจการรับจ้างปรุงอาหารหรือเครื่องดื่ม" ด้วย แต่นิยามนั้นผูกกับการบริโภคในหรือจากสถานที่ที่จัดให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้ ส่วนค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8

ในทางปฏิบัติผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลจึงต้องตัดสินว่างานเลี้ยงนี้เป็นกรณีใด งานเลี้ยงที่ผู้รับจัดเลี้ยงนำอาหาร อุปกรณ์ และพนักงานไปให้บริการที่สถานที่ของผู้ว่าจ้างมักถือเป็นการจ้างทำของซึ่งต้องหักร้อยละ 3 ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนหัก และระบุให้ตรงกันในใบกำกับภาษีกับหนังสือรับรองการหักภาษี ผู้รับจัดเลี้ยงที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปตามข้อ 12/7 ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าอุปกรณ์เป็นการขาย ส่วนนั้นไม่ต้องหัก ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ใช้อาคารอยู่อาศัย งานนี้อยู่ในนิยาม "ต่อเติม" ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2566 ซึ่งนิยามคำว่าต่อเติมไว้กว้างถึงการดัดแปลง แก้ไข ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคาร (ข้อ 2) ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินให้ผู้ว่าจ้างทันทีทุกครั้งที่รับเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (ข้อ 4) ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีรายการครบตามข้อ 3 ดังนี้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ประกาศ สคบ. 2566 เรื่องหลักฐานการรับเงินงานต่อเติมอาคารจึงไม่บังคับ แต่หลักฐานที่มีรายการตามข้างล่างนี้เป็นหลักฐานที่ดีที่สุดเมื่อเกิดข้อพิพาท และผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีด้วยอยู่แล้ว

รายการที่ต้องมี ข้อมูลจากสัญญานี้
ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ และเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับจ้าง หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล ตามหน้าแรกของสัญญา
ชื่อผู้มีอำนาจออกหลักฐานการรับเงิน ระบุชื่อบุคคลที่ลงนาม
ชื่อ ที่อยู่ และโทรศัพท์ของผู้ว่าจ้าง ตามหน้าแรกของสัญญา
วันเริ่มและวันสิ้นสุดงาน เริ่ม … ระยะเวลา … วัน
วันที่รับเงิน และงวดงานที่รับเงิน ระบุงวดตามข้อ 8.1
งวดงานกับการชำระเงินที่ได้สัดส่วนกัน …
การจัดหาวัสดุ ราคาวัสดุ ชนิด ปริมาณ ขนาด คุณภาพ และราคาทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามบัญชีปริมาณงาน ราคาทั้งหมด …
ระยะเวลาหรือเงื่อนไขการรับประกัน ตามข้อรับประกันในสัญญา
อัตราค่าปรับรายวัน วันละ …
ชื่อนามสกุลตัวบรรจง ลายมือชื่อผู้รับจ้างหรือผู้มีอำนาจ และลายมือชื่อผู้รับเงิน ลงนามทุกฉบับ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญารับทำครัวกลาง

  • ถ้าผู้ว่าจ้างส่งวัตถุดิบ (จ้างทำของ) ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน
  • ถ้าครัวกลางซื้อวัตถุดิบเอง (ซื้อขาย) การจ่ายค่าสินค้าไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายโดยทั่วไป

ครัวกลางที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 วัตถุดิบบางประเภทในสภาพสด เช่น พืชผักและเนื้อสัตว์ที่ยังไม่แปรรูปเป็นอุตสาหกรรม อาจได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เมื่อแปรรูปเป็นอาหารกึ่งสำเร็จแล้วต้องตรวจสถานะใหม่

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญา Coaching หรือ Mentoring

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หรือข้อ 8 แล้วแต่ลักษณะของเงินได้ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย โค้ชที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม — การส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขายถือเป็นการขาย (ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8)(ข)) ถ้าการตั้งตัวแทนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ความรับผิดเสียภาษีเลื่อนไปเกิดเมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ หรือเมื่อได้รับชำระราคาหรือออกใบกำกับภาษีก่อนนั้น (มาตรา 78 (3)) — ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของอธิบดีฉบับปัจจุบัน และให้ผู้ทำบัญชีของทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนขายรายการแรกว่าใครออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าและออกเมื่อใด (มาตรา 86)
  • บำเหน็จ เป็นค่านายหน้า ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 เมื่อจ่ายให้นิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1) ถ้าตัวแทนเป็นบุคคลธรรมดา อัตราหักเป็นอีกแบบ ให้ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก · บำเหน็จที่ตัวแทนหักจากเงินค่าสินค้าเองยังถือว่ามีการจ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ถูกต้อง
  • ตัวแทนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าบำเหน็จให้ตัวการ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก

ค่าจ้างบริหารชุมชนเป็นเงินได้ค่าจ้างทำของตามมาตรา 40(8) ถ้าเจ้าของชุมชนเป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้บริหารชุมชนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์

  • ค่าบริการซ่อมบำรุงมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — ดูให้ชัดว่าค่าจ้างในข้อ 7 รวมหรือไม่รวม VAT
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ทุกงวด (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) · ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องหัก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)

ข้อ 8 กำหนดว่าใครออกอะไร ค่าธรรมเนียมโอนห้องชุดคิดร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ไม่ใช่ราคาที่ตกลงกัน (กฎกระทรวงออกตามความใน พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 ข้อ 16(6)) ถ้าไม่ได้ตกลงไว้ กฎหมายให้ผู้ซื้อผู้ขายออกเท่ากัน (ป.พ.พ. ม.457) สำหรับผู้ขายบุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคิดจากราคาประเมินและจำนวนปีที่ถือครอง ภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 ต้องเสียเมื่อขายภายใน 5 ปีนับแต่ได้มา เว้นแต่มีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องนั้นเกิน 1 ปี ถ้าเสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วไม่ต้องเสียอากรใบรับ ผู้ขายเป็นนิติบุคคล — โดยทั่วไปถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า และต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 โดยไม่ขึ้นกับระยะเวลาถือครอง ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนวันโอน

  • ค่าธรรมเนียมโอน ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)
  • ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (บุคคลธรรมดา) ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) — ยังไม่ได้กรอกจำนวนปีที่ถือครอง ตัวเลขนี้คิดเหมือนถือครอง 1 ปี
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า (ถือครองไม่ถึง 5 ปี และไม่ได้ระบุว่ามีชื่อในทะเบียนบ้านของห้องเกิน 1 ปี)- อากรแสตมป์ใบรับ ประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)- ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย (นิติบุคคล) ร้อยละ 1 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ ร้อยละ 3.3 ของราคาขายหรือราคาประเมินแล้วแต่อย่างใดสูงกว่า

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาฝากขายสินค้า

  • VAT: ผู้ฝากขายที่จด VAT ต้องออกใบกำกับภาษีให้ตัวแทนเมื่อตัวแทนขายได้ และตัวแทนออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้า — มีหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับตัวแทนขายสินค้าตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับ VAT (สัญญาตั้งตัวแทนต้องทำเป็นหนังสือและแจ้งสรรพากร) ถ้าไม่ทำตามหลักเกณฑ์ สรรพากรถือว่าผู้ฝากขายขายให้ร้านตั้งแต่วันส่งมอบ ต้องออกใบกำกับภาษีทันทีทั้งที่ยังไม่ได้เงิน
  • หัก ณ ที่จ่าย: ค่าตอบแทนฝากขายเป็นค่านายหน้า/ค่าตัวแทน หัก 3% — ถ้าใช้วิธี «ส่วนต่างราคา» แบบนี้ ผู้ฝากขายไม่ได้จ่ายเงินให้ร้านโดยตรง ปัญหาหัก ณ ที่จ่ายจึงไม่เกิด แต่ผู้ฝากขายบันทึกรายได้เต็มราคาขายปลีกไม่ได้ ให้บันทึกตามราคาฝากขาย — ปรึกษาผู้ทำบัญชี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์

  • VAT ของผู้ฝากขายเกิดเมื่อไร ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียน VAT และทำสัญญาตั้งตัวแทนเป็นหนังสือพร้อมแจ้งสรรพากรตามหลักเกณฑ์ ความรับผิดจึงเลื่อนไปเกิดตอนตัวแทนขายสินค้าให้ลูกค้า · ถ้าไม่ทำตามหลักเกณฑ์ สรรพากรถือว่าผู้ฝากขาย "ขาย" ให้ร้านตั้งแต่วันส่งมอบ ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ทันทีทั้งที่ยังไม่ได้รับเงินสักบาท — นี่คือความเสียหายที่พบบ่อยที่สุดของธุรกิจฝากขาย
  • หัก ณ ที่จ่าย ค่าตอบแทนฝากขายมีลักษณะเป็นค่านายหน้าหรือค่าตัวแทนซึ่งอยู่ในเกณฑ์หักร้อยละ 3 — แต่แบบ "ส่วนต่างราคา" ตามข้อ 5.1 ผู้ฝากขายไม่ได้จ่ายเงินให้ร้าน ร้านเป็นฝ่ายหักไว้เอง ปัญหาหัก ณ ที่จ่ายจึงมักไม่เกิด อย่างไรก็ดีถ้าเปลี่ยนไปใช้วิธีจ่ายค่าคอมมิชชันแยกต่างหาก หน้าที่หักภาษีจะเกิดขึ้นทันที
  • ผู้ฝากขายบันทึกรายได้ตามราคาฝากขาย ไม่ใช่ราคาขายปลีก และผู้รับฝากขายบันทึกรายได้เฉพาะส่วนต่าง ไม่ใช่ยอดขายเต็ม — บันทึกผิดทำให้ยอดเข้าเกณฑ์จด VAT 1.8 ล้านบาทผิดตามไปด้วย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า

การซื้อสินค้าไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลไม่ต้องหัก 3% เพราะคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ใช้กับการให้บริการ ไม่ใช่การขายสินค้า แต่ถ้าใบแจ้งหนี้มีค่าขนส่งแยกเป็นบริการของผู้ขนส่ง ส่วนนั้นอาจต้องหักร้อยละ 1 และค่าติดตั้งต้องหักร้อยละ 3 ข้อ 2.1 จึงเขียนว่าราคารวมค่าขนส่งแล้ว ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบสินค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ผู้ซื้อที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มควรขอใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกงวดเพื่อนำไปเครดิตภาษี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาควบคุมงานก่อสร้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 7 ถ้าผู้ควบคุมงานเป็นวิศวกรหรือสถาปนิกบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) หรือข้อ 8 ถ้าเป็นบริษัท ผู้ควบคุมงานที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)

  • ค่าจ้าง «ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม» — ที่ปรึกษาที่จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีบวก 7%
  • ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ — ที่ปรึกษาบุคคลธรรมดาต้องนำรายได้ไปยื่น ภ.ง.ด.90 (เงินได้ ม.40(2) หรือ (8) แล้วแต่ลักษณะงาน)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้

  • ถ้าเป็นค่าตอบแทนการใช้ลิขสิทธิ์ในงานของอีกฝ่าย เป็นค่าสิทธิตามมาตรา 40(3) นิติบุคคลผู้จ่ายหักร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
  • ถ้าเป็นค่าจ้างผลิตหรือค่าบริการ เป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) หักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะ
  • ถ้าผู้จ่ายเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในกรณีทั่วไป แต่ผู้รับยังต้องนำไปยื่นแบบเอง

หากฝ่ายใดจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีสำหรับส่วนที่เป็นการให้บริการตามกฎหมาย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างบรรจุและติดฉลากสินค้า

ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ถ้าผู้รับจ้างจัดหาวัสดุบรรจุและแยกราคาวัสดุเป็นการขาย ส่วนนั้นไม่ต้องหัก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน

ค่าตอบแทนจากการโอนลิขสิทธิ์อาจเป็นค่าสิทธิหรือเงินได้จากลิขสิทธิ์ ผู้จ่ายที่มีหน้าที่ต้องตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามสถานะผู้โอนและข้อเท็จจริง โดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 กำหนดกรณีค่าสิทธิไว้หลายประเภท อัตราและฐานภาษีของบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และผู้รับต่างประเทศต่างกัน จึงต้องตรวจประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3), 50, 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)

การใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งสำนักงาน — การจดทะเบียนบริษัท ทะเบียนพาณิชย์ และภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแนบหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่จากเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในอาคาร ข้อ 3.1 บังคับให้ผู้ให้บริการออกเอกสารภายในกำหนด ถ้าผู้ให้บริการเองเป็นผู้เช่าอาคาร ต้องตรวจว่าสัญญาเช่าของผู้ให้บริการอนุญาตให้ใช้ที่อยู่เป็นที่ตั้งของบุคคลอื่นได้ มิฉะนั้นอาจเป็นการให้เช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม ป.พ.พ. มาตรา 544 เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจตรวจสถานประกอบการจริงก่อนอนุมัติภาษีมูลค่าเพิ่ม สมาชิกที่ใช้แพ็กเกจที่นั่งไม่ประจำอาจถูกปฏิเสธ ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรเรื่องนี้ก่อนใช้ที่อยู่

สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 5 ถ้าถือเป็นค่าเช่าตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ซึ่งเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) หรือร้อยละ 3 ถ้าผู้ให้บริการแยกค่าบริการออกจากค่าเช่าในใบแจ้งหนี้ ตามข้อ 8ร้อยละ 3 เพราะเป็นค่าบริการตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 สมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน

การค้ำประกันโดยไม่คิดค่าตอบแทนไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม · ถ้าผู้ค้ำเรียกค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้ ค่าธรรมเนียมนั้นเป็นเงินได้ของผู้ค้ำ ให้ปรึกษานักบัญชี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน

อสังหาริมทรัพย์ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นการโอนเป็นโมฆะ ตามหลักเดียวกับการซื้อขายใน ป.พ.พ. มาตรา 456 ค่าธรรมเนียมการโอนร้อยละ 2 ของราคาประเมิน ตามราคาประเมินที่กรอกคือ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) เจ้าพนักงานที่ดินอาจถือว่าการโอนชำระหนี้เป็นการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายและภาษีธุรกิจเฉพาะจึงอาจเกิดเหมือนการขาย ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายประมาณ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปีอาจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 แทนอากรแสตมป์ ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ ให้ตรวจกับสำนักงานที่ดินในวันโอน

การชำระหนี้ด้วยทรัพย์ถือเป็นการจำหน่ายทรัพย์ของลูกหนี้ ถ้าลูกหนี้เป็นนิติบุคคล ส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่หักหนี้กับราคาทุนของทรัพย์เป็นกำไรหรือขาดทุนของกิจการ ถ้าลูกหนี้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและทรัพย์เป็นสินค้า ต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 86 ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระที่ระงับไปด้วยทรัพย์เป็นเงินได้ของเจ้าหนี้ตามมาตรา 40(4)(ก) ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชีก่อนโอน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป

ค่าโฆษณาตามสัญญานี้เป็นเงินได้ค่าโฆษณาตามมาตรา 40(8) เฉพาะประเภทค่าโฆษณา ถ้าผู้ลงโฆษณาเป็นนิติบุคคลและผู้เผยแพร่เป็นผู้เสียภาษีในไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 2 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9–10/1 ส่วนค่าโฆษณา ซึ่งเป็นคนละอัตรากับค่าบริการทั่วไปที่ร้อยละ 3 ผู้เผยแพร่ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

ถ้าผู้เผยแพร่เป็นแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น เครือข่ายโฆษณาระดับโลก การจ่ายเงินไปต่างประเทศต้องตรวจภาษีตามมาตรา 70 และภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการทางอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศตามมาตรา 83/6 แยกต่างหาก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์

ค่าบริหารการตลาดหรือบริการทั่วไปที่ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลจ่ายแก่ผู้รับในประเทศไทยและเข้าเงื่อนไข มีอัตราหัก ณ ที่จ่ายปกติร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ส่วนค่าโฆษณาที่จ่ายแก่ผู้รับโฆษณาและเข้าเงื่อนไขข้อ 10 มีอัตราปกติร้อยละ 2 จึงต้องแยกค่าบริการกับค่าซื้อสื่อและตรวจผู้รับเงินตามจริงก่อนหัก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)

  • ขายส่งมี VAT 7% เจ้าของสินค้าออกใบกำกับภาษีให้ผู้จำหน่ายทุกครั้งที่ส่งมอบ · ซื้อขายสินค้าไม่หัก ณ ที่จ่าย
  • ส่วนลด/rebate ตามเป้าที่จ่ายคืนผู้จำหน่าย: ถ้าจ่ายเป็นเงินหลังขาย สรรพากรอาจถือเป็นค่าส่งเสริมการขาย หัก ณ ที่จ่าย 3% — ตกลงรูปแบบให้ชัดในผนวก 1
  • เครดิตค้างชำระ = หนี้ทางการค้า อายุความ 2 ปี (ม.193/34 (1)) — เจ้าของสินค้าต้องติดตามใน 2 ปีนับแต่ครบกำหนดชำระ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาเช่าพื้นที่เก็บเอกสาร

ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าร้อยละ 5 และค่าบริการร้อยละ 3 — ขอให้ผู้ให้เช่าแยกค่าเช่ากับค่าบริการในใบแจ้งหนี้ ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ค่าบริการของผู้ให้เช่าที่จด VAT มีภาษีมูลค่าเพิ่ม

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาซื้อขายโดเมนและโอนบัญชีเว็บไซต์

  • ส่วนที่เป็นค่าโอนลิขสิทธิ์ในเนื้อหาเดิมของเว็บไซต์ เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามมาตรา 40(3) ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
  • ส่วนที่เป็นค่าตัวโดเมนและซอร์สโค้ด เป็นการขายทรัพย์สิน ไม่ใช่ค่าบริการหรือค่าสิทธิ โดยทั่วไปไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับการซื้อขายทรัพย์สินระหว่างเอกชน แต่ผู้ขายยังมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากกำไรที่เกิดขึ้นตามปกติ
  • ถ้าผู้ขายเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและการขายนี้เป็นการขายทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ อาจต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีตามลักษณะการประกอบกิจการจริง

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างที่ปรึกษา — สถาบันการศึกษาเป็นที่ปรึกษา

  • ค่าจ้าง «ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม» — ถ้าที่ปรึกษาจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีบวก 7%
  • ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างและออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างทำของ — สถาบันการศึกษาเป็นผู้รับจ้าง

  • ค่าจ้างในสัญญา «ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม» — ถ้าผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีบวก 7% แยกต่างหาก
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างทำวิจัย — สถาบันการศึกษาเป็นผู้วิจัย

  • ค่าจ้าง «ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม» — ถ้าสถาบันจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษี · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
  • คำว่า «เงินอุดหนุนการวิจัย» ในข้อ 3 เป็นถ้อยคำที่สถาบันการศึกษาใช้กัน แต่เนื้อหาคือค่าจ้างทำของ — ไม่ใช่เงินให้เปล่า

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างบำรุงรักษาลิฟท์

  • ผู้ว่าจ้างนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) · ค่าอะไหล่ที่ออกใบกำกับแยกเป็นค่าสินค้า ไม่ต้องหัก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน

ประโยชน์ที่พนักงานได้จากเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ยหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด และหนี้ที่นายจ้างยกให้ตามข้อ 8.3 อาจถือเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานของพนักงานตามประมวลรัษฎากร ซึ่งนายจ้างอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย บางกรณีมีข้อยกเว้นสำหรับสวัสดิการที่จัดให้พนักงานทั่วไปอย่างเท่าเทียม ก่อนออกนโยบายเงินกู้สวัสดิการ ให้ผู้สอบบัญชีหรือกรมสรรพากรยืนยันวิธีปฏิบัติ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)

นายจ้างต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากค่าจ้าง ซึ่งเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) และนำส่งทุกเดือน วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาค้ำประกันการทำงาน

การค้ำประกันไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร

ผู้ขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีทุกงวด ถ้าผู้ซื้อเป็นนิติบุคคลและใบแจ้งหนี้แยกค่าติดตั้ง ผู้ซื้ออาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าติดตั้งร้อยละ 3 ส่วนค่าอุปกรณ์ที่เป็นการขายไม่ต้องหัก ถ้าไม่แยก ให้ตกลงกับผู้ขายและสรรพากรว่าจะหักอย่างไร ผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาติดตั้งและดูแลเครื่องชาร์จรถ EV

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปตามข้อ 12/7 ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าเครื่องชาร์จเป็นการขาย ส่วนนั้นไม่ต้องหัก ค่าบำรุงรักษารายปีตามข้อ 10 เป็นค่าบริการ หักร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้บริโภคที่ใช้อาคารอยู่อาศัย งานนี้อยู่ในนิยาม "ต่อเติม" ของประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการต่อเติมอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2566 ซึ่งนิยามคำว่าต่อเติมไว้กว้างถึงการดัดแปลง แก้ไข ซ่อมแซม และปรับปรุงอาคาร (ข้อ 2) ผู้รับจ้างต้องส่งมอบหลักฐานการรับเงินให้ผู้ว่าจ้างทันทีทุกครั้งที่รับเงินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (ข้อ 4) ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีรายการครบตามข้อ 3 ดังนี้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ประกาศ สคบ. 2566 เรื่องหลักฐานการรับเงินงานต่อเติมอาคารจึงไม่บังคับ แต่หลักฐานที่มีรายการตามข้างล่างนี้เป็นหลักฐานที่ดีที่สุดเมื่อเกิดข้อพิพาท และผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีด้วยอยู่แล้ว

รายการที่ต้องมี ข้อมูลจากสัญญานี้
ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ และเลขประจำตัวประชาชนของผู้รับจ้าง หรือเลขทะเบียนนิติบุคคล ตามหน้าแรกของสัญญา
ชื่อผู้มีอำนาจออกหลักฐานการรับเงิน ระบุชื่อบุคคลที่ลงนาม
ชื่อ ที่อยู่ และโทรศัพท์ของผู้ว่าจ้าง ตามหน้าแรกของสัญญา
วันเริ่มและวันสิ้นสุดงาน เริ่ม … ระยะเวลา … วัน
วันที่รับเงิน และงวดงานที่รับเงิน ระบุงวดตามข้อ 5.1
งวดงานกับการชำระเงินที่ได้สัดส่วนกัน …
การจัดหาวัสดุ ราคาวัสดุ ชนิด ปริมาณ ขนาด คุณภาพ และราคาทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามบัญชีปริมาณงาน ราคาทั้งหมด …
ระยะเวลาหรือเงื่อนไขการรับประกัน ตามข้อรับประกันในสัญญา
อัตราค่าปรับรายวัน วันละ …
ชื่อนามสกุลตัวบรรจง ลายมือชื่อผู้รับจ้างหรือผู้มีอำนาจ และลายมือชื่อผู้รับเงิน ลงนามทุกฉบับ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง

  • ค่าเช่าอุปกรณ์และค่าบริการมี VAT 7% · ผู้เช่านิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 5% ส่วนค่าเช่าสังหาริมทรัพย์ และ 3% ส่วนค่าบริการติดตั้ง — ถ้าใบเสนอราคาไม่แยก สรรพากรมักให้หัก 5% ทั้งจำนวน ควรแยกรายการในผนวก 2
  • ผู้ให้เช่าบุคคลธรรมดาไม่จด VAT: ระบุราคาสุทธิ ไม่ออกใบกำกับภาษี ผู้เช่ายังต้องหัก ณ ที่จ่ายและออก 50 ทวิ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้าง Organizer จัดงาน (Event / งานเปิดตัว / นิทรรศการ / บูธ)

  • ค่าจัดงานมี VAT 7% · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้าง (จ้างทำของ/บริการ) · ค่าโฆษณาที่รวมในงาน ถ้าแยกรายการหัก 2% · เงินทดรองจ่ายที่มีใบเสร็จในนามผู้ว่าจ้าง ไม่หัก
  • ค่าลิขสิทธิ์เพลงที่จ่ายให้องค์กรจัดเก็บ (เช่น MCT/MPC) หัก 3% ค่าสิทธิ — ระบุว่าใครจ่าย (ข้อ 6.2 ให้ผู้รับจ้าง)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าสถานที่จัดกิจกรรม

ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ของค่าเช่า ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าบริการ เช่น อาหาร เครื่องเสียง หรือเจ้าหน้าที่ ออกจากค่าเช่า ส่วนค่าบริการหักร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ

  • ค่าจ้างไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้เชี่ยวชาญที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือนและออกหนังสือรับรองการหักภาษี อัตราขึ้นกับประเภทเงินได้ (เช่น เงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือค่าวิชาชีพอิสระ) ให้ตรวจอัตราที่ใช้บังคับกับกรมสรรพากร · ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษีอาจมีหน้าที่ภาษีต่างจากนี้
  • ผู้เชี่ยวชาญนำเงินได้ไปยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และประกันตนตามมาตรา 40 ของกฎหมายประกันสังคมได้ตามความสมัครใจ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาตัวแทนส่งออก

ตัวการเป็นผู้ส่งออก ต้องขอใบอนุญาตส่งออกสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าเกษตร อาหาร และเครื่องสำอาง ทำพิธีการส่งออกตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 และใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 0 สำหรับการส่งออกตามประมวลรัษฎากร มาตรา 80/1 ให้ตรวจเงื่อนไขกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร ส่วน Incoterms® 2020 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 กฎหมายต่อต้านสินบนและมาตรการคว่ำบาตร ให้ตรวจก่อนใช้

ค่านายหน้าเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) ถ้าตัวแทนอยู่ในประเทศไทย ตัวการที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 ถ้าตัวแทนอยู่ต่างประเทศและทำงานในต่างประเทศ ภาระภาษีขึ้นกับประมวลรัษฎากร มาตรา 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศนั้น ให้ตรวจกับสรรพากรก่อนจ่ายครั้งแรก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)

  • ค่าบริการมี VAT 7% · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% · ถ้าผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ตรวจประเภทเงินได้และอัตราหัก ณ ที่จ่ายกับผู้ทำบัญชี · วัสดุที่ผู้รับจ้างจัดหาและรวมในค่าจ้าง ไม่แยกหัก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าอาคารโรงงาน

  • ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าร้อยละ 5 และออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้ให้เช่า (ท.ป.4/2528) · ค่าเช่าในข้อ 4.1 เป็นยอดก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย · ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ถ้ามีค่าบริการแยกต่างหากอาจมี VAT
  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายปี เจ้าของตามโฉนด ณ วันที่ 1 มกราคม เป็นผู้เสีย ชำระภายในเดือนเมษายน (พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 2562 ซึ่งแทนภาษีโรงเรือนและที่ดินเดิมแล้ว) — ถ้าเลือกให้ผู้เช่าชำระคืน ผู้ให้เช่าต้องส่งสำเนาหนังสือแจ้งประเมินและใบเสร็จ (ข้อ 12.2)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท

สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ

สมาชิกที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าบริษัทซื้อสมาชิกภาพให้พนักงาน บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)

ค่าจ้างเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน (ไม่ใช่อัตรา 3% ของค่าจ้างทำของตามคำสั่ง ท.ป.4/2528) และต้องขึ้นทะเบียนลูกจ้างในระบบประกันสังคมแม้จ้างเพียงไม่กี่เดือน วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนให้ตรวจกับกรมสรรพากรหรือสำนักงานบัญชี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างผลิตอาหารหรือเบเกอรี

  • ถ้าผู้ว่าจ้างจัดหาวัตถุดิบ (จ้างทำของ) ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน
  • ถ้าผู้ผลิตจัดหาวัตถุดิบเอง (ซื้อขาย) การจ่ายค่าสินค้าไม่ใช่ค่าจ้างทำของหรือค่าบริการ โดยทั่วไปจึงไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ผู้ผลิตที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ทั้งสองกรณี และอย่าเขียนสัญญาเป็นจ้างผลิตทั้งที่ข้อเท็จจริงเป็นการซื้อขาย เพราะเจ้าพนักงานประเมินตามข้อเท็จจริง

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาเช่าพื้นที่ขายอาหารแบบแบ่งยอดขาย

  • ส่วนแบ่งยอดขายและค่าตอบแทนขั้นต่ำ เป็นค่าเช่าทรัพย์สินตามมาตรา 40(5) ผู้ประกอบการที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน
  • ค่าสาธารณูปโภคและค่าส่วนกลางตามข้อ 5 เป็นค่าบริการ ไม่ใช่ค่าเช่า ถ้าเจ้าของพื้นที่เรียกเก็บในฐานะผู้ให้บริการ หักร้อยละ 3 ตามข้อ 12/1 ต้องแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ตั้งแต่ต้น
  • ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ค่าบริการส่วนกลางไม่ได้รับยกเว้น เจ้าของพื้นที่ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องแยกคิด

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า + ค่าสิทธิ + ค่าการตลาด = เงินได้ ม.40(3) ผู้รับสิทธิที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 — ผู้ให้สิทธิบุคคลธรรมดาคำนวณคนละวิธี) · มี VAT 7% · ค่าสินค้า/วัตถุดิบเป็นซื้อขาย ไม่หัก ณ ที่จ่าย — ออกใบกำกับภาษีแยกรายการ

  • ผู้รับสิทธิบุคคลธรรมดาต้องจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี — เตือนลูกค้าก่อนเปิด

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้รับสิทธิลงชื่อรับเอกสารเปิดเผยข้อมูล ก่อน วันลงนามตามจำนวนวันในข้อ 7 · จดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา · ผู้ให้สิทธิออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีค่าแรกเข้า · ผู้รับสิทธิหัก ณ ที่จ่าย 3% (ถ้าผู้รับสิทธิเป็นนิติบุคคลและผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท

สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)

  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลจ่ายค่าจ้างทำของให้ผู้รับในประเทศไทย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จะแบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ทุกครั้ง
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ — ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากบุคคลธรรมดาจึงได้เงินเต็มและต้องไปยื่นภาษีเอง
  • ฟรีแลนซ์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน ให้ตรวจประเภทเงินได้ตามงานจริงก่อนยื่น
  • รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ VAT ตามข้อ 3.2
  • ค่าใช้จ่ายที่เบิกคืนได้ (กรณีไม่ติ๊ก «ค่าจ้างรวมค่าใช้จ่ายแล้ว») ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้และแนบหลักฐาน อย่ารวมเข้าไปในค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือน (ฟรีแลนซ์ / ผู้รับจ้างอิสระ)

  • ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% (ค่าจ้างทำของ/บริการ) ออก 50 ทวิทุกงวด · ผู้รับจ้างนำไปยื่น ภ.ง.ด.90 เป็นเงินได้ ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงาน หักค่าใช้จ่ายได้ตามประเภท
  • ผู้ว่าจ้างบุคคลธรรมดาไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย · รายได้ฟรีแลนซ์เกิน 1.8 ล้าน/ปี ต้องจด VAT
  • ฟรีแลนซ์ไม่ได้ประกันสังคมจากผู้ว่าจ้าง — สมัคร ม.40 เองได้

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้าง Freight Forwarder และพิธีการศุลกากร

ค่าขนส่งกับค่าบริการหักภาษี ณ ที่จ่ายต่างกัน ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลหักร้อยละ 1 สำหรับค่าขนส่งตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4 และร้อยละ 3 สำหรับค่าบริการตามข้อ 12/1 หรือค่าจ้างทำของตามข้อ 8 ถ้าผู้รับจัดการออกใบตราส่งเองและเรียกเก็บค่าระวางในนามตน ค่าระวางอาจเป็นค่าขนส่ง ถ้าผู้รับจัดการเป็นตัวแทนเรียกเก็บค่าระวางแทนสายเรือ ส่วนนั้นเป็นเงินทดรองที่ไม่ต้องหัก ใบแจ้งหนี้ต้องแยกรายการ ให้ตรวจกับสรรพากรก่อนหัก อากรและภาษีมูลค่าเพิ่มในการนำเข้าเป็นภาระของผู้นำเข้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77/2 (2) ผู้รับจัดการเพียงทดรองจ่าย ค่าขนส่งระหว่างประเทศบางประเภทได้รับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มพิเศษ ให้ตรวจกับสรรพากร

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญารับฝากและจัดส่งสินค้า (Fulfillment)

ผู้ขายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย จากค่าเก็บรักษาและค่าหยิบแพ็กร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 ถ้าผู้ให้บริการแยกค่าขนส่งไว้ในใบแจ้งหนี้ ส่วนค่าขนส่งหักร้อยละ 1 ตามข้อ 12/4 ผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาเช่าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง และต้นไม้ประดับ

ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าเช่าทรัพย์สินร้อยละ 5 จากค่าเช่าก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถ้าใบแจ้งหนี้แยกค่าบริการดูแลต้นไม้ออกมา ส่วนนั้นเป็นค่าบริการที่หักร้อยละ 3 ผู้ให้เช่าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีทุกเดือน ผู้ให้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มถ้ารายได้ไม่ถึงเกณฑ์จดทะเบียน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างบำรุงรักษาต้นไม้และสภาพสวนหย่อม

  • ผู้ว่าจ้างนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลหมู่บ้าน/อาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) · บ้านที่จ้างในนามบุคคลธรรมดาไม่ต้องหัก
  • ข้อ 3.2 เขียนให้คนสวนเป็นลูกจ้างของผู้รับจ้าง ถ้าคุณสั่งงานคนสวนรายตัวเหมือนลูกจ้างของตัวเอง กำหนดเวลาเข้าออกเอง และจ่ายเงินให้คนสวนโดยตรง ความสัมพันธ์อาจกลายเป็นจ้างแรงงาน — ให้สั่งงานผ่านผู้รับจ้างหรือหัวหน้างาน
  • ถ้าธุรกิจของคุณคือโรงแรม รีสอร์ต หรือสวนสาธารณะเอกชนที่สวนเป็นส่วนหนึ่งของบริการ ให้ปรึกษาทนายเรื่องนายจ้างร่วมตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)

  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าขนส่ง ร้อยละ 1 ทุกครั้งที่จ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ทั้งเมื่อผู้ขนส่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
  • การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักรได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 81 (1)(ณ)) แต่ค่าบริการอื่นที่แยกเรียกเก็บต่างหาก เช่น ค่าเก็บเงินปลายทางหรือค่าบริการคลังสินค้า อาจไม่ได้รับยกเว้น ให้ผู้ทำบัญชีตรวจก่อนออกใบแจ้งหนี้งวดแรก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างรถขนส่งสินค้า (รายเที่ยว)

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 1 ของค่าขนส่ง ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/4 ไม่ว่าผู้ขนส่งเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ผู้ขนส่งที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างออกแบบกราฟิก

  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นมัดจำกับงวดที่เหลือ และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง — มัดจำก็ถูกหัก 3% ด้วย ไม่ใช่หักเฉพาะงวดสุดท้าย
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้
  • นักออกแบบบุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ไม่เท่ากัน · ถ้ามีการโอนลิขสิทธิ์และได้ค่าตอบแทนแยกต่างหาก อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก ให้ตรวจตามข้อเท็จจริงก่อนยื่น
  • รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ
  • ค่าฟอนต์และภาพสต็อกที่ซื้อแทนลูกค้าให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบใบเสร็จ อย่ารวมกับค่าบริการ เพราะจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนโดยไม่จำเป็น

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)

  • ค่าจ้าง «ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม» — ผู้รับจ้างที่จดทะเบียน VAT ออกใบกำกับภาษีบวก 7% ต่างหาก
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างทำของ และออกหนังสือรับรอง 50 ทวิ — บุคคลธรรมดาว่าจ้างกันเองไม่ต้องหัก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องใช้)

  • ผู้ให้เช่าซื้อที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดที่ถึงกำหนดชำระตามประมวลรัษฎากร ให้ตรวจเวลาความรับผิดกับผู้ทำบัญชี
  • ผู้ให้เช่าซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาและขายทรัพย์ของตนเองเป็นครั้งคราว ให้ตรวจภาระภาษีเงินได้จากค่าตอบแทนการให้เช่าซื้อกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด

การจองไม่ก่อภาระภาษี เงินจองยังไม่ใช่เงินได้จากการขายจนกว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายของผู้ขาย ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการโอนเกิดในวันโอนที่สำนักงานที่ดิน ข้อ 3.2 ให้ตกลงว่าใครจ่ายอะไรไว้ก่อน และรายละเอียดตัวเลขอยู่ในสัญญาจะซื้อจะขาย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

อีก 120 ฉบับที่มีหัวข้อนี้

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เรียบเรียงจากคำอธิบายท้ายสัญญาที่ยกร่างและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-C0043C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

คำถามที่พบบ่อย

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ของค่าจ้างแต่ละงวด (ค่าจ้างทำของ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป · ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีทุกงวด ค่าจ้างในสัญญาเขียนไว้ว่ายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ)

ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ — ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลจ่ายให้ นิติบุคคล ในประเทศไทย หักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1) จ่ายให้ บุคคลธรรมดา ค่าบำเหน็จตาม ม.40(2) ผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากรว่าด้วยการหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งคิดจากฐานเงินได้ทั้งปี ไม่ใช่อัตราคงที่ร้อยละ 3 — ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนจ่ายงวดแรก ต้องออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้นายหน้าทุกครั้ง และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป · หักเมื่อยอดจ่ายตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายหลายครั้ง นายหน้าที่มีรายรับเกินเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจด VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี — ผู้ประกอบการควรตรวจว่าค่าบำเหน็จในสัญญารวม VAT แล้วหรือยัง เงินที่หักคืน (clawback) ตามข้อ 6.2 ควรออกเอกสารปรับปรุงให้ตรงกับใบกำกับภาษีและหนังสือรับรองการหักภาษีของรอบเดิม

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน)

ค่าตอบแทนตัวแทนเป็นเงินได้ของตัวแทน ถ้าตัวการเป็นนิติบุคคล โดยทั่วไปต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและออกหนังสือรับรองการหักภาษี (ตัวแทนที่เป็นนิติบุคคลโดยทั่วไปหักร้อยละ 3 ตัวแทนที่เป็นบุคคลธรรมดาคำนวณตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ให้ตรวจกับกรมสรรพากร) ตัวการที่เป็นบุคคลธรรมดาโดยทั่วไปไม่มีหน้าที่หัก ตัวแทนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษี

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาเช่าที่ดินทำเกษตร

ค่าเช่าเป็นเงินได้ของผู้ให้เช่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลหักร้อยละ 5 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของที่ดินที่ใช้ทำเกษตรมีอัตราและข้อยกเว้นเฉพาะ ให้ตรวจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินตั้งอยู่

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า

การหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าซื้อพืชผลทางการเกษตรต้องตรวจก่อนลงนาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 9 มีหลักเกณฑ์การหักภาษีเมื่อผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซื้อพืชผลทางการเกษตรบางชนิด ให้ตรวจชนิดผลผลิตและอัตราที่ใช้กับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากรก่อนลงนาม การขายพืชผลทางการเกษตรที่ยังไม่แปรรูปโดยทั่วไปได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ตรวจกับสรรพากรพื้นที่

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI

ค่าจ้างพัฒนาระบบเป็นการรับจ้างทำของ ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้พัฒนา · ถ้าจ่ายค่าโมเดลหรือค่าคลาวด์ตรงไปยังผู้ให้บริการต่างประเทศ มีกฎอีกชุดหนึ่ง ทั้งการหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้ที่จ่ายไปต่างประเทศกับอนุสัญญาภาษีซ้อน และการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการต่างประเทศ ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนจ่ายรอบแรก เพราะเป็นรายการที่เกิดทุกเดือนและย้อนแก้ยาก

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ

ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) · ค่าอะไหล่/น้ำยาที่ออกใบกำกับแยกเป็นค่าสินค้า ไม่ต้องหัก — ขอให้ผู้รับจ้างแยกรายการในใบแจ้งหนี้

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของแก่ผู้รับที่เข้าเงื่อนไข หักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 จากค่าจ้างก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทแม้แบ่งจ่ายต่ำกว่านั้นตามข้อ 12/7 ออกหนังสือรับรองและนำส่งตามกำหนด ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ค่า API ที่ผู้ว่าจ้างชำระตรงไม่ใช่รายได้ผู้รับจ้าง ส่วนเงินสำรองจ่ายต้องแยกเอกสารหลักฐานและตรวจการปฏิบัติทางภาษีตามผู้รับเงินกับลักษณะรายการจริง · ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามอัตราปัจจุบันและออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 เมื่อชำระค่า API ให้ผู้ให้บริการต่างประเทศต้องตรวจภาษีและภาษีมูลค่าเพิ่มของบริการข้ามแดนตามข้อเท็จจริง ไม่สมมติว่าเป็นค่าบริการในประเทศ

ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ และใครมีหน้าที่หัก — กรณีสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ถ้าผู้ออกแบบเป็นสถาปนิกหรือวิศวกรบุคคลธรรมดา ค่าจ้างเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(6) หักตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 7 ถ้าผู้ออกแบบเป็นบริษัท หักตามข้อ 8 ผู้ออกแบบที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 78/1 และ 86

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 20 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 40

บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ไม่มีที่อยู่ปกติเป็นหลักแหล่ง หรือเป็นผู้ครองชีพในการเดินทางไปมาปราศจากหลักแหล่งที่ทำการงาน พบตัวในถิ่นไหนให้ถือว่าถิ่นนั้นเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น

ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1

ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (1) “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคล (2) “บุคคลธรรมดา” หมายความรวมถึง กองมรดก (3) “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน หรือมูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงหน่วยงาน หรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล (4) “นิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 องค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 สหกรณ์ และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล (5) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ (6) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 (7) “ตัวแทน” หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใด ๆ อันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทนผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด (10) “บริการ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (10/1) “บริการทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บริการซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ซึ่งลักษณะของบริการเป็นไปโดยอัตโนมัติในสาระสำคัญ โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้หากปราศจากเทคโนโลยีสารสนเทศ (10/2) “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายความว่า ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการอื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457

ค่าฤชาธรรมเนียมทำสัญญาซื้อขายนั้น ผู้ซื้อผู้ขายพึงออกใช้เท่ากันทั้งสองฝ่าย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544

ทรัพย์สินซึ่งเช่านั้น ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงหรือโอนสิทธิของตนอันมีในทรัพย์สินนั้นไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลภายนอก ท่านว่าหาอาจทำได้ไม่ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาเช่า

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34

สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป

หมวด 2 กำหนดอายุความ

ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/2

การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้ (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ (2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า การให้บริการในราชอาณาจักรให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรให้ถือว่าการให้บริการนั้น เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 81

ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้ (ก) การขายพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นลำต้น กิ่ง ใบ เปลือก หน่อ รากเหง้า ดอก หัว ฝัก เมล็ด หรือส่วนอื่น ๆ ของพืช และวัตถุพลอยได้จากพืช ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บด ทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น ข้าวสารหรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสีข้าว แต่ไม่รวมถึงไม้ซุง ฟืน หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเลื่อยไม้ หรือผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การขายสัตว์ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต และในกรณีสัตว์ไม่มีชีวิตไม่ว่าจะเป็นเนื้อ ส่วนต่าง ๆ ของสัตว์ ไข่ น้ำนม และวัตถุพลอยได้จากสัตว์ ทั้งนี้ ที่อยู่ในสภาพสดหรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเป็นการชั่วคราวในระหว่างขนส่งด้วยการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง หรือด้วยการจัดทำหรือปรุงแต่งโดยวิธีการอื่น หรือรักษาสภาพไว้เพื่อมิให้เสียเพื่อการขายปลีกหรือขายส่งด้วยวิธีการแช่เย็น แช่เย็นจนแข็ง ทำให้แห้ง บด ทำให้เป็นชิ้น หรือด้วยวิธีอื่น แต่ไม่รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุกระป๋อง ภาชนะ หรือหีบห่อที่ทำเป็นอุตสาหกรรมตามลักษณะและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ค) การขายปุ๋ย (ง) การขายปลาป่น อาหารสัตว์ (จ) การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุงรักษาป้องกันทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์ (ฉ) การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน (ช) การให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (ซ) การให้บริการที่เป็นงานทางศิลปะและวัฒนธรรมในสาขา และลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ฌ) การให้บริการการประกอบโรคศิลปะ การสอบบัญชี การว่าความ หรือการประกอบวิชาชีพอิสระอื่นตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทั้งนี้ เฉพาะวิชาชีพอิสระที่มีกฎหมายควบคุมการประกอบวิชาชีพอิสระนั้น (ญ) การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล (ฎ) การให้บริการวิจัย หรือการให้บริการทางวิชาการ ทั้งนี้ ในสาขาและลักษณะการประกอบกิจการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ฏ) การให้บริการห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ (ฐ) การให้บริการตามสัญญาจ้างแรงงาน (ฑ) การให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น (ฒ) การให้บริการของนักแสดงสาธารณะ ทั้งนี้ เฉพาะบริการในสาขาและลักษณะการประกอบกิจการตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ณ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร (ด) การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศซึ่งมิใช่เป็นการขนส่งโดยอากาศยานหรือเรือเดินทะเล (ต) การให้บริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (ถ) การให้บริการของราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบริการที่เป็นการพาณิชย์ของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นการหารายได้หรือผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นกิจการสาธารณูปโภคหรือไม่ก็ตาม (ท) การขายสินค้าหรือการให้บริการของกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งส่งรายรับทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย (ธ) การขายสินค้าหรือการให้บริการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนาหรือการสาธารณกุศลภายในประเทศซึ่งไม่นำผลกำไรไปจ่ายในทางอื่น (น) การขายสินค้าหรือการให้บริการตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา (2) การนำเข้าสินค้าดังต่อไปนี้ (ก) สินค้าตาม (1) (ก) ถึง (ฉ) (ข)2 สินค้าจากต่างประเทศที่นำเข้าไปในเขตปลอดอากร ทั้งนี้ เฉพาะสินค้าที่ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น (ค) สินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร (ง) สินค้าซึ่งนำเข้าและอยู่ในอารักขาของศุลกากร แล้วได้ส่งกลับออกไปต่างประเทศ โดยได้คืนอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (3) การส่งออกซึ่งสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/16 การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการตามมาตรานี้ อธิบดีจะเสนอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณากำหนดลักษณะของกิจการและเงื่อนไขในการประกอบกิจการที่ได้รับการยกเว้นตามมาตรานี้ก็ได้ และเมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรได้วินิจฉัยแล้วให้ประกาศคำวินิจฉัยของคณะกรรมการดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา และหากกิจการนั้นมิได้เป็นไปตามลักษณะและเงื่อนไขที่กำหนด กิจการนั้นจะไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรานี้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4

ในพระราชบัญญัตินี้ “สินค้า” หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย รวมทั้งผลิตผลเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงกระแสไฟฟ้า ยกเว้นสินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “ผลิตผลเกษตรกรรม” หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจากเกษตรกรรมต่าง ๆ เช่น การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด แต่ไม่รวมถึงผลิตผลที่เกิดจากธรรมชาติ “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง แต่ง ประกอบ ประดิษฐ์ แปรสภาพ เปลี่ยนรูป ดัดแปลง คัดเลือก แบ่งบรรจุ แช่เยือกแข็ง หรือฉายรังสี รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “ผู้เสียหาย” หมายความว่า ผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น “ความเสียหายต่อจิตใจ” หมายความว่า ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ ความอับอาย หรือความเสียหายต่อจิตใจอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “สินค้าที่ไม่ปลอดภัย” หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้ “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และให้หมายความรวมถึงให้เช่า ให้เช่าซื้อ จัดหา ตลอดจนเสนอ ชักชวน หรือนำออกแสดงเพื่อการดังกล่าว “นำเข้า” หมายความว่า นำหรือสั่งสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักเพื่อขาย “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า (1) ผู้ผลิต หรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต (2) ผู้นำเข้า (3) ผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้ (4) ผู้ซึ่งใช้ชื่อ ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย ข้อความหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ อันมีลักษณะที่จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

ประมวลรัษฎากร มาตรา 83

ภายใต้บังคับมาตรา 83/1 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนด โดยให้ยื่นเป็นรายเดือนภาษีพร้อมกับชำระภาษีถ้ามี ไม่ว่าจะได้ขายสินค้าหรือให้บริการในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีสำหรับเดือนภาษีใดให้ยื่นภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีให้ยื่นและชำระ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดสถานที่เป็นอย่างอื่น ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง การยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษี ให้แยกยื่นและชำระเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะยื่นคำร้องต่ออธิบดีขออนุมัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีรวมกัน ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่แห่งใดแห่งหนึ่ง หรือ ณ สถานที่ที่อธิบดีกำหนดตามวรรคสามก็ได้ และเมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีแล้ว ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่เดือนภาษีที่อธิบดีกำหนดเป็นต้นไป ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามวรรคหนึ่ง หากมีเครดิตภาษีหรือมีภาษีที่ต้องขอคืนให้ดำเนินการตามส่วน 8

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/4

ภายใต้บังคับมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยคำนวณจากฐานภาษีตามส่วน 3 และอัตราภาษีตามส่วน 4 บทบัญญัติมาตรานี้มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอหรือแสดงราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้แจ้งให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทราบด้วยหรือไม่ก็ตาม ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรานี้ ย่อมเป็นภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรานี้ เนื่องจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการมาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของตน ย่อมเป็นภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

อ่านต่อ หัวข้อกฎหมายอื่น

สัญญาแต่ละประเภทต้องติดอากรแสตมป์เท่าไรไล่ทีละฉบับจากแบบฟอร์ม 283 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ พร้อมมาตราที่อ้างอิงทำสัญญาแต่ละประเภทแล้วต้องเสียภาษีอะไร หักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ไล่ทีละฉบับจากแบบฟอร์ม 240 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ พร้อมมาตราที่อ้างอิงสัญญาแบบไหนที่กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนหรือทำตามแบบ ไม่ทำแล้วเป็นโมฆะไล่ทีละฉบับจากแบบฟอร์ม 163 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ พร้อมมาตราที่อ้างอิงทำสัญญาแล้วมีข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวข้อง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไรรวมจากสัญญา 145 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ ว่าหัวข้อนี้ถูกเขียนลงสัญญาแต่ละแบบอย่างไร พร้อมมาตราที่อ้างอิงจ้างคนอื่นทำงานให้ แล้วลิขสิทธิ์ในผลงานเป็นของใครรวมจากสัญญา 67 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ ว่าหัวข้อนี้ถูกเขียนลงสัญญาแต่ละแบบอย่างไร พร้อมมาตราที่อ้างอิงข้อสัญญาแบบไหนที่ศาลไทยลดหรือไม่บังคับให้ แม้อีกฝ่ายเซ็นแล้วรวมจากสัญญา 145 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ ว่าหัวข้อนี้ถูกเขียนลงสัญญาแต่ละแบบอย่างไร พร้อมมาตราที่อ้างอิง