สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน ต้องมีอะไรบ้าง
นายจ้างจ้างผู้ให้บริการคำนวณเงินเดือนพนักงานรายเดือน ทำสลิป ไฟล์โอนธนาคาร และยื่นภาษีกับประกันสังคม คิดค่าบริการเหมาเดือนละเท่ากัน · ผู้ว่าจ้างยังเป็นนายจ้าง ถ้าเงินเดือนออกช้าหรือขาด นายจ้างต้องจ่ายพนักงานก่อน แล้วค่อยเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 4.3
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อบริษัทมีพนักงานรายเดือนและจ้างคนนอกทำเงินเดือนแทนฝ่ายบุคคล |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการรวม ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากร สำหรับค่าบริการรวม … คิดเป็นอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าต่อมามีค่าบริการส่วนเกินรายหัวตามข้อ 2.2 ให้ปิดอากรเพิ่มตามจำนวนที่รับจริง ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ตราสารที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) |
| ภาษี | ค่าบริการไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีได้ทั้งแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะผู้รับ) เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ภาษีที่หักจากเงินเดือนพนักงานและเงินสมทบประกันสังคมเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามกฎหมายเสมอ การจ้างผู้ให้บริการไม่ได้โอนหน้าที่นี้ไป ถ้ายื่นช้า หน่วยงานเรียกเงินเพิ่มจากนายจ้างก่อน แล้วนายจ้างจึงเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 4.3 ถ้าเป็นความผิดของผู้ให้บริการ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 224/1 (ข้อ 2.4), 373 (ข้อ 4.6), 381 ว.3 (ข้อ 4.5 ถ้อยคำกลาง ข.), 383 (ค่าปรับรายวัน), 386–387 (ข้อ 11.2 ถ้อยคำกลาง ค.), 575, 587 (after.md), 810 (เงินนำส่งเป็นของผู้ว่าจ้าง — ข้อ 5.2) · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ม.9 (ดอกเบี้ย 15% ต่อปี และเงินเพิ่ม 15% ทุก 7 วันเมื่อนายจ้างจ่ายค่าจ้างล่าช้า — ข้อ 4.3 และ after.md), ม.76–77 (หักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนด ต้องมีหนังสือยินยอม เพดานร้อยละ 10 / 1 ใน 5 — ข้อ 4.2) · พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.26 (ข้อมูลอ่อนไหว — ข้อ 7.2), 28–29, 37(4), 40 (รวมวรรคท้าย — ข้อ 7.5) · ประมวลรัษฎากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และ 12/1 (หัก 3%), ม.118, บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อบริษัทมีพนักงานรายเดือนและจ้างคนนอกทำเงินเดือนแทนฝ่ายบุคคล
- ใช้เมื่อผู้ให้บริการทำเงินเดือนต้องการสัญญาที่กำหนดวันส่งข้อมูล วันส่งร่าง และขั้นตอนยืนยันก่อนโอนเงิน
- ใช้เมื่อต้องการให้ผู้ให้บริการทำเอกสารสิ้นปี ภ.ง.ด.1ก และหนังสือรับรองการหักภาษีให้พนักงานทุกคน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้ว่าจ้างยังเป็นนายจ้าง ถ้าเงินเดือนออกช้าหรือขาด นายจ้างต้องจ่ายพนักงานก่อน แล้วค่อยเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 4.3
- อย่าให้ผู้ให้บริการมีสิทธิสั่งโอนเงินในบัญชีบริษัท และตรวจยอดรวมในไฟล์โอนกับทะเบียนเงินเดือนก่อนกดโอนทุกครั้ง
- การหักเงินเดือนคืนเพราะจ่ายเกินต้องมีหนังสือยินยอมของพนักงาน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76–77)
- ข้อมูลเงินเดือน เลขบัตร และบัญชีธนาคารเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องคุ้มครองเข้ม ห้ามผู้ให้บริการนำเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ
- ตั้งวันส่งข้อมูลให้ห่างจากวันจ่ายเงินเดือนพอสำหรับการตรวจร่างและการโอนผ่านธนาคาร
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้ามีลูกจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง จ่ายหลายงวดต่อเดือน และคิดค่าบริการตามจำนวนรายการต่องวด ให้ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง
- ถ้าจ้างทำบัญชีทั้งกิจการ ยื่นภาษีและปิดงบ ไม่ได้คำนวณเงินเดือนรายคน ให้ใช้ สัญญาจ้างทำบัญชี
- ถ้าจ้างผู้ให้บริการทำเงินเดือนอยู่แล้วตามสัญญาหรือใบเสนอราคาเดิมที่ไม่มีข้อความลับ และต้องการเพียงเอกสารแนบเรื่องความลับกับข้อมูลเงินเดือนพนักงาน ให้ใช้ สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) · ถ้าต้องการให้พนักงานของตนเองรับรองว่าจะรักษาความลับของกิจการ ให้ใช้ คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า
- ถ้าผู้ให้บริการใช้สัญญาหลักของตนเองอยู่แล้ว และต้องการเพียงข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ม.40 ให้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)
อากรแสตมป์
สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการรวม ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากร สำหรับค่าบริการรวม … คิดเป็นอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าต่อมามีค่าบริการส่วนเกินรายหัวตามข้อ 2.2 ให้ปิดอากรเพิ่มตามจำนวนที่รับจริง ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ตราสารที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
ภาษี
- ค่าบริการไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีได้ทั้งแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะผู้รับ) เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
- ภาษีที่หักจากเงินเดือนพนักงานและเงินสมทบประกันสังคมเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามกฎหมายเสมอ การจ้างผู้ให้บริการไม่ได้โอนหน้าที่นี้ไป ถ้ายื่นช้า หน่วยงานเรียกเงินเพิ่มจากนายจ้างก่อน แล้วนายจ้างจึงเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 4.3 ถ้าเป็นความผิดของผู้ให้บริการ
เงินเดือนผิดหรือออกช้า ใครรับผิดชอบ
- นายจ้างที่จ่ายค่าจ้างช้ากว่ากำหนดต้องเสียดอกเบี้ยให้ลูกจ้างร้อยละ 15 ต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องเสียเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างทุก 7 วัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9) สัญญานี้จึงให้เลื่อนวันส่งงานที่ตรงวันหยุดมาเป็นวันทำการก่อนหน้า (ข้อ 3.3) และห้ามหยุดบริการในช่วงห้าวันทำการก่อนวันจ่ายเงินเดือน (ข้อ 11.1)
- ถ้าผู้ให้บริการคำนวณผิด ผู้ให้บริการแก้ไขฟรีและชดใช้ดอกเบี้ย เงินเพิ่ม และค่าปรับที่เกิดขึ้น (ข้อ 4.3) แต่เงินเดือนที่ต้องจ่ายพนักงานอยู่แล้วยังเป็นของนายจ้าง
- จ่ายเงินเดือนเกิน นายจ้างหักคืนจากเงินเดือนงวดต่อไปได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาต ต้องมีหนังสือยินยอมที่พนักงานลงลายมือชื่อเป็นการเฉพาะ และการหักบางประเภทมีเพดานร้อยละ 10 และรวมไม่เกิน 1 ใน 5 ของค่าจ้าง (มาตรา 76–77) หักโดยไม่มีหนังสือยินยอมเป็นการผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ข้อ 4.2 จึงห้ามผู้ให้บริการตั้งรายการหักก่อนนายจ้างยืนยัน
เงินภาษีและเงินสมทบที่ผู้ให้บริการนำส่งแทน
ผู้ให้บริการที่รับเงินไปนำส่งแทนต้องส่งเงินที่ได้รับไว้ให้ผู้ว่าจ้างจงสิ้น (ป.พ.พ. มาตรา 810) ให้โอนเข้าบัญชีแยกเงินลูกค้าที่ระบุ ก่อนวันครบกำหนด … วันทำการ และตรวจใบเสร็จจากระบบของกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคมทุกเดือน การนำเงินนี้ไปหักค่าบริการหรือใช้เอง เป็นการผิดข้อ 5.2 ที่แก้ไขไม่ได้และอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก
ข้อมูลเงินเดือนและข้อมูลส่วนบุคคล
- ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนนายจ้าง ข้อ 7 คือข้อตกลงที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 วรรคสามบังคับให้ผู้ควบคุมต้องจัดให้มี ถ้าผู้ให้บริการใช้ข้อมูลนอกคำสั่ง ผู้ให้บริการมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองสำหรับการนั้น
- นายจ้างต้องแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ (มาตรา 37(4)) สัญญาจึงให้ผู้ให้บริการแจ้งนายจ้างภายใน 24 ชั่วโมง
- ข้อมูลสุขภาพและการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเป็นข้อมูลอ่อนไหว (มาตรา 26) ข้อ 7.2 จึงให้ส่งเฉพาะจำนวนวันหรือจำนวนเงิน ไม่ต้องส่งใบรับรองแพทย์ · การเก็บข้อมูลบนระบบที่อยู่ต่างประเทศต้องเข้าเงื่อนไขมาตรา 28–29
- ห้ามนำข้อมูลเงินเดือนเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ (ข้อ 7.4) ฝ่าฝืนแล้วถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลนอกคำสั่ง ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 11.2 และเรียกค่าเสียหายได้ ผู้ให้บริการยังอาจรับโทษปรับทางปกครองในฐานะผู้ควบคุมข้อมูล
- ข้อ 7 และข้อ 8 ของสัญญานี้ครอบคลุมความลับและข้อมูลส่วนบุคคลครบแล้ว ไม่ต้องทำสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) ซ้ำ — ฉบับนั้นใช้เมื่อจ้างผู้ให้บริการอยู่แล้วตามสัญญาเดิมที่ไม่มีข้อความลับ ถ้าต้องการให้พนักงานของนายจ้างเองรับรองว่าจะรักษาความลับ ให้ใช้คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า
ความปลอดภัยของการโอนเงินเดือน
ข้อ 9.2 ห้ามให้ผู้ให้บริการมีสิทธิสั่งโอนเงิน ให้ผู้มีอำนาจของนายจ้างตรวจยอดรวมและจำนวนรายการในไฟล์โอนกับทะเบียนเงินเดือนที่ยืนยันแล้วก่อนอนุมัติทุกงวด มิจฉาชีพมักแก้เลขบัญชีในไฟล์หรือส่งอีเมลปลอมแจ้งเปลี่ยนบัญชีรับเงินของพนักงาน การเปลี่ยนเลขบัญชีของพนักงานควรยืนยันกับตัวพนักงานโดยตรงทุกครั้ง
ผู้ให้บริการ ไม่ใช่ลูกจ้าง
สัญญานี้เป็นการจ้างทำของ (ป.พ.พ. มาตรา 587) ถ้านายจ้างให้คนของผู้ให้บริการนั่งทำงานประจำที่สำนักงาน ลงเวลา และสั่งงานรายวัน อาจกลายเป็นจ้างแรงงาน (มาตรา 575) ศาลดูจากการปฏิบัติจริงมากกว่าชื่อสัญญา
ค่าปรับส่งงานล่าช้า
ค่าปรับวันละ … รวมไม่เกินค่าบริการของเดือนนั้น ศาลลดค่าปรับที่สูงเกินส่วนได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383) รับงานล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
เพดานความรับผิด
ความรับผิดของผู้ให้บริการตามข้อ 4.3 จำกัดไม่เกินค่าบริการ … เดือน ยกเว้นจงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ป.พ.พ. มาตรา 373) และการผิดหน้าที่เรื่องข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับ ข้อจำกัดความรับผิดในสัญญาสำเร็จรูปบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4)
เอกสารแนบท้าย
- เอกสารแนบท้ายหมายเลข 1 ใบเสนอราคาของผู้ให้บริการ …
- ระเบียบเงินเดือน สวัสดิการ และโครงสร้างค่าจ้างของผู้ว่าจ้างที่ใช้คำนวณ
- รายชื่อผู้มีอำนาจยืนยันร่างทะเบียนเงินเดือนและอีเมลที่ใช้ยืนยัน
- หนังสือรับรองนิติบุคคลของคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคล (ไม่เกิน 6 เดือน)
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า ปิดอากรในวันลงนาม และลงนามก่อนส่งข้อมูลพนักงานชุดแรกให้ผู้ให้บริการ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-28873A · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการรวม ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากร สำหรับค่าบริการรวม … คิดเป็นอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าต่อมามีค่าบริการส่วนเกินรายหัวตามข้อ 2.2 ให้ปิดอากรเพิ่มตามจำนวนที่รับจริง ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ตราสารที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าบริการไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีได้ทั้งแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะผู้รับ) เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ภาษีที่หักจากเงินเดือนพนักงานและเงินสมทบประกันสังคมเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามกฎหมายเสมอ การจ้างผู้ให้บริการไม่ได้โอนหน้าที่นี้ไป ถ้ายื่นช้า หน่วยงานเรียกเงินเพิ่มจากนายจ้างก่อน แล้วนายจ้างจึงเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 4.3 ถ้าเป็นความผิดของผู้ให้บริการ
ใช้สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงานตอนไหน
ใช้เมื่อบริษัทมีพนักงานรายเดือนและจ้างคนนอกทำเงินเดือนแทนฝ่ายบุคคล · ใช้เมื่อผู้ให้บริการทำเงินเดือนต้องการสัญญาที่กำหนดวันส่งข้อมูล วันส่งร่าง และขั้นตอนยืนยันก่อนโอนเงิน · ใช้เมื่อต้องการให้ผู้ให้บริการทำเอกสารสิ้นปี ภ.ง.ด.1ก และหนังสือรับรองการหักภาษีให้พนักงานทุกคน
ทำสัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงานต้องระวังอะไร
ผู้ว่าจ้างยังเป็นนายจ้าง ถ้าเงินเดือนออกช้าหรือขาด นายจ้างต้องจ่ายพนักงานก่อน แล้วค่อยเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 4.3 · อย่าให้ผู้ให้บริการมีสิทธิสั่งโอนเงินในบัญชีบริษัท และตรวจยอดรวมในไฟล์โอนกับทะเบียนเงินเดือนก่อนกดโอนทุกครั้ง · การหักเงินเดือนคืนเพราะจ่ายเกินต้องมีหนังสือยินยอมของพนักงาน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76–77) · ข้อมูลเงินเดือน เลขบัตร และบัญชีธนาคารเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องคุ้มครองเข้ม ห้ามผู้ให้บริการนำเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ · ตั้งวันส่งข้อมูลให้ห่างจากวันจ่ายเงินเดือนพอสำหรับการตรวจร่างและการโอนผ่านธนาคาร
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน
ถ้ามีลูกจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง จ่ายหลายงวดต่อเดือน และคิดค่าบริการตามจำนวนรายการต่องวด ให้ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง · ถ้าจ้างทำบัญชีทั้งกิจการ ยื่นภาษีและปิดงบ ไม่ได้คำนวณเงินเดือนรายคน ให้ใช้ สัญญาจ้างทำบัญชี · ถ้าจ้างผู้ให้บริการทำเงินเดือนอยู่แล้วตามสัญญาหรือใบเสนอราคาเดิมที่ไม่มีข้อความลับ และต้องการเพียงเอกสารแนบเรื่องความลับกับข้อมูลเงินเดือนพนักงาน ให้ใช้ สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) · ถ้าต้องการให้พนักงานของตนเองรับรองว่าจะรักษาความลับของกิจการ ให้ใช้ คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า · ถ้าผู้ให้บริการใช้สัญญาหลักของตนเองอยู่แล้ว และต้องการเพียงข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA ม.40 ให้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)
ลงนามสัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงานต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า ปิดอากรในวันลงนาม และลงนามก่อนส่งข้อมูลพนักงานชุดแรกให้ผู้ให้บริการ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 14 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1
ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9
ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงินตามมาตรา 10 วรรคสอง ไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 70 หรือไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างหยุดกิจการตามมาตรา 75 หรือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 120/1 มาตรา 121 และมาตรา 122 ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28
บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373
ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น ท่านว่าเป็นโมฆะ
หมวด 2 ผลแห่งสัญญา