สัญญาบริหารร้านอาหาร ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของร้านอาหารจ้างผู้บริหารเข้ามาดูแลการดำเนินงานประจำวัน โดยเจ้าของร้านยังเป็นเจ้าของกิจการ รายได้ และใบอนุญาตทั้งหมด · เงินรายได้ของร้านต้องเข้าบัญชีเจ้าของร้านโดยตรง ผู้บริหารถือเงินในฐานะตัวแทนตาม ป.พ.พ. ม.810–811
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อเจ้าของร้านไม่มีเวลาดูแลเองและจ้างผู้จัดการมืออาชีพหรือบริษัทบริหารร้านอาหาร |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญานี้มีสองส่วนในฉบับเดียว ส่วนจ้างบริหาร เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้บริหารเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าบริหารรวมตลอดสัญญา … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตัวเลขนี้คิดเฉพาะค่าบริหารรายเดือน ค่าตอบแทนตามผลงานที่ยังไม่รู้จำนวนให้ตรวจอากรส่วนเพิ่มเมื่อรู้ยอด ส่วนตั้งตัวแทน ข้อ 2 ให้ผู้บริหารสั่งซื้อแทนเจ้าของร้านได้หลายครั้ง จึงเข้าลักษณะ 21 ตัวแทน มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท เจ้าของร้านซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ค่าบริหารเป็นค่าจ้างทำของหรือค่าบริการ เจ้าของร้านที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้บริหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 รายได้ของร้านทั้งหมดเป็นรายได้ของเจ้าของร้าน ไม่ใช่ของผู้บริหาร แม้ผู้บริหารเป็นผู้รับเงินจากลูกค้า ข้อ 4.1 จึงบังคับให้เงินเข้าบัญชีเจ้าของร้านโดยตรง เพราะผู้บริหารเป็นนายจ้างของพนักงาน ผู้บริหารต้องหักภาษีเงินเดือนและนำส่งประกันสังคมในนามตนเอง และเจ้าของร้านควรขอดูหลักฐานการนำส่งเป็นระยะ เพราะถ้าผู้บริหารไม่นำส่ง พนักงานอาจอ้างว่าเจ้าของร้านเป็นนายจ้างที่แท้จริง |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ใบอนุญาตทุกใบของร้านต้องอยู่ในนามเจ้าของร้านต่อไป ได้แก่ ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ใบอนุญาตขายสุรา และทะเบียนพาณิชย์ การเปลี่ยนผู้ถือใบอนุญาตเป็นผู้บริหารจะทำให้การเลิกสัญญาภายหลังซับซ้อนมาก ข้อ 7.1 ล็อกไว้แล้ว |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 575, 587, 797, 810, 811, 821; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.5; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4, 21; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/7 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อเจ้าของร้านไม่มีเวลาดูแลเองและจ้างผู้จัดการมืออาชีพหรือบริษัทบริหารร้านอาหาร
- ใช้เมื่อนักลงทุนเปิดร้านแล้วให้เชฟหรือผู้มีประสบการณ์บริหารโดยจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน
- ใช้เมื่อต้องกำหนดวงเงินที่ผู้บริหารสั่งซื้อแทนได้และวิธีจัดการเงินสด
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- เงินรายได้ของร้านต้องเข้าบัญชีเจ้าของร้านโดยตรง ผู้บริหารถือเงินในฐานะตัวแทนตาม ป.พ.พ. ม.810–811
- ต้องกำหนดให้ชัดว่าพนักงานเป็นลูกจ้างของใคร เพราะกำหนดว่าใครจ่ายค่าชดเชยและประกันสังคม
- บัญชีแอปส่งอาหาร เพจ และระบบขายต้องอยู่ในชื่อเจ้าของร้าน
- เมื่อเปลี่ยนผู้บริหารต้องแจ้งผู้จำหน่าย มิฉะนั้นอาจยังผูกพันตามอำนาจที่ปรากฏตาม ม.821
- สัญญานี้ต้องปิดอากรทั้งลักษณะ 4 จ้างทำของ และลักษณะ 21 ตัวแทน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าผู้บริหารลงทุนเปิดร้านเองภายใต้แบรนด์ของผู้อื่น ให้ใช้ สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)
- ถ้าจ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำโดยไม่ได้บริหารจริงและไม่ถือเงิน ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- ถ้าจ้างเป็นพนักงานประจำภายใต้การบังคับบัญชาเต็มรูปแบบ ให้ใช้สัญญาจ้างแรงงาน
- สัญญาจ้างบริหารร้านอาหาร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Restaurant Management Agreement — สัญญาจ้างบริหารร้านอาหาร ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญานี้มีสองส่วนในฉบับเดียว
- ส่วนจ้างบริหาร เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้บริหารเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าบริหารรวมตลอดสัญญา … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตัวเลขนี้คิดเฉพาะค่าบริหารรายเดือน ค่าตอบแทนตามผลงานที่ยังไม่รู้จำนวนให้ตรวจอากรส่วนเพิ่มเมื่อรู้ยอด
- ส่วนตั้งตัวแทน ข้อ 2 ให้ผู้บริหารสั่งซื้อแทนเจ้าของร้านได้หลายครั้ง จึงเข้าลักษณะ 21 ตัวแทน มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท เจ้าของร้านซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ใบอนุญาตทุกใบของร้านต้องอยู่ในนามเจ้าของร้านต่อไป ได้แก่ ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ใบอนุญาตขายสุรา และทะเบียนพาณิชย์ การเปลี่ยนผู้ถือใบอนุญาตเป็นผู้บริหารจะทำให้การเลิกสัญญาภายหลังซับซ้อนมาก ข้อ 7.1 ล็อกไว้แล้ว
ภาษี
ค่าบริหารเป็นค่าจ้างทำของหรือค่าบริการ เจ้าของร้านที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้บริหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
รายได้ของร้านทั้งหมดเป็นรายได้ของเจ้าของร้าน ไม่ใช่ของผู้บริหาร แม้ผู้บริหารเป็นผู้รับเงินจากลูกค้า ข้อ 4.1 จึงบังคับให้เงินเข้าบัญชีเจ้าของร้านโดยตรง เพราะผู้บริหารเป็นนายจ้างของพนักงาน ผู้บริหารต้องหักภาษีเงินเดือนและนำส่งประกันสังคมในนามตนเอง และเจ้าของร้านควรขอดูหลักฐานการนำส่งเป็นระยะ เพราะถ้าผู้บริหารไม่นำส่ง พนักงานอาจอ้างว่าเจ้าของร้านเป็นนายจ้างที่แท้จริง
ผู้บริหารถือเงินของร้าน — ความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
ผู้บริหารที่รับเงินสดจากลูกค้าและสั่งซื้อของแทนร้านมีฐานะเป็นตัวแทนของเจ้าของร้านตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 เงินที่รับไว้ต้องส่งมอบให้เจ้าของร้านตามมาตรา 810 และถ้าเอาไปใช้เพื่อตนต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 811 ข้อ 4.1 จึงกำหนดรอบนำฝากเงินสดและห้ามปะปนเงิน การยักยอกเงินรายได้ของร้านยังเป็นความผิดอาญาฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา แยกจากความรับผิดทางสัญญา และข้อ 10.2 ให้เจ้าของร้านเลิกสัญญาได้ทันทีเมื่อพบการทุจริต
ข้อ 2.3 เตือนเรื่องอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก ถ้าผู้จำหน่ายเคยขายของให้ร้านผ่านผู้บริหารมาตลอดและไม่รู้ว่าผู้บริหารถูกถอนอำนาจแล้ว เจ้าของร้านอาจต้องผูกพันตามคำสั่งซื้อนั้นตามมาตรา 821 จึงต้องแจ้งผู้จำหน่ายเมื่อเลิกสัญญา
ใครเป็นนายจ้างของพนักงาน
ข้อ 3.1 บังคับให้เลือกว่าพนักงานเป็นลูกจ้างของใคร เพราะเป็นคำถามที่กำหนดว่าใครต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง ใครต้องนำส่งประกันสังคม และใครถูกฟ้องที่ศาลแรงงาน การปล่อยให้ไม่ชัดคือการให้พนักงานเลือกฟ้องฝ่ายที่มีเงินมากกว่า ส่วนตัวผู้บริหารเอง ข้อ 1.3 เขียนว่าเป็นผู้รับจ้างอิสระ แต่ถ้าเจ้าของร้านสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และจ่ายเป็นเงินเดือนโดยไม่ผูกกับผลงาน อาจกลายเป็นจ้างแรงงานตามมาตรา 575 แทนจ้างทำของตามมาตรา 587
ใบอนุญาตอยู่ในชื่อเจ้าของร้าน ไม่ใช่ผู้บริหาร
ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38 ซึ่งแบ่งตามขนาด — สถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหาร พื้นที่เกิน 200 ตารางเมตรต้องมีใบอนุญาต ไม่เกินนั้นต้องมีหนังสือรับรองการแจ้ง ทั้งสองอย่างออกโดยเจ้าพนักงานท้องถิ่น ออกในชื่อผู้ประกอบกิจการ ซึ่งคือเจ้าของร้าน ไม่ใช่ผู้บริหารที่รับจ้างมา ผลคือเมื่อร้านถูกสั่งแก้ไข พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาต (มาตรา 44–46 และ 59) ผลตกกับเจ้าของร้านเต็ม ๆ แม้ต้นเหตุจะมาจากวิธีทำงานของผู้บริหาร สัญญาจึงควรผูกค่าตอบแทนตามผลงานของผู้บริหารเข้ากับการรักษามาตรฐานสุขลักษณะด้วย ไม่ใช่ผูกกับยอดขายอย่างเดียว
บัญชีของร้านต้องอยู่ในชื่อร้าน
ข้อ 8.2 และ 8.4 เป็นข้อห้ามยึดของไว้ต่อรอง ผู้บริหารที่สมัครแอปส่งอาหารหรือเพจร้านในชื่อตัวเอง เมื่อเลิกกันร้านจะหายไปจากแอปทันที ผู้บริหารที่เปลี่ยนรหัสผ่านหรือกักกุญแจร้านเพื่อเรียกค่าตอบแทนที่พิพาทถือว่าผิดสัญญาในข้อที่อยู่นอกเพดานความรับผิดตามข้อ 9.2 และการเข้าระบบของร้านหลังถูกถอนสิทธิอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในทางกลับกัน เจ้าของร้านห้ามระงับค่าบริหารส่วนที่ไม่โต้แย้งตามข้อ 6.3 ถ้าผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224
ข้อห้ามชักชวนต้องแคบ
ข้อ 11 ห้ามเฉพาะการชักชวนพนักงานและลูกค้าของร้านนี้ ไม่ได้ห้ามผู้บริหารไปบริหารร้านอื่น เพราะผู้บริหารร้านอาหารมักเป็นบุคคลธรรมดาที่ทำอาชีพนี้ ข้อห้ามแข่งขันแบบกว้างจะถูกศาลลดหรือไม่บังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อที่เจ้าของร้านพลาดบ่อย
- ไม่กำหนดวงเงินสั่งซื้อ — ผู้บริหารสั่งของล็อตใหญ่ผูกพันร้านโดยไม่มีใครอนุมัติ
- ให้เงินสดค้างอยู่ในมือผู้บริหารหลายวัน — ข้อ 4.1 กำหนดรอบนำฝาก
- ไม่ตรวจสต็อกกับรายงาน — ข้อ 4.3 ให้สิทธิตรวจได้ตลอด
- ไม่แจ้งผู้จำหน่ายเมื่อเปลี่ยนผู้บริหาร
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ขอบเขตงานบริหารและงบประมาณที่อนุมัติ
- รายชื่อผู้จำหน่ายที่อนุมัติและวงเงินสั่งซื้อ
- คู่มือการจัดการเงินสดและการนำฝาก
- รายการทรัพย์สิน อุปกรณ์ สต็อก และบัญชีออนไลน์ของร้าน ณ วันเริ่มสัญญา
- ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ตรวจนับสต็อกและเงินสดร่วมกันในวันเริ่มสัญญาและลงชื่อทั้งสองฝ่าย
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-F41F40 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาบริหารร้านอาหาร ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญานี้มีสองส่วนในฉบับเดียว ส่วนจ้างบริหาร เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้บริหารเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าบริหารรวมตลอดสัญญา … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตัวเลขนี้คิดเฉพาะค่าบริหารรายเดือน ค่าตอบแทนตามผลงานที่ยังไม่รู้จำนวนให้ตรวจอากรส่วนเพิ่มเมื่อรู้ยอด ส่วนตั้งตัวแทน ข้อ 2 ให้ผู้บริหารสั่งซื้อแทนเจ้าของร้านได้หลายครั้ง จึงเข้าลักษณะ 21 ตัวแทน มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท เจ้าของร้านซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาบริหารร้านอาหาร เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าบริหารเป็นค่าจ้างทำของหรือค่าบริการ เจ้าของร้านที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปแม้แบ่งจ่ายรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้บริหารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 รายได้ของร้านทั้งหมดเป็นรายได้ของเจ้าของร้าน ไม่ใช่ของผู้บริหาร แม้ผู้บริหารเป็นผู้รับเงินจากลูกค้า ข้อ 4.1 จึงบังคับให้เงินเข้าบัญชีเจ้าของร้านโดยตรง เพราะผู้บริหารเป็นนายจ้างของพนักงาน ผู้บริหารต้องหักภาษีเงินเดือนและนำส่งประกันสังคมในนามตนเอง และเจ้าของร้านควรขอดูหลักฐานการนำส่งเป็นระยะ เพราะถ้าผู้บริหารไม่นำส่ง พนักงานอาจอ้างว่าเจ้าของร้านเป็นนายจ้างที่แท้จริง
ใช้สัญญาบริหารร้านอาหารตอนไหน
ใช้เมื่อเจ้าของร้านไม่มีเวลาดูแลเองและจ้างผู้จัดการมืออาชีพหรือบริษัทบริหารร้านอาหาร · ใช้เมื่อนักลงทุนเปิดร้านแล้วให้เชฟหรือผู้มีประสบการณ์บริหารโดยจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน · ใช้เมื่อต้องกำหนดวงเงินที่ผู้บริหารสั่งซื้อแทนได้และวิธีจัดการเงินสด
ทำสัญญาบริหารร้านอาหารต้องระวังอะไร
เงินรายได้ของร้านต้องเข้าบัญชีเจ้าของร้านโดยตรง ผู้บริหารถือเงินในฐานะตัวแทนตาม ป.พ.พ. ม.810–811 · ต้องกำหนดให้ชัดว่าพนักงานเป็นลูกจ้างของใคร เพราะกำหนดว่าใครจ่ายค่าชดเชยและประกันสังคม · บัญชีแอปส่งอาหาร เพจ และระบบขายต้องอยู่ในชื่อเจ้าของร้าน · เมื่อเปลี่ยนผู้บริหารต้องแจ้งผู้จำหน่าย มิฉะนั้นอาจยังผูกพันตามอำนาจที่ปรากฏตาม ม.821 · สัญญานี้ต้องปิดอากรทั้งลักษณะ 4 จ้างทำของ และลักษณะ 21 ตัวแทน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาบริหารร้านอาหาร
ถ้าผู้บริหารลงทุนเปิดร้านเองภายใต้แบรนด์ของผู้อื่น ให้ใช้ สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) · ถ้าจ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำโดยไม่ได้บริหารจริงและไม่ถือเงิน ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · ถ้าจ้างเป็นพนักงานประจำภายใต้การบังคับบัญชาเต็มรูปแบบ ให้ใช้สัญญาจ้างแรงงาน · สัญญาจ้างบริหารร้านอาหาร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Restaurant Management Agreement — สัญญาจ้างบริหารร้านอาหาร ภาษาอังกฤษ
สัญญาบริหารร้านอาหาร ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ใบอนุญาตทุกใบของร้านต้องอยู่ในนามเจ้าของร้านต่อไป ได้แก่ ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการแจ้งสถานที่จำหน่ายอาหาร ใบอนุญาตขายสุรา และทะเบียนพาณิชย์ การเปลี่ยนผู้ถือใบอนุญาตเป็นผู้บริหารจะทำให้การเลิกสัญญาภายหลังซับซ้อนมาก ข้อ 7.1 ล็อกไว้แล้ว
ลงนามสัญญาบริหารร้านอาหารต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ตรวจนับสต็อกและเงินสดร่วมกันในวันเริ่มสัญญาและลงชื่อทั้งสองฝ่าย
ทำสัญญาบริหารร้านอาหารต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ขอบเขตงานบริหารและงบประมาณที่อนุมัติ รายชื่อผู้จำหน่ายที่อนุมัติและวงเงินสั่งซื้อ คู่มือการจัดการเงินสดและการนำฝาก รายการทรัพย์สิน อุปกรณ์ สต็อก และบัญชีออนไลน์ของร้าน ณ วันเริ่มสัญญา ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 15 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797
อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821
บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน
หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 38
ผู้ใดจะจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหารในอาคารหรือพื้นที่ใดซึ่ง
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 44
ภูมิลำเนาของผู้เยาว์ ได้แก่ภูมิลำเนาของผู้แทนโดยชอบธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครอง
ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47