สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ซื้อความพร้อมให้บริการเป็นรายเดือนตามโควตาที่ตกลง พร้อมเวลาตอบสนองและราคางานส่วนเกินที่ชัดเจน · เขียนโควตาเป็นหน่วยที่วัดได้ เช่น ชั่วโมง จำนวนชิ้น หรือจำนวนอุปกรณ์ อย่าเขียนว่าตามที่ร้องขอ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อจ้างเอเจนซีหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที บัญชี การตลาด ที่ปรึกษา
อากรแสตมป์จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าบริการรวมตลอดอายุสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ให้บริการ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า สัญญา Retainer มักทำยาวหลายปีจนยอดรวมสูงกว่าที่คิด ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) เช่น เดือนละ 30,000 บาท 36 เดือน ก็เกินเกณฑ์แล้ว · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท เมื่อต่ออายุสัญญาต้องตรวจอากรใหม่ตามยอดของคราวที่ต่อ การต่ออายุอัตโนมัติไม่ได้ทำให้อากรของคราวเดิมครอบคลุมคราวใหม่ ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้ให้บริการที่จะฟ้องเรียกค่าบริการค้างต้องติดให้ครบก่อน
ภาษีผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน ค่างานส่วนเกินก็เป็นค่าบริการ ถูกหัก 3% เช่นเดียวกัน ไม่ใช่รายการแยกที่ไม่ต้องหัก ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าบริการในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด กรณีชำระล่วงหน้าต้นเดือน ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ให้บริการเกิดเมื่อได้รับชำระ ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดที่รับเงินจริง ไม่ใช่รอสิ้นเดือน ผู้ให้บริการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.7, 224, 383, 391, 575, 587, 591, 593, 596, 605; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.9, 10, 18; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.28–29, 37(4), 39, 40; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118; คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อจ้างเอเจนซีหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที บัญชี การตลาด ที่ปรึกษา
  • ใช้เมื่อขายบริการเป็นแพ็กเกจปริมาณงานต่อเดือน และต้องมีราคางานส่วนเกิน
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดเวลาตอบสนองและเวลาเริ่มแก้ไขเรื่องเร่งด่วน
  • ใช้เมื่อต้องการระยะผูกพันขั้นต่ำเพราะผู้ให้บริการต้องกันกำลังคนไว้ล่วงหน้า

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • เขียนโควตาเป็นหน่วยที่วัดได้ เช่น ชั่วโมง จำนวนชิ้น หรือจำนวนอุปกรณ์ อย่าเขียนว่าตามที่ร้องขอ
  • ระบุงานที่ไม่รวมไว้เสมอ งานแบบ Retainer ถูกขอเพิ่มทีละอย่างจนเกินราคาที่ตกลงได้ง่ายที่สุด
  • ระยะผูกพันขั้นต่ำที่ยาวเกินสมควรอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4
  • ผู้ให้บริการระงับบริการเมื่อค้างชำระได้ แต่ห้ามยึดหรือลบข้อมูลและระบบของผู้ว่าจ้างเพื่อต่อรอง
  • ถ้าผู้ว่าจ้างสั่งงานรายวันและควบคุมเวลาทำงานของทีมผู้ให้บริการ ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานชิ้นเดียวที่มีวันจบ ให้ใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์แบบโครงการหรือสัญญาจ้างที่ปรึกษารายโครงการแทน
  • อย่าใช้เมื่อจ้างบุคคลคนเดียวทำงานประจำรายเดือนแบบมีวันลา ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน
  • อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงาน

อากรแสตมป์

  • จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าบริการรวมตลอดอายุสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
  • ผู้ให้บริการ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
  • สัญญา Retainer มักทำยาวหลายปีจนยอดรวมสูงกว่าที่คิด ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) เช่น เดือนละ 30,000 บาท 36 เดือน ก็เกินเกณฑ์แล้ว · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท
  • เมื่อต่ออายุสัญญาต้องตรวจอากรใหม่ตามยอดของคราวที่ต่อ การต่ออายุอัตโนมัติไม่ได้ทำให้อากรของคราวเดิมครอบคลุมคราวใหม่
  • ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร
  • ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้ให้บริการที่จะฟ้องเรียกค่าบริการค้างต้องติดให้ครบก่อน

ภาษี

  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน
  • ค่างานส่วนเกินก็เป็นค่าบริการ ถูกหัก 3% เช่นเดียวกัน ไม่ใช่รายการแยกที่ไม่ต้องหัก
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้
  • ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าบริการในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด
  • กรณีชำระล่วงหน้าต้นเดือน ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ให้บริการเกิดเมื่อได้รับชำระ ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดที่รับเงินจริง ไม่ใช่รอสิ้นเดือน
  • ผู้ให้บริการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ

Retainer ต่างจากสัญญาจ้างทำงานทั่วไปอย่างไร

  • ผู้ว่าจ้างซื้อ «ความพร้อมให้บริการ» ไม่ได้ซื้อชิ้นงาน ข้อ 1.2 เขียนหลักนี้ไว้ชัด เพราะเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายเต็มแม้เดือนนั้นเรียกใช้ไม่ครบโควตา — ถ้าตัดข้อ 1.2 ออก ข้อ 3.3 ที่ให้โควตาสิ้นไปทุกสิ้นเดือนจะไม่มีเหตุผลรองรับและอาจถูกมองว่าไม่เป็นธรรม
  • ระยะผูกพันขั้นต่ำมีเหตุผลรองรับได้ เพราะผู้ให้บริการต้องกันคนไว้ล่วงหน้า แต่ยาวเกินสมควรเมื่อเทียบกับมูลค่าสัญญาอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4 — ตลาดทั่วไปอยู่ที่ 3 ถึง 6 เดือน
  • การต่ออายุอัตโนมัติต้องมีทางออก ข้อ 2.3 และ 2.4 จึงกำหนดให้แจ้งล่วงหน้าได้ และถ้าผู้ให้บริการขอปรับราคาแล้วผู้ว่าจ้างไม่ตกลง ให้สัญญาสิ้นสุดโดยไม่ถือว่าฝ่ายใดผิดสัญญา — สัญญาที่ต่ออายุเองโดยไม่มีทางบอกเลิกคือข้อที่ถูกโต้แย้งบ่อยที่สุดในสัญญาแบบนี้
  • เบี้ยปรับหรือค่าเลิกสัญญาที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้เอง (ป.พ.พ. ม.383) การเขียนให้ริบค่าบริการที่เหลือทั้งหมดเมื่อลูกค้าเลิกกลางคัน จึงมักบังคับไม่ได้เต็มจำนวน

เงินค้างชำระ การระงับบริการ และการส่งต่องาน

  • ระงับบริการได้ แต่ยึดข้อมูลไม่ได้ ข้อ 5.5 ให้ระงับบริการเมื่อค้างชำระเกินกำหนดและบอกกล่าวล่วงหน้าแล้ว แต่ห้ามระงับหรือลบข้อมูลและระบบที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของผู้ว่าจ้าง และข้อ 8.3 ห้ามยึดบัญชีหรือไฟล์งานไว้ต่อรอง — การปิดระบบลูกค้าเพื่อบีบให้จ่ายอาจเป็นความผิดอาญา ไม่ใช่แค่ผิดสัญญา
  • คืนเงินล่วงหน้าส่วนที่ยังไม่ได้ให้บริการ ข้อ 10.3 เป็นข้อที่ทำให้สัญญาสมดุล และเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อควรตรวจก่อนเซ็นเสมอ
  • ช่วงส่งต่องาน ข้อ 10.4 ให้ความร่วมมือส่งต่อผู้ให้บริการรายใหม่ตามกำหนด และงานส่งต่อที่เกินปริมาณปกติคิดค่าตอบแทนได้ — ถ้าไม่เขียนไว้ การเปลี่ยนเอเจนซีจะติดขัดและเสียหายกับผู้ว่าจ้างมาก
  • บัญชีและสิทธิเข้าถึงควรเป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่ต้น ให้ระบุไว้ในผนวก 1 ว่าบัญชีโฆษณา บัญชีคลาวด์ โดเมน หรือระบบใดเป็นของฝ่ายใด และผู้ว่าจ้างต้องคงสิทธิผู้ดูแลสูงสุดไว้

ความลับ ข้อมูลส่วนบุคคล และสิทธิในผลงาน

  • ถ้าผู้ให้บริการเห็นข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผล ต้องทำตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และจัดทำบันทึกรายการประมวลผล (PDPA ม.37(4), 39, 40)
  • แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลให้ทันเวลาที่ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง และห้ามใช้ผู้ประมวลผลช่วงหรือส่งข้อมูลไปต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต (ม.28–29) — เอเจนซีที่ใช้ทีมงานหรือเครื่องมือในต่างประเทศต้องขออนุญาตก่อน
  • ใช้ข้อมูลนอกเหนือคำสั่ง ทำให้ผู้ให้บริการกลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองในส่วนนั้น ซึ่งมีหน้าที่และโทษหนักกว่าเดิม (ม.40 วรรคท้าย)
  • งานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่ต้น เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10) — สวิตช์ในข้อ 8.1 ที่ไม่ติ๊กคือการตกลงเป็นอย่างอื่น · ส่วนธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้ (ม.18) แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว
  • วิธีทำงานและแม่แบบของผู้ให้บริการไม่ถูกกวาดไปกับผลงาน (ข้อ 8.2) เพราะต้องใช้กับลูกค้ารายอื่นได้ ตราบที่ไม่เอาความลับของผู้ว่าจ้างไปด้วย

ข้อที่คนทำสัญญา Retainer พลาดบ่อย

  • เขียนโควตาว่า «ตามที่ร้องขอ» ทำให้ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างงานที่รวมกับงานส่วนเกิน และจบลงที่ฝ่ายหนึ่งรู้สึกถูกเอาเปรียบเสมอ
  • ไม่แจ้งเตือนก่อนทำงานส่วนเกิน ข้อ 3.2 จึงตัดสิทธิเรียกค่างานส่วนเกินที่ทำไปโดยไม่แจ้ง เว้นแต่เหตุฉุกเฉิน — ผู้ให้บริการต้องมีระบบเตือนจริง ไม่ใช่มาเรียกเก็บตอนสิ้นเดือน
  • ปล่อยให้หลายคนในองค์กรสั่งงานตรง โควตาจะหมดโดยไม่มีใครรู้ว่าใครสั่ง ข้อ 4.4 จึงบังคับให้ผ่านผู้ประสานงานคนเดียว
  • ไม่มีประชุมทบทวนผลงาน สัญญารายเดือนที่ไม่มีรอบทบทวนมักจบด้วยการที่ผู้ว่าจ้างรู้สึกว่าจ่ายไปโดยไม่รู้ว่าได้อะไร ข้อ 4.5 แก้จุดนี้
  • สับสนระหว่างเวลาตอบรับกับเวลาทำเสร็จ ข้อ 4.2 แยกไว้ชัดแล้ว และแยกเรื่องเร่งด่วนออกมาอีกชั้น
  • ลืมว่ายอดรวมทั้งสัญญาสูงพอจะต้องเสียอากรเป็นตัวเงิน ดูหัวข้ออากรแสตมป์ข้างต้น

กฎหมายคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม กรณีข้อเท็จจริงกลายเป็นจ้างแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กรณีปิดระบบของลูกค้า ควรตรวจกับกฎหมายและข้อกำหนดฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความนี้เขียนไว้เพื่อเตือน ไม่ได้ยืนยันเลขมาตรา

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • ผนวก 1 ขอบเขตบริการที่รวมและที่ไม่รวม วิธีนับปริมาณงาน ตัวอย่างการคิดงานส่วนเกิน ช่องทางสั่งงาน และแบบรายงานปริมาณงานรายเดือน
  • รายการบัญชี ระบบ และสิทธิเข้าถึงที่ใช้ในการทำงาน พร้อมระบุว่าบัญชีใดเป็นของฝ่ายใดและใครถือสิทธิผู้ดูแลสูงสุด
  • รายชื่อทีมงานหลักและผู้รับผิดชอบ พร้อมช่องทางติดต่อฉุกเฉิน
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้าลงนามแทน

วันลงนาม

  • ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า
  • ผู้ให้บริการปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
  • ตรวจว่าโควตากับอัตราค่างานส่วนเกินกรอกครบและเป็นหน่วยเดียวกัน สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดในเดือนที่สาม
  • ตรวจว่าระยะผูกพันขั้นต่ำและเงื่อนไขต่ออายุตรงกับที่ตกลงกันจริง และผู้ว่าจ้างรู้ว่าจะออกจากสัญญาได้เมื่อใด

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-8AC601 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าบริการรวมตลอดอายุสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ให้บริการ (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า สัญญา Retainer มักทำยาวหลายปีจนยอดรวมสูงกว่าที่คิด ค่าบริการรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ใช่ปิดดวงแสตมป์ (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) เช่น เดือนละ 30,000 บาท 36 เดือน ก็เกินเกณฑ์แล้ว · ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ เกณฑ์ลดเหลือ 200,000 บาท เมื่อต่ออายุสัญญาต้องตรวจอากรใหม่ตามยอดของคราวที่ต่อ การต่ออายุอัตโนมัติไม่ได้ทำให้อากรของคราวเดิมครอบคลุมคราวใหม่ ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ผู้ให้บริการที่จะฟ้องเรียกค่าบริการค้างต้องติดให้ครบก่อน

สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer) เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน ค่างานส่วนเกินก็เป็นค่าบริการ ถูกหัก 3% เช่นเดียวกัน ไม่ใช่รายการแยกที่ไม่ต้องหัก ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าบริการในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด กรณีชำระล่วงหน้าต้นเดือน ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ให้บริการเกิดเมื่อได้รับชำระ ต้องออกใบกำกับภาษีตามงวดที่รับเงินจริง ไม่ใช่รอสิ้นเดือน ผู้ให้บริการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ

ใช้สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างเอเจนซีหรือผู้เชี่ยวชาญดูแลงานต่อเนื่องเป็นรายเดือน เช่น ดูแลระบบไอที บัญชี การตลาด ที่ปรึกษา · ใช้เมื่อขายบริการเป็นแพ็กเกจปริมาณงานต่อเดือน และต้องมีราคางานส่วนเกิน · ใช้เมื่อต้องกำหนดเวลาตอบสนองและเวลาเริ่มแก้ไขเรื่องเร่งด่วน · ใช้เมื่อต้องการระยะผูกพันขั้นต่ำเพราะผู้ให้บริการต้องกันกำลังคนไว้ล่วงหน้า

ทำสัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ต้องระวังอะไร

เขียนโควตาเป็นหน่วยที่วัดได้ เช่น ชั่วโมง จำนวนชิ้น หรือจำนวนอุปกรณ์ อย่าเขียนว่าตามที่ร้องขอ · ระบุงานที่ไม่รวมไว้เสมอ งานแบบ Retainer ถูกขอเพิ่มทีละอย่างจนเกินราคาที่ตกลงได้ง่ายที่สุด · ระยะผูกพันขั้นต่ำที่ยาวเกินสมควรอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 · ผู้ให้บริการระงับบริการเมื่อค้างชำระได้ แต่ห้ามยึดหรือลบข้อมูลและระบบของผู้ว่าจ้างเพื่อต่อรอง · ถ้าผู้ว่าจ้างสั่งงานรายวันและควบคุมเวลาทำงานของทีมผู้ให้บริการ ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)

อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานชิ้นเดียวที่มีวันจบ ให้ใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์แบบโครงการหรือสัญญาจ้างที่ปรึกษารายโครงการแทน · อย่าใช้เมื่อจ้างบุคคลคนเดียวทำงานประจำรายเดือนแบบมีวันลา ให้ใช้สัญญาจ้างเหมาบริการรายเดือนแทน · อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงาน

ลงนามสัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวก 1 ทุกหน้า ผู้ให้บริการปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ตรวจว่าโควตากับอัตราค่างานส่วนเกินกรอกครบและเป็นหน่วยเดียวกัน สองช่องนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดในเดือนที่สาม ตรวจว่าระยะผูกพันขั้นต่ำและเงื่อนไขต่ออายุตรงกับที่ตกลงกันจริง และผู้ว่าจ้างรู้ว่าจะออกจากสัญญาได้เมื่อใด

ทำสัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 ขอบเขตบริการที่รวมและที่ไม่รวม วิธีนับปริมาณงาน ตัวอย่างการคิดงานส่วนเกิน ช่องทางสั่งงาน และแบบรายงานปริมาณงานรายเดือน รายการบัญชี ระบบ และสิทธิเข้าถึงที่ใช้ในการทำงาน พร้อมระบุว่าบัญชีใดเป็นของฝ่ายใดและใครถือสิทธิผู้ดูแลสูงสุด รายชื่อทีมงานหลักและผู้รับผิดชอบ พร้อมช่องทางติดต่อฉุกเฉิน หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้าลงนามแทน

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 20 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 591

ถ้าความชำรุดบกพร่องหรือความชักช้าในการที่ทำนั้นเกิดขึ้นเพราะสภาพแห่งสัมภาระซึ่งผู้ว่าจ้างส่งให้ก็ดี เพราะคำสั่งของผู้ว่าจ้างก็ดี ท่านว่าผู้รับจ้างไม่ต้องรับผิด เว้นแต่จะได้รู้อยู่แล้วว่าสัมภาระนั้นไม่เหมาะหรือว่าคำสั่งนั้นไม่ถูกต้องและมิได้บอกกล่าวตักเตือน

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593

ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 596

ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาก็ดี หรือถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญาเมื่อล่วงพ้นเวลาอันควรแก่เหตุก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลง หรือถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา ก็ชอบที่จะเลิกสัญญาได้

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605

ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด