สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล) ต้องมีอะไรบ้าง
จ้างผู้ช่วยทำงานระยะไกลเป็นรายเดือนตามโควตาชั่วโมง พร้อมกำหนดให้ชัดว่าผู้ช่วยทำอะไรแทนผู้ว่าจ้างได้บ้าง · ระบุงานที่ไม่รวมไว้ด้วยเสมอ งานผู้ช่วยขยายตัวเงียบ ๆ ได้ง่ายที่สุดในบรรดางานรับจ้างทั้งหมด
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างผู้ช่วยระยะไกลดูแลงานประจำวัน เช่น จัดตาราง ดูแลอีเมล ทำเอกสาร คีย์ข้อมูล ประสานงาน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมตลอดสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ช่วย (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ถ้าทำหนังสือมอบอำนาจแยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ช่วยทำการแทนตามข้อ 4 หนังสือนั้นเป็นตราสารคนละฉบับและเสียอากรตาม ลักษณะ 7 — มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท · ส่วนการตั้งตัวแทนอาจเข้า ลักษณะ 21 ซึ่งตัวการเป็นผู้เสีย 10 หรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี อากรที่ระบบคำนวณไว้ข้างต้นครอบเฉพาะส่วนจ้างทำของเท่านั้น ไม่ได้รวมสองลักษณะนี้ ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ — ผู้ช่วยที่รับงานจากบุคคลธรรมดาได้เงินเต็มและต้องไปยื่นภาษีเอง ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าจ้างในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด · ค่าชั่วโมงส่วนเกินเป็นค่าบริการ ถูกหักเช่นเดียวกับค่าจ้างรายเดือน ผู้ช่วยที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ ผู้ช่วยที่อยู่ต่างประเทศ การจ่ายเงินออกนอกประเทศมีหลักเกณฑ์ภาษีและอนุสัญญาภาษีซ้อนของตนเอง ให้ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.7, 224, 575, 587, 797, 807, 809, 810, 811, 820, 821, 822; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.9, 10, 18; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.28–29, 37(4), 39, 40; บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 7, 21, 23; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118; คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างผู้ช่วยระยะไกลดูแลงานประจำวัน เช่น จัดตาราง ดูแลอีเมล ทำเอกสาร คีย์ข้อมูล ประสานงาน
- ใช้เมื่อขายงานเป็นแพ็กเกจชั่วโมงต่อเดือน และต้องมีราคางานส่วนเกิน
- ใช้เมื่อผู้ช่วยต้องเข้าถึงอีเมล ปฏิทิน หรือระบบของผู้ว่าจ้าง
- ใช้ได้เมื่อผู้ช่วยอยู่ต่างประเทศ โดยมีข้อรองรับเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข้ามประเทศ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ระบุงานที่ไม่รวมไว้ด้วยเสมอ งานผู้ช่วยขยายตัวเงียบ ๆ ได้ง่ายที่สุดในบรรดางานรับจ้างทั้งหมด
- การให้ผู้ช่วยส่งอีเมลในนามผู้ว่าจ้างคือการตั้งตัวแทน ถ้าบุคคลภายนอกเชื่อโดยสุจริตว่ามีอำนาจ ผู้ว่าจ้างอาจต้องผูกพันตาม ป.พ.พ. ม.821
- เงินทดรองและเงินที่ผู้ช่วยรับไว้แทนไม่ใช่ของผู้ช่วย ต้องส่งมอบทั้งหมดตาม ป.พ.พ. ม.810 และเสียดอกเบี้ยถ้าเอาไปใช้ตาม ม.811
- ผู้ว่าจ้างต้องคงสิทธิผู้ดูแลสูงสุดและช่องทางกู้คืนบัญชีไว้กับตนเอง และเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีเมื่อเลิกสัญญา
- ถ้าสั่งงานรายวันและควบคุมเวลาเข้าออก ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แม้สัญญาเขียนว่าจ้างทำของ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- อย่าใช้เมื่อผู้รับจ้างทำงานกับลูกค้าของผู้ว่าจ้างเป็นหลัก เช่น ตอบแชตขายของ ให้ใช้สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้าแทน
- อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานเป็นชิ้นงานหรือโครงการที่มีวันจบ ให้ใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์แบบโครงการแทน
- อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงานประจำ
อากรแสตมป์
- จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมตลอดสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
- ผู้ช่วย (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23)
- ถ้าทำหนังสือมอบอำนาจแยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ช่วยทำการแทนตามข้อ 4 หนังสือนั้นเป็นตราสารคนละฉบับและเสียอากรตาม ลักษณะ 7 — มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท · ส่วนการตั้งตัวแทนอาจเข้า ลักษณะ 21 ซึ่งตัวการเป็นผู้เสีย 10 หรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี อากรที่ระบบคำนวณไว้ข้างต้นครอบเฉพาะส่วนจ้างทำของเท่านั้น ไม่ได้รวมสองลักษณะนี้
- ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน
- ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118)
ภาษี
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ — ผู้ช่วยที่รับงานจากบุคคลธรรมดาได้เงินเต็มและต้องไปยื่นภาษีเอง
- ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าจ้างในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด · ค่าชั่วโมงส่วนเกินเป็นค่าบริการ ถูกหักเช่นเดียวกับค่าจ้างรายเดือน
- ผู้ช่วยที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ
- ผู้ช่วยที่อยู่ต่างประเทศ การจ่ายเงินออกนอกประเทศมีหลักเกณฑ์ภาษีและอนุสัญญาภาษีซ้อนของตนเอง ให้ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก
การทำการแทน — จุดที่ต่างจากสัญญาจ้างทั่วไป
เมื่อผู้ว่าจ้างให้ผู้ช่วยส่งอีเมลในนามตน จองของ หรือจ่ายเงินแทน ความสัมพันธ์ส่วนนั้นเป็นเรื่องตัวแทนตามกฎหมาย ไม่ใช่แค่การจ้างทำงาน และมีผลต่อบุคคลภายนอกด้วย
- ตัวแทนต้องทำตามคำสั่งของตัวการ และถ้าไม่มีคำสั่งชัด ต้องทำตามทางที่เคยปฏิบัติหรือตามที่สมควร (ป.พ.พ. ม.807)
- เงินและทรัพย์สินที่รับไว้แทนต้องส่งมอบให้ตัวการทั้งหมด (ม.810) และถ้าเอาเงินของตัวการไปใช้เพื่อประโยชน์ตนเอง ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่เอาไปใช้ (ม.811) นอกจากนี้ยังอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก — ข้อ 4.4 จึงห้ามหักกลบเงินทดรองกับค่าจ้างของตนเอง
- จำกัดอำนาจไว้ในสัญญาอย่างเดียวไม่พอ ถ้าผู้ว่าจ้างปล่อยให้ผู้ช่วยแสดงตนเกินขอบอำนาจ หรือทางปฏิบัติทำให้บุคคลภายนอกเชื่อโดยสุจริตว่าทำได้ ผู้ว่าจ้างยังคงต้องผูกพันต่อบุคคลนั้น (ม.820–822 ตัวแทนเชิด) — ข้อ 4.5 จึงกำหนดให้ผู้ว่าจ้างแจ้งขอบเขตอำนาจแก่บุคคลภายนอก และถอนอำนาจโดยแจ้งบุคคลภายนอกทันทีเมื่อเลิกสัญญา ไม่ใช่แค่บอกผู้ช่วย
- อย่าให้อำนาจเสนอราคาหรือตกลงเงื่อนไข ถ้าไม่จำเป็น ข้อ 4.2 จึงจำกัดไว้ที่การนัดหมาย ติดตามงาน และตอบรับทราบเท่านั้น
บัญชี รหัสผ่าน และสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเลิกกัน
- ผู้ว่าจ้างต้องคงสิทธิผู้ดูแลสูงสุดและช่องทางกู้คืนบัญชีไว้กับตัวเองเสมอ (ข้อ 5.1) ให้ผู้ช่วยใช้บัญชีผู้ใช้รายบุคคลหรือบัญชีย่อย ไม่ใช่ให้รหัสผ่านหลักไปตรง ๆ เพราะสิทธิระดับรองถอนคืนได้ทุกเมื่อ แต่รหัสผ่านหลักที่ให้ไปแล้วเรียกคืนไม่ได้
- เปลี่ยนรหัสผ่านและรหัสกู้คืนทันทีที่เลิกสัญญา (ข้อ 5.4) ไม่ใช่รอให้อีกฝ่ายถอนตัวเอง
- เข้าใช้บัญชีของผู้ว่าจ้างหลังพ้นอำนาจแล้ว ไม่ใช่แค่ผิดสัญญา แต่อาจเป็นความผิดอาญาฐานเข้าถึงระบบหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยมิชอบ และถ้าลบหรือแก้ไขข้อมูลเพื่อกดดันก็เป็นอีกฐานหนึ่ง
- ห้ามยึดไฟล์งานหรือบัญชีไว้ต่อรองค่าจ้างค้าง (ข้อ 9.3) เป็นวิธีที่ใช้กันจริงเวลาทะเลาะกัน แต่ทำให้ตัวเองกลายเป็นจำเลย ค่าจ้างค้างต้องไปเรียกตามข้อ 6 และข้อ 11
ความลับและข้อมูลส่วนบุคคล
- งานผู้ช่วยเห็นเรื่องส่วนตัวมากกว่างานรับจ้างประเภทอื่น ทั้งตารางเดินทาง ที่อยู่ สุขภาพ และเรื่องในกล่องอีเมล ข้อ 7.1 จึงเขียนคลุมถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ว่าจ้างและครอบครัวด้วย ไม่ใช่เฉพาะความลับทางธุรกิจ
- ห้ามลงสื่อสังคมออนไลน์ แม้แต่ภาพหน้าจอตารางงานหรือการเล่าว่าทำงานให้ใคร (ข้อ 7.2) เพราะเปิดเผยตัวตนและกิจวัตรของผู้ว่าจ้าง
- ถ้าผู้ช่วยเห็นข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้ช่วยเป็นผู้ประมวลผล ต้องทำตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และจัดทำบันทึกรายการประมวลผล (PDPA ม.37(4), 39, 40) · ใช้ข้อมูลนอกเหนือคำสั่ง ทำให้ผู้ช่วยกลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองในส่วนนั้น ซึ่งมีหน้าที่และโทษหนักกว่าเดิม
- ผู้ช่วยที่อยู่ต่างประเทศ การให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจากต่างประเทศอาจเป็นการส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ (ม.28–29) ผู้ว่าจ้างต้องมีฐานรองรับก่อนให้สิทธิเข้าถึง ไม่ใช่ให้ก่อนแล้วค่อยหาเหตุผลทีหลัง
ข้อที่คนจ้างผู้ช่วยพลาดบ่อย
- ไม่เขียนว่าอะไร «ไม่รวม» งานผู้ช่วยถูกขอเพิ่มทีละอย่างจนกลายเป็นงานคนละราคา ข้อ 1.2 มีไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ
- ไม่มีโควตาชั่วโมง ทำให้เถียงกันว่างานเยอะเกินไปหรือน้อยเกินไป ข้อ 3 บังคับให้บันทึกเวลาและส่งสรุปพร้อมใบแจ้งหนี้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
- สับสนระหว่างเวลาตอบรับกับเวลาทำเสร็จ ข้อ 2.2 แยกไว้ชัดแล้ว การตอบรับคือยืนยันว่าได้รับเรื่องและแจ้งกำหนดเสร็จ ไม่ใช่ต้องทำเสร็จในเวลานั้น
- ไม่ระบุเขตเวลา เมื่อผู้ช่วยอยู่คนละประเทศ จะเถียงกันว่าใครผิดนัดตั้งแต่สัปดาห์แรก
- ให้รหัสผ่านหลักแทนการเปิดบัญชีย่อย เป็นความผิดพลาดที่แก้ยากที่สุดเมื่อเลิกกัน
- ผู้ช่วยทำงานทุกวันตามเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ใช้อุปกรณ์ของผู้ว่าจ้าง และถูกสั่งงานรายวัน อาจกลายเป็น จ้างแรงงาน ม.575 ไม่ใช่ จ้างทำของ ม.587 ผลคือค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง เงินสมทบประกันสังคมย้อนหลัง และการหักภาษีคนละแบบ — ข้อ 1.4 รักษาเส้นนี้ไว้ ต้องทำตามจริงด้วย
กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความผิดอาญาฐานยักยอก กฎหมายคุ้มครองแรงงานและประกันสังคม ควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความข้างต้นเขียนไว้เพื่อเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ผนวก 1 รายการงานที่ทำและที่ไม่ทำ ขั้นตอนการทำงานแต่ละเรื่อง ช่องทางสั่งงาน และแบบรายงานเวลาทำงาน
- รายการบัญชีและระบบที่ผู้ช่วยได้รับสิทธิเข้าถึง ระดับสิทธิของแต่ละบัญชี และผู้ถือสิทธิผู้ดูแลสูงสุด
- ขอบเขตอำนาจทำการแทนและวงเงิน พร้อมแบบรายงานการใช้เงินทดรอง (ถ้าเปิดสวิตช์)
- หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้ามี
วันลงนาม
- ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวกทุกฉบับ
- ผู้ช่วยปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · ถ้าทำหนังสือมอบอำนาจแยก ให้ปิดอากรของหนังสือนั้นต่างหาก
- ห้ามเขียนรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันตัวตนไว้ในสัญญาหรือเอกสารแนบ ให้ส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัยแยกต่างหาก
- ก่อนเริ่มงาน ให้ทดสอบว่าผู้ว่าจ้างยังเข้าบัญชีหลักได้เองทุกบัญชี และอีเมลกู้คืนเป็นของผู้ว่าจ้างจริง
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-F04D05 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
จ้างทำของ ลักษณะ 4: 1 บาท ต่อค่าจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างรวมตลอดสัญญาคิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ช่วย (ผู้รับจ้าง) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ถ้าทำหนังสือมอบอำนาจแยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ช่วยทำการแทนตามข้อ 4 หนังสือนั้นเป็นตราสารคนละฉบับและเสียอากรตาม ลักษณะ 7 — มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท · ส่วนการตั้งตัวแทนอาจเข้า ลักษณะ 21 ซึ่งตัวการเป็นผู้เสีย 10 หรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี อากรที่ระบบคำนวณไว้ข้างต้นครอบเฉพาะส่วนจ้างทำของเท่านั้น ไม่ได้รวมสองลักษณะนี้ ค่าจ้างรวมตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร (ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37) · ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากรให้ครบ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118)
สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล) เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อน VAT ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 8 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้จ่ายเป็นรายเดือนที่ต่ำกว่านั้น และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกเดือน ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก 3% ตามคำสั่งนี้ — ผู้ช่วยที่รับงานจากบุคคลธรรมดาได้เงินเต็มและต้องไปยื่นภาษีเอง ค่าใช้จ่ายที่สำรองจ่ายแทนต้องแยกบรรทัดจากค่าจ้างในใบแจ้งหนี้ พร้อมแนบหลักฐาน มิฉะนั้นจะถูกหัก 3% ทั้งก้อนและทำให้ฐาน VAT ผิด · ค่าชั่วโมงส่วนเกินเป็นค่าบริการ ถูกหักเช่นเดียวกับค่าจ้างรายเดือน ผู้ช่วยที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ ผู้ช่วยที่อยู่ต่างประเทศ การจ่ายเงินออกนอกประเทศมีหลักเกณฑ์ภาษีและอนุสัญญาภาษีซ้อนของตนเอง ให้ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก
ใช้สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล)ตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างผู้ช่วยระยะไกลดูแลงานประจำวัน เช่น จัดตาราง ดูแลอีเมล ทำเอกสาร คีย์ข้อมูล ประสานงาน · ใช้เมื่อขายงานเป็นแพ็กเกจชั่วโมงต่อเดือน และต้องมีราคางานส่วนเกิน · ใช้เมื่อผู้ช่วยต้องเข้าถึงอีเมล ปฏิทิน หรือระบบของผู้ว่าจ้าง · ใช้ได้เมื่อผู้ช่วยอยู่ต่างประเทศ โดยมีข้อรองรับเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข้ามประเทศ
ทำสัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล)ต้องระวังอะไร
ระบุงานที่ไม่รวมไว้ด้วยเสมอ งานผู้ช่วยขยายตัวเงียบ ๆ ได้ง่ายที่สุดในบรรดางานรับจ้างทั้งหมด · การให้ผู้ช่วยส่งอีเมลในนามผู้ว่าจ้างคือการตั้งตัวแทน ถ้าบุคคลภายนอกเชื่อโดยสุจริตว่ามีอำนาจ ผู้ว่าจ้างอาจต้องผูกพันตาม ป.พ.พ. ม.821 · เงินทดรองและเงินที่ผู้ช่วยรับไว้แทนไม่ใช่ของผู้ช่วย ต้องส่งมอบทั้งหมดตาม ป.พ.พ. ม.810 และเสียดอกเบี้ยถ้าเอาไปใช้ตาม ม.811 · ผู้ว่าจ้างต้องคงสิทธิผู้ดูแลสูงสุดและช่องทางกู้คืนบัญชีไว้กับตนเอง และเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีเมื่อเลิกสัญญา · ถ้าสั่งงานรายวันและควบคุมเวลาเข้าออก ข้อเท็จจริงอาจเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แม้สัญญาเขียนว่าจ้างทำของ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล)
อย่าใช้เมื่อผู้รับจ้างทำงานกับลูกค้าของผู้ว่าจ้างเป็นหลัก เช่น ตอบแชตขายของ ให้ใช้สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้าแทน · อย่าใช้เมื่อจ้างทำงานเป็นชิ้นงานหรือโครงการที่มีวันจบ ให้ใช้สัญญาจ้างฟรีแลนซ์แบบโครงการแทน · อย่าใช้แทนสัญญาจ้างแรงงาน ถ้าเจตนาจริงคือรับเข้าเป็นพนักงานประจำ
ลงนามสัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับผนวกทุกฉบับ ผู้ช่วยปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · ถ้าทำหนังสือมอบอำนาจแยก ให้ปิดอากรของหนังสือนั้นต่างหาก ห้ามเขียนรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันตัวตนไว้ในสัญญาหรือเอกสารแนบ ให้ส่งผ่านช่องทางที่ปลอดภัยแยกต่างหาก ก่อนเริ่มงาน ให้ทดสอบว่าผู้ว่าจ้างยังเข้าบัญชีหลักได้เองทุกบัญชี และอีเมลกู้คืนเป็นของผู้ว่าจ้างจริง
ทำสัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ผนวก 1 รายการงานที่ทำและที่ไม่ทำ ขั้นตอนการทำงานแต่ละเรื่อง ช่องทางสั่งงาน และแบบรายงานเวลาทำงาน รายการบัญชีและระบบที่ผู้ช่วยได้รับสิทธิเข้าถึง ระดับสิทธิของแต่ละบัญชี และผู้ถือสิทธิผู้ดูแลสูงสุด ขอบเขตอำนาจทำการแทนและวงเงิน พร้อมแบบรายงานการใช้เงินทดรอง (ถ้าเปิดสวิตช์) หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และหนังสือมอบอำนาจถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 20 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797
อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 807
ตัวแทนต้องทำการตามคำสั่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายของตัวการ เมื่อไม่มีคำสั่งเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินตามทางที่เคยทำกันมาในกิจการค้าขายอันเขาให้ตนทำอยู่นั้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 809
เมื่อตัวการมีประสงค์จะทราบความเป็นไปของการที่ได้มอบหมายแก่ตัวแทนนั้นในเวลาใด ๆ ซึ่งสมควรแก่เหตุ ตัวแทนก็ต้องแจ้งให้ตัวการทราบ อนึ่ง เมื่อการเป็นตัวแทนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ตัวแทนต้องแถลงบัญชีด้วย
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820
ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน
หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821
บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน
หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 822
ถ้าตัวแทนทำการอันใดเกินอำนาจตัวแทน แต่ทางปฏิบัติของตัวการทำให้บุคคลภายนอกมีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่าการอันนั้นอยู่ภายในขอบอำนาจของตัวแทนไซร้ ท่านให้ใช้บทบัญญัติมาตราก่อนนี้เป็นบทบังคับ แล้วแต่กรณี
หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)