สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วให้ผู้ได้รับอนุญาตรายเดียวผลิตและขายสินค้าภายใต้เครื่องหมายในเขตที่กำหนด โดยเจ้าของไม่ขายแข่งและไม่ให้รายอื่น แลกกับค่าสิทธิรายปีและยอดขายขั้นต่ำ · สัญญานี้ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 และอย่าเริ่มผลิตจำนวนมากจนกว่านายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศหรือในประเทศให้ผู้ผลิตรายเดียวผลิตและขายสินค้าภายใต้แบรนด์ในประเทศไทยหรือบางภูมิภาค
อากรแสตมป์สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าไม่มีอยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา ใบรับเงินค่าสิทธิก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) ใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก ถ้ามอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นจดทะเบียนสัญญา หนังสือมอบอำนาจต้องปิดอากรตามลักษณะ 7 ส่วนการมอบอำนาจให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินคดีแทนตามข้อ 10.3 ก็เป็นหนังสือมอบอำนาจที่ต้องปิดอากรเช่นกัน
ภาษีค่าสิทธิเป็นเงินได้ประเภทค่าแห่งสิทธิ ผู้ได้รับอนุญาตที่เป็นนิติบุคคลซึ่งจ่ายให้เจ้าของที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา การหักภาษีคำนวณคนละวิธี · เจ้าของที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษี · การซื้อสต็อกคืนตามข้อ 13 เป็นการซื้อขายสินค้า แยกใบกำกับภาษีจากค่าสิทธิ · เจ้าของที่อยู่ต่างประเทศมีอัตราหักและการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนคนละชุด ต้องตรวจกับผู้ทำบัญชีและอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย
แบบที่กฎหมายกำหนดเครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตให้ใช้ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน และคำขอต้องแสดงเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างแท้จริง กับรายการสินค้าที่อนุญาต (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68) ข้อ 7 (มาตรฐานและการส่งตัวอย่างทุกสามเดือน) คือเงื่อนไขควบคุมคุณภาพที่ใช้ยื่น สินค้าที่อนุญาตต้องอยู่ในรายการสินค้าที่จดทะเบียนเครื่องหมายไว้ (…) — สิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของมีเฉพาะสินค้าที่จดทะเบียน (มาตรา 44) นายทะเบียนอาจรับจดทะเบียนโดยกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัด หรือไม่รับจดทะเบียน และต้องแจ้งเหตุผล คู่สัญญาอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายใน 60 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง (มาตรา 69) ข้อ 3.3 ให้ผู้ได้รับอนุญาตเลิกสัญญาได้ภายใน 30 วันถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไข และข้อ 5.2 เลื่อนค่าสิทธิปีแรกไปหลังพ้นกำหนดนั้น เจ้าของยื่นภายใน 30 วันนับแต่ลงนามและออกค่าธรรมเนียม ตรวจอัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนยื่น ผู้ได้รับอนุญาตอย่าเพิ่งผลิตสินค้าจำนวนมากจนกว่านายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน การแก้ไขรายการสินค้าหรือเงื่อนไขต้องร่วมกันร้องขอต่อนายทะเบียน (มาตรา 71) และเมื่อสัญญาสิ้นสุด ต้องร่วมกันร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญา (มาตรา 72) ตามข้อ 13.3 การใช้เครื่องหมายของผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้ของเจ้าของ (มาตรา 70) เจ้าของที่ให้สิทธิผูกขาดจึงพึ่งการขายของผู้ได้รับอนุญาตเพื่อรักษาเครื่องหมาย นี่คือเหตุผลของยอดขายขั้นต่ำในข้อ 6
มาตราที่อ้างพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ม.44 (สิทธิแต่ผู้เดียวเฉพาะสินค้าที่จดทะเบียน — ข้อ 1.2), 68 (ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน คำขอต้องแสดงเงื่อนไขควบคุมคุณภาพและสินค้า — ข้อ 3.1, ข้อ 7), 69 (รับจดโดยมีเงื่อนไข/ไม่รับจด แจ้งเหตุผล อุทธรณ์ 60 วัน — ข้อ 3.2–3.4), 70 (การใช้ของผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้ของเจ้าของ — ข้อ 2.4), 71 (แก้ไขรายการ — ข้อ 14.3), 72 (ร่วมกันขอเพิกถอน — ข้อ 3.3, 13.3) · พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ม.57, 82 (after.md) · พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ม.4 (ผู้ประกอบการ (4) ผู้ใช้เครื่องหมายการค้า), 5 (ร่วมกันรับผิด) — ข้อ 11.2 · พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (after.md) · ป.พ.พ. ม.224, 224/1 (ข้อ 5.4), 373, 383, 386–387 (ข้อ 12.1) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5 · ประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่มีลักษณะใดคลุม · ลักษณะ 7 ใบมอบอำนาจ · ลักษณะ 28 ใบรับ) · คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศหรือในประเทศให้ผู้ผลิตรายเดียวผลิตและขายสินค้าภายใต้แบรนด์ในประเทศไทยหรือบางภูมิภาค
  • ใช้เมื่อผู้ได้รับอนุญาตต้องลงทุนโรงงาน บรรจุภัณฑ์ และการตลาดมาก จึงต้องการสิทธิผูกขาดและการคุ้มครองจากเจ้าของ
  • ใช้เมื่อต้องการให้เจ้าของมีหน้าที่ปราบปรามสินค้าปลอม และให้ผู้ได้รับอนุญาตทำแทนได้ถ้าเจ้าของเพิกเฉย
  • ใช้เมื่อเจ้าของต้องการยอดขายขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้แบรนด์ถูกล็อกไว้กับผู้ที่ไม่ขาย

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • สัญญานี้ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 และอย่าเริ่มผลิตจำนวนมากจนกว่านายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน
  • สินค้าที่อนุญาตต้องอยู่ในรายการที่จดทะเบียนเครื่องหมายไว้ ตาม ม.44 และ ม.68 (2)
  • นายทะเบียนอาจรับจดโดยมีเงื่อนไข (ม.69) ผู้ได้รับอนุญาตมีเวลา 30 วันตัดสินใจเลิกสัญญาตามข้อ 3.3 อย่าปล่อยให้เลยกำหนด
  • กรอกยอดขายขั้นต่ำให้สมจริง ต่ำกว่าเป้าแล้วสิทธิผูกขาดเปลี่ยนเป็นไม่ผูกขาดได้
  • ข้อจำกัดเขตและการห้ามขายนอกเขตต้องไม่เกินจำเป็น ฝ่ายที่มีอำนาจเหนือตลาดเสี่ยงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ม.57
  • ค่าสิทธิเป็นค่าแห่งสิทธิ ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 เมื่อเจ้าของเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าไม่มีอยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา ใบรับเงินค่าสิทธิก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) ใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก ถ้ามอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นจดทะเบียนสัญญา หนังสือมอบอำนาจต้องปิดอากรตามลักษณะ 7 ส่วนการมอบอำนาจให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินคดีแทนตามข้อ 10.3 ก็เป็นหนังสือมอบอำนาจที่ต้องปิดอากรเช่นกัน

การจดทะเบียนสัญญา — ขั้นตอนที่ทำให้สัญญานี้มีผล

  • เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตให้ใช้ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน และคำขอต้องแสดงเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างแท้จริง กับรายการสินค้าที่อนุญาต (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68) ข้อ 7 (มาตรฐานและการส่งตัวอย่างทุกสามเดือน) คือเงื่อนไขควบคุมคุณภาพที่ใช้ยื่น
  • สินค้าที่อนุญาตต้องอยู่ในรายการสินค้าที่จดทะเบียนเครื่องหมายไว้ (…) — สิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของมีเฉพาะสินค้าที่จดทะเบียน (มาตรา 44)
  • นายทะเบียนอาจรับจดทะเบียนโดยกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัด หรือไม่รับจดทะเบียน และต้องแจ้งเหตุผล คู่สัญญาอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายใน 60 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง (มาตรา 69) ข้อ 3.3 ให้ผู้ได้รับอนุญาตเลิกสัญญาได้ภายใน 30 วันถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไข และข้อ 5.2 เลื่อนค่าสิทธิปีแรกไปหลังพ้นกำหนดนั้น
  • เจ้าของยื่นภายใน 30 วันนับแต่ลงนามและออกค่าธรรมเนียม ตรวจอัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนยื่น ผู้ได้รับอนุญาตอย่าเพิ่งผลิตสินค้าจำนวนมากจนกว่านายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน
  • การแก้ไขรายการสินค้าหรือเงื่อนไขต้องร่วมกันร้องขอต่อนายทะเบียน (มาตรา 71) และเมื่อสัญญาสิ้นสุด ต้องร่วมกันร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญา (มาตรา 72) ตามข้อ 13.3
  • การใช้เครื่องหมายของผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้ของเจ้าของ (มาตรา 70) เจ้าของที่ให้สิทธิผูกขาดจึงพึ่งการขายของผู้ได้รับอนุญาตเพื่อรักษาเครื่องหมาย นี่คือเหตุผลของยอดขายขั้นต่ำในข้อ 6

ภาษี

ค่าสิทธิเป็นเงินได้ประเภทค่าแห่งสิทธิ ผู้ได้รับอนุญาตที่เป็นนิติบุคคลซึ่งจ่ายให้เจ้าของที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา การหักภาษีคำนวณคนละวิธี · เจ้าของที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษี · การซื้อสต็อกคืนตามข้อ 13 เป็นการซื้อขายสินค้า แยกใบกำกับภาษีจากค่าสิทธิ · เจ้าของที่อยู่ต่างประเทศมีอัตราหักและการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนคนละชุด ต้องตรวจกับผู้ทำบัญชีและอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

ผูกขาดแบบนี้หมายความว่าอะไร

ข้อ 2.2 ห้ามทั้งการให้ผู้อื่นใช้ และการที่เจ้าของผลิตหรือขายเองในเขตผูกขาด (ผูกขาดเต็มรูป) ถ้าเจ้าของยังต้องการขายเองในเขตเดียวกัน ให้ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าแบบไม่ผูกขาดแทน การผูกขาดต้องจำกัดเฉพาะสินค้าและเขตที่ระบุ ถ้าเจ้าของหรือผู้ได้รับอนุญาตมีอำนาจเหนือตลาด ข้อจำกัดที่เกินจำเป็น เช่น ห้ามขายนอกเขตเด็ดขาดทุกช่องทาง อาจเสี่ยงเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ซึ่งโทษปรับทางปกครองสูงสุดร้อยละ 10 ของรายได้ (มาตรา 82) — ข้อ 8.3 จึงห้ามเฉพาะการขายให้ผู้ที่รู้ว่าจะนำไปขายนอกเขต

ถ้าทำผิดข้อห้าม

  • ขายสินค้าไม่ได้มาตรฐานเป็นสินค้าชั้นสอง (ข้อ 7.4) ใช้เครื่องหมายนอกสินค้า (ข้อ 8.2) อนุญาตช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 8.1) หรือขายให้ผู้ส่งออกนอกเขต (ข้อ 8.3) — เป็นการผิดสัญญาที่เจ้าของบอกให้แก้และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 12.1 และการใช้เครื่องหมายนอกขอบเขตที่ได้รับอนุญาตเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายที่เรียกค่าเสียหายได้
  • เปิดเผยสูตรหรือเทคนิคการผลิต (ข้อ 11.1) — นอกจากผิดสัญญา ยังอาจเป็นการละเมิดความลับทางการค้าตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 ซึ่งเรียกค่าเสียหายและขอให้ศาลสั่งระงับได้
  • เจ้าของไม่ปราบปรามผู้ละเมิดภายใน … วัน (ข้อ 10.2) — ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการแทนได้โดยเจ้าของออกค่าใช้จ่าย และยอดขายที่ตกเพราะเหตุนี้ไม่ทำให้เสียสิทธิผูกขาดตามข้อ 6.3
  • การปลอมหรือเลียนเครื่องหมายเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายเครื่องหมายการค้าด้วย ผู้ได้รับอนุญาตที่จะร้องทุกข์ควรได้รับหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของ เพราะสิทธิฟ้องในนามตนเองของผู้ได้รับอนุญาตยังเป็นประเด็นที่ต้องตรวจกับทนาย

ความรับผิดต่อผู้บริโภค

ผู้ที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายการค้าในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นผู้ผลิต ถือเป็น “ผู้ประกอบการ” ด้วย (พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4) และผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหาย (มาตรา 5) เจ้าของจึงอาจถูกผู้บริโภคฟ้องได้แม้ไม่ได้ผลิตเอง ข้อ 11.2 ให้ผู้ได้รับอนุญาตชดใช้คืนแก่เจ้าของ ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญา ไม่ตัดสิทธิของผู้บริโภค ผู้ได้รับอนุญาตควรทำประกันภัยความรับผิดต่อสินค้า

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • เอกสารแนบ 1 สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายเลขที่ … พร้อมภาพเครื่องหมายและคู่มือการใช้
  • เอกสารแนบ 2 รายการสินค้าและมาตรฐาน ข้อกำหนดวัสดุ สี แบบ ขนาด และวิธีทดสอบคุณภาพ
  • แบบรายงานการผลิตและการจำหน่ายรายไตรมาส และแบบบันทึกการส่งตัวอย่าง
  • คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตและหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามอบให้ตัวแทนยื่น)
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สัญญา

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจลงนามของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล แล้วยื่นจดทะเบียนสัญญาภายใน 30 วันตามข้อ 3.1 เก็บใบรับคำขอและคำสั่งนายทะเบียนไว้กับสัญญา เพราะวันที่นายทะเบียนมีคำสั่งเป็นวันเริ่มนับอายุสัญญา (… ปี) และวันครบกำหนดค่าสิทธิทุกปี

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-35D9ED · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าไม่มีอยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา ใบรับเงินค่าสิทธิก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) ใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก ถ้ามอบอำนาจให้ตัวแทนไปยื่นจดทะเบียนสัญญา หนังสือมอบอำนาจต้องปิดอากรตามลักษณะ 7 ส่วนการมอบอำนาจให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินคดีแทนตามข้อ 10.3 ก็เป็นหนังสือมอบอำนาจที่ต้องปิดอากรเช่นกัน

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าสิทธิเป็นเงินได้ประเภทค่าแห่งสิทธิ ผู้ได้รับอนุญาตที่เป็นนิติบุคคลซึ่งจ่ายให้เจ้าของที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา การหักภาษีคำนวณคนละวิธี · เจ้าของที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษี · การซื้อสต็อกคืนตามข้อ 13 เป็นการซื้อขายสินค้า แยกใบกำกับภาษีจากค่าสิทธิ · เจ้าของที่อยู่ต่างประเทศมีอัตราหักและการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนคนละชุด ต้องตรวจกับผู้ทำบัญชีและอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)ตอนไหน

ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศหรือในประเทศให้ผู้ผลิตรายเดียวผลิตและขายสินค้าภายใต้แบรนด์ในประเทศไทยหรือบางภูมิภาค · ใช้เมื่อผู้ได้รับอนุญาตต้องลงทุนโรงงาน บรรจุภัณฑ์ และการตลาดมาก จึงต้องการสิทธิผูกขาดและการคุ้มครองจากเจ้าของ · ใช้เมื่อต้องการให้เจ้าของมีหน้าที่ปราบปรามสินค้าปลอม และให้ผู้ได้รับอนุญาตทำแทนได้ถ้าเจ้าของเพิกเฉย · ใช้เมื่อเจ้าของต้องการยอดขายขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้แบรนด์ถูกล็อกไว้กับผู้ที่ไม่ขาย

ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)ต้องระวังอะไร

สัญญานี้ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 และอย่าเริ่มผลิตจำนวนมากจนกว่านายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน · สินค้าที่อนุญาตต้องอยู่ในรายการที่จดทะเบียนเครื่องหมายไว้ ตาม ม.44 และ ม.68 (2) · นายทะเบียนอาจรับจดโดยมีเงื่อนไข (ม.69) ผู้ได้รับอนุญาตมีเวลา 30 วันตัดสินใจเลิกสัญญาตามข้อ 3.3 อย่าปล่อยให้เลยกำหนด · กรอกยอดขายขั้นต่ำให้สมจริง ต่ำกว่าเป้าแล้วสิทธิผูกขาดเปลี่ยนเป็นไม่ผูกขาดได้ · ข้อจำกัดเขตและการห้ามขายนอกเขตต้องไม่เกินจำเป็น ฝ่ายที่มีอำนาจเหนือตลาดเสี่ยงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ม.57 · ค่าสิทธิเป็นค่าแห่งสิทธิ ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 เมื่อเจ้าของเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)

ถ้าเจ้าของยังขายเองหรือให้หลายรายใช้เครื่องหมายในเขตเดียวกัน หรือเครื่องหมายยังไม่จดทะเบียน ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) · ถ้าอนุญาตสิทธิบัตร สูตร หรือ know-how พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา · ถ้าให้ทั้งระบบร้าน คู่มือ การฝึกอบรม และมาตรฐานบริการ ให้ใช้ สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) · ถ้าผู้จัดจำหน่ายซื้อสินค้าสำเร็จรูปจากแบรนด์ไปขายต่อ ไม่ได้ผลิตเอง ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Trademark Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตให้ใช้ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน และคำขอต้องแสดงเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างแท้จริง กับรายการสินค้าที่อนุญาต (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68) ข้อ 7 (มาตรฐานและการส่งตัวอย่างทุกสามเดือน) คือเงื่อนไขควบคุมคุณภาพที่ใช้ยื่น สินค้าที่อนุญาตต้องอยู่ในรายการสินค้าที่จดทะเบียนเครื่องหมายไว้ (…) — สิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของมีเฉพาะสินค้าที่จดทะเบียน (มาตรา 44) นายทะเบียนอาจรับจดทะเบียนโดยกำหนดเงื่อนไขหรือข้อจำกัด หรือไม่รับจดทะเบียน และต้องแจ้งเหตุผล คู่สัญญาอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ภายใน 60 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้ง (มาตรา 69) ข้อ 3.3 ให้ผู้ได้รับอนุญาตเลิกสัญญาได้ภายใน 30 วันถ้าไม่ยอมรับเงื่อนไข และข้อ 5.2 เลื่อนค่าสิทธิปีแรกไปหลังพ้นกำหนดนั้น เจ้าของยื่นภายใน 30 วันนับแต่ลงนามและออกค่าธรรมเนียม ตรวจอัตราค่าธรรมเนียมปัจจุบันจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนยื่น ผู้ได้รับอนุญาตอย่าเพิ่งผลิตสินค้าจำนวนมากจนกว่านายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน การแก้ไขรายการสินค้าหรือเงื่อนไขต้องร่วมกันร้องขอต่อนายทะเบียน (มาตรา 71) และเมื่อสัญญาสิ้นสุด ต้องร่วมกันร้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญา (มาตรา 72) ตามข้อ 13.3 การใช้เครื่องหมายของผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้ของเจ้าของ (มาตรา 70) เจ้าของที่ให้สิทธิผูกขาดจึงพึ่งการขายของผู้ได้รับอนุญาตเพื่อรักษาเครื่องหมาย นี่คือเหตุผลของยอดขายขั้นต่ำในข้อ 6

ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจลงนามของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล แล้วยื่นจดทะเบียนสัญญาภายใน 30 วันตามข้อ 3.1 เก็บใบรับคำขอและคำสั่งนายทะเบียนไว้กับสัญญา เพราะวันที่นายทะเบียนมีคำสั่งเป็นวันเริ่มนับอายุสัญญา (… ปี) และวันครบกำหนดค่าสิทธิทุกปี

ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

เอกสารแนบ 1 สำเนาหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนเครื่องหมายเลขที่ … พร้อมภาพเครื่องหมายและคู่มือการใช้ เอกสารแนบ 2 รายการสินค้าและมาตรฐาน ข้อกำหนดวัสดุ สี แบบ ขนาด และวิธีทดสอบคุณภาพ แบบรายงานการผลิตและการจำหน่ายรายไตรมาส และแบบบันทึกการส่งตัวอย่าง คำขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตและหนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามอบให้ตัวแทนยื่น) หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของคู่สัญญา

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 11 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44

ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 82

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 55 มาตรา 57 หรือมาตรา 58 ต้องชำระค่าปรับ

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4

ในพระราชบัญญัตินี้ “สินค้า” หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย รวมทั้งผลิตผลเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงกระแสไฟฟ้า ยกเว้นสินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “ผลิตผลเกษตรกรรม” หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจากเกษตรกรรมต่าง ๆ เช่น การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด แต่ไม่รวมถึงผลิตผลที่เกิดจากธรรมชาติ “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง แต่ง ประกอบ ประดิษฐ์ แปรสภาพ เปลี่ยนรูป ดัดแปลง คัดเลือก แบ่งบรรจุ แช่เยือกแข็ง หรือฉายรังสี รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “ผู้เสียหาย” หมายความว่า ผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น “ความเสียหายต่อจิตใจ” หมายความว่า ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ ความอับอาย หรือความเสียหายต่อจิตใจอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “สินค้าที่ไม่ปลอดภัย” หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้ “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และให้หมายความรวมถึงให้เช่า ให้เช่าซื้อ จัดหา ตลอดจนเสนอ ชักชวน หรือนำออกแสดงเพื่อการดังกล่าว “นำเข้า” หมายความว่า นำหรือสั่งสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักเพื่อขาย “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า (1) ผู้ผลิต หรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต (2) ผู้นำเข้า (3) ผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้ (4) ผู้ซึ่งใช้ชื่อ ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย ข้อความหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ อันมีลักษณะที่จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1

ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 44

ภูมิลำเนาของผู้เยาว์ ได้แก่ภูมิลำเนาของผู้แทนโดยชอบธรรมซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครอง

ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ