สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้รับจ้างออกแบบพรอมป์และขั้นตอนการใช้ AI พร้อมชุดทดสอบ บนบัญชี AI ของผู้ว่าจ้าง แล้วส่งมอบเมื่อผ่านเกณฑ์ · ใช้บัญชีและคีย์ API ของผู้ว่าจ้างเอง
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างทำชุดพรอมป์สำหรับตอบลูกค้าหรือเขียนเนื้อหาของบริษัท |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาที่ผู้รับจ้างต้องส่งมอบชุดพรอมป์ที่ผ่านเกณฑ์เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน งานนี้ไม่มีมาตรฐานวัดผลในตัว ถ้าไม่มีชุดทดสอบ การตรวจรับจะกลายเป็นความรู้สึกของผู้ว่าจ้าง ข้อ 3 จึงให้วัดด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข ข้อ 4 แยกความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการ AI เปลี่ยนโมเดลออกจากความผิดของผู้รับจ้าง ข้อ 7 ที่ไม่รับประกันผลลัพธ์ของ AI ใช้ได้เพราะผู้รับจ้างควบคุมโมเดลไม่ได้ แต่ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นรายย่อยที่ไม่มีความรู้ ข้อที่ให้ผู้รับจ้างได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และความรับผิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงยกเว้นไม่ได้ตามมาตรา 8 |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28, 37, 40; ป.พ.พ. ม.224, 587, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างทำชุดพรอมป์สำหรับตอบลูกค้าหรือเขียนเนื้อหาของบริษัท
- ใช้เมื่อจ้างออกแบบขั้นตอนใช้ ChatGPT หรือ Claude ในงานประจำ
- ใช้เมื่อต้องการชุดทดสอบวัดคุณภาพคำตอบของ AI
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ใช้บัญชีและคีย์ API ของผู้ว่าจ้างเอง
- ตรวจรับด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข
- ผลลัพธ์ของ AI อาจผิดได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้งานสำคัญ
- ห้ามใส่ข้อมูลลูกค้าจริงถ้าไม่ได้ตกลงไว้
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าต้องสร้างแชตบอตที่เชื่อม API และโฮสต์ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI
- ถ้าเชื่อมเครื่องมือ no-code อัตโนมัติ ให้ใช้ สัญญาจ้างทำระบบ Automation
- ถ้าต้องการประเมินการใช้ AI ทั้งองค์กร ให้ใช้ สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก
อากรแสตมป์
สัญญาที่ผู้รับจ้างต้องส่งมอบชุดพรอมป์ที่ผ่านเกณฑ์เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน งานนี้ไม่มีมาตรฐานวัดผลในตัว ถ้าไม่มีชุดทดสอบ การตรวจรับจะกลายเป็นความรู้สึกของผู้ว่าจ้าง ข้อ 3 จึงให้วัดด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข ข้อ 4 แยกความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการ AI เปลี่ยนโมเดลออกจากความผิดของผู้รับจ้าง ข้อ 7 ที่ไม่รับประกันผลลัพธ์ของ AI ใช้ได้เพราะผู้รับจ้างควบคุมโมเดลไม่ได้ แต่ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นรายย่อยที่ไม่มีความรู้ ข้อที่ให้ผู้รับจ้างได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และความรับผิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงยกเว้นไม่ได้ตามมาตรา 8
ข้อมูลและการส่งข้อมูลไปต่างประเทศ
การใส่ข้อมูลส่วนบุคคลลงในบริการ AI ที่ประมวลผลในต่างประเทศเป็นการส่งข้อมูลไปต่างประเทศ ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรา 37 และผู้รับจ้างที่แตะข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ประกาศคณะกรรมการเรื่องการส่งข้อมูลไปต่างประเทศและเงื่อนไขการใช้ข้อมูลของผู้ให้บริการ AI ต้องตรวจก่อนอนุญาตข้อ 6.1 ห้ามใส่ข้อมูลจริง เพราะการใส่ข้อมูลส่วนบุคคลลงในบริการ AI ที่ประมวลผลในต่างประเทศเป็นการส่งข้อมูลไปต่างประเทศตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 ผู้รับจ้างที่ฝ่าฝืนผิดสัญญา และผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดในฐานะผู้ควบคุมที่ไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยตามมาตรา 37 ผู้รับจ้างในฐานะผู้ประมวลผลต้องทำตามคำสั่งตามมาตรา 40
ลิขสิทธิ์
พรอมป์ แผนผัง และชุดทดสอบที่ผู้รับจ้างเขียนขึ้นเป็นงานที่สร้างโดยการรับจ้าง ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น และผู้รับจ้างยังมีสิทธิทางศีลธรรมตามมาตรา 18 ผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นจะได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์หรือไม่ ยังไม่มีบทบัญญัติไทยโดยตรง และให้ตรวจเงื่อนไขของผู้ให้บริการ AI เรื่องสิทธิในผลลัพธ์ด้วย ข้อ 10 ห้ามยึดงานไว้ต่อรอง ผู้รับจ้างที่ลบงานในบัญชีของผู้ว่าจ้างต้องชดใช้ความเสียหาย และการเข้าถึงระบบของผู้อื่นโดยไม่มีสิทธิอาจเป็นความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาก่อนงานเสร็จได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 605 โดยจ่ายค่างานที่ทำแล้ว เงินที่ผิดนัดชำระต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 224
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
เอกสารแนบท้าย
- รายการงานที่จะใช้ AI และตัวอย่างงานจริง
- ชุดทดสอบและเกณฑ์ให้คะแนน
- รายชื่อบัญชี AI ที่ผู้รับจ้างได้สิทธิเข้าใช้
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับจ้างปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1E048F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาที่ผู้รับจ้างต้องส่งมอบชุดพรอมป์ที่ผ่านเกณฑ์เป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8
ใช้สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างทำชุดพรอมป์สำหรับตอบลูกค้าหรือเขียนเนื้อหาของบริษัท · ใช้เมื่อจ้างออกแบบขั้นตอนใช้ ChatGPT หรือ Claude ในงานประจำ · ใช้เมื่อต้องการชุดทดสอบวัดคุณภาพคำตอบของ AI
ทำสัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowต้องระวังอะไร
ใช้บัญชีและคีย์ API ของผู้ว่าจ้างเอง · ตรวจรับด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข · ผลลัพธ์ของ AI อาจผิดได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้งานสำคัญ · ห้ามใส่ข้อมูลลูกค้าจริงถ้าไม่ได้ตกลงไว้
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow
ถ้าต้องสร้างแชตบอตที่เชื่อม API และโฮสต์ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI · ถ้าเชื่อมเครื่องมือ no-code อัตโนมัติ ให้ใช้ สัญญาจ้างทำระบบ Automation · ถ้าต้องการประเมินการใช้ AI ทั้งองค์กร ให้ใช้ สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก
สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน งานนี้ไม่มีมาตรฐานวัดผลในตัว ถ้าไม่มีชุดทดสอบ การตรวจรับจะกลายเป็นความรู้สึกของผู้ว่าจ้าง ข้อ 3 จึงให้วัดด้วยชุดทดสอบและเกณฑ์เป็นตัวเลข ข้อ 4 แยกความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการ AI เปลี่ยนโมเดลออกจากความผิดของผู้รับจ้าง ข้อ 7 ที่ไม่รับประกันผลลัพธ์ของ AI ใช้ได้เพราะผู้รับจ้างควบคุมโมเดลไม่ได้ แต่ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นรายย่อยที่ไม่มีความรู้ ข้อที่ให้ผู้รับจ้างได้เปรียบเกินสมควรศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และความรับผิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงยกเว้นไม่ได้ตามมาตรา 8
ลงนามสัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับจ้างปิดอากรแสตมป์ในฉบับของตน
ทำสัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflowต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
รายการงานที่จะใช้ AI และตัวอย่างงานจริง ชุดทดสอบและเกณฑ์ให้คะแนน รายชื่อบัญชี AI ที่ผู้รับจ้างได้สิทธิเข้าใช้
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)