สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้า ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของร้านจ้างผู้ดำเนินรายการไลฟ์เสนอขายสินค้า โดยกำหนดงาน ค่าตอบแทน คำกล่าวอ้าง และสิทธิใช้ภาพเสียงไว้ล่วงหน้า · ระบุรายการสินค้าและข้อความที่ห้ามกล่าวให้ตรงกับกฎหมายเฉพาะของสินค้า โดยเฉพาะอาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ และบริการสุขภาพ
| ใช้เมื่อ | ร้านค้าออนไลน์จ้างนักไลฟ์เป็นรายครั้งหรือเป็นแพ็กเกจหลายรอบ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญานี้เข้าลักษณะจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรในอัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ คำนวณจากสินจ้างที่ระบุไว้เป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากค่าตอบแทนตามยอดขายหรือสินจ้างเพิ่มขึ้นภายหลัง ควรตรวจและเสียอากรเพิ่มเติมตามมูลค่าที่เพิ่มขึ้น คู่ฉบับเสียอากรฉบับละ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) โดยผู้ยึดถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่นชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp Duty ภายใน 15 วันนับแต่วันทำตราสาร ส่วนตราสารกระดาษให้ปิดและขีดฆ่าอากรให้ถูกต้อง การไม่เสียอากรบริบูรณ์ทำให้ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.113, 114 และ 118 |
| ภาษี | หากผู้จ่ายค่าจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ให้หักจากค่าจ้างทำของหรือค่าบริการตามอัตราที่ใช้กับสถานะของผู้รับเงิน โดยกรณีทั่วไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ใช้อัตราร้อยละ 3 และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับจ้าง ค่าตอบแทนตามยอดขายต้องพิจารณาตามเนื้อแท้ของค่าตอบแทนและสถานะคู่สัญญาอีกครั้ง หากผู้รับจ้างเข้าลักษณะ นักแสดงสาธารณะ ตามประมวลรัษฎากร วิธีและอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะไม่ใช่ร้อยละ 3 แบบจ้างทำของ ให้ตรวจสถานะกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนจ่ายงวดแรก หากผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บ VAT ออกใบกำกับภาษี และนำส่งภาษีตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างควรตรวจว่าจำนวนเงินในสัญญารวม VAT แล้วหรือยัง |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.7, 224, 383, 386–391, 587, 591–594, 596, 599, 602, 605, 607, 797, 800, 807, 812, 820–822 · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–29, 30–36, 37(4), 39, 40 รวมวรรคท้าย · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5, 8 · ประมวลรัษฎากร ม.82/4, 85/1, 113, 114, 118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23 · คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ร้านค้าออนไลน์จ้างนักไลฟ์เป็นรายครั้งหรือเป็นแพ็กเกจหลายรอบ
- SME จ่ายค่าจ้างคงที่และอาจมีค่าตอบแทนตามยอดขายเพิ่มเติม
- คู่สัญญาต้องการกำหนดว่าใครรับผิดชอบข้อมูลสินค้า ราคา โปรโมชั่น อุปกรณ์ และสถานที่
- ผู้ว่าจ้างต้องการนำบันทึกไลฟ์ไปเผยแพร่ซ้ำ ตัดคลิป หรือซื้อโฆษณา
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ระบุรายการสินค้าและข้อความที่ห้ามกล่าวให้ตรงกับกฎหมายเฉพาะของสินค้า โดยเฉพาะอาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ และบริการสุขภาพ
- คนไลฟ์นับเป็น «ผู้โฆษณา» จึงร่วมรับผิดกับร้านได้ถ้าข้อความเกินจริง — ยึดบทพูดที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติเป็นหนังสือและเก็บหลักฐานไว้
- ขายผ่านไลฟ์เข้าข่ายตลาดแบบตรง ร้านต้องจดทะเบียนกับ สคบ. และผู้ซื้อมีสิทธิคืนสินค้าภายใน 7 วัน — กระทบยอดขายที่ใช้คำนวณค่าตอบแทน
- ถ้าจ่ายค่าตอบแทนตามยอดขาย ต้องระบุฐานยอดขาย การหักยอดยกเลิกหรือคืนเงิน วันปิดรอบ และสิทธิตรวจรายงานให้ชัด
- ค่าชดเชยยกเลิกกระชั้นชิดและเพดานความรับผิดต้องพอสมควร เพราะศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ตาม ป.พ.พ. ม.383
- การใช้ภาพหรือเสียงในโฆษณาแบบชำระเงินและการสังเคราะห์ด้วย AI ควรได้รับสิทธิโดยชัดแจ้ง แยกจากการเผยแพร่ไลฟ์ตามปกติ
- หากผู้รับจ้างเห็นข้อมูลลูกค้า ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผล ต้องปฏิบัติตามข้อ 10 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40
- ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสียอากรแสตมป์จากสินจ้างที่ตกลงไว้ และผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ผู้รับจ้างทำงานประจำภายใต้การบังคับบัญชา มีตารางงาน การลา และการลงโทษแบบพนักงาน — ควรใช้สัญญาจ้างแรงงาน
- ผู้รับจ้างมีอำนาจรับเงิน ทำสัญญา หรือผูกพันร้านโดยทั่วไป — ควรใช้สัญญาตัวแทนและหนังสือมอบอำนาจเฉพาะ
- จ้าง Influencer เผยแพร่ในช่องของตนเองเป็นงานหลัก — ควรใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL
อากรแสตมป์
สัญญานี้เข้าลักษณะจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรในอัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ คำนวณจากสินจ้างที่ระบุไว้เป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากค่าตอบแทนตามยอดขายหรือสินจ้างเพิ่มขึ้นภายหลัง ควรตรวจและเสียอากรเพิ่มเติมตามมูลค่าที่เพิ่มขึ้น คู่ฉบับเสียอากรฉบับละ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) โดยผู้ยึดถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า
ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่นชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp Duty ภายใน 15 วันนับแต่วันทำตราสาร ส่วนตราสารกระดาษให้ปิดและขีดฆ่าอากรให้ถูกต้อง การไม่เสียอากรบริบูรณ์ทำให้ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.113, 114 และ 118
ภาษี
หากผู้จ่ายค่าจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ให้หักจากค่าจ้างทำของหรือค่าบริการตามอัตราที่ใช้กับสถานะของผู้รับเงิน โดยกรณีทั่วไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ใช้อัตราร้อยละ 3 และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับจ้าง ค่าตอบแทนตามยอดขายต้องพิจารณาตามเนื้อแท้ของค่าตอบแทนและสถานะคู่สัญญาอีกครั้ง หากผู้รับจ้างเข้าลักษณะ นักแสดงสาธารณะ ตามประมวลรัษฎากร วิธีและอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะไม่ใช่ร้อยละ 3 แบบจ้างทำของ ให้ตรวจสถานะกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนจ่ายงวดแรก
หากผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บ VAT ออกใบกำกับภาษี และนำส่งภาษีตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างควรตรวจว่าจำนวนเงินในสัญญารวม VAT แล้วหรือยัง
กฎหมายโฆษณาและการขายผ่านไลฟ์
- ขายผ่านไลฟ์ = ตลาดแบบตรง ตามกฎหมายว่าด้วยขายตรงและตลาดแบบตรง ผู้ประกอบธุรกิจ (ร้าน) ต้องจดทะเบียนกับ สคบ. ก่อนขาย และผู้ซื้อมีสิทธิบอกเลิกสัญญาคืนสินค้าได้ภายใน 7 วัน — ร้านต้องเผื่อเรื่องนี้ไว้ในเงื่อนไขคืนสินค้าและในยอดขายที่ใช้คำนวณค่าตอบแทนของผู้รับจ้าง
- คนไลฟ์คือ "ผู้โฆษณา" จึงอาจร่วมรับผิดกับร้านได้ถ้าข้อความเกินจริงหรือทำให้เข้าใจผิด ทั้งทางกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ — ให้ยึดบทพูดและข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติเป็นหนังสือ และเก็บหลักฐานการอนุมัติไว้
- สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณาก่อน: อาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ และบริการสุขภาพ — ต้องมีเลขที่ใบอนุญาตโฆษณาและพูดได้เฉพาะภายในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค
- ห้ามโฆษณาเด็ดขาด: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ และยาที่ห้ามโฆษณาต่อประชาชน — รวมถึงการโชว์ขวด ฉลาก หรือตราสินค้าในไลฟ์
- เพลงและสื่อประกอบไลฟ์ ต้องมีสิทธิใช้งาน มิฉะนั้นเสี่ยงถูกปิดไลฟ์หรือถูกเรียกค่าเสียหายตามกฎหมายลิขสิทธิ์
หัวข้อนี้เขียนจากหลักทั่วไป — ก่อนไลฟ์ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะของสินค้าที่ขายและกติกาของแพลตฟอร์มที่ใช้จริง
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ตารางวัน เวลา สถานที่ และระยะเวลาของแต่ละรอบไลฟ์
- รายการสินค้า ราคา โปรโมชั่น สต็อก ของแถม และเงื่อนไขคืนสินค้า
- บทพูด ข้อความที่อนุมัติ และรายการข้อความหรือคำกล่าวอ้างที่ห้ามใช้
- รายการสินค้า อุปกรณ์ เสื้อผ้า ฉาก และบุคลากรที่แต่ละฝ่ายจัดเตรียม
- วิธีคำนวณค่าตอบแทนตามยอดขาย พร้อมตัวอย่างรายงานของแพลตฟอร์ม
- รายการสิทธิผู้ใช้ในบัญชีและวิธีส่งคืนสิทธิเมื่อสัญญาสิ้นสุด
- หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานผู้มีอำนาจลงนาม หากมี
วันลงนาม
จัดทำสัญญาอย่างน้อยสองฉบับที่มีข้อความและเอกสารแนบท้ายตรงกัน ให้คู่สัญญาและพยานลงลายมือชื่อทุกฉบับ ตรวจอำนาจของผู้ลงนามแทนนิติบุคคล และลงนามกำกับเอกสารแนบท้ายทุกหน้า หากลงนามอิเล็กทรอนิกส์ควรเก็บหลักฐานระบุตัวผู้ลงนาม วันเวลา การยอมรับข้อความ และไฟล์ฉบับที่ลงนามแล้วไว้ร่วมกัน
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-06F79C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญานี้เข้าลักษณะจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 ผู้รับจ้างเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรในอัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ คำนวณจากสินจ้างที่ระบุไว้เป็น (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) หากค่าตอบแทนตามยอดขายหรือสินจ้างเพิ่มขึ้นภายหลัง ควรตรวจและเสียอากรเพิ่มเติมตามมูลค่าที่เพิ่มขึ้น คู่ฉบับเสียอากรฉบับละ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) โดยผู้ยึดถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่นชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp Duty ภายใน 15 วันนับแต่วันทำตราสาร ส่วนตราสารกระดาษให้ปิดและขีดฆ่าอากรให้ถูกต้อง การไม่เสียอากรบริบูรณ์ทำให้ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.113, 114 และ 118
สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้า เสียภาษีอะไรบ้าง
หากผู้จ่ายค่าจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ให้หักจากค่าจ้างทำของหรือค่าบริการตามอัตราที่ใช้กับสถานะของผู้รับเงิน โดยกรณีทั่วไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ใช้อัตราร้อยละ 3 และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับจ้าง ค่าตอบแทนตามยอดขายต้องพิจารณาตามเนื้อแท้ของค่าตอบแทนและสถานะคู่สัญญาอีกครั้ง หากผู้รับจ้างเข้าลักษณะ นักแสดงสาธารณะ ตามประมวลรัษฎากร วิธีและอัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายจะไม่ใช่ร้อยละ 3 แบบจ้างทำของ ให้ตรวจสถานะกับผู้ทำบัญชีหรือสรรพากรพื้นที่ก่อนจ่ายงวดแรก หากผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บ VAT ออกใบกำกับภาษี และนำส่งภาษีตามกฎหมาย ผู้ว่าจ้างควรตรวจว่าจำนวนเงินในสัญญารวม VAT แล้วหรือยัง
ใช้สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้าตอนไหน
ร้านค้าออนไลน์จ้างนักไลฟ์เป็นรายครั้งหรือเป็นแพ็กเกจหลายรอบ · SME จ่ายค่าจ้างคงที่และอาจมีค่าตอบแทนตามยอดขายเพิ่มเติม · คู่สัญญาต้องการกำหนดว่าใครรับผิดชอบข้อมูลสินค้า ราคา โปรโมชั่น อุปกรณ์ และสถานที่ · ผู้ว่าจ้างต้องการนำบันทึกไลฟ์ไปเผยแพร่ซ้ำ ตัดคลิป หรือซื้อโฆษณา
ทำสัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้าต้องระวังอะไร
ระบุรายการสินค้าและข้อความที่ห้ามกล่าวให้ตรงกับกฎหมายเฉพาะของสินค้า โดยเฉพาะอาหาร เครื่องสำอาง ยา เครื่องมือแพทย์ และบริการสุขภาพ · คนไลฟ์นับเป็น ผู้โฆษณา จึงร่วมรับผิดกับร้านได้ถ้าข้อความเกินจริง — ยึดบทพูดที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติเป็นหนังสือและเก็บหลักฐานไว้ · ขายผ่านไลฟ์เข้าข่ายตลาดแบบตรง ร้านต้องจดทะเบียนกับ สคบ. และผู้ซื้อมีสิทธิคืนสินค้าภายใน 7 วัน — กระทบยอดขายที่ใช้คำนวณค่าตอบแทน · ถ้าจ่ายค่าตอบแทนตามยอดขาย ต้องระบุฐานยอดขาย การหักยอดยกเลิกหรือคืนเงิน วันปิดรอบ และสิทธิตรวจรายงานให้ชัด · ค่าชดเชยยกเลิกกระชั้นชิดและเพดานความรับผิดต้องพอสมควร เพราะศาลลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนได้ตาม ป.พ.พ. ม.383 · การใช้ภาพหรือเสียงในโฆษณาแบบชำระเงินและการสังเคราะห์ด้วย AI ควรได้รับสิทธิโดยชัดแจ้ง แยกจากการเผยแพร่ไลฟ์ตามปกติ · หากผู้รับจ้างเห็นข้อมูลลูกค้า ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผล ต้องปฏิบัติตามข้อ 10 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 · ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสียอากรแสตมป์จากสินจ้างที่ตกลงไว้ และผู้จ่ายเงินที่มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้า
ผู้รับจ้างทำงานประจำภายใต้การบังคับบัญชา มีตารางงาน การลา และการลงโทษแบบพนักงาน — ควรใช้สัญญาจ้างแรงงาน · ผู้รับจ้างมีอำนาจรับเงิน ทำสัญญา หรือผูกพันร้านโดยทั่วไป — ควรใช้สัญญาตัวแทนและหนังสือมอบอำนาจเฉพาะ · จ้าง Influencer เผยแพร่ในช่องของตนเองเป็นงานหลัก — ควรใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL
ลงนามสัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
จัดทำสัญญาอย่างน้อยสองฉบับที่มีข้อความและเอกสารแนบท้ายตรงกัน ให้คู่สัญญาและพยานลงลายมือชื่อทุกฉบับ ตรวจอำนาจของผู้ลงนามแทนนิติบุคคล และลงนามกำกับเอกสารแนบท้ายทุกหน้า หากลงนามอิเล็กทรอนิกส์ควรเก็บหลักฐานระบุตัวผู้ลงนาม วันเวลา การยอมรับข้อความ และไฟล์ฉบับที่ลงนามแล้วไว้ร่วมกัน
ทำสัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ตารางวัน เวลา สถานที่ และระยะเวลาของแต่ละรอบไลฟ์ รายการสินค้า ราคา โปรโมชั่น สต็อก ของแถม และเงื่อนไขคืนสินค้า บทพูด ข้อความที่อนุมัติ และรายการข้อความหรือคำกล่าวอ้างที่ห้ามใช้ รายการสินค้า อุปกรณ์ เสื้อผ้า ฉาก และบุคลากรที่แต่ละฝ่ายจัดเตรียม วิธีคำนวณค่าตอบแทนตามยอดขาย พร้อมตัวอย่างรายงานของแพลตฟอร์ม รายการสิทธิผู้ใช้ในบัญชีและวิธีส่งคืนสิทธิเมื่อสัญญาสิ้นสุด หนังสือรับรองนิติบุคคล หนังสือมอบอำนาจ และหลักฐานผู้มีอำนาจลงนาม หากมี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 15 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
หมวด 4 เลิกสัญญา
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/4
ภายใต้บังคับมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยคำนวณจากฐานภาษีตามส่วน 3 และอัตราภาษีตามส่วน 4 บทบัญญัติมาตรานี้มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอหรือแสดงราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้แจ้งให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทราบด้วยหรือไม่ก็ตาม ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรานี้ ย่อมเป็นภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรานี้ เนื่องจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการมาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของตน ย่อมเป็นภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 85/1
ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ (1) สำหรับผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการและมีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 81/1 ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่ (ก) วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม สำหรับกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมไว้แล้ว หรือ (ข) วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ สำหรับกรณีที่มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมขึ้นใหม่ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกากำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมน้อยกว่าที่กำหนดไว้ก่อน (2) สำหรับผู้ประกอบการที่ได้แจ้งต่ออธิบดีเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81/3 ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้แจ้งต่ออธิบดี ให้นำมาตรา 85 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับ
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 114
โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)