สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างจ้างผู้ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่บ้าน ผ่านบริษัทจัดส่งหรือจ้างโดยตรง · บริษัทจัดส่งผู้ดูแลต้องทำสัญญาตามประกาศ สคบ. 2559
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างบริษัทส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุมาอยู่ที่บ้าน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างบริษัทจัดส่งผู้ดูแลเป็นการจ้างทำของหรือจ้างบริการ เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สัญญารายเดือนที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดไม่มีสินจ้างรวม ตามหมายเหตุ (1) ของลักษณะ 4 ให้ประมาณ เช่น ค่าบริการ … คูณ 12 เดือน แล้วเสียอากรตามนั้นสัญญาจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงาน ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86ค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ค่าจ้างผู้ดูแลในบ้านส่วนใหญ่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างทำงานบ้านมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคม |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | ⚠️ ธุรกิจจัดส่งผู้ดูแลเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ใช้กับผู้ประกอบธุรกิจที่จัดส่งพนักงานไปดูแลเด็กอายุไม่เกินหกปี ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี คนทุพพลภาพ หรือผู้ป่วยที่บ้าน สัญญาต้องเป็นภาษาไทย ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีข้อความตามข้อ 3 ของประกาศ สัญญานี้รับไว้ดังนี้ ข้อ 4 ของประกาศห้ามข้อสัญญา ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจหรือพนักงาน ที่ให้ริบค่าบริการล่วงหน้า ที่ให้ผู้บริโภคจ่ายค่าปรับเพิ่มเมื่อเลิกสัญญา ที่ให้ขึ้นราคาระหว่างสัญญา ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจเลิกสัญญาโดยผู้บริโภคไม่ได้ผิดสาระสำคัญ และที่ให้ต่ออายุสัญญาอัตโนมัติ สัญญานี้จึงไม่มีข้อเหล่านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเบี้ยปรับให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคเรียกเบี้ยปรับอัตราเดียวกันได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจผิดตามข้อ 3(8) และ (9)การจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงานทำงานบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามประกาศ พ.ศ. 2559 ซึ่งใช้กับผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งพนักงาน ความสัมพันธ์นี้เป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับลูกจ้างทำงานบ้านเพียงบางส่วนตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2555 ซึ่งให้สิทธิเรื่องการจ่ายค่าจ้างตรงเวลา วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันลาป่วย และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้ตรวจรายการสิทธิตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในปีที่ลงนามกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 ถ้าผู้ดูแลเป็นคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทงานบ้าน งานที่ต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อ 2.2 ห้ามผู้ดูแลทำหัตถการทางการพยาบาลหรือการแพทย์ เพราะเป็นงานที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์และกฎหมายวิชาชีพเวชกรรมสงวนไว้ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 575; พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.76; ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ข้อ 2, 3(1)–(11), 4(1)–(6); พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 26; ประมวลรัษฎากร ม.40(1), 78/1, 86, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4 หมายเหตุ (1) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างบริษัทส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุมาอยู่ที่บ้าน
- ใช้เมื่อจ้างพี่เลี้ยงเด็กโดยตรง
- ใช้เมื่อจ้างผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบไปกลับ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- บริษัทจัดส่งผู้ดูแลต้องทำสัญญาตามประกาศ สคบ. 2559
- ผู้ดูแลห้ามฉีดยาหรือทำหัตถการทางการแพทย์
- แจ้งผู้ดูแลถ้ามีกล้องในบ้าน และห้ามติดในห้องพักหรือห้องน้ำ
- จ้างโดยตรงเป็นจ้างแรงงาน ผู้ดูแลมีสิทธิวันหยุดตามกฎหมาย
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างแม่บ้านทำงานบ้านอย่างเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน
- ถ้าจ้างบริษัททำความสะอาดรายเดือน ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างบริษัทจัดส่งผู้ดูแลเป็นการจ้างทำของหรือจ้างบริการ เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สัญญารายเดือนที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดไม่มีสินจ้างรวม ตามหมายเหตุ (1) ของลักษณะ 4 ให้ประมาณ เช่น ค่าบริการ … คูณ 12 เดือน แล้วเสียอากรตามนั้นสัญญาจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงาน ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
⚠️ ธุรกิจจัดส่งผู้ดูแลเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ใช้กับผู้ประกอบธุรกิจที่จัดส่งพนักงานไปดูแลเด็กอายุไม่เกินหกปี ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี คนทุพพลภาพ หรือผู้ป่วยที่บ้าน สัญญาต้องเป็นภาษาไทย ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีข้อความตามข้อ 3 ของประกาศ สัญญานี้รับไว้ดังนี้
| ข้อกำหนดของประกาศ | ข้อในสัญญานี้ |
|---|---|
| ข้อ 3(2) และ (6) รายละเอียดพนักงานและหนังสือแสดงรายละเอียด | ข้อ 1.2 |
| ข้อ 3(3) ขอบเขตงาน วันหยุด การทำงานล่วงเวลา | ข้อ 2 และข้อ 3 |
| ข้อ 3(4) อัตราค่าบริการและเงินอื่น | ข้อ 3.1 และข้อ 4.1 |
| ข้อ 3(5) สิทธิขอเปลี่ยนพนักงาน | ข้อ 5.1 |
| ข้อ 3(7) เหตุเลิกสัญญาของผู้ประกอบธุรกิจต้องเด่นชัดและบอกกล่าว 30 วัน | ข้อ 7.2 |
| ข้อ 3(8) สิทธิเลิกสัญญาของผู้บริโภค และส่งพนักงานทดแทนภายในสามวัน | ข้อ 5.1 และข้อ 7.1 |
| ข้อ 3(9) คืนค่าบริการล่วงหน้าภายใน 15 วัน | ข้อ 7.1 |
| ข้อ 3(10) รับรองความรู้ความสามารถและกำกับดูแลพนักงาน | ข้อ 8.1 |
| ข้อ 3(11) คำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ | ข้อ 9.1 |
ข้อ 4 ของประกาศห้ามข้อสัญญา ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจหรือพนักงาน ที่ให้ริบค่าบริการล่วงหน้า ที่ให้ผู้บริโภคจ่ายค่าปรับเพิ่มเมื่อเลิกสัญญา ที่ให้ขึ้นราคาระหว่างสัญญา ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจเลิกสัญญาโดยผู้บริโภคไม่ได้ผิดสาระสำคัญ และที่ให้ต่ออายุสัญญาอัตโนมัติ สัญญานี้จึงไม่มีข้อเหล่านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเบี้ยปรับให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคเรียกเบี้ยปรับอัตราเดียวกันได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจผิดตามข้อ 3(8) และ (9)การจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงานทำงานบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามประกาศ พ.ศ. 2559 ซึ่งใช้กับผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งพนักงาน ความสัมพันธ์นี้เป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับลูกจ้างทำงานบ้านเพียงบางส่วนตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2555 ซึ่งให้สิทธิเรื่องการจ่ายค่าจ้างตรงเวลา วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันลาป่วย และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้ตรวจรายการสิทธิตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในปีที่ลงนามกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 ถ้าผู้ดูแลเป็นคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทงานบ้าน
งานที่ต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อ 2.2 ห้ามผู้ดูแลทำหัตถการทางการพยาบาลหรือการแพทย์ เพราะเป็นงานที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์และกฎหมายวิชาชีพเวชกรรมสงวนไว้
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86ค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ค่าจ้างผู้ดูแลในบ้านส่วนใหญ่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างทำงานบ้านมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคม
ข้อมูลสุขภาพและกล้อง
ข้อมูลสุขภาพของผู้รับการดูแลเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ข้อ 6.2 ห้ามผู้ดูแลเผยแพร่ ภาพของผู้ดูแลที่กล้องบันทึกเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแล ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งให้ทราบตามมาตรา 23 ข้อ 6.1 แจ้งตำแหน่งกล้องไว้แล้ว และห้ามติดในห้องน้ำหรือห้องพัก ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- แผนการดูแลและตารางงาน
- รายการยาและคำสั่งแพทย์
- หนังสือแสดงรายละเอียดของพนักงานหรือหลักฐานของผู้ดูแล
- ชื่อและเบอร์โทรผู้ติดต่อฉุกเฉินและแพทย์ประจำตัว
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ว่าจ้างหนึ่งฉบับในวันลงนาม
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-E50B7F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างบริษัทจัดส่งผู้ดูแลเป็นการจ้างทำของหรือจ้างบริการ เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สัญญารายเดือนที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดไม่มีสินจ้างรวม ตามหมายเหตุ (1) ของลักษณะ 4 ให้ประมาณ เช่น ค่าบริการ … คูณ 12 เดือน แล้วเสียอากรตามนั้นสัญญาจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงาน ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86ค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ค่าจ้างผู้ดูแลในบ้านส่วนใหญ่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างทำงานบ้านมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคม
ใช้สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างบริษัทส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุมาอยู่ที่บ้าน · ใช้เมื่อจ้างพี่เลี้ยงเด็กโดยตรง · ใช้เมื่อจ้างผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบไปกลับ
ทำสัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านต้องระวังอะไร
บริษัทจัดส่งผู้ดูแลต้องทำสัญญาตามประกาศ สคบ. 2559 · ผู้ดูแลห้ามฉีดยาหรือทำหัตถการทางการแพทย์ · แจ้งผู้ดูแลถ้ามีกล้องในบ้าน และห้ามติดในห้องพักหรือห้องน้ำ · จ้างโดยตรงเป็นจ้างแรงงาน ผู้ดูแลมีสิทธิวันหยุดตามกฎหมาย
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน
ถ้าจ้างแม่บ้านทำงานบ้านอย่างเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน · ถ้าจ้างบริษัททำความสะอาดรายเดือน ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)
สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
⚠️ ธุรกิจจัดส่งผู้ดูแลเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ใช้กับผู้ประกอบธุรกิจที่จัดส่งพนักงานไปดูแลเด็กอายุไม่เกินหกปี ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี คนทุพพลภาพ หรือผู้ป่วยที่บ้าน สัญญาต้องเป็นภาษาไทย ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีข้อความตามข้อ 3 ของประกาศ สัญญานี้รับไว้ดังนี้ ข้อ 4 ของประกาศห้ามข้อสัญญา ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจหรือพนักงาน ที่ให้ริบค่าบริการล่วงหน้า ที่ให้ผู้บริโภคจ่ายค่าปรับเพิ่มเมื่อเลิกสัญญา ที่ให้ขึ้นราคาระหว่างสัญญา ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจเลิกสัญญาโดยผู้บริโภคไม่ได้ผิดสาระสำคัญ และที่ให้ต่ออายุสัญญาอัตโนมัติ สัญญานี้จึงไม่มีข้อเหล่านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเบี้ยปรับให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคเรียกเบี้ยปรับอัตราเดียวกันได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจผิดตามข้อ 3(8) และ (9)การจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงานทำงานบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามประกาศ พ.ศ. 2559 ซึ่งใช้กับผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งพนักงาน ความสัมพันธ์นี้เป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับลูกจ้างทำงานบ้านเพียงบางส่วนตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2555 ซึ่งให้สิทธิเรื่องการจ่ายค่าจ้างตรงเวลา วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันลาป่วย และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้ตรวจรายการสิทธิตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในปีที่ลงนามกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 ถ้าผู้ดูแลเป็นคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทงานบ้าน งานที่ต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อ 2.2 ห้ามผู้ดูแลทำหัตถการทางการพยาบาลหรือการแพทย์ เพราะเป็นงานที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์และกฎหมายวิชาชีพเวชกรรมสงวนไว้
ลงนามสัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ว่าจ้างหนึ่งฉบับในวันลงนาม
ทำสัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
แผนการดูแลและตารางงาน รายการยาและคำสั่งแพทย์ หนังสือแสดงรายละเอียดของพนักงานหรือหลักฐานของผู้ดูแล ชื่อและเบอร์โทรผู้ติดต่อฉุกเฉินและแพทย์ประจำตัว
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 7 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76
ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)