สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างจ้างผู้ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่บ้าน ผ่านบริษัทจัดส่งหรือจ้างโดยตรง · บริษัทจัดส่งผู้ดูแลต้องทำสัญญาตามประกาศ สคบ. 2559

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อจ้างบริษัทส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุมาอยู่ที่บ้าน
อากรแสตมป์สัญญาจ้างบริษัทจัดส่งผู้ดูแลเป็นการจ้างทำของหรือจ้างบริการ เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สัญญารายเดือนที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดไม่มีสินจ้างรวม ตามหมายเหตุ (1) ของลักษณะ 4 ให้ประมาณ เช่น ค่าบริการ … คูณ 12 เดือน แล้วเสียอากรตามนั้นสัญญาจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงาน ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
ภาษีผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86ค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ค่าจ้างผู้ดูแลในบ้านส่วนใหญ่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างทำงานบ้านมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคม
แบบที่กฎหมายกำหนด⚠️ ธุรกิจจัดส่งผู้ดูแลเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ใช้กับผู้ประกอบธุรกิจที่จัดส่งพนักงานไปดูแลเด็กอายุไม่เกินหกปี ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี คนทุพพลภาพ หรือผู้ป่วยที่บ้าน สัญญาต้องเป็นภาษาไทย ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีข้อความตามข้อ 3 ของประกาศ สัญญานี้รับไว้ดังนี้ ข้อ 4 ของประกาศห้ามข้อสัญญา ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจหรือพนักงาน ที่ให้ริบค่าบริการล่วงหน้า ที่ให้ผู้บริโภคจ่ายค่าปรับเพิ่มเมื่อเลิกสัญญา ที่ให้ขึ้นราคาระหว่างสัญญา ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจเลิกสัญญาโดยผู้บริโภคไม่ได้ผิดสาระสำคัญ และที่ให้ต่ออายุสัญญาอัตโนมัติ สัญญานี้จึงไม่มีข้อเหล่านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเบี้ยปรับให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคเรียกเบี้ยปรับอัตราเดียวกันได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจผิดตามข้อ 3(8) และ (9)การจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงานทำงานบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามประกาศ พ.ศ. 2559 ซึ่งใช้กับผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งพนักงาน ความสัมพันธ์นี้เป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับลูกจ้างทำงานบ้านเพียงบางส่วนตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2555 ซึ่งให้สิทธิเรื่องการจ่ายค่าจ้างตรงเวลา วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันลาป่วย และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้ตรวจรายการสิทธิตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในปีที่ลงนามกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 ถ้าผู้ดูแลเป็นคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทงานบ้าน งานที่ต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อ 2.2 ห้ามผู้ดูแลทำหัตถการทางการพยาบาลหรือการแพทย์ เพราะเป็นงานที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์และกฎหมายวิชาชีพเวชกรรมสงวนไว้
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224, 575; พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.76; ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ข้อ 2, 3(1)–(11), 4(1)–(6); พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 26; ประมวลรัษฎากร ม.40(1), 78/1, 86, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4 หมายเหตุ (1)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อจ้างบริษัทส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุมาอยู่ที่บ้าน
  • ใช้เมื่อจ้างพี่เลี้ยงเด็กโดยตรง
  • ใช้เมื่อจ้างผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบไปกลับ

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • บริษัทจัดส่งผู้ดูแลต้องทำสัญญาตามประกาศ สคบ. 2559
  • ผู้ดูแลห้ามฉีดยาหรือทำหัตถการทางการแพทย์
  • แจ้งผู้ดูแลถ้ามีกล้องในบ้าน และห้ามติดในห้องพักหรือห้องน้ำ
  • จ้างโดยตรงเป็นจ้างแรงงาน ผู้ดูแลมีสิทธิวันหยุดตามกฎหมาย

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาจ้างบริษัทจัดส่งผู้ดูแลเป็นการจ้างทำของหรือจ้างบริการ เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สัญญารายเดือนที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดไม่มีสินจ้างรวม ตามหมายเหตุ (1) ของลักษณะ 4 ให้ประมาณ เช่น ค่าบริการ … คูณ 12 เดือน แล้วเสียอากรตามนั้นสัญญาจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงาน ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

⚠️ ธุรกิจจัดส่งผู้ดูแลเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ใช้กับผู้ประกอบธุรกิจที่จัดส่งพนักงานไปดูแลเด็กอายุไม่เกินหกปี ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี คนทุพพลภาพ หรือผู้ป่วยที่บ้าน สัญญาต้องเป็นภาษาไทย ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีข้อความตามข้อ 3 ของประกาศ สัญญานี้รับไว้ดังนี้

ข้อกำหนดของประกาศ ข้อในสัญญานี้
ข้อ 3(2) และ (6) รายละเอียดพนักงานและหนังสือแสดงรายละเอียด ข้อ 1.2
ข้อ 3(3) ขอบเขตงาน วันหยุด การทำงานล่วงเวลา ข้อ 2 และข้อ 3
ข้อ 3(4) อัตราค่าบริการและเงินอื่น ข้อ 3.1 และข้อ 4.1
ข้อ 3(5) สิทธิขอเปลี่ยนพนักงาน ข้อ 5.1
ข้อ 3(7) เหตุเลิกสัญญาของผู้ประกอบธุรกิจต้องเด่นชัดและบอกกล่าว 30 วัน ข้อ 7.2
ข้อ 3(8) สิทธิเลิกสัญญาของผู้บริโภค และส่งพนักงานทดแทนภายในสามวัน ข้อ 5.1 และข้อ 7.1
ข้อ 3(9) คืนค่าบริการล่วงหน้าภายใน 15 วัน ข้อ 7.1
ข้อ 3(10) รับรองความรู้ความสามารถและกำกับดูแลพนักงาน ข้อ 8.1
ข้อ 3(11) คำบอกกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ข้อ 9.1

ข้อ 4 ของประกาศห้ามข้อสัญญา ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจหรือพนักงาน ที่ให้ริบค่าบริการล่วงหน้า ที่ให้ผู้บริโภคจ่ายค่าปรับเพิ่มเมื่อเลิกสัญญา ที่ให้ขึ้นราคาระหว่างสัญญา ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจเลิกสัญญาโดยผู้บริโภคไม่ได้ผิดสาระสำคัญ และที่ให้ต่ออายุสัญญาอัตโนมัติ สัญญานี้จึงไม่มีข้อเหล่านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเบี้ยปรับให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคเรียกเบี้ยปรับอัตราเดียวกันได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจผิดตามข้อ 3(8) และ (9)การจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงานทำงานบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามประกาศ พ.ศ. 2559 ซึ่งใช้กับผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งพนักงาน ความสัมพันธ์นี้เป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับลูกจ้างทำงานบ้านเพียงบางส่วนตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2555 ซึ่งให้สิทธิเรื่องการจ่ายค่าจ้างตรงเวลา วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันลาป่วย และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้ตรวจรายการสิทธิตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในปีที่ลงนามกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 ถ้าผู้ดูแลเป็นคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทงานบ้าน

งานที่ต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อ 2.2 ห้ามผู้ดูแลทำหัตถการทางการพยาบาลหรือการแพทย์ เพราะเป็นงานที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์และกฎหมายวิชาชีพเวชกรรมสงวนไว้

ภาษี

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86ค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ค่าจ้างผู้ดูแลในบ้านส่วนใหญ่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างทำงานบ้านมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคม

ข้อมูลสุขภาพและกล้อง

ข้อมูลสุขภาพของผู้รับการดูแลเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ข้อ 6.2 ห้ามผู้ดูแลเผยแพร่ ภาพของผู้ดูแลที่กล้องบันทึกเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแล ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งให้ทราบตามมาตรา 23 ข้อ 6.1 แจ้งตำแหน่งกล้องไว้แล้ว และห้ามติดในห้องน้ำหรือห้องพัก ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • แผนการดูแลและตารางงาน
  • รายการยาและคำสั่งแพทย์
  • หนังสือแสดงรายละเอียดของพนักงานหรือหลักฐานของผู้ดูแล
  • ชื่อและเบอร์โทรผู้ติดต่อฉุกเฉินและแพทย์ประจำตัว

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ว่าจ้างหนึ่งฉบับในวันลงนาม

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-E50B7F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างบริษัทจัดส่งผู้ดูแลเป็นการจ้างทำของหรือจ้างบริการ เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าบริการเสียอากร 1 บาท ผู้ให้บริการเป็นผู้เสีย สัญญารายเดือนที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดไม่มีสินจ้างรวม ตามหมายเหตุ (1) ของลักษณะ 4 ให้ประมาณ เช่น ค่าบริการ … คูณ 12 เดือน แล้วเสียอากรตามนั้นสัญญาจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงาน ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์

สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86ค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ค่าจ้างผู้ดูแลในบ้านส่วนใหญ่ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี การขึ้นทะเบียนประกันสังคมของลูกจ้างทำงานบ้านมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคม

ใช้สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างบริษัทส่งผู้ดูแลผู้สูงอายุมาอยู่ที่บ้าน · ใช้เมื่อจ้างพี่เลี้ยงเด็กโดยตรง · ใช้เมื่อจ้างผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงแบบไปกลับ

ทำสัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านต้องระวังอะไร

บริษัทจัดส่งผู้ดูแลต้องทำสัญญาตามประกาศ สคบ. 2559 · ผู้ดูแลห้ามฉีดยาหรือทำหัตถการทางการแพทย์ · แจ้งผู้ดูแลถ้ามีกล้องในบ้าน และห้ามติดในห้องพักหรือห้องน้ำ · จ้างโดยตรงเป็นจ้างแรงงาน ผู้ดูแลมีสิทธิวันหยุดตามกฎหมาย

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน

ถ้าจ้างแม่บ้านทำงานบ้านอย่างเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน · ถ้าจ้างบริษัททำความสะอาดรายเดือน ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)

สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

⚠️ ธุรกิจจัดส่งผู้ดูแลเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ คนทุพพลภาพ และผู้ป่วยตามสถานที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2559 ใช้กับผู้ประกอบธุรกิจที่จัดส่งพนักงานไปดูแลเด็กอายุไม่เกินหกปี ผู้สูงอายุเกินหกสิบปี คนทุพพลภาพ หรือผู้ป่วยที่บ้าน สัญญาต้องเป็นภาษาไทย ตัวอักษรไม่เล็กกว่าสองมิลลิเมตร และต้องมีข้อความตามข้อ 3 ของประกาศ สัญญานี้รับไว้ดังนี้ ข้อ 4 ของประกาศห้ามข้อสัญญา ที่ยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจหรือพนักงาน ที่ให้ริบค่าบริการล่วงหน้า ที่ให้ผู้บริโภคจ่ายค่าปรับเพิ่มเมื่อเลิกสัญญา ที่ให้ขึ้นราคาระหว่างสัญญา ที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจเลิกสัญญาโดยผู้บริโภคไม่ได้ผิดสาระสำคัญ และที่ให้ต่ออายุสัญญาอัตโนมัติ สัญญานี้จึงไม่มีข้อเหล่านั้น ถ้าผู้ประกอบธุรกิจกำหนดเบี้ยปรับให้ผู้บริโภค ผู้บริโภคเรียกเบี้ยปรับอัตราเดียวกันได้เมื่อผู้ประกอบธุรกิจผิดตามข้อ 3(8) และ (9)การจ้างผู้ดูแลโดยตรงเป็นการจ้างแรงงานทำงานบ้าน ไม่ใช่ธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตามประกาศ พ.ศ. 2559 ซึ่งใช้กับผู้ประกอบธุรกิจจัดส่งพนักงาน ความสัมพันธ์นี้เป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้กับลูกจ้างทำงานบ้านเพียงบางส่วนตามกฎกระทรวง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2555 ซึ่งให้สิทธิเรื่องการจ่ายค่าจ้างตรงเวลา วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี วันลาป่วย และวันหยุดพักผ่อนประจำปี ให้ตรวจรายการสิทธิตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับในปีที่ลงนามกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 ถ้าผู้ดูแลเป็นคนต่างด้าว ต้องมีใบอนุญาตทำงานประเภทงานบ้าน งานที่ต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ข้อ 2.2 ห้ามผู้ดูแลทำหัตถการทางการพยาบาลหรือการแพทย์ เพราะเป็นงานที่กฎหมายวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์และกฎหมายวิชาชีพเวชกรรมสงวนไว้

ลงนามสัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ว่าจ้างหนึ่งฉบับในวันลงนาม

ทำสัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

แผนการดูแลและตารางงาน รายการยาและคำสั่งแพทย์ หนังสือแสดงรายละเอียดของพนักงานหรือหลักฐานของผู้ดูแล ชื่อและเบอร์โทรผู้ติดต่อฉุกเฉินและแพทย์ประจำตัว

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 7 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76

ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด