สัญญาสมาชิกแบบ Subscription ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ให้บริการขายสิทธิเข้าถึงเนื้อหา ชุมชน หรือสิทธิประโยชน์แก่สมาชิกเป็นรายงวด ไม่ใช่การขายซอฟต์แวร์หรือสินค้า · ขั้นตอนยกเลิกต้องง่ายเท่ากับขั้นตอนสมัคร มิฉะนั้นเสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อขายสมาชิกภาพคอร์สออนไลน์ ชุมชนสมาชิก หรือสิทธิประโยชน์แบบสมัครสมาชิกรายเดือน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาสมาชิกแบบ Subscription ไม่ใช่ตราสารประเภทใดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นเช่า จ้างทำของ หรือกู้ยืม ค่าสมาชิกเป็นค่าบริการที่จ่ายเป็นงวด จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าลงนามในกระดาษ ส่วนที่สมาชิกสมัครผ่านระบบออนไลน์และยอมรับข้อตกลงทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่มีอากรที่ต้องปิดเช่นกันเพราะไม่เข้าลักษณะใดในบัญชีอัตราอากร |
| ภาษี | ค่าสมาชิกเป็นเงินได้ค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าสมาชิกเป็นนิติบุคคลและผู้ให้บริการเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีในไทย สมาชิกมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อสัญญาแม้จะแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนหัก ถ้าผู้ให้บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บ VAT และออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ถ้าสมาชิกเป็นบุคคลธรรมดาที่สมัครผ่านบัตรเครดิตหรือช่องทางออนไลน์ โดยทั่วไปไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะบุคคลธรรมดาไม่ใช่ผู้มีหน้าที่หักตามคำสั่งกรมสรรพากรฉบับนี้ ผู้ให้บริการยังคงมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากรายรับตามปกติของตนเอง |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสมาชิกเป็นผู้บริโภคตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ต้องตรวจว่าธุรกิจสมาชิกภาพประเภทนี้อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาหรือไม่ก่อนใช้แม่แบบนี้กับผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะเงื่อนไขการต่ออายุอัตโนมัติและการยกเลิก ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถ้าบริการนี้ทำให้ผู้ให้บริการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นที่สมาชิกนำเข้าระบบ (เช่น สมาชิกใช้บริการนี้บริหารฐานลูกค้าของตัวเอง) ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายตามที่ระบุในข้อ 8.3 |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 383; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.19, 24, 40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1, 12/7 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อขายสมาชิกภาพคอร์สออนไลน์ ชุมชนสมาชิก หรือสิทธิประโยชน์แบบสมัครสมาชิกรายเดือน
- ใช้เมื่อต้องกำหนดกติกาต่ออายุอัตโนมัติที่ยกเลิกได้ง่าย และเงื่อนไขคืนเงิน
- ใช้เมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั่วไป ไม่ใช่ธุรกิจ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ขั้นตอนยกเลิกต้องง่ายเท่ากับขั้นตอนสมัคร มิฉะนั้นเสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4
- ถ้าผู้ให้บริการเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือหยุดให้บริการ ต้องคืนเงินตามสัดส่วนเสมอ ไม่ว่าจะตั้งนโยบายไม่คืนเงินไว้อย่างไร
- ความยินยอมด้านการตลาดต้องแยกจากการสมัครสมาชิก ถอนได้โดยไม่กระทบสิทธิสมาชิก
- เนื้อหาที่สมาชิกสร้างเองยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิก ผู้ให้บริการได้แค่สิทธิใช้เท่าที่จำเป็น
- ถ้าสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ให้ตรวจ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคและประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาก่อนใช้
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าขายสิทธิใช้ซอฟต์แวร์ให้ธุรกิจ ให้ใช้ สัญญาให้บริการ SaaS
- ถ้าเป็นครีเอเตอร์สองฝ่ายแบ่งรายได้กันเอง ให้ใช้ สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้
- ถ้าต้องการคนมาบริหารชุมชนสมาชิกแทน ให้ใช้สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกเมื่อมีแม่แบบนั้น
อากรแสตมป์
สัญญาสมาชิกแบบ Subscription ไม่ใช่ตราสารประเภทใดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นเช่า จ้างทำของ หรือกู้ยืม ค่าสมาชิกเป็นค่าบริการที่จ่ายเป็นงวด จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าลงนามในกระดาษ ส่วนที่สมาชิกสมัครผ่านระบบออนไลน์และยอมรับข้อตกลงทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่มีอากรที่ต้องปิดเช่นกันเพราะไม่เข้าลักษณะใดในบัญชีอัตราอากร
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสมาชิกเป็นผู้บริโภคตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ต้องตรวจว่าธุรกิจสมาชิกภาพประเภทนี้อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาหรือไม่ก่อนใช้แม่แบบนี้กับผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะเงื่อนไขการต่ออายุอัตโนมัติและการยกเลิก ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นพิเศษ
ถ้าบริการนี้ทำให้ผู้ให้บริการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นที่สมาชิกนำเข้าระบบ (เช่น สมาชิกใช้บริการนี้บริหารฐานลูกค้าของตัวเอง) ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายตามที่ระบุในข้อ 8.3
ภาษี
ค่าสมาชิกเป็นเงินได้ค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าสมาชิกเป็นนิติบุคคลและผู้ให้บริการเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีในไทย สมาชิกมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อสัญญาแม้จะแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนหัก ถ้าผู้ให้บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บ VAT และออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ถ้าสมาชิกเป็นบุคคลธรรมดาที่สมัครผ่านบัตรเครดิตหรือช่องทางออนไลน์ โดยทั่วไปไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะบุคคลธรรมดาไม่ใช่ผู้มีหน้าที่หักตามคำสั่งกรมสรรพากรฉบับนี้ ผู้ให้บริการยังคงมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากรายรับตามปกติของตนเอง
การต่ออายุอัตโนมัติ คือจุดที่ผู้บริโภคร้องเรียนมากที่สุด
ธุรกิจสมาชิกภาพส่วนใหญ่อยู่รอดได้เพราะคนลืมยกเลิก แต่นั่นคือจุดที่หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงไทยจับตามากที่สุด ข้อ 2.2 และข้อ 6.1 จึงวางกติกาไว้สามชั้น
- แจ้งเตือนก่อนตัดเงินรอบถัดไปเสมอ ไม่ใช่ตัดเงินเงียบ ๆ แล้วให้สมาชิกมาทวงคืนเอง
- ยกเลิกได้ด้วยตัวเอง ง่ายเท่ากับตอนสมัคร ห้ามออกแบบให้ต้องโทรศัพท์ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตอบ หรือต้องกรอกแบบฟอร์มหลายขั้นตอนเพื่อยกเลิก ในขณะที่การสมัครใช้แค่กดปุ่มเดียว ความไม่สมดุลนี้เองที่ศาลและหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคมองว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
- ขึ้นราคาต้องแจ้งล่วงหน้าและมีทางออก ข้อ 2.3 และข้อ 5.3 ผูกกันไว้ ถ้าปิดสวิตช์ในข้อ 5.3 ความเสี่ยงเรื่องข้อสัญญาไม่เป็นธรรมจะสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะกับสมาชิกที่เป็นผู้บริโภค
คืนเงินตอนยกเลิกกลางรอบ — เลือกได้ แต่มีเส้นที่เลือกไม่ได้
ข้อ 3.1 ให้เลือกว่าจะคืนเงินตามสัดส่วนวันที่เหลือหรือไม่คืนเลย ทั้งสองแบบใช้ได้ตามหลักเสรีภาพในการทำสัญญา แต่ข้อ 3.2 เป็นเส้นที่เลือกไม่ได้ ถ้าผู้ให้บริการเป็นฝ่ายทำให้บริการใช้ไม่ได้หรือผิดสัญญาเอง สมาชิกต้องได้เงินคืนตามสัดส่วนเสมอ ไม่ว่าจะตั้งสวิตช์ข้อ 3.1 ไว้อย่างไร เพราะการยึดเงินค่าบริการที่ยังไม่ได้ให้บริการไว้ทั้งหมดในกรณีที่ตนเป็นฝ่ายผิด เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4 อย่างชัดเจน
ถ้าสมาชิกเป็นผู้บริโภค ข้อ 9.3 เตือนไว้ว่าเพดานความรับผิดในข้อ 9.2 ใช้ได้เท่าที่ไม่ขัดสิทธิผู้บริโภคตามกฎหมายเฉพาะที่อาจบังคับให้คืนเงินมากกว่านี้
เนื้อหาที่สมาชิกสร้างขึ้น ยังเป็นของสมาชิก
ข้อ 7.1 เขียนไว้ชัดว่าโพสต์ ความคิดเห็น หรือผลงานที่สมาชิกสร้างในชุมชนยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิกตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8 ผู้ให้บริการได้เพียงสิทธิใช้เท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ ไม่ใช่เจ้าของ ข้อสัญญาที่เขียนว่า "เนื้อหาทั้งหมดที่โพสต์เป็นของแพลตฟอร์ม" โดยไม่จำกัดขอบเขต เสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมและอาจถูกตีความว่าขัดต่อสิทธิของผู้สร้างสรรค์
ข้อห้ามและผลเมื่อฝ่าฝืน
- ออกแบบขั้นตอนยกเลิกให้ยากกว่าขั้นตอนสมัคร (ข้อ 6.1) — เป็นข้อสัญญาที่เสี่ยงถูกตัดตามมาตรา 4 และถ้าสมาชิกเป็นผู้บริโภค อาจเป็นความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคด้วย
- ระงับบัญชีโดยไม่แจ้งเหตุและไม่ให้ชี้แจง เว้นแต่กรณีร้ายแรง (ข้อ 4.2) — สมาชิกเรียกเงินคืนตามสัดส่วนได้ตามข้อ 3.2
- ขึ้นราคาแล้วเรียกเก็บย้อนหลังกับรอบที่จ่ายแล้ว (ข้อ 2.3) — ห้ามไว้ชัดในข้อ 5.2
- นำข้อมูลสมาชิกไปทำการตลาดโดยไม่มีความยินยอมแยกต่างหาก (ข้อ 8.1) — มีโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อที่คนทำระบบสมาชิกพลาดบ่อย
- ผูกความยินยอมการตลาดไว้กับการสมัครสมาชิก — สมาชิกถอนความยินยอมการตลาดไม่ได้โดยไม่เสียสิทธิสมาชิก ข้อ 8.1 แยกสองเรื่องออกจากกันชัด
- ไม่มีแผนตอนปิดบริการ — สมาชิกจ่ายเงินไปแล้วแต่ไม่มีทางเอาข้อมูลหรือเนื้อหาของตัวเองออกมา ข้อ 7.3 บังคับแจ้งล่วงหน้าและให้ส่งออกได้
- เขียนว่า "ไม่รับประกันผลลัพธ์" แต่โฆษณาหน้าเว็บเป็นตัวเลขผลลัพธ์ที่ชัดเจน — ข้อ 1.2 ต้องสอดคล้องกับสิ่งที่โฆษณาจริง ไม่ใช่ข้อความกันตัวลอย ๆ ที่ขัดกับหน้าขาย
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- กติกาการใช้งานและรายการประโยชน์ของสมาชิกแต่ละระดับ
- นโยบายความเป็นส่วนตัวและแบบขอความยินยอมด้านการตลาดแยกจากการสมัครสมาชิก
- ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 หากบริการเข้าถึงข้อมูลบุคคลอื่นที่สมาชิกนำเข้าระบบ
วันลงนาม
สัญญานี้มักทำผ่านระบบออนไลน์โดยสมาชิกกดยอมรับข้อตกลงตอนสมัครและชำระเงินงวดแรก หากทำเป็นหนังสือให้ลงชื่อกำกับกติกาการใช้งานที่แนบด้วย
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-A99617 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาสมาชิกแบบ Subscription ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาสมาชิกแบบ Subscription ไม่ใช่ตราสารประเภทใดในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นเช่า จ้างทำของ หรือกู้ยืม ค่าสมาชิกเป็นค่าบริการที่จ่ายเป็นงวด จึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าลงนามในกระดาษ ส่วนที่สมาชิกสมัครผ่านระบบออนไลน์และยอมรับข้อตกลงทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็ไม่มีอากรที่ต้องปิดเช่นกันเพราะไม่เข้าลักษณะใดในบัญชีอัตราอากร
สัญญาสมาชิกแบบ Subscription เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าสมาชิกเป็นเงินได้ค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าสมาชิกเป็นนิติบุคคลและผู้ให้บริการเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีในไทย สมาชิกมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปต่อสัญญาแม้จะแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนตามข้อ 12/7 ให้ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนหัก ถ้าผู้ให้บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องเรียกเก็บ VAT และออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ถ้าสมาชิกเป็นบุคคลธรรมดาที่สมัครผ่านบัตรเครดิตหรือช่องทางออนไลน์ โดยทั่วไปไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย เพราะบุคคลธรรมดาไม่ใช่ผู้มีหน้าที่หักตามคำสั่งกรมสรรพากรฉบับนี้ ผู้ให้บริการยังคงมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้จากรายรับตามปกติของตนเอง
ใช้สัญญาสมาชิกแบบ Subscriptionตอนไหน
ใช้เมื่อขายสมาชิกภาพคอร์สออนไลน์ ชุมชนสมาชิก หรือสิทธิประโยชน์แบบสมัครสมาชิกรายเดือน · ใช้เมื่อต้องกำหนดกติกาต่ออายุอัตโนมัติที่ยกเลิกได้ง่าย และเงื่อนไขคืนเงิน · ใช้เมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั่วไป ไม่ใช่ธุรกิจ
ทำสัญญาสมาชิกแบบ Subscriptionต้องระวังอะไร
ขั้นตอนยกเลิกต้องง่ายเท่ากับขั้นตอนสมัคร มิฉะนั้นเสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 · ถ้าผู้ให้บริการเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือหยุดให้บริการ ต้องคืนเงินตามสัดส่วนเสมอ ไม่ว่าจะตั้งนโยบายไม่คืนเงินไว้อย่างไร · ความยินยอมด้านการตลาดต้องแยกจากการสมัครสมาชิก ถอนได้โดยไม่กระทบสิทธิสมาชิก · เนื้อหาที่สมาชิกสร้างเองยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิก ผู้ให้บริการได้แค่สิทธิใช้เท่าที่จำเป็น · ถ้าสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ให้ตรวจ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคและประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาก่อนใช้
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาสมาชิกแบบ Subscription
ถ้าขายสิทธิใช้ซอฟต์แวร์ให้ธุรกิจ ให้ใช้ สัญญาให้บริการ SaaS · ถ้าเป็นครีเอเตอร์สองฝ่ายแบ่งรายได้กันเอง ให้ใช้ สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ · ถ้าต้องการคนมาบริหารชุมชนสมาชิกแทน ให้ใช้สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิกเมื่อมีแม่แบบนั้น
สัญญาสมาชิกแบบ Subscription ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสมาชิกเป็นผู้บริโภคตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ต้องตรวจว่าธุรกิจสมาชิกภาพประเภทนี้อยู่ภายใต้ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาหรือไม่ก่อนใช้แม่แบบนี้กับผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะเงื่อนไขการต่ออายุอัตโนมัติและการยกเลิก ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ถ้าบริการนี้ทำให้ผู้ให้บริการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นที่สมาชิกนำเข้าระบบ (เช่น สมาชิกใช้บริการนี้บริหารฐานลูกค้าของตัวเอง) ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายตามที่ระบุในข้อ 8.3
ลงนามสัญญาสมาชิกแบบ Subscriptionต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
สัญญานี้มักทำผ่านระบบออนไลน์โดยสมาชิกกดยอมรับข้อตกลงตอนสมัครและชำระเงินงวดแรก หากทำเป็นหนังสือให้ลงชื่อกำกับกติกาการใช้งานที่แนบด้วย
ทำสัญญาสมาชิกแบบ Subscriptionต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
กติกาการใช้งานและรายการประโยชน์ของสมาชิกแต่ละระดับ นโยบายความเป็นส่วนตัวและแบบขอความยินยอมด้านการตลาดแยกจากการสมัครสมาชิก ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 หากบริการเข้าถึงข้อมูลบุคคลอื่นที่สมาชิกนำเข้าระบบ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8
ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ใน ราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (2) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้น ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าว - 6 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ ใน (1) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้อง เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงาน ที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย - 2 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่า จะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้น เป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (1) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (2) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (3) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความ รวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย (4) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่ง ภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง (5) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสง ผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (6) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (7) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (1) ถึง (6) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมี ทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยก และเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุ ไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถ นำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่อง ได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี - 3 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือ ที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบ โสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียง ทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงาน ต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (2) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็น นาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (4) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือ สามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (5) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือ เปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดย วิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใด ที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชน เป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏ ซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพ เกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม - 4 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ ให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการ เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้ง ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือ รหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึก การแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือ สิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)