สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ให้คนอื่นใช้สิทธิบัตร สูตร ลิขสิทธิ์ หรือแบรนด์ของคุณไปผลิตขาย แลกค่าแรกเข้า ค่ารายปี หรือ royalty จากยอดขาย · สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่งั้นโมฆะ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อนักวิจัย/นักประดิษฐ์ให้บริษัทผลิตขายตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร
อากรแสตมป์อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ · ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี ถ้ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยี/ฝึกอบรมเป็นสาระหลัก อาจถูกมองเป็นจ้างทำของ/บริการ — ค่าตอบแทนส่วนนั้นแยกไว้จะปลอดภัยกว่า
ภาษีค่าสิทธิ (royalty) และค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเงินได้ ม.40(3) · ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% (ผู้รับเป็นนิติบุคคลไทย) หรือตามอัตราก้าวหน้า/3% (ผู้รับบุคคลธรรมดา) — ระบุในข้อ 2.2 แล้ว ค่าสิทธิมี VAT 7% · จ่ายค่าสิทธิให้ผู้อนุญาตต่างประเทศ ต้องนำส่ง VAT (ภ.พ.36) และหัก ณ ที่จ่าย 15% (ลดตามอนุสัญญาภาษีซ้อน) ค่าสิทธิขั้นต่ำ (minroyalty) ทำให้ผู้อนุญาตมีรายได้แน่นอนแม้ผู้รับอนุญาตไม่ขาย — คู่กับ exclusive เสมอ
แบบที่กฎหมายกำหนดสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร: สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.41) — ลงนามแล้วต้องไปจดภายในเวลาอันควร ค่าธรรมเนียมหลักร้อย เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และผู้อนุญาตต้องควบคุมคุณภาพได้ — ข้อ 4.2/6 ของแบบนี้รองรับ ลิขสิทธิ์: ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำเป็นหนังสือ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.15, 17) · ความลับทางการค้า/know-how: ไม่ต้องจดทะเบียน ใช้ข้อ 5 เป็นหลัก
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.383 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 28 (อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชี)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • นักวิจัย/นักประดิษฐ์ให้บริษัทผลิตขายตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร
  • เจ้าของสูตร/know-how/ซอฟต์แวร์/คอนเทนต์ ให้ผู้อื่นใช้เชิงพาณิชย์ในเขตที่กำหนด
  • แบรนด์ให้โรงงานผลิตสินค้าติดเครื่องหมายการค้าของตนโดยเก็บ royalty

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่งั้นโมฆะ
  • ค่าสิทธิเป็นเงินได้ ม.40(3) หัก ณ ที่จ่าย 3% และมี VAT · จ่ายต่างประเทศหัก 15% + ภ.พ.36
  • ให้ exclusive ต้องมียอดขั้นต่ำ/ค่าสิทธิขั้นต่ำ ไม่งั้นถูกล็อกเขตโดยไม่มีรายได้
  • ต้องมีสิทธิตรวจบัญชียอดขายเมื่อคิด royalty เป็น %
  • ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่แยกค่าฝึกอบรม/ถ่ายทอดออกจากค่าสิทธิให้ชัด

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

ต้องจดทะเบียนสัญญาอนุญาตหรือไม่ — ขึ้นกับประเภทสิทธิ

  • สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร: สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.41) — ลงนามแล้วต้องไปจดภายในเวลาอันควร ค่าธรรมเนียมหลักร้อย
  • เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และผู้อนุญาตต้องควบคุมคุณภาพได้ — ข้อ 4.2/6 ของแบบนี้รองรับ
  • ลิขสิทธิ์: ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำเป็นหนังสือ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.15, 17) · ความลับทางการค้า/know-how: ไม่ต้องจดทะเบียน ใช้ข้อ 5 เป็นหลัก

อากรแสตมป์

  • อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ · ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี
  • ถ้ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยี/ฝึกอบรมเป็นสาระหลัก อาจถูกมองเป็นจ้างทำของ/บริการ — ค่าตอบแทนส่วนนั้นแยกไว้จะปลอดภัยกว่า

ภาษี — ค่าสิทธิเสียหนัก อย่าลืม

  • ค่าสิทธิ (royalty) และค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเงินได้ ม.40(3) · ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% (ผู้รับเป็นนิติบุคคลไทย) หรือตามอัตราก้าวหน้า/3% (ผู้รับบุคคลธรรมดา) — ระบุในข้อ 2.2 แล้ว
  • ค่าสิทธิมี VAT 7% · จ่ายค่าสิทธิให้ผู้อนุญาตต่างประเทศ ต้องนำส่ง VAT (ภ.พ.36) และหัก ณ ที่จ่าย 15% (ลดตามอนุสัญญาภาษีซ้อน)
  • ค่าสิทธิขั้นต่ำ (min_royalty) ทำให้ผู้อนุญาตมีรายได้แน่นอนแม้ผู้รับอนุญาตไม่ขาย — คู่กับ exclusive เสมอ

exclusive vs non-exclusive

  • Exclusive ผู้รับอนุญาตได้เขตผูกขาด ผู้อนุญาตจึงควรมี: ยอดขั้นต่ำ (1.3) ค่าสิทธิขั้นต่ำ สิทธิเปลี่ยนเป็น non-exclusive สิทธิที่สงวนไว้ใช้เอง (licensor_reserves) — แบบนี้มีครบ
  • Non-exclusive เหมาะเมื่อไม่ต้องการให้เกิดการผูกขาด หรือเจ้าของสิทธิอยากขายสิทธิหลายราย ค่าตอบแทนมักต่ำกว่า
  • ข้อห้ามโต้แย้งสิทธิ (4.3) และ improvements (4.4) เป็นจุดต่อรอง — ให้ผู้รับอนุญาตถือ improvements ของตนแต่ grant-back ให้ผู้อนุญาตใช้ฟรี เป็นทางสายกลาง

เอกสารแนบท้าย

  • สำเนาสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร/หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า/หลักฐานลิขสิทธิ์ · เอกสารเทคนิคและมาตรฐานคุณภาพ · แผนถ่ายทอด · รูปแบบการใช้เครื่องหมาย · แบบรายงานยอดและตารางชำระ · หนังสือรับรอง/บัตร

วันลงนาม

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก · สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: ยื่นจดทะเบียนสัญญาอนุญาตที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหลังลงนาม (ใช้แบบฟอร์มของกรม + สำเนาสัญญานี้)

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-E986BB · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ · ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี ถ้ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยี/ฝึกอบรมเป็นสาระหลัก อาจถูกมองเป็นจ้างทำของ/บริการ — ค่าตอบแทนส่วนนั้นแยกไว้จะปลอดภัยกว่า

สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าสิทธิ (royalty) และค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเงินได้ ม.40(3) · ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% (ผู้รับเป็นนิติบุคคลไทย) หรือตามอัตราก้าวหน้า/3% (ผู้รับบุคคลธรรมดา) — ระบุในข้อ 2.2 แล้ว ค่าสิทธิมี VAT 7% · จ่ายค่าสิทธิให้ผู้อนุญาตต่างประเทศ ต้องนำส่ง VAT (ภ.พ.36) และหัก ณ ที่จ่าย 15% (ลดตามอนุสัญญาภาษีซ้อน) ค่าสิทธิขั้นต่ำ (minroyalty) ทำให้ผู้อนุญาตมีรายได้แน่นอนแม้ผู้รับอนุญาตไม่ขาย — คู่กับ exclusive เสมอ

ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาตอนไหน

นักวิจัย/นักประดิษฐ์ให้บริษัทผลิตขายตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร · เจ้าของสูตร/know-how/ซอฟต์แวร์/คอนเทนต์ ให้ผู้อื่นใช้เชิงพาณิชย์ในเขตที่กำหนด · แบรนด์ให้โรงงานผลิตสินค้าติดเครื่องหมายการค้าของตนโดยเก็บ royalty

ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต้องระวังอะไร

สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่งั้นโมฆะ · ค่าสิทธิเป็นเงินได้ ม.40(3) หัก ณ ที่จ่าย 3% และมี VAT · จ่ายต่างประเทศหัก 15% + ภ.พ.36 · ให้ exclusive ต้องมียอดขั้นต่ำ/ค่าสิทธิขั้นต่ำ ไม่งั้นถูกล็อกเขตโดยไม่มีรายได้ · ต้องมีสิทธิตรวจบัญชียอดขายเมื่อคิด royalty เป็น % · ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่แยกค่าฝึกอบรม/ถ่ายทอดออกจากค่าสิทธิให้ชัด

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

ให้สิทธิเปิดร้านทั้งระบบ มีค่าธรรมเนียม/มาตรฐานร้าน — เป็นแฟรนไชส์ ใช้ สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) · ให้ใช้เฉพาะเครื่องหมายการค้ากับสินค้าที่ผู้รับอนุญาตผลิตเอง ไม่มีสิทธิบัตรหรือ know-how — ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) (ไม่ผูกขาด) หรือ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) (ผูกขาดแต่ผู้เดียว) · ขายสิทธิขาด (โอนสิทธิบัตร/ลิขสิทธิ์) — ใช้สัญญาโอนสิทธิ ต้องจดทะเบียนโอน · ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปตาม EULA ของผู้ขาย — ไม่ต้องใช้แบบนี้ · สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Copyright Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ภาษาอังกฤษ · สัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Technology and Know-How Transfer Agreement — สัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญ ภาษาอังกฤษ

สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร: สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.41) — ลงนามแล้วต้องไปจดภายในเวลาอันควร ค่าธรรมเนียมหลักร้อย เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และผู้อนุญาตต้องควบคุมคุณภาพได้ — ข้อ 4.2/6 ของแบบนี้รองรับ ลิขสิทธิ์: ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำเป็นหนังสือ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.15, 17) · ความลับทางการค้า/know-how: ไม่ต้องจดทะเบียน ใช้ข้อ 5 เป็นหลัก

ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก · สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: ยื่นจดทะเบียนสัญญาอนุญาตที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหลังลงนาม (ใช้แบบฟอร์มของกรม + สำเนาสัญญานี้)

ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

สำเนาสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร/หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า/หลักฐานลิขสิทธิ์ · เอกสารเทคนิคและมาตรฐานคุณภาพ · แผนถ่ายทอด · รูปแบบการใช้เครื่องหมาย · แบบรายงานยอดและตารางชำระ · หนังสือรับรอง/บัตร

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 6 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 41

การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและการโอนสิทธิบัตรตามมาตรา 38 ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวงในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าข้อความใดในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา 39 ให้อธิบดีเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ถ้าคณะกรรมการวินิจฉัยว่าสัญญานั้นขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา 39 ให้อธิบดีสั่งไม่รับจดทะเบียนสัญญานั้น เว้นแต่คู่สัญญาจะมีเจตนาให้ส่วนที่สมบูรณ์แห่งสัญญานั้นแยกจากส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้ ในกรณีนั้นอธิบดีจะสั่งรับจดทะเบียนสัญญาบางส่วนก็ได้วรรคสาม (ยกเลิก)

พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ