สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ต้องมีอะไรบ้าง
ให้คนอื่นใช้สิทธิบัตร สูตร ลิขสิทธิ์ หรือแบรนด์ของคุณไปผลิตขาย แลกค่าแรกเข้า ค่ารายปี หรือ royalty จากยอดขาย · สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่งั้นโมฆะ
| ใช้เมื่อ | นักวิจัย/นักประดิษฐ์ให้บริษัทผลิตขายตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ · ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี ถ้ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยี/ฝึกอบรมเป็นสาระหลัก อาจถูกมองเป็นจ้างทำของ/บริการ — ค่าตอบแทนส่วนนั้นแยกไว้จะปลอดภัยกว่า |
| ภาษี | ค่าสิทธิ (royalty) และค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเงินได้ ม.40(3) · ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% (ผู้รับเป็นนิติบุคคลไทย) หรือตามอัตราก้าวหน้า/3% (ผู้รับบุคคลธรรมดา) — ระบุในข้อ 2.2 แล้ว ค่าสิทธิมี VAT 7% · จ่ายค่าสิทธิให้ผู้อนุญาตต่างประเทศ ต้องนำส่ง VAT (ภ.พ.36) และหัก ณ ที่จ่าย 15% (ลดตามอนุสัญญาภาษีซ้อน) ค่าสิทธิขั้นต่ำ (minroyalty) ทำให้ผู้อนุญาตมีรายได้แน่นอนแม้ผู้รับอนุญาตไม่ขาย — คู่กับ exclusive เสมอ |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร: สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.41) — ลงนามแล้วต้องไปจดภายในเวลาอันควร ค่าธรรมเนียมหลักร้อย เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และผู้อนุญาตต้องควบคุมคุณภาพได้ — ข้อ 4.2/6 ของแบบนี้รองรับ ลิขสิทธิ์: ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำเป็นหนังสือ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.15, 17) · ความลับทางการค้า/know-how: ไม่ต้องจดทะเบียน ใช้ข้อ 5 เป็นหลัก |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.383 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 28 (อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชี) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- นักวิจัย/นักประดิษฐ์ให้บริษัทผลิตขายตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร
- เจ้าของสูตร/know-how/ซอฟต์แวร์/คอนเทนต์ ให้ผู้อื่นใช้เชิงพาณิชย์ในเขตที่กำหนด
- แบรนด์ให้โรงงานผลิตสินค้าติดเครื่องหมายการค้าของตนโดยเก็บ royalty
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่งั้นโมฆะ
- ค่าสิทธิเป็นเงินได้ ม.40(3) หัก ณ ที่จ่าย 3% และมี VAT · จ่ายต่างประเทศหัก 15% + ภ.พ.36
- ให้ exclusive ต้องมียอดขั้นต่ำ/ค่าสิทธิขั้นต่ำ ไม่งั้นถูกล็อกเขตโดยไม่มีรายได้
- ต้องมีสิทธิตรวจบัญชียอดขายเมื่อคิด royalty เป็น %
- ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่แยกค่าฝึกอบรม/ถ่ายทอดออกจากค่าสิทธิให้ชัด
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ให้สิทธิเปิดร้านทั้งระบบ มีค่าธรรมเนียม/มาตรฐานร้าน — เป็นแฟรนไชส์ ใช้ สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)
- ให้ใช้เฉพาะเครื่องหมายการค้ากับสินค้าที่ผู้รับอนุญาตผลิตเอง ไม่มีสิทธิบัตรหรือ know-how — ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) (ไม่ผูกขาด) หรือ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) (ผูกขาดแต่ผู้เดียว)
- ขายสิทธิขาด (โอนสิทธิบัตร/ลิขสิทธิ์) — ใช้สัญญาโอนสิทธิ ต้องจดทะเบียนโอน
- ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปตาม EULA ของผู้ขาย — ไม่ต้องใช้แบบนี้
- สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Copyright Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ภาษาอังกฤษ
- สัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Technology and Know-How Transfer Agreement — สัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญ ภาษาอังกฤษ
ต้องจดทะเบียนสัญญาอนุญาตหรือไม่ — ขึ้นกับประเภทสิทธิ
- สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร: สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.41) — ลงนามแล้วต้องไปจดภายในเวลาอันควร ค่าธรรมเนียมหลักร้อย
- เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และผู้อนุญาตต้องควบคุมคุณภาพได้ — ข้อ 4.2/6 ของแบบนี้รองรับ
- ลิขสิทธิ์: ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำเป็นหนังสือ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.15, 17) · ความลับทางการค้า/know-how: ไม่ต้องจดทะเบียน ใช้ข้อ 5 เป็นหลัก
อากรแสตมป์
- อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ · ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี
- ถ้ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยี/ฝึกอบรมเป็นสาระหลัก อาจถูกมองเป็นจ้างทำของ/บริการ — ค่าตอบแทนส่วนนั้นแยกไว้จะปลอดภัยกว่า
ภาษี — ค่าสิทธิเสียหนัก อย่าลืม
- ค่าสิทธิ (royalty) และค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเงินได้ ม.40(3) · ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% (ผู้รับเป็นนิติบุคคลไทย) หรือตามอัตราก้าวหน้า/3% (ผู้รับบุคคลธรรมดา) — ระบุในข้อ 2.2 แล้ว
- ค่าสิทธิมี VAT 7% · จ่ายค่าสิทธิให้ผู้อนุญาตต่างประเทศ ต้องนำส่ง VAT (ภ.พ.36) และหัก ณ ที่จ่าย 15% (ลดตามอนุสัญญาภาษีซ้อน)
- ค่าสิทธิขั้นต่ำ (min_royalty) ทำให้ผู้อนุญาตมีรายได้แน่นอนแม้ผู้รับอนุญาตไม่ขาย — คู่กับ exclusive เสมอ
exclusive vs non-exclusive
- Exclusive ผู้รับอนุญาตได้เขตผูกขาด ผู้อนุญาตจึงควรมี: ยอดขั้นต่ำ (1.3) ค่าสิทธิขั้นต่ำ สิทธิเปลี่ยนเป็น non-exclusive สิทธิที่สงวนไว้ใช้เอง (licensor_reserves) — แบบนี้มีครบ
- Non-exclusive เหมาะเมื่อไม่ต้องการให้เกิดการผูกขาด หรือเจ้าของสิทธิอยากขายสิทธิหลายราย ค่าตอบแทนมักต่ำกว่า
- ข้อห้ามโต้แย้งสิทธิ (4.3) และ improvements (4.4) เป็นจุดต่อรอง — ให้ผู้รับอนุญาตถือ improvements ของตนแต่ grant-back ให้ผู้อนุญาตใช้ฟรี เป็นทางสายกลาง
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร/หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า/หลักฐานลิขสิทธิ์ · เอกสารเทคนิคและมาตรฐานคุณภาพ · แผนถ่ายทอด · รูปแบบการใช้เครื่องหมาย · แบบรายงานยอดและตารางชำระ · หนังสือรับรอง/บัตร
วันลงนาม
- 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก · สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: ยื่นจดทะเบียนสัญญาอนุญาตที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหลังลงนาม (ใช้แบบฟอร์มของกรม + สำเนาสัญญานี้)
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-E986BB · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้ · ใบรับเงินตั้งแต่ 200 บาท ติดอากร 1 บาท (ลักษณะ 28) เว้นแต่ออกใบกำกับภาษี ถ้ามีการถ่ายทอดเทคโนโลยี/ฝึกอบรมเป็นสาระหลัก อาจถูกมองเป็นจ้างทำของ/บริการ — ค่าตอบแทนส่วนนั้นแยกไว้จะปลอดภัยกว่า
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าสิทธิ (royalty) และค่าตอบแทนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเงินได้ ม.40(3) · ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% (ผู้รับเป็นนิติบุคคลไทย) หรือตามอัตราก้าวหน้า/3% (ผู้รับบุคคลธรรมดา) — ระบุในข้อ 2.2 แล้ว ค่าสิทธิมี VAT 7% · จ่ายค่าสิทธิให้ผู้อนุญาตต่างประเทศ ต้องนำส่ง VAT (ภ.พ.36) และหัก ณ ที่จ่าย 15% (ลดตามอนุสัญญาภาษีซ้อน) ค่าสิทธิขั้นต่ำ (minroyalty) ทำให้ผู้อนุญาตมีรายได้แน่นอนแม้ผู้รับอนุญาตไม่ขาย — คู่กับ exclusive เสมอ
ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาตอนไหน
นักวิจัย/นักประดิษฐ์ให้บริษัทผลิตขายตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร · เจ้าของสูตร/know-how/ซอฟต์แวร์/คอนเทนต์ ให้ผู้อื่นใช้เชิงพาณิชย์ในเขตที่กำหนด · แบรนด์ให้โรงงานผลิตสินค้าติดเครื่องหมายการค้าของตนโดยเก็บ royalty
ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต้องระวังอะไร
สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่งั้นโมฆะ · ค่าสิทธิเป็นเงินได้ ม.40(3) หัก ณ ที่จ่าย 3% และมี VAT · จ่ายต่างประเทศหัก 15% + ภ.พ.36 · ให้ exclusive ต้องมียอดขั้นต่ำ/ค่าสิทธิขั้นต่ำ ไม่งั้นถูกล็อกเขตโดยไม่มีรายได้ · ต้องมีสิทธิตรวจบัญชียอดขายเมื่อคิด royalty เป็น % · ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่แยกค่าฝึกอบรม/ถ่ายทอดออกจากค่าสิทธิให้ชัด
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
ให้สิทธิเปิดร้านทั้งระบบ มีค่าธรรมเนียม/มาตรฐานร้าน — เป็นแฟรนไชส์ ใช้ สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) · ให้ใช้เฉพาะเครื่องหมายการค้ากับสินค้าที่ผู้รับอนุญาตผลิตเอง ไม่มีสิทธิบัตรหรือ know-how — ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) (ไม่ผูกขาด) หรือ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) (ผูกขาดแต่ผู้เดียว) · ขายสิทธิขาด (โอนสิทธิบัตร/ลิขสิทธิ์) — ใช้สัญญาโอนสิทธิ ต้องจดทะเบียนโอน · ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปตาม EULA ของผู้ขาย — ไม่ต้องใช้แบบนี้ · สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Copyright Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ภาษาอังกฤษ · สัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Technology and Know-How Transfer Agreement — สัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญ ภาษาอังกฤษ
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร: สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา มิฉะนั้นเป็นโมฆะ (พ.ร.บ.สิทธิบัตร ม.41) — ลงนามแล้วต้องไปจดภายในเวลาอันควร ค่าธรรมเนียมหลักร้อย เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และผู้อนุญาตต้องควบคุมคุณภาพได้ — ข้อ 4.2/6 ของแบบนี้รองรับ ลิขสิทธิ์: ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องทำเป็นหนังสือ (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.15, 17) · ความลับทางการค้า/know-how: ไม่ต้องจดทะเบียน ใช้ข้อ 5 เป็นหลัก
ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก · สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: ยื่นจดทะเบียนสัญญาอนุญาตที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาหลังลงนาม (ใช้แบบฟอร์มของกรม + สำเนาสัญญานี้)
ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร/หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า/หลักฐานลิขสิทธิ์ · เอกสารเทคนิคและมาตรฐานคุณภาพ · แผนถ่ายทอด · รูปแบบการใช้เครื่องหมาย · แบบรายงานยอดและตารางชำระ · หนังสือรับรอง/บัตร
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 6 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 41
การอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรและการโอนสิทธิบัตรตามมาตรา 38 ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวงในกรณีที่อธิบดีเห็นว่าข้อความใดในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิตามสิทธิบัตรขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา 39 ให้อธิบดีเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา ถ้าคณะกรรมการวินิจฉัยว่าสัญญานั้นขัดต่อบทบัญญัติแห่งมาตรา 39 ให้อธิบดีสั่งไม่รับจดทะเบียนสัญญานั้น เว้นแต่คู่สัญญาจะมีเจตนาให้ส่วนที่สมบูรณ์แห่งสัญญานั้นแยกจากส่วนที่ไม่สมบูรณ์ได้ ในกรณีนั้นอธิบดีจะสั่งรับจดทะเบียนสัญญาบางส่วนก็ได้วรรคสาม (ยกเลิก)
พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41