สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

สัญญาระหว่างเจ้าของเพลงหรือไฟล์เสียงกับผู้ขอใช้ เพื่ออนุญาตให้นำไปใช้ประกอบสื่อหรือกิจกรรมตามขอบเขตที่ตกลง โดยเจ้าของยังถือลิขสิทธิ์ไว้ · เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น คือดนตรีกรรมกับคำร้อง และสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งอาจเป็นคนละเจ้าของ ต้องระบุว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อขอใช้เพลง ดนตรีประกอบ เสียงบรรยาย หรือเอฟเฟกต์เสียง ในวิดีโอ โฆษณา หรือพอดแคสต์
อากรแสตมป์สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรเลย และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าสัญญาฉบับเดียวกันมีการจ้างให้แต่ง เรียบเรียง หรือบันทึกเสียงขึ้นใหม่ด้วย ส่วนที่เป็นสินจ้างเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของ ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — สัญญาฉบับนี้เป็นการอนุญาตให้ใช้งานเสียงที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การจ้างผลิต ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ภาษีค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้อนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ผู้อนุญาตยังต้องนำเงินได้ไปยื่นแบบเอง การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี ถ้าสัญญารวมทั้งการจ้างแต่งหรือบันทึกเสียงใหม่ กับการอนุญาตใช้งานเดิม ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าจ้างผลิตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ส่วนค่าอนุญาตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 3/2 อัตราเท่ากันแต่คนละประเภทเงินได้ มีผลต่อการยื่นแบบและการหักค่าใช้จ่ายของผู้รับเงิน จ่ายค่าสิทธิให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย
แบบที่กฎหมายกำหนดการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่ควรทำเป็นหนังสือเสมอ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาทคือ ผู้อนุญาตถือสิทธิชั้นใด และ ขอบเขตที่อนุญาตกว้างแค่ไหน ซึ่งพยานบุคคลพิสูจน์ได้ยาก สิ่งที่ควรเก็บไว้คู่กับสัญญา คือไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลวันที่สร้าง หลักฐานการได้สิทธิจากผู้แต่งหรือผู้ผลิตงานบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้องและนักดนตรี และหลักฐานการปลดเคลมจากแพลตฟอร์มถ้าเคยมี
มาตราที่อ้างพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4, 6, 8, 9, 10, 11, 15, 18; ป.พ.พ. ม.204, 224, 383, 387, 391, 420; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; ประมวลรัษฎากร ม.40(3), 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่มีลักษณะใดคลุมการอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์); คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อขอใช้เพลง ดนตรีประกอบ เสียงบรรยาย หรือเอฟเฟกต์เสียง ในวิดีโอ โฆษณา หรือพอดแคสต์
  • ใช้เมื่อผู้แต่งหรือค่ายให้ผู้อื่นนำเพลงไปใช้ประกอบงานชิ้นที่ระบุ
  • ใช้เมื่อต้องระบุว่าตัดต่อ ทำลูป หรือรีมิกซ์ได้หรือไม่
  • ใช้เมื่อต้องตกลงล่วงหน้าว่าใครจัดการเมื่อระบบตรวจลิขสิทธิ์ของแพลตฟอร์มเคลมวิดีโอ

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น คือดนตรีกรรมกับคำร้อง และสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งอาจเป็นคนละเจ้าของ ต้องระบุว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด
  • ถ้าได้สิทธิมาชั้นเดียว ยังใช้เพลงไม่ได้ ต้องไปขออีกชั้นจากเจ้าของอีกฝ่ายก่อน
  • นักร้องและนักดนตรีที่บันทึกเสียงมีสิทธิของนักแสดงเป็นอีกชั้นหนึ่งตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.44–52
  • การเปิดเพลงในร้าน งานอีเวนต์ หรือสถานที่สาธารณะ เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งต้องมีสิทธิต่างหากจากสิทธิใช้ประกอบวิดีโอ
  • ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้อนุญาตให้ใช้แล้ว
  • ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรเลย และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น

ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าสัญญาฉบับเดียวกันมีการจ้างให้แต่ง เรียบเรียง หรือบันทึกเสียงขึ้นใหม่ด้วย ส่วนที่เป็นสินจ้างเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของ ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — สัญญาฉบับนี้เป็นการอนุญาตให้ใช้งานเสียงที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การจ้างผลิต

ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่ควรทำเป็นหนังสือเสมอ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาทคือ ผู้อนุญาตถือสิทธิชั้นใด และ ขอบเขตที่อนุญาตกว้างแค่ไหน ซึ่งพยานบุคคลพิสูจน์ได้ยาก

สิ่งที่ควรเก็บไว้คู่กับสัญญา คือไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลวันที่สร้าง หลักฐานการได้สิทธิจากผู้แต่งหรือผู้ผลิตงานบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้องและนักดนตรี และหลักฐานการปลดเคลมจากแพลตฟอร์มถ้าเคยมี

ภาษี

ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้อนุญาต

  • ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ผู้อนุญาตยังต้องนำเงินได้ไปยื่นแบบเอง
  • การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี
  • ถ้าสัญญารวมทั้งการจ้างแต่งหรือบันทึกเสียงใหม่ กับการอนุญาตใช้งานเดิม ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าจ้างผลิตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ส่วนค่าอนุญาตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 3/2 อัตราเท่ากันแต่คนละประเภทเงินได้ มีผลต่อการยื่นแบบและการหักค่าใช้จ่ายของผู้รับเงิน
  • จ่ายค่าสิทธิให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น — เรื่องที่ทำให้จ่ายเงินแล้วยังใช้ไม่ได้

เพลงที่ได้ยินหนึ่งเพลงมีงานอันมีลิขสิทธิ์ซ้อนกันอยู่สองชั้น

  1. ชั้นดนตรีกรรมและคำร้อง — ทำนอง คอร์ด เนื้อร้อง เป็นของผู้แต่งหรือผู้จัดพิมพ์เพลง
  2. ชั้นสิ่งบันทึกเสียง — ไฟล์มาสเตอร์ที่ได้ยินจริง เป็นของผู้ลงทุนบันทึกเสียง มักเป็นค่ายเพลงหรือโปรดิวเซอร์

สองชั้นนี้อาจเป็นคนละเจ้าของ และการใช้เพลงต้องได้สิทธิครบทั้งสองชั้น จ่ายเงินให้ค่ายเพลงแล้วได้แค่ไฟล์มาสเตอร์ ถ้าผู้แต่งไม่ได้อนุญาตก็ยังใช้ไม่ได้ กลับกัน ขออนุญาตจากผู้แต่งแล้วไปหาคนมาเล่นใหม่เอง ก็ได้ชั้นดนตรีกรรมชั้นเดียวและต้องระวังว่าเวอร์ชันที่เล่นใหม่ไม่ใช่การก๊อปมาสเตอร์เดิม

สัญญาฉบับนี้จึงบังคับให้กรอกว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด และถ้าถือชั้นเดียว ข้อ 1.3 จะเขียนชัดว่าผู้รับอนุญาตต้องไปขออีกชั้นเอง และผู้อนุญาตไม่รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าเซ็นฉบับนี้แล้วใช้เพลงได้เลย

สามชั้นที่เหลือซึ่งคนลืมบ่อยที่สุด

สิทธิของนักแสดง — นักร้องและนักดนตรีที่บรรเลงในไฟล์นั้นมีสิทธิของตนเองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.44–52 แยกจากลิขสิทธิ์อีกชั้น เจ้าของมาสเตอร์ที่ไม่ได้เคลียร์กับนักดนตรีตั้งแต่ตอนบันทึก อาจอนุญาตให้ใช้ไม่ได้เต็มที่ ข้อ 4 จึงบังคับให้ระบุ

การเปิดในที่สาธารณะ — การเอาเพลงใส่วิดีโอกับการเปิดเพลงในร้านหรือในงานอีเวนต์ เป็นการใช้คนละแบบ การได้สิทธิใส่ในวิดีโอไม่ได้แปลว่าเปิดในร้านได้ สัญญาฉบับนี้จึงแยกเป็นสวิตช์ในข้อ 5 และถ้าไม่ติ๊ก จะเขียนชัดว่าไม่รวม

ระบบตรวจจับของแพลตฟอร์ม — แม้จะมีสัญญาถูกต้องทุกบรรทัด ระบบอย่าง Content ID ก็ยังเคลมวิดีโอโดยอัตโนมัติได้ และรายได้จะถูกดึงไปทันที ข้อ 6 จึงกำหนดว่าผู้อนุญาตต้องปลดเคลมภายในกี่วัน และถ้าทำไม่ได้ ผู้รับอนุญาตได้เงินคืนตามส่วน — ข้อนี้มีค่ากว่าคำรับรองสวย ๆ ทั้งหน้า เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทุกสัปดาห์

ข้อที่คนซื้อและคนขายสิทธิเพลงพลาดบ่อย

  • ซื้อเพลงจากเว็บขายเพลงแล้วคิดว่าใช้ได้ทุกอย่าง — ใบอนุญาตของเว็บเหล่านั้นมีขอบเขตของตัวเอง มักไม่รวมโฆษณาแบบเสียเงิน ไม่รวมทีวี และจำกัดจำนวนโครงการ อ่านใบอนุญาตก่อนเสมอ
  • ไม่กำหนดระยะเวลา — ไลเซนส์หมดอายุได้ พอหมดแล้ววิดีโอเก่ายังอยู่บนช่อง ก็กลายเป็นละเมิดตั้งแต่วันถัดจากวันหมด ข้อ 11.2 กำหนดวันที่ต้องหยุดและลบ
  • ใช้เพลงข้ามโครงการ — ได้สิทธิสำหรับโฆษณาตัวหนึ่ง แล้วเอาเพลงเดียวกันไปใส่อีกสามคลิป ข้อ 2.2 ห้ามไว้ชัด
  • คิดว่าตัดสั้นลงไม่ใช่การดัดแปลง — การทำลูป เปลี่ยนความเร็ว หรือรีมิกซ์ เป็นการดัดแปลงซึ่งต้องได้รับอนุญาต ข้อ 3 แยกเป็นสวิตช์
  • เอาเสียงนักร้องไปทำเสียง AI — เป็นคนละเรื่องกับสิทธิใช้เพลง และกระทบทั้งสิทธิของนักแสดงและสิทธิในเสียงของบุคคล ข้อ 9.2 ห้ามไว้เด็ดขาด
  • ผู้อนุญาตลืมว่าตัวเองยังขายต่อได้ — ถ้าไม่ได้ให้สิทธิแต่ผู้เดียว ผู้อนุญาตยังขายสิทธิเพลงเดิมให้คนอื่นได้ ข้อ 2.4 เขียนไว้ทั้งสองทาง

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • ไฟล์งานเสียง … ในรูปแบบ … พร้อมความยาวและเวอร์ชันที่ส่งมอบ
  • หลักฐานความเป็นเจ้าของหรือที่มาของสิทธิ … แยกตามชั้นดนตรีกรรมและชั้นสิ่งบันทึกเสียง
  • หนังสือยินยอมของนักร้อง นักดนตรี หรือผู้พากย์ พร้อมขอบเขตที่ได้มาหนังสือยืนยันว่าไม่มีสิทธิของนักแสดงที่ต้องขอความยินยอมเพิ่ม
  • หลักฐานการได้สิทธิชั้นที่เหลือจาก … ซึ่งผู้รับอนุญาตต้องจัดหาเองหนังสือยืนยันว่าสิทธิที่จำเป็นอยู่ในความควบคุมของผู้อนุญาตครบถ้วน
  • ตารางช่องทาง เขต ระยะเวลา และข้อจำกัดการดัดแปลง สำหรับให้ทีมผลิตตรวจก่อนเผยแพร่
  • ช่องทางติดต่อเร่งด่วนสำหรับปลดเคลม และหลักฐานการปลดเคลมครั้งก่อน ถ้ามี

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล

ก่อนลงนาม ให้ถามคำถามเดียวนี้ให้ได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร — "คุณถือชั้นดนตรีกรรม ชั้นสิ่งบันทึกเสียง หรือทั้งสองชั้น และเคลียร์กับนักดนตรีที่เล่นในไฟล์นี้แล้วหรือยัง" ถ้าตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งจ่ายเงิน จากนั้นบันทึกวันที่ส่งมอบไฟล์ครบถ้วนไว้ เพราะเป็นวันเริ่มนับอายุการอนุญาต

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-594E63 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรเลย และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าสัญญาฉบับเดียวกันมีการจ้างให้แต่ง เรียบเรียง หรือบันทึกเสียงขึ้นใหม่ด้วย ส่วนที่เป็นสินจ้างเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของ ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — สัญญาฉบับนี้เป็นการอนุญาตให้ใช้งานเสียงที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การจ้างผลิต ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้อนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ผู้อนุญาตยังต้องนำเงินได้ไปยื่นแบบเอง การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี ถ้าสัญญารวมทั้งการจ้างแต่งหรือบันทึกเสียงใหม่ กับการอนุญาตใช้งานเดิม ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าจ้างผลิตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ส่วนค่าอนุญาตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 3/2 อัตราเท่ากันแต่คนละประเภทเงินได้ มีผลต่อการยื่นแบบและการหักค่าใช้จ่ายของผู้รับเงิน จ่ายค่าสิทธิให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงตอนไหน

ใช้เมื่อขอใช้เพลง ดนตรีประกอบ เสียงบรรยาย หรือเอฟเฟกต์เสียง ในวิดีโอ โฆษณา หรือพอดแคสต์ · ใช้เมื่อผู้แต่งหรือค่ายให้ผู้อื่นนำเพลงไปใช้ประกอบงานชิ้นที่ระบุ · ใช้เมื่อต้องระบุว่าตัดต่อ ทำลูป หรือรีมิกซ์ได้หรือไม่ · ใช้เมื่อต้องตกลงล่วงหน้าว่าใครจัดการเมื่อระบบตรวจลิขสิทธิ์ของแพลตฟอร์มเคลมวิดีโอ

ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงต้องระวังอะไร

เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น คือดนตรีกรรมกับคำร้อง และสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งอาจเป็นคนละเจ้าของ ต้องระบุว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด · ถ้าได้สิทธิมาชั้นเดียว ยังใช้เพลงไม่ได้ ต้องไปขออีกชั้นจากเจ้าของอีกฝ่ายก่อน · นักร้องและนักดนตรีที่บันทึกเสียงมีสิทธิของนักแสดงเป็นอีกชั้นหนึ่งตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.44–52 · การเปิดเพลงในร้าน งานอีเวนต์ หรือสถานที่สาธารณะ เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งต้องมีสิทธิต่างหากจากสิทธิใช้ประกอบวิดีโอ · ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้อนุญาตให้ใช้แล้ว · ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง

ไม่เหมาะเมื่อต้องการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในเพลงอย่างถาวร ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน · ไม่เหมาะเมื่อเป็นการให้สิทธิผลิตและขายสินค้าโดยคิดค่าสิทธิตามยอดขาย ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา · ไม่เหมาะเมื่อจ้างนักดนตรีหรือนักพากย์ให้ผลิตเสียงขึ้นใหม่ ควรใช้สัญญาจ้างผลิตตามประเภทงานพร้อมข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ · สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงประกอบวิดีโอ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Music Synchronisation Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงประกอบวิดีโอ ภาษาอังกฤษ

สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่ควรทำเป็นหนังสือเสมอ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาทคือ ผู้อนุญาตถือสิทธิชั้นใด และ ขอบเขตที่อนุญาตกว้างแค่ไหน ซึ่งพยานบุคคลพิสูจน์ได้ยาก สิ่งที่ควรเก็บไว้คู่กับสัญญา คือไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลวันที่สร้าง หลักฐานการได้สิทธิจากผู้แต่งหรือผู้ผลิตงานบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้องและนักดนตรี และหลักฐานการปลดเคลมจากแพลตฟอร์มถ้าเคยมี

ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล ก่อนลงนาม ให้ถามคำถามเดียวนี้ให้ได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร — "คุณถือชั้นดนตรีกรรม ชั้นสิ่งบันทึกเสียง หรือทั้งสองชั้น และเคลียร์กับนักดนตรีที่เล่นในไฟล์นี้แล้วหรือยัง" ถ้าตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งจ่ายเงิน จากนั้นบันทึกวันที่ส่งมอบไฟล์ครบถ้วนไว้ เพราะเป็นวันเริ่มนับอายุการอนุญาต

ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ไฟล์งานเสียง … ในรูปแบบ … พร้อมความยาวและเวอร์ชันที่ส่งมอบ หลักฐานความเป็นเจ้าของหรือที่มาของสิทธิ … แยกตามชั้นดนตรีกรรมและชั้นสิ่งบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้อง นักดนตรี หรือผู้พากย์ พร้อมขอบเขตที่ได้มาหนังสือยืนยันว่าไม่มีสิทธิของนักแสดงที่ต้องขอความยินยอมเพิ่ม หลักฐานการได้สิทธิชั้นที่เหลือจาก … ซึ่งผู้รับอนุญาตต้องจัดหาเองหนังสือยืนยันว่าสิทธิที่จำเป็นอยู่ในความควบคุมของผู้อนุญาตครบถ้วน ตารางช่องทาง เขต ระยะเวลา และข้อจำกัดการดัดแปลง สำหรับให้ทีมผลิตตรวจก่อนเผยแพร่ ช่องทางติดต่อเร่งด่วนสำหรับปลดเคลม และหลักฐานการปลดเคลมครั้งก่อน ถ้ามี

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 20 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ