สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง ต้องมีอะไรบ้าง
สัญญาระหว่างเจ้าของเพลงหรือไฟล์เสียงกับผู้ขอใช้ เพื่ออนุญาตให้นำไปใช้ประกอบสื่อหรือกิจกรรมตามขอบเขตที่ตกลง โดยเจ้าของยังถือลิขสิทธิ์ไว้ · เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น คือดนตรีกรรมกับคำร้อง และสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งอาจเป็นคนละเจ้าของ ต้องระบุว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อขอใช้เพลง ดนตรีประกอบ เสียงบรรยาย หรือเอฟเฟกต์เสียง ในวิดีโอ โฆษณา หรือพอดแคสต์ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรเลย และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าสัญญาฉบับเดียวกันมีการจ้างให้แต่ง เรียบเรียง หรือบันทึกเสียงขึ้นใหม่ด้วย ส่วนที่เป็นสินจ้างเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของ ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — สัญญาฉบับนี้เป็นการอนุญาตให้ใช้งานเสียงที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การจ้างผลิต ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 |
| ภาษี | ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้อนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ผู้อนุญาตยังต้องนำเงินได้ไปยื่นแบบเอง การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี ถ้าสัญญารวมทั้งการจ้างแต่งหรือบันทึกเสียงใหม่ กับการอนุญาตใช้งานเดิม ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าจ้างผลิตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ส่วนค่าอนุญาตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 3/2 อัตราเท่ากันแต่คนละประเภทเงินได้ มีผลต่อการยื่นแบบและการหักค่าใช้จ่ายของผู้รับเงิน จ่ายค่าสิทธิให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่ควรทำเป็นหนังสือเสมอ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาทคือ ผู้อนุญาตถือสิทธิชั้นใด และ ขอบเขตที่อนุญาตกว้างแค่ไหน ซึ่งพยานบุคคลพิสูจน์ได้ยาก สิ่งที่ควรเก็บไว้คู่กับสัญญา คือไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลวันที่สร้าง หลักฐานการได้สิทธิจากผู้แต่งหรือผู้ผลิตงานบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้องและนักดนตรี และหลักฐานการปลดเคลมจากแพลตฟอร์มถ้าเคยมี |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4, 6, 8, 9, 10, 11, 15, 18; ป.พ.พ. ม.204, 224, 383, 387, 391, 420; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; ประมวลรัษฎากร ม.40(3), 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่มีลักษณะใดคลุมการอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์); คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อขอใช้เพลง ดนตรีประกอบ เสียงบรรยาย หรือเอฟเฟกต์เสียง ในวิดีโอ โฆษณา หรือพอดแคสต์
- ใช้เมื่อผู้แต่งหรือค่ายให้ผู้อื่นนำเพลงไปใช้ประกอบงานชิ้นที่ระบุ
- ใช้เมื่อต้องระบุว่าตัดต่อ ทำลูป หรือรีมิกซ์ได้หรือไม่
- ใช้เมื่อต้องตกลงล่วงหน้าว่าใครจัดการเมื่อระบบตรวจลิขสิทธิ์ของแพลตฟอร์มเคลมวิดีโอ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น คือดนตรีกรรมกับคำร้อง และสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งอาจเป็นคนละเจ้าของ ต้องระบุว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด
- ถ้าได้สิทธิมาชั้นเดียว ยังใช้เพลงไม่ได้ ต้องไปขออีกชั้นจากเจ้าของอีกฝ่ายก่อน
- นักร้องและนักดนตรีที่บันทึกเสียงมีสิทธิของนักแสดงเป็นอีกชั้นหนึ่งตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.44–52
- การเปิดเพลงในร้าน งานอีเวนต์ หรือสถานที่สาธารณะ เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งต้องมีสิทธิต่างหากจากสิทธิใช้ประกอบวิดีโอ
- ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้อนุญาตให้ใช้แล้ว
- ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ไม่เหมาะเมื่อต้องการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในเพลงอย่างถาวร ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน
- ไม่เหมาะเมื่อเป็นการให้สิทธิผลิตและขายสินค้าโดยคิดค่าสิทธิตามยอดขาย ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
- ไม่เหมาะเมื่อจ้างนักดนตรีหรือนักพากย์ให้ผลิตเสียงขึ้นใหม่ ควรใช้สัญญาจ้างผลิตตามประเภทงานพร้อมข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์
- สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงประกอบวิดีโอ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Music Synchronisation Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงประกอบวิดีโอ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรเลย และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น
ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าสัญญาฉบับเดียวกันมีการจ้างให้แต่ง เรียบเรียง หรือบันทึกเสียงขึ้นใหม่ด้วย ส่วนที่เป็นสินจ้างเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของ ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — สัญญาฉบับนี้เป็นการอนุญาตให้ใช้งานเสียงที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การจ้างผลิต
ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่ควรทำเป็นหนังสือเสมอ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาทคือ ผู้อนุญาตถือสิทธิชั้นใด และ ขอบเขตที่อนุญาตกว้างแค่ไหน ซึ่งพยานบุคคลพิสูจน์ได้ยาก
สิ่งที่ควรเก็บไว้คู่กับสัญญา คือไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลวันที่สร้าง หลักฐานการได้สิทธิจากผู้แต่งหรือผู้ผลิตงานบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้องและนักดนตรี และหลักฐานการปลดเคลมจากแพลตฟอร์มถ้าเคยมี
ภาษี
ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้อนุญาต
- ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ผู้อนุญาตยังต้องนำเงินได้ไปยื่นแบบเอง
- การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี
- ถ้าสัญญารวมทั้งการจ้างแต่งหรือบันทึกเสียงใหม่ กับการอนุญาตใช้งานเดิม ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าจ้างผลิตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ส่วนค่าอนุญาตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 3/2 อัตราเท่ากันแต่คนละประเภทเงินได้ มีผลต่อการยื่นแบบและการหักค่าใช้จ่ายของผู้รับเงิน
- จ่ายค่าสิทธิให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย
เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น — เรื่องที่ทำให้จ่ายเงินแล้วยังใช้ไม่ได้
เพลงที่ได้ยินหนึ่งเพลงมีงานอันมีลิขสิทธิ์ซ้อนกันอยู่สองชั้น
- ชั้นดนตรีกรรมและคำร้อง — ทำนอง คอร์ด เนื้อร้อง เป็นของผู้แต่งหรือผู้จัดพิมพ์เพลง
- ชั้นสิ่งบันทึกเสียง — ไฟล์มาสเตอร์ที่ได้ยินจริง เป็นของผู้ลงทุนบันทึกเสียง มักเป็นค่ายเพลงหรือโปรดิวเซอร์
สองชั้นนี้อาจเป็นคนละเจ้าของ และการใช้เพลงต้องได้สิทธิครบทั้งสองชั้น จ่ายเงินให้ค่ายเพลงแล้วได้แค่ไฟล์มาสเตอร์ ถ้าผู้แต่งไม่ได้อนุญาตก็ยังใช้ไม่ได้ กลับกัน ขออนุญาตจากผู้แต่งแล้วไปหาคนมาเล่นใหม่เอง ก็ได้ชั้นดนตรีกรรมชั้นเดียวและต้องระวังว่าเวอร์ชันที่เล่นใหม่ไม่ใช่การก๊อปมาสเตอร์เดิม
สัญญาฉบับนี้จึงบังคับให้กรอกว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด และถ้าถือชั้นเดียว ข้อ 1.3 จะเขียนชัดว่าผู้รับอนุญาตต้องไปขออีกชั้นเอง และผู้อนุญาตไม่รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าเซ็นฉบับนี้แล้วใช้เพลงได้เลย
สามชั้นที่เหลือซึ่งคนลืมบ่อยที่สุด
สิทธิของนักแสดง — นักร้องและนักดนตรีที่บรรเลงในไฟล์นั้นมีสิทธิของตนเองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.44–52 แยกจากลิขสิทธิ์อีกชั้น เจ้าของมาสเตอร์ที่ไม่ได้เคลียร์กับนักดนตรีตั้งแต่ตอนบันทึก อาจอนุญาตให้ใช้ไม่ได้เต็มที่ ข้อ 4 จึงบังคับให้ระบุ
การเปิดในที่สาธารณะ — การเอาเพลงใส่วิดีโอกับการเปิดเพลงในร้านหรือในงานอีเวนต์ เป็นการใช้คนละแบบ การได้สิทธิใส่ในวิดีโอไม่ได้แปลว่าเปิดในร้านได้ สัญญาฉบับนี้จึงแยกเป็นสวิตช์ในข้อ 5 และถ้าไม่ติ๊ก จะเขียนชัดว่าไม่รวม
ระบบตรวจจับของแพลตฟอร์ม — แม้จะมีสัญญาถูกต้องทุกบรรทัด ระบบอย่าง Content ID ก็ยังเคลมวิดีโอโดยอัตโนมัติได้ และรายได้จะถูกดึงไปทันที ข้อ 6 จึงกำหนดว่าผู้อนุญาตต้องปลดเคลมภายในกี่วัน และถ้าทำไม่ได้ ผู้รับอนุญาตได้เงินคืนตามส่วน — ข้อนี้มีค่ากว่าคำรับรองสวย ๆ ทั้งหน้า เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทุกสัปดาห์
ข้อที่คนซื้อและคนขายสิทธิเพลงพลาดบ่อย
- ซื้อเพลงจากเว็บขายเพลงแล้วคิดว่าใช้ได้ทุกอย่าง — ใบอนุญาตของเว็บเหล่านั้นมีขอบเขตของตัวเอง มักไม่รวมโฆษณาแบบเสียเงิน ไม่รวมทีวี และจำกัดจำนวนโครงการ อ่านใบอนุญาตก่อนเสมอ
- ไม่กำหนดระยะเวลา — ไลเซนส์หมดอายุได้ พอหมดแล้ววิดีโอเก่ายังอยู่บนช่อง ก็กลายเป็นละเมิดตั้งแต่วันถัดจากวันหมด ข้อ 11.2 กำหนดวันที่ต้องหยุดและลบ
- ใช้เพลงข้ามโครงการ — ได้สิทธิสำหรับโฆษณาตัวหนึ่ง แล้วเอาเพลงเดียวกันไปใส่อีกสามคลิป ข้อ 2.2 ห้ามไว้ชัด
- คิดว่าตัดสั้นลงไม่ใช่การดัดแปลง — การทำลูป เปลี่ยนความเร็ว หรือรีมิกซ์ เป็นการดัดแปลงซึ่งต้องได้รับอนุญาต ข้อ 3 แยกเป็นสวิตช์
- เอาเสียงนักร้องไปทำเสียง AI — เป็นคนละเรื่องกับสิทธิใช้เพลง และกระทบทั้งสิทธิของนักแสดงและสิทธิในเสียงของบุคคล ข้อ 9.2 ห้ามไว้เด็ดขาด
- ผู้อนุญาตลืมว่าตัวเองยังขายต่อได้ — ถ้าไม่ได้ให้สิทธิแต่ผู้เดียว ผู้อนุญาตยังขายสิทธิเพลงเดิมให้คนอื่นได้ ข้อ 2.4 เขียนไว้ทั้งสองทาง
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ไฟล์งานเสียง … ในรูปแบบ … พร้อมความยาวและเวอร์ชันที่ส่งมอบ
- หลักฐานความเป็นเจ้าของหรือที่มาของสิทธิ … แยกตามชั้นดนตรีกรรมและชั้นสิ่งบันทึกเสียง
- หนังสือยินยอมของนักร้อง นักดนตรี หรือผู้พากย์ พร้อมขอบเขตที่ได้มาหนังสือยืนยันว่าไม่มีสิทธิของนักแสดงที่ต้องขอความยินยอมเพิ่ม
- หลักฐานการได้สิทธิชั้นที่เหลือจาก … ซึ่งผู้รับอนุญาตต้องจัดหาเองหนังสือยืนยันว่าสิทธิที่จำเป็นอยู่ในความควบคุมของผู้อนุญาตครบถ้วน
- ตารางช่องทาง เขต ระยะเวลา และข้อจำกัดการดัดแปลง สำหรับให้ทีมผลิตตรวจก่อนเผยแพร่
- ช่องทางติดต่อเร่งด่วนสำหรับปลดเคลม และหลักฐานการปลดเคลมครั้งก่อน ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล
ก่อนลงนาม ให้ถามคำถามเดียวนี้ให้ได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร — "คุณถือชั้นดนตรีกรรม ชั้นสิ่งบันทึกเสียง หรือทั้งสองชั้น และเคลียร์กับนักดนตรีที่เล่นในไฟล์นี้แล้วหรือยัง" ถ้าตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งจ่ายเงิน จากนั้นบันทึกวันที่ส่งมอบไฟล์ครบถ้วนไว้ เพราะเป็นวันเริ่มนับอายุการอนุญาต
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-594E63 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรเลย และใบรับเงินค่าตอบแทนก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าสัญญาฉบับเดียวกันมีการจ้างให้แต่ง เรียบเรียง หรือบันทึกเสียงขึ้นใหม่ด้วย ส่วนที่เป็นสินจ้างเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของ ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — สัญญาฉบับนี้เป็นการอนุญาตให้ใช้งานเสียงที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่การจ้างผลิต ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าตอบแทนการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นค่าแห่งลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) ไม่ใช่ค่าจ้างทำของ ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้อนุญาต ถ้าผู้รับอนุญาตเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ผู้อนุญาตยังต้องนำเงินได้ไปยื่นแบบเอง การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้อนุญาตจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี ถ้าสัญญารวมทั้งการจ้างแต่งหรือบันทึกเสียงใหม่ กับการอนุญาตใช้งานเดิม ให้แยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ เพราะค่าจ้างผลิตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 8 ส่วนค่าอนุญาตหักร้อยละ 3 ตามข้อ 3/2 อัตราเท่ากันแต่คนละประเภทเงินได้ มีผลต่อการยื่นแบบและการหักค่าใช้จ่ายของผู้รับเงิน จ่ายค่าสิทธิให้ผู้รับที่อยู่ต่างประเทศมีกฎคนละชุด ต้องตรวจอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย
ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงตอนไหน
ใช้เมื่อขอใช้เพลง ดนตรีประกอบ เสียงบรรยาย หรือเอฟเฟกต์เสียง ในวิดีโอ โฆษณา หรือพอดแคสต์ · ใช้เมื่อผู้แต่งหรือค่ายให้ผู้อื่นนำเพลงไปใช้ประกอบงานชิ้นที่ระบุ · ใช้เมื่อต้องระบุว่าตัดต่อ ทำลูป หรือรีมิกซ์ได้หรือไม่ · ใช้เมื่อต้องตกลงล่วงหน้าว่าใครจัดการเมื่อระบบตรวจลิขสิทธิ์ของแพลตฟอร์มเคลมวิดีโอ
ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงต้องระวังอะไร
เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น คือดนตรีกรรมกับคำร้อง และสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งอาจเป็นคนละเจ้าของ ต้องระบุว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด · ถ้าได้สิทธิมาชั้นเดียว ยังใช้เพลงไม่ได้ ต้องไปขออีกชั้นจากเจ้าของอีกฝ่ายก่อน · นักร้องและนักดนตรีที่บันทึกเสียงมีสิทธิของนักแสดงเป็นอีกชั้นหนึ่งตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.44–52 · การเปิดเพลงในร้าน งานอีเวนต์ หรือสถานที่สาธารณะ เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งต้องมีสิทธิต่างหากจากสิทธิใช้ประกอบวิดีโอ · ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้อนุญาตให้ใช้แล้ว · ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง
ไม่เหมาะเมื่อต้องการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในเพลงอย่างถาวร ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน · ไม่เหมาะเมื่อเป็นการให้สิทธิผลิตและขายสินค้าโดยคิดค่าสิทธิตามยอดขาย ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา · ไม่เหมาะเมื่อจ้างนักดนตรีหรือนักพากย์ให้ผลิตเสียงขึ้นใหม่ ควรใช้สัญญาจ้างผลิตตามประเภทงานพร้อมข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ · สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงประกอบวิดีโอ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Music Synchronisation Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงประกอบวิดีโอ ภาษาอังกฤษ
สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่ควรทำเป็นหนังสือเสมอ เพราะสิ่งที่ต้องพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาทคือ ผู้อนุญาตถือสิทธิชั้นใด และ ขอบเขตที่อนุญาตกว้างแค่ไหน ซึ่งพยานบุคคลพิสูจน์ได้ยาก สิ่งที่ควรเก็บไว้คู่กับสัญญา คือไฟล์ต้นฉบับพร้อมข้อมูลวันที่สร้าง หลักฐานการได้สิทธิจากผู้แต่งหรือผู้ผลิตงานบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้องและนักดนตรี และหลักฐานการปลดเคลมจากแพลตฟอร์มถ้าเคยมี
ลงนามสัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล ก่อนลงนาม ให้ถามคำถามเดียวนี้ให้ได้คำตอบเป็นลายลักษณ์อักษร — "คุณถือชั้นดนตรีกรรม ชั้นสิ่งบันทึกเสียง หรือทั้งสองชั้น และเคลียร์กับนักดนตรีที่เล่นในไฟล์นี้แล้วหรือยัง" ถ้าตอบไม่ได้ อย่าเพิ่งจ่ายเงิน จากนั้นบันทึกวันที่ส่งมอบไฟล์ครบถ้วนไว้ เพราะเป็นวันเริ่มนับอายุการอนุญาต
ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียงต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ไฟล์งานเสียง … ในรูปแบบ … พร้อมความยาวและเวอร์ชันที่ส่งมอบ หลักฐานความเป็นเจ้าของหรือที่มาของสิทธิ … แยกตามชั้นดนตรีกรรมและชั้นสิ่งบันทึกเสียง หนังสือยินยอมของนักร้อง นักดนตรี หรือผู้พากย์ พร้อมขอบเขตที่ได้มาหนังสือยืนยันว่าไม่มีสิทธิของนักแสดงที่ต้องขอความยินยอมเพิ่ม หลักฐานการได้สิทธิชั้นที่เหลือจาก … ซึ่งผู้รับอนุญาตต้องจัดหาเองหนังสือยืนยันว่าสิทธิที่จำเป็นอยู่ในความควบคุมของผู้อนุญาตครบถ้วน ตารางช่องทาง เขต ระยะเวลา และข้อจำกัดการดัดแปลง สำหรับให้ทีมผลิตตรวจก่อนเผยแพร่ ช่องทางติดต่อเร่งด่วนสำหรับปลดเคลม และหลักฐานการปลดเคลมครั้งก่อน ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 20 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงาน ที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย - 2 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่า จะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้น เป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (1) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (2) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (3) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความ รวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย (4) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่ง ภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง (5) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสง ผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (6) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (7) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (1) ถึง (6) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมี ทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยก และเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุ ไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถ นำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่อง ได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี - 3 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือ ที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบ โสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียง ทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงาน ต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (2) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็น นาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (4) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือ สามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (5) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือ เปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดย วิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใด ที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชน เป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏ ซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพ เกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม - 4 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ ให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการ เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้ง ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือ รหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึก การแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือ สิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6
งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใด ในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธี หรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธีหรือระบบ หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8
ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ใน ราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (2) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้น ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าว - 6 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ ใน (1) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้อง เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 11
งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลงตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกดัดแปลง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 44
นักแสดงย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตน ดังต่อไปนี้ (1) แพร่เสียงแพร่ภาพ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดง เว้นแต่จะเป็นการแพร่เสียงแพร่ภาพหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนจากสิ่งบันทึกการแสดงที่มีการบันทึกไว้แล้ว (2) บันทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกไว้แล้ว (3) ทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักแสดงหรือสิ่งบันทึกการแสดงที่ได้รับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์อื่น หรือสิ่งบันทึกการแสดงที่เข้าข้อยกเว้นการละเมิดสิทธิของนักแสดงตามมาตรา 53
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)