สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ให้บริการขายแพ็กเกจนวด สปา หรือเวลเนสจำนวนครั้งที่กำหนดให้ผู้รับบริการ โดยรับชำระล่วงหน้าและให้บริการตามนัดภายในอายุแพ็กเกจ · สถานที่ต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู้ให้บริการต้องผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียน
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อร้านนวดหรือสปาขายแพ็กเกจหลายครั้งแบบจ่ายล่วงหน้า |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | การให้บริการนวดหรือสปาครบตามจำนวนครั้งในแพ็กเกจเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคาแพ็กเกจ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ผู้รับบริการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าบริษัทซื้อแพ็กเกจให้พนักงานหรือลูกค้า บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สถานที่ให้บริการนวดและสปาต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ซึ่งต้องมีครบสามชั้น คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการ (มาตรา 13 อายุห้าปี) ผู้ดำเนินการที่มีใบอนุญาต (มาตรา 21 และ 27) และผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียน (มาตรา 23) ข้อ 1.2 ให้ผู้ให้บริการรับรองและให้ผู้รับบริการขอดูหลักฐานได้ ร้านที่ไม่มีใบอนุญาตมีความผิดทางอาญา และถ้าผู้รับบริการบาดเจ็บจากผู้ให้บริการที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ข้อ 10.1 ถือเป็นเหตุแห่งความรับผิดโดยตรง การนวดเพื่อการรักษาโรคหรือฟื้นฟูร่างกายหลังบาดเจ็บเป็นงานของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือกายภาพบำบัด ไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ข้อ 1.3 จึงห้ามโฆษณาว่ารักษาโรคได้ ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ถ้าคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้ตรวจข้อที่บังคับและข้อที่ห้ามก่อนใช้ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.383, 420, 425, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ม.35 ทวิ; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.19, 26; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อร้านนวดหรือสปาขายแพ็กเกจหลายครั้งแบบจ่ายล่วงหน้า
- ใช้เมื่อต้องการแบบสอบถามข้อห้ามด้านสุขภาพและเงื่อนไขความประพฤติที่ชัดเจน
- ใช้เมื่อลูกค้าต้องการรู้เงื่อนไขคืนเงินและขยายอายุแพ็กเกจ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- สถานที่ต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู้ให้บริการต้องผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียน
- ต้องถามข้อห้ามด้านสุขภาพก่อนนวดทุกครั้ง โดยเฉพาะความดัน การตั้งครรภ์ และการผ่าตัดล่าสุด
- ข้อยกเว้นความรับผิดต่อความบาดเจ็บจากความประมาทของร้านใช้ไม่ได้
- ห้ามกล้องในห้องให้บริการและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
- ห้ามโฆษณาว่านวดรักษาโรคได้ เพราะเป็นงานของผู้ประกอบวิชาชีพ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าขายคอร์สเสริมความงามที่เน้นผลลัพธ์ด้านรูปลักษณ์หรือมีหัตถการทางการแพทย์ ให้ใช้ สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส
- ถ้าเป็นการนวดเพื่อรักษาหรือฟื้นฟูโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องใช้เอกสารของสถานพยาบาล
- ถ้าเป็นสมาชิกภาพเข้าใช้ฟิตเนสหรือสตูดิโอ ให้ใช้ สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ
- สัญญาแพ็กเกจสปาและนวด ภาษาอังกฤษ — ใช้ Spa and Wellness Package Agreement — สัญญาแพ็กเกจสปาและนวด ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
การให้บริการนวดหรือสปาครบตามจำนวนครั้งในแพ็กเกจเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคาแพ็กเกจ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สถานที่ให้บริการนวดและสปาต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ซึ่งต้องมีครบสามชั้น คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการ (มาตรา 13 อายุห้าปี) ผู้ดำเนินการที่มีใบอนุญาต (มาตรา 21 และ 27) และผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียน (มาตรา 23) ข้อ 1.2 ให้ผู้ให้บริการรับรองและให้ผู้รับบริการขอดูหลักฐานได้ ร้านที่ไม่มีใบอนุญาตมีความผิดทางอาญา และถ้าผู้รับบริการบาดเจ็บจากผู้ให้บริการที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ข้อ 10.1 ถือเป็นเหตุแห่งความรับผิดโดยตรง
การนวดเพื่อการรักษาโรคหรือฟื้นฟูร่างกายหลังบาดเจ็บเป็นงานของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือกายภาพบำบัด ไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ข้อ 1.3 จึงห้ามโฆษณาว่ารักษาโรคได้
ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ถ้าคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้ตรวจข้อที่บังคับและข้อที่ห้ามก่อนใช้
ภาษี
ผู้รับบริการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าบริษัทซื้อแพ็กเกจให้พนักงานหรือลูกค้า บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ข้อห้ามด้านสุขภาพคือเครื่องมือกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด
การนวดในคนที่มีความดันสูง ตั้งครรภ์ หรือเพิ่งผ่าตัดเป็นสาเหตุหลักของการบาดเจ็บจากการนวด ข้อ 2 บังคับให้ถามก่อนทุกครั้งและให้ผู้ให้บริการปฏิเสธบริการที่ไม่ปลอดภัยได้โดยไม่ตัดสิทธิลูกค้า ถ้าผู้ให้บริการไม่ถาม ความรับผิดตกที่ผู้ให้บริการตามข้อ 10.1 ถ้าผู้รับบริการปกปิด ความรับผิดตกที่ผู้รับบริการตามข้อ 10.2 ข้อยกเว้นความรับผิดต่อชีวิตร่างกายของผู้ให้บริการไม่มีผลตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 และความรับผิดทางละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ยังอยู่เสมอ
ความเป็นส่วนตัวและความประพฤติ
ข้อ 3 เขียนไว้ตรงไปตรงมาเพราะเป็นเรื่องที่ทั้งร้านและลูกค้าต้องการความชัดเจน ห้ามการกระทำที่มีลักษณะทางเพศทั้งสองฝ่าย ผู้ให้บริการยุติบริการลูกค้าที่ร้องขอได้ทันที และลูกค้าเลิกสัญญาได้ทันทีพร้อมเงินคืนเต็มตามสัดส่วนเมื่อพนักงานล่วงเกิน การล่วงเกินทางเพศเป็นความผิดอาญาแยกจากสัญญา ร้านที่พนักงานกระทำผิดยังอาจต้องร่วมรับผิดในฐานะนายจ้างตาม ป.พ.พ. มาตรา 425
ข้อ 9.2 ห้ามกล้องในห้องให้บริการและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยเด็ดขาด การบันทึกภาพในที่เหล่านี้เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวอย่างร้ายแรง และขัดหลักการเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อมูลสุขภาพ
ข้อมูลความดัน การตั้งครรภ์ และประวัติผ่าตัดเป็นข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และใช้ได้เฉพาะเพื่อความปลอดภัยของบริการ การเอาไปใช้ทำการตลาดต้องได้รับความยินยอมแยกที่ถอนได้ตามมาตรา 19
แพ็กเกจที่จ่ายล่วงหน้า
แพ็กเกจนวดและสปาที่ขายเป็นจำนวนครั้งหรือตามระยะเวลาอยู่ในนิยาม “ธุรกิจการให้บริการเสริมความงาม” ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา พ.ศ. 2563 ข้อ 2 ซึ่งระบุวิธีการ “นวด การสปา” ไว้ตรงตัว ประกาศนี้คุม หลักฐานการรับเงิน ไม่ได้คุมตัวสัญญา แต่สิ่งที่บังคับให้เขียนในใบรับเงินคือสิทธิของผู้รับบริการ สัญญาที่เขียนสวนทางจึงใช้บังคับไม่ได้จริง ร่างนี้ยกมาไว้ในสัญญาด้วยทั้งหมด
ข้อ 6.3 คือสิทธิที่ร้านมักไม่รู้ — ซื้อแล้วยังไม่ได้ใช้บริการเลยภายใน 7 วัน ต้องคืนเต็มจำนวน (หักได้เฉพาะค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต) · ข้อ 6.4 คืนตามสัดส่วนเมื่อเลิกก่อนใช้ครบ โดยหักค่าดำเนินการที่มีเพดาน · ข้อ 6.5 คืนตามสัดส่วนโดยไม่หักอะไรเลยเมื่อร้านเป็นฝ่ายทำให้ใช้บริการต่อไม่ได้ ซึ่งรวม ให้บริการล่าช้าเกินสมควร และ ให้บริการที่ไม่เหมาะสมจนอาจเป็นอันตรายและแก้ไขไม่ได้ ด้วย
ป้ายหรือข้อความว่า “ซื้อแล้วไม่คืนเงินทุกกรณี” และ “ห้ามยกเลิก” เป็นข้อความที่ประกาศข้อ 5(4) และ 5(5) ห้ามไว้โดยตรง นอกจากเสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 4 แล้ว ยังเป็นการฝ่าฝืนประกาศซึ่งมีโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคด้วย · ค่าทิปตามข้อ 4.3 เป็นความสมัครใจเสมอ
ข้อที่ร้านสปาพลาดบ่อย
- ไม่ถามประวัติสุขภาพก่อนนวด
- ใช้พนักงานที่ยังไม่ผ่านการอบรมหรือขึ้นทะเบียน
- โฆษณาว่านวดรักษาโรค — ข้อ 1.3 ห้ามไว้
- ติดกล้องในห้องนวด — ข้อ 9.2 ห้ามเด็ดขาด
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- รายละเอียดแพ็กเกจ บริการ จำนวนครั้ง และราคาต่อครั้งเฉลี่ย
- แบบสอบถามสุขภาพและแบบยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ
- สำเนาใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับบริการเก็บไว้หนึ่งฉบับพร้อมใบเสร็จ ตอบแบบสอบถามสุขภาพก่อนรับบริการครั้งแรกและทุกครั้งที่สภาพร่างกายเปลี่ยน
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-F13FE8 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
การให้บริการนวดหรือสปาครบตามจำนวนครั้งในแพ็กเกจเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากราคาแพ็กเกจ … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้รับบริการที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าบริษัทซื้อแพ็กเกจให้พนักงานหรือลูกค้า บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ใช้สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจตอนไหน
ใช้เมื่อร้านนวดหรือสปาขายแพ็กเกจหลายครั้งแบบจ่ายล่วงหน้า · ใช้เมื่อต้องการแบบสอบถามข้อห้ามด้านสุขภาพและเงื่อนไขความประพฤติที่ชัดเจน · ใช้เมื่อลูกค้าต้องการรู้เงื่อนไขคืนเงินและขยายอายุแพ็กเกจ
ทำสัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจต้องระวังอะไร
สถานที่ต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และผู้ให้บริการต้องผ่านการอบรมและขึ้นทะเบียน · ต้องถามข้อห้ามด้านสุขภาพก่อนนวดทุกครั้ง โดยเฉพาะความดัน การตั้งครรภ์ และการผ่าตัดล่าสุด · ข้อยกเว้นความรับผิดต่อความบาดเจ็บจากความประมาทของร้านใช้ไม่ได้ · ห้ามกล้องในห้องให้บริการและห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า · ห้ามโฆษณาว่านวดรักษาโรคได้ เพราะเป็นงานของผู้ประกอบวิชาชีพ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ
ถ้าขายคอร์สเสริมความงามที่เน้นผลลัพธ์ด้านรูปลักษณ์หรือมีหัตถการทางการแพทย์ ให้ใช้ สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส · ถ้าเป็นการนวดเพื่อรักษาหรือฟื้นฟูโดยผู้ประกอบวิชาชีพ ต้องใช้เอกสารของสถานพยาบาล · ถ้าเป็นสมาชิกภาพเข้าใช้ฟิตเนสหรือสตูดิโอ ให้ใช้ สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ · สัญญาแพ็กเกจสปาและนวด ภาษาอังกฤษ — ใช้ Spa and Wellness Package Agreement — สัญญาแพ็กเกจสปาและนวด ภาษาอังกฤษ
สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สถานที่ให้บริการนวดและสปาต้องได้รับอนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ซึ่งต้องมีครบสามชั้น คือ ใบอนุญาตประกอบกิจการ (มาตรา 13 อายุห้าปี) ผู้ดำเนินการที่มีใบอนุญาต (มาตรา 21 และ 27) และผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียน (มาตรา 23) ข้อ 1.2 ให้ผู้ให้บริการรับรองและให้ผู้รับบริการขอดูหลักฐานได้ ร้านที่ไม่มีใบอนุญาตมีความผิดทางอาญา และถ้าผู้รับบริการบาดเจ็บจากผู้ให้บริการที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ข้อ 10.1 ถือเป็นเหตุแห่งความรับผิดโดยตรง การนวดเพื่อการรักษาโรคหรือฟื้นฟูร่างกายหลังบาดเจ็บเป็นงานของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยหรือกายภาพบำบัด ไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ข้อ 1.3 จึงห้ามโฆษณาว่ารักษาโรคได้ ผู้รับบริการส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ถ้าคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้ตรวจข้อที่บังคับและข้อที่ห้ามก่อนใช้
ลงนามสัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ผู้รับบริการเก็บไว้หนึ่งฉบับพร้อมใบเสร็จ ตอบแบบสอบถามสุขภาพก่อนรับบริการครั้งแรกและทุกครั้งที่สภาพร่างกายเปลี่ยน
ทำสัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
รายละเอียดแพ็กเกจ บริการ จำนวนครั้ง และราคาต่อครั้งเฉลี่ย แบบสอบถามสุขภาพและแบบยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ สำเนาใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 15 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425
นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 มาตรา 13
ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพต้องมี
พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 21
ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใด ๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 23
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการต้องทำเองเฉพาะตัว
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36