สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างจ้างผู้รับจ้างไปวางบิลและรับเงินหรือเช็คจากลูกหนี้การค้าตามรอบที่ถึงกำหนด แล้วนำเข้าบัญชีผู้ว่าจ้าง โดยจ่ายค่าจ้างเหมารายเดือน · ลูกหนี้ที่จ่ายให้พนักงานเก็บเงินโดยสุจริตถือว่าชำระหนี้แล้ว แม้พนักงานไม่นำส่ง — จึงต้องมีหลักประกันพอกับยอดที่ถือไว้ และกระทบยอดทุกวัน

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อบริษัทหรือร้านส่งที่มีลูกค้าเครดิตหลายราย จ้างเมสเซนเจอร์หรือบริษัทรับวางบิลและรับเช็คแทนการส่งพนักงานของตัวเอง
อากรแสตมป์การจ้างให้จัดเก็บเงินเป็นจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า จากค่าจ้างตลอดอายุสัญญา … ตามข้อ 5.3 เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) สัญญาต่ออายุอัตโนมัติตามข้อ 9.1 — เมื่อต่ออายุแต่ละรอบ ค่าจ้างของรอบใหม่เป็นสินจ้างที่เพิ่มขึ้น ให้เสียอากรเพิ่มตามหมายเหตุของลักษณะ 4 หนังสือมอบอำนาจที่ผู้ว่าจ้างออกให้ผู้รับจ้างรับชำระหนี้ตามข้อ 2.1 เป็นใบมอบอำนาจ ลักษณะ 7 — ให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว เสีย 30 บาท ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสีย สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
ภาษีผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 สำหรับผู้รับที่เป็นนิติบุคคล — ถ้าผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ให้ผู้ทำบัญชีตรวจประเภทเงินได้ก่อนจ่ายงวดแรก) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าจ้าง ใบเสร็จรับเงินที่พนักงานลงนามแทนผู้ว่าจ้างเป็นเอกสารของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างยังเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีให้ลูกหนี้ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 86) และใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ส่งให้ลูกหนี้ทางอีเมลได้
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.587 (จ้างทำของ), 797, 810, 811 (ส่งเงินที่รับแทน · ดอกเบี้ยเมื่อเอาไปใช้ — ข้อ 3.3–3.4), 821 (ตัวการเชิด — after.md คืนบัตรและหนังสือมอบอำนาจ), 7, 224, 224/1, 383 (ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ — ข้อ 3.4, 5.4), 193/34 (1), 193/33 (5) (อายุความหนี้การค้า 2 ปี · 5 ปีเมื่อทำเพื่อกิจการของลูกหนี้ — after.md), 681, 681/1, 686 (บุคคลค้ำประกันหลักประกัน — after.md) · พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ม.3, 5, 8, 9, 10, 11 (ข้อ 4.3, after.md) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.37 (4), 40 (ข้อ 8.2) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.86, 118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 7, 17, 23 · ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อบริษัทหรือร้านส่งที่มีลูกค้าเครดิตหลายราย จ้างเมสเซนเจอร์หรือบริษัทรับวางบิลและรับเช็คแทนการส่งพนักงานของตัวเอง
  • ใช้เมื่อผู้รับจ้างต้องถือเงินสดและเช็คจริง จึงต้องมีหลักประกันและกำหนดเวลานำเงินเข้าบัญชี
  • ใช้เมื่อจ่ายค่าจ้างคงที่รายเดือน ไม่ขึ้นกับยอดที่เก็บได้

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ลูกหนี้ที่จ่ายให้พนักงานเก็บเงินโดยสุจริตถือว่าชำระหนี้แล้ว แม้พนักงานไม่นำส่ง — จึงต้องมีหลักประกันพอกับยอดที่ถือไว้ และกระทบยอดทุกวัน
  • ให้ลูกหนี้โอนหรือจ่ายพร้อมเพย์เข้าบัญชีของผู้ว่าจ้างโดยตรงให้มากที่สุด ลดเงินสดในมือพนักงาน
  • เรียกบัตรและหนังสือมอบอำนาจคืนทันทีเมื่อพนักงานคนใดเลิกทำงานนี้ และแจ้งลูกหนี้
  • ถ้าใช้บุคคลค้ำประกันเป็นหลักประกัน ต้องทำสัญญาค้ำประกันแยกที่ระบุวงเงิน
  • หนี้ที่เลยกำหนดนานแล้วไม่ใช่งานของสัญญานี้ ต้องส่งคืนและตัดสินใจเองว่าจะจ้างทวงหรือฟ้อง

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

การจ้างให้จัดเก็บเงินเป็นจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า จากค่าจ้างตลอดอายุสัญญา … ตามข้อ 5.3 เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)

  • สัญญาต่ออายุอัตโนมัติตามข้อ 9.1 — เมื่อต่ออายุแต่ละรอบ ค่าจ้างของรอบใหม่เป็นสินจ้างที่เพิ่มขึ้น ให้เสียอากรเพิ่มตามหมายเหตุของลักษณะ 4
  • หนังสือมอบอำนาจที่ผู้ว่าจ้างออกให้ผู้รับจ้างรับชำระหนี้ตามข้อ 2.1 เป็นใบมอบอำนาจ ลักษณะ 7 — ให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว เสีย 30 บาท ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสีย
  • สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร
  • ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)

หลักประกันของผู้รับจ้าง

… จำนวน … ตามข้อ 6 — ควรมีมูลค่าไม่น้อยกว่ายอดเงินและเช็คที่ผู้รับจ้างอาจถือไว้พร้อมกันในช่วงหลายวันที่มียอดเก็บสูงสุดของเดือน

  • เงินสด — ให้ผู้รับจ้างโอนเข้าบัญชีผู้ว่าจ้างและออกใบรับหลักประกันให้
  • หนังสือค้ำประกันของธนาคาร — ตรวจว่าวงเงินและระยะเวลาครอบคลุมอายุสัญญาบวกเวลาคืนหลักประกัน 15 วันตามข้อ 6.4 และเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข
  • บุคคลค้ำประกัน — ต้องทำสัญญาค้ำประกันแยกต่างหากที่ระบุหนี้ที่ค้ำและวงเงินชัดเจน (ป.พ.พ. มาตรา 681) ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาจะให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้ (มาตรา 681/1) และเมื่อผู้รับจ้างผิดนัด ผู้ว่าจ้างต้องมีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำภายใน 60 วัน (มาตรา 686) มิฉะนั้นผู้ค้ำพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดหลังพ้นกำหนดนั้น — ใช้สัญญาค้ำประกันของเว็บนี้ประกอบ และปิดอากรลักษณะ 17

ลูกหนี้ที่จ่ายให้พนักงานเก็บเงิน — ความเสี่ยงตกกับผู้ว่าจ้าง

ลูกหนี้ที่ชำระให้ผู้มีอำนาจรับชำระโดยสุจริตถือว่าชำระหนี้แล้ว แม้พนักงานเก็บเงินจะไม่นำส่งผู้ว่าจ้าง สำหรับลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดา กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าการชำระแก่ผู้ทวงถามหนี้โดยสุจริตเป็นการชำระแก่เจ้าหนี้โดยชอบ (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 10) และถ้าผู้ว่าจ้างปล่อยให้คนเก็บเงินที่ออกจากงานแล้วยังถือบัตรและหนังสือมอบอำนาจอยู่ ผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดต่อลูกหนี้ที่หลงเชื่อในฐานะตัวการที่เชิดตัวแทน (ป.พ.พ. มาตรา 821) จึงควร

  • แจ้งลูกหนี้ทุกรายเป็นหนังสือว่าใครมีอำนาจรับเงิน และให้โอนเข้าบัญชีผู้ว่าจ้างโดยตรงเป็นหลัก (ข้อ 2.4)
  • เรียกบัตรประจำตัวและหนังสือมอบอำนาจคืนทันทีที่พนักงานคนใดเลิกทำงานนี้ และแจ้งลูกหนี้ที่พนักงานคนนั้นเคยไปเก็บเงิน
  • กระทบยอดหลักฐานการฝากเงินกับรายการรับเงินทุกวัน
  • ผู้รับจ้างต้องส่งเงินที่รับไว้แทนให้ผู้ว่าจ้างจนสิ้น (ป.พ.พ. มาตรา 810) ถ้าเอาไปใช้ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่เอาไปใช้ (มาตรา 811)

ดอกเบี้ยเมื่อส่งเงินช้า (ข้อ 3.4)

สัญญาประเภทนี้มักกำหนดเบี้ยปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (ร้อยละ 18 ต่อปี) ทั้งสองทาง สัญญานี้กำหนดไว้ร้อยละ … ต่อปี ให้เทียบกับดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายซึ่งปัจจุบันเป็นร้อยละ 5 ต่อปี (ป.พ.พ. มาตรา 7 และมาตรา 224) อัตราที่สูงเกินส่วนเป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้ (มาตรา 383) ส่วนผู้ว่าจ้างที่จ่ายค่าจ้างช้าเสียดอกเบี้ยตามอัตรากฎหมาย คิดจากงวดที่ผิดนัดเท่านั้น (มาตรา 224/1)

งานนี้ต่างจากการทวงหนี้ค้างชำระ

สัญญานี้ใช้กับงานเก็บเงินตามรอบบัญชีของลูกหนี้ปกติ หนี้ที่เลยกำหนดเกิน … วันต้องส่งคืนผู้ว่าจ้างตามข้อ 1.3 ถ้าจะจ้างให้ติดตามทวงถามหนี้ที่ค้างชำระต่อ ให้ทำสัญญาจ้างให้ติดตามหนี้แยกต่างหาก เพราะงานทวงถามหนี้ค้างของลูกหนี้บุคคลธรรมดาอยู่ใต้กติกาที่เข้มกว่า — ผู้ที่รับจ้างทวงถามหนี้เป็นปกติธุระต้องจดทะเบียน (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 5) และต้องทำตามข้อกำหนดเรื่องสถานที่และเวลาติดต่อ — วันจันทร์ถึงศุกร์ 08.00–20.00 นาฬิกา วันหยุดราชการ 08.00–18.00 นาฬิกา (มาตรา 9) และข้อห้ามข่มขู่ ประจาน หรือเปิดเผยความเป็นหนี้ (มาตรา 8 และมาตรา 11) ถ้าผู้รับจ้างรับงานเก็บเงินแบบนี้ให้เจ้าหนี้หลายรายเป็นประจำ และลูกหนี้มีบุคคลธรรมดาด้วย ให้ตรวจกับนายทะเบียนว่าต้องจดทะเบียนหรือไม่

หนี้ค่าสินค้าและค่าบริการของผู้ประกอบการค้ามีอายุความ 2 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1)) แต่ถ้าลูกหนี้ซื้อสินค้าหรือบริการไปใช้ในกิจการของลูกหนี้เอง เช่น ร้านค้าซื้อไปขายต่อหรือโรงงานซื้อวัตถุดิบ อายุความเป็น 5 ปี (มาตรา 193/33 (5)) การไปวางบิลหรือทวงถามไม่ทำให้อายุความสะดุด ผู้ว่าจ้างต้องทำตารางหนี้ค้างเองและดำเนินการก่อนหมดอายุความ

ภาษี

  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 สำหรับผู้รับที่เป็นนิติบุคคล — ถ้าผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ให้ผู้ทำบัญชีตรวจประเภทเงินได้ก่อนจ่ายงวดแรก) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
  • ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าจ้าง ใบเสร็จรับเงินที่พนักงานลงนามแทนผู้ว่าจ้างเป็นเอกสารของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างยังเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีให้ลูกหนี้ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 86) และใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ส่งให้ลูกหนี้ทางอีเมลได้

ถ้าผิดข้อห้าม เกิดอะไรขึ้น

  • ให้ลูกหนี้โอนเงินเข้าบัญชีอื่น หรือหักค่าจ้างจากเงินที่เก็บได้ (ข้อ 2.4 และ 3.3) — ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 9.3 และบังคับเอาจากหลักประกันตามข้อ 6.2 การเอาเงินไปใช้เองอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก (ตามประมวลกฎหมายอาญา)
  • ให้ส่วนลดหรือขยายเวลาให้ลูกหนี้เอง (ข้อ 2.3) — ไม่ผูกพันผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างต้องรับผิดในส่วนที่ผู้ว่าจ้างเสียหาย
  • ข่มขู่หรือเปิดเผยความเป็นหนี้ของลูกหนี้บุคคลธรรมดา (ข้อ 4.3) — มีทั้งโทษอาญาและโทษปรับทางปกครองตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และผู้ว่าจ้างเสียชื่อเสียงไปด้วย ผู้รับจ้างต้องชดใช้ตามข้อ 7.3
  • ใช้ข้อมูลลูกหนี้นอกคำสั่ง (ข้อ 8.2) — ผู้รับจ้างถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลในส่วนนั้นและรับผิดเอง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40) ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อมีความเสี่ยง (มาตรา 37 (4)) ข้อ 8.2 จึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • หมายเลข 1 บัญชีลูกหนี้ รอบวางบิล และวันนัดรับเช็ค (ปรับได้ทุกรอบทางอีเมล)
  • หมายเลข 2 รายชื่อพนักงานผู้มีอำนาจรับเงิน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวและรูปถ่าย
  • หมายเลข 3 รายละเอียดหลักประกัน
  • หนังสือมอบอำนาจรับชำระหนี้ (ข้อ 2.1) และแบบใบเสร็จรับเงินหรือใบรับเช็คที่กำกับเลขที่

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ รับหลักประกันก่อนมอบใบวางบิลรอบแรก ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 10.2

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-2E60DD · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

การจ้างให้จัดเก็บเงินเป็นจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 — 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า จากค่าจ้างตลอดอายุสัญญา … ตามข้อ 5.3 เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) สัญญาต่ออายุอัตโนมัติตามข้อ 9.1 — เมื่อต่ออายุแต่ละรอบ ค่าจ้างของรอบใหม่เป็นสินจ้างที่เพิ่มขึ้น ให้เสียอากรเพิ่มตามหมายเหตุของลักษณะ 4 หนังสือมอบอำนาจที่ผู้ว่าจ้างออกให้ผู้รับจ้างรับชำระหนี้ตามข้อ 2.1 เป็นใบมอบอำนาจ ลักษณะ 7 — ให้กระทำการมากกว่าครั้งเดียว เสีย 30 บาท ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสีย สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)

สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า เสียภาษีอะไรบ้าง

ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 สำหรับผู้รับที่เป็นนิติบุคคล — ถ้าผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดา ให้ผู้ทำบัญชีตรวจประเภทเงินได้ก่อนจ่ายงวดแรก) และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าจ้าง ใบเสร็จรับเงินที่พนักงานลงนามแทนผู้ว่าจ้างเป็นเอกสารของผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างยังเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีให้ลูกหนี้ (ประมวลรัษฎากร มาตรา 86) และใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ส่งให้ลูกหนี้ทางอีเมลได้

ใช้สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้าตอนไหน

ใช้เมื่อบริษัทหรือร้านส่งที่มีลูกค้าเครดิตหลายราย จ้างเมสเซนเจอร์หรือบริษัทรับวางบิลและรับเช็คแทนการส่งพนักงานของตัวเอง · ใช้เมื่อผู้รับจ้างต้องถือเงินสดและเช็คจริง จึงต้องมีหลักประกันและกำหนดเวลานำเงินเข้าบัญชี · ใช้เมื่อจ่ายค่าจ้างคงที่รายเดือน ไม่ขึ้นกับยอดที่เก็บได้

ทำสัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้าต้องระวังอะไร

ลูกหนี้ที่จ่ายให้พนักงานเก็บเงินโดยสุจริตถือว่าชำระหนี้แล้ว แม้พนักงานไม่นำส่ง — จึงต้องมีหลักประกันพอกับยอดที่ถือไว้ และกระทบยอดทุกวัน · ให้ลูกหนี้โอนหรือจ่ายพร้อมเพย์เข้าบัญชีของผู้ว่าจ้างโดยตรงให้มากที่สุด ลดเงินสดในมือพนักงาน · เรียกบัตรและหนังสือมอบอำนาจคืนทันทีเมื่อพนักงานคนใดเลิกทำงานนี้ และแจ้งลูกหนี้ · ถ้าใช้บุคคลค้ำประกันเป็นหลักประกัน ต้องทำสัญญาค้ำประกันแยกที่ระบุวงเงิน · หนี้ที่เลยกำหนดนานแล้วไม่ใช่งานของสัญญานี้ ต้องส่งคืนและตัดสินใจเองว่าจะจ้างทวงหรือฟ้อง

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า

หนี้ที่ลูกหนี้ผิดนัดแล้วและต้องการให้ทวงถามแบบจ่ายค่าตอบแทนเป็นร้อยละของเงินที่ได้คืน — ใช้ สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ) · รับชำระเงินออนไลน์จากลูกค้าแทนผู้ขายแล้วโอนต่อ — ใช้ สัญญารับชำระเงินแทนผู้ขาย · ทวงหนี้รายเดียวด้วยตัวเอง — ใช้ หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)

ลงนามสัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ รับหลักประกันก่อนมอบใบวางบิลรอบแรก ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 10.2

ทำสัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

หมายเลข 1 บัญชีลูกหนี้ รอบวางบิล และวันนัดรับเช็ค (ปรับได้ทุกรอบทางอีเมล) หมายเลข 2 รายชื่อพนักงานผู้มีอำนาจรับเงิน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวและรูปถ่าย หมายเลข 3 รายละเอียดหลักประกัน หนังสือมอบอำนาจรับชำระหนี้ (ข้อ 2.1) และแบบใบเสร็จรับเงินหรือใบรับเช็คที่กำกับเลขที่

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 27 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3

ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้ทวงถามหนี้” หมายความว่า เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีสิทธิรับชําระหนี้อันเกิดจากการกระทําที่เป็นทางการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึง ผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ดังกล่าว ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ และผู้รับมอบอํานาจจาก ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย “ผู้ให้สินเชื่อ” หมายความว่า (1) บุคคลซึ่งให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือ (2) บุคคลซึ่งรับซื้อหรือรับโอนสินเชื่อต่อไปทุกทอด “สินเชื่อ” หมายความว่า สินเชื่อที่ให้แก่บุคคลธรรมดาโดยการให้กู้ยืมเงิน การให้บริการบัตรเครดิต การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลิสซิ่ง และสินเชื่อในรูปแบบอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน “ลูกหนี้” หมายความว่า ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และให้หมายความรวมถึงผู้ค้ําประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย “ธุรกิจทวงถามหนี้” หมายความว่า การรับจ้างทวงถามหนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเป็นปกติธุระ แต่ไม่รวมถึงการทวงถามหนี้ของทนายความซึ่งกระทําแทนลูกความของตน “ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้” หมายความว่า ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทํางานของลูกหนี้ และให้หมายความรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร และสถานที่ติดต่อโดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ที่สามารถติดต่อกับลูกหนี้ได้ด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งให้เป็นผู้มีหน้าที่ รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ตามการเสนอแนะของคณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 5

บุคคลใดจะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจ ทวงถามหนี้ต่อนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง บุคคลซึ่งจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามวรรคหนึ่งแล้ว ต้องประกอบธุรกิจ ทวงถามหนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกําหนด

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8

ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้ (4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 9

การทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) สถานที่ติดต่อ ในกรณีที่ติดต่อโดยบุคคลหรือทางไปรษณีย์ ให้ติดต่อตามสถานที่ที่ลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ได้แจ้งให้เป็นสถานที่ติดต่อ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าว ไม่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้าหรือสถานที่ที่ได้แจ้งไว้ไม่สามารถติดต่อได้ โดยผู้ทวงถามหนี้ได้พยายามติดต่อ ตามสมควรแล้ว ให้ติดต่อตามภูมิลําเนา ถิ่นที่อยู่ หรือสถานที่ทํางานของบุคคลดังกล่าว หรือสถานที่อื่น ตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (2) เวลาในการติดต่อ การติดต่อโดยบุคคล โทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยี สารสนเทศประเภทอื่น ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ให้ติดต่อได้ตั้งแต่เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 20.00 นาฬิกา และในวันหยุดราชการ เวลา 08.00 นาฬิกา ถึงเวลา 18.00 นาฬิกา หากไม่สามารถติดต่อตามเวลา ดังกล่าวได้หรือช่วงเวลาดังกล่าวไม่เหมาะสม ให้ติดต่อได้ในช่วงเวลาอื่นตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (3) จํานวนครั้งที่ติดต่อ ในช่วงเวลาตาม (2) ให้ติดต่อตามจํานวนครั้งที่เหมาะสมและคณะกรรมการ อาจประกาศกําหนดจํานวนครั้งด้วยก็ได้ (4) ในกรณีที่เป็นผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบ ธุรกิจทวงถามหนี้ หรือผู้รับมอบอํานาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ ให้ผู้ทวงถามหนี้แจ้งให้ ทราบถึงชื่อตัวและชื่อสกุล หรือชื่อหน่วยงานของตนและของเจ้าหนี้ และจํานวนหนี้ และถ้าผู้รับมอบอํานาจ ดังกล่าวทวงถามหนี้ต่อหน้า ให้แสดงหลักฐานการมอบอํานาจให้ทวงถามหนี้ด้วย

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 10

ในกรณีที่ผู้ทวงถามหนี้ขอรับชําระหนี้ ผู้ทวงถามหนี้ต้องแสดงหลักฐาน การรับมอบอํานาจให้รับชําระหนี้จากเจ้าหนี้ต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ด้วย และเมื่อลูกหนี้ได้ชําระหนี้แก่ผู้ทวงถามหนี้แล้ว ให้ผู้ทวงถามหนี้ออกหลักฐานการชําระหนี้แก่ลูกหนี้ด้วย หากลูกหนี้ได้ชําระหนี้แก่ผู้ทวงถามหนี้โดยสุจริต ให้ถือว่าเป็นการชําระหนี้แก่เจ้าหนี้โดยชอบ ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ทวงถามหนี้จะได้รับมอบอํานาจให้รับชําระหนี้จากเจ้าหนี้หรือไม่ก็ตาม

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11

ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681

อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1

ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821

บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1

ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9

เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8

คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11

ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34

สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป

หมวด 2 กำหนดอายุความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33

สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ให้มีกำหนดอายุความห้าปี (1) ดอกเบี้ยค้างชำระ (2) เงินที่ต้องชำระเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ (3) ค่าเช่าทรัพย์สินค้างชำระ เว้นแต่ค่าเช่าสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 193/34 (6) (4) เงินค้างจ่าย คือ เงินเดือน เงินปี เงินบำนาญ ค่าอุปการะเลี้ยงดูและเงินอื่น ๆ ในลักษณะทำนองเดียวกับที่มีการกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลา (5) สิทธิเรียกร้องตามมาตรา 193/34 (1) (2) และ (5) ที่ไม่อยู่ในบังคับอายุความสองปี

หมวด 2 กำหนดอายุความ

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด