สัญญารับดูแล Server และ Cloud ต้องมีอะไรบ้าง
สัญญาระหว่างเจ้าของระบบกับผู้รับจ้างบริหารโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์และคลาวด์ โดยเจ้าของระบบคุมบัญชีและข้อมูลเอง · ตรวจว่าเจ้าของบัญชีและช่องทางกู้คืนยังอยู่กับผู้ว่าจ้างก่อนให้สิทธิผู้รับจ้าง ตามข้อ 2
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างผู้ดูแลบัญชีคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเป็นรายเดือน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | งานดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่ตกลงผลงานและระดับบริการอาจเข้าลักษณะจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้าง 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและขีดฆ่าแสตมป์ สินจ้างบริการตามช่อง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) และคู่ฉบับที่ลงนามเหมือนกันเฉพาะส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียอากรตามลักษณะ 23 ค่าใช้คลาวด์ที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแก่ผู้ให้บริการโดยตรงไม่รวมเป็นสินจ้างของผู้รับจ้าง ตรวจข้อเท็จจริงหากมีการจัดบริการหลายลักษณะ หากค่าบริการจ้างทำของตั้งแต่หนึ่งล้านบาท หรือเป็นงานรัฐตามเกณฑ์ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 37 ให้ชำระอากรเป็นตัวเงิน ตรวจวิธีสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์และกำหนด 15 วันนับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสารก่อนใช้ ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ไม่ปิดบริบูรณ์ใช้เป็นพยานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระครบตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114 |
| ภาษี | ค่าบริการดูแลระบบที่เข้าลักษณะค่าบริการหรือจ้างทำของ เมื่อนิติบุคคลเป็นผู้จ่ายและเข้าเกณฑ์ ให้ตรวจหัก ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 และออกหนังสือรับรอง ตรวจอัตราปัจจุบันและชนิดเงินได้ก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามกฎหมายและออกใบกำกับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 แยกใบแจ้งหนี้ค่าดูแล … จากค่าใช้คลาวด์ตามจริง ตรวจยอดจากผู้ให้บริการ … หากจ่ายแก่ต่างประเทศ ให้ผู้ทำบัญชีตรวจประมวลรัษฎากร มาตรา 70 มาตรา 83/6 และอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้องก่อนชำระ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.7, 224, 383, 387, 391, 575, 587, 605, 810, 811; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–29, 30–36, 37(4), 39, 40; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 17, 18; ประมวลรัษฎากร ม.86, 113–114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4, 23; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/1 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างผู้ดูแลบัญชีคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเป็นรายเดือน
- ใช้เมื่อต้องกำหนดเวรเฝ้าระวัง การแจ้งเหตุ สำรอง และกู้คืนที่ตรวจสอบได้
- ใช้เมื่อมีค่าใช้คลาวด์แยกจากค่าจ้างและต้องจำกัดวงเงิน
- ใช้เมื่อผู้รับจ้างต้องเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเพื่อกู้ระบบหรือสำรองข้อมูล
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ตรวจว่าเจ้าของบัญชีและช่องทางกู้คืนยังอยู่กับผู้ว่าจ้างก่อนให้สิทธิผู้รับจ้าง ตามข้อ 2
- กำหนดเวลาตอบรับ เวลาเป้าหมายคืนบริการ และจุดกู้คืนข้อมูลแยกกันตามข้อ 4–5
- ค่าคลาวด์ที่ผู้รับจ้างสำรองจ่ายต้องมีหลักฐานและไม่บวกส่วนต่างที่ไม่ได้ตกลง ตาม ป.พ.พ. ม.810–811
- เมื่อผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลบุคคลต้องแนบสัญญาประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และตรวจการโอนต่างประเทศตาม ม.28–29
- ตรวจอัตราส่วนลดระดับบริการและเพดานให้เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4, 8
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ไม่เหมาะกับงานสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ
- ไม่เหมาะกับการดูแลโค้ด แอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์เป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์
- ไม่เหมาะกับการขายสิทธิใช้ระบบ SaaS ที่ผู้ให้บริการเป็นผู้โฮสต์ ให้ใช้ สัญญาให้บริการ SaaS
- สัญญาจ้างดูแลระบบคลาวด์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Managed Cloud Services Agreement — สัญญาจ้างดูแลระบบคลาวด์ ภาษาอังกฤษ
- สัญญาจ้างบริการสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Backup and Disaster Recovery Services Agreement — สัญญาจ้างบริการสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
งานดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่ตกลงผลงานและระดับบริการอาจเข้าลักษณะจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้าง 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและขีดฆ่าแสตมป์ สินจ้างบริการตามช่อง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) และคู่ฉบับที่ลงนามเหมือนกันเฉพาะส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียอากรตามลักษณะ 23 ค่าใช้คลาวด์ที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแก่ผู้ให้บริการโดยตรงไม่รวมเป็นสินจ้างของผู้รับจ้าง ตรวจข้อเท็จจริงหากมีการจัดบริการหลายลักษณะ
หากค่าบริการจ้างทำของตั้งแต่หนึ่งล้านบาท หรือเป็นงานรัฐตามเกณฑ์ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 37 ให้ชำระอากรเป็นตัวเงิน ตรวจวิธีสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์และกำหนด 15 วันนับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสารก่อนใช้ ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ไม่ปิดบริบูรณ์ใช้เป็นพยานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระครบตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114
ภาษี
ค่าบริการดูแลระบบที่เข้าลักษณะค่าบริการหรือจ้างทำของ เมื่อนิติบุคคลเป็นผู้จ่ายและเข้าเกณฑ์ ให้ตรวจหัก ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 และออกหนังสือรับรอง ตรวจอัตราปัจจุบันและชนิดเงินได้ก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามกฎหมายและออกใบกำกับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86
แยกใบแจ้งหนี้ค่าดูแล … จากค่าใช้คลาวด์ตามจริง ตรวจยอดจากผู้ให้บริการ … หากจ่ายแก่ต่างประเทศ ให้ผู้ทำบัญชีตรวจประมวลรัษฎากร มาตรา 70 มาตรา 83/6 และอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้องก่อนชำระ
ข้อมูลและความปลอดภัย
บัญชีเจ้าของคลาวด์ต้องอยู่กับผู้ว่าจ้างตามข้อ 2 หากผู้รับจ้างถือบัญชีเจ้าของ เปลี่ยนช่องทางกู้คืน หรือยังเข้าระบบหลังถอนสิทธิ ให้เพิกถอนสิทธิ เก็บบันทึกและใช้สิทธิเรียกคืนกับค่าเสียหายตามข้อ 11 และตรวจพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 ก่อนกล่าวอ้างฐานความผิด
หากผู้รับจ้างนำข้อมูลหรือรหัสลับเข้าเครื่องมือภายนอกโดยไม่อนุมัติ ให้หยุดส่งทันที แจ้งผู้ว่าจ้าง ตรวจผลกระทบและรับผิดตามข้อ 6, 7 และ 11 ผู้ว่าจ้างต้องตรวจภูมิภาคข้อมูล … การโอนต่างประเทศตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28–29 หน้าที่มาตรา 37, 39, 40 และแนบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลลูกค้า การแจ้งเหตุภายใน … ชั่วโมงเป็นกำหนดระหว่างคู่สัญญาเพื่อให้ผู้ว่าจ้างดำเนินหน้าที่ตามมาตรา 37 (4)
กุญแจ รหัสลับ ผังระบบ และช่องโหว่ที่พบเป็นความลับตามข้อ 14 ซึ่งผูกพันต่อไปหลังสัญญาสิ้นสุดตราบที่ข้อมูลยังไม่เปิดเผย และสิทธิใช้เครื่องมือเดิมของผู้รับจ้างที่ฝังอยู่ในไฟล์ค่าตั้งไม่ดับไปพร้อมสัญญาตามข้อ 10.2 มิฉะนั้นรับมอบไฟล์ไปแล้วใช้ระบบต่อไม่ได้
หากผู้รับจ้างไม่เฝ้าระวังหรือไม่ซ้อมกู้คืนตามข้อ 4–5 ให้บันทึกเหตุ เรียกแก้ไขและส่วนลดตามข้อ 9 เมื่อเข้าเกณฑ์ และเรียกความเสียหายที่พิสูจน์ได้จากความผิดสัญญาตามข้อ 11 การระงับระบบหรือยึดไฟล์เพื่อทวงเงินที่โต้แย้งให้คืนสิทธิทันทีตามข้อ 11.2 แล้วใช้กระบวนการเรียกหนี้ตามข้อ 8 และ 13
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- บัญชีทรัพยากร … พร้อมชื่อเจ้าของบัญชีและสิทธิของแต่ละผู้ใช้
- ขอบเขต … เกณฑ์รับงาน … และผลทดสอบเริ่มต้น
- ระดับเหตุ … เวร … ช่วงบำรุงรักษา … และวิธีวัดความพร้อมใช้งาน
- แผนสำรอง … ที่ตั้ง … ผลซ้อมกู้คืน และรายการผู้ถือกุญแจ
- ตารางค่าใช้จริง เพดาน … และหลักฐานใบเรียกเก็บจากคลาวด์
- ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล … กับรายชื่อผู้ประมวลผลช่วงและมาตรการโอนต่างประเทศถ้ามี
- รายการไฟล์ค่าตั้งและเครื่องมือเดิม พร้อมสิทธิใช้ส่วนประกอบภายนอกตามกฎหมายลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 17 และ 18
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงนามกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ พยานลงชื่อได้แต่ไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญานี้ ก่อนให้สิทธิ ตรวจว่าผู้ว่าจ้างยังเข้าบัญชีเจ้าของและช่องทางกู้คืนได้ ทดสอบการส่งออก … และการกู้คืนจากสำรองที่ผู้ว่าจ้างเข้าถึงได้จริง
ชื่อว่า “ผู้รับจ้างอิสระ” ไม่ชี้ขาดฐานะ หากข้อเท็จจริงมีการสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาประจำ ใช้เครื่องมือผู้ว่าจ้าง และจ่ายเหมือนค่าจ้างแรงงาน อาจเป็นจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 แทนจ้างทำของมาตรา 587 ซึ่งส่งผลต่อภาษี ประกันสังคม และสิทธิแรงงาน
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-02CB41 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญารับดูแล Server และ Cloud ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
งานดูแลโครงสร้างพื้นฐานที่ตกลงผลงานและระดับบริการอาจเข้าลักษณะจ้างทำของตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้าง 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและขีดฆ่าแสตมป์ สินจ้างบริการตามช่อง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) และคู่ฉบับที่ลงนามเหมือนกันเฉพาะส่วนนี้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียอากรตามลักษณะ 23 ค่าใช้คลาวด์ที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแก่ผู้ให้บริการโดยตรงไม่รวมเป็นสินจ้างของผู้รับจ้าง ตรวจข้อเท็จจริงหากมีการจัดบริการหลายลักษณะ หากค่าบริการจ้างทำของตั้งแต่หนึ่งล้านบาท หรือเป็นงานรัฐตามเกณฑ์ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 37 ให้ชำระอากรเป็นตัวเงิน ตรวจวิธีสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์และกำหนด 15 วันนับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสารก่อนใช้ ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ไม่ปิดบริบูรณ์ใช้เป็นพยานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระครบตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114
สัญญารับดูแล Server และ Cloud เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าบริการดูแลระบบที่เข้าลักษณะค่าบริการหรือจ้างทำของ เมื่อนิติบุคคลเป็นผู้จ่ายและเข้าเกณฑ์ ให้ตรวจหัก ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 และออกหนังสือรับรอง ตรวจอัตราปัจจุบันและชนิดเงินได้ก่อนจ่าย ผู้รับจ้างที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บภาษีตามกฎหมายและออกใบกำกับตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 แยกใบแจ้งหนี้ค่าดูแล … จากค่าใช้คลาวด์ตามจริง ตรวจยอดจากผู้ให้บริการ … หากจ่ายแก่ต่างประเทศ ให้ผู้ทำบัญชีตรวจประมวลรัษฎากร มาตรา 70 มาตรา 83/6 และอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้องก่อนชำระ
ใช้สัญญารับดูแล Server และ Cloudตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างผู้ดูแลบัญชีคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเป็นรายเดือน · ใช้เมื่อต้องกำหนดเวรเฝ้าระวัง การแจ้งเหตุ สำรอง และกู้คืนที่ตรวจสอบได้ · ใช้เมื่อมีค่าใช้คลาวด์แยกจากค่าจ้างและต้องจำกัดวงเงิน · ใช้เมื่อผู้รับจ้างต้องเข้าถึงข้อมูลลูกค้าเพื่อกู้ระบบหรือสำรองข้อมูล
ทำสัญญารับดูแล Server และ Cloudต้องระวังอะไร
ตรวจว่าเจ้าของบัญชีและช่องทางกู้คืนยังอยู่กับผู้ว่าจ้างก่อนให้สิทธิผู้รับจ้าง ตามข้อ 2 · กำหนดเวลาตอบรับ เวลาเป้าหมายคืนบริการ และจุดกู้คืนข้อมูลแยกกันตามข้อ 4–5 · ค่าคลาวด์ที่ผู้รับจ้างสำรองจ่ายต้องมีหลักฐานและไม่บวกส่วนต่างที่ไม่ได้ตกลง ตาม ป.พ.พ. ม.810–811 · เมื่อผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลบุคคลต้องแนบสัญญาประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 และตรวจการโอนต่างประเทศตาม ม.28–29 · ตรวจอัตราส่วนลดระดับบริการและเพดานให้เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4, 8
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญารับดูแล Server และ Cloud
ไม่เหมาะกับงานสร้างซอฟต์แวร์ใหม่ ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ · ไม่เหมาะกับการดูแลโค้ด แอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์เป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์ · ไม่เหมาะกับการขายสิทธิใช้ระบบ SaaS ที่ผู้ให้บริการเป็นผู้โฮสต์ ให้ใช้ สัญญาให้บริการ SaaS · สัญญาจ้างดูแลระบบคลาวด์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Managed Cloud Services Agreement — สัญญาจ้างดูแลระบบคลาวด์ ภาษาอังกฤษ · สัญญาจ้างบริการสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Backup and Disaster Recovery Services Agreement — สัญญาจ้างบริการสำรองข้อมูลและกู้คืนระบบ ภาษาอังกฤษ
ลงนามสัญญารับดูแล Server และ Cloudต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงนามกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ พยานลงชื่อได้แต่ไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญานี้ ก่อนให้สิทธิ ตรวจว่าผู้ว่าจ้างยังเข้าบัญชีเจ้าของและช่องทางกู้คืนได้ ทดสอบการส่งออก … และการกู้คืนจากสำรองที่ผู้ว่าจ้างเข้าถึงได้จริง ชื่อว่า “ผู้รับจ้างอิสระ” ไม่ชี้ขาดฐานะ หากข้อเท็จจริงมีการสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาประจำ ใช้เครื่องมือผู้ว่าจ้าง และจ่ายเหมือนค่าจ้างแรงงาน อาจเป็นจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 แทนจ้างทำของมาตรา 587 ซึ่งส่งผลต่อภาษี ประกันสังคม และสิทธิแรงงาน
ทำสัญญารับดูแล Server และ Cloudต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
บัญชีทรัพยากร … พร้อมชื่อเจ้าของบัญชีและสิทธิของแต่ละผู้ใช้ ขอบเขต … เกณฑ์รับงาน … และผลทดสอบเริ่มต้น ระดับเหตุ … เวร … ช่วงบำรุงรักษา … และวิธีวัดความพร้อมใช้งาน แผนสำรอง … ที่ตั้ง … ผลซ้อมกู้คืน และรายการผู้ถือกุญแจ ตารางค่าใช้จริง เพดาน … และหลักฐานใบเรียกเก็บจากคลาวด์ ข้อตกลงประมวลผลข้อมูล … กับรายชื่อผู้ประมวลผลช่วงและมาตรการโอนต่างประเทศถ้ามี รายการไฟล์ค่าตั้งและเครื่องมือเดิม พร้อมสิทธิใช้ส่วนประกอบภายนอกตามกฎหมายลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 17 และ 18
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 23 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39
ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)