สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ ต้องมีอะไรบ้าง
สัญญาระหว่างผู้ว่าจ้างกับช่างภาพหรือทีมผลิตวิดีโอ เพื่อกำหนดงาน วันถ่าย ผลงาน ค่าจ้าง สิทธิใช้ผลงาน และการดูแลข้อมูลในภาพ · กรอกขอบเขตงานและผลงานให้วัดผลได้ เช่น จำนวนภาพขั้นต่ำ ความยาววิดีโอ ความละเอียด และชนิดไฟล์ มิฉะนั้นการตรวจรับจะโต้แย้งง่าย
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโองานอีเวนต์ งานสินค้า สถานที่ งานองค์กร หรือเนื้อหาการตลาด |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญานี้เป็นตราสารจ้างทำของ ลักษณะ 4 อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ฐานสินจ้างตามสัญญาคือ … จึงคำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับที่ลงนามเหมือนต้นฉบับมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจจำนวนฉบับและผู้มีหน้าที่เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 23 หากสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือเข้าเงื่อนไขหน่วยงานรัฐตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ หากทำตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินตามวิธีที่กำหนดภายในกำหนดเวลา ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตรวจวิธีชำระกับ กรมสรรพากร ก่อนลงนาม |
| ภาษี | เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างที่เข้าเงื่อนไข ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราปกติร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวด ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้มีหน้าที่หักต้องออกหนังสือรับรองและนำส่งภายในกำหนด ผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ VAT ตามอัตราที่มีผลในวันเกิดความรับผิดและออกใบกำกับภาษีโดยถูกต้อง แยกค่าจ้าง … ออกจากค่าเดินทางหรือค่าใช้สิทธิสื่อที่สำรองจ่ายให้ชัด ห้ามเรียก VAT หากไม่มีสิทธิเรียกเก็บตามกฎหมาย |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน แต่ต้องตรวจอำนาจลงนามของนิติบุคคลและกฎของสถานที่ถ่ายทำ หากมีโดรน ผู้รับจ้างต้องมีสิทธิและใบอนุญาตตามกฎหมายและข้อกำหนดสถานที่ก่อนทำการบิน สัญญานี้ไม่แทนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตเข้าพื้นที่ |
| มาตราที่อ้าง | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7, 204, 213, 215, 224, 383, 387, 391, 587, 596–601, 605, 607; พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5, 8; พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 17; พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–30, 33, 35–40; ประมวลรัษฎากร ม.104, 107, 113–118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4, 23; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1, 12/7, 13 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโองานอีเวนต์ งานสินค้า สถานที่ งานองค์กร หรือเนื้อหาการตลาด
- ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างต้องการระบุจำนวนภาพ ความยาววิดีโอ รูปแบบไฟล์ กำหนดส่ง และจำนวนรอบแก้ไข
- ใช้เมื่อมีเงินมัดจำ ค่าเดินทาง หรือค่าล่วงเวลาที่ต้องอนุมัติก่อนเกิดค่าใช้จ่าย
- ใช้เมื่อจำเป็นต้องกำหนดว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้รับจ้างนำผลงานไปลงพอร์ตโฟลิโอได้หรือไม่
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- กรอกขอบเขตงานและผลงานให้วัดผลได้ เช่น จำนวนภาพขั้นต่ำ ความยาววิดีโอ ความละเอียด และชนิดไฟล์ มิฉะนั้นการตรวจรับจะโต้แย้งง่าย
- งานที่ผู้ว่าจ้างสั่งสร้างโดยทั่วไปผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้ต่างออกไป จึงต้องเลือกสิทธิในผลงานอย่างรอบคอบ
- ห้ามใช้ดนตรี ภาพ ฟอนต์ หรือคลิปของบุคคลภายนอกเกินสิทธิที่ได้รับ และระบุค่าใช้สิทธิก่อนเริ่มตัดต่อ
- หากภาพมีแขก ลูกค้า พนักงาน หรือเด็ก ผู้ว่าจ้างต้องมีฐานกฎหมายและการแจ้งที่เหมาะสม ส่วนผู้รับจ้างใช้ข้อมูลตามคำสั่งเท่าที่จำเป็นตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
- ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรตราสารจ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท
- การยกเลิกหรือเลื่อนงานควรชำระเฉพาะค่าใช้จ่ายและงานที่ทำจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ควรริบมัดจำหรือเรียกค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ไม่เหมาะกับการจ้างพนักงานประจำภายใต้การบังคับบัญชา ควรใช้สัญญาจ้างแรงงานตามข้อเท็จจริง
- ไม่เหมาะกับงานผลิตภาพยนตร์ โฆษณาขนาดใหญ่ หรือโครงการที่มีนักแสดงหลายฝ่ายและสิทธิหลายชั้น ควรใช้สัญญาผลิตสื่อพร้อมเอกสารสิทธิของนักแสดงและผู้สร้างสรรค์แยกต่างหาก
- ไม่เหมาะเมื่อผู้ว่าจ้างต้องการซื้อหรือรับโอนสิทธิในเพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก หรือสื่อบุคคลภายนอกโดยไม่รู้เงื่อนไขสิทธิ ควรตรวจใบอนุญาตของแต่ละรายการก่อน
อากรแสตมป์
สัญญานี้เป็นตราสารจ้างทำของ ลักษณะ 4 อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ฐานสินจ้างตามสัญญาคือ … จึงคำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)
คู่ฉบับที่ลงนามเหมือนต้นฉบับมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจจำนวนฉบับและผู้มีหน้าที่เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 23 หากสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือเข้าเงื่อนไขหน่วยงานรัฐตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์
หากทำตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินตามวิธีที่กำหนดภายในกำหนดเวลา ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตรวจวิธีชำระกับ กรมสรรพากร ก่อนลงนาม
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน แต่ต้องตรวจอำนาจลงนามของนิติบุคคลและกฎของสถานที่ถ่ายทำ หากมีโดรน ผู้รับจ้างต้องมีสิทธิและใบอนุญาตตามกฎหมายและข้อกำหนดสถานที่ก่อนทำการบิน สัญญานี้ไม่แทนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตเข้าพื้นที่
ภาษี
เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างที่เข้าเงื่อนไข ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราปกติร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวด ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้มีหน้าที่หักต้องออกหนังสือรับรองและนำส่งภายในกำหนด
ผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ VAT ตามอัตราที่มีผลในวันเกิดความรับผิดและออกใบกำกับภาษีโดยถูกต้อง แยกค่าจ้าง … ออกจากค่าเดินทางหรือค่าใช้สิทธิสื่อที่สำรองจ่ายให้ชัด ห้ามเรียก VAT หากไม่มีสิทธิเรียกเก็บตามกฎหมาย
ไฟล์ดิบและฟุตเทจ — ของที่ลูกค้าคิดว่าได้ แต่สัญญาไม่ได้ให้
- ผลงานส่งมอบคือไฟล์ที่ตกแต่งและตัดต่อแล้วตามผนวก ไม่ใช่ไฟล์ดิบทั้งหมด ธรรมเนียมของงานถ่ายภาพและวิดีโอคือไฟล์ดิบ (RAW) และฟุตเทจที่ไม่ได้ใช้ เป็นของแยกคิดเงินหรือไม่ส่งมอบเลย — ถ้าผู้ว่าจ้างต้องการต้องตกลงและระบุไว้ในผนวกตั้งแต่ก่อนถ่าย ไม่ใช่มาขอตอนส่งงาน
- ข้อ 7.4 ให้ผู้รับจ้างเก็บสำเนาได้ไม่เกินจำนวนวันที่กำหนด หลังจากนั้นจะลบ — ผู้ว่าจ้างที่คิดจะขอไฟล์ดิบหรือขอถ่ายทอดซ้ำต้องขอก่อนครบกำหนดนี้ พ้นกำหนดแล้วไม่มีให้ และไม่ถือว่าผู้รับจ้างผิดสัญญา
- สำรองข้อมูลเป็นความเสี่ยงร่วม งานถ่ายครั้งเดียวจบถ่ายซ้ำไม่ได้ ควรระบุในผนวกว่าผู้รับจ้างต้องสำรองไฟล์กี่ชุดและเก็บที่ใด จนกว่าผู้ว่าจ้างจะยืนยันรับงานครบ
สิทธิในภาพบุคคล — มีสองฐานที่ต้องผ่าน ไม่ใช่ฐานเดียว
- ฐานที่หนึ่ง กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล ภาพใบหน้าและเสียงเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ข้อ 7.2 วางให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้รับผิดชอบฐานกฎหมายและการจัดการสิทธิของคนที่ปรากฏในภาพ ซึ่งถูกต้อง เพราะผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผลตามคำสั่ง (PDPA ม.37, 40)
- ฐานที่สอง สิทธิในความเป็นส่วนตัวและชื่อเสียง ต่อให้ได้หนังสือยินยอมตามกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว การนำภาพบุคคลไปใช้เชิงพาณิชย์หรือโฆษณาเกินกว่าที่เจ้าตัวเข้าใจ ยังอาจเป็นละเมิดตาม ป.พ.พ. ม.420 ได้อีกฐานหนึ่ง — หนังสือยินยอมจึงควรระบุช่องทาง ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ของการใช้ภาพให้ชัด ไม่ใช่ยินยอมลอย ๆ
- เด็กต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง และงานอีเวนต์ที่มีคนทั่วไปติดมาในภาพ ควรมีป้ายแจ้งบริเวณงานว่ามีการถ่ายทำและจะนำไปใช้อย่างไร
- ผู้รับจ้างนำผลงานไปทำพอร์ตได้ตามข้อ 6.2 เท่าที่ตกลงกันเท่านั้น ภาพลูกค้าหรือภาพบุคคลที่ยังไม่เผยแพร่ เอาไปลงเองไม่ได้แม้จะเป็นคนถ่าย
สถานที่ โดรน เพลง และประกันภัย
- ถ่ายในสถานที่ของผู้อื่นต้องขออนุญาตเจ้าของสถานที่แยกต่างหาก ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน วัด อุทยาน และสถานที่ราชการหลายแห่งมีค่าธรรมเนียมถ่ายทำเชิงพาณิชย์และข้อห้ามของตนเอง — สัญญาฉบับนี้ผูกพันเฉพาะคู่สัญญา ไม่ได้ให้สิทธิเข้าพื้นที่
- ถ่ายด้วยโดรนมีหน้าที่ตามกฎหมายเฉพาะ ต้องขึ้นทะเบียนอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและมีประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกตามที่กำหนด ห้ามบินในเขตหวงห้ามหรือใกล้สนามบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ระบุในผนวกว่าใครเป็นผู้ถือใบอนุญาตและใครรับผิดชอบหากถูกสั่งห้ามบินหน้างาน
- เพลงประกอบเป็นค่าใช้สิทธิที่คนลืมมากที่สุด เพลงที่ใช้ได้ในแพลตฟอร์มโซเชียลไม่ได้แปลว่าใช้ในงานโฆษณาได้ และไลเซนส์เพลงสต็อกส่วนใหญ่ผูกกับโครงการเดียว นำไปใช้ซ้ำในงานอื่นต้องซื้อใหม่ · ข้อ 6.4 ให้แต่ละฝ่ายรับรองสิทธิในสื่อที่ตนจัดหามา จึงต้องระบุให้ชัดในผนวกว่าใครเป็นคนหาเพลงและใครจ่ายค่าสิทธิ
- ประกันภัยและความเสียหายหน้างาน อุปกรณ์ถ่ายทำมีมูลค่าสูงและกองถ่ายอาจทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย โดยหลัก ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่ผู้รับจ้างก่อขึ้นแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่ผู้ว่าจ้างผิดในการงานที่สั่งให้ทำหรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง (ป.พ.พ. ม.428) — ผู้รับจ้างจึงควรมีประกันภัยของตนเอง และควรระบุในผนวกว่าใครรับผิดชอบอุปกรณ์ที่เสียหายระหว่างงาน
ข้อที่คนจ้างถ่ายภาพและวิดีโอพลาดบ่อย
- งานถ่ายผูกกับวันเวลาที่ถ่ายซ้ำไม่ได้ ยกเลิกกะทันหันทำให้ผู้รับจ้างเสียโอกาสทั้งวันเพราะกันคิวไว้แล้ว ข้อ 8.2 จึงให้ชำระค่างานที่ทำจริงและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว — ถ้าจะกำหนดเป็นค่าปรับเหมาจ่ายต้องสมเหตุผล มิฉะนั้นศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. ม.383 และอาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
- สภาพอากาศไม่ใช่เหตุสุดวิสัยเสมอไป งานกลางแจ้งควรระบุในผนวกว่าเลื่อนได้กี่ครั้ง ใครรับค่าใช้จ่ายที่เสียไปแล้ว และเกณฑ์ตัดสินใจเลื่อนคืออะไร
- ไม่กำหนดจำนวนรอบแก้งานตัดต่อ งานวิดีโอแก้ไม่จบง่ายกว่างานภาพนิ่งมาก ผนวกต้องระบุรอบแก้และค่าแก้รอบถัดไป
- ค่าเดินทางและค่าล่วงเวลาต้องอนุมัติก่อน สวิตช์สองตัวนี้ถ้าเปิดแล้วไม่กรอกอัตราให้ชัด จะกลายเป็นข้อพิพาทหลังงานจบทันที
- ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายเป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 เว้นแต่ตกลงเป็นอย่างอื่น สวิตช์ในสัญญานี้จึงเป็นการเขียนให้ชัดหรือพลิกกลับ — ถ้าไม่ติ๊ก ต้องระบุขอบเขตสิทธิใช้ผลงานของผู้ว่าจ้างในผนวกให้ครบ ทั้งช่องทาง ระยะเวลา และการดัดแปลง
- ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้ ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงตนว่าเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามดัดแปลงงานจนเสียชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว (ม.18) — ข้อ 6.3 เรื่องเครดิตจึงไม่ใช่แค่มารยาท
กฎหมายว่าด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินและหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนโดรน กฎหมายจัดเก็บค่าสิทธิเพลง และประกาศคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ควรตรวจกับกฎหมายและข้อกำหนดฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความนี้เขียนไว้เพื่อเตือน ไม่ได้ยืนยันเลขมาตรา
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ใบเสนอราคาและขอบเขตงานของ … ระบุทีมงาน อุปกรณ์ ช่วงเวลา สถานที่ และสิ่งที่ไม่รวม
- ตารางถ่ายทำ รายชื่อผู้ประสานงาน แผนผังสถานที่ หนังสืออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ และมาตรการความปลอดภัย
- รายการผลงาน … พร้อมจำนวน รูปแบบ ความละเอียด ไฟล์ต้นฉบับ กำหนดส่ง และหลักเกณฑ์รอบแก้ไข
- รายการสื่อของบุคคลภายนอกและใบอนุญาตใช้เพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก โลโก้ หรือสื่ออื่น รวมถึงค่าใช้สิทธิที่อนุมัติ
- หนังสือยินยอม แบบแจ้งความเป็นส่วนตัว หรือหลักฐานฐานกฎหมายสำหรับบุคคลที่ปรากฏในภาพและวิดีโอ พร้อมคำสั่งประมวลผลข้อมูลและผู้ประสานงาน …
วันลงนาม
ทำสัญญาสองฉบับข้อความตรงกัน ให้คู่สัญญาลงนามกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าเงินมัดจำ … รวมกับค่าจ้างคงเหลือ … เท่ากับค่าจ้าง … และตรวจวันครบกำหนดชำระให้ตรงกับใบเสนอราคา
ก่อนวันถ่ายให้ยืนยันสถานที่ เวลา … ผู้อนุมัติหน้างาน … สิทธิใช้พื้นที่และภาพบุคคล สำรองข้อมูลและทดสอบช่องทางส่งมอบ … ห้ามแนบรหัสผ่าน ลิงก์ถาวร หรือข้อมูลส่วนบุคคลเกินจำเป็นไว้ในสัญญา
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-2B2D3E · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญานี้เป็นตราสารจ้างทำของ ลักษณะ 4 อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ฐานสินจ้างตามสัญญาคือ … จึงคำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับที่ลงนามเหมือนต้นฉบับมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจจำนวนฉบับและผู้มีหน้าที่เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 23 หากสินจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือเข้าเงื่อนไขหน่วยงานรัฐตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ หากทำตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินตามวิธีที่กำหนดภายในกำหนดเวลา ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ตรวจวิธีชำระกับ กรมสรรพากร ก่อนลงนาม
สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ เสียภาษีอะไรบ้าง
เมื่อผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และจ่ายค่าบริการให้ผู้รับจ้างที่เข้าเงื่อนไข ให้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราปกติร้อยละ 3 ของค่าบริการก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 เมื่อยอดตามสัญญาตั้งแต่ 1,000 บาท แม้แบ่งจ่ายเป็นงวด ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน ผู้มีหน้าที่หักต้องออกหนังสือรับรองและนำส่งภายในกำหนด ผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียกเก็บ VAT ตามอัตราที่มีผลในวันเกิดความรับผิดและออกใบกำกับภาษีโดยถูกต้อง แยกค่าจ้าง … ออกจากค่าเดินทางหรือค่าใช้สิทธิสื่อที่สำรองจ่ายให้ชัด ห้ามเรียก VAT หากไม่มีสิทธิเรียกเก็บตามกฎหมาย
ใช้สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างถ่ายภาพหรือวิดีโองานอีเวนต์ งานสินค้า สถานที่ งานองค์กร หรือเนื้อหาการตลาด · ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างต้องการระบุจำนวนภาพ ความยาววิดีโอ รูปแบบไฟล์ กำหนดส่ง และจำนวนรอบแก้ไข · ใช้เมื่อมีเงินมัดจำ ค่าเดินทาง หรือค่าล่วงเวลาที่ต้องอนุมัติก่อนเกิดค่าใช้จ่าย · ใช้เมื่อจำเป็นต้องกำหนดว่าใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้รับจ้างนำผลงานไปลงพอร์ตโฟลิโอได้หรือไม่
ทำสัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอต้องระวังอะไร
กรอกขอบเขตงานและผลงานให้วัดผลได้ เช่น จำนวนภาพขั้นต่ำ ความยาววิดีโอ ความละเอียด และชนิดไฟล์ มิฉะนั้นการตรวจรับจะโต้แย้งง่าย · งานที่ผู้ว่าจ้างสั่งสร้างโดยทั่วไปผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 เว้นแต่ตกลงไว้ต่างออกไป จึงต้องเลือกสิทธิในผลงานอย่างรอบคอบ · ห้ามใช้ดนตรี ภาพ ฟอนต์ หรือคลิปของบุคคลภายนอกเกินสิทธิที่ได้รับ และระบุค่าใช้สิทธิก่อนเริ่มตัดต่อ · หากภาพมีแขก ลูกค้า พนักงาน หรือเด็ก ผู้ว่าจ้างต้องมีฐานกฎหมายและการแจ้งที่เหมาะสม ส่วนผู้รับจ้างใช้ข้อมูลตามคำสั่งเท่าที่จำเป็นตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรตราสารจ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท · การยกเลิกหรือเลื่อนงานควรชำระเฉพาะค่าใช้จ่ายและงานที่ทำจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ควรริบมัดจำหรือเรียกค่าจ้างที่เหลือทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ
ไม่เหมาะกับการจ้างพนักงานประจำภายใต้การบังคับบัญชา ควรใช้สัญญาจ้างแรงงานตามข้อเท็จจริง · ไม่เหมาะกับงานผลิตภาพยนตร์ โฆษณาขนาดใหญ่ หรือโครงการที่มีนักแสดงหลายฝ่ายและสิทธิหลายชั้น ควรใช้สัญญาผลิตสื่อพร้อมเอกสารสิทธิของนักแสดงและผู้สร้างสรรค์แยกต่างหาก · ไม่เหมาะเมื่อผู้ว่าจ้างต้องการซื้อหรือรับโอนสิทธิในเพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก หรือสื่อบุคคลภายนอกโดยไม่รู้เงื่อนไขสิทธิ ควรตรวจใบอนุญาตของแต่ละรายการก่อน
สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงาน แต่ต้องตรวจอำนาจลงนามของนิติบุคคลและกฎของสถานที่ถ่ายทำ หากมีโดรน ผู้รับจ้างต้องมีสิทธิและใบอนุญาตตามกฎหมายและข้อกำหนดสถานที่ก่อนทำการบิน สัญญานี้ไม่แทนใบอนุญาตหรือหนังสืออนุญาตเข้าพื้นที่
ลงนามสัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสัญญาสองฉบับข้อความตรงกัน ให้คู่สัญญาลงนามกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบทุกชุด ตรวจว่าเงินมัดจำ … รวมกับค่าจ้างคงเหลือ … เท่ากับค่าจ้าง … และตรวจวันครบกำหนดชำระให้ตรงกับใบเสนอราคา ก่อนวันถ่ายให้ยืนยันสถานที่ เวลา … ผู้อนุมัติหน้างาน … สิทธิใช้พื้นที่และภาพบุคคล สำรองข้อมูลและทดสอบช่องทางส่งมอบ … ห้ามแนบรหัสผ่าน ลิงก์ถาวร หรือข้อมูลส่วนบุคคลเกินจำเป็นไว้ในสัญญา
ทำสัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ใบเสนอราคาและขอบเขตงานของ … ระบุทีมงาน อุปกรณ์ ช่วงเวลา สถานที่ และสิ่งที่ไม่รวม ตารางถ่ายทำ รายชื่อผู้ประสานงาน แผนผังสถานที่ หนังสืออนุญาตเข้าใช้พื้นที่ และมาตรการความปลอดภัย รายการผลงาน … พร้อมจำนวน รูปแบบ ความละเอียด ไฟล์ต้นฉบับ กำหนดส่ง และหลักเกณฑ์รอบแก้ไข รายการสื่อของบุคคลภายนอกและใบอนุญาตใช้เพลง ฟอนต์ ภาพสต็อก โลโก้ หรือสื่ออื่น รวมถึงค่าใช้สิทธิที่อนุมัติ หนังสือยินยอม แบบแจ้งความเป็นส่วนตัว หรือหลักฐานฐานกฎหมายสำหรับบุคคลที่ปรากฏในภาพและวิดีโอ พร้อมคำสั่งประมวลผลข้อมูลและผู้ประสานงาน …
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 26 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213
ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215
เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 596
ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาก็ดี หรือถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญาเมื่อล่วงพ้นเวลาอันควรแก่เหตุก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลง หรือถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา ก็ชอบที่จะเลิกสัญญาได้
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 104
ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 107
เว้นแต่ที่บัญญัติในมาตรา 111 ถ้าไม่มีข้อตกลงเป็นอย่างอื่นผู้มีหน้าที่เสียอากรและผู้มีหน้าที่ขีดฆ่าให้เป็นไปตามบัญชีท้ายหมวดนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 428
ผู้ว่าจ้างทำของไม่ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันผู้รับจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้นแก่บุคคลภายนอกในระหว่างทำการงานที่ว่าจ้าง เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือในคำสั่งที่ตนให้ไว้ หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)