สัญญาขายคอร์สออนไลน์ ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ขายให้สิทธิผู้ซื้อเข้าเรียนคอร์สออนไลน์ที่บันทึกไว้ตามระยะเวลาที่กำหนด โดยชำระครั้งเดียว · ผู้ซื้อได้สิทธิเรียน ไม่ได้เป็นเจ้าของคอร์ส
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อขายคอร์สวิดีโอบนเว็บไซต์ของตนเอง |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาขายคอร์สออนไลน์ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นการให้สิทธิเข้าถึงเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ สัญญาเช่า หรือตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ |
| ภาษี | ผู้ขายที่มีรายได้จากการขายคอร์สถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซึ่งซื้อคอร์สให้พนักงาน อาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามลักษณะของเงินได้ ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชี |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | ผู้ซื้อได้สิทธิใช้ ไม่ได้ได้ตัวงาน ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15 ข้อ 3 จึงให้ผู้ซื้อเข้าเรียนเพื่อตนเองและห้ามแบ่งบัญชี ทำซ้ำ หรือขายต่อ ให้ตรวจว่ามีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องคอร์สออนไลน์ใช้บังคับหรือไม่ สัญญานี้ใช้มาตรฐานขั้นต่ำตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 คือ มีระยะขอคืนเงินตามข้อ 4.1 คืนเงินเมื่อผู้ขายส่งมอบไม่ได้ตามข้อ 4.2 และคืนตามสัดส่วนเมื่อผู้ขายถอดคอร์สก่อนกำหนดตามข้อ 2.2 ข้อ "ไม่คืนเงินทุกกรณี" เสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรม "ตลอดชีพ" ต้องเขียนตามความจริง ข้อ 2.1 นิยามว่าเป็นตลอดเวลาที่ผู้ขายยังให้บริการ และให้แจ้งล่วงหน้าเมื่อจะหยุด การโฆษณาว่า "เรียนได้ตลอดชีวิต" ทั้งที่ผู้ขายอาจปิดคอร์ส เสี่ยงเป็นการโฆษณาที่ไม่ตรงกับความจริง |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.15; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อขายคอร์สวิดีโอบนเว็บไซต์ของตนเอง
- ใช้เมื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขคืนเงินที่ชัดเจน
- ใช้เมื่อขายคอร์สแบบเรียนได้ตลอดชีพ
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้ซื้อได้สิทธิเรียน ไม่ได้เป็นเจ้าของคอร์ส
- ตลอดชีพต้องนิยามตามความจริงว่าหมายถึงตลอดเวลาที่ยังให้บริการ
- ห้ามเขียนว่าไม่คืนเงินทุกกรณี
- ถ้าเก็บเงินรายเดือนต่ออายุอัตโนมัติ ต้องใช้สัญญาสมาชิก
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าเป็นสมาชิกรายเดือนต่ออายุอัตโนมัติ ให้ใช้ สัญญาสมาชิกแบบ Subscription
- ถ้าวางคอร์สบนแพลตฟอร์มคนอื่นแล้วแบ่งรายได้ ให้ใช้ สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม
- ถ้าสอนสดแบบตัวต่อตัว ให้ใช้ สัญญาจ้างสอนออนไลน์
- ข้อกำหนดการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Online Course Terms of Enrolment — ข้อกำหนดการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญาขายคอร์สออนไลน์ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นการให้สิทธิเข้าถึงเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ สัญญาเช่า หรือตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
ผู้ซื้อได้สิทธิใช้ ไม่ได้ได้ตัวงาน ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15 ข้อ 3 จึงให้ผู้ซื้อเข้าเรียนเพื่อตนเองและห้ามแบ่งบัญชี ทำซ้ำ หรือขายต่อ
ให้ตรวจว่ามีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องคอร์สออนไลน์ใช้บังคับหรือไม่ สัญญานี้ใช้มาตรฐานขั้นต่ำตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 คือ มีระยะขอคืนเงินตามข้อ 4.1 คืนเงินเมื่อผู้ขายส่งมอบไม่ได้ตามข้อ 4.2 และคืนตามสัดส่วนเมื่อผู้ขายถอดคอร์สก่อนกำหนดตามข้อ 2.2 ข้อ "ไม่คืนเงินทุกกรณี" เสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรม
"ตลอดชีพ" ต้องเขียนตามความจริง ข้อ 2.1 นิยามว่าเป็นตลอดเวลาที่ผู้ขายยังให้บริการ และให้แจ้งล่วงหน้าเมื่อจะหยุด การโฆษณาว่า "เรียนได้ตลอดชีวิต" ทั้งที่ผู้ขายอาจปิดคอร์ส เสี่ยงเป็นการโฆษณาที่ไม่ตรงกับความจริง
ภาษี
ผู้ขายที่มีรายได้จากการขายคอร์สถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซึ่งซื้อคอร์สให้พนักงาน อาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามลักษณะของเงินได้ ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชี
ข้อมูลส่วนบุคคลและใบรับรอง
ข้อ 6.1 ให้ใช้ข้อมูลเพื่อให้บริการเท่านั้น การนำความเห็นหรือภาพของผู้ซื้อไปโฆษณาต้องมีฐานทางกฎหมายแยกตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ข้อ 5.1 บอกให้ชัดว่าใบรับรองไม่ใช่วุฒิการศึกษา เพื่อไม่ให้ผู้ซื้อเข้าใจผิด
เอกสารแนบท้าย
- รายละเอียดคอร์สและรายชื่อบทเรียน
- หลักฐานการชำระเงิน
วันลงนาม
สัญญานี้มักทำผ่านหน้าเว็บด้วยการกดยอมรับ ผู้ขายต้องแสดงข้อความทั้งหมดให้ผู้ซื้ออ่านก่อนชำระเงินและส่งสำเนาทางอีเมล
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-C992C5 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาขายคอร์สออนไลน์ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาขายคอร์สออนไลน์ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นการให้สิทธิเข้าถึงเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์ ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ สัญญาเช่า หรือตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
สัญญาขายคอร์สออนไลน์ เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ขายที่มีรายได้จากการขายคอร์สถึงเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลซึ่งซื้อคอร์สให้พนักงาน อาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามลักษณะของเงินได้ ให้ตรวจกับสำนักงานบัญชี
ใช้สัญญาขายคอร์สออนไลน์ตอนไหน
ใช้เมื่อขายคอร์สวิดีโอบนเว็บไซต์ของตนเอง · ใช้เมื่อต้องการกำหนดเงื่อนไขคืนเงินที่ชัดเจน · ใช้เมื่อขายคอร์สแบบเรียนได้ตลอดชีพ
ทำสัญญาขายคอร์สออนไลน์ต้องระวังอะไร
ผู้ซื้อได้สิทธิเรียน ไม่ได้เป็นเจ้าของคอร์ส · ตลอดชีพต้องนิยามตามความจริงว่าหมายถึงตลอดเวลาที่ยังให้บริการ · ห้ามเขียนว่าไม่คืนเงินทุกกรณี · ถ้าเก็บเงินรายเดือนต่ออายุอัตโนมัติ ต้องใช้สัญญาสมาชิก
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาขายคอร์สออนไลน์
ถ้าเป็นสมาชิกรายเดือนต่ออายุอัตโนมัติ ให้ใช้ สัญญาสมาชิกแบบ Subscription · ถ้าวางคอร์สบนแพลตฟอร์มคนอื่นแล้วแบ่งรายได้ ให้ใช้ สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม · ถ้าสอนสดแบบตัวต่อตัว ให้ใช้ สัญญาจ้างสอนออนไลน์ · ข้อกำหนดการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Online Course Terms of Enrolment — ข้อกำหนดการสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ ภาษาอังกฤษ
สัญญาขายคอร์สออนไลน์ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
ผู้ซื้อได้สิทธิใช้ ไม่ได้ได้ตัวงาน ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิแต่ผู้เดียวในการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่ต่อสาธารณชน และอนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธินั้นได้ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15 ข้อ 3 จึงให้ผู้ซื้อเข้าเรียนเพื่อตนเองและห้ามแบ่งบัญชี ทำซ้ำ หรือขายต่อ ให้ตรวจว่ามีประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องคอร์สออนไลน์ใช้บังคับหรือไม่ สัญญานี้ใช้มาตรฐานขั้นต่ำตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 คือ มีระยะขอคืนเงินตามข้อ 4.1 คืนเงินเมื่อผู้ขายส่งมอบไม่ได้ตามข้อ 4.2 และคืนตามสัดส่วนเมื่อผู้ขายถอดคอร์สก่อนกำหนดตามข้อ 2.2 ข้อ "ไม่คืนเงินทุกกรณี" เสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรม "ตลอดชีพ" ต้องเขียนตามความจริง ข้อ 2.1 นิยามว่าเป็นตลอดเวลาที่ผู้ขายยังให้บริการ และให้แจ้งล่วงหน้าเมื่อจะหยุด การโฆษณาว่า "เรียนได้ตลอดชีวิต" ทั้งที่ผู้ขายอาจปิดคอร์ส เสี่ยงเป็นการโฆษณาที่ไม่ตรงกับความจริง
ลงนามสัญญาขายคอร์สออนไลน์ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
สัญญานี้มักทำผ่านหน้าเว็บด้วยการกดยอมรับ ผู้ขายต้องแสดงข้อความทั้งหมดให้ผู้ซื้ออ่านก่อนชำระเงินและส่งสำเนาทางอีเมล
ทำสัญญาขายคอร์สออนไลน์ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
รายละเอียดคอร์สและรายชื่อบทเรียน หลักฐานการชำระเงิน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 5 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)