สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างให้ผู้แทนขายไปหาลูกค้าและปิดการขาย โดยจ่ายค่าบำเหน็จตามผลงาน ไม่ใช่การจ้างเป็นลูกจ้าง · ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าเป็นนายหน้าหรือตัวแทน นายหน้าตาม ม.845 ทำสัญญาแทนไม่ได้ และ ม.849 สันนิษฐานว่ารับเงินแทนไม่ได้ ส่วนตัวแทนตาม ม.820–821 ผูกพันผู้ว่าจ้างตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก แม้จะเขียนจำกัดไว้ในสัญญา

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อจ้างเซลล์อิสระหรือทีมขายภายนอกไปหาลูกค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ
อากรแสตมป์ถ้าเลือกฐานะตัวแทน ตราสารนี้เป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า ถ้าออกหนังสือมอบอำนาจแยกอีกฉบับที่ไม่ได้อยู่ในรูปสัญญา ให้ดูลักษณะ 7 ใบมอบอำนาจ 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี ถ้าเลือกฐานะนายหน้า การเป็นนายหน้าไม่ใช่การตั้งตัวแทนและไม่ใช่จ้างทำของ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารที่ตรงกันในบัญชีอัตราอากร จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา แต่ถ้าในฉบับเดียวกันมีการมอบอำนาจให้ทำการแทนด้วย ส่วนนั้นเข้าลักษณะ 21 และต้องปิดอากร ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะ 21 และลักษณะ 7 อยู่ในกลุ่มที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด ถ้าไม่ปิดให้ครบ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
ภาษีค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับค่าจ้างทำของ ผลคือ ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม ข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเดียวกับเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว — จุดนี้ผิดกันบ่อยมาก ผู้รับเป็นนิติบุคคล หักในอัตราร้อยละ 3 เกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 และต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าผู้แทนขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่าบำเหน็จตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 เรื่องที่ต้องระวังกว่าภาษี คือประกันสังคมและกฎหมายแรงงาน ข้อ 1.5 เขียนไว้ว่าไม่ใช่ลูกจ้าง แต่ศาลดูพฤติการณ์จริงเป็นหลัก ถ้าคุณกำหนดเวลาเข้าออก สั่งให้มาประชุมทุกเช้า ให้เงินเดือนประจำบวกคอมมิชชัน และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้างตามมาตรา 575 แล้วตามมาทั้งค่าชดเชย ประกันสังคม และภาษีแบบเงินเดือน — ถ้าจะใช้แม่แบบนี้ ต้องปฏิบัติจริงให้เหมือนที่เขียน
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสินค้าหรือบริการที่ขายอยู่ในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ ตัวผู้แทนขายเองอาจต้องมีใบอนุญาต เช่น การเสนอขายประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยต้องมีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย การแนะนำการลงทุนต้องขึ้นทะเบียนผู้แนะนำการลงทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และการขายอสังหาริมทรัพย์มีกติกาของตนเอง — สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานนั้นได้โดยชอบ ถ้าการขายเป็นแบบชักชวนคนมาเป็นเครือข่ายแล้วรับผลตอบแทนจากการหาสมาชิก ให้ตรวจพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ก่อนใช้ เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องจดทะเบียน
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.7, 150, 224, 383, 387, 391, 575, 587, 797, 798, 800, 801, 805, 807, 808, 809, 810, 811, 812, 820, 821, 845, 846, 847, 848, 849; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 37(4), 40; ประมวลรัษฎากร ม.40(2), 40(8), 86 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7, 21; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1, 12/1, 12/7, 13
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อจ้างเซลล์อิสระหรือทีมขายภายนอกไปหาลูกค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ
  • ใช้เมื่อจ่ายเป็นค่าคอมมิชชันตามยอด ไม่ใช่เงินเดือนประจำ
  • ใช้เมื่อมีผู้แทนขายหลายรายและต้องกันการแย่งลูกค้ากันเอง
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าเขาให้ส่วนลดได้แค่ไหนและรับออร์เดอร์ได้ครั้งละเท่าไร
  • ใช้เมื่อต้องตกลงกันว่าลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วซื้อซ้ำ เขาได้ค่าบำเหน็จต่อหรือไม่

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าเป็นนายหน้าหรือตัวแทน นายหน้าตาม ม.845 ทำสัญญาแทนไม่ได้ และ ม.849 สันนิษฐานว่ารับเงินแทนไม่ได้ ส่วนตัวแทนตาม ม.820–821 ผูกพันผู้ว่าจ้างตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก แม้จะเขียนจำกัดไว้ในสัญญา
  • ถ้าผู้แทนขายรับค่าตอบแทนจากลูกค้าหรือจากอีกฝ่ายโดยไม่เปิดเผย ม.847 ทำให้เสียสิทธิในค่าบำเหน็จทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต้องคืนส่วนที่รับมา
  • ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตาม ม.40(2) ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าแบบเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว
  • เขียนว่าไม่ใช่ลูกจ้างอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพฤติการณ์จริงคือสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง แล้วตามมาทั้งค่าชดเชยและประกันสังคม
  • สินค้าบางอย่างคนขายต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เช่น ประกันภัยหรือการแนะนำการลงทุน สัญญาฉบับนี้ไม่ได้แทนใบอนุญาต
  • ข้อที่เกิดคดีมากที่สุดคือลูกค้าที่คุยไว้แล้วมาปิดการขายหลังเลิกสัญญา — ข้อ 5.2 มีไว้ตอบเรื่องนี้ อย่าเว้นว่าง

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

นายหน้า กับ ตัวแทน ไม่ใช่คำเดียวกัน — ข้อ 1.2 ตัดสินทั้งฉบับ

ภาษาพูดเรียกรวมกันว่า "เซลล์" หรือ "เอเยนต์" แต่กฎหมายไทยแยกสองอย่างนี้ออกจากกันชัดเจน และผลต่างกันมาก

นายหน้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 คือคนที่ชี้ช่องหรือจัดการให้คนสองฝ่ายได้เข้าทำสัญญากัน ได้ค่าบำเหน็จต่อเมื่อสัญญานั้นทำกันสำเร็จอันเป็นผลจากการชี้ช่องของเขา ถ้าสัญญามีเงื่อนไขบังคับก่อน ก็ยังเรียกค่าบำเหน็จไม่ได้จนกว่าเงื่อนไขจะสำเร็จ นายหน้า ไม่มีอำนาจทำสัญญาแทน และมาตรา 849 ยังสันนิษฐานไว้ก่อนว่า นายหน้าไม่มีอำนาจรับเงินแทนคู่สัญญา ส่วนมาตรา 848 บอกว่านายหน้าไม่ต้องรับผิดในการที่คู่สัญญาไม่ชำระหนี้ เว้นแต่ไม่บอกชื่อฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายรู้

ตัวแทน ตามมาตรา 797 ทำนิติกรรมแทนตัวการได้จริง และตามมาตรา 820–821 ตัวการผูกพันตามที่ตัวแทนทำภายในขอบอำนาจ รวมถึงอำนาจที่ปรากฏต่อบุคคลภายนอกด้วย แปลว่าถ้าคุณปล่อยให้เขาถือนามบัตร ใช้อีเมลบริษัท และเซ็นใบเสนอราคามาตลอด ลูกค้าที่สุจริตย่อมเชื่อได้ว่าเขามีอำนาจ และคุณจะผูกพัน แม้ในสัญญาฉบับนี้จะเขียนจำกัดวงเงินไว้ก็ตาม

สิ่งที่ต้องทำจริง: ถ้าเลือกแบบนายหน้า อย่าให้เขาถือใบเสนอราคาที่มีตราบริษัทไปเซ็นเอง และให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงเสมอ ถ้าเลือกแบบตัวแทน ให้ออกหนังสือมอบอำนาจระบุวงเงินให้ชัด เพราะลูกค้าดูจากหนังสือมอบอำนาจ ไม่ได้ดูจากสัญญาฉบับนี้

⚠️ ค่าบำเหน็จลับจากอีกฝ่าย — ข้อ 4.6 ไม่ใช่ข้อสวยงาม

มาตรา 847 เขียนไว้ตรง ๆ ว่า นายหน้าที่ทำการให้บุคคลภายนอกด้วย หรือรับคำมั่นว่าจะได้ค่าบำเหน็จจากบุคคลภายนอกอันไม่ควรแก่นายหน้าผู้กระทำการโดยสุจริต อันเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ ย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าบำเหน็จหรือค่าใช้จ่ายที่เสียไปเลย ไม่ใช่แค่ต้องคืนส่วนที่รับมา แต่เสียสิทธิในค่าบำเหน็จของตัวเองทั้งหมด

ถ้าเป็นตัวแทน มาตรา 810 ทำให้ทรัพย์สินที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนตกเป็นของตัวการ และมาตรา 811 บังคับให้เสียดอกเบี้ยถ้าเอาเงินนั้นไปใช้เอง

ถ้าผู้แทนขายรับค่าตอบแทนจากทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วเป็นปกติในวงการนั้น ให้เขียนลงในเอกสารแนบท้ายเป็นรายกรณี ตามข้อ 4.6 ดีกว่าปล่อยไว้แล้วมาเถียงกันทีหลังว่าใครรู้อะไรบ้าง

อากรแสตมป์

ถ้าเลือกฐานะตัวแทน ตราสารนี้เป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า ถ้าออกหนังสือมอบอำนาจแยกอีกฉบับที่ไม่ได้อยู่ในรูปสัญญา ให้ดูลักษณะ 7 ใบมอบอำนาจ 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี

ถ้าเลือกฐานะนายหน้า การเป็นนายหน้าไม่ใช่การตั้งตัวแทนและไม่ใช่จ้างทำของ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารที่ตรงกันในบัญชีอัตราอากร จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา แต่ถ้าในฉบับเดียวกันมีการมอบอำนาจให้ทำการแทนด้วย ส่วนนั้นเข้าลักษณะ 21 และต้องปิดอากร

ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะ 21 และลักษณะ 7 อยู่ในกลุ่มที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด ถ้าไม่ปิดให้ครบ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสินค้าหรือบริการที่ขายอยู่ในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ ตัวผู้แทนขายเองอาจต้องมีใบอนุญาต เช่น การเสนอขายประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยต้องมีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย การแนะนำการลงทุนต้องขึ้นทะเบียนผู้แนะนำการลงทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และการขายอสังหาริมทรัพย์มีกติกาของตนเอง — สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานนั้นได้โดยชอบ

ถ้าการขายเป็นแบบชักชวนคนมาเป็นเครือข่ายแล้วรับผลตอบแทนจากการหาสมาชิก ให้ตรวจพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ก่อนใช้ เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องจดทะเบียน

ภาษี

ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับค่าจ้างทำของ ผลคือ

  • ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม ข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเดียวกับเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว — จุดนี้ผิดกันบ่อยมาก
  • ผู้รับเป็นนิติบุคคล หักในอัตราร้อยละ 3
  • เกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 และต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ถ้าผู้แทนขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่าบำเหน็จตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86

เรื่องที่ต้องระวังกว่าภาษี คือประกันสังคมและกฎหมายแรงงาน ข้อ 1.5 เขียนไว้ว่าไม่ใช่ลูกจ้าง แต่ศาลดูพฤติการณ์จริงเป็นหลัก ถ้าคุณกำหนดเวลาเข้าออก สั่งให้มาประชุมทุกเช้า ให้เงินเดือนประจำบวกคอมมิชชัน และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้างตามมาตรา 575 แล้วตามมาทั้งค่าชดเชย ประกันสังคม และภาษีแบบเงินเดือน — ถ้าจะใช้แม่แบบนี้ ต้องปฏิบัติจริงให้เหมือนที่เขียน

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  1. รายการสินค้าหรือบริการ พร้อมราคาและเงื่อนไขที่ผู้แทนขายเสนอได้ตามข้อ 2.1
  2. แบบฟอร์มลงทะเบียนลูกค้าตามข้อ 3.3 — เอกสารนี้คือสิ่งที่กันการทะเลาะเรื่อง "ใครเป็นคนหาลูกค้ารายนี้" ได้จริง ให้มีช่องวันเวลาและช่องยืนยันของผู้ว่าจ้าง
  3. รายชื่อลูกค้าเดิมของผู้ว่าจ้างที่ไม่ก่อสิทธิค่าบำเหน็จ ตามข้อ 3.2 และรายชื่อลูกค้าที่ผู้แทนขายรู้จักอยู่ก่อน ตามข้อ 7.2
  4. หนังสือมอบอำนาจพร้อมวงเงิน ถ้าเลือกฐานะตัวแทน
  5. ตารางอัตราค่าบำเหน็จ ฐานคำนวณ และตัวอย่างการคำนวณอย่างน้อยหนึ่งรายการ
  6. ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 7.4 ถ้าผู้แทนขายเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในระบบของตน

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและกำกับเอกสารแนบท้ายทุกแผ่น

ก่อนเซ็น ให้ตอบสามคำถามนี้ให้จบ คือ เขาเป็นนายหน้าหรือตัวแทน (ข้อ 1.2) · ค่าบำเหน็จได้สิทธิตอนลูกค้าสั่ง ตอนส่งของ หรือตอนเราได้เงิน (ข้อ 4.2) · และลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วกลับมาซื้อซ้ำ เขาได้ต่อหรือไม่ และได้นานแค่ไหนหลังเลิกสัญญา (ข้อ 5) สามข้อนี้คือที่มาของคดีค่าบำเหน็จแทบทุกคดี

ถ้าเลือกให้ผู้แทนขายรับเงินแทนได้ ให้เปิดบัญชีแยกและกำหนดรอบนำส่งให้สั้น ตามข้อ 2.5 — เงินที่รับไว้แทนเป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่วินาทีที่รับ ไม่ใช่ตอนโอนเข้าบัญชีบริษัท

ตรวจอำนาจลงนามด้วยหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญานี้

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-840817 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ถ้าเลือกฐานะตัวแทน ตราสารนี้เป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า ถ้าออกหนังสือมอบอำนาจแยกอีกฉบับที่ไม่ได้อยู่ในรูปสัญญา ให้ดูลักษณะ 7 ใบมอบอำนาจ 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี ถ้าเลือกฐานะนายหน้า การเป็นนายหน้าไม่ใช่การตั้งตัวแทนและไม่ใช่จ้างทำของ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารที่ตรงกันในบัญชีอัตราอากร จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา แต่ถ้าในฉบับเดียวกันมีการมอบอำนาจให้ทำการแทนด้วย ส่วนนั้นเข้าลักษณะ 21 และต้องปิดอากร ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะ 21 และลักษณะ 7 อยู่ในกลุ่มที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด ถ้าไม่ปิดให้ครบ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับค่าจ้างทำของ ผลคือ ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม ข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเดียวกับเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว — จุดนี้ผิดกันบ่อยมาก ผู้รับเป็นนิติบุคคล หักในอัตราร้อยละ 3 เกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 และต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าผู้แทนขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่าบำเหน็จตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 เรื่องที่ต้องระวังกว่าภาษี คือประกันสังคมและกฎหมายแรงงาน ข้อ 1.5 เขียนไว้ว่าไม่ใช่ลูกจ้าง แต่ศาลดูพฤติการณ์จริงเป็นหลัก ถ้าคุณกำหนดเวลาเข้าออก สั่งให้มาประชุมทุกเช้า ให้เงินเดือนประจำบวกคอมมิชชัน และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้างตามมาตรา 575 แล้วตามมาทั้งค่าชดเชย ประกันสังคม และภาษีแบบเงินเดือน — ถ้าจะใช้แม่แบบนี้ ต้องปฏิบัติจริงให้เหมือนที่เขียน

ใช้สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างเซลล์อิสระหรือทีมขายภายนอกไปหาลูกค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ · ใช้เมื่อจ่ายเป็นค่าคอมมิชชันตามยอด ไม่ใช่เงินเดือนประจำ · ใช้เมื่อมีผู้แทนขายหลายรายและต้องกันการแย่งลูกค้ากันเอง · ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าเขาให้ส่วนลดได้แค่ไหนและรับออร์เดอร์ได้ครั้งละเท่าไร · ใช้เมื่อต้องตกลงกันว่าลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วซื้อซ้ำ เขาได้ค่าบำเหน็จต่อหรือไม่

ทำสัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าต้องระวังอะไร

ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าเป็นนายหน้าหรือตัวแทน นายหน้าตาม ม.845 ทำสัญญาแทนไม่ได้ และ ม.849 สันนิษฐานว่ารับเงินแทนไม่ได้ ส่วนตัวแทนตาม ม.820–821 ผูกพันผู้ว่าจ้างตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก แม้จะเขียนจำกัดไว้ในสัญญา · ถ้าผู้แทนขายรับค่าตอบแทนจากลูกค้าหรือจากอีกฝ่ายโดยไม่เปิดเผย ม.847 ทำให้เสียสิทธิในค่าบำเหน็จทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต้องคืนส่วนที่รับมา · ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตาม ม.40(2) ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าแบบเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว · เขียนว่าไม่ใช่ลูกจ้างอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพฤติการณ์จริงคือสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง แล้วตามมาทั้งค่าชดเชยและประกันสังคม · สินค้าบางอย่างคนขายต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เช่น ประกันภัยหรือการแนะนำการลงทุน สัญญาฉบับนี้ไม่ได้แทนใบอนุญาต · ข้อที่เกิดคดีมากที่สุดคือลูกค้าที่คุยไว้แล้วมาปิดการขายหลังเลิกสัญญา — ข้อ 5.2 มีไว้ตอบเรื่องนี้ อย่าเว้นว่าง

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า

ไม่เหมาะเมื่อให้ขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ · ไม่เหมาะเมื่อจ่ายค่าบำเหน็จจากการกดลิงก์หรือใช้โค้ดส่วนลด ให้ใช้ สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) · ไม่เหมาะเมื่ออีกฝ่ายซื้อสินค้าไปเป็นของตนแล้วขายต่อ ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · ไม่เหมาะเมื่อตัวแทนขายในนามของตัวเอง เก็บเงินจากลูกค้าเองแล้วส่งเงินคืนหลังหักบำเหน็จ (ตัวแทนค้าต่าง) ให้ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Brokerage Agreement — สัญญานายหน้า ภาษาอังกฤษ · สัญญาแต่งตั้งตัวแทนการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Commercial Agency Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนการค้า ภาษาอังกฤษ

สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสินค้าหรือบริการที่ขายอยู่ในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ ตัวผู้แทนขายเองอาจต้องมีใบอนุญาต เช่น การเสนอขายประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยต้องมีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย การแนะนำการลงทุนต้องขึ้นทะเบียนผู้แนะนำการลงทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และการขายอสังหาริมทรัพย์มีกติกาของตนเอง — สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานนั้นได้โดยชอบ ถ้าการขายเป็นแบบชักชวนคนมาเป็นเครือข่ายแล้วรับผลตอบแทนจากการหาสมาชิก ให้ตรวจพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ก่อนใช้ เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องจดทะเบียน

ลงนามสัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและกำกับเอกสารแนบท้ายทุกแผ่น ก่อนเซ็น ให้ตอบสามคำถามนี้ให้จบ คือ เขาเป็นนายหน้าหรือตัวแทน (ข้อ 1.2) · ค่าบำเหน็จได้สิทธิตอนลูกค้าสั่ง ตอนส่งของ หรือตอนเราได้เงิน (ข้อ 4.2) · และลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วกลับมาซื้อซ้ำ เขาได้ต่อหรือไม่ และได้นานแค่ไหนหลังเลิกสัญญา (ข้อ 5) สามข้อนี้คือที่มาของคดีค่าบำเหน็จแทบทุกคดี ถ้าเลือกให้ผู้แทนขายรับเงินแทนได้ ให้เปิดบัญชีแยกและกำหนดรอบนำส่งให้สั้น ตามข้อ 2.5 — เงินที่รับไว้แทนเป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่วินาทีที่รับ ไม่ใช่ตอนโอนเข้าบัญชีบริษัท ตรวจอำนาจลงนามด้วยหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญานี้

ทำสัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

1. รายการสินค้าหรือบริการ พร้อมราคาและเงื่อนไขที่ผู้แทนขายเสนอได้ตามข้อ 2.1 2. แบบฟอร์มลงทะเบียนลูกค้าตามข้อ 3.3 — เอกสารนี้คือสิ่งที่กันการทะเลาะเรื่อง "ใครเป็นคนหาลูกค้ารายนี้" ได้จริง ให้มีช่องวันเวลาและช่องยืนยันของผู้ว่าจ้าง 3. รายชื่อลูกค้าเดิมของผู้ว่าจ้างที่ไม่ก่อสิทธิค่าบำเหน็จ ตามข้อ 3.2 และรายชื่อลูกค้าที่ผู้แทนขายรู้จักอยู่ก่อน ตามข้อ 7.2 4. หนังสือมอบอำนาจพร้อมวงเงิน ถ้าเลือกฐานะตัวแทน 5. ตารางอัตราค่าบำเหน็จ ฐานคำนวณ และตัวอย่างการคำนวณอย่างน้อยหนึ่งรายการ 6. ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 7.4 ถ้าผู้แทนขายเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในระบบของตน

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 33 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150

การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798

กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ ท่านว่าจะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้กิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสำเร็จลุล่วงไป

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805

ตัวแทนนั้น เมื่อไม่ได้รับความยินยอมของตัวการจะเข้าทำนิติกรรมอันใดในนามของตัวการทำกับตนเองในนามของตนเองหรือในฐานเป็นตัวแทนของบุคคลภายนอกหาได้ไม่ เว้นแต่นิติกรรมนั้นมีเฉพาะแต่การชำระหนี้

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 807

ตัวแทนต้องทำการตามคำสั่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายของตัวการ เมื่อไม่มีคำสั่งเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินตามทางที่เคยทำกันมาในกิจการค้าขายอันเขาให้ตนทำอยู่นั้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 808

ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่จะมีอำนาจใช้ตัวแทนช่วงทำการได้

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 809

เมื่อตัวการมีประสงค์จะทราบความเป็นไปของการที่ได้มอบหมายแก่ตัวแทนนั้นในเวลาใด ๆ ซึ่งสมควรแก่เหตุ ตัวแทนก็ต้องแจ้งให้ตัวการทราบ อนึ่ง เมื่อการเป็นตัวแทนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ตัวแทนต้องแถลงบัญชีด้วย

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812

ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820

ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน

หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821

บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845

บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่ จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 846

ถ้ากิจการอันได้มอบหมายแก่นายหน้านั้น โดยพฤติการณ์เป็นที่คาดหมายได้ว่าย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จไซร้ ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้า

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 847

ถ้านายหน้าทำการให้แก่บุคคลภายนอกด้วยก็ดี หรือได้รับคำมั่นแต่บุคคลภายนอกเช่นนั้นว่าจะให้ค่าบำเหน็จอันไม่ควรแก่นายหน้าผู้กระทำการโดยสุจริตก็ดี เป็นการฝ่าฝืนต่อการที่ตนเข้ารับทำหน้าที่ไซร้ ท่านว่านายหน้าหามีสิทธิจะได้รับค่าบำเหน็จหรือรับชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไปไม่

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 848

ตัวนายหน้าไม่ต้องรับผิดไปถึงการชำระหนี้ตามสัญญาซึ่งได้ทำต่อกันเพราะตนเป็นสื่อ เว้นแต่จะมิได้บอกชื่อของฝ่ายหนึ่งให้รู้ถึงอีกฝ่ายหนึ่ง

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 849

การรับเงินหรือรับชำระหนี้อันจะพึงชำระตามสัญญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่านายหน้าย่อมไม่มีอำนาจที่จะรับแทนผู้เป็นคู่สัญญา

ลักษณะ 16 นายหน้า

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ