สัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์) ต้องมีอะไรบ้าง
จ้างนักแปลแปลหนังสือ บทความ หรือคู่มือที่ผู้ว่าจ้างได้รับสิทธิแปลจากเจ้าของลิขสิทธิ์มาแล้ว เพื่อนำคำแปลไปจัดพิมพ์เผยแพร่ โดยจ่ายค่าแปลเหมาทั้งเรื่อง · การแปลเป็นการดัดแปลงงานตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 และ ม.15 ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับก่อนเริ่มแปล ผู้แปลควรขอดูหลักฐาน
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อสำนักพิมพ์ซื้อลิขสิทธิ์แปลหนังสือต่างประเทศแล้วจ้างนักแปลอิสระแปลเป็นภาษาไทย |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างแปลเป็นสัญญาจ้างทำของ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4) เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้าง · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) · ผู้แปลเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp (สัญญาที่ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้ e-Stamp) สัญญาที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) — ผู้แปลที่ต้องฟ้องเรียกค่าจ้างเสียประโยชน์เองถ้าไม่ปิด |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าจ้างตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป — ค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) ผู้แปลที่เป็นบุคคลธรรมดา ค่าแปลอาจเป็นเงินได้ประเภทค่าวิชาชีพอิสระ ค่ารับจ้างทำของ หรือเงินได้อื่นตามลักษณะงาน ซึ่งมีผลต่อการหักค่าใช้จ่ายตอนยื่นภาษีปลายปี ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี ผู้แปลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษี |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.587 (จ้างทำของ — ข้อ 1.3), 593 (ชักช้า เลิกก่อนกำหนด — ข้อ 11.2), 594 (ให้ผู้อื่นแก้ไข — ข้อ 6.4), 605 (ผู้ว่าจ้างเลิกก่อนงานเสร็จ — ข้อ 11.4), 224 (ดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 5 — ข้อ 7.3), 379–383 (เบี้ยปรับ เพดาน — ข้อ 8.1), 381 ว.3 (สงวนสิทธิค่าปรับ — ข้อ 8.2), 386–387 · พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.4 (นิยาม «ดัดแปลง» รวมการแปลวรรณกรรม), 10 (งานรับจ้าง — ข้อ 9.1), 11 (งานดัดแปลงไม่กระทบสิทธิต้นฉบับ — ข้อ 2.2), 15 (ดัดแปลงเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ — ข้อ 2.1), 18 (ธรรมสิทธิ ตกลงเป็นอย่างอื่นได้เป็นลายลักษณ์อักษร — ข้อ 9.2–9.3) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.37(4), 40 (ข้อ 10.3) · ประมวลรัษฎากร ม.118 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4, 23 · คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อสำนักพิมพ์ซื้อลิขสิทธิ์แปลหนังสือต่างประเทศแล้วจ้างนักแปลอิสระแปลเป็นภาษาไทย
- ใช้เมื่อหน่วยงาน มูลนิธิ หรือวารสาร ได้รับอนุญาตให้แปลบทความหรือคู่มือของผู้อื่นเพื่อพิมพ์เผยแพร่
- ใช้เมื่อต้องส่งหนังสือตัวจริงให้ผู้แปลถือไว้ระหว่างแปล และต้องการกำหนดค่าชดใช้ถ้าหาย
- ใช้เมื่อต้องการค่าปรับส่งงานช้า ห้ามจ้างช่วง และกำหนดเรื่องเครดิตผู้แปลในสิ่งพิมพ์
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- การแปลเป็นการดัดแปลงงานตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 และ ม.15 ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับก่อนเริ่มแปล ผู้แปลควรขอดูหลักฐาน
- สิทธิของผู้ว่าจ้างในคำแปลไม่เกินสิทธิที่ซื้อมา ตาม ม.11 ถ้าสัญญาซื้อสิทธิแปลจำกัดภาษาหรือจำนวนพิมพ์ ต้องจัดพิมพ์ภายในขอบเขตนั้น
- ผู้แปลยังมีธรรมสิทธิตาม ม.18 ถ้าจะไม่แสดงชื่อผู้แปล ต้องตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสวิตช์เครดิตในสัญญานี้ทำให้แล้ว
- ความรับผิดทางอาญาตกลงโอนให้กันไม่ได้ ข้อชดใช้ในสัญญานี้คุ้มครองได้เฉพาะความเสียหายทางแพ่ง
- ถ้าอนุญาตให้ใช้เครื่องแปลอัตโนมัติ ให้ระบุเครื่องมือที่ไม่นำเนื้อหาไปฝึกระบบ เพราะต้นฉบับที่ยังไม่วางขายเป็นความลับทางการค้า
- ผู้แปลต้องปิดอากรจ้างทำของ มิฉะนั้นใช้สัญญาเป็นพยานเรียกค่าจ้างในศาลไม่ได้
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าแปลเอกสารธุรกิจ สัญญา เว็บไซต์ หรือคู่มือภายในของผู้ว่าจ้างเอง ให้ใช้ สัญญาจ้างแปลภาษา (เอกสารธุรกิจและเว็บไซต์)
- ถ้าผู้แปลขายหรืออนุญาตให้สำนักพิมพ์จัดพิมพ์คำแปลของตนแลกค่าเรื่องต่อเล่ม ไม่ใช่การจ้างแปล ให้ใช้ สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book
- ถ้าจ้างเขียนบทความใหม่ ไม่ได้แปลจากต้นฉบับของผู้อื่น ให้ใช้ สัญญาจ้างเขียนบทความ
- ถ้าต้องการโอนลิขสิทธิ์ในคำแปลที่มีอยู่แล้วให้ผู้อื่น ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างแปลเป็นสัญญาจ้างทำของ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4) เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้าง · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) · ผู้แปลเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp (สัญญาที่ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้ e-Stamp) สัญญาที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) — ผู้แปลที่ต้องฟ้องเรียกค่าจ้างเสียประโยชน์เองถ้าไม่ปิด
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าจ้างตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป — ค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) ผู้แปลที่เป็นบุคคลธรรมดา ค่าแปลอาจเป็นเงินได้ประเภทค่าวิชาชีพอิสระ ค่ารับจ้างทำของ หรือเงินได้อื่นตามลักษณะงาน ซึ่งมีผลต่อการหักค่าใช้จ่ายตอนยื่นภาษีปลายปี ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี ผู้แปลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษี
สิทธิแปล — ตรวจก่อนเริ่มงาน
- การแปลเป็นการ ดัดแปลง งานวรรณกรรมตามนิยามในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4 ซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ (มาตรา 15) ผู้ว่าจ้างจึงต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับก่อน ผู้แปลควรขอดูหลักฐานตามข้อ 2.1 เพราะเป็นผู้ลงมือดัดแปลงเองและอาจถูกฟ้องโดยตรง
- ผู้ว่าจ้างมีลิขสิทธิ์ในคำแปลได้ แต่ไม่กระทบสิทธิของเจ้าของต้นฉบับ (มาตรา 11) ถ้าสัญญาซื้อสิทธิแปลกำหนดภาษา ดินแดน จำนวนพิมพ์ หรือระยะเวลาไว้ การจัดพิมพ์เกินจากนั้นเป็นการละเมิดแม้จ่ายค่าแปลครบแล้ว
- งานที่สิ้นอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์แล้ว แปลได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ถ้าแปลจากฉบับแปลหรือฉบับเรียบเรียงใหม่ของบุคคลอื่น ฉบับนั้นอาจยังมีลิขสิทธิ์อยู่
- ข้อ 2.3 ให้ผู้ว่าจ้างชดใช้ความเสียหายทางแพ่ง แต่ ความรับผิดทางอาญาตกลงโอนให้กันไม่ได้ ผู้ที่ร่วมกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาได้ตามกฎหมายลิขสิทธิ์
สิทธิของผู้แปลในฐานะผู้สร้างสรรค์
ลิขสิทธิ์ในคำแปลเป็นของผู้ว่าจ้างเพราะเป็นงานรับจ้าง (มาตรา 10) แต่ผู้แปลยังมีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้แปล และห้ามการบิดเบือนหรือตัดทอนจนเสียชื่อเสียง (มาตรา 18) ซึ่งตกลงเป็นอย่างอื่นได้เฉพาะเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญานี้เลือกให้แสดงชื่อผู้แปลในสิ่งพิมพ์ทุกฉบับพิมพ์ตามข้อ 9.3สัญญานี้เลือกไม่แสดงชื่อผู้แปล ข้อ 9.3 จึงเขียนความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้แล้ว และข้อ 9.2 ให้ผู้แปลขอถอนชื่อได้ถ้าบรรณาธิการแก้ไขเป็นสาระสำคัญ
ถ้าทำผิดข้อห้าม
- ผู้แปลส่งต้นฉบับให้ผู้อื่นแปลแทนหรือจ้างช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 10.1) หรือใช้เครื่องแปลอัตโนมัติผิดจากข้อ 5 — ผู้ว่าจ้างบอกเลิกสัญญาและให้ผู้แปลรายอื่นทำต่อตามข้อ 11.2 ได้ และการส่งต้นฉบับที่ยังไม่จัดพิมพ์เข้าบริการภายนอกเป็นการเปิดเผยความลับตามข้อ 10.2 ด้วย
- ผู้แปลนำคำแปลไปเผยแพร่เอง (ข้อ 9.1) — เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ว่าจ้างในคำแปลและของเจ้าของต้นฉบับ
- ต้นฉบับตัวจริงสูญหาย (ข้อ 3.2) — ผู้แปลต้องหาฉบับเดียวกันมาคืนหรือชดใช้ตามจำนวนที่ตกลงไว้
- ค่าปรับส่งช้าตามข้อ 8 เป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. มาตรา 383) สัญญาจึงจำกัดไว้ไม่เกินร้อยละสิบของค่าจ้าง
- รับคำแปลล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้วในข้อ 8.2 — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ (ป.พ.พ. มาตรา 381 วรรคสาม)
การเลิกสัญญาตามกฎหมายจ้างทำของ
ถ้าผู้แปลทำงานชักช้าจนเห็นได้ว่าจะไม่เสร็จทันกำหนด ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ก่อนถึงกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 593) และถ้าคำแปลบกพร่อง ผู้ว่าจ้างให้ผู้อื่นแก้ไขโดยผู้แปลเสียค่าใช้จ่ายได้ (มาตรา 594) ส่วนผู้ว่าจ้างที่เปลี่ยนใจเลิกแปลเองก่อนงานเสร็จ ต้องจ่ายค่างานที่ทำแล้วและค่าเสียหายจากการเลิก (มาตรา 605) ซึ่งข้อ 11.4 เขียนไว้แล้ว
ข้อมูลส่วนบุคคล
ถ้าต้นฉบับเป็นอัตชีวประวัติ บันทึก หรือจดหมายที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นซึ่งยังไม่เปิดเผย ผู้แปลเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 และผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งเหตุรั่วไหลต่อสำนักงานคณะกรรมการภายใน 72 ชั่วโมง (มาตรา 37(4)) ข้อ 10.3 จึงให้ผู้แปลแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- สำเนาหลักฐานสิทธิแปล … (อาจปิดส่วนราคาไว้ได้)
- รายละเอียดต้นฉบับ ฉบับพิมพ์ และบทที่แปล
- ใบรับต้นฉบับตัวจริงที่ผู้แปลลงชื่อรับ พร้อมสภาพของต้นฉบับในวันรับ
- แนวทางการเขียนหรือรายการคำศัพท์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (ถ้ามี)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของคู่สัญญา
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้า ผู้แปลปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ถ่ายภาพต้นฉบับตัวจริงในวันส่งมอบให้ผู้แปลเก็บไว้ทั้งสองฝ่าย
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-B358D8 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างแปลเป็นสัญญาจ้างทำของ (บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 4) เสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก — 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้าง · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) · ผู้แปลเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ในวันลงนาม หรือชำระผ่านระบบ e-Stamp (สัญญาที่ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องใช้ e-Stamp) สัญญาที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) — ผู้แปลที่ต้องฟ้องเรียกค่าจ้างเสียประโยชน์เองถ้าไม่ปิด
สัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์) เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายค่าจ้างตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป — ค่าจ้างทำของหักร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528) ผู้แปลที่เป็นบุคคลธรรมดา ค่าแปลอาจเป็นเงินได้ประเภทค่าวิชาชีพอิสระ ค่ารับจ้างทำของ หรือเงินได้อื่นตามลักษณะงาน ซึ่งมีผลต่อการหักค่าใช้จ่ายตอนยื่นภาษีปลายปี ให้ตรวจกับผู้ทำบัญชี ผู้แปลที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษี
ใช้สัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์)ตอนไหน
ใช้เมื่อสำนักพิมพ์ซื้อลิขสิทธิ์แปลหนังสือต่างประเทศแล้วจ้างนักแปลอิสระแปลเป็นภาษาไทย · ใช้เมื่อหน่วยงาน มูลนิธิ หรือวารสาร ได้รับอนุญาตให้แปลบทความหรือคู่มือของผู้อื่นเพื่อพิมพ์เผยแพร่ · ใช้เมื่อต้องส่งหนังสือตัวจริงให้ผู้แปลถือไว้ระหว่างแปล และต้องการกำหนดค่าชดใช้ถ้าหาย · ใช้เมื่อต้องการค่าปรับส่งงานช้า ห้ามจ้างช่วง และกำหนดเรื่องเครดิตผู้แปลในสิ่งพิมพ์
ทำสัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์)ต้องระวังอะไร
การแปลเป็นการดัดแปลงงานตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 และ ม.15 ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับก่อนเริ่มแปล ผู้แปลควรขอดูหลักฐาน · สิทธิของผู้ว่าจ้างในคำแปลไม่เกินสิทธิที่ซื้อมา ตาม ม.11 ถ้าสัญญาซื้อสิทธิแปลจำกัดภาษาหรือจำนวนพิมพ์ ต้องจัดพิมพ์ภายในขอบเขตนั้น · ผู้แปลยังมีธรรมสิทธิตาม ม.18 ถ้าจะไม่แสดงชื่อผู้แปล ต้องตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสวิตช์เครดิตในสัญญานี้ทำให้แล้ว · ความรับผิดทางอาญาตกลงโอนให้กันไม่ได้ ข้อชดใช้ในสัญญานี้คุ้มครองได้เฉพาะความเสียหายทางแพ่ง · ถ้าอนุญาตให้ใช้เครื่องแปลอัตโนมัติ ให้ระบุเครื่องมือที่ไม่นำเนื้อหาไปฝึกระบบ เพราะต้นฉบับที่ยังไม่วางขายเป็นความลับทางการค้า · ผู้แปลต้องปิดอากรจ้างทำของ มิฉะนั้นใช้สัญญาเป็นพยานเรียกค่าจ้างในศาลไม่ได้
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์)
ถ้าแปลเอกสารธุรกิจ สัญญา เว็บไซต์ หรือคู่มือภายในของผู้ว่าจ้างเอง ให้ใช้ สัญญาจ้างแปลภาษา (เอกสารธุรกิจและเว็บไซต์) · ถ้าผู้แปลขายหรืออนุญาตให้สำนักพิมพ์จัดพิมพ์คำแปลของตนแลกค่าเรื่องต่อเล่ม ไม่ใช่การจ้างแปล ให้ใช้ สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book · ถ้าจ้างเขียนบทความใหม่ ไม่ได้แปลจากต้นฉบับของผู้อื่น ให้ใช้ สัญญาจ้างเขียนบทความ · ถ้าต้องการโอนลิขสิทธิ์ในคำแปลที่มีอยู่แล้วให้ผู้อื่น ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน
ลงนามสัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้า ผู้แปลปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ถ่ายภาพต้นฉบับตัวจริงในวันส่งมอบให้ผู้แปลเก็บไว้ทั้งสองฝ่าย
ทำสัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาหลักฐานสิทธิแปล … (อาจปิดส่วนราคาไว้ได้) รายละเอียดต้นฉบับ ฉบับพิมพ์ และบทที่แปล ใบรับต้นฉบับตัวจริงที่ผู้แปลลงชื่อรับ พร้อมสภาพของต้นฉบับในวันรับ แนวทางการเขียนหรือรายการคำศัพท์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของคู่สัญญา
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 14 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงาน ที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย - 2 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่า จะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้น เป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (1) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (2) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (3) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความ รวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย (4) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่ง ภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง (5) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสง ผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (6) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (7) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (1) ถึง (6) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมี ทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยก และเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุ ไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถ นำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่อง ได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี - 3 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือ ที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบ โสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียง ทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงาน ต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (2) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็น นาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (4) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือ สามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (5) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือ เปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดย วิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใด ที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชน เป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏ ซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพ เกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม - 4 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ ให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการ เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้ง ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือ รหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึก การแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือ สิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 11
งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลงตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกดัดแปลง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381
ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 593
ถ้าผู้รับจ้างไม่เริ่มทำการในเวลาอันควร หรือทำการชักช้าฝ่าฝืนข้อกำหนดแห่งสัญญาก็ดี หรือทำการชักช้าโดยปราศจากความผิดของผู้ว่าจ้าง จนอาจคาดหมายล่วงหน้าได้ว่าการนั้นจะไม่สำเร็จภายในกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะเลิกสัญญาเสียได้ มิพักต้องรอคอยให้ถึงเวลากำหนดส่งมอบของนั้นเลย
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 594
ถ้าในระหว่างเวลาที่ทำการอยู่นั้นเป็นวิสัยจะคาดหมายล่วงหน้าได้แน่นอนว่า การที่ทำนั้นจะสำเร็จอย่างบกพร่องหรือจะเป็นไปในทางอันฝ่าฝืนข้อสัญญาเพราะความผิดของผู้รับจ้างไซร้ ผู้ว่าจ้างจะบอกกล่าวให้ผู้รับจ้างแก้ไขสิ่งที่บกพร่องให้คืนดี หรือทำการให้เป็นไปตามสัญญาภายในเวลาอันสมควรซึ่งกำหนดให้ในคำบอกกล่าวนั้นก็ได้ ถ้าและคลาดกำหนดนั้นไป ท่านว่าผู้ว่าจ้างชอบที่จะเอาการนั้นให้บุคคลภายนอกซ่อมแซมหรือทำต่อไปได้ ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องเสี่ยงความเสียหายและออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)