สัญญาจ้าง UGC Creator ต้องมีอะไรบ้าง
สัญญาระหว่างแบรนด์หรือเอเจนซีกับ UGC Creator เพื่อผลิตและส่งมอบคอนเทนต์ให้แบรนด์นำไปใช้เอง · กำหนดช่องทาง เขต และระยะเวลาใช้ผลงานให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17
| ใช้เมื่อ | ใช้จ้างถ่ายวิดีโอรีวิว สาธิต แกะกล่อง หรือเล่าเรื่องแบบผู้ใช้จริงโดยไม่อาศัยฐานผู้ติดตามของครีเอเตอร์ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างผลิต UGC เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือบริการให้ผู้รับในประเทศไทยที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หากแยกค่าจ้างเป็นค่าโฆษณาที่เข้าองค์ประกอบข้อ 10 อัตราอาจต่างกัน จึงต้องพิจารณาลักษณะเงินได้จริง ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย สินค้าที่ให้ครีเอเตอร์โดยไม่ต้องคืนอาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องบันทึกมูลค่าและพิจารณาภาษีของแต่ละฝ่าย |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องเก็บหลักฐานสิทธิในเพลง ภาพ ฟอนต์ สถานที่ และหนังสือยินยอมของบุคคลอื่น หากเป็นผู้เยาว์ให้ตรวจความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.20 และกฎหมายเรื่องความสามารถ ก่อนเผยแพร่ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะสินค้าและข้อความโฆษณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22 รวมถึงเงื่อนไขแพลตฟอร์มและคลังเพลงสำหรับ paid media |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 423, 587, 592–596, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 18, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.20, 37, 40; พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 ม.5, 9; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 10, 12/1, 12/7 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้จ้างถ่ายวิดีโอรีวิว สาธิต แกะกล่อง หรือเล่าเรื่องแบบผู้ใช้จริงโดยไม่อาศัยฐานผู้ติดตามของครีเอเตอร์
- ใช้กำหนดไฟล์ตัดต่อ raw footage และสเปกสำหรับ TikTok, Reels, Shorts หรือโฆษณา
- ใช้เมื่อแบรนด์ต้องการสิทธิใช้ภาพ เสียง และผลงานของครีเอเตอร์ในช่องทางของแบรนด์
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- กำหนดช่องทาง เขต และระยะเวลาใช้ผลงานให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17
- การยิงโฆษณาแบบเสียเงินต้องเลือกไว้และตรวจสิทธิเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อบุคคลภายนอกแยกจากการโพสต์ทั่วไป
- คำกล่าวอ้างสินค้าต้องมาจากข้อมูลที่แบรนด์ยืนยัน และห้ามตัดต่อให้เป็นข้อความเท็จหรือเกินจริง
- บุคคลอื่นที่เห็นหรือได้ยินชัดในชิ้นงานต้องมีสิทธิและความยินยอมที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะผู้เยาว์ตาม PDPA ม.20
- ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องจำกัดหมวดและเวลาตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ไม่เหมาะเมื่อจ้างโพสต์ต่อผู้ติดตามของครีเอเตอร์ ให้ใช้ สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL
- ไม่เหมาะกับงานถ่ายทำอีเวนต์หรือโปรดักชันเต็มทีม ให้ใช้ สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ
- ไม่เหมาะกับการตัดต่อจากไฟล์ที่ผู้ว่าจ้างมีอยู่แล้ว ให้ใช้ สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ
- สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ — ใช้ UGC Content Creation Agreement — สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างผลิต UGC เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)
ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องเก็บหลักฐานสิทธิในเพลง ภาพ ฟอนต์ สถานที่ และหนังสือยินยอมของบุคคลอื่น หากเป็นผู้เยาว์ให้ตรวจความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.20 และกฎหมายเรื่องความสามารถ
ก่อนเผยแพร่ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะสินค้าและข้อความโฆษณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22 รวมถึงเงื่อนไขแพลตฟอร์มและคลังเพลงสำหรับ paid media
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือบริการให้ผู้รับในประเทศไทยที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หากแยกค่าจ้างเป็นค่าโฆษณาที่เข้าองค์ประกอบข้อ 10 อัตราอาจต่างกัน จึงต้องพิจารณาลักษณะเงินได้จริง
ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย สินค้าที่ให้ครีเอเตอร์โดยไม่ต้องคืนอาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องบันทึกมูลค่าและพิจารณาภาษีของแต่ละฝ่าย
UGC ต่างจากงาน Influencer ตรงไหน และทำไมต้องแยกสัญญา
- ครีเอเตอร์ไม่ได้ขายผู้ติดตาม แต่ขายชิ้นงาน สัญญานี้จึงไม่มีหน้าที่โพสต์ลงบัญชีของครีเอเตอร์ ไม่มีช่วงคงโพสต์ และไม่มีการวัดยอดเข้าถึง — ถ้าต้องการให้โพสต์ลงช่องของครีเอเตอร์ด้วย ให้ใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL แทน หรือทำเป็นข้อตกลงเพิ่มเติม
- หน้าที่เปิดเผยว่าเป็นโฆษณาตกอยู่กับแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์ (ข้อ 4.2) เพราะแบรนด์เป็นผู้เผยแพร่ · เมื่อนำชิ้นงานไปยิงเป็นโฆษณา แบรนด์ต้องติดป้ายและปฏิบัติตามกติกาของแพลตฟอร์มเอง
- สิ่งที่ครีเอเตอร์ขายจริง ๆ คือสองอย่าง คือตัวชิ้นงาน กับสิทธิใช้ภาพและเสียงของตน ซึ่งเป็นคนละสิทธิกันและหมดอายุพร้อมกันตามข้อ 7.2 — เมื่อพ้นกำหนด แบรนด์ต้องหยุดใช้ ไม่ใช่ใช้ต่อได้เพราะจ่ายเงินไปแล้ว
สิทธิในภาพและเสียง — สิทธิที่ต่ออายุไม่ได้ถ้าครีเอเตอร์ไม่ยอม
- การใช้ชื่อ ภาพ เสียง และการแสดงของบุคคล เป็นสิทธิแยกจากลิขสิทธิ์ แม้แบรนด์จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในชิ้นงานตามข้อ 7.1 แล้ว ก็ใช้ภาพและเสียงของครีเอเตอร์ได้เพียงเท่าที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 7.2 การใช้เกินขอบเขตอาจเป็นละเมิดตาม ป.พ.พ. ม.420 ต่างหากจากการผิดสัญญา
- ห้ามสร้างบุคลิกดิจิทัลหรือเลียนเสียงด้วยปัญญาประดิษฐ์โดยไม่ได้รับความยินยอมใหม่ (ข้อ 7.2) — ความยินยอมให้ใช้ชิ้นงานเดิม ไม่ใช่ความยินยอมให้สร้างเนื้อหาใหม่จากใบหน้าและเสียงนั้น
- ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้ ครีเอเตอร์ยังมีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามการตัดต่อจนความหมายเปลี่ยนแล้วยังใช้หน้าตนเอง (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18) เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
- บุคคลอื่นที่ปรากฏในชิ้นงานต้องมีหนังสือยินยอมของตนเอง และต้องครอบคลุมถึงการนำไปใช้เป็นโฆษณาแบบชำระเงินด้วย มิฉะนั้นแบรนด์จะใช้ชิ้นงานเต็มขอบเขตไม่ได้ · เด็กต้องได้ความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (PDPA ม.20 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง)
เนื้อหา คำกล่าวอ้าง และปัญญาประดิษฐ์
- คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับสินค้าเป็นของแบรนด์ (ข้อ 4.1) ครีเอเตอร์รับผิดชอบเฉพาะถ้อยคำที่ตนเติมเองหรือรับรองจากประสบการณ์ส่วนตัว — ห้ามบอกว่าใช้แล้วเห็นผลถ้าไม่ได้ใช้จริง แม้บรีฟจะเขียนมาให้พูดก็ตาม
- สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องใช้ข้อความในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต · สุราและยาสูบห้ามโฆษณา
- ข้อความที่พาดพิงคู่แข่งหรือบุคคลอื่น ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงจนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (ป.พ.พ. ม.423) — แม้ครีเอเตอร์จะไม่ได้เป็นผู้เผยแพร่ แต่เป็นผู้พูดในชิ้นงาน จึงอาจถูกเรียกร้องได้เช่นกัน
- งานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์มีสถานะลิขสิทธิ์ไม่แน่นอน ซึ่งกระทบข้อ 7.1 ที่โอนลิขสิทธิ์ให้แบรนด์โดยตรง — ถ้าเปิดสวิตช์ให้ใช้ ต้องระบุชื่อเครื่องมือและแจ้งว่าชิ้นงานใดมีส่วนที่เครื่องมือสร้าง
ข้อที่คนจ้าง UGC พลาดบ่อย
- คิดว่าจ่ายแล้วใช้ได้ตลอดไป ทั้งลิขสิทธิ์และสิทธิในภาพเสียงมีขอบเขตและวันหมดตามข้อ 7 · ต่ออายุต้องตกลงและจ่ายเพิ่ม
- ไม่ตกลงเรื่องไฟล์ดิบตั้งแต่ต้น สวิตช์ไฟล์ดิบต้องคุยก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่มาขอตอนส่งมอบ เพราะมีผลต่อราคาและต่อความสามารถของแบรนด์ในการตัดต่อใหม่
- ส่งสินค้าไปแล้วไม่ตกลงว่าคืนหรือไม่ สวิตช์สินค้าเป็นของให้เปล่าแก้จุดนี้ · ของที่ได้รับแทนเงินเป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด
- ขอแก้ไม่จบ ข้อ 5.2 แยกไว้แล้วว่าการเปลี่ยนแนวคิด บทพูด หรือสเปกหลังเริ่มงานเป็นงานใหม่ ไม่ใช่การแก้ไข
- ลืมเก็บหนังสือยินยอมของคนอื่นที่อยู่ในคลิป แล้วนำไปยิงแอดไม่ได้ทั้งชิ้น
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม กติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม และสถานะลิขสิทธิ์ของงานที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ ควรตรวจตัวบทหรือแนวปฏิบัติฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความข้างต้นเขียนไว้เพื่อเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- บรีฟ … บทพูด คำกล่าวอ้าง คำเตือน และตัวอย่างภาพที่อนุมัติ
- รายการชิ้นงาน … และสเปก … พร้อมเกณฑ์ตรวจรับ
- รายการสินค้าและวัสดุ … พร้อมหลักฐานส่งรับและคืนเมื่อเกี่ยวข้อง
- ตารางสิทธิใช้ช่องทาง … เขต … ระยะ … เดือน และ paid media
- หนังสือยินยอมบุคคลอื่น หลักฐานสิทธิเพลงและสื่อ ตลอดจนรายการ raw footage เมื่อรวมในงาน
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับบรีฟ ตารางสิทธิ และเอกสารแนบ ตรวจให้ชัดว่ารวม raw footage หรือไม่ สินค้าให้หรือยืม และอนุญาต paid media หรือไม่ เก็บไฟล์ที่ตรวจรับ หลักฐานชำระ และวันเริ่มใช้สิทธิไว้ด้วยกัน
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-EAF61F · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้าง UGC Creator ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างผลิต UGC เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ ค่าจ้างตามสัญญานี้คำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ม.118 และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาปัจจุบัน
สัญญาจ้าง UGC Creator เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าจ้างทำของหรือบริการให้ผู้รับในประเทศไทยที่เข้าเงื่อนไข ให้ตรวจการหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หากแยกค่าจ้างเป็นค่าโฆษณาที่เข้าองค์ประกอบข้อ 10 อัตราอาจต่างกัน จึงต้องพิจารณาลักษณะเงินได้จริง ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย สินค้าที่ให้ครีเอเตอร์โดยไม่ต้องคืนอาจเป็นค่าตอบแทนที่ต้องบันทึกมูลค่าและพิจารณาภาษีของแต่ละฝ่าย
ใช้สัญญาจ้าง UGC Creatorตอนไหน
ใช้จ้างถ่ายวิดีโอรีวิว สาธิต แกะกล่อง หรือเล่าเรื่องแบบผู้ใช้จริงโดยไม่อาศัยฐานผู้ติดตามของครีเอเตอร์ · ใช้กำหนดไฟล์ตัดต่อ raw footage และสเปกสำหรับ TikTok, Reels, Shorts หรือโฆษณา · ใช้เมื่อแบรนด์ต้องการสิทธิใช้ภาพ เสียง และผลงานของครีเอเตอร์ในช่องทางของแบรนด์
ทำสัญญาจ้าง UGC Creatorต้องระวังอะไร
กำหนดช่องทาง เขต และระยะเวลาใช้ผลงานให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17 · การยิงโฆษณาแบบเสียเงินต้องเลือกไว้และตรวจสิทธิเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อบุคคลภายนอกแยกจากการโพสต์ทั่วไป · คำกล่าวอ้างสินค้าต้องมาจากข้อมูลที่แบรนด์ยืนยัน และห้ามตัดต่อให้เป็นข้อความเท็จหรือเกินจริง · บุคคลอื่นที่เห็นหรือได้ยินชัดในชิ้นงานต้องมีสิทธิและความยินยอมที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะผู้เยาว์ตาม PDPA ม.20 · ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องจำกัดหมวดและเวลาตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้าง UGC Creator
ไม่เหมาะเมื่อจ้างโพสต์ต่อผู้ติดตามของครีเอเตอร์ ให้ใช้ สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL · ไม่เหมาะกับงานถ่ายทำอีเวนต์หรือโปรดักชันเต็มทีม ให้ใช้ สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ · ไม่เหมาะกับการตัดต่อจากไฟล์ที่ผู้ว่าจ้างมีอยู่แล้ว ให้ใช้ สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ · สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ — ใช้ UGC Content Creation Agreement — สัญญาจ้างทำคอนเทนต์ UGC ภาษาอังกฤษ
สัญญาจ้าง UGC Creator ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญาทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องเก็บหลักฐานสิทธิในเพลง ภาพ ฟอนต์ สถานที่ และหนังสือยินยอมของบุคคลอื่น หากเป็นผู้เยาว์ให้ตรวจความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.20 และกฎหมายเรื่องความสามารถ ก่อนเผยแพร่ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะสินค้าและข้อความโฆษณาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22 รวมถึงเงื่อนไขแพลตฟอร์มและคลังเพลงสำหรับ paid media
ลงนามสัญญาจ้าง UGC Creatorต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับบรีฟ ตารางสิทธิ และเอกสารแนบ ตรวจให้ชัดว่ารวม raw footage หรือไม่ สินค้าให้หรือยืม และอนุญาต paid media หรือไม่ เก็บไฟล์ที่ตรวจรับ หลักฐานชำระ และวันเริ่มใช้สิทธิไว้ด้วยกัน
ทำสัญญาจ้าง UGC Creatorต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
บรีฟ … บทพูด คำกล่าวอ้าง คำเตือน และตัวอย่างภาพที่อนุมัติ รายการชิ้นงาน … และสเปก … พร้อมเกณฑ์ตรวจรับ รายการสินค้าและวัสดุ … พร้อมหลักฐานส่งรับและคืนเมื่อเกี่ยวข้อง ตารางสิทธิใช้ช่องทาง … เขต … ระยะ … เดือน และ paid media หนังสือยินยอมบุคคลอื่น หลักฐานสิทธิเพลงและสื่อ ตลอดจนรายการ raw footage เมื่อรวมในงาน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 25 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423
ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 592
ผู้รับจ้างจำต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างตรวจตราการงานได้ตลอดเวลาที่ทำอยู่นั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5
ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9
ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 114
โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)