สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง ต้องมีอะไรบ้าง
นายจ้างที่มีลูกจ้างรายวันหรือรายชั่วโมงจ้างผู้ให้บริการคำนวณค่าจ้างทุกงวดจ่าย จากข้อมูลลงเวลา คิดค่าบริการตามจำนวนลูกจ้างต่องวด · ข้อมูลว่าใครทำงานวันไหนกี่ชั่วโมงเป็นความรับผิดชอบของนายจ้าง ตรวจรายการผิดปกติที่ผู้ให้บริการส่งมาก่อนยืนยันทุกงวด
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อโรงงาน ผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้านอาหาร หรือฟาร์มจ่ายค่าจ้างรายสัปดาห์หรือรายปักษ์ และให้คนนอกคำนวณจากข้อมูลลงเวลา |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้างเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของสินจ้าง ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากร สัญญานี้คิดค่าบริการตามจำนวนรายการจึงไม่ทราบสินจ้างแน่นอนตอนทำสัญญา บัญชีอัตราอากรให้ประมาณการก่อน สำหรับประมาณการ … คิดเป็นอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าค่าบริการที่รับจริงสูงกว่าประมาณการ ให้เสียอากรเพิ่มในส่วนที่เกิน ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ตราสารที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118) |
| ภาษี | ค่าบริการไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะผู้รับ) เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสมทบประกันสังคมคำนวณจากค่าจ้างรวมทุกงวดของลูกจ้างแต่ละคนในเดือนนั้น (ข้อ 1.3) หน้าที่ต่อรัฐยังเป็นของนายจ้าง ถ้ายื่นช้า หน่วยงานเรียกเงินเพิ่มจากนายจ้างก่อน แล้วนายจ้างเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 6.3 ถ้าเป็นความผิดของผู้ให้บริการ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 224/1 (ข้อ 2.4), 373 (ข้อ 7.6), 381 ว.3 (ข้อ 7.5 ถ้อยคำกลาง ข.), 383, 386–387 (ข้อ 11.2 ถ้อยคำกลาง ค.), 575, 587 (after.md), 810 (ข้อ 6.1) · พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน 2541 ม.9 (ดอกเบี้ย/เงินเพิ่มเมื่อจ่ายค่าจ้างล่าช้า — ข้อ 7.2), ม.11/1 (ผู้จัดหาคนมาทำงาน — ข้อ 10 และ after.md), ม.76–77 (หักค่าจ้างและเพดาน — ข้อ 4.4) · พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.26 (ข้อมูลชีวภาพ — ข้อ 8.2), 28–29, 37(4), 40 (รวมวรรคท้าย — ข้อ 8.6) · ประมวลรัษฎากร ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และ 12/1, ม.118, บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 (ไม่ทราบสินจ้างตอนทำสัญญา ประมาณการก่อน) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อโรงงาน ผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้านอาหาร หรือฟาร์มจ่ายค่าจ้างรายสัปดาห์หรือรายปักษ์ และให้คนนอกคำนวณจากข้อมูลลงเวลา
- ใช้เมื่อจำนวนลูกจ้างเปลี่ยนทุกงวดและต้องการจ่ายค่าบริการตามจำนวนที่คำนวณจริง
- ใช้เมื่อยังจ่ายเงินสดที่หน้างานหรือโอนพร้อมเพย์ และต้องการใบรับเงินรายคนที่ตรวจสอบได้
- ใช้เมื่อมีลูกจ้างต่างด้าวและต้องการให้ผู้ให้บริการเตือนวันหมดอายุเอกสาร
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ข้อมูลว่าใครทำงานวันไหนกี่ชั่วโมงเป็นความรับผิดชอบของนายจ้าง ตรวจรายการผิดปกติที่ผู้ให้บริการส่งมาก่อนยืนยันทุกงวด
- ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดที่ลูกจ้างทำงาน และอัตราเปลี่ยนได้ทุกปี
- หักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาต บางกรณีต้องมีหนังสือยินยอมและมีเพดาน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76–77)
- ถ้าใช้เครื่องสแกนนิ้วหรือใบหน้า ส่งให้ผู้ให้บริการเฉพาะรายงานเวลาเข้าออก ไม่ส่งข้อมูลชีวภาพ
- จ่ายค่าจ้างช้า นายจ้างเสียดอกเบี้ยและอาจเสียเงินเพิ่มให้ลูกจ้าง (ม.9) ตั้งเส้นตายส่งข้อมูลให้มีเวลาพอ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าพนักงานเป็นรายเดือน จ่ายเดือนละครั้ง และตกลงค่าบริการเหมารายเดือน ให้ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน
- ถ้าจ้างทำบัญชีทั้งกิจการ ยื่นภาษีและปิดงบ ให้ใช้ สัญญาจ้างทำบัญชี
- ถ้าจ้างผู้ให้บริการทำค่าจ้างอยู่แล้วตามสัญญาเดิมที่ไม่มีข้อความลับ และต้องการเพียงเอกสารแนบเรื่องความลับกับข้อมูลค่าจ้าง ให้ใช้ สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) · ถ้าต้องการเพียงข้อตกลงผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA ให้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) · ถ้าต้องการให้พนักงานของตนเองรับรองว่าจะรักษาความลับ ให้ใช้ คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า
- ถ้าต้องการให้ผู้รับจ้างจัดหาคนมาทำงานให้ด้วย ไม่ใช่แค่ทำค่าจ้าง สัญญานี้ไม่ครอบคลุม — ผู้ประกอบกิจการถือเป็นนายจ้างของคนที่จัดหามา (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.11/1)
อากรแสตมป์
สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้างเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของสินจ้าง ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากร สัญญานี้คิดค่าบริการตามจำนวนรายการจึงไม่ทราบสินจ้างแน่นอนตอนทำสัญญา บัญชีอัตราอากรให้ประมาณการก่อน สำหรับประมาณการ … คิดเป็นอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าค่าบริการที่รับจริงสูงกว่าประมาณการ ให้เสียอากรเพิ่มในส่วนที่เกิน ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ตราสารที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
ภาษี
- ค่าบริการไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้
- ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะผู้รับ) เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสมทบประกันสังคมคำนวณจากค่าจ้างรวมทุกงวดของลูกจ้างแต่ละคนในเดือนนั้น (ข้อ 1.3) หน้าที่ต่อรัฐยังเป็นของนายจ้าง ถ้ายื่นช้า หน่วยงานเรียกเงินเพิ่มจากนายจ้างก่อน แล้วนายจ้างเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 6.3 ถ้าเป็นความผิดของผู้ให้บริการ
เงินภาษีและเงินสมทบที่ผู้ให้บริการนำส่งแทน
เมื่อผู้ให้บริการนำส่งแทนทุกเดือน ผู้ให้บริการต้องส่งเงินที่ได้รับไว้แทนให้ผู้ว่าจ้างจงสิ้น (ป.พ.พ. มาตรา 810) ให้โอนเข้าบัญชีเงินรับฝากของลูกค้าที่แยกไว้ ก่อนวันครบกำหนด … วันทำการ และตรวจใบเสร็จจากระบบของกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคมทุกเดือน การนำเงินนี้ไปใช้เองหรือหักกลบค่าบริการเป็นการผิดข้อ 6.1 ที่แก้ไขไม่ได้ บอกเลิกได้ทันทีตามข้อ 11.2 และอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก
ค่าจ้างผิด ออกช้า หรือหักเกิน
- นายจ้างที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา หรือค่าทำงานในวันหยุดช้ากว่ากำหนด ต้องเสียดอกเบี้ยให้ลูกจ้างร้อยละ 15 ต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร เสียเงินเพิ่มร้อยละ 15 ของเงินที่ค้างทุก 7 วัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9) ถ้าเกิดจากความผิดพลาดของผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 7.2 แต่นายจ้างต้องจ่ายลูกจ้างก่อน
- การหักค่าจ้าง ทำได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 เช่น ภาษี เงินที่กฎหมายบัญญัติ ค่าบำรุงสหภาพ หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ เงินประกันหรือค่าเสียหายที่ลูกจ้างทำโดยจงใจหรือประมาทร้ายแรง และเงินสะสม บางกรณีต้องมีหนังสือยินยอมที่ลูกจ้างลงลายมือชื่อเป็นการเฉพาะ (มาตรา 77) และการหักตาม (2)–(5) ของมาตรา 76 แต่ละกรณีหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 รวมกันไม่เกิน 1 ใน 5 ของค่าจ้างงวดนั้น เว้นแต่ลูกจ้างยินยอม การหักค่าอุปกรณ์เสียหายหรือค่าปรับมาสายโดยไม่เข้าเงื่อนไขนี้เป็นการผิดกฎหมาย ข้อ 4.4 จึงให้ผู้ให้บริการแจ้งก่อนและไม่หักส่วนที่เกิน
- ค่าจ้างต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำของจังหวัด หรือค่าล่วงเวลาต่ำกว่าอัตราตามกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายส่วนต่างพร้อมดอกเบี้ย ข้อ 4.2 ให้ผู้ให้บริการเตือนก่อนส่งงาน ให้ตรวจอัตราที่ใช้บังคับจากประกาศคณะกรรมการค่าจ้างทุกครั้งที่มีการปรับ
ผู้ให้บริการทำค่าจ้าง ไม่ใช่ผู้จัดหาคนงาน
ถ้าผู้ประกอบกิจการมอบให้บุคคลอื่นจัดหาคนมาทำงานในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของตน กฎหมายถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนเหล่านั้น และต้องให้สิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 11/1) สัญญานี้จำกัดงานไว้ที่การทำค่าจ้างเท่านั้น (ข้อ 1.4 และข้อ 10) ถ้าผู้ให้บริการจัดหาคนหรือคุมงานด้วย ต้องใช้สัญญาอื่น ในทางกลับกัน ถ้านายจ้างให้คนของผู้ให้บริการประจำหน้างาน ลงเวลา และสั่งงานรายวัน ความสัมพันธ์อาจกลายเป็นจ้างแรงงาน (ป.พ.พ. มาตรา 575) แทนจ้างทำของ (มาตรา 587)
ลูกจ้างต่างด้าว
การจ้างคนต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานที่ยังไม่หมดอายุตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้ให้บริการช่วยเตือนก่อนเอกสารหมดอายุ … วันเท่านั้น ให้ตรวจขั้นตอนต่ออายุกับกรมการจัดหางาน ค่าจ้างและสิทธิวันหยุดของลูกจ้างต่างด้าวต้องเป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเช่นเดียวกับลูกจ้างไทย
ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง
- ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนนายจ้าง ข้อ 8 คือข้อตกลงที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 วรรคสามบังคับให้มี ถ้าผู้ให้บริการใช้ข้อมูลนอกคำสั่ง ผู้ให้บริการเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองสำหรับการนั้น
- ลายนิ้วมือและภาพใบหน้าเป็นข้อมูลชีวภาพซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหว (มาตรา 26) ข้อ 8.2 จึงห้ามส่งให้ผู้ให้บริการ ส่งเฉพาะรายงานเวลาเข้าออก
- นายจ้างต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ (มาตรา 37(4)) ผู้ให้บริการจึงต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง (ข้อ 8.4) · การเก็บข้อมูลในระบบที่อยู่ต่างประเทศต้องเข้าเงื่อนไขมาตรา 28–29
- ห้ามนำข้อมูลค่าจ้างเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ รวมถึงใช้แปลสลิปหรืออ่านใบลงเวลา (ข้อ 8.5) ฝ่าฝืนแล้วถือเป็นการเปิดเผยนอกคำสั่ง ผู้ว่าจ้างบอกเลิกได้ทันทีตามข้อ 11.2 และเรียกค่าเสียหายได้
- ข้อ 8 และข้อ 9 ของสัญญานี้ครอบคลุมความลับและข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว ไม่ต้องทำสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) ซ้ำ ถ้าต้องการให้พนักงานฝ่ายบุคคลหรือหัวหน้างานของนายจ้างเองรับรองว่าจะรักษาความลับ ให้ใช้คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า
การจ่ายเงินสดที่หน้างาน
เก็บใบรับเงินที่ลูกจ้างลงชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ทุกงวด (ข้อ 5.3) เพราะเป็นหลักฐานการจ่ายค่าจ้างเมื่อพนักงานตรวจแรงงานตรวจหรือเมื่อลูกจ้างร้องเรียน ให้มีพยานฝั่งนายจ้างสองคนขณะแจกเงิน และบันทึกซองที่ยังไม่มีผู้รับ
ค่าปรับส่งงานล่าช้า
ค่าปรับวันละ … รวมไม่เกินสองเท่าของค่าบริการงวดนั้น ศาลลดค่าปรับที่สูงเกินส่วนได้ (ป.พ.พ. มาตรา 383) รับงานล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
เพดานความรับผิด
ความรับผิดของผู้ให้บริการตามข้อ 7.2 ไม่เกินค่าบริการ 12 เดือนก่อนเกิดเหตุหรือ … แล้วแต่ใดสูงกว่า ยกเว้นจงใจ ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง (ป.พ.พ. มาตรา 373) ข้อมูลส่วนบุคคล และเงินที่รับไว้นำส่ง ข้อจำกัดความรับผิดในสัญญาสำเร็จรูปบังคับได้เท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4)
เอกสารแนบท้าย
- เอกสารแนบท้ายหมายเลข 1 ใบเสนอราคาของผู้ให้บริการ …
- ตารางวันจ่ายค่าจ้างของทั้งปีและปฏิทินวันหยุด (ข้อ 3.1 และข้อ 4.3)
- ตารางอัตราค่าจ้างรายตำแหน่งหรือรายชิ้นงาน และระเบียบค่าล่วงเวลาของผู้ว่าจ้าง
- รายชื่อผู้มีอำนาจยืนยันข้อมูลเวลาทำงานของแต่ละหน้างาน
- หนังสือรับรองนิติบุคคลของคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคล (ไม่เกิน 6 เดือน)
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า ปิดอากรในวันลงนาม และลงนามก่อนส่งข้อมูลลูกจ้างชุดแรก
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-83ADA7 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้างเข้าลักษณะ จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของสินจ้าง ผู้ให้บริการเป็นผู้เสียอากร สัญญานี้คิดค่าบริการตามจำนวนรายการจึงไม่ทราบสินจ้างแน่นอนตอนทำสัญญา บัญชีอัตราอากรให้ประมาณการก่อน สำหรับประมาณการ … คิดเป็นอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าค่าบริการที่รับจริงสูงกว่าประมาณการ ให้เสียอากรเพิ่มในส่วนที่เกิน ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรผ่านระบบ e-Stamp ตราสารที่ไม่ปิดอากรใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าบริการไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ให้บริการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ ผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าบริการร้อยละ 3 (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือข้อ 12/1 แล้วแต่ลักษณะผู้รับ) เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินสมทบประกันสังคมคำนวณจากค่าจ้างรวมทุกงวดของลูกจ้างแต่ละคนในเดือนนั้น (ข้อ 1.3) หน้าที่ต่อรัฐยังเป็นของนายจ้าง ถ้ายื่นช้า หน่วยงานเรียกเงินเพิ่มจากนายจ้างก่อน แล้วนายจ้างเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ตามข้อ 6.3 ถ้าเป็นความผิดของผู้ให้บริการ
ใช้สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้างตอนไหน
ใช้เมื่อโรงงาน ผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้านอาหาร หรือฟาร์มจ่ายค่าจ้างรายสัปดาห์หรือรายปักษ์ และให้คนนอกคำนวณจากข้อมูลลงเวลา · ใช้เมื่อจำนวนลูกจ้างเปลี่ยนทุกงวดและต้องการจ่ายค่าบริการตามจำนวนที่คำนวณจริง · ใช้เมื่อยังจ่ายเงินสดที่หน้างานหรือโอนพร้อมเพย์ และต้องการใบรับเงินรายคนที่ตรวจสอบได้ · ใช้เมื่อมีลูกจ้างต่างด้าวและต้องการให้ผู้ให้บริการเตือนวันหมดอายุเอกสาร
ทำสัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้างต้องระวังอะไร
ข้อมูลว่าใครทำงานวันไหนกี่ชั่วโมงเป็นความรับผิดชอบของนายจ้าง ตรวจรายการผิดปกติที่ผู้ให้บริการส่งมาก่อนยืนยันทุกงวด · ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของจังหวัดที่ลูกจ้างทำงาน และอัตราเปลี่ยนได้ทุกปี · หักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายอนุญาต บางกรณีต้องมีหนังสือยินยอมและมีเพดาน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.76–77) · ถ้าใช้เครื่องสแกนนิ้วหรือใบหน้า ส่งให้ผู้ให้บริการเฉพาะรายงานเวลาเข้าออก ไม่ส่งข้อมูลชีวภาพ · จ่ายค่าจ้างช้า นายจ้างเสียดอกเบี้ยและอาจเสียเงินเพิ่มให้ลูกจ้าง (ม.9) ตั้งเส้นตายส่งข้อมูลให้มีเวลาพอ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง
ถ้าพนักงานเป็นรายเดือน จ่ายเดือนละครั้ง และตกลงค่าบริการเหมารายเดือน ให้ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน · ถ้าจ้างทำบัญชีทั้งกิจการ ยื่นภาษีและปิดงบ ให้ใช้ สัญญาจ้างทำบัญชี · ถ้าจ้างผู้ให้บริการทำค่าจ้างอยู่แล้วตามสัญญาเดิมที่ไม่มีข้อความลับ และต้องการเพียงเอกสารแนบเรื่องความลับกับข้อมูลค่าจ้าง ให้ใช้ สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) · ถ้าต้องการเพียงข้อตกลงผู้ประมวลผลข้อมูลตาม PDPA ให้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) · ถ้าต้องการให้พนักงานของตนเองรับรองว่าจะรักษาความลับ ให้ใช้ คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า · ถ้าต้องการให้ผู้รับจ้างจัดหาคนมาทำงานให้ด้วย ไม่ใช่แค่ทำค่าจ้าง สัญญานี้ไม่ครอบคลุม — ผู้ประกอบกิจการถือเป็นนายจ้างของคนที่จัดหามา (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.11/1)
ลงนามสัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้างต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า ปิดอากรในวันลงนาม และลงนามก่อนส่งข้อมูลลูกจ้างชุดแรก
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 15 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1
ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 9
ในกรณีที่นายจ้างไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงินตามมาตรา 10 วรรคสอง ไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างบอกเลิกสัญญาจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 หรือไม่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัตินี้ภายในเวลาที่กำหนดตามมาตรา 70 หรือไม่จ่ายเงินกรณีนายจ้างหยุดกิจการตามมาตรา 75 หรือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าหรือค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 120 มาตรา 120/1 มาตรา 121 และมาตรา 122 ให้นายจ้างเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างเวลาผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว
หมวด 1 บททั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37
ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดา ได้แก่ถิ่นอันบุคคลนั้นมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ
ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28
บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373
ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น ท่านว่าเป็นโมฆะ
หมวด 2 ผลแห่งสัญญา