สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจับคู่ผู้ให้บริการอิสระกับลูกค้าที่ต้องการบริการ โดยเก็บค่าธรรมเนียมและจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการตามรอบ · ต้องรักษาสิทธิผู้ให้บริการรายย่อยในการปฏิเสธงานไว้ ถ้าบังคับรับงานทุกครั้งเสี่ยงกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แทนจ้างทำของตาม ม.587

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจับคู่ช่าง แม่บ้าน ครูสอนพิเศษ หรือผู้ให้บริการอิสระอื่นกับลูกค้า
อากรแสตมป์สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอนระหว่างผู้ให้บริการแพลตฟอร์มกับผู้ให้บริการรายย่อย เพราะค่าธรรมเนียมคิดเป็นร้อยละของค่าบริการที่เกิดในอนาคต ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร สัญญาให้บริการจริงระหว่างผู้ให้บริการรายย่อยกับลูกค้าแต่ละรายต่างหากอาจเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของถ้ามีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่นั่นเป็นเรื่องนอกสัญญาฉบับนี้
ภาษีค่าบริการแพลตฟอร์มที่ผู้ให้บริการรายย่อยจ่ายให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าผู้ให้บริการรายย่อยเป็นนิติบุคคลและหักจากยอดที่รับไว้แทนตามข้อ 8.1 ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าบริการ รายได้ค่าบริการที่ลูกค้าจ่ายเป็นรายได้ของผู้ให้บริการรายย่อย ไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม ถ้าผู้ให้บริการรายย่อยเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกินเกณฑ์ ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และถ้าให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มและมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยตนเอง
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ผู้ให้บริการรายย่อยต้องมีใบอนุญาตหรือคุณวุฒิตามกฎหมายเฉพาะของบริการแต่ละประเภท เช่น ผู้ขับรถรับจ้างต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ช่างไฟฟ้าต้องมีหนังสือรับรองความสามารถ นวดแผนไทยต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะของบริการที่ขึ้นทะเบียนบนแพลตฟอร์มก่อนเปิดใช้งาน ข้อ 2 กำหนดกลไกให้ตรวจสอบและระงับเมื่อเอกสารหมดอายุ แต่ไม่ได้แทนหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายเฉพาะนั้น ๆ ถ้าส่งข้อมูลลูกค้าให้ผู้ให้บริการรายย่อยเพื่อไปให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุในข้อ 9
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224, 383, 420, 575, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24, 27; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1, 12/7
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจับคู่ช่าง แม่บ้าน ครูสอนพิเศษ หรือผู้ให้บริการอิสระอื่นกับลูกค้า
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดการตรวจใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้ให้บริการก่อนขึ้นระบบ
  • ใช้เมื่อต้องแยกความรับผิดให้ชัดระหว่างระบบแพลตฟอร์มกับตัวบริการที่ทำจริง

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ต้องรักษาสิทธิผู้ให้บริการรายย่อยในการปฏิเสธงานไว้ ถ้าบังคับรับงานทุกครั้งเสี่ยงกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แทนจ้างทำของตาม ม.587
  • ต้องตรวจใบอนุญาตต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอนสมัคร และระงับการรับงานทันทีเมื่อเอกสารหมดอายุ
  • บริการที่เข้าถึงบ้านลูกค้าหรือเด็กควรมีการตรวจประวัติก่อนขึ้นทะเบียน
  • เงินที่แพลตฟอร์มรับจากลูกค้าแทนผู้ให้บริการเป็นของผู้ให้บริการทันที ต้องแยกบัญชีและมีกำหนดจ่าย
  • ห้ามลบรีวิวจริงเพื่อประโยชน์ทางการค้า และห้ามผู้ให้บริการปั่นรีวิวตัวเอง

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอนระหว่างผู้ให้บริการแพลตฟอร์มกับผู้ให้บริการรายย่อย เพราะค่าธรรมเนียมคิดเป็นร้อยละของค่าบริการที่เกิดในอนาคต ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร สัญญาให้บริการจริงระหว่างผู้ให้บริการรายย่อยกับลูกค้าแต่ละรายต่างหากอาจเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของถ้ามีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่นั่นเป็นเรื่องนอกสัญญาฉบับนี้

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ผู้ให้บริการรายย่อยต้องมีใบอนุญาตหรือคุณวุฒิตามกฎหมายเฉพาะของบริการแต่ละประเภท เช่น ผู้ขับรถรับจ้างต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ช่างไฟฟ้าต้องมีหนังสือรับรองความสามารถ นวดแผนไทยต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะของบริการที่ขึ้นทะเบียนบนแพลตฟอร์มก่อนเปิดใช้งาน ข้อ 2 กำหนดกลไกให้ตรวจสอบและระงับเมื่อเอกสารหมดอายุ แต่ไม่ได้แทนหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายเฉพาะนั้น ๆ

ถ้าส่งข้อมูลลูกค้าให้ผู้ให้บริการรายย่อยเพื่อไปให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุในข้อ 9

ภาษี

ค่าบริการแพลตฟอร์มที่ผู้ให้บริการรายย่อยจ่ายให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าผู้ให้บริการรายย่อยเป็นนิติบุคคลและหักจากยอดที่รับไว้แทนตามข้อ 8.1 ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าบริการ

รายได้ค่าบริการที่ลูกค้าจ่ายเป็นรายได้ของผู้ให้บริการรายย่อย ไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม ถ้าผู้ให้บริการรายย่อยเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกินเกณฑ์ ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และถ้าให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มและมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยตนเอง

เส้นแบ่งที่สำคัญที่สุดของสัญญาฉบับนี้ คือ ม.575 กับ ม.587

ข้อ 1.2 เขียนไว้ว่าผู้ให้บริการรายย่อยเป็นผู้รับจ้างอิสระตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ไม่ใช่ลูกจ้างตามมาตรา 575 แต่คำในสัญญาไม่ได้ตัดสินเรื่องนี้เพียงลำพัง ศาลจะดูข้อเท็จจริง ถ้าแพลตฟอร์มควบคุมราคาอย่างเข้มงวด บังคับตารางเวลาทำงาน กำหนดเส้นทางหรือวิธีทำงานในรายละเอียด และห้ามผู้ให้บริการรายย่อยรับงานจากที่อื่น ความสัมพันธ์นั้นเข้าใกล้จ้างแรงงานมากขึ้น ซึ่งจะทำให้แพลตฟอร์มมีภาระค่าชดเชย เงินสมทบประกันสังคม และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต่างไปจากที่คาดไว้

ข้อ 3.2 จึงให้ผู้ให้บริการรายย่อยมีสิทธิปฏิเสธงานได้โดยไม่ต้องให้เหตุผล เพราะสิทธิเลือกรับหรือไม่รับงานเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่บ่งชี้ความเป็นอิสระ

การตรวจสอบคุณสมบัติไม่ใช่แค่ตอนเริ่ม ต้องตรวจต่อเนื่อง

จุดที่พลาดบ่อยที่สุดของมาร์เก็ตเพลสบริการคือ ตรวจใบอนุญาตครั้งเดียวตอนสมัคร แล้วไม่มีใครตรวจอีกเลย ข้อ 2.2 จึงบังคับให้ผู้ให้บริการรายย่อยแจ้งเองเมื่อเอกสารหมดอายุ และให้แพลตฟอร์มมีอำนาจระงับการรับงานใหม่ทันทีเมื่อพบ ไม่ใช่รอให้ลูกค้าร้องเรียนก่อน เพราะถ้าลูกค้าได้รับบาดเจ็บจากบริการที่ผู้ให้บริการรายย่อยไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย และแพลตฟอร์มรู้อยู่แล้วว่าใบอนุญาตหมดอายุแต่ยังปล่อยให้รับงาน ความเสี่ยงทางละเมิดของแพลตฟอร์มเองก็เพิ่มขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 420

ถ้าบริการเกี่ยวข้องกับการเข้าบ้านลูกค้าหรือดูแลเด็ก ข้อ 2.3 บังคับให้มีการตรวจประวัติก่อนรับงาน ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำที่ตลาดคาดหวัง ไม่ใช่ทางเลือก

รีวิวปลอมและรีวิวที่ถูกลบ — สองด้านของปัญหาเดียวกัน

ข้อ 4 ห้ามทั้งสองทาง ผู้ให้บริการรายย่อยห้ามปั่นรีวิวของตัวเอง และแพลตฟอร์มห้ามลบรีวิวจริงเพื่อรักษาหน้าตาของผู้ให้บริการรายย่อยที่ทำเงินให้แพลตฟอร์มมาก การสร้างรีวิวปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน อาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 แยกจากการผิดสัญญา

เงินที่รับแทน และการกันยอดระหว่างมีข้อพิพาท

ข้อ 8.1 ใช้หลักเดียวกับสัญญาระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขายสินค้า เงินที่แพลตฟอร์มรับจากลูกค้าแทนผู้ให้บริการรายย่อยเป็นของผู้ให้บริการรายย่อยทันทีที่รับไว้ ต้องแยกบัญชีและจ่ายตามกำหนด ถ้านำไปใช้ก่อนต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ข้อ 5.2 ให้กันยอดได้เฉพาะระหว่างมีข้อพิพาทจริงและมีกำหนดเวลาปลดยอด ไม่ใช่กันไว้เรื่อย ๆ โดยไม่มีกำหนด ซึ่งจะเป็นการหน่วงเงินที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อที่คนทำ Marketplace บริการพลาดบ่อย

  • ไม่แยกความรับผิดระหว่างระบบกับตัวบริการ — ลูกค้าโดนบริการห่วยแล้วไปเอาผิดแพลตฟอร์ม ทั้งที่แพลตฟอร์มแค่จับคู่งาน ข้อ 1.3 แยกให้ชัด แต่ต้องสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจตรงกันด้วย ไม่ใช่แค่เขียนในสัญญา
  • ไม่มีช่องทางโต้แย้งรีวิวที่ไม่เป็นธรรม — ข้อ 4.3 ให้เวลาผู้ให้บริการรายย่อยโต้แย้ง
  • ตรวจใบอนุญาตแค่ตอนสมัคร — ข้อ 2.2 บังคับตรวจต่อเนื่องและระงับทันทีเมื่อพบปัญหา
  • บังคับผู้ให้บริการรายย่อยรับทุกงานที่ส่งมา — เสี่ยงเป็นจ้างแรงงานแทนจ้างทำของ ข้อ 3.2 ให้สิทธิปฏิเสธ

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • มาตรฐานการให้บริการและเกณฑ์ประเมินผลของผู้ให้บริการรายย่อย
  • รายการใบอนุญาต คุณวุฒิ และกรมธรรม์ประกันภัยที่ต้องมี
  • ตารางค่าธรรมเนียมและกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
  • ข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับข้อมูลลูกค้าที่ส่งให้ผู้ให้บริการรายย่อย

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกฉบับ ตรวจสำเนาใบอนุญาตและกรมธรรม์ประกันภัยของผู้ให้บริการรายย่อยให้ยังไม่หมดอายุก่อนลงนาม

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-4BE2C2 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอนระหว่างผู้ให้บริการแพลตฟอร์มกับผู้ให้บริการรายย่อย เพราะค่าธรรมเนียมคิดเป็นร้อยละของค่าบริการที่เกิดในอนาคต ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร สัญญาให้บริการจริงระหว่างผู้ให้บริการรายย่อยกับลูกค้าแต่ละรายต่างหากอาจเข้าลักษณะ 4 จ้างทำของถ้ามีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร แต่นั่นเป็นเรื่องนอกสัญญาฉบับนี้

สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าบริการแพลตฟอร์มที่ผู้ให้บริการรายย่อยจ่ายให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าผู้ให้บริการรายย่อยเป็นนิติบุคคลและหักจากยอดที่รับไว้แทนตามข้อ 8.1 ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าบริการ รายได้ค่าบริการที่ลูกค้าจ่ายเป็นรายได้ของผู้ให้บริการรายย่อย ไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม ถ้าผู้ให้บริการรายย่อยเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้เกินเกณฑ์ ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเอง และถ้าให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มและมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยตนเอง

ใช้สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการตอนไหน

ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจับคู่ช่าง แม่บ้าน ครูสอนพิเศษ หรือผู้ให้บริการอิสระอื่นกับลูกค้า · ใช้เมื่อต้องกำหนดการตรวจใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้ให้บริการก่อนขึ้นระบบ · ใช้เมื่อต้องแยกความรับผิดให้ชัดระหว่างระบบแพลตฟอร์มกับตัวบริการที่ทำจริง

ทำสัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการต้องระวังอะไร

ต้องรักษาสิทธิผู้ให้บริการรายย่อยในการปฏิเสธงานไว้ ถ้าบังคับรับงานทุกครั้งเสี่ยงกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แทนจ้างทำของตาม ม.587 · ต้องตรวจใบอนุญาตต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอนสมัคร และระงับการรับงานทันทีเมื่อเอกสารหมดอายุ · บริการที่เข้าถึงบ้านลูกค้าหรือเด็กควรมีการตรวจประวัติก่อนขึ้นทะเบียน · เงินที่แพลตฟอร์มรับจากลูกค้าแทนผู้ให้บริการเป็นของผู้ให้บริการทันที ต้องแยกบัญชีและมีกำหนดจ่าย · ห้ามลบรีวิวจริงเพื่อประโยชน์ทางการค้า และห้ามผู้ให้บริการปั่นรีวิวตัวเอง

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ

ถ้าขายสินค้าที่ต้องจัดส่งแทนบริการ ให้ใช้ ข้อตกลงระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขาย · ถ้าเป็นการจ้างคนมาประจำไซต์งานของตัวเองต่อเนื่อง ไม่ใช่มาร์เก็ตเพลส ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว) · ถ้าเป็นบริการที่มีปฏิทินจองล่วงหน้าและมัดจำ เช่น ที่พักหรือร้านนวด ให้ใช้สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการเมื่อมีแม่แบบนั้น

สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ผู้ให้บริการรายย่อยต้องมีใบอนุญาตหรือคุณวุฒิตามกฎหมายเฉพาะของบริการแต่ละประเภท เช่น ผู้ขับรถรับจ้างต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ช่างไฟฟ้าต้องมีหนังสือรับรองความสามารถ นวดแผนไทยต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ให้ตรวจกฎหมายเฉพาะของบริการที่ขึ้นทะเบียนบนแพลตฟอร์มก่อนเปิดใช้งาน ข้อ 2 กำหนดกลไกให้ตรวจสอบและระงับเมื่อเอกสารหมดอายุ แต่ไม่ได้แทนหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายเฉพาะนั้น ๆ ถ้าส่งข้อมูลลูกค้าให้ผู้ให้บริการรายย่อยเพื่อไปให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุในข้อ 9

ลงนามสัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกฉบับ ตรวจสำเนาใบอนุญาตและกรมธรรม์ประกันภัยของผู้ให้บริการรายย่อยให้ยังไม่หมดอายุก่อนลงนาม

ทำสัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

มาตรฐานการให้บริการและเกณฑ์ประเมินผลของผู้ให้บริการรายย่อย รายการใบอนุญาต คุณวุฒิ และกรมธรรม์ประกันภัยที่ต้องมี ตารางค่าธรรมเนียมและกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับข้อมูลลูกค้าที่ส่งให้ผู้ให้บริการรายย่อย

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ