สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

สัญญาระหว่างร้านกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าสังหาริมทรัพย์และชำระราคาผ่อนเป็นงวด โดยสินค้าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อเมื่อส่งมอบ · กรอกยอดเงินดาวน์ ยอดคงเหลือ งวดปกติ และงวดสุดท้ายให้รวมเท่ากับราคาผ่อนก่อนลงนาม มิฉะนั้นตารางชำระอาจโต้แย้งได้

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อร้านขายสินค้าสังหาริมทรัพย์และตกลงราคาแบบผ่อนชำระกับลูกค้าโดยตรง
อากรแสตมป์สัญญาซื้อขายสินค้าสังหาริมทรัพย์แบบผ่อนชำระฉบับนี้ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนสัญญา ต่างจากเช่าซื้อซึ่งเป็นการให้เช่าและคำมั่นว่าจะขายเมื่อผ่อนครบ ใบรับเงินหรือหลักฐานรับชำระรายงวดอาจเข้าลักษณะตราสาร 28 ผู้ขายหรือผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ตามกรณี แต่ใบรับที่ออกเนื่องจากการขายสินค้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีมีข้อยกเว้น ให้ตรวจประเภทเอกสารจริงก่อนออก ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 สำหรับสัญญาซื้อขายนี้เองไม่มีอากรแสตมป์
ภาษีการขายสินค้าโดยทั่วไปไม่ใช่เงินได้ที่ผู้ซื้อหักภาษี ณ ที่จ่าย เว้นแต่มีข้อเท็จจริงหรือกฎหมายเฉพาะต่างหาก หากผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องระบุว่าราคาผ่อน … รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ในเอกสารขาย และออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และมาตรา 86 แยกราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และบริการอื่นในใบเสนอราคาและใบกำกับภาษีให้ชัด การแบ่งชำระเงินไม่ทำให้ราคา หรือวันที่เกิดความรับผิดภาษี เปลี่ยนไปเอง ให้ผู้ขายตรวจสถานะ VAT และเวลาที่ต้องออกเอกสารกับผู้ทำบัญชีตามข้อเท็จจริงก่อนส่งมอบ
แบบที่กฎหมายกำหนดแม่แบบนี้ใช้เฉพาะสินค้าสังหาริมทรัพย์ทั่วไป จึงไม่ต้องจดทะเบียนการซื้อขาย สัญญาซื้อขายสินค้าตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปควรมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเพื่อใช้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่งสัญญาฉบับนี้จัดทำไว้แล้ว ห้ามใช้กับอสังหาริมทรัพย์ เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตัน แพ หรือสัตว์พาหนะ ซึ่งการซื้อขายต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ใช้แทนสัญญาเช่าซื้อรถหรือทรัพย์ที่ร้านให้เช่าแล้วจึงให้เป็นเจ้าของเมื่อผ่อนครบ
มาตราที่อ้างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7, 204, 213, 215, 224, 387, 391, 453, 456, 458, 461–463, 472–475, 483, 485; พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ม.5, 9; พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 27, 30, 33, 35–37; ประมวลรัษฎากร ม.78, 86, 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 28
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อร้านขายสินค้าสังหาริมทรัพย์และตกลงราคาแบบผ่อนชำระกับลูกค้าโดยตรง
  • ใช้เมื่อมีเงินดาวน์ งวดรายเดือน และงวดสุดท้ายที่คู่สัญญาระบุยอดกับวันครบกำหนดได้ชัด
  • ใช้เมื่อร้านส่งสินค้าให้ลูกค้าก่อนชำระครบ แต่ไม่ต้องการให้สัญญาเป็นเช่าซื้อ
  • ใช้เมื่อร้านต้องจัดส่งสินค้า ออกหลักฐานรับเงิน และให้ลูกค้าแจ้งปัญหาสินค้าผ่านช่องทางที่ระบุ

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • กรอกยอดเงินดาวน์ ยอดคงเหลือ งวดปกติ และงวดสุดท้ายให้รวมเท่ากับราคาผ่อนก่อนลงนาม มิฉะนั้นตารางชำระอาจโต้แย้งได้
  • สินค้าตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปควรมีหลักฐานเป็นหนังสือลงชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่งแม่แบบนี้จัดให้แล้ว
  • หากคิดราคาผ่อนสูงกว่าราคาเงินสด ต้องเปิดเผยทั้งสองราคาและค่าใช้จ่ายที่รวมอยู่ ไม่ควรเรียกยอดที่ไม่ระบุในสัญญา เพราะอาจเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4
  • หากลูกค้าผิดนัด ให้ทวงยอดที่ถึงกำหนดและให้ระยะเวลาแก้ไขก่อน ไม่ใช้ข้อความริบเงินหรือยึดคืนสินค้าด้วยตนเอง
  • ผู้ขายยังต้องรับผิดเรื่องสินค้าไม่ปลอดภัย และไม่อาจตัดสิทธิดังกล่าวล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9
  • ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อขาย จัดส่ง รับชำระ และติดตามยอดตามที่แจ้งไว้เท่านั้น พร้อมคุ้มครองข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37
  • ร้านที่ต้องการเรียกยอดที่เหลือทั้งก้อนเมื่อลูกค้าเบี้ยวหลายงวด ให้ติ๊กตัวเลือกเร่งหนี้ — ถ้าไม่ติ๊ก ทวงได้เฉพาะงวดที่ถึงกำหนดแล้วเท่านั้น

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

  • ไม่เหมาะกับการให้เช่าทรัพย์และสัญญาว่าจะขายเมื่อผ่อนครบ เพราะเข้าลักษณะเช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ให้ใช้ สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องใช้)
  • ไม่เหมาะกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตัน แพ หรือสัตว์พาหนะ ควรใช้สัญญาและขั้นตอนเฉพาะประเภททรัพย์
  • ไม่เหมาะกับร้านหรือผู้ให้กู้ที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อเป็นปกติหรือมีผู้รับโอนหนี้หลายราย ควรปรึกษาทนายของคุณเรื่องรูปแบบธุรกิจและกฎหมายเฉพาะก่อนใช้

อากรแสตมป์

สัญญาซื้อขายสินค้าสังหาริมทรัพย์แบบผ่อนชำระฉบับนี้ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนสัญญา ต่างจากเช่าซื้อซึ่งเป็นการให้เช่าและคำมั่นว่าจะขายเมื่อผ่อนครบ

ใบรับเงินหรือหลักฐานรับชำระรายงวดอาจเข้าลักษณะตราสาร 28 ผู้ขายหรือผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ตามกรณี แต่ใบรับที่ออกเนื่องจากการขายสินค้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีมีข้อยกเว้น ให้ตรวจประเภทเอกสารจริงก่อนออก

ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 สำหรับสัญญาซื้อขายนี้เองไม่มีอากรแสตมป์

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

แม่แบบนี้ใช้เฉพาะสินค้าสังหาริมทรัพย์ทั่วไป จึงไม่ต้องจดทะเบียนการซื้อขาย สัญญาซื้อขายสินค้าตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปควรมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเพื่อใช้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่งสัญญาฉบับนี้จัดทำไว้แล้ว

ห้ามใช้กับอสังหาริมทรัพย์ เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตัน แพ หรือสัตว์พาหนะ ซึ่งการซื้อขายต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ใช้แทนสัญญาเช่าซื้อรถหรือทรัพย์ที่ร้านให้เช่าแล้วจึงให้เป็นเจ้าของเมื่อผ่อนครบ

ภาษี

การขายสินค้าโดยทั่วไปไม่ใช่เงินได้ที่ผู้ซื้อหักภาษี ณ ที่จ่าย เว้นแต่มีข้อเท็จจริงหรือกฎหมายเฉพาะต่างหาก หากผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องระบุว่าราคาผ่อน … รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ในเอกสารขาย และออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และมาตรา 86

แยกราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และบริการอื่นในใบเสนอราคาและใบกำกับภาษีให้ชัด การแบ่งชำระเงินไม่ทำให้ราคา หรือวันที่เกิดความรับผิดภาษี เปลี่ยนไปเอง ให้ผู้ขายตรวจสถานะ VAT และเวลาที่ต้องออกเอกสารกับผู้ทำบัญชีตามข้อเท็จจริงก่อนส่งมอบ

ร้านต้องรู้ก่อนใช้ฉบับนี้ — ผ่อนชำระ ไม่ใช่ เช่าซื้อ

แม่แบบนี้เลือกให้ กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ส่งมอบ ผลคือของเป็นของลูกค้าแล้วตั้งแต่วันแรก ถ้าลูกค้าไม่ผ่อนต่อ ร้านยึดของคืนไม่ได้ มีแต่สิทธิเรียกเงินและฟ้องเป็นหนี้เท่านั้น — การไปเอาของคืนเองเป็นความผิดอาญาได้

ถ้าร้านต้องการสิทธิยึดของคืน ต้องใช้ สัญญาเช่าซื้อ ซึ่งเป็นคนละแบบ คือร้านยังเป็นเจ้าของและให้คำมั่นว่าจะขายเมื่อผ่อนครบ (ป.พ.พ. ม.572) และเช่าซื้อต้องทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ พร้อมมีกติกาเรื่องการบอกเลิกและริบเงินของตัวเองต่างหาก

เลือกผิดแบบแล้วแก้ทีหลังไม่ได้ เพราะกรรมสิทธิ์โอนไปแล้ว — ร้านที่ขายของราคาสูงและกลัวลูกค้าเบี้ยว ควรปรึกษาทนายว่าจะใช้เช่าซื้อหรือขอหลักประกันแทน

การทวงหนี้ — จุดที่ร้านผ่อนโดนจับได้บ่อยที่สุด

เมื่อลูกค้าค้างงวด ร้านกลายเป็น "ผู้ทวงถามหนี้" ทันที และอยู่ใต้ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีโทษอาญาจริง ไม่ใช่แค่ปรับทางปกครอง

  • ห้ามติดต่อคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ เพื่อทวงหนี้ (ม.8) โทรหาพ่อแม่ หัวหน้างาน หรือคนค้ำที่ไม่ได้ระบุไว้ ทำไม่ได้ ติดต่อคนอื่นได้เพียงเพื่อถามว่าจะติดต่อลูกหนี้ได้ที่ไหนเท่านั้น
  • เวลาที่ติดต่อได้ จันทร์–ศุกร์ 08.00–20.00 น. วันหยุดราชการ 08.00–18.00 น. (ม.9(2)) และต้องติดต่อตามจำนวนครั้งที่เหมาะสม (ม.9(3))
  • ห้ามเปิดเผยความเป็นหนี้ให้ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง (ม.11(3)) — โพสต์ประจานในเพจ แท็กชื่อลูกค้า หรือส่งเข้ากลุ่มไลน์ เข้าข้อนี้เต็มๆ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (ม.39)
  • ข่มขู่ ใช้ความรุนแรง หรือทำให้เสียชื่อเสียง (ม.11(1)) โทษหนักกว่านั้นอีก จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท (ม.41)
  • รับเงินแล้วต้องออกหลักฐานการชำระหนี้ทุกครั้ง (ม.10) ซึ่งตรงกับหน้าที่ตามข้อ 2.3 อยู่แล้ว

ข้อที่ร้านผ่อนพลาดบ่อย

  • ส่วนต่างราคาเงินสดกับราคาผ่อนต้องเปิดเผยตั้งแต่แรก ข้อ 2.1 ทำไว้ถูกแล้ว การมาเรียกเพิ่มทีหลังโดยอ้างค่าติดตามหรือค่าดำเนินการที่ไม่ได้ตกลงไว้ เป็นข้อเรียกที่อาจไม่มีผลบังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4
  • ริบเงินที่ผ่อนมาแล้วทั้งหมดไม่ได้ ข้อ 8.2 วางหลักไว้ถูก เมื่อเลิกสัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมและหักกลบเฉพาะความเสียหายที่พิสูจน์ได้ (ป.พ.พ. ม.391) ข้อสัญญาที่เขียนให้ริบทุกกรณีเป็นข้อที่ศาลลดหรือไม่บังคับให้ได้
  • ดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 5 ต่อปีตามข้อ 7.2 คิดได้เฉพาะงวดที่ถึงกำหนดและค้างแล้ว ห้ามเร่งให้ยอดที่ยังไม่ถึงกำหนดกลายเป็นหนี้ทันทีแล้วคิดดอกทั้งก้อน เว้นแต่มีข้อตกลงเร่งหนี้ที่ชัดเจนและเป็นธรรม
  • ถ้าร้านปล่อยผ่อนเป็นปกติธุระจนมีลักษณะให้สินเชื่อ ไม่ใช่การขายสินค้าของตนเอง อาจเข้าข่ายประกอบธุรกิจที่ต้องขออนุญาต และถ้าส่วนต่างสูงจนมีลักษณะเป็นดอกเบี้ยอำพราง อาจถูกตรวจสอบเรื่องอัตราดอกเบี้ย — ให้ทนายดูโครงสร้างราคาก่อนทำเป็นธุรกิจหลัก

ธุรกิจขายสินค้าโดยผ่อนชำระเป็นธุรกิจที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศควบคุมสัญญา ซึ่งกำหนดข้อความที่สัญญาต้องมีและต้องไม่มี — ร้านที่ขายผ่อนเป็นปกติธุระควรให้ทนายของคุณตรวจว่าสัญญาครบตามประกาศก่อนใช้จริง

ถ้าจะเรียกยอดที่เหลือทั้งก้อน (ข้อ 7.4)

  1. รอให้ลูกค้าค้างครบ … งวดติดต่อกันก่อน
  2. ส่งหนังสือบอกกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ระบุยอดค้าง งวดที่ค้าง ช่องทางชำระ และเขียนชัดว่าถ้าไม่ชำระภายในกำหนด (ไม่น้อยกว่า 30 วันนับแต่ลูกค้าได้รับ) ยอดที่เหลือทั้งหมดจะถึงกำหนดทันที
  3. เมื่อพ้นกำหนดแล้วจึงคำนวณยอดทั้งหมด หักส่วนต่างราคาผ่อนของงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดออกตามสัดส่วน แล้วทวงหรือฟ้องเป็นหนี้เงิน — ยังยึดสินค้าคืนไม่ได้เพราะเป็นของลูกค้าแล้ว

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • คำสั่งซื้อหรือใบเสนอราคาที่แสดงเลขอ้างอิง … รายการสินค้า จำนวน สภาพ และราคาเงินสดกับราคาผ่อน
  • ตารางชำระราคาที่แสดงเงินดาวน์ … ยอดคงเหลือ … วันครบกำหนดทุกงวด และยอดงวดสุดท้าย พร้อมตรวจยอดรวมเท่ากับราคาผ่อน …
  • ภาพสินค้า หมายเลขประจำเครื่อง ใบรับประกัน คู่มือ คำเตือน และรายการอุปกรณ์ที่ส่งมอบ
  • ใบส่งของ หลักฐานรับสินค้า หลักฐานชำระเงิน ใบเสร็จ และใบกำกับภาษีเมื่อมี
  • นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลและขั้นตอนแจ้งปัญหา รับประกัน คืนสินค้า หรือข้อพิพาทผ่าน …

วันลงนาม

ทำสัญญาสองฉบับข้อความตรงกัน ให้คู่สัญญาลงนามและลงชื่อกำกับทุกหน้า รวมถึงตารางผ่อนและเอกสารแนบทุกชุด พยานควรเห็นการลงนามและระบุตัวตนได้

ตรวจว่าข้อมูลคู่สัญญา อำนาจลงนาม และช่องทางติดต่อครบถ้วน โดยเฉพาะวันชำระเงินดาวน์ … วันครบกำหนดงวดแรก … และงวดสุดท้าย … ผู้ขายควรส่งสำเนาสัญญา ตารางผ่อน และหลักฐานรับเงินให้ผู้ซื้อทันที

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-243F0A · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาซื้อขายสินค้าสังหาริมทรัพย์แบบผ่อนชำระฉบับนี้ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนสัญญา ต่างจากเช่าซื้อซึ่งเป็นการให้เช่าและคำมั่นว่าจะขายเมื่อผ่อนครบ ใบรับเงินหรือหลักฐานรับชำระรายงวดอาจเข้าลักษณะตราสาร 28 ผู้ขายหรือผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ตามกรณี แต่ใบรับที่ออกเนื่องจากการขายสินค้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีมีข้อยกเว้น ให้ตรวจประเภทเอกสารจริงก่อนออก ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 สำหรับสัญญาซื้อขายนี้เองไม่มีอากรแสตมป์

สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า เสียภาษีอะไรบ้าง

การขายสินค้าโดยทั่วไปไม่ใช่เงินได้ที่ผู้ซื้อหักภาษี ณ ที่จ่าย เว้นแต่มีข้อเท็จจริงหรือกฎหมายเฉพาะต่างหาก หากผู้ขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องระบุว่าราคาผ่อน … รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ในเอกสารขาย และออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และมาตรา 86 แยกราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และบริการอื่นในใบเสนอราคาและใบกำกับภาษีให้ชัด การแบ่งชำระเงินไม่ทำให้ราคา หรือวันที่เกิดความรับผิดภาษี เปลี่ยนไปเอง ให้ผู้ขายตรวจสถานะ VAT และเวลาที่ต้องออกเอกสารกับผู้ทำบัญชีตามข้อเท็จจริงก่อนส่งมอบ

ใช้สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้าตอนไหน

ใช้เมื่อร้านขายสินค้าสังหาริมทรัพย์และตกลงราคาแบบผ่อนชำระกับลูกค้าโดยตรง · ใช้เมื่อมีเงินดาวน์ งวดรายเดือน และงวดสุดท้ายที่คู่สัญญาระบุยอดกับวันครบกำหนดได้ชัด · ใช้เมื่อร้านส่งสินค้าให้ลูกค้าก่อนชำระครบ แต่ไม่ต้องการให้สัญญาเป็นเช่าซื้อ · ใช้เมื่อร้านต้องจัดส่งสินค้า ออกหลักฐานรับเงิน และให้ลูกค้าแจ้งปัญหาสินค้าผ่านช่องทางที่ระบุ

ทำสัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้าต้องระวังอะไร

กรอกยอดเงินดาวน์ ยอดคงเหลือ งวดปกติ และงวดสุดท้ายให้รวมเท่ากับราคาผ่อนก่อนลงนาม มิฉะนั้นตารางชำระอาจโต้แย้งได้ · สินค้าตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปควรมีหลักฐานเป็นหนังสือลงชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่งแม่แบบนี้จัดให้แล้ว · หากคิดราคาผ่อนสูงกว่าราคาเงินสด ต้องเปิดเผยทั้งสองราคาและค่าใช้จ่ายที่รวมอยู่ ไม่ควรเรียกยอดที่ไม่ระบุในสัญญา เพราะอาจเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4 · หากลูกค้าผิดนัด ให้ทวงยอดที่ถึงกำหนดและให้ระยะเวลาแก้ไขก่อน ไม่ใช้ข้อความริบเงินหรือยึดคืนสินค้าด้วยตนเอง · ผู้ขายยังต้องรับผิดเรื่องสินค้าไม่ปลอดภัย และไม่อาจตัดสิทธิดังกล่าวล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9 · ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อขาย จัดส่ง รับชำระ และติดตามยอดตามที่แจ้งไว้เท่านั้น พร้อมคุ้มครองข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37 · ร้านที่ต้องการเรียกยอดที่เหลือทั้งก้อนเมื่อลูกค้าเบี้ยวหลายงวด ให้ติ๊กตัวเลือกเร่งหนี้ — ถ้าไม่ติ๊ก ทวงได้เฉพาะงวดที่ถึงกำหนดแล้วเท่านั้น

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า

ไม่เหมาะกับการให้เช่าทรัพย์และสัญญาว่าจะขายเมื่อผ่อนครบ เพราะเข้าลักษณะเช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ให้ใช้ สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องใช้) · ไม่เหมาะกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตัน แพ หรือสัตว์พาหนะ ควรใช้สัญญาและขั้นตอนเฉพาะประเภททรัพย์ · ไม่เหมาะกับร้านหรือผู้ให้กู้ที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อเป็นปกติหรือมีผู้รับโอนหนี้หลายราย ควรปรึกษาทนายของคุณเรื่องรูปแบบธุรกิจและกฎหมายเฉพาะก่อนใช้

สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

แม่แบบนี้ใช้เฉพาะสินค้าสังหาริมทรัพย์ทั่วไป จึงไม่ต้องจดทะเบียนการซื้อขาย สัญญาซื้อขายสินค้าตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปควรมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเพื่อใช้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่งสัญญาฉบับนี้จัดทำไว้แล้ว ห้ามใช้กับอสังหาริมทรัพย์ เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตัน แพ หรือสัตว์พาหนะ ซึ่งการซื้อขายต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามกฎหมาย รวมทั้งไม่ใช้แทนสัญญาเช่าซื้อรถหรือทรัพย์ที่ร้านให้เช่าแล้วจึงให้เป็นเจ้าของเมื่อผ่อนครบ

ลงนามสัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสัญญาสองฉบับข้อความตรงกัน ให้คู่สัญญาลงนามและลงชื่อกำกับทุกหน้า รวมถึงตารางผ่อนและเอกสารแนบทุกชุด พยานควรเห็นการลงนามและระบุตัวตนได้ ตรวจว่าข้อมูลคู่สัญญา อำนาจลงนาม และช่องทางติดต่อครบถ้วน โดยเฉพาะวันชำระเงินดาวน์ … วันครบกำหนดงวดแรก … และงวดสุดท้าย … ผู้ขายควรส่งสำเนาสัญญา ตารางผ่อน และหลักฐานรับเงินให้ผู้ซื้อทันที

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 30 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213

ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453

อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458

กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461

ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9

ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 30

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มา ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามคำขอตามวรรคหนึ่ง จะปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณี ที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บันทึกการปฏิเสธคำขอดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39 เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำขอตามวรรคหนึ่งและเป็นกรณีที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ ตามวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาตามวรรคหนึ่ง รวมทั้ง การขยายระยะเวลาตามวรรคสี่หรือหลักเกณฑ์อื่นตามความเหมาะสมก็ได้

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 33

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (2) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 32 (1) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา 32 (1) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา 32 (2) (4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 35

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572

อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว

ลักษณะ 5 เช่าซื้อ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8

คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9

เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11

ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 39

ถ้าภูมิลำเนาไม่ปรากฏ ให้ถือว่าถิ่นที่อยู่เป็นภูมิลำเนา

ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 41

ภูมิลำเนาย่อมเปลี่ยนไปด้วยการย้ายถิ่นที่อยู่ พร้อมด้วยเจตนาปรากฏชัดแจ้งว่าจะเปลี่ยนภูมิลำเนา

ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10

เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

อ่านต่อในหมวดซื้อขาย / โอน

สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้รับซื้อกับเกษตรกรที่ตกลงซื้อขายผลผลิตก่อนเก็บเกี่ยว ใช้ได้ทั้งการขายล่วงหน้า การรับซื้อประจำ และการสั่งผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ กำหนดสูตรราคา เกรดและการตรวจซ้ำ การปฏิเสธ ปริมาณ ผลเมื่อผลผลิตเสียหาย ปัจจัยการผลิตที่ผู้ซื้อจัดให้ และคำเตือนตามกฎหมายเกษตรพันธสัญญาสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อธุรกิจขายสินค้าให้อีกธุรกิจหนึ่ง กำหนดสเปกสินค้าที่ใช้ชี้ขาดได้ ราคาและเครดิต จุดที่ความเสี่ยงภัยโอน ข้อสงวนกรรมสิทธิ์จนกว่าจะชำระครบ การตรวจรับ และการรับประกัน · ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และกันโอนผิดบัญชี · เลือกเพิ่มได้: หนังสือค้ำประกันธนาคาร ย้อนรอยล็อตและเรียกคืนสินค้า คว่ำบาตร/ควบคุมการส่งออก บรรจุภัณฑ์และข้อมูลความยั่งยืนสัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) ต้องมีอะไรบ้างซื้อขายรถยนต์เสร็จเด็ดขาดในวันเซ็น — จ่ายครบ รับรถ แล้วโอนทะเบียนตามกำหนด ใช้ได้ทั้งรถใหม่ป้ายแดงและรถใช้แล้ว เลือกขายตามสภาพหรือรับประกัน ไปโอนพร้อมกันหรือมอบอำนาจให้ผู้ซื้อโอนเอง แบ่งค่าปรับและความรับผิดตามเวลาส่งมอบสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) ต้องมีอะไรบ้างวางมัดจำจองรถยนต์ไว้ก่อน แล้วนัดชำระส่วนที่เหลือ ส่งมอบ และโอนทะเบียนภายหลัง — ผู้จะขายต้องดูแลรถระหว่างรอ ผู้จะซื้อตรวจสภาพก่อนได้ ขอไฟแนนซ์ไม่ผ่านได้มัดจำคืน รถติดไฟแนนซ์ปิดบัญชีตรง ริบหรือคืนมัดจำตามกฎหมายสัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง ต้องมีอะไรบ้างสำหรับร้านค้าออนไลน์ขายสินค้าโดยให้บริษัทขนส่งเรียกเก็บเงินเมื่อส่งมอบ กำหนดยอด COD สิทธิเปิดตรวจ การปฏิเสธรับ การส่งซ้ำ และการคืนเงินให้ชัดเจนสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) ต้องมีอะไรบ้างใช้ซื้อขายคอนโดมือสองระหว่างเจ้าของห้องกับผู้ซื้อ ส่งมอบห้องวันโอนหรือให้เข้าอยู่ก่อนก็ได้ มีค่าปรับส่งมอบช้า ใบปลอดหนี้ค่าส่วนกลาง การไถ่ถอนจำนองเดิม เงื่อนไขกู้ไม่ผ่าน และเงื่อนไขผู้ซื้อต่างชาติ