สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างจ้างวิทยากรมาบรรยายหรืออบรมบุคลากรตามหัวข้อและกำหนดการที่ตกลง · ตกลงให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของสไลด์และเอกสาร
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อเชิญวิทยากรมาบรรยายในงานสัมมนาหรือประชุมประจำปี |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างวิทยากรเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าตอบแทนเสียอากร 1 บาท วิทยากรเป็นผู้เสีย จากค่าตอบแทน … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 จากค่าตอบแทนวิทยากร ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หรือข้อ 8 แล้วแต่ลักษณะของเงินได้ ค่าเดินทางที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรงให้ผู้ให้บริการไม่ใช่เงินได้ของวิทยากร ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก วิทยากรที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน ประเด็นที่ต้องตัดสินคือใครเป็นเจ้าของเอกสารประกอบการบรรยาย งานที่สร้างขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 ถ้าสัญญาไม่เขียนไว้ ผู้ว่าจ้างอาจอ้างเป็นเจ้าของสไลด์ที่วิทยากรทำขึ้นสำหรับงานนี้ ข้อ 3.1 จึงให้เลือกไว้ชัดเจน และยืนยันว่าความรู้และเนื้อหาเดิมยังเป็นของวิทยากร |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 587; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.7; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 12/1 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อเชิญวิทยากรมาบรรยายในงานสัมมนาหรือประชุมประจำปี
- ใช้เมื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญจัดหลักสูตรอบรมพนักงานหลายครั้ง
- ใช้เมื่อต้องการบันทึกการบรรยายไว้ใช้ภายใน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ตกลงให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของสไลด์และเอกสาร
- นิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3
- การเผยแพร่วิดีโอการบรรยายต่อสาธารณะต้องได้รับความยินยอมจากวิทยากร
- กำหนดค่ายกเลิกตามระยะเวลาก่อนวันงาน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างผู้จัดงานสัมมนาทั้งงาน ให้ใช้ สัญญาจ้าง Organizer จัดงาน (Event / งานเปิดตัว / นิทรรศการ / บูธ)
- ถ้าจ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- สัญญาจ้างวิทยากรและจัดอบรมองค์กร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Corporate Training Agreement — สัญญาจ้างวิทยากรและจัดอบรมองค์กร ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างวิทยากรเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าตอบแทนเสียอากร 1 บาท วิทยากรเป็นผู้เสีย จากค่าตอบแทน … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน ประเด็นที่ต้องตัดสินคือใครเป็นเจ้าของเอกสารประกอบการบรรยาย งานที่สร้างขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 ถ้าสัญญาไม่เขียนไว้ ผู้ว่าจ้างอาจอ้างเป็นเจ้าของสไลด์ที่วิทยากรทำขึ้นสำหรับงานนี้ ข้อ 3.1 จึงให้เลือกไว้ชัดเจน และยืนยันว่าความรู้และเนื้อหาเดิมยังเป็นของวิทยากร
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 จากค่าตอบแทนวิทยากร ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หรือข้อ 8 แล้วแต่ลักษณะของเงินได้ ค่าเดินทางที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรงให้ผู้ให้บริการไม่ใช่เงินได้ของวิทยากร ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก วิทยากรที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
การยกเลิกและการบันทึก
ข้อ 4.2 แบ่งค่ายกเลิกตามระยะเวลาก่อนวันบรรยาย เพราะวิทยากรที่ถูกยกเลิกกระชั้นชิดเสียโอกาสรับงานอื่น ค่ายกเลิกที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 ข้อ 3.2 ให้บันทึกได้เพื่อใช้ภายในเท่านั้น เพราะการเผยแพร่วิดีโอการบรรยายเป็นการใช้สิทธิเผยแพร่ต่อสาธารณชนของผู้สร้างสรรค์ ข้อมูลผู้เข้าร่วมและผลประเมินเป็นข้อมูลส่วนบุคคล วิทยากรใช้ได้เท่าที่ผู้ว่าจ้างมอบหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- กำหนดการและโครงสร้างหลักสูตร
- ประวัติวิทยากร
- รายการอุปกรณ์ที่ผู้ว่าจ้างจัดให้
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-29C24C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างวิทยากรเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 ทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าตอบแทนเสียอากร 1 บาท วิทยากรเป็นผู้เสีย จากค่าตอบแทน … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 จากค่าตอบแทนวิทยากร ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 หรือข้อ 8 แล้วแต่ลักษณะของเงินได้ ค่าเดินทางที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรงให้ผู้ให้บริการไม่ใช่เงินได้ของวิทยากร ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก วิทยากรที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86
ใช้สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กรตอนไหน
ใช้เมื่อเชิญวิทยากรมาบรรยายในงานสัมมนาหรือประชุมประจำปี · ใช้เมื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญจัดหลักสูตรอบรมพนักงานหลายครั้ง · ใช้เมื่อต้องการบันทึกการบรรยายไว้ใช้ภายใน
ทำสัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กรต้องระวังอะไร
ตกลงให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของสไลด์และเอกสาร · นิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 · การเผยแพร่วิดีโอการบรรยายต่อสาธารณะต้องได้รับความยินยอมจากวิทยากร · กำหนดค่ายกเลิกตามระยะเวลาก่อนวันงาน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร
ถ้าจ้างผู้จัดงานสัมมนาทั้งงาน ให้ใช้ สัญญาจ้าง Organizer จัดงาน (Event / งานเปิดตัว / นิทรรศการ / บูธ) · ถ้าจ้างที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ให้ใช้ สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) · สัญญาจ้างวิทยากรและจัดอบรมองค์กร ภาษาอังกฤษ — ใช้ Corporate Training Agreement — สัญญาจ้างวิทยากรและจัดอบรมองค์กร ภาษาอังกฤษ
สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน ประเด็นที่ต้องตัดสินคือใครเป็นเจ้าของเอกสารประกอบการบรรยาย งานที่สร้างขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง เว้นแต่ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 ถ้าสัญญาไม่เขียนไว้ ผู้ว่าจ้างอาจอ้างเป็นเจ้าของสไลด์ที่วิทยากรทำขึ้นสำหรับงานนี้ ข้อ 3.1 จึงให้เลือกไว้ชัดเจน และยืนยันว่าความรู้และเนื้อหาเดิมยังเป็นของวิทยากร
ลงนามสัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กรต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ
ทำสัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กรต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
กำหนดการและโครงสร้างหลักสูตร ประวัติวิทยากร รายการอุปกรณ์ที่ผู้ว่าจ้างจัดให้
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 9 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)