สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ให้ทุนให้เงินแก่ธุรกิจ แล้วรับคืนเป็นส่วนแบ่งจากรายได้ทุกเดือนจนครบยอดสูงสุดที่ตกลง · ถ้าธุรกิจชำระครบเร็ว ผลตอบแทนเทียบต่อปีอาจเกินร้อยละ 15 ซึ่งผิดกฎหมายถ้าศาลมองว่าเป็นเงินกู้
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อร้านค้าหรือธุรกิจออนไลน์ต้องการทุนหมุนเวียนและจ่ายคืนตามยอดขาย |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญานี้ให้เงินไปแล้วต้องชำระคืน จึงควรถือว่าเป็นการกู้ยืมเงินตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 ทุก 2,000 บาทหรือเศษของเงินทุนเสียอากร 1 บาท เพดานไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้ทุนเป็นผู้เสียอากร เงินทุน … เช่น 1,000,000 บาท เสียอากร 500 บาท ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ส่วนที่ผู้ให้ทุนได้รับเกินเงินทุนถือเป็นเงินได้ประเภทดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4) ถ้าธุรกิจเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เฉพาะส่วนที่เกินเงินทุน ไม่ใช่จากทุกงวดเต็มจำนวน ธุรกิจต้องแยกในบัญชีว่าแต่ละงวดเป็นเงินต้นเท่าไรและค่าตอบแทนเท่าไร อัตราหักภาษีสำหรับดอกเบี้ยให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนใช้ |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้อยู่ระหว่างกฎหมายสามชุด และต้องเลือกให้ชัด สัญญาร่างเป็นการให้เงินทุนที่ชำระคืนจากรายได้โดยมียอดสูงสุด ไม่ใช่หุ้นส่วน เพราะถ้าผู้ให้ทุนร่วมรับผลขาดทุนหรือร่วมจัดการ ความสัมพันธ์อาจกลายเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 ซึ่งถ้าไม่จดทะเบียน หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดในหนี้ของกิจการโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 ข้อ 1.4 จึงตัดสิทธิจัดการและการร่วมขาดทุนออก ศาลอาจมองว่าสัญญานี้คือการกู้ยืมเงินที่ค่าตอบแทนส่วนเกินจากเงินทุนคือดอกเบี้ย เงินกู้เกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ตามมาตรา 653 ซึ่งสัญญานี้เป็นหลักฐานนั้นแล้ว ⚠️ ผู้ให้ทุนประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ใช้เฉพาะเมื่อผู้กู้เป็นผู้บริโภคที่ไม่ใช่นิติบุคคลและใช้เงินตามวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่การประกอบธุรกิจ (ข้อ 3) เงินทุนตามสัญญานี้ใช้ในกิจการ ประกาศนั้นจึงไม่บังคับโดยตรง แต่ผู้ให้ทุนที่ให้สินเชื่อเป็นปกติธุระอาจต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะ เช่น การประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ควรตรวจก่อนเริ่มให้ทุน |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 653, 654, 1012, 1025; พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ม.4; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.7; ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ข้อ 3; ประมวลรัษฎากร ม.40(4), 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 5 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อร้านค้าหรือธุรกิจออนไลน์ต้องการทุนหมุนเวียนและจ่ายคืนตามยอดขาย
- ใช้เมื่อผู้ให้ทุนไม่ต้องการเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้น
- ใช้เมื่อรายได้ของธุรกิจขึ้นลงตามฤดูกาล
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ถ้าธุรกิจชำระครบเร็ว ผลตอบแทนเทียบต่อปีอาจเกินร้อยละ 15 ซึ่งผิดกฎหมายถ้าศาลมองว่าเป็นเงินกู้
- ผู้ให้ทุนต้องไม่ร่วมจัดการหรือร่วมขาดทุน มิฉะนั้นอาจกลายเป็นหุ้นส่วน
- กำหนดนิยามรายได้รวมให้ชัด
- หักภาษี ณ ที่จ่ายเฉพาะส่วนที่เกินเงินทุน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้ากู้เงินพร้อมดอกเบี้ยคงที่ ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน
- ถ้าร่วมลงทุนและร่วมรับกำไรขาดทุน ให้ใช้ สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ
- ถ้าแบ่งรายได้ร้านอาหารในพื้นที่เช่า ให้ใช้ สัญญาเช่าพื้นที่ขายอาหารแบบแบ่งยอดขาย
อากรแสตมป์
สัญญานี้ให้เงินไปแล้วต้องชำระคืน จึงควรถือว่าเป็นการกู้ยืมเงินตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 ทุก 2,000 บาทหรือเศษของเงินทุนเสียอากร 1 บาท เพดานไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้ทุนเป็นผู้เสียอากร เงินทุน … เช่น 1,000,000 บาท เสียอากร 500 บาท ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้อยู่ระหว่างกฎหมายสามชุด และต้องเลือกให้ชัด สัญญาร่างเป็นการให้เงินทุนที่ชำระคืนจากรายได้โดยมียอดสูงสุด ไม่ใช่หุ้นส่วน เพราะถ้าผู้ให้ทุนร่วมรับผลขาดทุนหรือร่วมจัดการ ความสัมพันธ์อาจกลายเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 ซึ่งถ้าไม่จดทะเบียน หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดในหนี้ของกิจการโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 ข้อ 1.4 จึงตัดสิทธิจัดการและการร่วมขาดทุนออก
ศาลอาจมองว่าสัญญานี้คือการกู้ยืมเงินที่ค่าตอบแทนส่วนเกินจากเงินทุนคือดอกเบี้ย เงินกู้เกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ตามมาตรา 653 ซึ่งสัญญานี้เป็นหลักฐานนั้นแล้ว
⚠️ ผู้ให้ทุนประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ใช้เฉพาะเมื่อผู้กู้เป็นผู้บริโภคที่ไม่ใช่นิติบุคคลและใช้เงินตามวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่การประกอบธุรกิจ (ข้อ 3) เงินทุนตามสัญญานี้ใช้ในกิจการ ประกาศนั้นจึงไม่บังคับโดยตรง แต่ผู้ให้ทุนที่ให้สินเชื่อเป็นปกติธุระอาจต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะ เช่น การประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ควรตรวจก่อนเริ่มให้ทุน
ภาษี
ส่วนที่ผู้ให้ทุนได้รับเกินเงินทุนถือเป็นเงินได้ประเภทดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4) ถ้าธุรกิจเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เฉพาะส่วนที่เกินเงินทุน ไม่ใช่จากทุกงวดเต็มจำนวน ธุรกิจต้องแยกในบัญชีว่าแต่ละงวดเป็นเงินต้นเท่าไรและค่าตอบแทนเท่าไร อัตราหักภาษีสำหรับดอกเบี้ยให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนใช้
⚠️ ตรวจเพดานร้อยละ 15 ต่อปีก่อนลงนาม
ดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีถูกลดลงตาม ป.พ.พ. มาตรา 654 และการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นความผิดอาญาตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ถ้าศาลมองว่าสัญญานี้คือเงินกู้ อัตราที่แท้จริงขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจชำระครบเร็วแค่ไหน ตารางนี้คำนวณจากเงินทุน 1,000,000 บาท ชำระเท่ากันทุกเดือนจนครบยอดสูงสุด เป็นอัตราต่อปีที่แท้จริงโดยประมาณ
| ยอดสูงสุด | ครบใน 12 เดือน | 18 เดือน | 24 เดือน | 36 เดือน | 48 เดือน |
|---|---|---|---|---|---|
| 1.10 เท่า | 18.0% | 12.3% | 9.3% | 6.3% | 4.8% |
| 1.15 เท่า | 26.6% | 18.2% | 13.8% | 9.3% | 7.0% |
| 1.20 เท่า | 35.1% | 23.9% | 18.2% | 12.2% | 9.2% |
| 1.30 เท่า | 51.4% | 35.0% | 26.6% | 17.9% | 13.5% |
ยอดสูงสุด 1.3 เท่าที่ชำระครบใน 12 เดือนเท่ากับประมาณร้อยละ 51 ต่อปี ถ้าเป็นเงินกู้ก็เกินเพดานมาก ข้อ 1.3 จึงตัดยอดที่ผู้ให้ทุนได้รับไม่ให้เกินร้อยละ 15 ต่อปีตามระยะเวลาจริง และให้คืนส่วนที่รับเกิน ข้อนี้คือสิ่งที่ทำให้สัญญาอยู่ในฝั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเมื่อธุรกิจโตเร็ว ถ้าคู่สัญญาตัดข้อ 1.3 ออก ต้องยอมรับว่าสัญญาอาจถูกมองว่าเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ข้อต่อสู้ว่านี่ไม่ใช่เงินกู้เพราะผู้ให้ทุนรับความเสี่ยงรายได้จริงตามข้อ 2.3 และข้อ 2.4 เป็นข้อต่อสู้ที่ไม่แน่นอน ยังไม่พบแนวคำพิพากษายืนยัน
การผิดสัญญาและการตรวจบัญชี
ข้อ 5.2 ยืนยันว่ารายได้ตกเพราะธุรกิจไม่ดีไม่ใช่การผิดสัญญา ซึ่งเป็นแก่นของการให้ทุนแบบนี้ ข้อ 3.1 ให้สิทธิตรวจบัญชีแทนสิทธิจัดการ ข้อ 5.1 จำกัดยอดที่เรียกได้เมื่อผิดสัญญาไม่เกินยอดสูงสุด ค่าปรับที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 ดอกเบี้ยผิดนัดเป็นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ตารางตัวอย่างการคำนวณส่วนแบ่งและยอดคงเหลือ
- งบการเงินหรือรายงานรายได้ย้อนหลังที่ผู้ให้ทุนใช้ประเมิน
- สัญญาค้ำประกัน ถ้ามี — ถ้าผู้ค้ำเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาค้ำต้องระบุหนี้และวงเงินที่ค้ำให้ชัด และห้ามเขียนให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือตัดสิทธิให้ไปเรียกจากกิจการก่อน (ข้อเช่นนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. ม.681/1)
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-076155 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญานี้ให้เงินไปแล้วต้องชำระคืน จึงควรถือว่าเป็นการกู้ยืมเงินตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 5 ทุก 2,000 บาทหรือเศษของเงินทุนเสียอากร 1 บาท เพดานไม่เกิน 10,000 บาท ผู้ให้ทุนเป็นผู้เสียอากร เงินทุน … เช่น 1,000,000 บาท เสียอากร 500 บาท ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ เสียภาษีอะไรบ้าง
ส่วนที่ผู้ให้ทุนได้รับเกินเงินทุนถือเป็นเงินได้ประเภทดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4) ถ้าธุรกิจเป็นนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เฉพาะส่วนที่เกินเงินทุน ไม่ใช่จากทุกงวดเต็มจำนวน ธุรกิจต้องแยกในบัญชีว่าแต่ละงวดเป็นเงินต้นเท่าไรและค่าตอบแทนเท่าไร อัตราหักภาษีสำหรับดอกเบี้ยให้ตรวจกับสำนักงานบัญชีก่อนใช้
ใช้สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ตอนไหน
ใช้เมื่อร้านค้าหรือธุรกิจออนไลน์ต้องการทุนหมุนเวียนและจ่ายคืนตามยอดขาย · ใช้เมื่อผู้ให้ทุนไม่ต้องการเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้น · ใช้เมื่อรายได้ของธุรกิจขึ้นลงตามฤดูกาล
ทำสัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ต้องระวังอะไร
ถ้าธุรกิจชำระครบเร็ว ผลตอบแทนเทียบต่อปีอาจเกินร้อยละ 15 ซึ่งผิดกฎหมายถ้าศาลมองว่าเป็นเงินกู้ · ผู้ให้ทุนต้องไม่ร่วมจัดการหรือร่วมขาดทุน มิฉะนั้นอาจกลายเป็นหุ้นส่วน · กำหนดนิยามรายได้รวมให้ชัด · หักภาษี ณ ที่จ่ายเฉพาะส่วนที่เกินเงินทุน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้
ถ้ากู้เงินพร้อมดอกเบี้ยคงที่ ให้ใช้ สัญญากู้ยืมเงิน · ถ้าร่วมลงทุนและร่วมรับกำไรขาดทุน ให้ใช้ สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ · ถ้าแบ่งรายได้ร้านอาหารในพื้นที่เช่า ให้ใช้ สัญญาเช่าพื้นที่ขายอาหารแบบแบ่งยอดขาย
สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้อยู่ระหว่างกฎหมายสามชุด และต้องเลือกให้ชัด สัญญาร่างเป็นการให้เงินทุนที่ชำระคืนจากรายได้โดยมียอดสูงสุด ไม่ใช่หุ้นส่วน เพราะถ้าผู้ให้ทุนร่วมรับผลขาดทุนหรือร่วมจัดการ ความสัมพันธ์อาจกลายเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 ซึ่งถ้าไม่จดทะเบียน หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดในหนี้ของกิจการโดยไม่จำกัดตามมาตรา 1025 ข้อ 1.4 จึงตัดสิทธิจัดการและการร่วมขาดทุนออก ศาลอาจมองว่าสัญญานี้คือการกู้ยืมเงินที่ค่าตอบแทนส่วนเกินจากเงินทุนคือดอกเบี้ย เงินกู้เกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้กู้ตามมาตรา 653 ซึ่งสัญญานี้เป็นหลักฐานนั้นแล้ว ⚠️ ผู้ให้ทุนประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินเพื่อผู้บริโภคเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565 ใช้เฉพาะเมื่อผู้กู้เป็นผู้บริโภคที่ไม่ใช่นิติบุคคลและใช้เงินตามวัตถุประสงค์ที่ไม่ใช่การประกอบธุรกิจ (ข้อ 3) เงินทุนตามสัญญานี้ใช้ในกิจการ ประกาศนั้นจึงไม่บังคับโดยตรง แต่ผู้ให้ทุนที่ให้สินเชื่อเป็นปกติธุระอาจต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะ เช่น การประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย ควรตรวจก่อนเริ่มให้ทุน
ลงนามสัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ
ทำสัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ตารางตัวอย่างการคำนวณส่วนแบ่งและยอดคงเหลือ งบการเงินหรือรายงานรายได้ย้อนหลังที่ผู้ให้ทุนใช้ประเมิน สัญญาค้ำประกัน ถ้ามี — ถ้าผู้ค้ำเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาค้ำต้องระบุหนี้และวงเงินที่ค้ำให้ชัด และห้ามเขียนให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือตัดสิทธิให้ไปเรียกจากกิจการก่อน (ข้อเช่นนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. ม.681/1)
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 10 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654
ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี
หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012
อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น
ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025
อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด
ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076
พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4
บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง
พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1
ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป