สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา ต้องมีอะไรบ้าง
บุคคลหรือบริษัทรับปากผู้ว่าจ้าง (หรือผู้ซื้อ) ว่าถ้าผู้รับจ้าง (หรือผู้ขาย) ไม่ทำตามสัญญา ตนจะจ่ายค่าเสียหาย ค่าปรับ หรือคืนเงินล่วงหน้าแทน ภายในวงเงินและระยะเวลาที่กำหนด · ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้ — ข้อตกลงแบบนั้นเป็นโมฆะ (ม.681/1) มีแต่ผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลที่ยอมได้
| ใช้เมื่อ | ผู้ว่าจ้างงานก่อสร้าง ติดตั้ง หรือพัฒนาระบบ ขอให้กรรมการหรือบริษัทแม่ของผู้รับเหมาค้ำประกันผลงาน แทนการวางหนังสือค้ำประกันธนาคาร |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 บาท = 5 บาท · เกิน 10,000 บาท = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรแทนการปิดแสตมป์ ไม่ติดอากร ใช้สัญญานี้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่เช่นนั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง) อากรนี้เป็นของสัญญาค้ำประกันเท่านั้น สัญญาหลัก (จ้างทำของ ลักษณะ 4 / ซื้อขาย) เสียอากรแยกตามประเภทของสัญญานั้น |
| ภาษี | การค้ำประกันโดยไม่คิดค่าตอบแทนไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม · ถ้าผู้ค้ำเรียกค่าธรรมเนียมการค้ำจากลูกหนี้ ค่าธรรมเนียมนั้นเป็นเงินได้ของผู้ค้ำ ให้ปรึกษานักบัญชีเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง, 681 วรรคสอง–สาม, 681/1 วรรคหนึ่ง–สอง, 683, 685/1, 686 วรรคหนึ่ง–สอง, 688–690, 691, 693, 694, 697, 698, 700 วรรคสอง–สาม, 701, 383 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.24(3) · ประมวลรัษฎากร ม.118 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7, 17, 23 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ผู้ว่าจ้างงานก่อสร้าง ติดตั้ง หรือพัฒนาระบบ ขอให้กรรมการหรือบริษัทแม่ของผู้รับเหมาค้ำประกันผลงาน แทนการวางหนังสือค้ำประกันธนาคาร
- ผู้ซื้อจ่ายเงินล่วงหน้าให้ผู้ขายหรือผู้ผลิต แล้วต้องการคนค้ำว่าจะได้เงินคืนถ้าไม่ส่งของ
- ผู้ว่าจ้างต้องการหลักประกันค่าปรับส่งงานล่าช้าและการแก้ความชำรุดบกพร่องในช่วงรับประกันงาน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้ — ข้อตกลงแบบนั้นเป็นโมฆะ (ม.681/1) มีแต่ผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลที่ยอมได้
- ผู้รับจ้างผิดนัดแล้ว ต้องส่งหนังสือถึงผู้ค้ำภายใน 60 วัน ไม่เช่นนั้นผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังจากนั้น (ม.686)
- จะขยายเวลาส่งงานให้ผู้รับจ้าง ต้องให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอมในครั้งนั้น — เขียนยินยอมไว้ล่วงหน้าใช้บังคับไม่ได้ (ม.700)
- ระยะเวลาค้ำควรครอบคลุมวันส่งงานบวกช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง หนี้ที่เกิดหลังวันสิ้นระยะผู้ค้ำไม่ต้องรับผิด
- แนบสำเนาสัญญาหลักทุกครั้ง ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะสัญญาที่ระบุ (ม.681 วรรคสาม)
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ค้ำหนี้เงินกู้ ค่าเช่า หรือค่าผ่อนสินค้าตามสัญญาฉบับเดียว — ใช้ สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)
- ค้ำเครดิตการค้าหรือหนี้ที่เกิดหมุนเวียนหลายคราวโดยไม่ผูกกับสัญญาฉบับเดียว — ใช้ สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
- ค้ำความเสียหายจากการทำงานของลูกจ้าง — ใช้ สัญญาค้ำประกันการทำงาน ซึ่งมีเพดาน 60 เท่าของค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
- ตัวสัญญาจ้างงานระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง — ใช้ สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) หรือ สัญญาจ้างก่อสร้างบ้านหรืออาคาร แล้วใช้ฉบับนี้แนบเป็นหลักประกัน · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ต้องใช้หนังสือค้ำประกันตามแบบของรัฐหรือธนาคาร
อากรแสตมป์
สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 บาท = 5 บาท · เกิน 10,000 บาท = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)
- ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรแทนการปิดแสตมป์
- ไม่ติดอากร ใช้สัญญานี้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
- ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่เช่นนั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง)
- อากรนี้เป็นของสัญญาค้ำประกันเท่านั้น สัญญาหลัก (จ้างทำของ ลักษณะ 4 / ซื้อขาย) เสียอากรแยกตามประเภทของสัญญานั้น
สัญญานี้ต่างจากหนังสือค้ำประกันของธนาคารอย่างไร
หนังสือค้ำประกันของธนาคาร (bank guarantee / LG) ที่ผู้ว่าจ้างมักขอ เป็นการค้ำประกันโดยสถาบันการเงินซึ่งรับค้ำเป็นธุระเพื่อค่าธรรมเนียม กฎหมายยกเว้นให้บางข้อ เช่น ตกลงยินยอมให้ผ่อนเวลาไว้ล่วงหน้าได้ (ป.พ.พ. ม.700 วรรคสาม) และธนาคารมักรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จ่ายตามคำเรียกร้องทันที ธนาคารใช้แบบฟอร์มของตัวเองเสมอ
สัญญาฉบับนี้ใช้เมื่อผู้ค้ำเป็นบุคคลหรือบริษัททั่วไป เช่น กรรมการของบริษัทผู้รับเหมา บริษัทแม่ หรือคู่ค้า ซึ่งกฎหมายคุ้มครองเข้มกว่า:
- ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดา ตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้ ข้อตกลงแบบนั้นเป็นโมฆะ (ม.681/1 วรรคหนึ่ง) — ข้อ 3.1 จึงเขียนให้รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันเท่านั้น
- ผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้ (ม.681/1 วรรคสอง) ถ้าติ๊กตัวเลือกนี้ บริษัทผู้ค้ำเสียสิทธิขอให้เรียกหรือบังคับเอาจากลูกหนี้ก่อน (ม.688–690) แต่เจ้าหนี้ยังต้องบอกกล่าวภายใน 60 วัน (ม.686)
- ความยินยอมให้ผ่อนเวลาที่เขียนไว้ล่วงหน้าใช้บังคับไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) — ต้องขอความยินยอมเป็นหนังสือทุกครั้งที่ขยายเวลา
- ถ้อยคำที่พบบ่อยในแบบสัญญาค้ำประกัน «ไม่มีเงื่อนไขและเพิกถอนไม่ได้ เช่นเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้น» เป็นภาษาของหนังสือค้ำประกันธนาคาร ใช้กับผู้ค้ำบุคคลธรรมดาไม่ได้ ฉบับนี้จึงไม่ใช้
เจ้าหนี้ต้องทำอะไรเมื่อผู้รับจ้างหรือผู้ขายผิดสัญญา
- ส่งหนังสือบอกกล่าวถึงผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมสำเนาทางอีเมล — ส่งช้ากว่านั้น ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 60 วัน (ม.686 วรรคสอง) และข้อตกลงที่ยกเว้นหน้าที่นี้เป็นโมฆะ (ม.685/1)
- ระบุข้อสัญญาที่ผิด จำนวนเงินพร้อมวิธีคิด และแนบหลักฐาน (ข้อ 2.1) — เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือไปถึงไม่ได้
- ก่อนยอมขยายเวลาส่งงานหรือแก้สัญญาหลัก ให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอมเป็นหนังสือในครั้งนั้น มิเช่นนั้นผู้ค้ำอาจหลุดพ้นทั้งหมด (ม.700) หรือไม่ต้องรับผิดในส่วนที่เพิ่ม (ข้อ 4.2) — การขยายเวลาส่งมอบงานจะถือเป็นการผ่อนเวลาตาม ม.700 หรือไม่ ขึ้นกับข้อเท็จจริง ขอความยินยอมไว้ก่อนปลอดภัยที่สุด
- ตกลงลดหนี้ให้ลูกหนี้ ต้องแจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วัน (ม.691)
- ถ้ายังถือเงินงวดหรือเงินประกันผลงานของลูกหนี้ไว้ ผู้ค้ำขอให้หักจากเงินนั้นก่อนได้ (ข้อ 3.2 · ม.690) — ข้อนี้ไม่ใช้เมื่อบริษัทผู้ค้ำยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
- ห้ามคืนหรือปลดหลักประกันอื่นให้ลูกหนี้โดยไม่บอกผู้ค้ำ มิเช่นนั้นผู้ค้ำหลุดพ้นเท่าที่เสียหาย (ม.697)
- งานจบและพ้นระยะรับประกันแล้ว คืนต้นฉบับสัญญาหรือออกหนังสือยืนยันการพ้นความรับผิดภายใน 15 วัน (ข้อ 6.3)
กำหนดวงเงินและระยะเวลาให้ถูก
- กฎหมายบังคับให้ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ เพราะค่าปรับและค่าเสียหายเป็นหนี้ในอนาคต (ม.681 วรรคสอง) และผู้ค้ำรับผิดเฉพาะสัญญาที่ระบุ (ม.681 วรรคสาม) — ข้อความที่ต่างจากนี้เป็นโมฆะ (ม.685/1)
- วงเงินมักกำหนดเป็นสัดส่วนของมูลค่าสัญญาหลัก (งานภาครัฐกำหนดตามระเบียบกระทรวงการคลัง) — ยิ่งสูงผู้ค้ำยิ่งเสี่ยง ควรตกลงให้พอดีกับความเสียหายที่คาดได้จริง · ถ้าค้ำเงินล่วงหน้าด้วย ให้บวกยอดเงินล่วงหน้าเข้าไปในวงเงิน
- วันสิ้นระยะเวลาควรครอบคลุมวันส่งมอบงานบวกระยะรับประกันความชำรุดบกพร่อง ถ้าติ๊กค้ำความชำรุดบกพร่อง
- ค่าปรับที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้ (ป.พ.พ. ม.383) ผู้ค้ำยกข้อนี้ต่อสู้ได้เช่นเดียวกับลูกหนี้ (ม.694)
ภาษี
การค้ำประกันโดยไม่คิดค่าตอบแทนไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม · ถ้าผู้ค้ำเรียกค่าธรรมเนียมการค้ำจากลูกหนี้ ค่าธรรมเนียมนั้นเป็นเงินได้ของผู้ค้ำ ให้ปรึกษานักบัญชีเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสัญญาหลักทั้งฉบับพร้อมเอกสารแนบ (ข้อ 1.1 อ้างถึง ต้องแนบ และให้ผู้ค้ำลงชื่อกำกับทุกหน้า)
- ผู้ค้ำบุคคลธรรมดา: สำเนาบัตรประชาชน · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อยินยอม
- ผู้ค้ำหรือเจ้าหนี้นิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคลไม่เกิน 3 เดือน · หนังสือมอบอำนาจถ้าผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจ (ติดอากรตามลักษณะ 7) · ถ้าข้อบังคับบริษัทกำหนดให้การค้ำประกันต้องได้มติกรรมการ ให้แนบสำเนามติ
วันลงนาม
- ทำ 2 ฉบับ ผู้ค้ำประกันและเจ้าหนี้เก็บฝ่ายละฉบับ · พยาน 2 คนไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยพิสูจน์ลายมือชื่อ
- ให้ผู้ค้ำได้อ่านสัญญาหลักก่อนวันลงนาม ไม่ใช่เห็นครั้งแรกตอนเซ็น
- ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระ e-Stamp ภายในกำหนดของกรมสรรพากรถ้าลงนามอิเล็กทรอนิกส์
- ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ค้ำ เจ้าหนี้เก็บได้เพราะจำเป็นต่อการทำสัญญา (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24(3)) ใช้เพื่อสัญญานี้เท่านั้น (ข้อ 8)
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-4EEA17 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 บาท = 5 บาท · เกิน 10,000 บาท = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรแทนการปิดแสตมป์ ไม่ติดอากร ใช้สัญญานี้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่เช่นนั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง) อากรนี้เป็นของสัญญาค้ำประกันเท่านั้น สัญญาหลัก (จ้างทำของ ลักษณะ 4 / ซื้อขาย) เสียอากรแยกตามประเภทของสัญญานั้น
สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา เสียภาษีอะไรบ้าง
การค้ำประกันโดยไม่คิดค่าตอบแทนไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม · ถ้าผู้ค้ำเรียกค่าธรรมเนียมการค้ำจากลูกหนี้ ค่าธรรมเนียมนั้นเป็นเงินได้ของผู้ค้ำ ให้ปรึกษานักบัญชีเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม
ใช้สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาตอนไหน
ผู้ว่าจ้างงานก่อสร้าง ติดตั้ง หรือพัฒนาระบบ ขอให้กรรมการหรือบริษัทแม่ของผู้รับเหมาค้ำประกันผลงาน แทนการวางหนังสือค้ำประกันธนาคาร · ผู้ซื้อจ่ายเงินล่วงหน้าให้ผู้ขายหรือผู้ผลิต แล้วต้องการคนค้ำว่าจะได้เงินคืนถ้าไม่ส่งของ · ผู้ว่าจ้างต้องการหลักประกันค่าปรับส่งงานล่าช้าและการแก้ความชำรุดบกพร่องในช่วงรับประกันงาน
ทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาต้องระวังอะไร
ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้ — ข้อตกลงแบบนั้นเป็นโมฆะ (ม.681/1) มีแต่ผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลที่ยอมได้ · ผู้รับจ้างผิดนัดแล้ว ต้องส่งหนังสือถึงผู้ค้ำภายใน 60 วัน ไม่เช่นนั้นผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังจากนั้น (ม.686) · จะขยายเวลาส่งงานให้ผู้รับจ้าง ต้องให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอมในครั้งนั้น — เขียนยินยอมไว้ล่วงหน้าใช้บังคับไม่ได้ (ม.700) · ระยะเวลาค้ำควรครอบคลุมวันส่งงานบวกช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่อง หนี้ที่เกิดหลังวันสิ้นระยะผู้ค้ำไม่ต้องรับผิด · แนบสำเนาสัญญาหลักทุกครั้ง ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะสัญญาที่ระบุ (ม.681 วรรคสาม)
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา
ค้ำหนี้เงินกู้ ค่าเช่า หรือค่าผ่อนสินค้าตามสัญญาฉบับเดียว — ใช้ สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา) · ค้ำเครดิตการค้าหรือหนี้ที่เกิดหมุนเวียนหลายคราวโดยไม่ผูกกับสัญญาฉบับเดียว — ใช้ สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน · ค้ำความเสียหายจากการทำงานของลูกจ้าง — ใช้ สัญญาค้ำประกันการทำงาน ซึ่งมีเพดาน 60 เท่าของค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน · ตัวสัญญาจ้างงานระหว่างผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง — ใช้ สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล) หรือ สัญญาจ้างก่อสร้างบ้านหรืออาคาร แล้วใช้ฉบับนี้แนบเป็นหลักประกัน · ผู้ว่าจ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ต้องใช้หนังสือค้ำประกันตามแบบของรัฐหรือธนาคาร
ลงนามสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำ 2 ฉบับ ผู้ค้ำประกันและเจ้าหนี้เก็บฝ่ายละฉบับ · พยาน 2 คนไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยพิสูจน์ลายมือชื่อ ให้ผู้ค้ำได้อ่านสัญญาหลักก่อนวันลงนาม ไม่ใช่เห็นครั้งแรกตอนเซ็น ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระ e-Stamp ภายในกำหนดของกรมสรรพากรถ้าลงนามอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ค้ำ เจ้าหนี้เก็บได้เพราะจำเป็นต่อการทำสัญญา (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24(3)) ใช้เพื่อสัญญานี้เท่านั้น (ข้อ 8)
ทำสัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสัญญาหลักทั้งฉบับพร้อมเอกสารแนบ (ข้อ 1.1 อ้างถึง ต้องแนบ และให้ผู้ค้ำลงชื่อกำกับทุกหน้า) ผู้ค้ำบุคคลธรรมดา: สำเนาบัตรประชาชน · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อยินยอม ผู้ค้ำหรือเจ้าหนี้นิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคลไม่เกิน 3 เดือน · หนังสือมอบอำนาจถ้าผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจ (ติดอากรตามลักษณะ 7) · ถ้าข้อบังคับบริษัทกำหนดให้การค้ำประกันต้องได้มติกรรมการ ให้แนบสำเนามติ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 15 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680
อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700
ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น
หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1
ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 688
เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686
เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 685/1
บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 เป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 691
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าว ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว ให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้น ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา 700
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 690
ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน
หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 697
ถ้าเพราะการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องเสียหายเพราะการนั้น
หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681
อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 694
นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้