สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของหรือผู้ดูแลอาคาร หมู่บ้าน โรงงาน หรือคอนโด จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยที่มีใบอนุญาต ส่งพนักงาน รปภ. ประจำจุดตามตาราง คิดค่าจ้างต่อหัวเป็นรายเดือน · จ้างได้เฉพาะบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต — ขอสำเนาทั้งสองอย่างก่อนเริ่มงาน
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุด โรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน หรือโรงเรียน จ้างบริษัท รปภ. ส่งพนักงานประจำป้อมและตรวจตรา |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | จ้างรักษาความปลอดภัยรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวม — ค่าจ้างรวมโดยประมาณ … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร · เมื่อสินจ้างเปลี่ยนเพราะเพิ่มพนักงาน (ข้อ 3.4) หรือปรับอัตรา (ข้อ 6.4) ให้ประเมินอากรส่วนที่เพิ่มขึ้น · ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) |
| ภาษี | ค่าบริการรักษาความปลอดภัยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8) |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.11/1 และ ม.12 (ข้อ 8.3–8.5) · ป.พ.พ. ม.587 (จ้างทำของ), 575 (เส้นแบ่งจ้างแรงงาน — after.md), 607 (จ้างช่วง — ข้อ 8.6), 224 และ 224/1 (ข้อ 6.5), 381 วรรคสาม (ข้อ 7.3), 383 (ข้อ 7.2), 373 (ข้อ 9.4 ข้อยกเว้นเพดาน), 386–387 (ข้อ 11.1), 425 (นายจ้างร่วมรับผิดละเมิดลูกจ้าง — after.md) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.26 (ประวัติอาชญากรรม — ข้อ 4.2), ม.37(4) (72 ชม. — after.md), ม.40 (ผู้ประมวลผล — ข้อ 10) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 และ 23 · ท.ป.4/2528 ข้อ 8 (หัก ณ ที่จ่าย 3%) · sector-permits.md หัวข้อ 5 (สรุปสาระ พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย 2558: ต้องเป็นบริษัท ใบอนุญาตบริษัทและพนักงาน โทษ) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุด โรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน หรือโรงเรียน จ้างบริษัท รปภ. ส่งพนักงานประจำป้อมและตรวจตรา
- ใช้เมื่อต้องกำหนดจุดประจำการ จำนวนพนักงาน และเวลาของแต่ละจุด และคิดค่าจ้างต่อหัวแยกพนักงานกับหัวหน้า
- ใช้เมื่อบริษัท รปภ. ต้องการสัญญามาตรฐานที่ระบุใบอนุญาต คำสั่งประจำจุด เพดานค่าปรับ และการปรับราคาเมื่อค่าแรงเปลี่ยน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- จ้างได้เฉพาะบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต — ขอสำเนาทั้งสองอย่างก่อนเริ่มงาน
- ทำคำสั่งประจำจุด (เอกสารแนบ 2) ให้ละเอียด เพราะเป็นเกณฑ์ว่าพนักงานทำหน้าที่ครบหรือไม่เมื่อของหาย
- เวร 12 ชั่วโมงต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย ราคาที่ต่ำผิดปกติมักแปลว่าผู้รับจ้างไม่จ่าย ซึ่งผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน — ขอหลักฐานจ่ายค่าจ้างทุกเดือน
- รปภ. เก็บข้อมูลผู้มาติดต่อและดูกล้องแทนคุณ คุณยังเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลตาม PDPA — ห้ามถ่ายบัตรประชาชนทั้งใบโดยไม่จำเป็น
- ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1/1,000 ของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างผู้ให้บริการเฝ้าระวังความปลอดภัยไซเบอร์ของระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ รปภ. เฝ้าสถานที่ ให้ใช้ สัญญารับบริการ Cybersecurity รายเดือน
- ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่ง รปภ. พร้อมแม่บ้านหรือพนักงานทำความสะอาดรวมในสัญญาเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)
- ถ้าจ้างบริษัททำความสะอาดอาคาร ให้ใช้ สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ · ถ้าจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด ให้ใช้ สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด
อากรแสตมป์
- จ้างรักษาความปลอดภัยรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวม — ค่าจ้างรวมโดยประมาณ … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)
- ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร · เมื่อสินจ้างเปลี่ยนเพราะเพิ่มพนักงาน (ข้อ 3.4) หรือปรับอัตรา (ข้อ 6.4) ให้ประเมินอากรส่วนที่เพิ่มขึ้น · ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วัน
- ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
ใบอนุญาตตามกฎหมายธุรกิจรักษาความปลอดภัย — ตรวจก่อนลงนาม
- ผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยต้องเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. 2558) — บุคคลธรรมดารับเหมางาน รปภ. ไม่ได้
- ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือทำหน้าที่ รปภ. โดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษทางอาญาแก่ผู้รับจ้างและพนักงาน ผู้ว่าจ้างที่จ้างบริษัทไม่มีใบอนุญาตเสี่ยงทั้งเรื่องประกันภัยไม่คุ้มครองและข้อโต้แย้งเมื่อเกิดเหตุ — ขอดูใบอนุญาตตัวจริง จดวันหมดอายุ และเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 11.2 เมื่อใบอนุญาตสิ้นผล
- ตรวจบัตรใบอนุญาตของพนักงานแต่ละคนเทียบกับรายชื่อในเอกสารแนบ 3 เป็นระยะ ไม่ใช่เฉพาะวันแรก
ภาษี
- ค่าบริการรักษาความปลอดภัยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)
ค่าแรง รปภ. และความรับผิดร่วมของผู้ว่าจ้าง
- เวรยาว 12 ชั่วโมง ชั่วโมงที่เกินเวลาทำงานปกติต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ค่าตอบแทนงานเฝ้าดูแลสถานที่มีการแก้ไขในช่วงหลัง — ให้ผู้รับจ้างยืนยันว่าอัตราต่อหัวคำนวณตามกฎหมายปัจจุบันแล้ว ข้อ 6.4 ให้ขอปรับราคาได้เมื่อกฎหมายเปลี่ยน
- ม.11/1 และ ม.12 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน: ผู้ว่าจ้างอาจถูกถือเป็นนายจ้างของ รปภ. ด้วย ถ้างานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตหรือธุรกิจของผู้ว่าจ้าง (เช่น ธุรกิจที่ขายความปลอดภัยเป็นบริการ) ซึ่งต้องจัดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ (ม.11/1) หรืออาจต้องร่วมรับผิดค่าจ้างและเงินสมทบ ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ (ม.12) — ข้อ 8.3 ให้ขอหลักฐานจ่ายค่าจ้างและเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน ข้อ 8.4 จ่ายตรงเมื่อค้าง และข้อ 8.5 ให้ผู้รับจ้างชดใช้คืนหรือหักจากค่าจ้างงวดถัดไป
- ผู้ว่าจ้างสั่งงานผ่านคำสั่งประจำจุดและหัวหน้าพนักงาน อย่าลงโทษหรืออนุมัติวันลาให้ รปภ. เอง ไม่เช่นนั้นเสี่ยงถูกถือเป็นนายจ้าง (ป.พ.พ. ม.575 เทียบ ม.587)
- ความเสียหายที่ รปภ. ทำต่อบุคคลภายนอกในระหว่างทำงาน ผู้รับจ้างในฐานะนายจ้างต้องร่วมรับผิดตามกฎหมาย (ป.พ.พ. ม.425)
ทรัพย์สินหาย — ทำอย่างไร
- แจ้งผู้รับจ้างภายใน 24 ชั่วโมงและแจ้งความทันที (ข้อ 9.3) เก็บภาพจากกล้อง สมุดรายงาน และบันทึกการตรวจตราของคืนนั้นไว้
- ข้อ 9.2 ให้ผู้รับจ้างต้องพิสูจน์ว่าพนักงานทำหน้าที่ครบตามคำสั่งประจำจุด — คำสั่งประจำจุดที่ละเอียดจึงเป็นหลักฐานสำคัญของทั้งสองฝ่าย
- สัญญานี้จำกัดความรับผิดต่อเหตุการณ์ไว้ (ข้อ 9.4) — ทรัพย์สินที่มีค่าสูงกว่าเพดาน ผู้ว่าจ้างควรทำประกันภัยทรัพย์สินของตนเองเพิ่ม
- รับงาน/ของล่าช้า ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่รับทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในใบรับก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ
- ค่าปรับขาดเวร (ข้อ 7) เป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. ม.383) จึงมีเพดานต่อเดือน
ข้อมูลส่วนบุคคล สมุดผู้มาติดต่อ และกล้องวงจรปิด
- ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 — ติดป้ายแจ้งผู้มาติดต่อว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร และมีกล้องวงจรปิด
- ห้ามถ่ายภาพหรือสำเนาบัตรประชาชนทั้งใบโดยไม่จำเป็น (ข้อ 10.2) ถ้าต้องการยืนยันตัวตน ให้บันทึกเฉพาะข้อมูลที่ต้องใช้
- ข้อมูลรั่วไหล ผู้รับจ้างต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง (ข้อ 10.4) และผู้ว่าจ้างต้องประเมินและแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุถ้ามีความเสี่ยง (ม.37(4)) · ผู้รับจ้างที่ใช้ข้อมูลนอกคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองสำหรับการนั้น (ม.40)
- ประวัติอาชญากรรมของพนักงานเป็นข้อมูลอ่อนไหว ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง (ม.26) — ผู้ว่าจ้างรับเฉพาะผลผ่าน/ไม่ผ่านตามข้อ 4.2
- รปภ. ที่เฝ้าจอกล้องถ่ายหน้าจอหรือส่งภาพออกไปโดยไม่มีคำสั่ง (ข้อ 10.3) เป็นการผิดสัญญาที่เลิกได้ตามข้อ 11.1 และอาจเป็นความรับผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแยกต่างหาก
ถ้าฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา — ผลคืออะไร
- ละทิ้งจุด หลับ หรือเมาในเวร (ข้อ 3.3, 7.1): ไม่จ่ายค่าเวรนั้นตามส่วน ปรับตามข้อ 7 และให้นำตัวออกทันทีตามข้อ 4.3
- ค้นตัวบุคคลโดยไม่ยินยอม ใช้กำลังเกินจำเป็น หรือกักตัวผู้ต้องสงสัยไว้เอง (ข้อ 4.4): ผู้รับจ้างรับผิดต่อผู้เสียหายและต่อผู้ว่าจ้างตามข้อ 9.1 และอาจเป็นความผิดอาญาของพนักงานแยกต่างหาก
- จ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือผู้รับจ้างช่วงไม่มีใบอนุญาต (ข้อ 8.6): ผิดสัญญา เลิกได้ตามข้อ 11.1
- เปิดเผยรหัสสัญญาณเตือนภัยหรือทำสำเนากุญแจ (ข้อ 10.5): ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเปลี่ยนกุญแจหรือระบบ และค่าเสียหายที่ตามมา
เอกสารแนบท้าย
- เอกสารแนบ 1: จุดประจำการเพิ่มเติม (ถ้ามี) · เอกสารแนบ 2: คำสั่งประจำจุด เส้นทางและรอบตรวจตรา วิธีควบคุมเข้าออก ขั้นตอนเหตุฉุกเฉิน เบอร์โทรฉุกเฉิน
- เอกสารแนบ 3: สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย รายชื่อพนักงานพร้อมสำเนาใบอนุญาต · เอกสารแนบ 4: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิด ความซื่อสัตย์ และอุบัติเหตุ
- หนังสือรับรองนิติบุคคลของผู้รับจ้าง · บัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน และรหัสเข้าระบบ
วันลงนาม
- ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า
- เดินตรวจจุดประจำการและเส้นทางตรวจตราร่วมกันก่อนวันเริ่มงาน ทดสอบวิทยุ ระบบจุดตรวจ และเบอร์แจ้งเหตุ
- เมื่อเปลี่ยนบริษัท รปภ. ให้กำหนดเวลาส่งมอบเวรให้ต่อเนื่อง (ข้อ 11.4) และเปลี่ยนรหัสเข้าระบบทันทีหลังส่งมอบ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-875E88 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
จ้างรักษาความปลอดภัยรายเดือนเป็น จ้างทำของ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทหรือเศษของค่าจ้างรวม — ค่าจ้างรวมโดยประมาณ … ต้องติดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก · คู่ฉบับติด (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากร · เมื่อสินจ้างเปลี่ยนเพราะเพิ่มพนักงาน (ข้อ 3.4) หรือปรับอัตรา (ข้อ 6.4) ให้ประเมินอากรส่วนที่เพิ่มขึ้น · ลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ชำระอากรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใน 15 วัน ไม่ติดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าบริการรักษาความปลอดภัยมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% · ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคล (รวมนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุด) หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 เมื่อจ่ายตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป นำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8)
ใช้สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยตอนไหน
ใช้เมื่อนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรืออาคารชุด โรงงาน คลังสินค้า สำนักงาน หรือโรงเรียน จ้างบริษัท รปภ. ส่งพนักงานประจำป้อมและตรวจตรา · ใช้เมื่อต้องกำหนดจุดประจำการ จำนวนพนักงาน และเวลาของแต่ละจุด และคิดค่าจ้างต่อหัวแยกพนักงานกับหัวหน้า · ใช้เมื่อบริษัท รปภ. ต้องการสัญญามาตรฐานที่ระบุใบอนุญาต คำสั่งประจำจุด เพดานค่าปรับ และการปรับราคาเมื่อค่าแรงเปลี่ยน
ทำสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยต้องระวังอะไร
จ้างได้เฉพาะบริษัทที่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต — ขอสำเนาทั้งสองอย่างก่อนเริ่มงาน · ทำคำสั่งประจำจุด (เอกสารแนบ 2) ให้ละเอียด เพราะเป็นเกณฑ์ว่าพนักงานทำหน้าที่ครบหรือไม่เมื่อของหาย · เวร 12 ชั่วโมงต้องจ่ายค่าล่วงเวลาตามกฎหมาย ราคาที่ต่ำผิดปกติมักแปลว่าผู้รับจ้างไม่จ่าย ซึ่งผู้ว่าจ้างอาจต้องรับผิดตาม ม.11/1 (ถ้างานเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจของผู้ว่าจ้าง) หรือ ม.12 (ถ้าผู้ว่าจ้างเองเป็นผู้รับเหมาที่นำงานมาจ้างต่อ) พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน — ขอหลักฐานจ่ายค่าจ้างทุกเดือน · รปภ. เก็บข้อมูลผู้มาติดต่อและดูกล้องแทนคุณ คุณยังเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลตาม PDPA — ห้ามถ่ายบัตรประชาชนทั้งใบโดยไม่จำเป็น · ผู้รับจ้างเสียอากรแสตมป์ 1/1,000 ของค่าจ้างรวม · ผู้ว่าจ้างนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย
ถ้าจ้างผู้ให้บริการเฝ้าระวังความปลอดภัยไซเบอร์ของระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ รปภ. เฝ้าสถานที่ ให้ใช้ สัญญารับบริการ Cybersecurity รายเดือน · ถ้าจ้างบริษัทเดียวให้ส่ง รปภ. พร้อมแม่บ้านหรือพนักงานทำความสะอาดรวมในสัญญาเดียว ให้ใช้ สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว) · ถ้าจ้างบริษัททำความสะอาดอาคาร ให้ใช้ สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่ · ถ้าจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด ให้ใช้ สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด
ลงนามสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับ พยานสองคน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกหน้า เดินตรวจจุดประจำการและเส้นทางตรวจตราร่วมกันก่อนวันเริ่มงาน ทดสอบวิทยุ ระบบจุดตรวจ และเบอร์แจ้งเหตุ เมื่อเปลี่ยนบริษัท รปภ. ให้กำหนดเวลาส่งมอบเวรให้ต่อเนื่อง (ข้อ 11.4) และเปลี่ยนรหัสเข้าระบบทันทีหลังส่งมอบ
ทำสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
เอกสารแนบ 1: จุดประจำการเพิ่มเติม (ถ้ามี) · เอกสารแนบ 2: คำสั่งประจำจุด เส้นทางและรอบตรวจตรา วิธีควบคุมเข้าออก ขั้นตอนเหตุฉุกเฉิน เบอร์โทรฉุกเฉิน เอกสารแนบ 3: สำเนาใบอนุญาตประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย รายชื่อพนักงานพร้อมสำเนาใบอนุญาต · เอกสารแนบ 4: สำเนากรมธรรม์ประกันภัยความรับผิด ความซื่อสัตย์ และอุบัติเหตุ หนังสือรับรองนิติบุคคลของผู้รับจ้าง · บัญชีรับมอบกุญแจ บัตรผ่าน และรหัสเข้าระบบ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1
ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12
ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้รับเหมาช่วง ให้ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไป หากมี ตลอดสายจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด ค่าชดเชย ค่าชดเชยพิเศษ เงินสะสม เงินสมทบ หรือเงินเพิ่ม
หมวด 1 บททั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12
ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425
นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ