สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) ต้องมีอะไรบ้าง
เอกสารแนบสัญญาจ้างทำเงินเดือน — ผู้รับจ้าง (บริษัทหรือสำนักงานบัญชีที่ทำเงินเดือนแทน) รับว่าจะรักษาข้อมูลเงินเดือนพนักงานและความลับของนายจ้าง ทำตามคำสั่งตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคืนข้อมูลเมื่อเลิกจ้าง · ฉบับนี้ผูกพันผู้รับจ้างทำเงินเดือน ไม่ใช่พนักงาน — อย่าใช้ห้ามพนักงานบอกเงินเดือนของตัวเอง ข้อมูลเงินเดือนเป็นข้อมูลของพนักงานเองและเขาต้องแสดงต่อธนาคาร ศาล หรือหน่วยงานรัฐได้
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างสำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับทำเงินเดือนอยู่แล้ว แต่สัญญาบริการ ใบเสนอราคา หรือข้อตกลงทางอีเมลไม่มีข้อความลับและข้อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญารักษาความลับไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากร — แต่ สัญญาบริการหลัก ถ้าเป็นจ้างทำของ ผู้รับจ้างต้องติดอากรตามลักษณะ 4 (ทุก 1,000 บาทของค่าจ้าง 1 บาท) ไม่ติดแล้วใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้ลงนามแทนนิติบุคคลตามหนังสือมอบอำนาจ: ติดอากรหนังสือมอบอำนาจ 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7 |
| ภาษี | สัญญานี้ไม่มีค่าตอบแทนแยก ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปตามค่าบริการในสัญญาบริการ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.380 วรรคสอง, 383 (เบี้ยปรับ ข้อ 7.2), 386–387 (เลิกสัญญาหลังบอกให้แก้ ข้อ 7.3 ถ้อยคำกลาง ค.) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.24(6) (ส่งข้อมูลให้หน่วยงานตามหน้าที่ตามกฎหมายของนายจ้าง — ข้อ 3.1), ม.26 (ข้อมูลสุขภาพ/สหภาพแรงงาน — ข้อ 4.7), ม.28–29 (เซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศ — ข้อ 4.4), ม.37(4) (ผู้ควบคุมแจ้ง สคส. 72 ชม.), ม.40 (1)(2)(3) และวรรคสอง–สาม (ข้อ 4.1–4.8), ม.77 (ค่าสินไหมต่อพนักงาน — ข้อ 7.1), ม.86 (โทษปรับทางปกครองผู้ประมวลผล — after.md) · ประกาศคณะกรรมการฯ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งเหตุการละเมิด 2565 ข้อ 8 (ผู้ประมวลผลแจ้งผู้ควบคุมไม่เกิน 72 ชม. — ช่อง breach_notice_hours max 72) · พ.ร.บ.ความลับทางการค้า 2545 ม.3 (นิยาม — ข้อ 6), ม.6 (ผิดสัญญาเป็นการละเมิด — after.md) · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม 2540 ม.4 · ประมวลรัษฎากร ม.118 + บัญชีอัตราอากรแสตมป์ (NDA ไม่อยู่ในบัญชี · หนังสือมอบอำนาจข้อ 7) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างสำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับทำเงินเดือนอยู่แล้ว แต่สัญญาบริการ ใบเสนอราคา หรือข้อตกลงทางอีเมลไม่มีข้อความลับและข้อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- ใช้เมื่อจะย้ายงานเงินเดือนหรืองาน HR ไปให้ผู้ให้บริการภายนอก (outsource) หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการรายใหม่ และต้องการให้ส่งมอบข้อมูลคืนครบก่อนลบ
- ใช้เมื่อผู้ให้บริการใช้โปรแกรมเงินเดือนบนคลาวด์ และนายจ้างต้องการกำหนดระบบที่อนุญาตและมาตรการรักษาความปลอดภัย
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ฉบับนี้ผูกพันผู้รับจ้างทำเงินเดือน ไม่ใช่พนักงาน — อย่าใช้ห้ามพนักงานบอกเงินเดือนของตัวเอง ข้อมูลเงินเดือนเป็นข้อมูลของพนักงานเองและเขาต้องแสดงต่อธนาคาร ศาล หรือหน่วยงานรัฐได้
- กรอกวันที่ของสัญญาบริการให้ตรง — ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาบริการ ถ้าไม่มีสัญญาบริการเป็นหนังสือ ให้ทำสัญญาบริการก่อน
- นายจ้างยังเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อข้อมูลรั่ว (PDPA ม.37(4)) — ช่องแจ้งเหตุจึงตั้งไว้ 24 ชั่วโมง และกรอกได้ไม่เกิน 72
- ข้อมูลการหักค่าบำรุงสหภาพแรงงานและข้อมูลสุขภาพจากใบรับรองแพทย์เป็นข้อมูลอ่อนไหว (PDPA ม.26) ส่งให้ผู้รับจ้างเท่าที่จำเป็นต่อการคำนวณเงินเท่านั้น
- เบี้ยปรับตั้งให้สมส่วนกับความเสียหายที่คาดได้ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. ม.383)
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ยังไม่มีสัญญาจ้างทำเงินเดือนเลย ต้องการสัญญาเต็มฉบับที่มีขอบเขตงาน ค่าบริการ และกำหนดส่ง — ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน หรือถ้าจ้างทำเฉพาะค่าจ้างรายวัน/รายชิ้น ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง
- จ้างผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่นหลายประเภท (ระบบลูกค้า คลาวด์ ขนส่ง คอลเซ็นเตอร์) — ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)
- แค่จะเปิดเผยความลับทางธุรกิจให้อีกฝ่ายดู ไม่มีข้อมูลเงินเดือนพนักงาน — ใช้ สัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว · ทั้งสองฝ่ายแลกข้อมูลกันเพื่อร่วมโครงการ — ใช้ สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับระหว่างคู่สัญญา
อากรแสตมป์
- สัญญารักษาความลับไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากร — แต่ สัญญาบริการหลัก ถ้าเป็นจ้างทำของ ผู้รับจ้างต้องติดอากรตามลักษณะ 4 (ทุก 1,000 บาทของค่าจ้าง 1 บาท) ไม่ติดแล้วใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
- ผู้ลงนามแทนนิติบุคคลตามหนังสือมอบอำนาจ: ติดอากรหนังสือมอบอำนาจ 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7
ภาษี
- สัญญานี้ไม่มีค่าตอบแทนแยก ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปตามค่าบริการในสัญญาบริการ
ก่อนส่งข้อมูลชุดแรก
- ลงนามสัญญานี้ ก่อน ส่งไฟล์รายชื่อพนักงานหรือให้รหัสเข้าระบบ
- นายจ้างต้องแจ้งพนักงานในประกาศความเป็นส่วนตัว (privacy notice) ว่าส่งข้อมูลเงินเดือนให้ผู้ให้บริการภายนอก — สัญญานี้ไม่ได้ทำหน้าที่แทนการแจ้งพนักงาน (ข้อ 4.7)
- ขอสำเนาหนังสือรับรองการรักษาความลับที่บุคลากรของผู้รับจ้างลงนาม และรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าถึง (ข้อ 2.3)
- ถ้าผู้รับจ้างใช้โปรแกรมบนคลาวด์ ถามว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ประเทศใด — ถ้าอยู่นอกประเทศต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือก่อนและต้องเป็นไปตาม PDPA ม.28–29 (ข้อ 4.4)
ถ้ามีการฝ่าฝืน — ผลที่ตามมา
- ข้อมูลรั่วหรือถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ (ข้อ 2, 4): ผู้รับจ้างต้องแจ้งภายในเวลาที่กำหนด (ข้อ 4.3) นายจ้างต้องประเมินและแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ ถ้ามีความเสี่ยงสูงต้องแจ้งพนักงานด้วย (PDPA ม.37(4)) — เก็บหลักฐานเวลาที่ได้รับแจ้งไว้
- ผู้รับจ้างที่ไม่ทำตามหน้าที่ผู้ประมวลผลตาม ม.40 อาจถูกปรับทางปกครองตาม PDPA ม.86 และต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่พนักงานที่เสียหายตาม ม.77 · ถ้าทำนอกคำสั่งจะถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเอง (ม.40 วรรคสอง · ข้อ 4.8) · บุคลากรที่นำข้อมูลที่รู้เพราะหน้าที่ไปเปิดเผยอาจมีความผิดอาญาตาม PDPA แยกต่างหาก
- ข้อมูลทางธุรกิจรั่ว (ข้อ 2): ถ้าเป็นความลับทางการค้า การเปิดเผยโดยผิดสัญญาเป็นการละเมิดตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า ม.6 ด้วย
- เรียกเงิน: ค่าเสียหายจริงตามข้อ 7.1 และเบี้ยปรับตามข้อ 7.2 (ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน ป.พ.พ. ม.383 · เรียกส่วนเกินได้เมื่อพิสูจน์ ม.380 วรรคสอง)
- เลิกจ้างผู้ให้บริการ (ข้อ 7.3): มีหนังสือให้แก้ไขก่อน เว้นแต่ข้อมูลเผยแพร่ไปแล้ว — ระหว่างนั้นเรียกให้ส่งมอบข้อมูลตามข้อ 5 ทันที เพื่อให้จ่ายเงินเดือนรอบถัดไปได้
- ผู้รับจ้างกักข้อมูลเพื่อทวงค่าบริการ (ข้อ 5.3): ผิดสัญญา นายจ้างทวงข้อมูลเป็นหนังสือได้ทันที ส่วนค่าบริการที่โต้แย้งให้ว่ากันตามสัญญาบริการ
ทำไมความลับทางธุรกิจมีกำหนดปี ไม่ใช่ตลอดไป
- ต้นแบบเขียนให้รักษา «ข้อมูลใด ๆ ตลอดไป» ซึ่งกว้างเกินจนอาจถูกมองว่าผู้รับจ้างรับภาระมากกว่าที่คาดหมายได้ตามปกติ และศาลให้มีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4) — แบบนี้จึงกำหนดปีสำหรับข้อมูลทางธุรกิจ แต่ความลับทางการค้าและข้อมูลเงินเดือนพนักงานยังคุ้มครองต่อไป (ข้อ 6)
เมื่อเลิกใช้บริการ
- ขอไฟล์ประวัติเงินเดือน การหักภาษี และประกันสังคมย้อนหลังในรูปแบบที่โปรแกรมใหม่นำเข้าได้ ตรวจว่าครบก่อนยืนยัน (ข้อ 5.1)
- เมื่อยืนยันแล้ว ขอหนังสือรับรองการลบ และยกเลิกรหัสเข้าระบบทุกบัญชีที่เคยให้ไว้ (ข้อ 5.2)
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสัญญาบริการหรือใบเสนอราคาที่ตอบรับแล้ว
- นิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) · บุคคล: สำเนาบัตรประชาชน
- รายชื่อบุคลากรของผู้รับจ้างที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล (ข้อ 2.3)
วันลงนาม
- ทำ 2 ฉบับ เก็บฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า · พยานไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยเรื่องพิสูจน์
- ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ (ข้อ 8.2)
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-B86D59 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญารักษาความลับไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากร — แต่ สัญญาบริการหลัก ถ้าเป็นจ้างทำของ ผู้รับจ้างต้องติดอากรตามลักษณะ 4 (ทุก 1,000 บาทของค่าจ้าง 1 บาท) ไม่ติดแล้วใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้ลงนามแทนนิติบุคคลตามหนังสือมอบอำนาจ: ติดอากรหนังสือมอบอำนาจ 10 บาท (ครั้งเดียว) หรือ 30 บาท (หลายครั้ง) ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 7
สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน) เสียภาษีอะไรบ้าง
สัญญานี้ไม่มีค่าตอบแทนแยก ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นไปตามค่าบริการในสัญญาบริการ
ใช้สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน)ตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างสำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับทำเงินเดือนอยู่แล้ว แต่สัญญาบริการ ใบเสนอราคา หรือข้อตกลงทางอีเมลไม่มีข้อความลับและข้อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · ใช้เมื่อจะย้ายงานเงินเดือนหรืองาน HR ไปให้ผู้ให้บริการภายนอก (outsource) หรือเปลี่ยนผู้ให้บริการรายใหม่ และต้องการให้ส่งมอบข้อมูลคืนครบก่อนลบ · ใช้เมื่อผู้ให้บริการใช้โปรแกรมเงินเดือนบนคลาวด์ และนายจ้างต้องการกำหนดระบบที่อนุญาตและมาตรการรักษาความปลอดภัย
ทำสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน)ต้องระวังอะไร
ฉบับนี้ผูกพันผู้รับจ้างทำเงินเดือน ไม่ใช่พนักงาน — อย่าใช้ห้ามพนักงานบอกเงินเดือนของตัวเอง ข้อมูลเงินเดือนเป็นข้อมูลของพนักงานเองและเขาต้องแสดงต่อธนาคาร ศาล หรือหน่วยงานรัฐได้ · กรอกวันที่ของสัญญาบริการให้ตรง — ฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาบริการ ถ้าไม่มีสัญญาบริการเป็นหนังสือ ให้ทำสัญญาบริการก่อน · นายจ้างยังเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อข้อมูลรั่ว (PDPA ม.37(4)) — ช่องแจ้งเหตุจึงตั้งไว้ 24 ชั่วโมง และกรอกได้ไม่เกิน 72 · ข้อมูลการหักค่าบำรุงสหภาพแรงงานและข้อมูลสุขภาพจากใบรับรองแพทย์เป็นข้อมูลอ่อนไหว (PDPA ม.26) ส่งให้ผู้รับจ้างเท่าที่จำเป็นต่อการคำนวณเงินเท่านั้น · เบี้ยปรับตั้งให้สมส่วนกับความเสียหายที่คาดได้ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. ม.383)
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน)
ยังไม่มีสัญญาจ้างทำเงินเดือนเลย ต้องการสัญญาเต็มฉบับที่มีขอบเขตงาน ค่าบริการ และกำหนดส่ง — ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน หรือถ้าจ้างทำเฉพาะค่าจ้างรายวัน/รายชิ้น ใช้ สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง · จ้างผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่นหลายประเภท (ระบบลูกค้า คลาวด์ ขนส่ง คอลเซ็นเตอร์) — ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) · แค่จะเปิดเผยความลับทางธุรกิจให้อีกฝ่ายดู ไม่มีข้อมูลเงินเดือนพนักงาน — ใช้ สัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว · ทั้งสองฝ่ายแลกข้อมูลกันเพื่อร่วมโครงการ — ใช้ สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับระหว่างคู่สัญญา
ลงนามสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำ 2 ฉบับ เก็บฝ่ายละฉบับ ลงลายมือชื่อกำกับทุกหน้า · พยานไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยเรื่องพิสูจน์ ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ (ข้อ 8.2)
ทำสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสัญญาบริการหรือใบเสนอราคาที่ตอบรับแล้ว นิติบุคคล: หนังสือรับรองบริษัท + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี) · บุคคล: สำเนาบัตรประชาชน รายชื่อบุคลากรของผู้รับจ้างที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล (ข้อ 2.3)
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 15 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380
ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นแทนการชำระหนี้ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้ว่าจะเรียกเอาเบี้ยปรับฉะนั้นแล้ว ก็เป็นอันขาดสิทธิเรียกร้องชำระหนี้อีกต่อไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 40
บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นผู้ไม่มีที่อยู่ปกติเป็นหลักแหล่ง หรือเป็นผู้ครองชีพในการเดินทางไปมาปราศจากหลักแหล่งที่ทำการงาน พบตัวในถิ่นไหนให้ถือว่าถิ่นนั้นเป็นภูมิลำเนาของบุคคลนั้น
ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47
พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยัง เข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่ เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ “ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และ ให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือ กรรมวิธีด้วย “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงหรือแปรสภาพ และให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนรูปหรือแบ่งบรรจุด้วย “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ในทาง การค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย “ยา” หมายความว่า ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา “เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร” หมายความว่า เคมีภัณฑ์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน การเกษตร และให้หมายความรวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือกำจัดแมลง สัตว์ หรือพืชที่ อาจก่อความเสียหายแก่การเกษตรด้วย “เจ้าของความลับทางการค้า” หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น รวบรวม หรือ สร้างสรรค์ข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้าโดยมิได้เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ของผู้อื่น หรือผู้มีสิทธิโดยชอบในผลการทดสอบหรือข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย “ผู้ควบคุมความลับทางการค้า” หมายความว่า เจ้าของความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ควบคุม หรือดูแลรักษาความลับทางการค้าด้วย “ศาล” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความลับทางการค้า “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความลับทางการค้า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6
ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 86
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควร หรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 29 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา 37 (5) ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 38 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับ ทางปกครองไม่เกินสามล้านบาท
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 77
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทำให้เกิด ความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นแก่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล ไม่ว่าการดำเนินการนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะพิสูจน์ได้ว่า (1) ความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง (2) เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ใช้จ่ายไปตามความจำเป็นในการป้องกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือระงับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นแล้วด้วย
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6
การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ การ กระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ละเมิด จะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรค หนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิด ความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ