สัญญาจ้างพัฒนา Mobile Application ต้องมีอะไรบ้าง
สัญญาระหว่างเจ้าของโครงการกับผู้พัฒนาแอปมือถือ พร้อมเกณฑ์ตรวจรับ การยื่นร้านแอป และการส่งมอบบัญชีและซอร์สโค้ด · แนบรุ่นระบบและอุปกรณ์ทดสอบให้ชัด เพราะคำว่าใช้ได้ทุกเครื่องไม่มีเกณฑ์ตรวจรับ
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างพัฒนาแอปไอโอเอส แอนดรอยด์ หรือทั้งสองระบบเป็นโครงการ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ส่วนจ้างพัฒนาแอปเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและขีดฆ่าแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ คำนวณจาก … ได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้บริการภายนอกที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรง คู่ฉบับส่วนจ้างทำของมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจคู่ฉบับตามลักษณะ 23 และผู้มีหน้าที่เสียอากรตามกรณี เมื่อสินจ้างตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไปต้องตรวจการชำระเป็นตัวเงินตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 หากลงนามอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธียื่นอากรอิเล็กทรอนิกส์และกำหนดภายใน 15 วันตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 113–114 และ 118 |
| ภาษี | หากผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลที่จ่ายค่าจ้างทำของให้ผู้รับในประเทศไทยตามเงื่อนไข ควรหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และออกหนังสือรับรอง ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย หากผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดเกิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ค่าใช้บริการร้านแอปหรือคลาวด์จากต่างประเทศต้องตรวจหน้าที่ภาษีเฉพาะรายการก่อนชำระ |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญาจ้างพัฒนาแอปไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีสองอย่างที่ร้านแอปบังคับและต้องเตรียมก่อนยื่น หนึ่ง บัญชีนักพัฒนาต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่ชื่อผู้รับจ้าง ร้านแอปดูจากชื่อเจ้าของบัญชีในระบบของเขา ไม่ได้ดูจากสัญญาฉบับนี้ และบัญชีนิติบุคคลมักต้องยืนยันตัวตนองค์กรซึ่งใช้เวลา ให้เริ่มทำตั้งแต่ต้นโครงการ ไม่ใช่ตอนจะยื่นแอป สอง แอปที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เปิดดูได้จริง และต้องกรอกแบบแสดงการเก็บข้อมูลของร้านแอปให้ตรงกับที่แอปทำจริง ถ้ากรอกไม่ตรง แอปถูกปฏิเสธหรือถูกถอดภายหลังได้ ข้อมูลที่ต้องประกาศไม่ได้มีแค่ที่ผู้ใช้กรอก แต่รวมถึงข้อมูลวิเคราะห์การใช้งานและรายงานแอปล่มที่ชุดพัฒนาภายนอกเก็บไปด้วย และถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้จริง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับให้ต้องมี สัญญาระหว่างผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล แนบท้าย ไม่ใช่ทางเลือก และถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดเองเพราะเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ในคลังของเว็บนี้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) เป็นผนวกได้ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 575, 587, 596, 605, 810–811; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.10, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.28–29, 37(4), 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4, 23; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8; ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 490 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างพัฒนาแอปไอโอเอส แอนดรอยด์ หรือทั้งสองระบบเป็นโครงการ
- ใช้เมื่อเจ้าของโครงการต้องเก็บบัญชีร้านแอปและกุญแจลงนามไว้กับตน
- ใช้เมื่อมีการยื่นตรวจแอปและต้องแบ่งหน้าที่แก้เหตุถูกปฏิเสธ
- ใช้เมื่อจะขายหรือสมัครสมาชิกภายในแอปและต้องกำหนดผู้รับเงินกับการคืนเงิน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- แนบรุ่นระบบและอุปกรณ์ทดสอบให้ชัด เพราะคำว่าใช้ได้ทุกเครื่องไม่มีเกณฑ์ตรวจรับ
- ชื่อเจ้าของบัญชีร้านแอป กุญแจลงนาม และบัญชีรับเงินต้องตรวจตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน
- ร้านแอปเป็นผู้ตัดสินอนุมัติแอป ควรระบุผู้แก้และผู้จ่ายเมื่อถูกปฏิเสธตามข้อ 5
- หากใช้ข้อมูลผู้ใช้จริงให้ตรวจผู้ประมวลผลและการโอนต่างประเทศตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.28–29, 37(4), 40
- อากรจ้างทำของลักษณะ 4 คำนวณจากสินจ้างทั้งสัญญา ไม่ใช่รวมค่าใช้บริการภายนอกที่จ่ายตรง
- งานที่จ้างทำ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างเว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่นตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 ถ้าจะให้ผู้พัฒนาเก็บสิทธิไว้ ต้องเขียนไว้โดยชัดแจ้งเพราะเป็นการยกเว้นหลักกฎหมาย
- บัญชีร้านแอปและกุญแจลงนามต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างเสมอ เพราะเปลี่ยนผู้พัฒนาแล้วต้องอัปเดตแอปเดิมต่อได้ ไม่ใช่ต้องปล่อยแอปใหม่และเสียผู้ใช้เดิมทั้งหมด
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- หากจ้างสร้างระบบซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ไม่ต้องยื่นร้านแอป ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ
- หากจ้างทำเว็บไซต์ที่เผยแพร่ผ่านโดเมน ให้ใช้ สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)
- หากเพียงสมัครใช้แอปสำเร็จรูปโดยไม่สร้างงานใหม่ ให้ใช้สัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการที่ตรงรูปแบบจริง
- สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Website and Software Development Agreement — สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
ส่วนจ้างพัฒนาแอปเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและขีดฆ่าแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ คำนวณจาก … ได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้บริการภายนอกที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรง คู่ฉบับส่วนจ้างทำของมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจคู่ฉบับตามลักษณะ 23 และผู้มีหน้าที่เสียอากรตามกรณี
เมื่อสินจ้างตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไปต้องตรวจการชำระเป็นตัวเงินตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 หากลงนามอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธียื่นอากรอิเล็กทรอนิกส์และกำหนดภายใน 15 วันตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 113–114 และ 118
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญาจ้างพัฒนาแอปไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีสองอย่างที่ร้านแอปบังคับและต้องเตรียมก่อนยื่น
หนึ่ง บัญชีนักพัฒนาต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่ชื่อผู้รับจ้าง ร้านแอปดูจากชื่อเจ้าของบัญชีในระบบของเขา ไม่ได้ดูจากสัญญาฉบับนี้ และบัญชีนิติบุคคลมักต้องยืนยันตัวตนองค์กรซึ่งใช้เวลา ให้เริ่มทำตั้งแต่ต้นโครงการ ไม่ใช่ตอนจะยื่นแอป
สอง แอปที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เปิดดูได้จริง และต้องกรอกแบบแสดงการเก็บข้อมูลของร้านแอปให้ตรงกับที่แอปทำจริง ถ้ากรอกไม่ตรง แอปถูกปฏิเสธหรือถูกถอดภายหลังได้ ข้อมูลที่ต้องประกาศไม่ได้มีแค่ที่ผู้ใช้กรอก แต่รวมถึงข้อมูลวิเคราะห์การใช้งานและรายงานแอปล่มที่ชุดพัฒนาภายนอกเก็บไปด้วย
และถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้จริง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับให้ต้องมี สัญญาระหว่างผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล แนบท้าย ไม่ใช่ทางเลือก และถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดเองเพราะเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ในคลังของเว็บนี้ใช้ «สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)» เป็นผนวกได้
ภาษี
หากผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลที่จ่ายค่าจ้างทำของให้ผู้รับในประเทศไทยตามเงื่อนไข ควรหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และออกหนังสือรับรอง ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย หากผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดเกิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ค่าใช้บริการร้านแอปหรือคลาวด์จากต่างประเทศต้องตรวจหน้าที่ภาษีเฉพาะรายการก่อนชำระ
บัญชีร้านแอปกับกุญแจลงนาม — สิ่งที่หายแล้วหาคืนไม่ได้
สัญญาพัฒนาเว็บมีเรื่องโดเมนกับโฮสติ้ง สัญญาพัฒนาแอปมีเรื่องที่หนักกว่านั้นคือ กุญแจลงนามไฟล์แอป
แอปที่อัปเดตได้ต้องถูกลงนามด้วยกุญแจเดิมเสมอ ถ้ากุญแจอยู่กับผู้รับจ้างแล้วติดต่อไม่ได้ หรือกุญแจหาย จะอัปเดตแอปเดิมไม่ได้อีกเลย ทางแก้มีทางเดียวคือปล่อยแอปใหม่ แล้วผู้ใช้เดิมทั้งหมดยังค้างอยู่ที่แอปเก่าซึ่งไม่มีใครอัปเดตให้ รีวิวและอันดับที่สะสมมาก็เริ่มนับหนึ่งใหม่
ข้อ 2 จึงกำหนดให้ บัญชีร้านแอปและกุญแจลงนามอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างได้สิทธิเป็นสมาชิกในทีม และข้อ 12 ห้ามยึดไว้ต่อรอง สิ่งที่ควรทำเพิ่มคือ เก็บสำเนากุญแจไว้ที่ผู้ว่าจ้างตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่รอตอนส่งมอบ
ร้านแอปปฏิเสธ — ใครรับผิดชอบ
การถูกปฏิเสธตอนยื่นตรวจเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดพลาดร้ายแรง แต่ต้องตกลงไว้ก่อนว่าใครแก้และใครจ่าย เพราะสาเหตุมาจากคนละฝั่งกัน
- ปฏิเสธเพราะเทคนิค เช่น แอปค้าง ใช้ API ที่เลิกรองรับ ขออนุญาตเข้าถึงเกินจำเป็น หรือไม่ผ่านแนวทางการออกแบบ — เป็นงานของผู้รับจ้าง
- ปฏิเสธเพราะตัวธุรกิจ เช่น เนื้อหาที่ร้านแอปไม่อนุญาต ต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือรูปแบบการเก็บเงินที่ร้านแอปไม่ยอม — เป็นเรื่องของผู้ว่าจ้าง
- ปฏิเสธเพราะร้านแอปเปลี่ยนกติกาหลังทำสัญญา — ไม่ใช่ความผิดของใคร ต้องตกลงว่าคิดค่าแก้อย่างไร
ข้อ 5 แบ่งตามสาเหตุแบบนี้ ซึ่งเป็นธรรมกว่าการโยนให้ฝ่ายเดียวรับทั้งหมด และการโยนฝ่ายเดียวยังเสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมด้วย
รุ่นระบบปฏิบัติการที่รองรับ — ข้อที่ลืมแล้วเถียงกันทุกปี
แอปไม่เหมือนเว็บตรงที่ ระบบปฏิบัติการออกรุ่นใหม่ทุกปีและบังคับให้แอปตามให้ทัน ถ้าไม่อัปเดต ร้านแอปอาจไม่ให้ส่งอัปเดตอีก หรือแอปเริ่มทำงานผิดบนเครื่องรุ่นใหม่
สัญญาจึงต้องเขียนว่า รองรับรุ่นไหนถึงรุ่นไหน และการทำให้ใช้ได้บนรุ่นที่ออกใหม่ภายหลังเป็นงานในระยะรับประกันหรือเป็นงานเพิ่มเติม ถ้าไม่เขียน ผู้ว่าจ้างจะคิดว่ารวมอยู่แล้ว ส่วนผู้รับจ้างจะคิดว่าจบไปตั้งแต่วันส่งมอบ
การซื้อในแอป — เงินไม่ได้เข้ากระเป๋าเราโดยตรง
ถ้าแอปขายของดิจิทัลหรือรับสมัครสมาชิก ร้านแอปมักบังคับให้ใช้ระบบชำระเงินของเขาและหักส่วนแบ่ง เงินจึงเข้าร้านแอปก่อนแล้วจ่ายต่อมาเป็นรอบ
สิ่งที่ต้องเขียนไว้คือ ใครเป็นผู้รับเงิน อัตราหักเท่าไร จ่ายรอบไหน ใครรับผิดชอบการคืนเงินให้ผู้ใช้ และการต่ออายุอัตโนมัติทำงานอย่างไร รวมถึงกรณีทดสอบรายการซ้ำ เพราะผู้ใช้กดซื้อสองครั้งหรือเครือข่ายขาดกลางคันเกิดขึ้นจริงและต้องไม่ถูกตัดเงินซ้ำ
ข้อที่คนจ้างทำแอปพลาดบ่อย
- บัญชีร้านแอปอยู่ในชื่อผู้รับจ้าง — ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่ง เลิกจ้างแล้วอัปเดตแอปเดิมไม่ได้ และผู้ใช้เดิมตามมาไม่ได้
- ไม่เก็บสำเนากุญแจลงนาม — หายแล้วหายเลย ไม่มีใครกู้ให้ได้ แม้แต่ร้านแอปเอง
- ไม่ระบุรุ่นระบบที่รองรับ — พอระบบออกรุ่นใหม่แล้วเถียงกันว่าใครจ่ายค่าแก้
- คิดว่าตรวจรับงานแล้วเท่ากับแอปขึ้นร้านได้ — ข้อ 4 กับข้อ 5 แยกกันคนละเรื่อง งานอาจถูกตามสเปกทุกข้อแต่ร้านแอปยังปฏิเสธได้
- ลืมชุดพัฒนาภายนอกที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ — เครื่องมือวิเคราะห์และรายงานแอปล่มเก็บข้อมูลไปด้วย ต้องประกาศในแบบแสดงการเก็บข้อมูลของร้านแอปและในนโยบายความเป็นส่วนตัว
- ไม่คิดเรื่องค่าบริการรายเดือนหลังส่งมอบ — บริการแจ้งเตือน คลาวด์หลังบ้าน และบัญชีนักพัฒนามีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ข้อ 3 กำหนดให้แยกออกจากค่าจ้างและมีเพดาน
- ส่งไฟล์งานเข้าเครื่องมือ AI โดยไม่ขออนุญาต — ข้อ 10 กำหนดให้ทำได้เฉพาะเครื่องมือที่อนุมัติและจำกัดข้อมูลที่ส่ง
- จบงานแล้วไม่ได้ซอร์สโค้ดกับเอกสารสร้างไฟล์ — ได้แต่ไฟล์แอปสำเร็จรูปซึ่งแก้อะไรไม่ได้ ข้อ 12 กำหนดรายการส่งมอบไว้แล้ว ให้ตรวจทีละรายการตอนรับมอบ
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ตารางหน้าจอ ฟังก์ชัน รุ่นระบบ อุปกรณ์ทดสอบ งานหลังบ้าน งวดงาน และเกณฑ์ตรวจรับตามข้อ 1 และ 4
- หลักฐานเจ้าของบัญชีร้านแอป สิทธิสมาชิก ระบบแจ้งเตือน ที่เก็บซอร์สโค้ด และบัญชีกุญแจลงนาม โดยไม่แนบรหัสผ่านหรือกุญแจจริง
- รายการชุดพัฒนา โอเพนซอร์ส บริการภายนอก ค่าใช้จ่ายรายเดือน และข้อกำหนดของร้านแอปที่เกี่ยวกับการเผยแพร่
- คำอธิบายการเก็บข้อมูลในแอป ข้อมูลวิเคราะห์การใช้งานและข้อมูลแอปล่ม นโยบายความเป็นส่วนตัว ผู้ประมวลผลช่วง และประเทศที่เข้าถึงข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 28–29, 37(4), 39 และ 40
- หากมีการซื้อในแอป ให้แนบรายการสินค้า ราคา อัตราหักของร้านแอป ผู้รับเงิน เงื่อนไขต่ออายุและคืนเงิน พร้อมกรณีทดสอบรายการซ้ำ
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน คู่สัญญาเก็บฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ พยานลงชื่อเมื่อมี ตรวจค่าจ้างทุกงวดรวมเท่ากับ … และตรวจว่าบัญชีร้านแอปเป็นชื่อผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มงาน
ก่อนส่งข้อมูลผู้ใช้จริงให้ทดสอบด้วยข้อมูลจำลองก่อน หากต้องใช้ข้อมูลจริงให้ทำตามข้อ 10 และจำกัดสิทธิผู้พัฒนา ข้อความว่าเป็นผู้รับจ้างอิสระไม่ชี้ขาดสถานะ หากปฏิบัติจริงถูกควบคุมเวลา สถานที่ และวิธีทำงานอย่างลูกจ้าง อาจเข้าลักษณะจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แทนจ้างทำของมาตรา 587
ข้อห้ามเรื่องบัญชี กุญแจ เงินสำรองจ่าย โอเพนซอร์ส เครื่องมือภายนอก และข้อมูลในข้อ 2, 3, 9, 10 และ 12 มีผลให้ผู้ฝ่าฝืนต้องคืนสิ่งที่รับไว้ ระงับความเสียหาย และรับผิดตามส่วนที่พิสูจน์ได้ตามข้อ 11 และ ป.พ.พ. มาตรา 387; หากมีการเข้าระบบหลังถูกถอนสิทธิหรือเผยแพร่ข้อมูลโดยมิชอบ ให้ตรวจ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 และกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนดำเนินการ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-8B1E47 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างพัฒนา Mobile Application ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ส่วนจ้างพัฒนาแอปเข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ อากร 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียและขีดฆ่าแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ คำนวณจาก … ได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้บริการภายนอกที่ผู้ว่าจ้างจ่ายตรง คู่ฉบับส่วนจ้างทำของมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ให้ตรวจคู่ฉบับตามลักษณะ 23 และผู้มีหน้าที่เสียอากรตามกรณี เมื่อสินจ้างตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไปต้องตรวจการชำระเป็นตัวเงินตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ ฉบับที่ 37 หากลงนามอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธียื่นอากรอิเล็กทรอนิกส์และกำหนดภายใน 15 วันตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ ตราสารที่ปิดอากรไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนชำระอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 113–114 และ 118
สัญญาจ้างพัฒนา Mobile Application เสียภาษีอะไรบ้าง
หากผู้ว่าจ้างเป็นนิติบุคคลที่จ่ายค่าจ้างทำของให้ผู้รับในประเทศไทยตามเงื่อนไข ควรหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 และออกหนังสือรับรอง ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย หากผู้รับจ้างจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ออกใบกำกับภาษีเมื่อความรับผิดเกิดตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 ค่าใช้บริการร้านแอปหรือคลาวด์จากต่างประเทศต้องตรวจหน้าที่ภาษีเฉพาะรายการก่อนชำระ
ใช้สัญญาจ้างพัฒนา Mobile Applicationตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างพัฒนาแอปไอโอเอส แอนดรอยด์ หรือทั้งสองระบบเป็นโครงการ · ใช้เมื่อเจ้าของโครงการต้องเก็บบัญชีร้านแอปและกุญแจลงนามไว้กับตน · ใช้เมื่อมีการยื่นตรวจแอปและต้องแบ่งหน้าที่แก้เหตุถูกปฏิเสธ · ใช้เมื่อจะขายหรือสมัครสมาชิกภายในแอปและต้องกำหนดผู้รับเงินกับการคืนเงิน
ทำสัญญาจ้างพัฒนา Mobile Applicationต้องระวังอะไร
แนบรุ่นระบบและอุปกรณ์ทดสอบให้ชัด เพราะคำว่าใช้ได้ทุกเครื่องไม่มีเกณฑ์ตรวจรับ · ชื่อเจ้าของบัญชีร้านแอป กุญแจลงนาม และบัญชีรับเงินต้องตรวจตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน · ร้านแอปเป็นผู้ตัดสินอนุมัติแอป ควรระบุผู้แก้และผู้จ่ายเมื่อถูกปฏิเสธตามข้อ 5 · หากใช้ข้อมูลผู้ใช้จริงให้ตรวจผู้ประมวลผลและการโอนต่างประเทศตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.28–29, 37(4), 40 · อากรจ้างทำของลักษณะ 4 คำนวณจากสินจ้างทั้งสัญญา ไม่ใช่รวมค่าใช้บริการภายนอกที่จ่ายตรง · งานที่จ้างทำ ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้างเว้นแต่ตกลงไว้เป็นอย่างอื่นตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 ถ้าจะให้ผู้พัฒนาเก็บสิทธิไว้ ต้องเขียนไว้โดยชัดแจ้งเพราะเป็นการยกเว้นหลักกฎหมาย · บัญชีร้านแอปและกุญแจลงนามต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้างเสมอ เพราะเปลี่ยนผู้พัฒนาแล้วต้องอัปเดตแอปเดิมต่อได้ ไม่ใช่ต้องปล่อยแอปใหม่และเสียผู้ใช้เดิมทั้งหมด
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างพัฒนา Mobile Application
หากจ้างสร้างระบบซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ไม่ต้องยื่นร้านแอป ให้ใช้ สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ / ระบบสารสนเทศ · หากจ้างทำเว็บไซต์ที่เผยแพร่ผ่านโดเมน ให้ใช้ สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง) · หากเพียงสมัครใช้แอปสำเร็จรูปโดยไม่สร้างงานใหม่ ให้ใช้สัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการที่ตรงรูปแบบจริง · สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Website and Software Development Agreement — สัญญาจ้างพัฒนาเว็บไซต์และซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ
สัญญาจ้างพัฒนา Mobile Application ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญาจ้างพัฒนาแอปไม่ต้องจดทะเบียน แต่มีสองอย่างที่ร้านแอปบังคับและต้องเตรียมก่อนยื่น หนึ่ง บัญชีนักพัฒนาต้องอยู่ในชื่อผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่ชื่อผู้รับจ้าง ร้านแอปดูจากชื่อเจ้าของบัญชีในระบบของเขา ไม่ได้ดูจากสัญญาฉบับนี้ และบัญชีนิติบุคคลมักต้องยืนยันตัวตนองค์กรซึ่งใช้เวลา ให้เริ่มทำตั้งแต่ต้นโครงการ ไม่ใช่ตอนจะยื่นแอป สอง แอปที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เปิดดูได้จริง และต้องกรอกแบบแสดงการเก็บข้อมูลของร้านแอปให้ตรงกับที่แอปทำจริง ถ้ากรอกไม่ตรง แอปถูกปฏิเสธหรือถูกถอดภายหลังได้ ข้อมูลที่ต้องประกาศไม่ได้มีแค่ที่ผู้ใช้กรอก แต่รวมถึงข้อมูลวิเคราะห์การใช้งานและรายงานแอปล่มที่ชุดพัฒนาภายนอกเก็บไปด้วย และถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้จริง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับให้ต้องมี สัญญาระหว่างผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล แนบท้าย ไม่ใช่ทางเลือก และถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดเองเพราะเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ในคลังของเว็บนี้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) เป็นผนวกได้
ลงนามสัญญาจ้างพัฒนา Mobile Applicationต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน คู่สัญญาเก็บฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ พยานลงชื่อเมื่อมี ตรวจค่าจ้างทุกงวดรวมเท่ากับ … และตรวจว่าบัญชีร้านแอปเป็นชื่อผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มงาน ก่อนส่งข้อมูลผู้ใช้จริงให้ทดสอบด้วยข้อมูลจำลองก่อน หากต้องใช้ข้อมูลจริงให้ทำตามข้อ 10 และจำกัดสิทธิผู้พัฒนา ข้อความว่าเป็นผู้รับจ้างอิสระไม่ชี้ขาดสถานะ หากปฏิบัติจริงถูกควบคุมเวลา สถานที่ และวิธีทำงานอย่างลูกจ้าง อาจเข้าลักษณะจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 แทนจ้างทำของมาตรา 587 ข้อห้ามเรื่องบัญชี กุญแจ เงินสำรองจ่าย โอเพนซอร์ส เครื่องมือภายนอก และข้อมูลในข้อ 2, 3, 9, 10 และ 12 มีผลให้ผู้ฝ่าฝืนต้องคืนสิ่งที่รับไว้ ระงับความเสียหาย และรับผิดตามส่วนที่พิสูจน์ได้ตามข้อ 11 และ ป.พ.พ. มาตรา 387; หากมีการเข้าระบบหลังถูกถอนสิทธิหรือเผยแพร่ข้อมูลโดยมิชอบ ให้ตรวจ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5–10 และกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนดำเนินการ
ทำสัญญาจ้างพัฒนา Mobile Applicationต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ตารางหน้าจอ ฟังก์ชัน รุ่นระบบ อุปกรณ์ทดสอบ งานหลังบ้าน งวดงาน และเกณฑ์ตรวจรับตามข้อ 1 และ 4 หลักฐานเจ้าของบัญชีร้านแอป สิทธิสมาชิก ระบบแจ้งเตือน ที่เก็บซอร์สโค้ด และบัญชีกุญแจลงนาม โดยไม่แนบรหัสผ่านหรือกุญแจจริง รายการชุดพัฒนา โอเพนซอร์ส บริการภายนอก ค่าใช้จ่ายรายเดือน และข้อกำหนดของร้านแอปที่เกี่ยวกับการเผยแพร่ คำอธิบายการเก็บข้อมูลในแอป ข้อมูลวิเคราะห์การใช้งานและข้อมูลแอปล่ม นโยบายความเป็นส่วนตัว ผู้ประมวลผลช่วง และประเทศที่เข้าถึงข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 28–29, 37(4), 39 และ 40 หากมีการซื้อในแอป ให้แนบรายการสินค้า ราคา อัตราหักของร้านแอป ผู้รับเงิน เงื่อนไขต่ออายุและคืนเงิน พร้อมกรณีทดสอบรายการซ้ำ
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 23 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 596
ถ้าผู้รับจ้างส่งมอบการที่ทำไม่ทันเวลาที่ได้กำหนดไว้ในสัญญาก็ดี หรือถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ในสัญญาเมื่อล่วงพ้นเวลาอันควรแก่เหตุก็ดี ผู้ว่าจ้างชอบที่จะลดสินจ้างลง หรือถ้าสาระสำคัญแห่งสัญญาอยู่ที่เวลา ก็ชอบที่จะเลิกสัญญาได้
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)