สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างจ้างเทรนเนอร์ฝึกออกกำลังกายตัวต่อตัวตามจำนวนครั้งที่ตกลง ภายในอายุแพ็กเกจ · เทรนเนอร์ให้คำแนะนำได้เฉพาะด้านการออกกำลังกายและโภชนาการทั่วไป ไม่วินิจฉัยหรือรักษาโรค
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อจ้างเทรนเนอร์อิสระฝึกที่บ้าน สวนสาธารณะ หรือฟิตเนส |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | การจ้างเทรนเนอร์ฝึกเป็นจำนวนครั้งเพื่อผลตามโปรแกรมเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ เทรนเนอร์เป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114 |
| ภาษี | ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าบริษัทจ้างเทรนเนอร์ให้ผู้บริหารหรือพนักงาน บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน เทรนเนอร์ที่มีรายรับเกินเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 และเทรนเนอร์ต้องยื่นภาษีเงินได้จากรายรับนี้เอง |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน อาชีพเทรนเนอร์ส่วนตัวในไทยยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่กฎหมายบังคับ แต่คำแนะนำที่ล้ำเข้าไปในงานของแพทย์ นักกายภาพบำบัด หรือนักกำหนดอาหาร อาจเป็นการประกอบวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต ข้อ 2.1 จึงจำกัดขอบเขตไว้ ถ้าเทรนเนอร์ฝึกในฟิตเนส ให้ตรวจกฎของฟิตเนสเรื่องเทรนเนอร์ภายนอกด้วย เพราะหลายแห่งห้ามหรือเก็บค่าธรรมเนียม ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ถ้าคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้ตรวจข้อที่บังคับและข้อที่ห้ามก่อนใช้ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.383, 420, 587; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 8; พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ม.35 ทวิ; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.19, 26; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อจ้างเทรนเนอร์อิสระฝึกที่บ้าน สวนสาธารณะ หรือฟิตเนส
- ใช้เมื่อเทรนเนอร์ต้องการสัญญาเรื่องยกเลิกนัดและคืนเงินที่ชัดเจน
- ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างมีโรคประจำตัวหรือการบาดเจ็บเดิมที่ต้องแจ้งก่อนฝึก
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- เทรนเนอร์ให้คำแนะนำได้เฉพาะด้านการออกกำลังกายและโภชนาการทั่วไป ไม่วินิจฉัยหรือรักษาโรค
- ข้อยกเว้นความรับผิดต่อความบาดเจ็บจากความประมาทของเทรนเนอร์ใช้ไม่ได้
- ข้อมูลน้ำหนัก สัดส่วน และประวัติการบาดเจ็บเป็นข้อมูลสุขภาพ ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง
- ภาพก่อนหลังโพสต์เป็นผลงานได้เมื่อได้รับความยินยอมแยกต่างหากเท่านั้น
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าซื้อสมาชิกภาพเข้าใช้ฟิตเนส ให้ใช้ สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ
- ถ้าเป็นการทำกายภาพบำบัดหรือฟื้นฟูหลังบาดเจ็บ ต้องใช้บริการของนักกายภาพบำบัดที่มีใบอนุญาต แม่แบบนี้ไม่เหมาะ
- ถ้าเป็นแพ็กเกจนวดหรือสปา ให้ใช้ สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ
- สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ภาษาอังกฤษ — ใช้ Personal Training Services Agreement — สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
การจ้างเทรนเนอร์ฝึกเป็นจำนวนครั้งเพื่อผลตามโปรแกรมเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ เทรนเนอร์เป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน อาชีพเทรนเนอร์ส่วนตัวในไทยยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่กฎหมายบังคับ แต่คำแนะนำที่ล้ำเข้าไปในงานของแพทย์ นักกายภาพบำบัด หรือนักกำหนดอาหาร อาจเป็นการประกอบวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต ข้อ 2.1 จึงจำกัดขอบเขตไว้ ถ้าเทรนเนอร์ฝึกในฟิตเนส ให้ตรวจกฎของฟิตเนสเรื่องเทรนเนอร์ภายนอกด้วย เพราะหลายแห่งห้ามหรือเก็บค่าธรรมเนียม
ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ถ้าคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้ตรวจข้อที่บังคับและข้อที่ห้ามก่อนใช้
ภาษี
ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าบริษัทจ้างเทรนเนอร์ให้ผู้บริหารหรือพนักงาน บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน เทรนเนอร์ที่มีรายรับเกินเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 และเทรนเนอร์ต้องยื่นภาษีเงินได้จากรายรับนี้เอง
ใครรับผิดเมื่อบาดเจ็บ
ข้อ 8 แบ่งความรับผิดตามต้นเหตุ เทรนเนอร์รับผิดเมื่อออกแบบโปรแกรมไม่เหมาะกับสภาพที่ผู้ว่าจ้างแจ้งไว้ หรือไม่ดูแลท่าทาง ผู้ว่าจ้างรับผิดเองเมื่อปกปิดข้อมูลสุขภาพหรือฝึกเองนอกเวลา ข้อยกเว้นความรับผิดต่อชีวิตร่างกายของเทรนเนอร์ไม่มีผลตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8 และความรับผิดทางละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ยังอยู่เสมอ แบบประเมินสุขภาพตามข้อ 3.1 จึงเป็นเอกสารที่สำคัญที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย
ขายอาหารเสริมระหว่างฝึก
ข้อ 2.2 เป็นสวิตช์ เพราะเทรนเนอร์จำนวนมากมีรายได้จากการขายอาหารเสริม ถ้าเปิด เทรนเนอร์ต้องขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและเปิดเผยผลประโยชน์ที่ตนได้ การอ้างสรรพคุณรักษาโรคหรือลดน้ำหนักเกินจริงเป็นความผิดตามกฎหมายอาหารและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา ซึ่งเป็นความรับผิดของผู้ขายเอง แยกจากสัญญานี้
ยกเลิกนัดต้องเป็นธรรมทั้งสองทาง
ข้อ 5.2 ใช้กติกาเดียวกันกับทั้งสองฝ่าย ผู้ว่าจ้างไม่มาโดยไม่แจ้งเสียสิทธิหนึ่งครั้ง เทรนเนอร์ไม่มาโดยไม่แจ้งต้องชดเชยหนึ่งครั้ง ข้อสัญญาที่ให้ตัดสิทธิลูกค้าฝ่ายเดียวแต่ไม่มีผลกับเทรนเนอร์เลย เสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม มาตรา 4 การคืนเงินตามข้อ 6.2 มีเพดานค่าดำเนินการ การริบเงินค่าฝึกที่ยังไม่ได้ใช้ทั้งหมดศาลลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383
ข้อมูลร่างกายและภาพก่อนหลัง
น้ำหนัก สัดส่วน และประวัติการบาดเจ็บเป็นข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง ภาพก่อนหลังที่เทรนเนอร์นิยมโพสต์เป็นผลงานต้องได้รับความยินยอมแยกต่างหากที่ถอนได้ตามมาตรา 19 การโพสต์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นทั้งการผิดสัญญาตามข้อ 7.2 และการละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420
การคุกคาม
ข้อ 9 มีไว้เพราะการฝึกแบบตัวต่อตัวมีการสัมผัสร่างกายเป็นปกติ ข้อนี้กำหนดให้บอกก่อนสัมผัสและหยุดเมื่อไม่ยินยอม การล่วงเกินทางเพศให้ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ทันทีพร้อมเงินคืนเต็มตามสัดส่วน และเป็นความผิดอาญาแยกจากสัญญา
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- แบบประเมินความพร้อมทางสุขภาพและแบบยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ
- โปรแกรมการฝึกเบื้องต้นและเป้าหมาย
- สำเนาประกาศนียบัตรของเทรนเนอร์ และกรมธรรม์ประกันภัย ถ้ามี
- แบบยินยอมใช้ภาพแยกต่างหาก ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงนามแบบประเมินสุขภาพก่อนการฝึกครั้งแรก
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-E59AC4 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
การจ้างเทรนเนอร์ฝึกเป็นจำนวนครั้งเพื่อผลตามโปรแกรมเป็นการจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 4 อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษ เทรนเนอร์เป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า จากค่าจ้าง … คำนวณอากรได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ถ้าไม่ปิดอากรครบ สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว เสียภาษีอะไรบ้าง
ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้าบริษัทจ้างเทรนเนอร์ให้ผู้บริหารหรือพนักงาน บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8 ให้ตรวจอัตราปัจจุบัน เทรนเนอร์ที่มีรายรับเกินเกณฑ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1 และ 86 และเทรนเนอร์ต้องยื่นภาษีเงินได้จากรายรับนี้เอง
ใช้สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวตอนไหน
ใช้เมื่อจ้างเทรนเนอร์อิสระฝึกที่บ้าน สวนสาธารณะ หรือฟิตเนส · ใช้เมื่อเทรนเนอร์ต้องการสัญญาเรื่องยกเลิกนัดและคืนเงินที่ชัดเจน · ใช้เมื่อผู้ว่าจ้างมีโรคประจำตัวหรือการบาดเจ็บเดิมที่ต้องแจ้งก่อนฝึก
ทำสัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวต้องระวังอะไร
เทรนเนอร์ให้คำแนะนำได้เฉพาะด้านการออกกำลังกายและโภชนาการทั่วไป ไม่วินิจฉัยหรือรักษาโรค · ข้อยกเว้นความรับผิดต่อความบาดเจ็บจากความประมาทของเทรนเนอร์ใช้ไม่ได้ · ข้อมูลน้ำหนัก สัดส่วน และประวัติการบาดเจ็บเป็นข้อมูลสุขภาพ ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง · ภาพก่อนหลังโพสต์เป็นผลงานได้เมื่อได้รับความยินยอมแยกต่างหากเท่านั้น
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว
ถ้าซื้อสมาชิกภาพเข้าใช้ฟิตเนส ให้ใช้ สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ · ถ้าเป็นการทำกายภาพบำบัดหรือฟื้นฟูหลังบาดเจ็บ ต้องใช้บริการของนักกายภาพบำบัดที่มีใบอนุญาต แม่แบบนี้ไม่เหมาะ · ถ้าเป็นแพ็กเกจนวดหรือสปา ให้ใช้ สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ · สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ภาษาอังกฤษ — ใช้ Personal Training Services Agreement — สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ภาษาอังกฤษ
สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน อาชีพเทรนเนอร์ส่วนตัวในไทยยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพที่กฎหมายบังคับ แต่คำแนะนำที่ล้ำเข้าไปในงานของแพทย์ นักกายภาพบำบัด หรือนักกำหนดอาหาร อาจเป็นการประกอบวิชาชีพที่ต้องมีใบอนุญาต ข้อ 2.1 จึงจำกัดขอบเขตไว้ ถ้าเทรนเนอร์ฝึกในฟิตเนส ให้ตรวจกฎของฟิตเนสเรื่องเทรนเนอร์ภายนอกด้วย เพราะหลายแห่งห้ามหรือเก็บค่าธรรมเนียม ผู้ว่าจ้างส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ถ้าคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาประกาศให้ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจควบคุมสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 35 ทวิ ให้ตรวจข้อที่บังคับและข้อที่ห้ามก่อนใช้
ลงนามสัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงนามแบบประเมินสุขภาพก่อนการฝึกครั้งแรก
ทำสัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
แบบประเมินความพร้อมทางสุขภาพและแบบยินยอมเก็บข้อมูลสุขภาพ โปรแกรมการฝึกเบื้องต้นและเป้าหมาย สำเนาประกาศนียบัตรของเทรนเนอร์ และกรมธรรม์ประกันภัย ถ้ามี แบบยินยอมใช้ภาพแยกต่างหาก ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19
บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36