สัญญาจ้างดูแล Social Media ต้องมีอะไรบ้าง
สัญญาระหว่างแบรนด์กับเอเจนซีหรือฟรีแลนซ์เพื่อผลิต โพสต์ และดูแลชุมชนบนบัญชี Social Media ของแบรนด์ · บัญชีหลัก ช่องทางกู้คืน ผู้ติดตาม และประวัติการโพสต์ต้องอยู่กับแบรนด์เสมอ
| ใช้เมื่อ | ใช้จ้างทำปฏิทินคอนเทนต์ ผลิตโพสต์ และเผยแพร่บนบัญชีของแบรนด์เป็นรายเดือน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาจ้างดูแล Social Media เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าจ้างตามสัญญาคำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนจ้างทำของมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตราสารที่ไม่ปิดอากรบริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาที่ใช้บังคับ |
| ภาษี | ค่าบริการดูแล Social Media โดยทั่วไปตรวจหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 เมื่อผู้จ่ายเป็นนิติบุคคลและเข้าเงื่อนไข ท.ป.4/2528 ส่วนค่าโฆษณาที่แยกจ่ายจริงอาจใช้อัตราร้อยละ 2 ตามข้อ 10 ห้ามรวมงบสื่อเข้ากับค่าบริการโดยไม่แยกรายการ ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ค่าจ้าง … ต้องตรงกับใบเสนอราคาและไม่รวมเงินที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแพลตฟอร์มหรือบุคคลภายนอกโดยตรง |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญาบริการทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องใช้ขั้นตอนเพิ่มผู้ดูแลของแต่ละแพลตฟอร์ม แทนการส่งรหัสผ่าน หากมีชิงโชค แจกของรางวัล สินค้าควบคุม หรือคอนเทนต์การเงิน ให้ตรวจใบอนุญาตและกฎหมายเฉพาะก่อนเผยแพร่ |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 423, 587, 605, 807, 810, 812; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 18, 11, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.20, 28–29, 30–37, 39, 40; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 8, 10, 12/1, 12/7; พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ม.57 ตามสรุป competition.md |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้จ้างทำปฏิทินคอนเทนต์ ผลิตโพสต์ และเผยแพร่บนบัญชีของแบรนด์เป็นรายเดือน
- ใช้จ้างตอบคอมเมนต์ทั่วไป กลั่นกรองสแปม และส่งต่อข้อร้องเรียนโดยไม่ให้อำนาจจัดการคำสั่งซื้อ
- ใช้เมื่อผู้รับจ้างต้องเข้าถึงบัญชี Social Media และไฟล์แบรนด์
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- บัญชีหลัก ช่องทางกู้คืน ผู้ติดตาม และประวัติการโพสต์ต้องอยู่กับแบรนด์เสมอ
- คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับสินค้าและคู่แข่งต้องผ่านการอนุมัติ และอาจเกิดความรับผิดตาม ป.พ.พ. ม.423
- หากผู้รับจ้างอ่านข้อความหรือข้อมูลผู้ติดตาม ต้องกำหนดหน้าที่ผู้ประมวลผลตาม PDPA ม.40
- การจำกัดรับงานคู่แข่งต้องระบุหมวดและเวลาให้แคบตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5
- หากใช้ AI ต้องได้รับอนุมัติและห้ามสร้างภาพหรือเสียงเลียนแบบบุคคลจริงโดยไม่มีความยินยอม
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ไม่เหมาะกับงานตอบแชต รับคำสั่งซื้อ ส่วนลด และคืนเงินเป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้า
- ไม่เหมาะกับวางกลยุทธ์การตลาดและบริหารงบโฆษณาหลายช่องทาง ให้ใช้ สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์
- ไม่เหมาะกับ Influencer โพสต์บนบัญชีของตนเอง ให้ใช้ สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL
- สัญญาจ้างดูแลโซเชียลมีเดีย ภาษาอังกฤษ — ใช้ Social Media Management Agreement — สัญญาจ้างดูแลโซเชียลมีเดีย ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญาจ้างดูแล Social Media เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าจ้างตามสัญญาคำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนจ้างทำของมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก)
ตราสารที่ไม่ปิดอากรบริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาที่ใช้บังคับ
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญาบริการทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องใช้ขั้นตอนเพิ่มผู้ดูแลของแต่ละแพลตฟอร์ม แทนการส่งรหัสผ่าน หากมีชิงโชค แจกของรางวัล สินค้าควบคุม หรือคอนเทนต์การเงิน ให้ตรวจใบอนุญาตและกฎหมายเฉพาะก่อนเผยแพร่
ภาษี
ค่าบริการดูแล Social Media โดยทั่วไปตรวจหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 เมื่อผู้จ่ายเป็นนิติบุคคลและเข้าเงื่อนไข ท.ป.4/2528 ส่วนค่าโฆษณาที่แยกจ่ายจริงอาจใช้อัตราร้อยละ 2 ตามข้อ 10 ห้ามรวมงบสื่อเข้ากับค่าบริการโดยไม่แยกรายการ ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย
ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ค่าจ้าง … ต้องตรงกับใบเสนอราคาและไม่รวมเงินที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแพลตฟอร์มหรือบุคคลภายนอกโดยตรง
เส้นแบ่งกับงานแอดมินเพจ — อย่าให้อำนาจเกินที่ตกลง
สัญญานี้ครอบคลุมการผลิตคอนเทนต์ เผยแพร่ และดูแลชุมชนสาธารณะ ไม่รวมอำนาจเกี่ยวกับคำสั่งซื้อและเงิน
- ผู้รับจ้างตามสัญญานี้ไม่มีอำนาจยืนยันคำสั่งซื้อ ให้ส่วนลด อนุมัติคืนเงิน หรือรับชำระเงินแทนผู้ว่าจ้าง ถ้าต้องการให้ทำสิ่งเหล่านั้นด้วย ให้ใช้สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้าแทน หรือทำเป็นข้อตกลงเพิ่มเติมที่ระบุวงเงินและขั้นตอนอนุมัติไว้ชัด
- เรื่องที่ต้องส่งต่อ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตัดสินใจเอง ข้อร้องเรียนเรื่องสินค้า การเรียกร้องค่าเสียหาย คำถามด้านกฎหมาย และข่าวเชิงลบ ต้องส่งต่อให้ผู้ว่าจ้างตามข้อ 3 ไม่ใช่ตอบแทนแบรนด์ด้วยความเห็นของตนเอง
- การตอบในนามแบรนด์คือการแสดงตนแทนแบรนด์ ข้อความที่ตอบไปผูกพันภาพลักษณ์และอาจผูกพันทางกฎหมายได้ จึงต้องมีแนวทางน้ำเสียงและชุดคำตอบที่อนุมัติไว้ในผนวก ไม่ใช่ปล่อยให้ใช้ดุลพินิจรายคน
ข้อความในคอมเมนต์และการกลั่นกรอง
- ข้อความที่ทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง จนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (ป.พ.พ. ม.423) — งานดูแลชุมชนทำให้ผู้รับจ้างเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงสองทาง คือข้อความที่ตนพิมพ์ตอบในนามแบรนด์ และการปล่อยให้ข้อความของผู้อื่นอยู่บนช่องทางของแบรนด์
- การลบคอมเมนต์ต้องมีเกณฑ์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า ลบเฉพาะที่ผิดกติกาที่ประกาศไว้ เช่น หยาบคาย สแปม ละเมิดสิทธิผู้อื่น หรือผิดกฎหมาย · การลบคำติชมทั่วไปหรือบล็อกลูกค้าที่ร้องเรียนโดยไม่มีเกณฑ์ เป็นความเสี่ยงด้านชื่อเสียงของแบรนด์เองและอาจถูกมองว่าปกปิดข้อมูลผู้บริโภค
- เก็บหลักฐานก่อนลบเสมอ ภาพหน้าจอพร้อมเวลาและบริบท เพราะข้อพิพาทมักเกิดหลังลบไปแล้ว
ผู้เยาว์ กิจกรรม และข้อมูลผู้ติดตาม
- ผู้เยาว์ หากช่องทางมีผู้ติดตามที่เป็นเด็ก หรือกิจกรรมเก็บข้อมูลจากเด็ก ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (PDPA ม.20) และต้องระวังการโฆษณาที่มุ่งเป้าไปที่เด็กเป็นการเฉพาะ · เด็กที่ปรากฏในคอนเทนต์ต้องได้ความยินยอมจากผู้ปกครองสำหรับการเผยแพร่เชิงพาณิชย์
- กิจกรรมชิงโชค แจกของรางวัล หรือกติกาที่ผู้ร่วมได้รางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ผู้จัดคือผู้ว่าจ้าง แต่ผู้รับจ้างที่ออกแบบกติกาและประกาศแทนอาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในผนวกว่าใครเป็นผู้ขออนุญาตและใครเป็นผู้ประกาศผล
- ข้อมูลผู้ติดตาม ข้อความส่วนตัว และรายชื่อผู้ร่วมกิจกรรม เป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างเป็นผู้ประมวลผลตามคำสั่ง ห้ามนำไปใช้กับลูกค้ารายอื่นหรือส่งออกจากระบบของผู้ว่าจ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต
บัญชีและสิ่งที่เกิดขึ้นตอนเลิกกัน
- บัญชี เพจ และสิทธิผู้ดูแลสูงสุดต้องเป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่วันแรก ให้ผู้รับจ้างเข้าถึงผ่านบัญชีผู้ใช้รายบุคคลหรือเครื่องมือจัดการเพจ ไม่ใช่ส่งรหัสผ่านหลักให้
- เปลี่ยนรหัสผ่านและถอนสิทธิทันทีที่เลิกสัญญา และตรวจเองว่าถอนครบจริง ไม่ใช่เชื่อว่าอีกฝ่ายถอนให้แล้ว
- ห้ามยึดบัญชี คอนเทนต์ หรือปฏิทินโพสต์ไว้ต่อรองค่าจ้างที่ยังโต้แย้งกัน และห้ามลบโพสต์ย้อนหลังหรือประวัติของเพจ ซึ่งเป็นทรัพย์สินสะสมของแบรนด์ ค่าจ้างค้างให้เรียกตามข้อ 5 และข้อ 13
- ธรรมสิทธิ์โอนกันไม่ได้ (ข้อ 7.5) ผู้สร้างสรรค์ยังห้ามการบิดเบือนผลงานจนเสียชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์แล้ว (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18)
ข้อที่คนจ้างดูแล Social Media พลาดบ่อย
- ไม่มีปฏิทินและผู้อนุมัติคนเดียว ทำให้โพสต์ไม่ออกตามกำหนดและเถียงกันว่าใครอนุมัติ ข้อ 2 มีไว้เพื่อการนี้
- ไม่เขียนว่าอะไรไม่รวม งานดูแลเพจถูกขอเพิ่มทีละอย่าง ทั้งไลฟ์ ตอบแชตขายของ ทำคลิป และยิงแอด จนกลายเป็นงานคนละราคา
- คาดหวังยอดผู้ติดตามเป็น KPI ข้อ 10 วางไว้ถูกแล้วว่าผลลัพธ์ขึ้นกับอัลกอริทึมและปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ให้วัดจากงานที่ทำจริงเป็นหลัก
- ปล่อยให้ผู้รับจ้างเปิดเพจใหม่ในชื่อของตัวเอง แล้วเอาคืนไม่ได้ตอนเลิกสัญญา
- ให้ตอบเรื่องสินค้าชำรุดหรือข้อร้องเรียนเอง ซึ่งเกินขอบเขตสัญญานี้และสร้างความรับผิดให้แบรนด์โดยไม่ตั้งใจ
กฎหมายว่าด้วยการพนัน กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม และกติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม ควรตรวจตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนใช้ — ข้อความข้างต้นเขียนไว้เพื่อเตือนให้ตรวจ ไม่ใช่การยืนยันเลขมาตรา
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- รายชื่อบัญชี … เจ้าของบัญชี ผู้ดูแล และภาพสถานะสิทธิก่อนเริ่มงาน
- Brand guideline น้ำเสียง … คำกล่าวอ้างที่อนุมัติ และกฎหมายเฉพาะสินค้า
- ปฏิทินและจำนวนผลงาน … พร้อมเกณฑ์อนุมัติและรอบแก้ไข
- กติกากลั่นกรอง … รายการส่งต่อ … และแผนรับมือวิกฤต
- รายการเพลง ภาพ ฟอนต์ สิทธิบุคคลภายนอก เงื่อนไข AI และขอบเขตใบอนุญาตใช้ผลงาน
- รายการข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลช่วง ประเทศที่จัดเก็บ และกำหนดลบข้อมูล
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกชุด ตรวจยอดค่าจ้างและสิทธิในผลงาน ถ่ายภาพสถานะบัญชีและผู้ดูแลโดยไม่บันทึกรหัสผ่าน ทดสอบช่องทางฉุกเฉินและยืนยันว่าผู้ว่าจ้างยังควบคุมบัญชีหลักกับช่องทางกู้คืนได้
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-92D751 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาจ้างดูแล Social Media ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาจ้างดูแล Social Media เข้าลักษณะตราสาร 4 จ้างทำของ ผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท ค่าจ้างตามสัญญาคำนวณได้ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) คู่ฉบับส่วนจ้างทำของมีอากร (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) ตราสารที่ไม่ปิดอากรบริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และอาจมีเงินเพิ่มตามมาตรา 113–114 สัญญาอิเล็กทรอนิกส์ให้ตรวจวิธีชำระเป็นตัวเงินและกำหนดเวลาที่ใช้บังคับ
สัญญาจ้างดูแล Social Media เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าบริการดูแล Social Media โดยทั่วไปตรวจหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตราปกติร้อยละ 3 เมื่อผู้จ่ายเป็นนิติบุคคลและเข้าเงื่อนไข ท.ป.4/2528 ส่วนค่าโฆษณาที่แยกจ่ายจริงอาจใช้อัตราร้อยละ 2 ตามข้อ 10 ห้ามรวมงบสื่อเข้ากับค่าบริการโดยไม่แยกรายการ ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่าย ผู้รับจ้างจดทะเบียน VAT เรียกเก็บเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามกฎหมาย ค่าจ้าง … ต้องตรงกับใบเสนอราคาและไม่รวมเงินที่ผู้ว่าจ้างจ่ายแพลตฟอร์มหรือบุคคลภายนอกโดยตรง
ใช้สัญญาจ้างดูแล Social Mediaตอนไหน
ใช้จ้างทำปฏิทินคอนเทนต์ ผลิตโพสต์ และเผยแพร่บนบัญชีของแบรนด์เป็นรายเดือน · ใช้จ้างตอบคอมเมนต์ทั่วไป กลั่นกรองสแปม และส่งต่อข้อร้องเรียนโดยไม่ให้อำนาจจัดการคำสั่งซื้อ · ใช้เมื่อผู้รับจ้างต้องเข้าถึงบัญชี Social Media และไฟล์แบรนด์
ทำสัญญาจ้างดูแล Social Mediaต้องระวังอะไร
บัญชีหลัก ช่องทางกู้คืน ผู้ติดตาม และประวัติการโพสต์ต้องอยู่กับแบรนด์เสมอ · คำกล่าวอ้างเกี่ยวกับสินค้าและคู่แข่งต้องผ่านการอนุมัติ และอาจเกิดความรับผิดตาม ป.พ.พ. ม.423 · หากผู้รับจ้างอ่านข้อความหรือข้อมูลผู้ติดตาม ต้องกำหนดหน้าที่ผู้ประมวลผลตาม PDPA ม.40 · การจำกัดรับงานคู่แข่งต้องระบุหมวดและเวลาให้แคบตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5 · หากใช้ AI ต้องได้รับอนุมัติและห้ามสร้างภาพหรือเสียงเลียนแบบบุคคลจริงโดยไม่มีความยินยอม
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้างดูแล Social Media
ไม่เหมาะกับงานตอบแชต รับคำสั่งซื้อ ส่วนลด และคืนเงินเป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาจ้างแอดมินเพจและตอบแชตลูกค้า · ไม่เหมาะกับวางกลยุทธ์การตลาดและบริหารงบโฆษณาหลายช่องทาง ให้ใช้ สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์ · ไม่เหมาะกับ Influencer โพสต์บนบัญชีของตนเอง ให้ใช้ สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL · สัญญาจ้างดูแลโซเชียลมีเดีย ภาษาอังกฤษ — ใช้ Social Media Management Agreement — สัญญาจ้างดูแลโซเชียลมีเดีย ภาษาอังกฤษ
สัญญาจ้างดูแล Social Media ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญาบริการทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องใช้ขั้นตอนเพิ่มผู้ดูแลของแต่ละแพลตฟอร์ม แทนการส่งรหัสผ่าน หากมีชิงโชค แจกของรางวัล สินค้าควบคุม หรือคอนเทนต์การเงิน ให้ตรวจใบอนุญาตและกฎหมายเฉพาะก่อนเผยแพร่
ลงนามสัญญาจ้างดูแล Social Mediaต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกชุด ตรวจยอดค่าจ้างและสิทธิในผลงาน ถ่ายภาพสถานะบัญชีและผู้ดูแลโดยไม่บันทึกรหัสผ่าน ทดสอบช่องทางฉุกเฉินและยืนยันว่าผู้ว่าจ้างยังควบคุมบัญชีหลักกับช่องทางกู้คืนได้
ทำสัญญาจ้างดูแล Social Mediaต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
รายชื่อบัญชี … เจ้าของบัญชี ผู้ดูแล และภาพสถานะสิทธิก่อนเริ่มงาน Brand guideline น้ำเสียง … คำกล่าวอ้างที่อนุมัติ และกฎหมายเฉพาะสินค้า ปฏิทินและจำนวนผลงาน … พร้อมเกณฑ์อนุมัติและรอบแก้ไข กติกากลั่นกรอง … รายการส่งต่อ … และแผนรับมือวิกฤต รายการเพลง ภาพ ฟอนต์ สิทธิบุคคลภายนอก เงื่อนไข AI และขอบเขตใบอนุญาตใช้ผลงาน รายการข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ประมวลผลช่วง ประเทศที่จัดเก็บ และกำหนดลบข้อมูล
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 26 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423
ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 807
ตัวแทนต้องทำการตามคำสั่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายของตัวการ เมื่อไม่มีคำสั่งเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินตามทางที่เคยทำกันมาในกิจการค้าขายอันเขาให้ตนทำอยู่นั้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812
ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 11
งานใดมีลักษณะเป็นการดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลงตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกดัดแปลง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 114
โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่
พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560