สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

สัญญาระหว่างแบรนด์หรือเอเจนซีกับ Influencer/KOL สำหรับผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์แคมเปญ · ต้องระบุว่าเป็นโฆษณาหรือได้รับค่าตอบแทนให้เห็นชัด ไม่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นรีวิวอิสระ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้จ้างโพสต์ วิดีโอ รีวิว หรือสตอรี่ตามแคมเปญ
อากรแสตมป์สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร ลักษณะ 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้รับจ้าง (ครีเอเตอร์) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร · ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ปิดอากรให้บริบูรณ์ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ครีเอเตอร์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องปิดให้ครบก่อน
ภาษีจำแนกอัตราตามเนื้อแท้ของงาน ไม่ใช่ตามชื่อสัญญา ค่าจ้างผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์โดยทั่วไปเป็นค่าบริการหรือจ้างทำของ หัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 (ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือ 12/1 แล้วแต่กรณี) ส่วนค่าตอบแทนที่มีเนื้อแท้เป็นค่าโฆษณาเข้า ข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ถ้าใบแจ้งหนี้มีหลายรายการ ให้แยกบรรทัดและแยกอัตรา เช่น ค่าผลิตคอนเทนต์กับค่าซื้อพื้นที่โฆษณาในช่องของครีเอเตอร์ ไม่ใช่รวมก้อนเดียวแล้วเลือกอัตราเดียว · ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่ายเสมอ และออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักตามคำสั่งนี้ ครีเอเตอร์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน · ค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิในชิ้นงานที่แยกจากค่าจ้างผลิต อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · ของที่ได้รับแทนเงิน (สินค้า ที่พัก ทริป) เป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด ไม่ใช่ของฟรี
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ตัวแคมเปญมีกฎหมายของตัวเองที่ต้องตรวจก่อนเผยแพร่ สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร — ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค · สุราและยาสูบห้ามโฆษณา · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง แคมเปญที่มีการชิงโชคหรือแจกรางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด ผู้จัดคือแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์ แต่ครีเอเตอร์ที่ประกาศกติกาให้อาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในบรีฟว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต กติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับ ซึ่งเสียหายจริง — ให้ระบุในผนวกว่าใครรับความเสี่ยงนั้น
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.7, 204, 224, 383, 387, 391, 423, 587, 592–596, 605; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.10, 15, 17, 18; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ม.20, 37, 40; พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551 ม.5, 9; ประมวลรัษฎากร ม.113, 114, 118 และบัญชีอัตราอากรลักษณะ 4; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 10, 12/1, 12/7
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้จ้างโพสต์ วิดีโอ รีวิว หรือสตอรี่ตามแคมเปญ
  • ใช้กำหนดช่วงคงโพสต์และสิทธิแบรนด์นำคอนเทนต์ไปใช้ซ้ำ
  • ใช้เมื่อมีบรีฟและคำกล่าวอ้างสินค้าที่ต้องอนุมัติก่อนเผยแพร่

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ต้องระบุว่าเป็นโฆษณาหรือได้รับค่าตอบแทนให้เห็นชัด ไม่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นรีวิวอิสระ
  • แบรนด์ต้องให้ข้อมูลสินค้าถูกต้อง ส่วนครีเอเตอร์ต้องไม่แต่งคำกล่าวอ้างเกินบรีฟ
  • หากเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง สุขภาพ หรือการเงิน ต้องตรวจกฎหมายเฉพาะก่อนเผยแพร่
  • สิทธิใช้คอนเทนต์ต้องระบุช่องทาง ระยะเวลา และสิทธิยิงโฆษณาให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17
  • ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องแคบและสมเหตุสมผลตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

  • สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร ลักษณะ 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก
  • ผู้รับจ้าง (ครีเอเตอร์) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า
  • ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร · ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร
  • ไม่ปิดอากรให้บริบูรณ์ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ครีเอเตอร์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องปิดให้ครบก่อน

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ตัวแคมเปญมีกฎหมายของตัวเองที่ต้องตรวจก่อนเผยแพร่

  • สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร — ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค · สุราและยาสูบห้ามโฆษณา · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง
  • แคมเปญที่มีการชิงโชคหรือแจกรางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด ผู้จัดคือแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์ แต่ครีเอเตอร์ที่ประกาศกติกาให้อาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในบรีฟว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต
  • กติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับ ซึ่งเสียหายจริง — ให้ระบุในผนวกว่าใครรับความเสี่ยงนั้น

ภาษี

  • จำแนกอัตราตามเนื้อแท้ของงาน ไม่ใช่ตามชื่อสัญญา ค่าจ้างผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์โดยทั่วไปเป็นค่าบริการหรือจ้างทำของ หัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 (ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือ 12/1 แล้วแต่กรณี) ส่วนค่าตอบแทนที่มีเนื้อแท้เป็นค่าโฆษณาเข้า ข้อ 10 อัตราร้อยละ 2
  • ถ้าใบแจ้งหนี้มีหลายรายการ ให้แยกบรรทัดและแยกอัตรา เช่น ค่าผลิตคอนเทนต์กับค่าซื้อพื้นที่โฆษณาในช่องของครีเอเตอร์ ไม่ใช่รวมก้อนเดียวแล้วเลือกอัตราเดียว · ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่ายเสมอ และออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักตามคำสั่งนี้
  • ครีเอเตอร์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน · ค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิในชิ้นงานที่แยกจากค่าจ้างผลิต อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก
  • รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · ของที่ได้รับแทนเงิน (สินค้า ที่พัก ทริป) เป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด ไม่ใช่ของฟรี

สิทธิใช้ชิ้นงาน — จุดที่เสียเงินกันมากที่สุด

  • สิทธิใช้คือไลเซนส์ที่มีขอบเขต ไม่ใช่การซื้อขาด ข้อ 5.2 จึงผูกไว้กับ ช่องทาง · เขตพื้นที่ · ระยะเวลา พร้อมกัน และเมื่อพ้นกำหนดแบรนด์ต้องหยุดใช้และถอนออกจากสื่อที่ยังเผยแพร่อยู่ · ไลเซนส์ทั่วโลกกับเฉพาะในประเทศ ราคาต่างกันมาก
  • การยิงโฆษณาแบบเสียเงินเป็นคนละเรื่องกับการโพสต์ จ่ายค่าโพสต์หนึ่งครั้งแล้วเอาชิ้นงานไปยิงแอดต่อเป็นปี หรือขอสิทธิยิงโฆษณาผ่านบัญชีของครีเอเตอร์ คือข้อพิพาทเรื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดของงานนี้ — สัญญานี้จึงทำเป็นสวิตช์ที่ต้องตีราคาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ปล่อยให้ไปขอความยินยอมทีหลังตอนที่ครีเอเตอร์เสียเปรียบแล้ว
  • ลิขสิทธิ์เป็นของแบรนด์ตามข้อ 5.1 แต่ธรรมสิทธิ์โอนไม่ได้ ครีเอเตอร์ยังมีสิทธิแสดงว่าตนเป็นผู้สร้างสรรค์ และห้ามบิดเบือนหรือตัดทอนชิ้นงานจนเสียชื่อเสียงของตน แม้โอนลิขสิทธิ์ไปแล้ว (พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18) เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร — การตัดคลิปใหม่จนความหมายเปลี่ยนแล้วยังใช้หน้าครีเอเตอร์ เข้าข้อนี้ได้
  • การใช้ชื่อ ภาพ และเสียงของครีเอเตอร์เป็นสิทธิแยกจากลิขสิทธิ์ ข้อ 5.1 จำกัดไว้เฉพาะในชิ้นงานและบริบทแคมเปญ การเอาหน้าครีเอเตอร์ไปขึ้นป้าย บรรจุภัณฑ์ หรือหน้าร้าน เป็นการใช้เกินขอบเขตและอาจเป็นละเมิดตาม ป.พ.พ. ม.420 ต่างหาก
  • เพลง ภาพ ฟอนต์ และคลิปของบุคคลภายนอกต้องมีสิทธิครอบคลุมถึงการโฆษณาและการใช้ซ้ำ ไลเซนส์เพลงในแอปแพลตฟอร์มมักใช้ได้เฉพาะโพสต์ปกติ ไม่ครอบคลุมการนำไปยิงแอด ให้ระบุในผนวกว่าใครเป็นผู้จัดหาและครอบคลุมแค่ไหน

การเปิดเผยโฆษณา คำกล่าวอ้าง และความรับผิด

  • เนื้อหาที่ได้รับค่าตอบแทนต้องให้ผู้ชมรู้ว่าเป็นโฆษณา ข้อ 2.2 กำหนดตำแหน่งที่ผู้ชมเห็นก่อนหรือพร้อมรับสาร และระบุว่าป้ายอัตโนมัติของแพลตฟอร์มไม่ตัดหน้าที่นี้ การทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นความเห็นอิสระทั้งที่รับเงินมา เสี่ยงเป็นข้อความโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิด
  • แบ่งความรับผิดเรื่องคำกล่าวอ้างตามคนพูด ข้อ 2.3 วางไว้ถูกแล้ว แบรนด์รับผิดชอบข้อมูลและคำกล่าวอ้างที่ตนให้มา ครีเอเตอร์รับผิดชอบถ้อยคำที่ตนเติมเองหรือรับรองจากประสบการณ์ส่วนตัว — ห้ามบอกว่าใช้แล้วเห็นผลถ้าไม่ได้ใช้จริง
  • ข้อความที่พาดพิงคู่แข่งหรือบุคคลอื่น ผู้ที่กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงจนเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทางทำมาหาได้ของผู้อื่น ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน (ป.พ.พ. ม.423) และทั้งครีเอเตอร์ผู้โพสต์และแบรนด์ผู้ให้ข้อมูลอาจรับผิดได้ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายเดียว
  • สินค้าที่ไม่ปลอดภัย ครีเอเตอร์ที่เพียงรีวิวไม่ใช่ผู้ประกอบการตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย แต่ถ้าวางตัวเป็นผู้ขายหรือรับประกันคุณภาพเอง ฐานะอาจเปลี่ยน — ข้อ 7 จึงให้แบรนด์รับผิดชอบตัวสินค้า

ผู้เยาว์ ข้อมูลผู้ชม และปัญญาประดิษฐ์

  • ครีเอเตอร์ที่เป็นผู้เยาว์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองในการทำสัญญาและในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA ม.20) และต้องตรวจข้อจำกัดเรื่องการใช้แรงงานเด็กหากเป็นการทำงานตามคำสั่งอย่างต่อเนื่อง
  • เด็กที่ปรากฏในชิ้นงาน แม้ไม่ใช่คู่สัญญา ก็ต้องได้ความยินยอมจากผู้ปกครองสำหรับการถ่ายและการเผยแพร่เชิงพาณิชย์
  • ข้อมูลผู้ชมและผู้ร่วมกิจกรรมเป็นข้อมูลส่วนบุคคล กิจกรรมแจกของเก็บชื่อ เบอร์ ที่อยู่ ต้องบอกว่าใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูล เก็บนานเท่าใด และใช้ทำอะไรต่อ · การส่งรายชื่อผู้ร่วมกิจกรรมให้แบรนด์เป็นการเปิดเผยข้อมูล ต้องมีฐานรองรับ
  • ชิ้นงานที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้าง ควรเปิดเผยให้แบรนด์ทราบ เพราะสถานะลิขสิทธิ์ของส่วนที่ AI สร้างยังไม่แน่นอน ซึ่งกระทบข้อ 5.1 ที่โอนลิขสิทธิ์ให้แบรนด์โดยตรง · และห้ามสร้างภาพหรือเสียงเสมือนของบุคคลจริงโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ

ข้อที่คนจ้าง Influencer พลาดบ่อย

  • จ่ายค่าโพสต์แล้วคิดว่าใช้ได้ตลอดไป ดูหัวข้อสิทธิใช้ชิ้นงานข้างต้น ไลเซนส์มีวันหมด และการยิงแอดเป็นคนละราคา
  • สัญญาห้ามรับงานคู่แข่งแบบกว้าง ๆ ข้อ 8 จึงบังคับให้ระบุหมวดสินค้าและจำนวนเดือน การห้ามทั้งอุตสาหกรรมหรือห้ามไม่มีกำหนด เป็นการจำกัดการทำมาหาได้เกินสมควรและอาจไม่มีผลบังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5
  • คาดหวังยอดโดยไม่เขียนเป็นตัวชี้วัด ข้อ 4.4 ระบุชัดว่าไม่รับประกันยอด ถ้าแบรนด์ต้องการผลลัพธ์ที่วัดได้ ต้องเขียนตัวชี้วัดและแยกค่าตอบแทนส่วนนั้น มิฉะนั้นจะเถียงกันหลังโพสต์เสมอ
  • ไม่กำหนดช่วงคงโพสต์ ครีเอเตอร์ลบโพสต์หลังสามวันแล้วแบรนด์ไม่มีอะไรเหลือ ช่องช่วงคงโพสต์มีไว้เพื่อการนี้
  • สั่งแก้ไม่จบ ข้อ 3 จำกัดรอบแก้ไว้แล้ว การเปลี่ยนบรีฟหลังอนุมัติเป็นงานใหม่ ไม่ใช่การแก้ไข
  • ลืมว่าของที่ให้แทนเงินก็เป็นเงินได้ ทั้งสองฝ่ายมักลืมข้อนี้จนถึงตอนยื่นภาษี

กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคส่วนโฆษณา กฎหมายเฉพาะของสินค้าควบคุม กฎหมายว่าด้วยการพนัน กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และกติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม ให้ตรวจให้ตรงกับสินค้าและแพลตฟอร์มที่ใช้จริงก่อนเริ่มแคมเปญ

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • บรีฟแคมเปญ … ข้อความกล่าวอ้างที่อนุมัติ คำต้องห้าม หลักฐานรองรับคำกล่าวอ้าง และผู้รับผิดชอบใบอนุญาตโฆษณาของสินค้า
  • รายการชิ้นงาน บัญชีและแพลตฟอร์ม … วันเผยแพร่ และช่วงเวลาที่ต้องคงโพสต์ไว้
  • ขอบเขตไลเซนส์: ช่องทาง … เขต … ระยะเวลา … เดือน และสถานะการยิงโฆษณาแบบเสียเงิน
  • ใบอนุญาตเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อของบุคคลภายนอก พร้อมขอบเขตที่ครอบคลุมถึงการโฆษณา
  • แบบรายงานสถิติ หลักฐานการอนุมัติร่าง และขั้นตอนการแก้ไขหรือถอนโพสต์
  • กติกากิจกรรมชิงโชคหรือแจกของ พร้อมผู้รับผิดชอบการขออนุญาต (ถ้ามี) และหนังสือยินยอมของผู้ปกครองกรณีมีผู้เยาว์

วันลงนาม

  • ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับบรีฟและเอกสารแนบทุกฉบับ
  • ครีเอเตอร์ปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า
  • ตรวจสามช่องนี้ให้ตรงกับที่ตกลงกันจริงก่อนเซ็น: ระยะเวลาไลเซนส์ · การยิงโฆษณาแบบเสียเงิน · หมวดและจำนวนเดือนที่ห้ามรับงานคู่แข่ง สามข้อนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังโพสต์
  • ตรวจชื่อบัญชีของครีเอเตอร์ อำนาจผู้ลงนาม ช่องทางรับเงิน และข้อความเปิดเผยโฆษณาก่อนเริ่มงาน
  • เก็บภาพหน้าจอชิ้นงานและข้อมูลสถิติ ณ วันที่รายงาน เพราะแพลตฟอร์มไม่เก็บย้อนหลังให้เสมอ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-18A491 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้เข้าลักษณะตราสาร ลักษณะ 4 จ้างทำของ อัตรา 1 บาทต่อสินจ้างทุก 1,000 บาทหรือเศษของ 1,000 บาท — จากค่าจ้างในสัญญานี้คิดเป็นอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้รับจ้าง (ครีเอเตอร์) เป็นผู้เสียอากร ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า · คู่ฉบับเสียอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก (ลักษณะ 23) ผู้ถือคู่ฉบับเป็นผู้เสียและขีดฆ่า ทำเป็นตราสารอิเล็กทรอนิกส์ให้ยื่น e-Stamp ภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันทำตราสาร · ค่าจ้างตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงินที่สรรพากร ไม่ปิดอากรให้บริบูรณ์ สัญญาไม่เป็นโมฆะ แต่ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.113–114, 118) — ครีเอเตอร์ที่จะฟ้องเรียกค่าจ้างค้างต้องปิดให้ครบก่อน

สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL เสียภาษีอะไรบ้าง

จำแนกอัตราตามเนื้อแท้ของงาน ไม่ใช่ตามชื่อสัญญา ค่าจ้างผลิตและเผยแพร่คอนเทนต์โดยทั่วไปเป็นค่าบริการหรือจ้างทำของ หัก ณ ที่จ่าย ร้อยละ 3 (ท.ป.4/2528 ข้อ 8 หรือ 12/1 แล้วแต่กรณี) ส่วนค่าตอบแทนที่มีเนื้อแท้เป็นค่าโฆษณาเข้า ข้อ 10 อัตราร้อยละ 2 ถ้าใบแจ้งหนี้มีหลายรายการ ให้แยกบรรทัดและแยกอัตรา เช่น ค่าผลิตคอนเทนต์กับค่าซื้อพื้นที่โฆษณาในช่องของครีเอเตอร์ ไม่ใช่รวมก้อนเดียวแล้วเลือกอัตราเดียว · ตรวจอัตราปัจจุบันก่อนจ่ายเสมอ และออกหนังสือรับรองการหักภาษีทุกครั้ง ผู้ว่าจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักตามคำสั่งนี้ ครีเอเตอร์บุคคลธรรมดามีเงินได้ตาม ม.40(2) หรือ 40(8) แล้วแต่ลักษณะงานและการลงทุน · ค่าตอบแทนการให้ใช้สิทธิในชิ้นงานที่แยกจากค่าจ้างผลิต อาจเป็นเงินได้ตาม ม.40(3) ซึ่งคนละเกณฑ์อีก รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT · ผู้ที่ยังไม่จดไม่มีสิทธิเรียกเก็บ · ของที่ได้รับแทนเงิน (สินค้า ที่พัก ทริป) เป็นเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตามราคาตลาด ไม่ใช่ของฟรี

ใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLตอนไหน

ใช้จ้างโพสต์ วิดีโอ รีวิว หรือสตอรี่ตามแคมเปญ · ใช้กำหนดช่วงคงโพสต์และสิทธิแบรนด์นำคอนเทนต์ไปใช้ซ้ำ · ใช้เมื่อมีบรีฟและคำกล่าวอ้างสินค้าที่ต้องอนุมัติก่อนเผยแพร่

ทำสัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLต้องระวังอะไร

ต้องระบุว่าเป็นโฆษณาหรือได้รับค่าตอบแทนให้เห็นชัด ไม่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่าเป็นรีวิวอิสระ · แบรนด์ต้องให้ข้อมูลสินค้าถูกต้อง ส่วนครีเอเตอร์ต้องไม่แต่งคำกล่าวอ้างเกินบรีฟ · หากเป็นอาหาร ยา เครื่องสำอาง สุขภาพ หรือการเงิน ต้องตรวจกฎหมายเฉพาะก่อนเผยแพร่ · สิทธิใช้คอนเทนต์ต้องระบุช่องทาง ระยะเวลา และสิทธิยิงโฆษณาให้ชัดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.10 และ 17 · ข้อห้ามรับงานคู่แข่งต้องแคบและสมเหตุสมผลตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL

ไม่เหมาะกับการจ้างไลฟ์ขายสินค้าและรับคำสั่งซื้อระหว่างรายการ ให้ใช้ สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้า · ไม่เหมาะกับ Affiliate ที่รับค่าตอบแทนตามยอดขายเป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) · สัญญาจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Influencer Marketing Agreement — สัญญาจ้างอินฟลูเอนเซอร์ ภาษาอังกฤษ

สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL ทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ตัวแคมเปญมีกฎหมายของตัวเองที่ต้องตรวจก่อนเผยแพร่ สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร — ข้อความโฆษณาต้องอยู่ในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต ห้ามอวดอ้างสรรพคุณรักษาโรค · สุราและยาสูบห้ามโฆษณา · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง แคมเปญที่มีการชิงโชคหรือแจกรางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด ผู้จัดคือแบรนด์ ไม่ใช่ครีเอเตอร์ แต่ครีเอเตอร์ที่ประกาศกติกาให้อาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในบรีฟว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต กติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับ ซึ่งเสียหายจริง — ให้ระบุในผนวกว่าใครรับความเสี่ยงนั้น

ลงนามสัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อคู่สัญญาและพยานสองคน พร้อมลงชื่อกำกับบรีฟและเอกสารแนบทุกฉบับ ครีเอเตอร์ปิดอากร ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก และคู่ฉบับ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ขีดฆ่า ตรวจสามช่องนี้ให้ตรงกับที่ตกลงกันจริงก่อนเซ็น: ระยะเวลาไลเซนส์ · การยิงโฆษณาแบบเสียเงิน · หมวดและจำนวนเดือนที่ห้ามรับงานคู่แข่ง สามข้อนี้คือสิ่งที่ทะเลาะกันมากที่สุดหลังโพสต์ ตรวจชื่อบัญชีของครีเอเตอร์ อำนาจผู้ลงนาม ช่องทางรับเงิน และข้อความเปิดเผยโฆษณาก่อนเริ่มงาน เก็บภาพหน้าจอชิ้นงานและข้อมูลสถิติ ณ วันที่รายงาน เพราะแพลตฟอร์มไม่เก็บย้อนหลังให้เสมอ

ทำสัญญาจ้าง Influencer หรือ KOLต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

บรีฟแคมเปญ … ข้อความกล่าวอ้างที่อนุมัติ คำต้องห้าม หลักฐานรองรับคำกล่าวอ้าง และผู้รับผิดชอบใบอนุญาตโฆษณาของสินค้า รายการชิ้นงาน บัญชีและแพลตฟอร์ม … วันเผยแพร่ และช่วงเวลาที่ต้องคงโพสต์ไว้ ขอบเขตไลเซนส์: ช่องทาง … เขต … ระยะเวลา … เดือน และสถานะการยิงโฆษณาแบบเสียเงิน ใบอนุญาตเพลง ภาพ ฟอนต์ และสื่อของบุคคลภายนอก พร้อมขอบเขตที่ครอบคลุมถึงการโฆษณา แบบรายงานสถิติ หลักฐานการอนุมัติร่าง และขั้นตอนการแก้ไขหรือถอนโพสต์ กติกากิจกรรมชิงโชคหรือแจกของ พร้อมผู้รับผิดชอบการขออนุญาต (ถ้ามี) และหนังสือยินยอมของผู้ปกครองกรณีมีผู้เยาว์

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 26 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 592

ผู้รับจ้างจำต้องยอมให้ผู้ว่าจ้างหรือตัวแทนของผู้ว่าจ้างตรวจตราการงานได้ตลอดเวลาที่ทำอยู่นั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9

ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 114

โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา 123 ก็ดี โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ดี ถ้าปรากฏว่า (1) มิได้มีการออกใบรับในกรณีที่ต้องออกใบรับตามความในมาตรา 105 หรือมาตรา 106 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากร หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (2) ตราสารมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์โดย (ก) มิได้ปิดแสตมป์เลย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอากรอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ข) ปิดแสตมป์น้อยกว่าอากรที่ต้องเสีย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินอากรจนครบ และเงินเพิ่มอีกเป็นจำนวน 6 เท่าของเงินอากรที่ขาด หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (ค) ในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกเก็บเงินเพิ่มอากร เป็นจำนวน 1 เท่าของเงินอากรที่ต้องเสีย หรือเป็นเงิน 25 บาท แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด