ทำสัญญาแล้วมีข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวข้อง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร
สารบัญ · 68 หัวข้อย่อย
- หัวข้อข้อมูลส่วนบุคคลในสัญญาแต่ละแบบ
- สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี
- สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า
- สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI
- สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก
- สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API
- สัญญาอนุญาโตตุลาการ (ข้อตกลงระงับข้อพิพาทนอกศาล)
- สัญญาจ้างทำระบบ Automation
- สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส
- สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ
- สัญญาจ้างทำบัญชี
- สัญญา Brand Ambassador
- สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์
- สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่
- สัญญาเช่าร้านค้าขายอาหาร (โรงอาหารในสถานประกอบการ)
- สัญญาเช่ารถยนต์ระยะยาวรายเดือน
- สัญญารับจัดเลี้ยง
- สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด
- สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง
- สัญญา Coaching หรือ Mentoring
- สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง
- สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก
- สัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
- สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)
- สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์
- สัญญาควบคุมงานก่อสร้าง
- สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- คำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคล
- สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)
- สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
- บันทึกข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมกับผู้ควบคุม)
- สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)
- หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้
- สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)
- หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)
- สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป
- สัญญาส่งมอบบัญชี รหัสผ่าน โดเมน และระบบเมื่อสิ้นสุดงาน
- สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์
- สัญญาเช่าพื้นที่เก็บเอกสาร
- สัญญาซื้อขายโดเมนและโอนบัญชีเว็บไซต์
- สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน
- สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)
- สัญญาจ้างบำรุงรักษาลิฟท์
- คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า
- สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน
- สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน
- สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)
- สัญญาค้ำประกันการทำงาน
- หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงาน
- สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร
- สัญญาติดตั้งและดูแลเครื่องชาร์จรถ EV
- สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ
- สัญญาตัวแทนส่งออก
- สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)
- สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ
- สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)
- สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)
- สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)
- สัญญาจ้าง Freight Forwarder และพิธีการศุลกากร
- สัญญารับฝากและจัดส่งสินค้า (Fulfillment)
- สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)
- หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
- บันทึกส่งมอบทรัพย์สินและปิดบัญชีคู่สัญญา
- สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องใช้)
- สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด
- สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน
- สัญญาจ้างก่อสร้างบ้านหรืออาคาร
- อีก 78 ฉบับที่มีหัวข้อนี้
- อ่านเรื่องนี้ให้ลึกกว่านี้
- ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
สัญญาที่คู่สัญญาอีกฝ่ายต้องแตะข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานของเรา แทบทุกแบบมีประเด็นข้อมูลส่วนบุคคลแฝงอยู่ จุดชี้ขาดคือ อีกฝ่ายใช้ข้อมูลตามคำสั่งของเรา หรือใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของเขาเอง เพราะสองกรณีนี้กฎหมายวางหน้าที่ไว้คนละชุด ข้างล่างคือสิ่งที่ทนายเขียนกำกับไว้ในสัญญาแต่ละแบบว่าแบบนั้นเข้าข่ายไหน
| พบในสัญญา | 145 ฉบับ |
|---|---|
| ปรับปรุงล่าสุด | 2026-09-30 |
หัวข้อข้อมูลส่วนบุคคลในสัญญาแต่ละแบบ
สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี
- ฝังกลไกล็อก ระงับการใช้งาน หรือกักข้อมูลเพื่อทวงเงิน (ข้อ 11.6) — เป็นการผิดสัญญาที่ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ และการเข้าถึงหรือรบกวนระบบของผู้อื่นโดยมิชอบอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย
- นำซอร์สโค้ดที่เป็นของผู้ว่าจ้างไปขายต่อ (ข้อ 11.1) — เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง
- นำข้อมูลบัญชีหรือข้อมูลส่วนบุคคลเข้าบริการภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต (ข้อ 12.3) — เป็นการผิดข้อรักษาความลับ และผู้รับจ้างอาจมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 วรรคสอง
ผู้ว่าจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและพนักงาน รวมถึงข้อมูลเงินเดือนซึ่งอ่อนไหวทางธุรกิจ ถ้าข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล (มาตรา 37(4)) ข้อ 12.2 จึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง และให้พัฒนาและทดสอบด้วยข้อมูลจำลอง บันทึกการจ้างนี้ไว้ในบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลของผู้ว่าจ้าง
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท
สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า
ข้อ 10 ไม่ให้ผู้ซื้อผูกขาดผลผลิตเกินปริมาณในสัญญา ถ้าผู้ซื้อมีอำนาจเหนือตลาดในพื้นที่ การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดโอกาสของเกษตรกรโดยไม่เป็นธรรมอาจขัด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ผู้ซื้อต้องใช้ข้อมูลของผู้ปลูกตามวัตถุประสงค์ของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ผู้ซื้อที่ผิดนัดชำระราคาต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของผลผลิตตามมาตรา 472 เว้นแต่ผู้ซื้อตรวจรับแล้วตามมาตรา 461 ซึ่งข้อ 3 และข้อ 5 กำหนดขั้นตอนไว้แล้ว
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI
สัญญาจ้างพัฒนาระบบไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่มีเอกสารบังคับหนึ่งฉบับที่คนลืมบ่อยที่สุด คือ ถ้าผู้พัฒนาเข้าถึงหรือประมวลผลข้อมูลผู้ใช้แทนผู้ว่าจ้าง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับให้ต้องมี สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล แนบท้าย ไม่ใช่ทางเลือก และถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดเอง ไม่ใช่ผู้พัฒนา
ในคลังของเว็บนี้มีแบบฟอร์มนั้นแยกไว้แล้ว ให้ใช้ «สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)» เป็นผนวก อย่าเขียนย่อ ๆ ลงในสัญญาหลัก เพราะเนื้อหาที่กฎหมายต้องการมีมากกว่าหนึ่งย่อหน้า
ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ ข้อผูกพันทั้งหมดในสัญญานี้จึงมาจากกฎหมายสัญญา ลิขสิทธิ์ ข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายทั่วไป ถ้ามีใครอ้างว่าต้องทำตาม "กฎหมาย AI ของไทย" ให้ขอชื่อพระราชบัญญัติและเลขมาตรา
ไม่พูดเรื่องข้อมูลถูกนำไปฝึกโมเดล — บริการของผู้ให้บริการโมเดลบางรายเปิดทางเลือกนี้ไว้เป็นค่าตั้งต้น ข้อ 4.1 จึงตั้งค่าเริ่มต้นว่าห้าม และบังคับให้ผู้พัฒนาไปปิดสวิตช์นั้นในบัญชีบริการด้วย ไม่ใช่แค่สัญญากับผู้พัฒนา
คิดว่าบอตพูดแทนบริษัทได้เลย — คำตอบของบอตคือข้อความที่บริษัทสื่อสารออกไป ถ้าบอตบอกราคาผิดหรือรับปากเงื่อนไขที่ให้ไม่ได้ บริษัทเป็นคนอธิบายกับลูกค้า ข้อ 6.3 จึงให้ระบุงานที่ต้องมีคนตรวจก่อนเสมอ
ไม่ได้บอกผู้ใช้ว่าคุยกับระบบ — นอกจากเป็นเรื่องความเป็นธรรมต่อผู้บริโภคแล้ว ยังทำให้บริษัทเถียงยากขึ้นมากเมื่อเกิดข้อพิพาท ข้อ 6.2 บังคับให้แสดงข้อความและต้องส่งต่อให้คนได้
ลืมว่าบทสนทนาคือข้อมูลส่วนบุคคล — ผู้ใช้พิมพ์ชื่อ เบอร์ เลขที่ออเดอร์ และบางครั้งเรื่องสุขภาพลงไปในแชต ข้อ 7 จึงกำหนดอายุการเก็บ การลบ และเวลาแจ้งเหตุละเมิด
ไม่รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์โมเดลอยู่ประเทศไหน — ผู้ให้บริการโมเดลส่วนใหญ่ประมวลผลนอกประเทศ ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลข้ามแดนที่ต้องมีมาตรการรองรับ ข้อ 7.2 บังคับให้ระบุและให้ตรวจก่อนเริ่มส่ง
จ่ายครบแล้วแต่ไม่ได้พรอมป์ — คำสั่งระบบและชุดตัวอย่างที่ปรับจูนไว้คือหัวใจของระบบ ถ้าไม่ส่งมอบ เปลี่ยนผู้ดูแลทีไรต้องเริ่มใหม่ ข้อ 4.3 และ 8.4 จึงบังคับให้ส่งมอบพร้อมระบบ
ไม่เตรียมรับมือตอนผู้ให้บริการเปลี่ยนรุ่นโมเดล — ระบบเปลี่ยนพฤติกรรมเองได้โดยไม่มีใครแก้โค้ด ข้อ 9 จึงแยกว่าอะไรผู้พัฒนาต้องแก้ฟรีในระยะรับประกัน และอะไรเป็นงานเพิ่มเติม
เขียนว่าไม่รับประกันความถูกต้องแล้วจบ — ข้อความแบบนั้นกว้างจนอาจถูกตัดทิ้งทั้งข้อในฐานะข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม สัญญาฉบับนี้จึงถ่วงด้วยเกณฑ์ที่วัดได้ในข้อ 5 และหน้าที่แก้ไขในข้อ 12 แทน
ผนวก 1 ขอบเขตงาน … และสิ่งที่ไม่อยู่ในขอบเขต … พร้อมตัวอย่างบทสนทนาที่คาดหวัง
ผนวก 2 ชุดคำถามทดสอบตาม … พร้อมเฉลย ผู้ตัดสิน และแบบบันทึกผลแต่ละรอบ
ผนวก 3 รายการฐานความรู้ … พร้อมที่มาและสิทธิใช้ของแต่ละแหล่ง
ผนวก 4 รายการบัญชีบริการภายนอก ผู้ถือบัญชี วิธีชำระเงิน และเพดาน … พร้อมการตั้งแจ้งเตือน
ผนวก 5 สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม … ซึ่งกฎหมายบังคับให้ต้องมีผนวก 5 บันทึกยืนยันว่าผู้พัฒนาไม่เข้าถึงข้อมูลผู้ใช้จริง พร้อมวิธีขออนุมัติเป็นรายครั้งเมื่อจำเป็นต้องเข้าถึงเพื่อแก้ปัญหา
ผนวก 6 รายการส่งมอบ … พร้อมแบบลงชื่อรับมอบทีละรายการ
ผนวก 7 ส่วนประกอบโอเพนซอร์ส … และเฟรมเวิร์กเดิมของผู้พัฒนา …
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก
กฎหมายไทยที่บังคับจริงในเรื่องนี้คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 ซึ่งรวมข้อมูลที่พนักงานใส่ลงในบริการ AI และต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งตามมาตรา 24 ถ้าผู้ว่าจ้างเข้าเงื่อนไขต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 รายงานควรระบุด้วย การตัดสินใจอัตโนมัติต่อบุคคลยังไม่มีบทบัญญัติไทยโดยเฉพาะ ที่ปรึกษาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ข้อ 7 เขียนตามหน้าที่นั้น
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท
สัญญาจ้างเชื่อมต่อ API
สัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10
- ผังระบบต้นทาง–ปลายทาง รายการจุดเชื่อมต่อ รุ่น API ทิศทางและประเภทข้อมูล พร้อมสำเนาข้อกำหนดการใช้
- ตารางโควตา อัตราเรียกใช้ งบและผู้ชำระ ใบแจ้งหนี้ของผู้ให้บริการ พร้อมสิทธิผู้ดูแลบัญชี
- กรณีทดสอบคำขอซ้ำ เว็บฮุกซ้ำ ความล่าช้าและเครือข่ายขาด รวมหลักฐานกระทบยอดเงินหรือสต็อก
- แผนสลับระบบทดสอบสู่ระบบจริงและย้อนกลับ เอกสาร API ซอร์สโค้ด รายการส่วนประกอบเดิมและโอเพนซอร์ส
- หากมีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลตามมาตรา 37, 39, 40 และตรวจการโอนต่างประเทศตามมาตรา 28–29 รวมประเทศปลายทางและผู้รับข้อมูล
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาอนุญาโตตุลาการ (ข้อตกลงระงับข้อพิพาทนอกศาล)
พยานหลักฐานในคดีมักมีข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ลูกค้า หรือบุคคลภายนอก การใช้เพื่อก่อตั้งหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24 (5) · ข้อมูลอ่อนไหว ม.26 (4)) แต่ต้องใช้เท่าที่จำเป็นและรักษาความปลอดภัย (ข้อ 10.2)
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างทำระบบ Automation
สัญญาจ้างทำระบบ Automation ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง ต้องมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้ายก่อนเปิดสิทธิ ลิขสิทธิ์ในโฟลว์ที่จ้างทำเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10 เว้นแต่ปิดสวิตช์ในข้อ 10.1 การโอนลิขสิทธิ์ภายหลังต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 17 และสิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 ยังอยู่เสมอ
ใส่รหัสเชื่อมต่อในเอกสารหรือส่งต่อ (ข้อ 2.2) — ถือเป็นการผิดสัญญาในสาระสำคัญ อีกฝ่ายบอกเลิกได้ตามข้อ 12.1 และเรียกค่าเสียหายตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 ได้ถ้ามีความเสียหายจริง
ลบบันทึกหรือสั่งให้ระบบทำงานซ้ำกับข้อมูลจริงเพื่อลองแก้ (ข้อ 4.3) — ผู้รับจ้างรับผิดในความเสียหายที่เกิดจริง ส่วนการลบหลักฐานจะทำให้พิสูจน์ได้ยากขึ้นว่าความผิดพลาดเกิดจากใคร
ใส่ข้อมูลลงเครื่องมือหรือ AI ที่ไม่ได้ระบุไว้ (ข้อ 8.5) — ผิดสัญญาในสาระสำคัญ ถ้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นการประมวลผลนอกคำสั่ง ทำให้ผู้รับจ้างมีฐานะผู้ควบคุมข้อมูลเองตามมาตรา 40 วรรคท้าย และถ้าเครื่องมืออยู่ต่างประเทศต้องตรวจการโอนข้อมูลตามมาตรา 28–29
นำโฟลว์เฉพาะไปใช้กับลูกค้ารายอื่น (ข้อ 10.1) — เมื่อลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง การทำซ้ำเป็นการละเมิดสิทธิแต่ผู้เดียวตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 15
ผังลำดับขั้นของโฟลว์ เหตุตั้งต้น เครื่องมือที่เชื่อม และข้อมูลที่ไหลผ่านแต่ละขั้น
รายการบัญชีเครื่องมือ ผู้เป็นเจ้าของบัญชี แพ็กเกจ โควตา และผู้ชำระค่าสมาชิก
เกณฑ์ตรวจรับ รวมกรณีทดสอบเหตุตั้งต้นซ้ำ เครื่องมือปลายทางล่ม และโควตาหมด
แผนย้อนกลับ และวิธีตรวจเทียบยอดด้วยมือ
ถ้ามีข้อมูลส่วนบุคคล แนบข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตามมาตรา 37, 39 และ 40 พร้อมรายชื่อเครื่องมือและประเทศที่ข้อมูลถูกส่งไป
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และภาพก่อนหลังที่เห็นใบหน้าเป็นทั้งข้อมูลส่วนบุคคลและภาพของบุคคล การนำไปโฆษณาต้องได้รับความยินยอมแยกต่างหากตามมาตรา 19 และถอนได้ ข้อ 9.2 วางไว้แล้ว การใช้ภาพโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นทั้งการผิดสัญญา การละเมิดตามมาตรา 420 และความผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ
ถ้าส่งข้อมูลติดต่อลูกค้าให้ผู้ประกอบการเพื่อให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 10
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างทำบัญชี
ผู้รับจ้างเห็นข้อมูลเงินเดือน เลขประจำตัวประชาชน และบัญชีธนาคารของพนักงาน จึงเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้ว่าจ้าง ข้อ 12.2 วางหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 ไว้แล้ว ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่แจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการภายใน 72 ชั่วโมง (มาตรา 37(4)) สัญญาจึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง การส่งข้อมูลไปเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศต้องเข้าเงื่อนไขมาตรา 28–29 ถ้าผู้รับจ้างนำข้อมูลไปใช้นอกคำสั่ง เช่น ป้อนเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะตามที่ข้อ 12.4 ห้าม ผู้รับจ้างมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและรับผิดเอง (มาตรา 40 วรรคสอง) และผิดสัญญาที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกได้ตามข้อ 14.3
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญา Brand Ambassador
- คิดว่าจ่ายค่าตัวแล้วใช้ภาพได้ตลอดไป — สิทธิใช้ชื่อ ภาพ เสียงมีระยะเวลาของตัวเองตามข้อ 5 หมดแล้วต้องเจรจาใหม่ ไม่ใช่ต่ออัตโนมัติ และการฝืนใช้ต่อเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวและชื่อเสียงของบุคคล
- ไม่นับวันปรากฏตัว — งานเปิดตัว ถ่ายภาพ สัมภาษณ์ ถ้าไม่กำหนดจำนวนวันและค่าเดินทางไว้ จะกลายเป็นเรียกเมื่อไรก็ต้องไป
- คิดว่าอนุมัติบรีฟแล้วพ้นผิด — ผู้พูดในโฆษณายังถูกผู้บริโภคหรือหน่วยงานเรียกได้เอง การที่แบรนด์อนุมัติไม่ได้ทำให้คำกล่าวอ้างที่เกินจริงกลายเป็นชอบด้วยกฎหมาย
- ใช้เครื่องหมายการค้าเกินฐานะ — ใช้ได้เฉพาะเพื่อปฏิบัติงานตามบรีฟ ห้ามเอาไปจดทะเบียน ดัดแปลง หรือติดกับสินค้าของตัวเอง
- ลืมถอนสิทธิระบบตอนจบ — บัญชีโฆษณา whitelisting สิทธิเข้าถึงเพจ ถ้าไม่ถอนตามข้อ 11.3 ฝ่ายที่ยังถืออยู่จะกลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลโดยไม่มีฐานทางกฎหมายรองรับ
- ผู้เยาว์เป็น Ambassador — ต้องมีความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองทั้งเรื่องการทำสัญญาและเรื่องการใช้ข้อมูล ภาพ เสียง แยกกันคนละเรื่อง
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับเอกสารแนบทุกชุด ตรวจอำนาจลงนามและความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองหาก Brand Ambassador เป็นผู้เยาว์ตาม PDPA มาตรา 20 ก่อนใช้ข้อมูล ภาพ หรือเสียง ทดสอบช่องทางถอนสื่อและบันทึกบัญชีที่ต้องถอนสิทธิเมื่อสิ้นสัญญา
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์
- แผนแคมเปญ … ปฏิทินเผยแพร่ ชิ้นงาน และผู้รับผิดชอบแต่ละรายการ
- ตารางผู้อนุมัติ หลักฐานคำกล่าวอ้าง คู่มือแบรนด์ และบัญชีเครื่องหมายที่อนุญาต
- งบประมาณ ใบเสนอราคา ค่าใช้จ่ายร่วม สัดส่วนรับผิดชอบ และวิธีรายงานยอดขาย
- บัญชีเจ้าของลิขสิทธิ์รายชิ้น ไฟล์ต้นฉบับ ช่องทางใช้ และวันหยุดใช้
- ข้อตกลงเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต้องเลือกให้ตรงกับบทบาทที่กรอกไว้ในข้อ 9 — ถ้าต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลของตน หรือเป็นผู้ควบคุมร่วมกัน ให้ใช้ «บันทึกข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมกับผู้ควบคุม)» เป็นผนวก · ถ้าฝ่ายหนึ่งประมวลผลตามคำสั่งอีกฝ่าย ให้ใช้ «สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)» · ในผนวกต้องระบุประเภทข้อมูล ฐานกฎหมาย บทบาท คำแจ้ง ช่องทางใช้สิทธิ เหตุละเมิด ผู้รับข้อมูล ประเทศปลายทาง และวันลบรายงานผลแบบรวมที่ไม่ระบุตัวบุคคล โดยไม่มีรายชื่อลูกค้าส่งข้ามแบรนด์
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างทำความสะอาดอาคารและสถานที่
พนักงานถ่ายภาพเอกสาร โพสต์เรื่องในอาคาร หรือนำเอกสารออกไป (ข้อ 9.1): ผิดสัญญา เรียกค่าเสียหายได้ตามข้อ 8 และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 10.2 ถ้าเอกสารมีข้อมูลส่วนบุคคลหรือความลับทางการค้า อาจมีความรับผิดตามกฎหมายเฉพาะแยกต่างหาก
จ้างช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 7.6): ผิดสัญญา บอกให้แก้แล้วเลิกได้ตามข้อ 10.2
ทำสำเนากุญแจหรือทำกุญแจหาย (ข้อ 9.4): ผู้รับจ้างรับผิดชอบค่าเปลี่ยนกุญแจหรือระบบเข้าออก
เอกสารที่ส่งทำลายหลุดรอด ถูกเปิดอ่าน หรือถูกขายเป็นกระดาษรีไซเคิล (ข้อ 9.3): ผู้รับจ้างต้องแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องประเมินและแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุถ้าเหตุนั้นมีความเสี่ยง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.37(4)) ผู้รับจ้างที่ทำนอกคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองสำหรับการนั้น (ม.40)
ประวัติอาชญากรรมเป็นข้อมูลอ่อนไหว เก็บได้เมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งของพนักงาน (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.26) — ข้อ 2.2 จึงให้ผู้รับจ้างตรวจเองแล้วแจ้งผู้ว่าจ้างเพียงผลผ่านหรือไม่ผ่าน ผู้ว่าจ้างไม่ควรขอสำเนาผลตรวจมาเก็บ
อาคารที่มีกล้องวงจรปิด ให้ติดป้ายแจ้งและแจ้งผู้รับจ้างตามข้อ 9.2
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาเช่าร้านค้าขายอาหาร (โรงอาหารในสถานประกอบการ)
ผลตรวจสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26) ข้อ 11.1 จึงให้ผู้ให้เช่าดูเฉพาะใบรับรองว่าพร้อมปฏิบัติงาน ไม่เก็บผลตรวจละเอียด เมื่อให้ชำระด้วยบัตรพนักงาน ผู้ให้เช่าเป็นผู้ควบคุมข้อมูลการใช้บัตร ส่วนผู้เช่าได้รับเฉพาะยอดเพื่อกระทบยอด ถ้าส่งรายชื่อผู้ซื้อรายคนให้ผู้เช่า ต้องมีเหตุจำเป็นและแจ้งพนักงานไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัว ผู้ให้เช่าที่ติดกล้องวงจรปิดในโรงอาหารควรติดป้ายแจ้งให้ทราบ
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาเช่ารถยนต์ระยะยาวรายเดือน
ข้อมูลตำแหน่งรถที่ผูกกับผู้ขับขี่คนใดคนหนึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้เช่าใช้ได้เฉพาะตามวัตถุประสงค์ในข้อ 8.1 ถ้าผู้เช่าเป็นบริษัทและต้องการใช้ข้อมูลนี้ดูการใช้รถของพนักงานเอง บริษัทต้องแจ้งพนักงานผู้ขับขี่ว่าเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร นานเท่าไร ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ควรติดตามนอกเวลางานข้อ 8.1 ห้ามผู้ให้เช่าติดตั้งอุปกรณ์ติดตาม กล้อง หรืออุปกรณ์บันทึกเสียงโดยไม่แจ้ง ถ้าต่อมาผู้ให้เช่าต้องการติดตั้ง ให้ทำบันทึกแนบท้ายกำหนดวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล ก่อนคืนรถ ให้ลบการจับคู่บลูทูธ ประวัติการนำทาง ที่อยู่บ้านที่บันทึกไว้ และออกจากแอปที่เชื่อมกับรถ
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญารับจัดเลี้ยง
ข้อมูลการแพ้อาหารเป็นข้อมูลสุขภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ข้อ 10.1 จึงให้ส่งเท่าที่จำเป็น ไม่ระบุชื่อถ้าไม่จำเป็น และลบหลังงาน ส่วนภาพถ่ายแขก การเผยแพร่ภาพใบหน้าบุคคลเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมเสี่ยงทั้งละเมิดตามมาตรา 420 และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน หัวใจของงานนี้คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภาพที่กล้องบันทึกได้คือข้อมูลส่วนบุคคลของทุกคนที่เดินผ่าน เจ้าของกล้องคือผู้ควบคุมข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6 การใช้กล้องเพื่อกิจกรรมส่วนตัวหรือในครอบครัวโดยแท้ได้รับยกเว้นตามมาตรา 4(1) แต่เมื่อกล้องบันทึกถนน ทางเดินสาธารณะ หรือบ้านข้างเคียง หรือใช้ในร้านค้าและสำนักงาน ข้อยกเว้นนั้นไม่ครอบคลุม เจ้าของต้องแจ้งให้บุคคลที่ถูกบันทึกทราบตามมาตรา 23 ซึ่งทำได้ด้วยป้ายตามข้อ 2.3 และต้องเก็บภาพไว้ไม่นานเกินจำเป็นตามข้อ 5.1
ผู้รับจ้างคงสิทธิเข้าถึงระยะไกล จึงเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลแนบท้าย ทำตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างเท่านั้น จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และแจ้งเหตุละเมิดโดยไม่ชักช้า ถ้าผู้รับจ้างนำภาพไปใช้นอกคำสั่ง ผู้รับจ้างมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการนั้นตามมาตรา 40 วรรคท้าย และต้องรับผิดเอง ผู้ว่าจ้างควรถอนสิทธิเมื่อไม่ต้องใช้ผู้รับจ้างต้องลบสิทธิเข้าถึงทั้งหมดในวันส่งมอบ และยืนยันเป็นหนังสือตามข้อ 6.2 ช่างที่ยังเก็บแอปดูกล้องของลูกค้าไว้ในโทรศัพท์ตัวเองหลังติดตั้งคือความเสี่ยงที่พบบ่อยที่สุดของงานนี้ การเข้าระบบหลังถูกถอนสิทธิอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แยกจากความรับผิดทางสัญญา
ข้อ 2.1 ให้ผู้รับจ้างแจ้งเป็นหนังสือเมื่อมุมที่ลูกค้าต้องการอาจเห็นเข้าไปในบ้านคนอื่น การติดกล้องส่องเข้าพื้นที่ส่วนตัวของเพื่อนบ้านเป็นการละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และเป็นการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีฐานทางกฎหมาย ผู้รับจ้างที่ติดตั้งตามคำสั่งโดยไม่เตือนอาจถูกลากเข้าข้อพิพาทด้วย การบันทึกเสียงเป็นสวิตช์ที่ปิดไว้ก่อน เพราะเสียงสนทนาของคนอื่นมีความเสี่ยงสูงกว่าภาพ
- รายการอุปกรณ์ ยี่ห้อ รุ่น ความละเอียด และจำนวน
- ผังตำแหน่งและมุมกล้องที่ผู้ว่าจ้างอนุมัติ
- ผังแนวสายและคู่มือการใช้งาน (ส่งมอบวันตรวจรับ)
- ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ถ้าผู้รับจ้างคงสิทธิเข้าถึง
- หนังสือยืนยันการลบสิทธิเข้าถึงของผู้รับจ้าง ถ้าไม่คงสิทธิ
- แบบหลักฐานการรับเงินตามหัวข้อข้างต้น
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง
การส่งข้อมูลของลูกหนี้ให้ผู้รับโอนเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ต้องจำกัดเท่าที่จำเป็นต่อการเรียกชำระหนี้ และผู้รับโอนใช้ได้เฉพาะวัตถุประสงค์นั้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ถ้าลูกหนี้เป็นนิติบุคคล กฎหมายนี้ใช้กับข้อมูลของผู้ติดต่อฝ่ายลูกหนี้
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญา Coaching หรือ Mentoring
ความไว้วางใจคือแก่นของการโค้ช ข้อ 5.1 จึงให้รักษาความลับ โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะเมื่อมีความเสี่ยงร้ายแรงต่อชีวิต เมื่อบริษัทเป็นผู้จ่ายเงิน ข้อ 5.2 แยกให้ชัดว่าบริษัทได้รู้อะไร เพราะผู้รับการโค้ชจะไม่เปิดใจถ้ากลัวว่าบริษัทจะเห็นทุกอย่าง เรื่องสุขภาพที่ผู้รับการโค้ชเล่าเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 การเก็บต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง ข้อ 6.2 จึงจำกัดการใช้ ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง
- ตัวแทนส่งเงินช้า (ข้อ 5.3) — เสียดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย ปัจจุบันร้อยละ 5 ต่อปี คือร้อยละ 3 ตามมาตรา 7 บวกร้อยละ 2 (ป.พ.พ. มาตรา 7 และมาตรา 224) · ถ้านำเงินค่าสินค้าไปใช้เอง (ข้อ 5.1) ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่นำไปใช้ (มาตรา 811) ตัวการเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 9.3 และอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก (ตามประมวลกฎหมายอาญา)
- ตัวแทนนำสินค้าไปจำนำหรือยึดหน่วงสินค้าเพื่อบีบเรื่องเงินที่โต้แย้งกัน (ข้อ 3.3) — เป็นการผิดสัญญา ตัวแทนต้องรับผิดในความเสียหาย และตัวการเรียกสินค้าคืนได้ เพราะกรรมสิทธิ์ยังเป็นของตัวการตามข้อ 1.2
- ตั้งตัวแทนช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 2.4) — ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง (ป.พ.พ. มาตรา 808) ความเสียหายที่เกิดเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจ ตัวแทนต้องรับผิดต่อตัวการ (มาตรา 812) และตัวการเลิกสัญญาได้ตามข้อ 9.3
- ใช้ข้อมูลลับหรือข้อมูลลูกค้าผิดวัตถุประสงค์ (ข้อ 8) — เป็นการผิดสัญญา และถ้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล อาจมีความรับผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย — ผู้ควบคุมข้อมูลแต่ละฝ่ายต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม (มาตรา 37 (1)) และแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อมีความเสี่ยง (มาตรา 37 (4))
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาบริหาร Community แบบสมาชิก
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40 แนบท้ายเสมอ เพราะผู้บริหารชุมชนเข้าถึงข้อมูลสมาชิกโดยตรงตามข้อ 5 นโยบายการดูแลชุมชนที่แนบท้ายต้องเขียนให้ชัดเจนพอที่จะใช้เป็นเกณฑ์วัดผลการทำงานได้ ไม่ใช่แค่หัวข้อกว้าง ๆ
ข้อ 5.2 ห้ามผู้บริหารชุมชนคัดลอกหรือส่งออกรายชื่อสมาชิกไปเก็บไว้นอกระบบโดยเด็ดขาด เหตุผลมีสองชั้น ชั้นแรกคือกฎหมาย PDPA เจ้าของชุมชนเป็นผู้ควบคุมข้อมูล ผู้บริหารชุมชนเป็นเพียงผู้ประมวลผลตามคำสั่ง การนำข้อมูลออกไปใช้เองเป็นการประมวลผลนอกคำสั่งซึ่งทำให้ผู้บริหารชุมชนมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองตามกฎหมายสำหรับการกระทำนั้น พร้อมความรับผิดที่ตามมา ชั้นที่สองคือความเสี่ยงทางธุรกิจ รายชื่อสมาชิกคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของชุมชน การปล่อยให้ผู้บริหารคนใดคนหนึ่งถือสำเนาไว้เองเท่ากับสร้างความเสี่ยงที่จะถูกใช้แข่งขันในอนาคต
- นโยบายการดูแลชุมชนฉบับเต็ม รวมกติกาการโพสต์และบทลงโทษ
- แนวทางการจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายเร่งด่วนและแบบฟอร์มบันทึกหลักฐาน
- ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 40
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
- คุณเป็น «ผู้ควบคุมข้อมูล» ผู้รับจ้างเป็น «ผู้ประมวลผลข้อมูล» — ข้อ 10 ทำหน้าที่เป็นข้อตกลงประมวลผลข้อมูลแบบย่อ ถ้าเครื่องเก็บข้อมูลอ่อนไหว (ข้อมูลสุขภาพ ประวัติผู้ป่วย) หรือข้อมูลจำนวนมาก ควรทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูลฉบับเต็มเพิ่ม
- เหตุละเมิดข้อมูลที่มีความเสี่ยง ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ สัญญาจึงให้ผู้รับจ้างแจ้งคุณภายใน 24 ชั่วโมง
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)
ข้อ 11.2 จำกัดการใช้ข้อมูลของอีกฝ่ายไว้เท่าที่จำเป็นต่อการโอน การส่งสำเนาบัตรให้นิติบุคคล ธนาคาร และสำนักงานที่ดินเป็นการใช้ตามสัญญา ซึ่งทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมแยก (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24(3)) แต่การนำไปใช้เรื่องอื่นต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ ควรเขียนบนสำเนาบัตรว่าใช้เพื่อการโอนห้องชุดนี้เท่านั้น
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์
- ไม่เขียนว่าเพจเป็นของใคร เมื่อเลิกกันแล้วเถียงเรื่องผู้ติดตาม รีวิวสะสม และยอดขายเดิม ซึ่งมีมูลค่าจริงแต่ไม่ใช่ทรัพย์ที่ส่งมอบกันได้ง่าย — ข้อ 2.1 จึงบังคับให้ระบุ และข้อ 2.2 ห้ามเปลี่ยนอีเมล เบอร์โทร หรือสิทธิรับเงินของบัญชีฝ่ายเดียว
- ปล่อยให้ร้านจัด Flash Sale หรือคูปองเองจนได้ต่ำกว่าราคาฝากขาย ผู้ฝากขายรับภาระส่วนลดโดยไม่รู้ตัว — ข้อ 5.2 จึงต้องขออนุมัติก่อน · ในทางกลับกันถ้าร้านขายได้แพงกว่าราคาที่ตัวการกำหนด ส่วนเกินตกเป็นของตัวการ ร้านเก็บเองไม่ได้ (ม.840)
- คิดว่าแพลตฟอร์มยังไม่โอนเงินมาก็ยังไม่ต้องจ่าย ข้อ 6.3 ปิดช่องนี้ไว้แล้ว และโดยหลัก ม.838 ตัวแทนค้าต่างไม่ต้องรับผิดแทนลูกค้าที่ไม่ชำระเว้นแต่ตกลงกันไว้ จึงต้องเขียนให้ชัดว่ากรณีใดเลื่อนจ่ายได้
- เงินค่าสินค้าไม่ใช่เงินของร้าน เอาไปหมุนก่อนถึงรอบโอนอาจเป็นทั้งผิดสัญญาและความผิดอาญาฐานยักยอก แยกบัญชีรับเงินไว้จะปลอดภัยกว่า
- ข้อมูลลูกค้าไม่ได้เป็นของร้านฝ่ายเดียว ทั้งสองฝ่ายอาจเป็นผู้ควบคุมข้อมูลร่วมกันหรือฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ประมวลผลแทน ต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (PDPA ม.37) และถ้าฝ่ายหนึ่งทำตามคำสั่งอีกฝ่ายต้องมีข้อตกลงผู้ประมวลผล (ม.40) — ข้อ 10.2 รองรับไว้แล้ว · การเอารายชื่อลูกค้าไปยิงโฆษณาขายของตัวเองหลังเลิกสัญญาเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์
- บัญชีโดนปิดหรือถูกลดการมองเห็นไม่ใช่เหตุสุดวิสัย โดยอัตโนมัติ (ข้อ 12.2) ถ้าเกิดจากฝ่ายใดฝ่าฝืนกติกาแพลตฟอร์มเอง ฝ่ายนั้นรับผิด
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาควบคุมงานก่อสร้าง
ภาพหน้างานมักติดหน้าคนงานและบ้านข้างเคียง ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ข้อ 11.2 จำกัดให้ใช้เพื่องานควบคุมเท่านั้น เก็บอย่างปลอดภัย และแจ้งภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อข้อมูลรั่วไหล ถ้าผู้ควบคุมงานใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยตรวจภาพหรือร่างรายงาน ผู้ควบคุมงานยังรับผิดชอบรายงานเต็มที่ และห้ามนำแบบบ้านเข้าเครื่องมือที่เอาข้อมูลไปฝึกต่อโดยไม่ได้รับความยินยอม
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างที่ปรึกษา — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- สัญญานี้อนุญาตให้ใช้เครื่องมือที่ระบุ ให้ขอดูการตั้งค่าว่าบัญชีที่ใช้ไม่นำข้อมูลไปฝึกระบบ และขอให้ที่ปรึกษาระบุส่วนที่ใช้เครื่องมือช่วยในรายงานส่งมอบ- สัญญานี้ห้ามนำข้อมูลของผู้ว่าจ้างเข้าเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าจะอนุญาตภายหลัง ให้ระบุเครื่องมือและขอบเขตเป็นหนังสือ
- ผลงานที่สร้างโดยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ล้วนโดยไม่มีการสร้างสรรค์ของมนุษย์ อาจไม่ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์เต็มที่ — ข้อ 7.10 จึงบังคับให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจและรับผิดชอบผลงาน
- ถ้าที่ปรึกษาเข้าถึงข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานจำนวนมาก ควรทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแยกเพิ่ม
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
คำรับรองพนักงาน การใช้บัตรเครดิตสำหรับนิติบุคคล
รายการใช้บัตรแสดงสถานที่และพฤติกรรมของพนักงาน นายจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ใช้เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายและตามกฎหมายเท่านั้น และรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37)
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
สัญญาใช้พื้นที่ทำงานร่วม (Co-working Space)
ข้อ 5.2 จำกัดกล้องไว้ที่พื้นที่ส่วนกลางและไม่ตรวจเนื้อหาการสื่อสาร ผู้ให้บริการต้องแจ้งประกาศความเป็นส่วนตัวแก่สมาชิกและติดป้ายแจ้งกล้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่บุคคลทั่วไปมีหน้าที่เก็บข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ให้ตรวจหน้าที่นี้ก่อนเปิดให้บริการ
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
- ทำ 2 ฉบับ ผู้ค้ำและเจ้าหนี้เก็บฝ่ายละฉบับ · พยานไม่บังคับตามกฎหมาย
- ผู้ค้ำควรได้อ่านข้อตกลงหลักและรู้ยอดหนี้ค้างในวันลงนาม
- ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ค้ำ เจ้าหนี้เก็บได้เพราะจำเป็นต่อการทำสัญญา (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24(3)) ห้ามนำไปใช้ทำการตลาด (ข้อ 9)
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
บันทึกข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมกับผู้ควบคุม)
- แบ่งปัน (controller-to-controller): ทั้งสองฝ่ายต่างตัดสินใจเองว่าเอาข้อมูลไปทำอะไร — พันธมิตรการตลาดร่วม โรงพยาบาลกับบริษัทประกัน ผู้ผลิตกับตัวแทนจำหน่าย แฟรนไชส์ซอร์กับแฟรนไชส์ซี → ใช้ แบบนี้
- จ้างประมวลผล (controller-to-processor): ผู้รับทำตามคำสั่งเท่านั้น → ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA ม.40)
- เลือกผิดแบบ = หน้าที่ตามกฎหมายผิดฝั่ง ฝ่ายที่คิดว่าตัวเองเป็น «แค่ผู้ประมวลผล» แต่จริง ๆ ใช้ข้อมูลเอง จะไม่ได้แจ้งเจ้าของข้อมูลและไม่มีฐานทางกฎหมาย
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท
สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)
ลงนามก่อนส่งเอกสารชิ้นแรก แล้วเปิดบัญชีห้องข้อมูลให้เป็นรายบุคคลตามรายชื่อที่ผู้ลงทุนแจ้ง (ข้อ 4.1) ตั้งค่าห้ามดาวน์โหลดหรือพิมพ์สำหรับเอกสารที่อ่อนไหว และใส่ลายน้ำชื่อผู้ใช้ถ้าระบบทำได้
ข้อมูลพนักงานและลูกค้า: ปกปิดชื่อหรือรวมเป็นตัวเลขก่อนขึ้นห้องข้อมูลเมื่อทำได้ — การเปิดเผยเพื่อการตรวจสอบกิจการต้องอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (PDPA ม.24(5)) ซึ่งต้องชั่งกับสิทธิของพนักงานและลูกค้า ส่วนข้อมูลสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลสหภาพแรงงานเป็นข้อมูลอ่อนไหว (ม.26) อย่าส่งถ้าไม่จำเป็นจริง (ข้อ 7.1)
ถ้าผู้ลงทุนหรือที่ปรึกษาอยู่ต่างประเทศ การเปิดให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลคือการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ ต้องเป็นไปตาม PDPA ม.28–29 (ข้อ 7.3)
แจ้งพนักงานภายในว่าผู้ลงทุนต้องติดต่อผ่านผู้ประสานงานเท่านั้น (ข้อ 5) และให้รายงานถ้ามีการติดต่อตรง
ถ้ากิจการเป้าหมายเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือในเครือ: แจ้งฝ่ายกำกับดูแลของบริษัท จัดทำรายชื่อผู้ที่ได้รับข้อมูลภายใน และตรวจหน้าที่เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ก่อนเริ่มเจรจา
เปิดเผยข้อมูลหรือผลการตรวจสอบ หรือใช้นอกวัตถุประสงค์ (ข้อ 2, 3): เรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงตามข้อ 13.1 และเบี้ยปรับถ้าเปิดใช้ (ข้อ 13.3 — ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน ป.พ.พ. ม.383 · ส่วนที่เกินเรียกได้เมื่อพิสูจน์ ม.380 วรรคสอง) · ข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า การเปิดเผยโดยผิดสัญญาเป็นการละเมิดตาม พ.ร.บ.ความลับทางการค้า ม.6 และขอให้ศาลสั่งระงับได้ตาม ม.8 (ข้อ 13.2)
ที่ปรึกษาหรือพนักงานของผู้ลงทุนทำผิด (ข้อ 3.2): ผู้ลงทุนรับผิดเสมือนทำเอง — ไม่ต้องไปฟ้องที่ปรึกษาทีละราย
ติดต่อพนักงานหรือลูกค้าโดยตรง (ข้อ 5.2) หรือ ชักชวนพนักงาน/ลูกค้า (ข้อ 6): มีหนังสือให้หยุดทันที เก็บหลักฐานการติดต่อ (อีเมล ข้อความ) เรียกค่าเสียหายและเบี้ยปรับได้ · ข้อห้ามชักชวนใช้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดและเท่าที่ไม่เกินที่คาดหมายได้ตามปกติ (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.5)
ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วจากฝั่งผู้ลงทุน (ข้อ 7.2): ผู้ลงทุนต้องแจ้งภายใน 72 ชั่วโมง ผู้เปิดเผยข้อมูลต้องประเมินและแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบตาม PDPA ม.37(4)
ซื้อขายหลักทรัพย์ขณะถือข้อมูลภายใน (ข้อ 8): นอกจากผิดสัญญา ยังอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีโทษทางอาญาและทางแพ่งแยกต่างหาก
ไม่คืนหรือไม่ลบข้อมูล (ข้อ 10): ทวงเป็นหนังสือ ขอหนังสือรับรองการลบลงนามโดยผู้มีอำนาจ ถ้ายังใช้ต่อถือเป็นการฝ่าฝืนข้อ 2
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้
- เก็บสำเนาบัตรและข้อมูลลูกหนี้ได้เพราะจำเป็นต่อการปฏิบัติตามหนังสือนี้และการใช้สิทธิเรียกร้อง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24 (3) และ (5)) ไม่ต้องขอความยินยอมแยก — แต่ใช้เพื่ออย่างอื่นไม่ได้ และเมื่อหนี้หมดแล้วเก็บไว้ได้เท่าที่ยังจำเป็นตามอายุความ
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)
- ผู้ว่าจ้าง = ผู้ควบคุมข้อมูล · ผู้รับจ้าง = ผู้ประมวลผล — ข้อ 8 คือข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.40 แล้ว ไม่ต้องทำ DPA แยก เว้นแต่ข้อมูลมาก/อ่อนไหว
- ฐานทางกฎหมายของการส่งข้อมูลลูกหนี้ไปทวงถาม คือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายในการเรียกชำระหนี้ (ม.24 (5)) และการปฏิบัติตามสัญญากับลูกหนี้ (ม.24 (3)) — ไม่ต้องขอความยินยอม แต่ส่งให้ เท่าที่จำเป็น (ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ ยอดหนี้ เอกสารหนี้) ไม่ส่งข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลอ่อนไหวอื่น
- เกิดข้อมูลรั่ว ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ (ม.37 (4)) — ข้อ 8.4 จึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน … ชั่วโมง
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)
เจ้าหนี้ใช้ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อของลูกหนี้เพื่อทวงถามและใช้สิทธิเรียกร้องได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม เพราะเป็นประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้าหนี้ (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24 (5)) แต่ต้องใช้เท่าที่จำเป็นและห้ามเผยแพร่ — การโพสต์ประจานลูกหนี้ในโซเชียล ผิดทั้งกฎหมายทวงถามหนี้ กฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล และอาจเป็นหมิ่นประมาท
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป
สอง คุกกี้และความยินยอม ข้อ 5 แยกหน้าที่ตามผู้ควบคุมข้อมูลแต่ละราย ผู้เผยแพร่ต้องขอความยินยอมคุกกี้บนเว็บไซต์หรือแอปของตนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนผู้ลงโฆษณาที่ติดตั้งพิกเซลหรือแท็กของตนเองเพื่อวัดผลหรือทำ retargeting ต้องมีฐานทางกฎหมายของตัวเองด้วย ไม่ใช่อาศัยความยินยอมที่ผู้เผยแพร่ขอไว้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาส่งมอบบัญชี รหัสผ่าน โดเมน และระบบเมื่อสิ้นสุดงาน
ผู้รับจ้างที่ดูแลระบบของผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 เมื่องานจบ ข้อมูลต้องถูกลบหรือทำลายเมื่อพ้นความจำเป็นตามมาตรา 37(3) ข้อ 10 ให้ผู้รับจ้างส่งหนังสือยืนยันการลบ ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมต้องรักษาความปลอดภัยตามมาตรา 37(1) การเปลี่ยนรหัสผ่านตามข้อ 9 จึงเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเอง
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
สัญญาจ้างทำการตลาดออนไลน์
ชิงโชค แจกรางวัล หรือกิจกรรมที่ผู้ร่วมได้รางวัลโดยเสี่ยงโชค ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน — นี่คือกลไกแคมเปญที่ใช้กันบ่อยที่สุดและไม่ขออนุญาตกันบ่อยที่สุด ผู้จัดคือผู้ว่าจ้าง ไม่ใช่เอเจนซี แต่เอเจนซีที่ออกแบบกติกาและประกาศแทนอาจถูกลากเข้าไปด้วย ให้ระบุในผนวกว่าใครเป็นผู้ขออนุญาต
สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา อาหาร ยา เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ต้องใช้ข้อความในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต · สุราและยาสูบห้ามโฆษณา · สินทรัพย์ดิจิทัลและการลงทุนมีกฎของหน่วยงานกำกับของตนเอง
ผู้เยาว์ หากแคมเปญมุ่งไปที่เด็ก เก็บข้อมูลจากเด็ก หรือมีเด็กปรากฏในสื่อ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (PDPA ม.20) และต้องระวังข้อจำกัดเรื่องการโฆษณาที่มุ่งเป้าไปที่เด็กเป็นการเฉพาะ
กติกาของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่กฎหมาย แต่ฝ่าฝืนแล้วบัญชีถูกระงับหรือถูกปรับ ซึ่งเสียหายจริง ข้อ 9.1 จึงกำหนดให้รับผิดในค่าปรับจากแพลตฟอร์มที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความผิดของฝ่ายใด
ขอบเขต … ปฏิทินงาน และรายการสิ่งที่ไม่รวม
บรีฟ คำกล่าวอ้าง หลักฐานสินค้า คู่มือแบรนด์ และรายชื่อผู้อนุมัติ …
ตาราง KPI … พร้อมแหล่งข้อมูลและตัวอย่างรายงาน
รายชื่อบัญชีโฆษณา … เพดานงบ และวิธีชำระ …
รายการข้อมูลและระบบ … ผู้ประมวลผลช่วง ประเทศปลายทาง และขั้นตอนแจ้งเหตุ
รายการไฟล์ บัญชี สิทธิผู้ใช้ และขั้นตอนส่งมอบเมื่อสิ้นสัญญา
รายการเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ที่อนุญาต … และวิธีแจ้งว่าชิ้นงานใดมีส่วนที่สร้างด้วยเครื่องมือนั้น
ขอบเขตหมวดสินค้าที่ห้ามรับงานให้คู่แข่ง … และระยะเวลา … เดือนหลังสัญญาสิ้นสุด
กติกากิจกรรมชิงโชคหรือแจกของรางวัล พร้อมระบุผู้รับผิดชอบการขออนุญาต (ถ้ามี)
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาเช่าพื้นที่เก็บเอกสาร
ผู้เช่ายังเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย ถ้าเอกสารสูญหายหรือรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิของเจ้าของข้อมูล (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(4)) ข้อ 9 จึงให้ผู้ให้เช่าแจ้งผู้เช่าภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เช่ามีเวลาตรวจสอบและแจ้งได้ทัน บันทึกสัญญานี้ไว้ในบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล (RoPA) ของผู้เช่าด้วย
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาซื้อขายโดเมนและโอนบัญชีเว็บไซต์
ใบอนุญาตธีม ปลั๊กอิน หรือฟอนต์ที่ผู้ขายซื้อมา ส่วนใหญ่เป็นใบอนุญาตใช้งานเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะโดเมน (single-site license) ซึ่งอาจโอนต่อไม่ได้ตามเงื่อนไขของผู้ขายใบอนุญาตเดิม ผู้ซื้อต้องตรวจและซื้อใบอนุญาตใหม่ในนามตนเองสำหรับรายการที่โอนไม่ได้
ฐานข้อมูลลูกค้าหรือสมาชิก ไม่ใช่สิ่งที่ "ติดมากับทรัพย์สิน" ตามกฎหมาย แม้จะอยู่ในเซิร์ฟเวอร์เดียวกับเว็บไซต์ก็ตาม เพราะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สาม ข้อ 7.1 บังคับให้มีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลและฐานทางกฎหมายรองรับการโอนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ถ้าไม่ต้องการภาระนี้ ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือปิดสวิตช์ให้ผู้ขายลบข้อมูลลูกค้าเดิมก่อนส่งมอบตามข้อ 7 (สวิตช์ปิด)
รายการทรัพย์สินที่ซื้อขายโดยละเอียด (โดเมน โค้ด ฐานข้อมูล สื่อ บัญชีอีเมล ประวัติการวิเคราะห์)
รายการใบอนุญาตของบุคคลภายนอกที่ใช้บนเว็บไซต์และสถานะว่าโอนได้หรือไม่
ข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล หากโอนฐานข้อมูลลูกค้าหรือสมาชิก
เงื่อนไขบริการคนกลางรับฝากเงิน หากใช้ escrow
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างแม่บ้านรายเดือน
ภาพของลูกจ้างที่กล้องบันทึกเป็นข้อมูลส่วนบุคคล นายจ้างต้องแจ้งให้ทราบตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 ข้อ 4.3 แจ้งตำแหน่งไว้แล้ว และห้ามติดในห้องพักหรือห้องน้ำ ลูกจ้างมีสิทธิได้หนังสือรับรองการทำงานเมื่อการจ้างสิ้นสุดตาม ป.พ.พ. มาตรา 585 ผู้ที่ผิดนัดจ่ายค่าจ้างต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลจัดให้มีข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูล เพื่อควบคุมให้ผู้ประมวลผลทำตามคำสั่ง มีมาตรการความปลอดภัย และแจ้งเหตุละเมิด — ไม่มีสัญญานี้ = ผู้ควบคุมข้อมูลผิดกฎหมายเอง แม้ผู้รับจ้างจะไม่เคยทำอะไรผิด · โทษปรับทางปกครองสูงสุด 3 ล้านบาท (ม.83)
- ผู้ควบคุม = คนที่ตัดสินใจว่าจะเก็บข้อมูลอะไร เอาไปทำอะไร (เจ้าของกิจการที่มีลูกค้า/พนักงาน)
- ผู้ประมวลผล = คนที่ทำตามคำสั่งโดยไม่ตัดสินใจเอง (บริษัททำเงินเดือน ผู้ให้บริการคลาวด์/ซอฟต์แวร์ บริษัทส่งของที่ได้รายชื่อลูกค้า คอลเซ็นเตอร์ภายนอก บริษัทการตลาดที่ยิงแอดจากฐานลูกค้า)
- ถ้าผู้รับข้อมูลเอาไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของตัวเองด้วย เขาเป็นผู้ควบคุมอีกคน — ต้องใช้ บันทึกข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล แทน
- ประมวลผลตามคำสั่งเท่านั้น (ข้อ 3.1) 2. มีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยและแจ้งเหตุละเมิด (ข้อ 3.3, 4) 3. จัดทำบันทึกรายการประมวลผล (ข้อ 3.5) — ผู้ประมวลผลที่ฝ่าฝืนมีโทษปรับเอง (ม.83)
ผู้ควบคุมต้องแจ้ง สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ (ม.37(4)) — ผู้ประมวลผลจึงต้องแจ้งผู้ควบคุมเร็วกว่านั้นมาก แบบนี้ตั้งค่าเริ่มต้น 24 ชั่วโมง
ผู้ประมวลผลที่เป็น SME มักขอเพดานเท่าค่าจ้างตามสัญญาหลัก — แบบนี้เว้นกรณีจงใจ/ประมาทร้ายแรง และค่าปรับทางปกครองที่เกิดจากผู้ประมวลผลเอง เพื่อให้เพดานบังคับได้และไม่ผลักภาระตามกฎหมายกลับมาที่ผู้ควบคุม
สำเนาสัญญาหลัก · รายละเอียดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของผู้ประมวลผล (ถ้ามี) · รายชื่อผู้ประมวลผลช่วงที่อนุญาต
นิติบุคคล: หนังสือรับรอง + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท)
2 ฉบับ · ประทับตรา (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ (ไม่ใช่ตราสารในบัญชี)
ลงนาม ก่อน ส่งข้อมูลชุดแรกให้ผู้ประมวลผล — ผู้ควบคุมที่ส่งข้อมูลไปก่อนมีสัญญาคือคนที่ผิดกฎหมาย
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท
สัญญาจ้างบำรุงรักษาลิฟท์
- ถามผู้รับจ้างว่าอุปกรณ์เชื่อมผ่านเครือข่ายใด ข้อมูลเก็บที่ไหน ใครเข้าถึงได้ — ข้อ 11 ให้ข้อมูลเป็นของคุณ
- ถ้าระบบเข้าถึงภาพกล้องในลิฟต์หรือเสียงอินเตอร์คอม คุณเป็น «ผู้ควบคุมข้อมูล» ต้องมีป้ายแจ้งการใช้กล้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และถ้ามีเหตุละเมิดที่มีความเสี่ยง ต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
คำรับรองพนักงาน ทรัพย์สินทางปัญญาและความลับทางการค้า
ข้อมูลจะเป็นความลับทางการค้าที่กฎหมายคุ้มครองได้ ผู้ควบคุมข้อมูลต้องใช้ มาตรการที่เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ (พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3) คำรับรองนี้เป็นหลักฐานส่วนหนึ่งของมาตรการนั้น นายจ้างควรทำอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น จำกัดสิทธิเข้าถึงไฟล์ ติดคำว่า «ลับ» บนเอกสาร และอบรมพนักงาน การเปิดเผยหรือใช้ความลับทางการค้าโดยผิดสัญญาเป็นการละเมิด (มาตรา 6) นายจ้างขอให้ศาลสั่งระงับการละเมิดได้ (มาตรา 8) และต้องฟ้องภายใน 3 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ละเมิด แต่ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันละเมิด (มาตรา 10)
- เปิดเผยข้อมูลลับ ส่งงานเข้าอีเมลหรือคลาวด์ส่วนตัว หรือป้อนข้อมูลเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ (ข้อ 3 และข้อ 4) เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้าง ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ลงโทษทางวินัย และในกรณีร้ายแรงอาจเลิกจ้างได้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (ป.พ.พ. มาตรา 583) พนักงานต้องชดใช้ความเสียหายจริง ถ้าข้อมูลเป็นข้อมูลส่วนบุคคล นายจ้างต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบ (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(4)) จึงต้องแจ้งทันทีตามข้อ 3.3
- ติดตั้งโปรแกรมเถื่อน (ข้อ 5) ทำให้นายจ้างเสี่ยงถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโทษทางอาญาตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และนายจ้างต้องร่วมรับผิดทางแพ่งกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ทำในทางการที่จ้าง (ป.พ.พ. มาตรา 425) นายจ้างจึงควรคุมสิทธิติดตั้งโปรแกรมด้วย
- เปิดเผยความลับที่รู้มาเพราะหน้าที่ อาจเป็นความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายเฉพาะด้วย ความรับผิดทางอาญาไม่อาจตกลงกันในหนังสือนี้ได้ ฉบับนี้จึงไม่เขียนว่า «รับผิดทางอาญาแต่เพียงผู้เดียว» อย่างที่แบบเก่าเขียน
การตรวจสอบอีเมลและอุปกรณ์ของนายจ้างตามข้อ 3.4 ต้องแจ้งไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวของพนักงานก่อน และทำเท่าที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล นายจ้างเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานและมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามกฎหมาย (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37)
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
สัญญากู้ยืมเงินของพนักงาน
นายจ้างที่ให้ลูกจ้างกู้เป็นครั้งคราวโดยทั่วไปไม่ใช่ผู้ให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติตามนิยามใน พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3 แต่ถ้านายจ้างให้กู้เป็นปกติธุระหรือจ้างบริษัททวงถามหนี้ พ.ร.บ.นั้นใช้บังคับเต็มที่ รวมถึงข้อห้ามทวงถามโดยเปิดเผยเรื่องหนี้ต่อบุคคลอื่นตามมาตรา 11 ข้อ 6.3 และข้อ 8 จึงวางมาตรฐานนั้นไว้ตั้งแต่ต้น การประจานหนี้ของลูกจ้างต่อเพื่อนร่วมงานยังอาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีฐานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 และนายจ้างต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลการเงินลูกจ้างตามมาตรา 37
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญากู้ยืมเงินสวัสดิการพนักงาน
ใบรับรองแพทย์และข้อมูลการเจ็บป่วยของพนักงานหรือครอบครัวเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง ให้แยกแบบฟอร์มขอความยินยอมไว้กับคำขอกู้ จำกัดผู้เห็นเฉพาะผู้พิจารณาสวัสดิการ และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา 37 การนำข้อมูลสุขภาพจากคำขอกู้ไปใช้ประเมินผลงานหรือเลิกจ้าง ขัดข้อ 9.2 และอาจเป็นการใช้ข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ที่มีโทษตามกฎหมายนั้น
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)
ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้างต้องมีฐานทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ข้อมูลสุขภาพและประวัติอาชญากรรมเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 และนายจ้างต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา 37
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาค้ำประกันการทำงาน
- สำเนาบัตรประชาชนผู้ค้ำ (ขีดคร่อมและเขียนว่าใช้เพื่อสัญญาค้ำประกันการทำงานเท่านั้น) · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อ
- นายจ้างนิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคล · หนังสือมอบอำนาจถ้าผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการ
- ไม่จำเป็นต้องเก็บสำเนาทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน หรือเอกสารการเงินของผู้ค้ำ ถ้าไม่จำเป็นจริง — เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.22 ม.24(3)) และแจ้งผู้ค้ำว่าเก็บข้อมูลอะไรไปใช้ทำอะไร (ม.23)
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงาน
- นายจ้างไม่ตอบภายในกำหนด ไม่ทำให้การบอกเลิกเสียไป — การบอกเลิกมีผลแล้วเมื่อหนังสือไปถึง
- ลูกจ้างพ้นสภาพแล้ว นายจ้างต้องคืนหลักประกันภายใน 7 วัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10 วรรคสอง) ถ้าไม่คืน ลูกจ้างร้องเรียนพนักงานตรวจแรงงานได้ ส่วนผู้ค้ำควรมีหนังสือทวงถามอีกครั้งและเก็บหลักฐานไว้ หรือปรึกษาทนาย
- ได้รับหนังสือเรียกให้ชดใช้ภายหลัง ให้ตรวจว่าเหตุเกิดก่อนวันมีผลหรือไม่ อยู่ในวงเงินหรือไม่ และนายจ้างบอกกล่าวภายใน 60 วันหรือไม่ ผู้ค้ำยกข้อต่อสู้ของลูกจ้างขึ้นต่อสู้ได้ (ม.694)
- ขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นความจำเป็น เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูล (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.33) นายจ้างอาจเก็บต่อได้เท่าที่จำเป็นต่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร
แอร์ ลิฟต์ และระบบอาคารรุ่นใหม่ส่งข้อมูลการทำงานขึ้นระบบของผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้ง ข้อ 7.1 ให้ข้อมูลเป็นของผู้ซื้อ ผู้ขายใช้ได้เพื่อบำรุงรักษาเท่านั้น ถ้าระบบมีกล้องหรือไมโครโฟน เช่น กล้องในตัวลิฟต์ ภาพและเสียงคือข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ซื้อเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและต้องติดป้ายแจ้ง ผู้ขายที่เข้าถึงได้เป็นผู้ประมวลผลข้อมูล ควรทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้าย อุปกรณ์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตด้วยรหัสผ่านตั้งต้นเป็นช่องโหว่ที่ถูกเจาะบ่อย ให้เปลี่ยนในวันส่งมอบ
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาติดตั้งและดูแลเครื่องชาร์จรถ EV
ข้อ 11.3 ห้ามผู้รับจ้างปิดเครื่องชาร์จจากระยะไกลหรือล็อกแอปเพื่อเรียกเงินที่พิพาท และข้อ 4.1 ให้บัญชีผู้ดูแลอยู่ในนามผู้ว่าจ้างตั้งแต่วันส่งมอบ ผู้รับจ้างที่ไม่ได้รับเงินให้เรียกตามสัญญาพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาก่อนงานเสร็จได้ตามมาตรา 605 โดยจ่ายค่างานที่ทำแล้ว ข้อมูลการชาร์จและตำแหน่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับจ้างที่เข้าถึงจากระยะไกลต้องใช้เพื่อการบริการเท่านั้นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าผู้เชี่ยวชาญเข้าถึงข้อมูลพนักงานหรือลูกค้าจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญมีฐานะเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้ว่าจ้าง ข้อ 6.2 วางหน้าที่หลักตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 ไว้แล้ว ถ้าข้อมูลอ่อนไหวหรือปริมาณมาก ควรทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแยกเพิ่ม
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาตัวแทนส่งออก
ตัวการและตัวแทนบอกเลิกสัญญาตัวแทนได้ทุกเมื่อตาม ป.พ.พ. มาตรา 827 แต่ต้องชดใช้ความเสียหายถ้าเลิกในเวลาที่ไม่สมควร ข้อ 12.2 จึงกำหนดการแจ้งล่วงหน้า ตัวแทนที่ออกค่าใช้จ่ายที่ตัวการอนุมัติเรียกคืนได้ตามมาตรา 816 ข้อมูลผู้ติดต่อที่ส่งข้ามประเทศต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 และใช้ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 เงินที่ผิดนัดชำระต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ถ้าใช้กฎหมายไทย
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างเหมาบริการอาคารแบบรวม (หลายบริการในสัญญาเดียว)
- พ.ร.บ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย 2558: บริษัท รปภ. ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ และพนักงานทุกคนต้องมีใบอนุญาตเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยรับอนุญาต (ผ่านอบรม ตรวจประวัติ) · บุคคลธรรมดารับงาน รปภ. ไม่ได้ · จ้างบริษัทที่ไม่มีใบอนุญาต = ผู้ว่าจ้างเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุ — ติ๊กช่อง «มีบริการรักษาความปลอดภัยรวมอยู่ด้วย» แล้วขอสำเนาใบอนุญาตทั้งบริษัทและรายคน · เลิกสัญญาได้ทันทีเมื่อใบอนุญาตบริษัทสิ้นผล (ข้อ 7.3)
- รปภ. บันทึกผู้มาติดต่อและดูกล้องแทนผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างยังเป็นผู้ควบคุมข้อมูลตาม PDPA — ติดป้ายแจ้งที่ทางเข้า และห้ามถ่ายบัตรประชาชนทั้งใบ (ข้อ 6.3)
- ความรับผิดต่อทรัพย์สินสูญหาย (6.1) บริษัท รปภ. มักขอจำกัด — แบบนี้ให้จำกัดเฉพาะ «พิสูจน์ได้ว่าละเลยหน้าที่» + เพดานต่อเหตุการณ์ (เลือกได้) + ประกันความซื่อสัตย์ (fidelity)
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาสมาชิกฟิตเนสหรือสตูดิโอ
ลายนิ้วมือและใบหน้าที่ใช้ยืนยันตัวตนเป็นข้อมูลชีวภาพ ซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และความยินยอมต้องเป็นอิสระ ข้อ 9.2 จึงบังคับให้มีวิธีเข้าออกอื่นให้สมาชิกที่ไม่ยินยอม เพราะการบังคับให้ให้ลายนิ้วมือเป็นเงื่อนไขของสมาชิกภาพทำให้ความยินยอมไม่เป็นอิสระตามมาตรา 19ถ้าภายหลังจะติดตั้งระบบลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งแยกต่างหากตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 และต้องมีวิธีเข้าออกทางเลือก
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)
งานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในการทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้างเว้นแต่ตกลงเป็นหนังสือ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 ข้อ 7.2 จึงโอนผลงานโครงการเป็นของนายจ้าง การเก็บข้อมูลลูกจ้างต้องมีฐานทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)
ข้อ 6.3 แบ่งว่าใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้า และข้อ 10 (ง) ให้โอนรายชื่อลูกค้าเมื่อเลิกสัญญาได้เท่าที่ชอบด้วยกฎหมาย — ร้านต้องแจ้งลูกค้าไว้ก่อนว่าข้อมูลอาจส่งให้เจ้าของแบรนด์ (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.19, 23) มิฉะนั้นโอนรายชื่อไม่ได้ และถ้าข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง (ม.37(4))
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท
สัญญาจ้างฟรีแลนซ์รายโปรเจกต์ (จ่ายตามงวดงาน)
- ชื่อสัญญาไม่ได้ตัดสินว่าเป็นจ้างทำของ ศาลดูข้อเท็จจริง ถ้าสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก ควบคุมวิธีทำงาน ให้ใช้อุปกรณ์ของบริษัท และจ่ายเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้ จะเข้า จ้างแรงงาน ม.575 ไม่ใช่ จ้างทำของ ม.587 ผลที่ตามมาคือค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้าง เงินสมทบประกันสังคมย้อนหลัง และการหักภาษีคนละแบบ — ข้อ 1.3 กับสวิตช์ «กำหนดเวลาและสถานที่เองได้» มีไว้รักษาเส้นนี้ ต้องทำตามจริงด้วย
- ไม่กำหนดจำนวนครั้งที่แก้งาน คือสาเหตุอันดับหนึ่งของงานที่ไม่จบ ผนวก 1 ต้องระบุว่าแก้ได้กี่รอบ และรอบถัดไปคิดเงินเท่าไร
- ไม่มีกำหนดตรวจรับ ทำให้ผู้ว่าจ้างเงียบแล้วงานค้างอยู่ในสถานะไม่รับไม่ปฏิเสธ ข้อ 2 กำหนดให้แจ้งข้อบกพร่องภายในกำหนด จึงต้องกรอกจำนวนวันให้สมเหตุผล
- ผู้ว่าจ้างไม่ส่งของที่ต้องส่ง เช่น ไฟล์ต้นฉบับ สิทธิเข้าระบบ หรือข้อมูลแบรนด์ แล้วมานับว่าฟรีแลนซ์ส่งงานช้า — กรอกช่อง «สิ่งที่ผู้ว่าจ้างจัดหาให้» ไว้เสมอเพื่อให้พิสูจน์ได้ว่าใครช้า
- เพดานความรับผิดต้องสมเหตุผล เพดานที่ต่ำจนไร้ความหมายอาจไม่มีผลบังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 และไม่ว่าเขียนอย่างไรก็ยกเว้นความรับผิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ได้
- ฟรีแลนซ์ที่เข้าถึงข้อมูลลูกค้าของผู้ว่าจ้างเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล ต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยและข้อตกลงตามคำสั่ง (PDPA ม.37, 40) และต้องคืนหรือลบข้อมูลเมื่อจบงานตามข้อ 4.4 — เก็บไว้ใช้ทำพอร์ตไม่ได้
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาจ้าง Freight Forwarder และพิธีการศุลกากร
Incoterms® 2020 ข้อบังคับสินค้าอันตรายสำหรับการขนส่งทางทะเลและทางอากาศ และความตกลงการค้าเสรี ให้ตรวจฉบับที่ใช้กับสินค้าและเส้นทางจริงก่อนส่ง ข้อมูลของผู้ส่งและผู้รับสินค้าที่ส่งให้ผู้ขนส่งหรือหน่วยงานต่างประเทศเป็นการส่งข้อมูลข้ามประเทศที่ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 และใช้ตามวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญารับฝากและจัดส่งสินค้า (Fulfillment)
ข้อ 7.1 กำหนดให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้ขาย ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีข้อตกลงกับผู้ประมวลผลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 และผู้ประมวลผลต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลและรักษาความปลอดภัย
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างขนส่งสินค้า (กระจายสินค้าประจำ)
- บรรทุกของหรือคนของผู้อื่นรวม (ข้อ 2.4) หรือให้ผู้อื่นขนส่งแทนโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 2.5) — เป็นการผิดสัญญา ผู้ว่าจ้างบอกให้แก้และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 9.3 และผู้ขนส่งต้องรับผิดในความเสียหายของสินค้าตามข้อ 6
- บรรทุกน้ำหนักเกินหรือคนขับเมาสุรา (ข้อ 2.2) — ค่าปรับทางราชการเป็นของผู้ขนส่ง และถ้าเกิดอุบัติเหตุเพราะเมาสุรา ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ทันที
- ยึดหน่วงสินค้า เอกสาร หรือเงินที่เก็บแทน (ข้อ 4.4) — เป็นการผิดสัญญา ผู้ขนส่งต้องส่งคืนและรับผิดในความเสียหายที่ผู้ว่าจ้างเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้ตามข้อ 5.2
- ไม่ส่งเงินที่เก็บปลายทางตามกำหนด (ข้อ 5.3) — เสียดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย ปัจจุบันร้อยละ 5 ต่อปี (ป.พ.พ. มาตรา 224) และผู้ว่าจ้างบอกให้แก้และเลิกสัญญาได้ตามข้อ 9.3 ถ้าเอาเงินไปใช้เองอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก (ประมวลกฎหมายอาญา) และผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ทันที
- ใช้ข้อมูลลูกค้าผิดวัตถุประสงค์หรือเผยแพร่ภาพลูกค้า (ข้อ 8) — ผู้ประมวลผลที่ทำนอกคำสั่งถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลในส่วนนั้นและต้องรับผิดเอง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40) ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อมีความเสี่ยง (มาตรา 37 (4)) ข้อ 8.2 จึงให้ผู้ขนส่งแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
ถ้าคู่กรณีต้องขอความยินยอมเก็บหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20 กำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วย และถ้าผู้เยาว์อายุไม่เกินสิบปี ต้องขอจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ติ๊กข้อ 5.2 เมื่อต้องการให้หนังสือนี้ใช้เป็นความยินยอมนั้นด้วย ความยินยอมถอนได้ตามมาตรา 19
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
บันทึกส่งมอบทรัพย์สินและปิดบัญชีคู่สัญญา
ข้อ 4.1 ยืนยันการลบข้อมูล ผู้ที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องลบหรือทำลายเมื่อพ้นกำหนดหรือพ้นความจำเป็นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 ข้อ 5.3 ห้ามยึดทรัพย์สินไว้ต่อรอง ฝ่ายที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย ยอดที่ชำระช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 และการทวงยอดค้างต้องไม่ข่มขู่ ดูหมิ่น หรือเปิดเผยหนี้ต่อผู้อื่นตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท
สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
- ถ้างานนี้ทำให้ผู้รับจ้างต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้ว่าจ้างเป็นหลัก (เช่น ทำระบบที่เก็บข้อมูลลูกค้า) ควรทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้ายสัญญาเพิ่ม — ข้อ 10.6 คุ้มครองไว้เพียงขั้นพื้นฐาน
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท
สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องใช้)
ข้อมูลตำแหน่งของทรัพย์ที่คนใช้อยู่ทุกวันคือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ ข้อ 9 จำกัดวัตถุประสงค์ไว้เฉพาะการป้องกันทรัพย์ ให้แจ้งประกาศความเป็นส่วนตัว (privacy notice) ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้เช่าซื้อก่อนติดตั้ง จำกัดคนที่เข้าดูระบบได้ และถอดหรือหยุดเก็บข้อมูลเมื่อผ่อนครบ ห้ามใช้ระบบดับเครื่องหรือล็อกทรัพย์จากระยะไกล โดยเฉพาะขณะรถวิ่ง — เสี่ยงอุบัติเหตุและความรับผิดทั้งแพ่งและอาญา
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด
⚠️ ผู้ขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจ — ถ้าทรัพย์ที่จองเป็นห้องชุด การจองอยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายห้องชุดที่มีการจองเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2567 ข้อ 4 บังคับให้ใช้แบบสัญญามาตรฐานท้ายประกาศ และข้อ 6 บังคับให้ทำสองฉบับและส่งมอบให้ผู้จองทันทีที่ลงนาม แม่แบบนี้รับสาระของแบบมาตรฐานไว้ครบ คือ ผู้จองเลิกได้เมื่อ EIA ไม่ผ่าน ไม่ยื่นหรือไม่ได้ใบอนุญาตตามกำหนด ทำสัญญาไม่ได้ตามกำหนด หรือผู้ขายแก้แผนผังหรือวัสดุโดยไม่ได้รับความยินยอม (แบบข้อ 2) ผู้ขายริบเงินได้เฉพาะเมื่อผู้จองไม่มาทำสัญญา (แบบข้อ 3) สินเชื่อไม่ผ่านเป็นเหตุเลิกของทั้งสองฝ่าย (แบบข้อ 4) คืนเงิน 15 วันหรือ 45 วันสำหรับบัตรเครดิต (แบบข้อ 5) และบอกเลิกต้องให้เวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน (แบบข้อ 6) แต่ผู้ขายที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจยังต้องใช้แบบมาตรฐานของ สคบ. เป็นหลัก และต้องมีช่องลงนามผู้จัดการฝ่ายขายและพนักงานผู้รับจองตามแบบ ถ้าทรัพย์เป็นบ้านในโครงการจัดสรร ให้ตรวจ พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เรื่องใบอนุญาตจัดสรรและแผนผังโครงการด้วยผู้ขายเป็นเจ้าของทรัพย์รายบุคคล ประกาศ สคบ. เรื่องการจองห้องชุดใช้กับผู้ประกอบธุรกิจเท่านั้น แต่สัญญานี้รับหลักของประกาศนั้นมาไว้ เพราะเป็นมาตรฐานที่ศาลใช้ดูว่าข้อใดไม่เป็นธรรม คือ ห้ามริบเงินจองเว้นแต่ผู้จองผิดสัญญา ห้ามเก็บค่าโอนสิทธิการจอง ห้ามเปลี่ยนเงินจองเป็นมัดจำหรือเงินดาวน์ และห้ามใช้ข้อมูลส่วนบุคคลนอกกฎหมาย (ประกาศข้อ 5(4) 5(5) 5(6) 5(8))
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างดูแลผู้สูงอายุหรือพี่เลี้ยงเด็กที่บ้าน
ข้อมูลสุขภาพของผู้รับการดูแลเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ข้อ 6.2 ห้ามผู้ดูแลเผยแพร่ ภาพของผู้ดูแลที่กล้องบันทึกเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแล ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งให้ทราบตามมาตรา 23 ข้อ 6.1 แจ้งตำแหน่งกล้องไว้แล้ว และห้ามติดในห้องน้ำหรือห้องพัก ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท
สัญญาจ้างก่อสร้างบ้านหรืออาคาร
บ้านที่มีกล้อง ประตูดิจิทัล และระบบควบคุมผ่านแอป ต้องรับมอบบัญชีผู้ดูแลในชื่อตัวเองและเปลี่ยนรหัสผ่านทันทีตามข้อ 11.4 ถ้าช่างยังเข้าระบบได้หลังส่งมอบ เท่ากับมีคนนอกถือกุญแจบ้านและดูภาพในบ้านได้ ภาพจากกล้องที่เห็นถนนหรือบ้านข้างเคียงเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ให้ติดป้ายแจ้งและตั้งเวลาเก็บภาพไม่นานเกินจำเป็นถ้ามีอุปกรณ์ที่ต้องตั้งรหัสผ่าน เช่น ประตูดิจิทัลหรือเราเตอร์ ให้เปลี่ยนรหัสผ่านทันทีในวันรับมอบบ้าน
เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท
อีก 78 ฉบับที่มีหัวข้อนี้
- สัญญาตัวแทนนำเข้าสินค้า
- สัญญาจ้าง Influencer หรือ KOL
- สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า
- สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม
- สัญญาซื้อขายคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ไอที
- สัญญาเช่าคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอที
- สัญญาจ้างทนายความ (ที่ปรึกษา · คดีแพ่ง · คดีเช็ค · บังคับคดี)
- สัญญาโอนสิทธิการเช่า (เซ้ง)
- สัญญารับเลี้ยงสัตว์แบบ Contract Farming
- สัญญาจ้างบำรุงรักษาระบบอาคารและเครื่องจักร (รายปี)
- สัญญารับบริการ Cybersecurity รายเดือน
- สัญญาบริหารร้านค้าใน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop
- สัญญาจ้างพัฒนา Mobile Application
- สัญญาจ้างบริการแบบรายเดือน (Retainer)
- ข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง
- หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง
- สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับระหว่างคู่สัญญา
- หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญา
- สัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว
- ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์
- สัญญาขายคอร์สออนไลน์
- สัญญาสมาชิกแบบ Subscription
- สัญญาจ้างสอนออนไลน์
- สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์
- สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน
- ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญา
- สัญญาจ้างขนส่งคนโดยสาร (เหมารถทริป/รับส่งพนักงาน)
- สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (เงินเดือนพนักงาน)
- สัญญาให้บริการจัดทำเงินเดือนพนักงาน
- สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา
- สัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคล
- สัญญาจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัว
- สัญญาจ้างดูแลสัตว์เลี้ยงที่บ้าน
- สัญญาอนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย
- สัญญาจ้างถ่ายภาพและวิดีโอ
- ข้อตกลงระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขาย
- สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ
- หนังสือมอบอำนาจดำเนินคดีอาญา
- หนังสือมอบอำนาจขอเลขผู้เสียภาษี
- สัญญาจ้างผลิต Podcast
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
- สัญญาตรวจสอบสินค้าก่อนส่งมอบ
- สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)
- สัญญาจ้างที่ปรึกษารายโครงการ
- สัญญาจ้างทำ Prompt และระบบ AI Workflow
- สัญญาทดลองใช้ระบบแบบ Proof of Concept
- สัญญาซื้อขายวัสดุรีไซเคิล
- ข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง)
- สัญญาบริหารร้านอาหาร
- สัญญาให้บริการ SaaS
- สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า
- สัญญาจ้างรักษาความปลอดภัย
- สัญญาจ้างจัดงานสัมมนา
- สัญญาจ้างทำ SEO GEO AEO
- สัญญารับดูแล Server และ Cloud
- สัญญาจำนำหุ้น
- สัญญาบริหาร Airbnb หรือที่พักระยะสั้น
- สัญญาจ้างดูแล Social Media
- สัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์
- สัญญาบำรุงรักษาระบบ Solar
- สัญญารับติดตั้ง Solar Rooftop
- สัญญาบริการนวด สปา หรือเวลเนสแบบแพ็กเกจ
- สัญญาใช้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้าและสิ่งของ (Self-storage)
- สัญญาจ้างแปลข้อความ (แปลหนังสือหรือบทความเพื่อจัดพิมพ์)
- สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า
- สัญญาจ้างวิทยากรหรือจัดอบรมภายในองค์กร
- สัญญาจ้างแปลภาษา (เอกสารธุรกิจและเว็บไซต์)
- สัญญาจ้าง UGC Creator
- สัญญาจ้างตัดเครื่องแบบพนักงาน
- สัญญาเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ (รายวัน / รายสัปดาห์)
- สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ
- สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล)
- สัญญาให้บริการจัดทำค่าจ้าง
- สัญญาจ้างกำจัดของเสียสำหรับ SME
- สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)
- สัญญาบำรุงรักษาระบบหรือเว็บไซต์
- สัญญาใช้ระบบแบบ White-label
- สัญญารับบริหารช่อง YouTube
อ่านเรื่องนี้ให้ลึกกว่านี้
หน้านี้ตอบเฉพาะ "หัวข้อนี้โผล่ในสัญญาอย่างไร" ถ้าต้องการตัวบท ประกาศที่เกี่ยวข้อง และเครื่องมือทำงานจริง ดูที่ https://aipdpa.com — ตัวบท พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกาศคณะกรรมการฯ และเครื่องมือทำ ROPA/DPIA
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เรียบเรียงจากคำอธิบายท้ายสัญญาที่ยกร่างและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-3FED4D · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี
ฝังกลไกล็อก ระงับการใช้งาน หรือกักข้อมูลเพื่อทวงเงิน (ข้อ 11.6) — เป็นการผิดสัญญาที่ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหายได้ และการเข้าถึงหรือรบกวนระบบของผู้อื่นโดยมิชอบอาจเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ด้วย นำซอร์สโค้ดที่เป็นของผู้ว่าจ้างไปขายต่อ (ข้อ 11.1) — เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง นำข้อมูลบัญชีหรือข้อมูลส่วนบุคคลเข้าบริการภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต (ข้อ 12.3) — เป็นการผิดข้อรักษาความลับ และผู้รับจ้างอาจมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลเองตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 วรรคสอง
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า
ข้อ 10 ไม่ให้ผู้ซื้อผูกขาดผลผลิตเกินปริมาณในสัญญา ถ้าผู้ซื้อมีอำนาจเหนือตลาดในพื้นที่ การกำหนดเงื่อนไขที่จำกัดโอกาสของเกษตรกรโดยไม่เป็นธรรมอาจขัด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ผู้ซื้อต้องใช้ข้อมูลของผู้ปลูกตามวัตถุประสงค์ของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ผู้ซื้อที่ผิดนัดชำระราคาต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ผู้ขายรับผิดในความชำรุดบกพร่องของผลผลิตตามมาตรา 472 เว้นแต่ผู้ซื้อตรวจรับแล้วตามมาตรา 461 ซึ่งข้อ 3 และข้อ 5 กำหนดขั้นตอนไว้แล้ว
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI
สัญญาจ้างพัฒนาระบบไม่ต้องจดทะเบียนและไม่มีแบบบังคับ แต่มีเอกสารบังคับหนึ่งฉบับที่คนลืมบ่อยที่สุด คือ ถ้าผู้พัฒนาเข้าถึงหรือประมวลผลข้อมูลผู้ใช้แทนผู้ว่าจ้าง กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบังคับให้ต้องมี สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล แนบท้าย ไม่ใช่ทางเลือก และถ้าไม่มี ผู้ว่าจ้างเป็นฝ่ายผิดเอง ไม่ใช่ผู้พัฒนา · ในคลังของเว็บนี้มีแบบฟอร์มนั้นแยกไว้แล้ว ให้ใช้ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) เป็นผนวก อย่าเขียนย่อ ๆ ลงในสัญญาหลัก เพราะเนื้อหาที่กฎหมายต้องการมีมากกว่าหนึ่งย่อหน้า · ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ ข้อผูกพันทั้งหมดในสัญญานี้จึงมาจากกฎหมายสัญญา ลิขสิทธิ์ ข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายทั่วไป ถ้ามีใครอ้างว่าต้องทำตาม "กฎหมาย AI ของไทย" ให้ขอชื่อพระราชบัญญัติและเลขมาตรา
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก
กฎหมายไทยที่บังคับจริงในเรื่องนี้คือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ว่าจ้างในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 ซึ่งรวมข้อมูลที่พนักงานใส่ลงในบริการ AI และต้องใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งตามมาตรา 24 ถ้าผู้ว่าจ้างเข้าเงื่อนไขต้องมีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 41 รายงานควรระบุด้วย การตัดสินใจอัตโนมัติต่อบุคคลยังไม่มีบทบัญญัติไทยโดยเฉพาะ ที่ปรึกษาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 ข้อ 7 เขียนตามหน้าที่นั้น
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API
สัญญาจ้างเชื่อมต่อระบบทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่ต้องตรวจสิทธิใช้ API และบัญชีของผู้ว่าจ้างตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ หากข้อมูลลูกค้าจริงผ่านระบบ ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างต้องลงนามข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดสิทธิ โดยใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้ตรงกับกิจกรรมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 การโอนสิทธิในโค้ดที่สร้างขึ้นใหม่และการระบุชื่อผู้สร้างสรรค์ให้ตรวจ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10, 15, 17 และ 18 ตามข้อ 10
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาอนุญาโตตุลาการ (ข้อตกลงระงับข้อพิพาทนอกศาล)
พยานหลักฐานในคดีมักมีข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ลูกค้า หรือบุคคลภายนอก การใช้เพื่อก่อตั้งหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24 (5) · ข้อมูลอ่อนไหว ม.26 (4)) แต่ต้องใช้เท่าที่จำเป็นและรักษาความปลอดภัย (ข้อ 10.2)
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาจ้างทำระบบ Automation
สัญญาจ้างทำระบบ Automation ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าผู้รับจ้างเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานของผู้ว่าจ้าง ต้องมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 40 ให้ใช้แม่แบบสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแนบท้ายก่อนเปิดสิทธิ ลิขสิทธิ์ในโฟลว์ที่จ้างทำเป็นของผู้ว่าจ้างตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ มาตรา 10 เว้นแต่ปิดสวิตช์ในข้อ 10.1 การโอนลิขสิทธิ์ภายหลังต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 17 และสิทธิของผู้สร้างสรรค์ตามมาตรา 18 ยังอยู่เสมอ
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาให้บริการเสริมความงามแบบคอร์ส
ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และภาพก่อนหลังที่เห็นใบหน้าเป็นทั้งข้อมูลส่วนบุคคลและภาพของบุคคล การนำไปโฆษณาต้องได้รับความยินยอมแยกต่างหากตามมาตรา 19 และถอนได้ ข้อ 9.2 วางไว้แล้ว การใช้ภาพโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นทั้งการผิดสัญญา การละเมิดตามมาตรา 420 และความผิดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ
ถ้าส่งข้อมูลติดต่อลูกค้าให้ผู้ประกอบการเพื่อให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 10
ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไร — กรณีสัญญาจ้างทำบัญชี
ผู้รับจ้างเห็นข้อมูลเงินเดือน เลขประจำตัวประชาชน และบัญชีธนาคารของพนักงาน จึงเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้ว่าจ้าง ข้อ 12.2 วางหน้าที่ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 ไว้แล้ว ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่แจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานคณะกรรมการภายใน 72 ชั่วโมง (มาตรา 37(4)) สัญญาจึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง การส่งข้อมูลไปเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ต่างประเทศต้องเข้าเงื่อนไขมาตรา 28–29 ถ้าผู้รับจ้างนำข้อมูลไปใช้นอกคำสั่ง เช่น ป้อนเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะตามที่ข้อ 12.4 ห้าม ผู้รับจ้างมีฐานะเป็นผู้ควบคุมข้อมูลและรับผิดเอง (มาตรา 40 วรรคสอง) และผิดสัญญาที่ผู้ว่าจ้างบอกเลิกได้ตามข้อ 14.3
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 79 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่
พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472
ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461
ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 41
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นหน่วยงานของรัฐตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) การดำเนินกิจกรรมของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลหรือระบบอย่างสม่ำเสมอ โดยเหตุที่มีข้อมูลส่วนบุคคลเป็นจำนวนมากตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (3) กิจกรรมหลักของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็น การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในเครือกิจการ หรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ตามมาตรา 29 วรรคสอง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อาจจัดให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกันได้ ทั้งนี้ สถานที่ทำการแต่ละแห่งของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกันดังกล่าว ต้องสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยง่าย ความในวรรคสองให้นำมาใช้บังคับแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคลซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐตาม (1) ซึ่งมีขนาดใหญ่หรือมีสถานที่ทำการหลายแห่งโดยอนุโลม ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องแต่งตั้ง ตัวแทนตามมาตรา 37 (5) ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่ตัวแทนโดยอนุโลม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลและ สำนักงานทราบ ทั้งนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลและการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัตินี้ได้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยคำนึงถึงความรู้หรือความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจเป็นพนักงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือเป็นผู้รับจ้างให้บริการตามสัญญากับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลก็ได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39
ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28
ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26
ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420
ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 28
บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถ้าคู่สมรสก็ดี ผู้บุพการีกล่าวคือ บิดา มารดา ปู่ย่า ตายาย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดานกล่าวคือ ลูก หลาน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่งปกครองดูแลบุคคลนั้นอยู่ก็ดี หรือพนักงานอัยการก็ดี ร้องขอต่อศาลให้สั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถ ศาลจะสั่งให้บุคคลวิกลจริตผู้นั้นเป็นคนไร้ความสามารถก็ได้
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20
ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 6
ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4
พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ (1) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น (2) การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึง ความมั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับ การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (3) บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมไว้เฉพาะ เพื่อกิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรมอันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ หรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น (4) สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา รวมถึงคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งโดยสภาดังกล่าว ซึ่งเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา หรือคณะกรรมาธิการ แล้วแต่กรณี (5) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (6) การดำเนินการกับข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต การยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนมาใช้บังคับแก่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดทำนองเดียวกับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใด ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) และ (6) และผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลของหน่วยงานที่ได้รับยกเว้นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง ต้องจัดให้มี การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วย
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 23
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการต้องทำเองเฉพาะตัว
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 808
ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่จะมีอำนาจใช้ตัวแทนช่วงทำการได้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812
ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 840
ถ้าตัวแทนค้าต่างได้ทำการขายได้ราคาสูงกว่าที่ตัวการกำหนด หรือทำการซื้อได้ราคาต่ำกว่าที่ตัวการกำหนดไซร้ ท่านว่าตัวแทนหาอาจจะถือเอาเป็นประโยชน์ของตนได้ไม่ ต้องคิดให้แก่ตัวการ
หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 838
ถ้าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ไซร้ ท่านว่าตัวแทนค้าต่างหาต้องรับผิดต่อตัวการเพื่อชำระหนี้นั้นเองไม่ เว้นแต่จะได้มีข้อกำหนดในสัญญาหรือมีปริยายแต่ทางการที่ตัวการกับตัวแทนประพฤติต่อกัน หรือมีธรรมเนียมในท้องถิ่นว่าจะต้องรับผิดถึงเพียงนั้น
หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 26
ถ้าผู้แทนโดยชอบธรรมอนุญาตให้ผู้เยาว์จำหน่ายทรัพย์สินเพื่อการอันใดอันหนึ่งอันได้ระบุไว้ ผู้เยาว์จะจำหน่ายทรัพย์สินนั้นเป็นประการใดภายในขอบของการที่ระบุไว้นั้นก็ทำได้ตามใจสมัคร อนึ่ง ถ้าได้รับอนุญาตให้จำหน่ายทรัพย์สินโดยมิได้ระบุว่าเพื่อการอันใด ผู้เยาว์ก็จำหน่ายได้ตามใจสมัคร
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380
ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นแทนการชำระหนี้ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้ว่าจะเรียกเอาเบี้ยปรับฉะนั้นแล้ว ก็เป็นอันขาดสิทธิเรียกร้องชำระหนี้อีกต่อไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6
การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ การ กระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ละเมิด จะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรค หนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิด ความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 8
เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าผู้ใดละเมิดหรือกำลังจะกระทำอย่างใดอย่าง หนึ่งอันเป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ผู้ควบคุมความลับทางการค้าที่ถูก หรือกำลังจะถูก ละเมิดสิทธินั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (1) ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นระงับหรือละเว้นการละเมิดสิทธิในความลับทาง การค้านั้นเป็นการชั่วคราว และ (2) ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้นั้นละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ละเมิดสิทธิในทางความลับทางการค้าได้ การใช้สิทธิตาม (1) อาจกระทำได้ก่อนการฟ้องคดีตาม (2)
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 24
ผู้เยาว์อาจทำการใด ๆ ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นการสมแก่ฐานานุรูปแห่งตนและเป็นการอันจำเป็นในการดำรงชีพตามสมควร
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 37
ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดา ได้แก่ถิ่นอันบุคคลนั้นมีสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ
ภูมิลำเนา — ป.พ.พ. ม.37–47
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 585
เมื่อการจ้างแรงงานสุดสิ้นลงแล้ว ลูกจ้างชอบที่จะได้รับใบสำคัญแสดงว่าลูกจ้างนั้นได้ทำงานมานานเท่าไรและงานที่ทำนั้นเป็นงานอย่างไร
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 83
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 21 มาตรา 22
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยัง เข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่ เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ “ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และ ให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือ กรรมวิธีด้วย “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงหรือแปรสภาพ และให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนรูปหรือแบ่งบรรจุด้วย “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ในทาง การค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย “ยา” หมายความว่า ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา “เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร” หมายความว่า เคมีภัณฑ์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน การเกษตร และให้หมายความรวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือกำจัดแมลง สัตว์ หรือพืชที่ อาจก่อความเสียหายแก่การเกษตรด้วย “เจ้าของความลับทางการค้า” หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น รวบรวม หรือ สร้างสรรค์ข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้าโดยมิได้เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ของผู้อื่น หรือผู้มีสิทธิโดยชอบในผลการทดสอบหรือข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย “ผู้ควบคุมความลับทางการค้า” หมายความว่า เจ้าของความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ควบคุม หรือดูแลรักษาความลับทางการค้าด้วย “ศาล” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความลับทางการค้า “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความลับทางการค้า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10
เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583
ถ้าลูกจ้างจงใจขัดคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายก็ดี หรือละเลยไม่นำพาต่อคำสั่งเช่นว่านั้นเป็นอาจิณก็ดี ละทิ้งการงานไปเสียก็ดี กระทำความผิดอย่างร้ายแรงก็ดี หรือทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริตก็ดี ท่านว่านายจ้างจะไล่ออกโดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือให้สินไหมทดแทนก็ได้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425
นายจ้างต้องร่วมกันรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิด ซึ่งลูกจ้างได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้ทวงถามหนี้” หมายความว่า เจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้ให้สินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้บริโภค ผู้จัดให้มีการเล่นการพนันเป็นปกติธุระตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน และเจ้าหนี้อื่น ซึ่งมีสิทธิรับชําระหนี้อันเกิดจากการกระทําที่เป็นทางการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระของเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ไม่ว่าหนี้ดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม และให้หมายความรวมถึง ผู้รับมอบอํานาจจากเจ้าหนี้ ดังกล่าว ผู้รับมอบอํานาจช่วงในการทวงถามหนี้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ และผู้รับมอบอํานาจจาก ผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ด้วย “ผู้ให้สินเชื่อ” หมายความว่า (1) บุคคลซึ่งให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือ (2) บุคคลซึ่งรับซื้อหรือรับโอนสินเชื่อต่อไปทุกทอด “สินเชื่อ” หมายความว่า สินเชื่อที่ให้แก่บุคคลธรรมดาโดยการให้กู้ยืมเงิน การให้บริการบัตรเครดิต การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลิสซิ่ง และสินเชื่อในรูปแบบอื่นที่มีลักษณะทํานองเดียวกัน “ลูกหนี้” หมายความว่า ลูกหนี้ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และให้หมายความรวมถึงผู้ค้ําประกัน ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาด้วย “ธุรกิจทวงถามหนี้” หมายความว่า การรับจ้างทวงถามหนี้ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมเป็นปกติธุระ แต่ไม่รวมถึงการทวงถามหนี้ของทนายความซึ่งกระทําแทนลูกความของตน “ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้” หมายความว่า ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทํางานของลูกหนี้ และให้หมายความรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์และโทรสาร และสถานที่ติดต่อโดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่น ที่สามารถติดต่อกับลูกหนี้ได้ด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ “นายทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งให้เป็นผู้มีหน้าที่ รับจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้ง ตามการเสนอแนะของคณะกรรมการกํากับการทวงถามหนี้ให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11
ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้เก็บรวบรวมได้เท่าที่จำเป็นภายใต้ วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 10
ภายใต้บังคับมาตรา 51 วรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สินอื่น หรือการค้ำประกันด้วยบุคคลจากลูกจ้าง เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ ทั้งนี้ ลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียกหรือรับหลักประกันจากลูกจ้าง ตลอดจนประเภทของหลักประกัน จำนวนมูลค่าของหลักประกัน และวิธีการเก็บรักษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
หมวด 1 บททั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 694
นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย
หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 33
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (2) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 32 (1) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา 32 (1) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา 32 (2) (4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605
ถ้าการที่จ้างยังทำไม่แล้วเสร็จอยู่ตราบใด ผู้ว่าจ้างอาจบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อเสียค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับจ้างเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827
ตัวการจะถอนตัวแทน และตัวแทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ
หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 816
ถ้าในการจัดทำกิจการอันเขามอบหมายแก่ตนนั้น ตัวแทนได้ออกเงินทดรองหรือออกเงินค่าใช้จ่ายไป ซึ่งพิเคราะห์ตามเหตุควรนับว่าเป็นการจำเป็นได้ไซร้ ท่านว่าตัวแทนจะเรียกเอาเงินชดใช้จากตัวการ รวมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้ออกเงินไปนั้นด้วยก็ได้
หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 19
บุคคลย่อมพ้นจากภาวะผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อมีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11
ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 817
ในกรณีที่มีบำเหน็จตัวแทนถ้าไม่มีข้อสัญญาตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านว่าบำเหน็จนั้นพึงจ่ายให้ต่อเมื่อการเป็นตัวแทนได้สุดสิ้นลงแล้ว
หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 807
ตัวแทนต้องทำการตามคำสั่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายของตัวการ เมื่อไม่มีคำสั่งเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินตามทางที่เคยทำกันมาในกิจการค้าขายอันเขาให้ตนทำอยู่นั้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 31
ให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560)
พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25
อุทธรณ์ที่ได้ยื่นและยังคงค้างพิจารณาอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้
พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 5
ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12
ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 8
ห้ามผู้ทวงถามหนี้ติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้เพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่บุคคล ซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการดังกล่าว การติดต่อกับบุคคลอื่นนอกจากบุคคลตามวรรคหนึ่ง ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสอบถาม หรือยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้เท่านั้น โดยผู้ทวงถามหนี้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ (1) แจ้งให้ทราบชื่อตัว ชื่อสกุล และแสดงเจตนาว่าต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ติดต่อลูกหนี้หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้ (2) ห้ามแจ้งถึงความเป็นหนี้ของลูกหนี้ เว้นแต่ในกรณีที่บุคคลอื่นนั้นเป็นสามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดานของลูกหนี้ และบุคคลอื่นดังกล่าวได้สอบถามผู้ทวงถามหนี้ถึงสาเหตุของการติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับหนี้ได้เท่าที่จําเป็นและตามความเหมาะสม (3) ห้ามใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือ หรือในสื่ออื่นใดที่ใช้ในการติดต่อสอบถาม ซึ่งทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงถามหนี้ ของลูกหนี้ (4) ห้ามติดต่อหรือแสดงตนที่ทําให้เข้าใจผิดเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ติดต่อลูกหนี้ หรือบุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถามหนี้
พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5
ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 21
ผู้เยาว์จะทำนิติกรรมใด ๆ ต้องได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน การใด ๆ ที่ผู้เยาว์ได้ทำลงปราศจากความยินยอมเช่นว่านั้นเป็นโมฆียะ เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 86
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 40 โดยไม่มีเหตุอันควร หรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เป็นไปตามมาตรา 29 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรา 37 (5) ซึ่งได้นำมาใช้บังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 38 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับ ทางปกครองไม่เกินสามล้านบาท
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 77
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทำให้เกิด ความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นแก่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล ไม่ว่าการดำเนินการนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะพิสูจน์ได้ว่า (1) ความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง (2) เป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมาย ค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ใช้จ่ายไปตามความจำเป็นในการป้องกันความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือระงับความเสียหาย ที่เกิดขึ้นแล้วด้วย
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 373
ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป็นข้อความยกเว้นมิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพื่อกลฉ้อฉล หรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนนั้น ท่านว่าเป็นโมฆะ
หมวด 2 ผลแห่งสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823
ถ้าตัวแทนกระทำการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอกทำเหนือขอบอำนาจก็ดี ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น
หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 755
ถ้าจำนำสิทธิ ท่านห้ามมิให้ทำสิทธินั้นให้สิ้นไป หรือแก้ไขสิทธินั้นให้เสียหายแก่ผู้รับจำนำโดยผู้รับจำนำมิได้ยินยอมด้วย
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44
ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 607
ผู้รับจ้างจะเอาการที่รับจ้างทั้งหมดหรือแบ่งการแต่บางส่วนไปให้ผู้รับจ้างช่วงทำอีกทอดหนึ่งก็ได้ เว้นแต่สาระสำคัญแห่งสัญญานั้นจะอยู่ที่ความรู้ความสามารถของตัวผู้รับจ้าง แต่ผู้รับจ้างคงต้องรับผิดเพื่อความประพฤติหรือความผิดอย่างใด ๆ ของผู้รับจ้างช่วง
ลักษณะ 7 จ้างทำของ