สัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคล ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ให้เช่าให้ผู้เช่าใช้สิ่งของส่วนตัวตามระยะเวลาที่ตกลงเพื่อค่าเช่า แล้วคืนตามสภาพ · ถ่ายภาพสภาพสิ่งของก่อนส่งมอบ
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อให้เพื่อนหรือคนรู้จักเช่ากล้องหรือเลนส์ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาเช่าสิ่งของไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 ใช้กับการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือแพเท่านั้น การเช่าสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ตราสารในบัญชี |
| ภาษี | ค่าเช่าเป็นเงินได้ของผู้ให้เช่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลหักร้อยละ 5 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญาเช่าทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 ไม่มีแบบ ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์ในสภาพที่ใช้ได้ตามมาตรา 546 และรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดระหว่างเช่าตามมาตรา 549 ข้อ 4.2 จึงให้คืนค่าเช่าเมื่อทรัพย์เสียโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่า ผู้เช่าต้องใช้ทรัพย์ตามที่ตกลงและสงวนทรัพย์เหมือนวิญญูชนตามมาตรา 552–553 ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ แต่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือเสียหายที่เกิดจากการใช้ผิดตามมาตรา 562 ผู้ให้เช่าต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายภายใน 6 เดือนนับแต่วันคืนทรัพย์ตามมาตรา 563 ข้อ 1.2 ให้ถ่ายภาพสภาพทรัพย์ในวันส่งมอบ เพราะข้อพิพาทเกือบทั้งหมดของการเช่าระหว่างบุคคลคือรอยที่มีอยู่ก่อนหรือเกิดระหว่างเช่า ข้อ 5.3 ให้หักค่าเสื่อมเมื่อทรัพย์หาย เพราะการเรียกราคาของใหม่แทนของเก่าทำให้ผู้ให้เช่าได้มากกว่าความเสียหายจริง เงินประกันที่ริบเกินความเสียหายจริง ศาลลดได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 เงินที่คืนล่าช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 537, 546, 549, 552, 553, 562, 563; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.7; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.4, 37; ประมวลรัษฎากร ม.40(5), บัญชีอัตราอากรลักษณะ 1; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อให้เพื่อนหรือคนรู้จักเช่ากล้องหรือเลนส์
- ใช้เมื่อปล่อยเช่าชุดหรือเครื่องประดับออกงาน
- ใช้เมื่อให้เช่าอุปกรณ์แคมป์หรือเครื่องมือช่าง
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ถ่ายภาพสภาพสิ่งของก่อนส่งมอบ
- เงินประกันหักได้เฉพาะความเสียหายที่มีหลักฐาน
- การเสื่อมตามการใช้งานปกติไม่ใช่ความรับผิดของผู้เช่า
- ลบสำเนาบัตรประชาชนเมื่อจบการเช่า
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง ให้ใช้ สัญญาเช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง
- ถ้าเช่าเครื่องจักร ให้ใช้ สัญญาเช่าเครื่องจักรกลและอุปกรณ์
- ถ้าเช่ารถ ให้ใช้ สัญญาเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ (รายวัน / รายสัปดาห์)
อากรแสตมป์
สัญญาเช่าสิ่งของไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 ใช้กับการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือแพเท่านั้น การเช่าสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ตราสารในบัญชี
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญาเช่าทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 ไม่มีแบบ ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์ในสภาพที่ใช้ได้ตามมาตรา 546 และรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดระหว่างเช่าตามมาตรา 549 ข้อ 4.2 จึงให้คืนค่าเช่าเมื่อทรัพย์เสียโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่า ผู้เช่าต้องใช้ทรัพย์ตามที่ตกลงและสงวนทรัพย์เหมือนวิญญูชนตามมาตรา 552–553 ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ แต่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือเสียหายที่เกิดจากการใช้ผิดตามมาตรา 562 ผู้ให้เช่าต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายภายใน 6 เดือนนับแต่วันคืนทรัพย์ตามมาตรา 563
ข้อ 1.2 ให้ถ่ายภาพสภาพทรัพย์ในวันส่งมอบ เพราะข้อพิพาทเกือบทั้งหมดของการเช่าระหว่างบุคคลคือรอยที่มีอยู่ก่อนหรือเกิดระหว่างเช่า ข้อ 5.3 ให้หักค่าเสื่อมเมื่อทรัพย์หาย เพราะการเรียกราคาของใหม่แทนของเก่าทำให้ผู้ให้เช่าได้มากกว่าความเสียหายจริง เงินประกันที่ริบเกินความเสียหายจริง ศาลลดได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 เงินที่คืนล่าช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาบัตรประชาชนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจถูกนำไปใช้ปลอมตัวได้ ผู้ให้เช่าเก็บได้เท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ และต้องลบเมื่อพ้นความจำเป็นตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37 ข้อ 7.1 จึงกำหนดวันลบไว้ ผู้ให้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาให้เช่าเป็นครั้งคราวเพื่อกิจกรรมส่วนตัวอาจได้รับยกเว้นตามมาตรา 4 แต่ถ้าให้เช่าเป็นประจำเพื่อหารายได้ ไม่อยู่ในข้อยกเว้น
ภาษี
ค่าเช่าเป็นเงินได้ของผู้ให้เช่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลหักร้อยละ 5 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6
เอกสารแนบท้าย
- ภาพถ่ายทรัพย์และอุปกรณ์ในวันส่งมอบและวันคืน
- สำเนาบัตรประจำตัวผู้เช่าที่ขีดคร่อม
- หลักฐานการรับเงินประกัน
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน หรือส่งภาพสัญญาที่ลงนามแล้วให้อีกฝ่ายทางแชต
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-70D92C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคล ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาเช่าสิ่งของไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ บัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 1 ใช้กับการเช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือแพเท่านั้น การเช่าสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ตราสารในบัญชี
สัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคล เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าเช่าเป็นเงินได้ของผู้ให้เช่าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(5) ผู้เช่าที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้เช่าที่เป็นนิติบุคคลหักร้อยละ 5 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 6
ใช้สัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคลตอนไหน
ใช้เมื่อให้เพื่อนหรือคนรู้จักเช่ากล้องหรือเลนส์ · ใช้เมื่อปล่อยเช่าชุดหรือเครื่องประดับออกงาน · ใช้เมื่อให้เช่าอุปกรณ์แคมป์หรือเครื่องมือช่าง
ทำสัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคลต้องระวังอะไร
ถ่ายภาพสภาพสิ่งของก่อนส่งมอบ · เงินประกันหักได้เฉพาะความเสียหายที่มีหลักฐาน · การเสื่อมตามการใช้งานปกติไม่ใช่ความรับผิดของผู้เช่า · ลบสำเนาบัตรประชาชนเมื่อจบการเช่า
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคล
ถ้าธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง ให้ใช้ สัญญาเช่าอุปกรณ์จัดงานพร้อมติดตั้ง · ถ้าเช่าเครื่องจักร ให้ใช้ สัญญาเช่าเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ · ถ้าเช่ารถ ให้ใช้ สัญญาเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ (รายวัน / รายสัปดาห์)
สัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคล ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญาเช่าทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 537 ไม่มีแบบ ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์ในสภาพที่ใช้ได้ตามมาตรา 546 และรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่เกิดระหว่างเช่าตามมาตรา 549 ข้อ 4.2 จึงให้คืนค่าเช่าเมื่อทรัพย์เสียโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่า ผู้เช่าต้องใช้ทรัพย์ตามที่ตกลงและสงวนทรัพย์เหมือนวิญญูชนตามมาตรา 552–553 ผู้เช่าไม่ต้องรับผิดในการเสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ แต่ต้องรับผิดในความสูญหายหรือเสียหายที่เกิดจากการใช้ผิดตามมาตรา 562 ผู้ให้เช่าต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายภายใน 6 เดือนนับแต่วันคืนทรัพย์ตามมาตรา 563 ข้อ 1.2 ให้ถ่ายภาพสภาพทรัพย์ในวันส่งมอบ เพราะข้อพิพาทเกือบทั้งหมดของการเช่าระหว่างบุคคลคือรอยที่มีอยู่ก่อนหรือเกิดระหว่างเช่า ข้อ 5.3 ให้หักค่าเสื่อมเมื่อทรัพย์หาย เพราะการเรียกราคาของใหม่แทนของเก่าทำให้ผู้ให้เช่าได้มากกว่าความเสียหายจริง เงินประกันที่ริบเกินความเสียหายจริง ศาลลดได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 เงินที่คืนล่าช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
ลงนามสัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคลต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน หรือส่งภาพสัญญาที่ลงนามแล้วให้อีกฝ่ายทางแชต
ทำสัญญาให้เช่าทรัพย์สินส่วนบุคคลต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ภาพถ่ายทรัพย์และอุปกรณ์ในวันส่งมอบและวันคืน สำเนาบัตรประจำตัวผู้เช่าที่ขีดคร่อม หลักฐานการรับเงินประกัน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 537
อันว่าเช่าทรัพย์สินนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้บุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งชั่วระยะเวลาอันมีจำกัด และผู้เช่าตกลงจะให้ค่าเช่าเพื่อการนั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 546
ผู้ให้เช่าจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งให้เช่านั้นในสภาพอันซ่อมแซมดีแล้ว
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่า
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 549
การส่งมอบทรัพย์สินซึ่งเช่าก็ดี ความรับผิดของผู้ให้เช่าในกรณีชำรุดบกพร่องและรอนสิทธิก็ดี ผลแห่งข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดก็ดี เหล่านี้ ท่านให้บังคับด้วยบทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการซื้อขายอนุโลมความตามควร
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของผู้ให้เช่า
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 552
อันผู้เช่าจะใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นนอกจากที่ใช้กันตามประเพณีนิยมปกติ หรือการดังกำหนดไว้ในสัญญานั้น ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่
หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 553
ผู้เช่าจำต้องสงวนทรัพย์สินที่เช่านั้นเสมอกับที่วิญญูชนจะพึงสงวนทรัพย์สินของตนเอง และต้องบำรุงรักษาทั้งทำการซ่อมแซมเล็กน้อยด้วย
หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562
ผู้เช่าจะต้องรับผิดในความสูญหายหรือบุบสลายอย่างใด ๆ อันเกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินที่เช่า เพราะความผิดของผู้เช่าเอง หรือของบุคคลซึ่งอยู่กับผู้เช่า หรือของผู้เช่าช่วง
หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 563
คดีอันผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวแก่สัญญาเช่านั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันส่งคืนทรัพย์สินที่เช่า
หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของผู้เช่า
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4
พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่ (1) การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมข้อมูล ส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อกิจกรรมในครอบครัวของบุคคลนั้นเท่านั้น (2) การดำเนินการของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ ซึ่งรวมถึง ความมั่นคงทางการคลังของรัฐ หรือการรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งหน้าที่เกี่ยวกับ การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นิติวิทยาศาสตร์ หรือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (3) บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ทำการเก็บรวบรวมไว้เฉพาะ เพื่อกิจการสื่อมวลชน งานศิลปกรรม หรืองานวรรณกรรมอันเป็นไปตามจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพ หรือเป็นประโยชน์สาธารณะเท่านั้น (4) สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา รวมถึงคณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งโดยสภาดังกล่าว ซึ่งเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา หรือคณะกรรมาธิการ แล้วแต่กรณี (5) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์ รวมทั้งการดำเนินงานตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา (6) การดำเนินการกับข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต การยกเว้นไม่ให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนมาใช้บังคับแก่ ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะใด กิจการใด หรือหน่วยงานใดทำนองเดียวกับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใด ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง (2) (3) (4) (5) และ (6) และผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลของหน่วยงานที่ได้รับยกเว้นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสอง ต้องจัดให้มี การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามมาตรฐานด้วย
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41