สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ผู้สอนอนุญาตให้แพลตฟอร์มขายคอร์สของตน แล้วแบ่งรายได้ตามร้อยละที่ตกลง · ผู้สอนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ้าไม่ได้โอน

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อผู้สอนนำคอร์สไปวางขายบนแพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์
อากรแสตมป์สัญญานี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์และแบ่งรายได้ ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ 3.1 ให้แพลตฟอร์มขายในนามของตนเอง แพลตฟอร์มจึงไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้สอน ถ้าคู่สัญญาเปลี่ยนเป็นให้แพลตฟอร์มขายหรือรับเงินในนามผู้สอน จะเป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 ซึ่งผู้สอนในฐานะตัวการต้องเสียอากร
ภาษีส่วนแบ่งที่ผู้สอนได้รับเป็นค่าตอบแทนการใช้ลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) แพลตฟอร์มที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ถ้าผู้สอนอยู่ต่างประเทศ ให้ตรวจมาตรา 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อน แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีแก่ผู้เรียนตามมาตรา 78/1 และ 86
แบบที่กฎหมายกำหนดผู้สอนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์มได้เพียงสิทธิใช้ เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิทำซ้ำหรือเผยแพร่ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขได้ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15 ข้อ 1.2 กำหนดขอบเขต ช่องทาง และระยะเวลาการอนุญาต ข้อ 6.2 แก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเมื่อผู้สอนถอดคอร์ส คือผู้เรียนที่ซื้อไปแล้วต้องยังเรียนได้ เพราะแพลตฟอร์มต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ขายไปแล้ว การอนุญาตแต่ผู้เดียว ทำให้ผู้สอนขายคอร์สนี้ในช่องทางอื่นไม่ได้ระหว่างระยะเวลาอนุญาต ข้อจำกัดนี้ต้องไม่กว้างเกินสมควร ถ้าระยะเวลายาวมากหรือครอบคลุมทุกช่องทางรวมทั้งการสอนสด อาจใช้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.224; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.15; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.5; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.40; ประมวลรัษฎากร ม.40(3), 70, 78/1, 86, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 21; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อผู้สอนนำคอร์สไปวางขายบนแพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์
  • ใช้เมื่อแพลตฟอร์มเชิญผู้สอนมาผลิตคอร์สเพื่อแบ่งรายได้
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดให้ชัดว่ารายได้สุทธิหักอะไรบ้าง

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ผู้สอนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ้าไม่ได้โอน
  • กำหนดเพดานส่วนลดที่แพลตฟอร์มให้ได้เอง
  • ผู้เรียนที่ซื้อแล้วต้องเรียนต่อได้เมื่อถอดคอร์ส
  • แพลตฟอร์มที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษีค่าลิขสิทธิ์

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญานี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์และแบ่งรายได้ ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ 3.1 ให้แพลตฟอร์มขายในนามของตนเอง แพลตฟอร์มจึงไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้สอน ถ้าคู่สัญญาเปลี่ยนเป็นให้แพลตฟอร์มขายหรือรับเงินในนามผู้สอน จะเป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 ซึ่งผู้สอนในฐานะตัวการต้องเสียอากร

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

ผู้สอนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์มได้เพียงสิทธิใช้ เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิทำซ้ำหรือเผยแพร่ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขได้ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15 ข้อ 1.2 กำหนดขอบเขต ช่องทาง และระยะเวลาการอนุญาต ข้อ 6.2 แก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเมื่อผู้สอนถอดคอร์ส คือผู้เรียนที่ซื้อไปแล้วต้องยังเรียนได้ เพราะแพลตฟอร์มต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ขายไปแล้ว

การอนุญาตแต่ผู้เดียว ทำให้ผู้สอนขายคอร์สนี้ในช่องทางอื่นไม่ได้ระหว่างระยะเวลาอนุญาต ข้อจำกัดนี้ต้องไม่กว้างเกินสมควร ถ้าระยะเวลายาวมากหรือครอบคลุมทุกช่องทางรวมทั้งการสอนสด อาจใช้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ภาษี

ส่วนแบ่งที่ผู้สอนได้รับเป็นค่าตอบแทนการใช้ลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) แพลตฟอร์มที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ถ้าผู้สอนอยู่ต่างประเทศ ให้ตรวจมาตรา 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อน แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีแก่ผู้เรียนตามมาตรา 78/1 และ 86

รายได้สุทธิและข้อมูลผู้เรียน

ข้อ 4.1 นิยามรายได้สุทธิให้ชัด เพราะข้อพิพาทส่วนใหญ่มาจากสิ่งที่แพลตฟอร์มหักก่อนแบ่ง เช่น ส่วนลดที่แพลตฟอร์มออกเงินเองเพื่อโปรโมต ข้อ 3.1 จำกัดส่วนลดที่แพลตฟอร์มให้ได้เอง ข้อ 4.3 ให้หักการคืนเงินได้เฉพาะของคอร์สนี้ ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224

ผู้เรียนเป็นลูกค้าของแพลตฟอร์ม ข้อ 5.1 ให้แพลตฟอร์มเป็นผู้ควบคุมข้อมูล และผู้สอนเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลเมื่อตอบคำถาม ซึ่งต้องทำตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูลและรักษาความปลอดภัยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40 การที่ผู้สอนคัดลอกรายชื่อผู้เรียนไปขายของเองทำให้ผู้สอนกลายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลสำหรับการนั้นและต้องรับผิดเองผู้สอนไม่ได้รับข้อมูลที่ระบุตัวผู้เรียน จึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อผู้เรียน

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • รายละเอียดคอร์สและรายการบทเรียน
  • ตัวอย่างรายงานส่วนแบ่ง
  • นโยบายเนื้อหาของแพลตฟอร์ม

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-554A39 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญานี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะเป็นการอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์และแบ่งรายได้ ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ 3.1 ให้แพลตฟอร์มขายในนามของตนเอง แพลตฟอร์มจึงไม่ได้เป็นตัวแทนของผู้สอน ถ้าคู่สัญญาเปลี่ยนเป็นให้แพลตฟอร์มขายหรือรับเงินในนามผู้สอน จะเป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 ซึ่งผู้สอนในฐานะตัวการต้องเสียอากร

สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม เสียภาษีอะไรบ้าง

ส่วนแบ่งที่ผู้สอนได้รับเป็นค่าตอบแทนการใช้ลิขสิทธิ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) แพลตฟอร์มที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ถ้าผู้สอนอยู่ต่างประเทศ ให้ตรวจมาตรา 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อน แพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีแก่ผู้เรียนตามมาตรา 78/1 และ 86

ใช้สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์มตอนไหน

ใช้เมื่อผู้สอนนำคอร์สไปวางขายบนแพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์ · ใช้เมื่อแพลตฟอร์มเชิญผู้สอนมาผลิตคอร์สเพื่อแบ่งรายได้ · ใช้เมื่อต้องการกำหนดให้ชัดว่ารายได้สุทธิหักอะไรบ้าง

ทำสัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์มต้องระวังอะไร

ผู้สอนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ้าไม่ได้โอน · กำหนดเพดานส่วนลดที่แพลตฟอร์มให้ได้เอง · ผู้เรียนที่ซื้อแล้วต้องเรียนต่อได้เมื่อถอดคอร์ส · แพลตฟอร์มที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษีค่าลิขสิทธิ์

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม

ถ้าผู้สอนขายคอร์สเองให้ผู้เรียน ให้ใช้ สัญญาขายคอร์สออนไลน์ · ถ้าผู้สอนสองคนร่วมผลิตคอร์ส ให้ใช้ สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ · ถ้าเป็นระบบสมาชิกรายเดือน ให้ใช้ สัญญาสมาชิกแบบ Subscription

สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

ผู้สอนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แพลตฟอร์มได้เพียงสิทธิใช้ เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิทำซ้ำหรือเผยแพร่ได้ โดยกำหนดเงื่อนไขได้ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15 ข้อ 1.2 กำหนดขอบเขต ช่องทาง และระยะเวลาการอนุญาต ข้อ 6.2 แก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเมื่อผู้สอนถอดคอร์ส คือผู้เรียนที่ซื้อไปแล้วต้องยังเรียนได้ เพราะแพลตฟอร์มต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ขายไปแล้ว การอนุญาตแต่ผู้เดียว ทำให้ผู้สอนขายคอร์สนี้ในช่องทางอื่นไม่ได้ระหว่างระยะเวลาอนุญาต ข้อจำกัดนี้ต้องไม่กว้างเกินสมควร ถ้าระยะเวลายาวมากหรือครอบคลุมทุกช่องทางรวมทั้งการสอนสด อาจใช้บังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ลงนามสัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์มต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ

ทำสัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์มต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

รายละเอียดคอร์สและรายการบทเรียน ตัวอย่างรายงานส่วนแบ่ง นโยบายเนื้อหาของแพลตฟอร์ม

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 6 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ