สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

นายจ้างรับพนักงานใหม่เข้าทำงานโดยมีช่วงทดลองงานที่กำหนดเป้าหมาย ผู้ประเมิน และวิธีประเมินไว้ชัดตั้งแต่วันแรก ผ่านแล้วเป็นพนักงานประจำต่อได้เลย · สัญญาทดลองงานถือเป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา ให้ไม่ผ่านต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งงวดค่าจ้าง หรือจ่ายค่าจ้างแทนแล้วให้ออกทันที

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อรับพนักงานใหม่และต้องการตกลงเป้าหมายทดลองงานที่วัดได้ตั้งแต่วันแรก
อากรแสตมป์สัญญาจ้างแรงงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร (ต่างจากสัญญาจ้างทำของหรือจ้างฟรีแลนซ์ ซึ่งต้องปิดอากรตามลักษณะ 4)
ภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้ที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน และต้องแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างในระบบประกันสังคมตั้งแต่เริ่มทดลองงาน ไม่ใช่รอให้ผ่านทดลองงาน วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนและกำหนดเวลาขึ้นทะเบียนมีรายละเอียดเฉพาะ ให้ตรวจกับกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม
แบบที่กฎหมายกำหนดพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคสอง ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ผลคือ ให้ไม่ผ่านทดลองงานต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือเมื่อถึงหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดหนึ่ง ให้มีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป (ข้อ 6.1) หรือจ่ายค่าจ้างถึงวันนั้นแล้วให้ออกทันทีตามมาตรา 17 วรรคสาม ถ้าไม่ทำทั้งสองอย่าง ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตามมาตรา 17/1 ในวันที่ให้ออก สัญญาแบบ จ้างมีกำหนด 119 วัน แล้วเลิกได้ทุกเมื่อ ที่ใช้กันมาไม่ได้ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่บอกกล่าว ฉบับนี้จึงเขียนตรงตามกฎหมายตั้งแต่ต้น ถ้าให้ออกแล้วจ้างกลับมาใหม่ หรือทำสัญญาทดลองงานซ้ำกับคนเดิม มาตรา 20 ให้นับระยะเวลาทำงานทุกช่วงรวมกันเพื่อสิทธิของลูกจ้าง
มาตราที่อ้างพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.14/1, 17 (วรรคสอง ทดลองงาน = ไม่มีกำหนดระยะเวลา · วรรคสาม จ่ายค่าจ้างแทนแล้วให้ออกทันที), 17/1, 20, 76, 77, 118(1), 119 (วรรคท้าย ต้องระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง); พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.9; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24, 26, 37; ประมวลรัษฎากร บัญชีอัตราอากรแสตมป์ (จ้างแรงงานไม่อยู่ในบัญชี · ลักษณะ 4 จ้างทำของใช้เทียบ) · tax.md ใช้ยืนยันว่าเงินเดือนไม่ใช่เงินได้ตาม ท.ป.4/2528 (ภาษีเงินเดือนอยู่นอกชุด)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้249 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อรับพนักงานใหม่และต้องการตกลงเป้าหมายทดลองงานที่วัดได้ตั้งแต่วันแรก
  • ใช้เมื่อต้องการหลักฐานการประเมินกลางทางและการแจ้งผลเป็นหนังสือ เผื่อมีข้อพิพาทเรื่องไม่ผ่านทดลองงาน
  • ใช้เมื่อตกลงว่าจะปรับค่าจ้างหรือให้สวัสดิการพนักงานประจำเมื่อผ่านทดลองงาน
  • ใช้แทนสัญญา «จ้าง 119 วัน» แบบเก่าที่ไม่ได้ช่วยนายจ้างให้พ้นหน้าที่บอกกล่าวจริง

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • สัญญาทดลองงานถือเป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา ให้ไม่ผ่านต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งงวดค่าจ้าง หรือจ่ายค่าจ้างแทนแล้วให้ออกทันที
  • นับถึงวันที่การเลิกจ้างมีผลต้องยังไม่ครบ 120 วัน ไม่เช่นนั้นต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วัน — จึงควรตั้งทดลองงานประมาณ 90 วัน ไม่ใช่ 119 วันเต็ม
  • เขียนเป้าหมายให้วัดได้จริง และประเมินกลางทางตามวันที่กำหนด หนังสือไม่ผ่านที่ไม่มีเหตุผลอ้างเป้าหมายเสี่ยงถูกฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • การต่อทดลองงานซ้ำหรือทำสัญญาทดลองงานใหม่กับคนเดิม ศาลนับอายุงานรวมกันทั้งหมด

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาจ้างแรงงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร (ต่างจากสัญญาจ้างทำของหรือจ้างฟรีแลนซ์ ซึ่งต้องปิดอากรตามลักษณะ 4)

แบบที่กฎหมายกำหนด — ทดลองงานไม่ใช่สัญญาอีกประเภทหนึ่ง

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคสอง ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ผลคือ

  • ให้ไม่ผ่านทดลองงานต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือเมื่อถึงหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดหนึ่ง ให้มีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป (ข้อ 6.1) หรือจ่ายค่าจ้างถึงวันนั้นแล้วให้ออกทันทีตามมาตรา 17 วรรคสาม ถ้าไม่ทำทั้งสองอย่าง ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตามมาตรา 17/1 ในวันที่ให้ออก
  • สัญญาแบบ «จ้างมีกำหนด 119 วัน แล้วเลิกได้ทุกเมื่อ» ที่ใช้กันมาไม่ได้ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่บอกกล่าว ฉบับนี้จึงเขียนตรงตามกฎหมายตั้งแต่ต้น
  • ถ้าให้ออกแล้วจ้างกลับมาใหม่ หรือทำสัญญาทดลองงานซ้ำกับคนเดิม มาตรา 20 ให้นับระยะเวลาทำงานทุกช่วงรวมกันเพื่อสิทธิของลูกจ้าง

จังหวะเวลา — จุดที่นายจ้างพลาดบ่อยที่สุด

ระยะทดลองงานในสัญญานี้คือ … วัน ถ้านับถึงวันที่การเลิกจ้างมีผล ลูกจ้างทำงานครบ 120 วัน นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน ตามมาตรา 118(1) (ข้อ 6.3) เพราะการบอกกล่าวล่วงหน้าต้องรอถึงวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป การตัดสินใจในวันที่ 110 จึงอาจทำให้การเลิกจ้างมีผลหลังวันที่ 120 แล้ว ทางปฏิบัติที่ปลอดภัยคือ

  1. ประเมินกลางทางภายในวันที่ … ตามข้อ 4.2 และส่งผลเป็นหนังสือหรืออีเมลทุกครั้ง
  2. ตัดสินผลครั้งสุดท้ายให้เสร็จก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดที่ยังทำให้การเลิกจ้างมีผลก่อนครบ 120 วัน
  3. ถ้าตัดสินช้า ให้จ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวและให้ออกทันที หรือยอมจ่ายค่าชดเชย ดีกว่าเสี่ยงคดี

การขยายทดลองงานตามข้อ 2.3 ต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดเดิม และรวมแล้วต้องไม่เกิน 119 วัน ข้อตกลงที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ศาลสั่งให้มีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรมได้ตามมาตรา 14/1

เหตุไม่ผ่านต้องพิสูจน์ได้

ลูกจ้างที่ถูกให้ออกเพราะไม่ผ่านทดลองงานยังฟ้องศาลแรงงานว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ หลักฐานที่นายจ้างควรมีคือ เป้าหมายตามข้อ 3 ที่ลูกจ้างลงชื่อรับทราบ ผลประเมินกลางทาง ผลประเมินครั้งสุดท้าย และคำชี้แจงของลูกจ้าง ถ้าเลิกจ้างด้วยเหตุร้ายแรงตามมาตรา 119 (ทุจริต จงใจทำให้เสียหาย ละทิ้งหน้าที่สามวันทำงาน ฯลฯ) ต้องระบุข้อเท็จจริงไว้ในหนังสือเลิกจ้าง มิฉะนั้นยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ตามมาตรา 119 วรรคท้าย

ค่าจ้าง การหักค่าจ้าง และลิขสิทธิ์

นายจ้างหักค่าจ้างได้เฉพาะกรณีตามมาตรา 76 และความยินยอมให้หักต้องทำเป็นหนังสือเฉพาะเรื่องตามมาตรา 77 ข้อ 7.4 จึงห้ามเก็บค่าอบรมหรือค่าชุดจากผู้ทดลองงาน เมื่อผ่านทดลองงาน ค่าจ้างเปลี่ยนเป็น … ตามข้อ 5.2 ให้ออกหนังสือแจ้งบรรจุระบุค่าจ้างใหม่ไว้เป็นหลักฐาน

งานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในการทำงาน ลิขสิทธิ์เป็นของลูกจ้างเว้นแต่ตกลงเป็นหนังสือ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 ข้อ 8.3 จึงเป็นข้อตกลงเป็นหนังสือนั้น

ผลของการฝ่าฝืนข้อห้ามในสัญญา: ลูกจ้างที่เปิดเผยความลับหรือป้อนข้อมูลลับเข้าบริการปัญญาประดิษฐ์สาธารณะ (ข้อ 8.1–8.2) อาจถูกเลิกจ้างตามมาตรา 119 ถ้าเป็นกรณีร้ายแรงหรือเคยได้รับหนังสือเตือน และต้องรับผิดค่าเสียหายทางแพ่ง ส่วนนายจ้างที่หักค่าจ้างนอกเหนือมาตรา 76 หรือไม่จ่ายเงินตามข้อ 6 ต้องคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยและอาจมีโทษตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ข้อมูลส่วนบุคคล

ผลประเมินเป็นข้อมูลส่วนบุคคล นายจ้างต้องมีฐานทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง และนายจ้างต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรา 37 ให้มอบประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงานในวันเริ่มงาน

ภาษีและประกันสังคม

ค่าจ้างเป็นเงินได้ที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน และต้องแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างในระบบประกันสังคมตั้งแต่เริ่มทดลองงาน ไม่ใช่รอให้ผ่านทดลองงาน วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนและกำหนดเวลาขึ้นทะเบียนมีรายละเอียดเฉพาะ ให้ตรวจกับกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • คำบรรยายลักษณะงานของตำแหน่ง
  • แบบประเมินที่จะใช้ในการประเมินกลางทางและครั้งสุดท้าย (ถ้ามี)
  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (ลูกจ้างต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน)

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ให้ลูกจ้างอ่านเป้าหมายในข้อ 3 และลงชื่อทุกหน้า มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับในวันลงนาม เก็บผลประเมินทุกครั้งไว้กับสัญญา เมื่อผ่านทดลองงานให้ออกหนังสือแจ้งบรรจุ และถ้าต้องการสัญญาจ้างพนักงานประจำฉบับเต็ม (สวัสดิการ วันหยุดพักผ่อน ข้อห้ามแข่งขันหลังออก) ให้ใช้สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-ACAC93 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 249 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาจ้างแรงงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร (ต่างจากสัญญาจ้างทำของหรือจ้างฟรีแลนซ์ ซึ่งต้องปิดอากรตามลักษณะ 4)

สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน) เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าจ้างเป็นเงินได้ที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายรายเดือน และต้องแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างในระบบประกันสังคมตั้งแต่เริ่มทดลองงาน ไม่ใช่รอให้ผ่านทดลองงาน วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนและกำหนดเวลาขึ้นทะเบียนมีรายละเอียดเฉพาะ ให้ตรวจกับกรมสรรพากรและสำนักงานประกันสังคม

ใช้สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)ตอนไหน

ใช้เมื่อรับพนักงานใหม่และต้องการตกลงเป้าหมายทดลองงานที่วัดได้ตั้งแต่วันแรก · ใช้เมื่อต้องการหลักฐานการประเมินกลางทางและการแจ้งผลเป็นหนังสือ เผื่อมีข้อพิพาทเรื่องไม่ผ่านทดลองงาน · ใช้เมื่อตกลงว่าจะปรับค่าจ้างหรือให้สวัสดิการพนักงานประจำเมื่อผ่านทดลองงาน · ใช้แทนสัญญา จ้าง 119 วัน แบบเก่าที่ไม่ได้ช่วยนายจ้างให้พ้นหน้าที่บอกกล่าวจริง

ทำสัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)ต้องระวังอะไร

สัญญาทดลองงานถือเป็นสัญญาจ้างไม่มีกำหนดระยะเวลา ให้ไม่ผ่านต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งงวดค่าจ้าง หรือจ่ายค่าจ้างแทนแล้วให้ออกทันที · นับถึงวันที่การเลิกจ้างมีผลต้องยังไม่ครบ 120 วัน ไม่เช่นนั้นต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วัน — จึงควรตั้งทดลองงานประมาณ 90 วัน ไม่ใช่ 119 วันเต็ม · เขียนเป้าหมายให้วัดได้จริง และประเมินกลางทางตามวันที่กำหนด หนังสือไม่ผ่านที่ไม่มีเหตุผลอ้างเป้าหมายเสี่ยงถูกฟ้องเลิกจ้างไม่เป็นธรรม · การต่อทดลองงานซ้ำหรือทำสัญญาทดลองงานใหม่กับคนเดิม ศาลนับอายุงานรวมกันทั้งหมด

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)

ถ้าต้องการสัญญาจ้างพนักงานประจำฉบับเต็มที่มีสวัสดิการ วันหยุดพักผ่อน และข้อห้ามแข่งขันหลังออก ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · ถ้าจ้างเฉพาะโครงการหรืองานตามฤดูกาลที่มีวันสิ้นสุด ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) · ถ้ารับนักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร ให้ใช้ สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน · ถ้าจ้างผู้บริหารระดับสูง ให้ใช้ สัญญาจ้างผู้บริหารธุรกิจขนาดเล็ก

สัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17 วรรคสอง ให้ถือว่าสัญญาจ้างทดลองงานเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา ผลคือ ให้ไม่ผ่านทดลองงานต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือเมื่อถึงหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดหนึ่ง ให้มีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป (ข้อ 6.1) หรือจ่ายค่าจ้างถึงวันนั้นแล้วให้ออกทันทีตามมาตรา 17 วรรคสาม ถ้าไม่ทำทั้งสองอย่าง ต้องจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวตามมาตรา 17/1 ในวันที่ให้ออก สัญญาแบบ จ้างมีกำหนด 119 วัน แล้วเลิกได้ทุกเมื่อ ที่ใช้กันมาไม่ได้ทำให้นายจ้างพ้นหน้าที่บอกกล่าว ฉบับนี้จึงเขียนตรงตามกฎหมายตั้งแต่ต้น ถ้าให้ออกแล้วจ้างกลับมาใหม่ หรือทำสัญญาทดลองงานซ้ำกับคนเดิม มาตรา 20 ให้นับระยะเวลาทำงานทุกช่วงรวมกันเพื่อสิทธิของลูกจ้าง

ลงนามสัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ให้ลูกจ้างอ่านเป้าหมายในข้อ 3 และลงชื่อทุกหน้า มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับในวันลงนาม เก็บผลประเมินทุกครั้งไว้กับสัญญา เมื่อผ่านทดลองงานให้ออกหนังสือแจ้งบรรจุ และถ้าต้องการสัญญาจ้างพนักงานประจำฉบับเต็ม (สวัสดิการ วันหยุดพักผ่อน ข้อห้ามแข่งขันหลังออก) ให้ใช้สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)

ทำสัญญาว่าจ้างทำงาน (ทดลองงาน)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

คำบรรยายลักษณะงานของตำแหน่ง แบบประเมินที่จะใช้ในการประเมินกลางทางและครั้งสุดท้าย (ถ้ามี) ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (ลูกจ้างต่างด้าวต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน)

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 7 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1

สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

หมวด 1 บททั่วไป

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 17

สัญญาจ้างย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาจ้างโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

หมวด 1 บททั่วไป

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 20

ผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะเมื่อทำการสมรส หากการสมรสนั้นได้ทำตามบทบัญญัติมาตรา 1448

ความสามารถของบุคคล — ป.พ.พ. ม.19–36

อ่านต่อในหมวดจ้างงาน / บริการ

สัญญาจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชี ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาโปรแกรมบัญชีเฉพาะกิจการ ทำงานสี่ช่วง ศึกษาระบบบัญชีเดิม ออกแบบที่ต้องได้ความเห็นชอบก่อนพัฒนา พัฒนาติดตั้งพร้อมส่งซอร์สโค้ดและคู่มือ และอบรม จ่ายสี่งวดโดยงวดสุดท้ายหลังใช้งานจริง — มีข้อเฉพาะงานบัญชี ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ รายงานภาษีซื้อขายและสต็อก ห้ามลบรายการ ย้ายยอดยกมา สำรองข้อมูล ข้อมูลเงินเดือนและลูกค้า ถ้าเป็นเว็บไซต์ แอป หรือระบบทั่วไปให้ใช้สัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์สัญญาจ้างพัฒนา Chatbot หรือระบบ AI ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างพัฒนาแชตบอตหรือระบบที่ทำงานบนโมเดลปัญญาประดิษฐ์ — ระบุว่าใช้โมเดลของใคร ใครจ่ายค่าโทเคน ข้อมูลลูกค้าห้ามนำไปฝึกโมเดล วัดความแม่นยำอย่างไรจึงถือว่าตรวจรับได้ ต้องให้คนตรวจก่อนใช้ผลตรงไหน และเมื่อผู้ให้บริการโมเดลเปลี่ยนรุ่นแล้วใครรับภาระสัญญาตรวจสอบหรือกำกับการใช้ AI ในองค์กรขนาดเล็ก ต้องมีอะไรบ้างสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จ้างที่ปรึกษาประเมินการใช้ AI ขององค์กรเทียบกับกรอบที่เลือก เช่น ISO/IEC 42001 หรือ NIST AI RMF ส่งมอบทะเบียนระบบ AI ทะเบียนความเสี่ยง รายงานช่องว่าง ชุดนโยบาย และการอบรม พร้อมประเด็นข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นอิสระจากผู้ขาย AI ข้อที่ไม่ใช่การรับรองมาตรฐาน และเพดานความรับผิดสัญญาจ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อจ้างช่างหรือบริษัทแอร์ดูแลเครื่องปรับอากาศในบ้าน สำนักงาน ร้านค้า หรือโรงงานเป็นรายปี — ล้างตามรอบ (ค่าตั้งต้นทุก 2 เดือน) ล้างใหญ่ประจำปี วัดค่ากระแสไฟและอุณหภูมิทุกครั้ง เสียแล้วช่างมาใน 24 ชม. ซ่อมเสร็จใน 3 วัน ไม่ทันมีค่าปรับรายวันมีเพดาน อะไหล่และน้ำยาต้องขออนุมัติก่อน ห้ามปล่อยสารทำความเย็นทิ้ง น้ำหยดเสียหายเพราะท่อตันผู้รับจ้างรับผิด · ตัวเลือกเสริม: เซนเซอร์/IoT เฝ้าระวังพร้อมมาตรการไซเบอร์ อะไหล่ปรับสภาพ ใบงานดิจิทัล ประกันภัย เพดานความรับผิดสัญญาจ้างเชื่อมต่อ API ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างพัฒนาการเชื่อมระบบของผู้ว่าจ้างกับ API ภายนอก กำหนดเจ้าของบัญชี กุญแจ โควตา ค่าใช้บริการ การทดสอบรายการซ้ำ การสลับใช้จริง และการส่งมอบสัญญาจ้างออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ต้องมีอะไรบ้างสำหรับจ้างสถาปนิกและวิศวกรออกแบบบ้านหรืออาคารใหม่ตั้งแต่แบบร่างจนถึงแบบก่อสร้างที่ใช้ขออนุญาตได้ กำหนดใบอนุญาตวิชาชีพ ขั้นตอนและกำหนดส่ง งบประมาณก่อสร้าง รอบแก้แบบ การแก้แบบตามข้อทักท้วงของเจ้าพนักงาน ไฟล์ CAD/BIM ลิขสิทธิ์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ ความพร้อมรองรับโซลาร์เซลล์และที่ชาร์จรถไฟฟ้า ค่าปรับ และความรับผิดในแบบผิดพลาด