ข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง) ต้องมีอะไรบ้าง
นายจ้างกับลูกจ้างตกลงให้ทำงานจากบ้านโดยสิทธิตามสัญญาจ้างและกฎหมายยังคงเดิม · ทำงานจากบ้านยังได้ค่าล่วงเวลาและวันหยุดตามกฎหมาย
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อให้พนักงานเดิมทำงานจากบ้านทั้งหมดหรือบางวัน |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานซึ่งไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ |
| ภาษี | ค่าใช้จ่ายการทำงานจากบ้านที่นายจ้างจ่ายเป็นเงินเหมาจ่ายรายเดือน อาจถือเป็นเงินได้ของลูกจ้างที่ต้องรวมกับเงินเดือน ถ้านายจ้างจ่ายตามใบเสร็จจริงเพื่องานของนายจ้าง อาจไม่เป็นเงินได้ หลักเกณฑ์อยู่ในประมวลรัษฎากรส่วนภาษีเงินได้ ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชี |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | การทำงานจากบ้านเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ไม่ได้เปลี่ยนสถานะ ลูกจ้างยังเป็นลูกจ้าง และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ เวลาทำงาน ค่าล่วงเวลา วันหยุด และวันลายังเป็นไปตามกฎหมาย ข้อ 1.1 ยืนยันไว้ ไม่ต้องจดทะเบียน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 เพิ่มบทบัญญัติเรื่องการทำงานนอกสถานที่ของนายจ้าง ซึ่งให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ และให้ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธการติดต่อนอกเวลาทำงาน ข้อ 3.2 เขียนสิทธิไม่ตอบนอกเวลาทำงานไว้ตามแนวนั้น ควรตรวจถ้อยคำเทียบกับตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนใช้ อุบัติเหตุระหว่างทำงานที่บ้านจะถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือไม่ ขึ้นกับ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี |
| มาตราที่อ้าง | พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.14/1, 76; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 37(1) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 149 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อให้พนักงานเดิมทำงานจากบ้านทั้งหมดหรือบางวัน
- ใช้เมื่อรับพนักงานใหม่ที่ทำงานระยะไกล
- ใช้เมื่อต้องการกำหนดเรื่องอุปกรณ์ ข้อมูล และการติดตามการทำงานให้ชัด
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ทำงานจากบ้านยังได้ค่าล่วงเวลาและวันหยุดตามกฎหมาย
- นอกเวลางานลูกจ้างมีสิทธิไม่ตอบข้อความเรื่องงาน
- การติดตามการทำงานต้องแจ้งลูกจ้างและห้ามเปิดกล้องโดยไม่รู้
- ต้องมีสัญญาจ้างหลักอยู่ก่อน
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างผู้ช่วยระยะไกลที่ไม่ใช่ลูกจ้าง ให้ใช้ สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล)
- ถ้ายังไม่มีสัญญาจ้าง ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) ก่อน
- ข้อตกลงทำงานนอกสถานที่และแบบไฮบริด ภาษาอังกฤษ — ใช้ Remote and Hybrid Working Agreement — ข้อตกลงทำงานนอกสถานที่และแบบไฮบริด ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานซึ่งไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
การทำงานจากบ้านเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ไม่ได้เปลี่ยนสถานะ ลูกจ้างยังเป็นลูกจ้าง และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ เวลาทำงาน ค่าล่วงเวลา วันหยุด และวันลายังเป็นไปตามกฎหมาย ข้อ 1.1 ยืนยันไว้ ไม่ต้องจดทะเบียน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 เพิ่มบทบัญญัติเรื่องการทำงานนอกสถานที่ของนายจ้าง ซึ่งให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ และให้ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธการติดต่อนอกเวลาทำงาน ข้อ 3.2 เขียนสิทธิไม่ตอบนอกเวลาทำงานไว้ตามแนวนั้น ควรตรวจถ้อยคำเทียบกับตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนใช้
อุบัติเหตุระหว่างทำงานที่บ้านจะถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือไม่ ขึ้นกับ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ภาษี
ค่าใช้จ่ายการทำงานจากบ้านที่นายจ้างจ่ายเป็นเงินเหมาจ่ายรายเดือน อาจถือเป็นเงินได้ของลูกจ้างที่ต้องรวมกับเงินเดือน ถ้านายจ้างจ่ายตามใบเสร็จจริงเพื่องานของนายจ้าง อาจไม่เป็นเงินได้ หลักเกณฑ์อยู่ในประมวลรัษฎากรส่วนภาษีเงินได้ ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชี
ข้อมูลส่วนบุคคลและการติดตาม
นายจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37(1) การทำงานจากบ้านเพิ่มความเสี่ยงข้อมูลรั่ว ข้อ 5 จึงกำหนดมาตรการฝั่งลูกจ้าง ข้อมูลการติดตามการทำงานเป็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกจ้าง นายจ้างต้องแจ้งวัตถุประสงค์และขอบเขตให้ลูกจ้างทราบตามมาตรา 23 ข้อ 6.1 ห้ามเปิดกล้อง ไมโครโฟน หรือบันทึกหน้าจอโดยลูกจ้างไม่รู้ เพราะการเก็บข้อมูลเกินความจำเป็นและนอกเวลาทำงานไม่มีฐานทางกฎหมาย
อุปกรณ์และการหักเงิน
อุปกรณ์ที่นายจ้างจัดให้เสียหายเพราะการใช้งานตามปกติเป็นภาระของนายจ้าง นายจ้างหักค่าจ้างเพื่อชดใช้ความเสียหายได้เฉพาะเมื่อลูกจ้างจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ลูกจ้างยินยอม และไม่เกินที่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 76 กำหนด การเรียกกลับเข้าสำนักงานตามข้อ 8.1 ไม่ใช่การเลิกจ้าง แต่ถ้าการเรียกกลับทำให้ลูกจ้างต้องย้ายที่อยู่ ให้พิจารณาสิทธิเรื่องการย้ายสถานประกอบกิจการตามกฎหมายด้วย
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสัญญาจ้างหลัก
- รายการอุปกรณ์ที่ส่งมอบพร้อมหมายเลขเครื่อง
- นโยบายความปลอดภัยของข้อมูลของนายจ้าง
- ประกาศความเป็นส่วนตัวเรื่องการติดตามการทำงาน ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับ เก็บไว้กับสัญญาจ้างหลัก
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-1AFC92 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ข้อตกลงนี้ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างแรงงานซึ่งไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
ข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง) เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายการทำงานจากบ้านที่นายจ้างจ่ายเป็นเงินเหมาจ่ายรายเดือน อาจถือเป็นเงินได้ของลูกจ้างที่ต้องรวมกับเงินเดือน ถ้านายจ้างจ่ายตามใบเสร็จจริงเพื่องานของนายจ้าง อาจไม่เป็นเงินได้ หลักเกณฑ์อยู่ในประมวลรัษฎากรส่วนภาษีเงินได้ ให้ตรวจกับผู้สอบบัญชี
ใช้ข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ตอนไหน
ใช้เมื่อให้พนักงานเดิมทำงานจากบ้านทั้งหมดหรือบางวัน · ใช้เมื่อรับพนักงานใหม่ที่ทำงานระยะไกล · ใช้เมื่อต้องการกำหนดเรื่องอุปกรณ์ ข้อมูล และการติดตามการทำงานให้ชัด
ทำข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ต้องระวังอะไร
ทำงานจากบ้านยังได้ค่าล่วงเวลาและวันหยุดตามกฎหมาย · นอกเวลางานลูกจ้างมีสิทธิไม่ตอบข้อความเรื่องงาน · การติดตามการทำงานต้องแจ้งลูกจ้างและห้ามเปิดกล้องโดยไม่รู้ · ต้องมีสัญญาจ้างหลักอยู่ก่อน
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้ข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง)
ถ้าจ้างผู้ช่วยระยะไกลที่ไม่ใช่ลูกจ้าง ให้ใช้ สัญญาจ้าง Virtual Assistant (ผู้ช่วยทำงานระยะไกล) · ถ้ายังไม่มีสัญญาจ้าง ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) ก่อน · ข้อตกลงทำงานนอกสถานที่และแบบไฮบริด ภาษาอังกฤษ — ใช้ Remote and Hybrid Working Agreement — ข้อตกลงทำงานนอกสถานที่และแบบไฮบริด ภาษาอังกฤษ
ข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง) ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
การทำงานจากบ้านเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ไม่ได้เปลี่ยนสถานะ ลูกจ้างยังเป็นลูกจ้าง และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ เวลาทำงาน ค่าล่วงเวลา วันหยุด และวันลายังเป็นไปตามกฎหมาย ข้อ 1.1 ยืนยันไว้ ไม่ต้องจดทะเบียน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 เพิ่มบทบัญญัติเรื่องการทำงานนอกสถานที่ของนายจ้าง ซึ่งให้ทำข้อตกลงเป็นหนังสือ และให้ลูกจ้างมีสิทธิปฏิเสธการติดต่อนอกเวลาทำงาน ข้อ 3.2 เขียนสิทธิไม่ตอบนอกเวลาทำงานไว้ตามแนวนั้น ควรตรวจถ้อยคำเทียบกับตัวบทฉบับปัจจุบันก่อนใช้ อุบัติเหตุระหว่างทำงานที่บ้านจะถือเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือไม่ ขึ้นกับ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ลงนามข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ลูกจ้างหนึ่งฉบับ เก็บไว้กับสัญญาจ้างหลัก
ทำข้อตกลงทำงานจากบ้าน (แนบท้ายสัญญาจ้าง)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสัญญาจ้างหลัก รายการอุปกรณ์ที่ส่งมอบพร้อมหมายเลขเครื่อง นโยบายความปลอดภัยของข้อมูลของนายจ้าง ประกาศความเป็นส่วนตัวเรื่องการติดตามการทำงาน ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 4 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1
สัญญาจ้างระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งนั้นมีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
หมวด 1 บททั่วไป
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 76
ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด เว้นแต่เป็นการหักเพื่อ (1) ชำระภาษีเงินได้ตามจำนวนที่ลูกจ้างต้องจ่าย หรือชำระเงินอื่นตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ (2) ชำระค่าบำรุงสหภาพแรงงานตามข้อบังคับของสหภาพแรงงาน (3) ชำระหนี้สินสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือสหกรณ์อื่นที่มีลักษณะเดียวกันกับสหกรณ์ออมทรัพย์ หรือหนี้ที่เป็นไปเพื่อสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้างฝ่ายเดียว โดยได้รับความยินยอมล่วงหน้าจากลูกจ้าง (4) เป็นเงินประกันตามมาตรา 10 หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้าง ซึ่งลูกจ้างได้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง (5) เป็นเงินสะสมตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุนเงินสะสม
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 — การหักค่าจ้าง (มาตรา 76–77)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)