ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญา ต้องมีอะไรบ้าง
คู่สัญญาเดิมออก คู่สัญญาใหม่เข้ามารับสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเดิม โดยคู่สัญญาอีกฝ่ายยินยอม · คู่สัญญาที่เหลือต้องลงชื่อยินยอม
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อผู้เช่าจะโอนสัญญาเช่าให้คนอื่นเช่าต่อ |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ค้ำประกันรายใหม่ลงชื่อค้ำประกันหนี้ของผู้เข้ามาแทนในข้อตกลงนี้ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามบัญชีลักษณะ 17 ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากร ถ้าสัญญาเดิมเป็นการเช่าที่จดทะเบียนไว้ การโอนสิทธิการเช่าต้องจดทะเบียนและเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | การเปลี่ยนตัวคู่สัญญาไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้อง การโอนสิทธิเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 ย้ายเพียงสิทธิรับชำระหนี้ และลูกหนี้ไม่ต้องยินยอม เพียงต้องได้รับการบอกกล่าว แต่การให้คนใหม่รับหน้าที่แทนคนเดิมต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ เพราะเจ้าหนี้เลือกทำสัญญากับลูกหนี้คนนั้น ข้อตกลงนี้จึงให้คู่สัญญาที่เหลือลงนามเป็นฝ่ายที่สาม ในทางกฎหมาย การเปลี่ยนตัวลูกหนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งทำให้หนี้เดิมระงับและเกิดหนี้ใหม่ตามหลักใน ป.พ.พ. มาตรา 349 ส่วนมาตรา 350 เรื่องแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ และมาตรา 352 เรื่องผลต่อหลักประกัน ควรตรวจตัวบทหรือปรึกษาทนายความก่อนใช้ ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้ค้ำประกันและเจ้าของหลักประกันที่ให้ไว้เพื่อหนี้ของผู้ออก ไม่ผูกพันต่อหนี้ของผู้เข้ามาแทนโดยอัตโนมัติ ผู้ค้ำประกันรับผิดเท่าหนี้ที่ตนค้ำตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 และหลุดพ้นเมื่อหนี้นั้นระงับตามมาตรา 698 ข้อ 5 จึงให้ระบุผลต่อหลักประกันไว้ ข้อ 4.1 ปลดผู้ออก ผู้ให้ความยินยอมจึงเรียกหนี้ที่เกิดหลังวันมีผลได้จากผู้เข้ามาแทนคนเดียว ผู้ให้ความยินยอมควรตรวจฐานะของผู้เข้ามาแทนก่อนลงนามข้อ 4.1 ให้ผู้ออกร่วมรับผิดต่อไป … เดือน ซึ่งคุ้มครองผู้ให้ความยินยอม แต่ถ้าระยะยาวเกินสมควรเมื่อผู้ออกเป็นบุคคลธรรมดา ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หนี้ที่ค้างตามข้อ 3 ถ้าชำระช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ข้อ 7.1 ห้ามผู้ออกเก็บเอกสารหรือบัญชีไว้ต่อรอง ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานที่ส่งต่อให้ผู้เข้ามาแทน ต้องใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 306, 349, 680, 698; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อผู้เช่าจะโอนสัญญาเช่าให้คนอื่นเช่าต่อ
- ใช้เมื่อผู้รับจ้างเดิมให้บริษัทในเครือรับงานต่อ
- ใช้เมื่อเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- คู่สัญญาที่เหลือต้องลงชื่อยินยอม
- เขียนให้ชัดว่าหนี้ก่อนวันเปลี่ยนเป็นของใคร
- ผู้ค้ำประกันหรือเจ้าของหลักประกันต้องยินยอมใหม่
- ไม่ต้องเขียนสัญญาเดิมใหม่ อ้างชื่อและวันที่ก็พอ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าโอนเฉพาะสิทธิรับเงิน ให้ใช้ สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง
- ถ้าให้เช่าช่วงโดยผู้เช่าเดิมยังอยู่ ให้ใช้สัญญาเช่าช่วง
- ถ้าเลิกสัญญาเดิมแล้วทำฉบับใหม่ ให้ใช้ หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญา
อากรแสตมป์
ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ค้ำประกันรายใหม่ลงชื่อค้ำประกันหนี้ของผู้เข้ามาแทนในข้อตกลงนี้ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามบัญชีลักษณะ 17 ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากร ถ้าสัญญาเดิมเป็นการเช่าที่จดทะเบียนไว้ การโอนสิทธิการเช่าต้องจดทะเบียนและเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
การเปลี่ยนตัวคู่สัญญาไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้อง การโอนสิทธิเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 ย้ายเพียงสิทธิรับชำระหนี้ และลูกหนี้ไม่ต้องยินยอม เพียงต้องได้รับการบอกกล่าว แต่การให้คนใหม่รับหน้าที่แทนคนเดิมต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ เพราะเจ้าหนี้เลือกทำสัญญากับลูกหนี้คนนั้น ข้อตกลงนี้จึงให้คู่สัญญาที่เหลือลงนามเป็นฝ่ายที่สาม
ในทางกฎหมาย การเปลี่ยนตัวลูกหนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งทำให้หนี้เดิมระงับและเกิดหนี้ใหม่ตามหลักใน ป.พ.พ. มาตรา 349 ส่วนมาตรา 350 เรื่องแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ และมาตรา 352 เรื่องผลต่อหลักประกัน ควรตรวจตัวบทหรือปรึกษาทนายความก่อนใช้ ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้ค้ำประกันและเจ้าของหลักประกันที่ให้ไว้เพื่อหนี้ของผู้ออก ไม่ผูกพันต่อหนี้ของผู้เข้ามาแทนโดยอัตโนมัติ ผู้ค้ำประกันรับผิดเท่าหนี้ที่ตนค้ำตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 และหลุดพ้นเมื่อหนี้นั้นระงับตามมาตรา 698 ข้อ 5 จึงให้ระบุผลต่อหลักประกันไว้
ข้อ 4.1 ปลดผู้ออก ผู้ให้ความยินยอมจึงเรียกหนี้ที่เกิดหลังวันมีผลได้จากผู้เข้ามาแทนคนเดียว ผู้ให้ความยินยอมควรตรวจฐานะของผู้เข้ามาแทนก่อนลงนามข้อ 4.1 ให้ผู้ออกร่วมรับผิดต่อไป … เดือน ซึ่งคุ้มครองผู้ให้ความยินยอม แต่ถ้าระยะยาวเกินสมควรเมื่อผู้ออกเป็นบุคคลธรรมดา ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หนี้ที่ค้างตามข้อ 3 ถ้าชำระช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
ข้อ 7.1 ห้ามผู้ออกเก็บเอกสารหรือบัญชีไว้ต่อรอง ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานที่ส่งต่อให้ผู้เข้ามาแทน ต้องใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
เอกสารแนบท้าย
- สำเนาสัญญาเดิมพร้อมเอกสารแนบ
- รายการหนี้ที่ค้างและเงินประกัน ณ วันมีผล
- หนังสือยินยอมของผู้ค้ำประกันหรือเจ้าของหลักประกัน
วันลงนาม
ทำสามฉบับข้อความตรงกัน ต้องลงชื่อครบทั้งสามฝ่าย ข้อตกลงที่ขาดลายมือชื่อของคู่สัญญาที่เหลือไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนตัวคู่สัญญา
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-D3451B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญา ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ค้ำประกันรายใหม่ลงชื่อค้ำประกันหนี้ของผู้เข้ามาแทนในข้อตกลงนี้ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามบัญชีลักษณะ 17 ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากร ถ้าสัญญาเดิมเป็นการเช่าที่จดทะเบียนไว้ การโอนสิทธิการเช่าต้องจดทะเบียนและเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน
ใช้ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาตอนไหน
ใช้เมื่อผู้เช่าจะโอนสัญญาเช่าให้คนอื่นเช่าต่อ · ใช้เมื่อผู้รับจ้างเดิมให้บริษัทในเครือรับงานต่อ · ใช้เมื่อเปลี่ยนจากบุคคลธรรมดาเป็นบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียน
ทำข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาต้องระวังอะไร
คู่สัญญาที่เหลือต้องลงชื่อยินยอม · เขียนให้ชัดว่าหนี้ก่อนวันเปลี่ยนเป็นของใคร · ผู้ค้ำประกันหรือเจ้าของหลักประกันต้องยินยอมใหม่ · ไม่ต้องเขียนสัญญาเดิมใหม่ อ้างชื่อและวันที่ก็พอ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญา
ถ้าโอนเฉพาะสิทธิรับเงิน ให้ใช้ สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง · ถ้าให้เช่าช่วงโดยผู้เช่าเดิมยังอยู่ ให้ใช้สัญญาเช่าช่วง · ถ้าเลิกสัญญาเดิมแล้วทำฉบับใหม่ ให้ใช้ หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญา
ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญา ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
การเปลี่ยนตัวคู่สัญญาไม่ใช่การโอนสิทธิเรียกร้อง การโอนสิทธิเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 ย้ายเพียงสิทธิรับชำระหนี้ และลูกหนี้ไม่ต้องยินยอม เพียงต้องได้รับการบอกกล่าว แต่การให้คนใหม่รับหน้าที่แทนคนเดิมต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ เพราะเจ้าหนี้เลือกทำสัญญากับลูกหนี้คนนั้น ข้อตกลงนี้จึงให้คู่สัญญาที่เหลือลงนามเป็นฝ่ายที่สาม ในทางกฎหมาย การเปลี่ยนตัวลูกหนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งทำให้หนี้เดิมระงับและเกิดหนี้ใหม่ตามหลักใน ป.พ.พ. มาตรา 349 ส่วนมาตรา 350 เรื่องแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ และมาตรา 352 เรื่องผลต่อหลักประกัน ควรตรวจตัวบทหรือปรึกษาทนายความก่อนใช้ ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้ค้ำประกันและเจ้าของหลักประกันที่ให้ไว้เพื่อหนี้ของผู้ออก ไม่ผูกพันต่อหนี้ของผู้เข้ามาแทนโดยอัตโนมัติ ผู้ค้ำประกันรับผิดเท่าหนี้ที่ตนค้ำตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 และหลุดพ้นเมื่อหนี้นั้นระงับตามมาตรา 698 ข้อ 5 จึงให้ระบุผลต่อหลักประกันไว้ ข้อ 4.1 ปลดผู้ออก ผู้ให้ความยินยอมจึงเรียกหนี้ที่เกิดหลังวันมีผลได้จากผู้เข้ามาแทนคนเดียว ผู้ให้ความยินยอมควรตรวจฐานะของผู้เข้ามาแทนก่อนลงนามข้อ 4.1 ให้ผู้ออกร่วมรับผิดต่อไป … เดือน ซึ่งคุ้มครองผู้ให้ความยินยอม แต่ถ้าระยะยาวเกินสมควรเมื่อผู้ออกเป็นบุคคลธรรมดา ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 หนี้ที่ค้างตามข้อ 3 ถ้าชำระช้าต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ข้อ 7.1 ห้ามผู้ออกเก็บเอกสารหรือบัญชีไว้ต่อรอง ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องชดใช้ความเสียหาย ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหรือพนักงานที่ส่งต่อให้ผู้เข้ามาแทน ต้องใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมของสัญญาตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ลงนามข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสามฉบับข้อความตรงกัน ต้องลงชื่อครบทั้งสามฝ่าย ข้อตกลงที่ขาดลายมือชื่อของคู่สัญญาที่เหลือไม่มีผลเป็นการเปลี่ยนตัวคู่สัญญา
ทำข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาสัญญาเดิมพร้อมเอกสารแนบ รายการหนี้ที่ค้างและเงินประกัน ณ วันมีผล หนังสือยินยอมของผู้ค้ำประกันหรือเจ้าของหลักประกัน
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 5 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680
อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698
อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ
หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)