ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ ต้องมีอะไรบ้าง
ข้อตกลงระหว่างเจ้าของแบรนด์กับผู้จำหน่ายที่ซื้อสินค้าไปขายต่อออนไลน์ในชื่อและความเสี่ยงของตนเอง พร้อมสิทธิใช้สื่อและแบรนด์เท่าที่จำเป็น · ผู้จำหน่ายซื้อขาดไปขายเอง ไม่ใช่ตัวแทนที่มีอำนาจผูกพันเจ้าของแบรนด์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 และ 458
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อผู้จำหน่ายซื้อสินค้าจากเจ้าของแบรนด์ไปขายต่อเองผ่าน Shopee Lazada TikTok Shop เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ข้อตกลงนี้กำหนดให้ผู้จำหน่ายซื้อสินค้าไปขายต่อในนามตนเอง ไม่ใช่การตั้งตัวแทน จึงไม่เข้าลักษณะตราสาร 21 ตัวแทน และสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนข้อตกลงนี้ ใบรับเงินหรือหลักฐานรับชำระอาจเข้าลักษณะตราสาร 28 ผู้ขายหรือผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ตามกรณี แต่ใบรับจากการขายสินค้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีมีข้อยกเว้น ให้ตรวจรูปแบบเอกสารจริงก่อนออก ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 |
| ภาษี | การซื้อขายสินค้าโดยทั่วไปไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย เจ้าของแบรนด์ออกใบกำกับภาษีเมื่อมีหน้าที่ตามกฎหมายและผู้จำหน่ายเป็นผู้รับภาระ VAT ตามราคาและเงื่อนไขขายส่งที่ตกลง ตรวจว่า … ระบุว่า VAT รวมอยู่แล้วหรือแยกต่างหาก การขายต่อให้ลูกค้าปลายทางเป็นรายได้และ VAT ของผู้จำหน่ายตามสถานะของผู้จำหน่ายเอง แยกราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และบริการอื่นในเอกสารให้ชัด ส่วนลดที่ทำให้ราคาขายส่งลดลงควรทำเป็นใบลดหนี้หรือเอกสารทางภาษีตามข้อเท็จจริง ไม่ควรเรียกชื่อเป็นค่าบำเหน็จโดยไม่ตรงลักษณะรายการ |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | ข้อตกลงผู้จำหน่ายทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่หาก … เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนและเป็นการอนุญาตใช้เครื่องหมาย ให้ตรวจว่าข้อตกลงเป็นหนังสือและต้องดำเนินการจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 หรือไม่ สัญญานี้ไม่แทนการยืนยันตัวตนผู้ขายหรือการให้สิทธิผู้ใช้ตามกติกาแต่ละแพลตฟอร์ม |
| มาตราที่อ้าง | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.7, 204, 213, 215, 224, 383, 387, 391, 453, 458, 461, 472, 475, 483, 485; พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5, 8; พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ม.44, 68–72; พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 27, 30, 33, 35–37, 39; พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ม.5, 9; ประมวลรัษฎากร ม.78, 86, 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 28 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อผู้จำหน่ายซื้อสินค้าจากเจ้าของแบรนด์ไปขายต่อเองผ่าน Shopee Lazada TikTok Shop เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย
- ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ต้องอนุญาตใช้ชื่อ รูปสินค้า และสื่อขายกับบัญชีออนไลน์ที่ระบุ
- ใช้เมื่อผู้จำหน่ายเป็นผู้ทำสัญญา รับเงิน ส่งสินค้า และบริการลูกค้าของตนเอง
- ใช้เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องส่งข้อมูลลูกค้ากันเฉพาะงานรับประกัน เรียกคืนสินค้า หรือแก้ไขข้อร้องเรียน
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้จำหน่ายซื้อขาดไปขายเอง ไม่ใช่ตัวแทนที่มีอำนาจผูกพันเจ้าของแบรนด์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 และ 458
- ห้ามกำหนดราคาขายปลีกตายตัว ให้ระบุเป็นราคาแนะนำและให้ผู้จำหน่ายตัดสินใจราคาเอง
- การอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนควรทำเป็นหนังสือและตรวจขั้นตอนจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68
- ผู้ขายทั้งต้นทางและปลายทางอาจเป็นผู้ประกอบการตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย และตัดความรับผิดต่อลูกค้าล่วงหน้าไม่ได้ตามมาตรา 9
- แต่ละฝ่ายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้าของตนเอง ต้องแจ้งรายละเอียดและใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ไม่เหมาะเมื่อผู้ขายออนไลน์ทำสัญญา รับเงิน และขายแทนแบรนด์โดยตรง ควรใช้สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์
- ไม่เหมาะเมื่อเจ้าของสินค้ายังเป็นเจ้าของสินค้าจนกว่าผู้รับจะขายได้ ควรใช้สัญญาฝากขาย
- ไม่เหมาะกับแฟรนไชส์ที่มีระบบธุรกิจ คู่มือปฏิบัติการ และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ควรใช้สัญญาแฟรนไชส์
- สัญญาตัวแทนขายต่อซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Software Reseller Agreement — สัญญาตัวแทนขายต่อซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
ข้อตกลงนี้กำหนดให้ผู้จำหน่ายซื้อสินค้าไปขายต่อในนามตนเอง ไม่ใช่การตั้งตัวแทน จึงไม่เข้าลักษณะตราสาร 21 ตัวแทน และสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนข้อตกลงนี้
ใบรับเงินหรือหลักฐานรับชำระอาจเข้าลักษณะตราสาร 28 ผู้ขายหรือผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ตามกรณี แต่ใบรับจากการขายสินค้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีมีข้อยกเว้น ให้ตรวจรูปแบบเอกสารจริงก่อนออก ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
ข้อตกลงผู้จำหน่ายทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่หาก … เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนและเป็นการอนุญาตใช้เครื่องหมาย ให้ตรวจว่าข้อตกลงเป็นหนังสือและต้องดำเนินการจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 หรือไม่ สัญญานี้ไม่แทนการยืนยันตัวตนผู้ขายหรือการให้สิทธิผู้ใช้ตามกติกาแต่ละแพลตฟอร์ม
ภาษี
การซื้อขายสินค้าโดยทั่วไปไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย เจ้าของแบรนด์ออกใบกำกับภาษีเมื่อมีหน้าที่ตามกฎหมายและผู้จำหน่ายเป็นผู้รับภาระ VAT ตามราคาและเงื่อนไขขายส่งที่ตกลง ตรวจว่า … ระบุว่า VAT รวมอยู่แล้วหรือแยกต่างหาก
การขายต่อให้ลูกค้าปลายทางเป็นรายได้และ VAT ของผู้จำหน่ายตามสถานะของผู้จำหน่ายเอง แยกราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และบริการอื่นในเอกสารให้ชัด ส่วนลดที่ทำให้ราคาขายส่งลดลงควรทำเป็นใบลดหนี้หรือเอกสารทางภาษีตามข้อเท็จจริง ไม่ควรเรียกชื่อเป็นค่าบำเหน็จโดยไม่ตรงลักษณะรายการ
เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ — กฎหมายแข่งขันทางการค้าใช้กับสัญญานี้
ข้อตกลงตัวแทนจำหน่ายมีโครงสร้างที่ผู้จำหน่ายพึ่งพาแบรนด์ทางเศรษฐกิจ สำนักงาน กขค. จึงใช้หลัก พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ม.57 (ห้ามใช้อำนาจต่อรองที่เหนือกว่าเอาเปรียบคู่ค้า) กับสัญญาแบบนี้เช่นเดียวกับแฟรนไชส์ โทษเป็นค่าปรับทางปกครองสูงสุดร้อยละ 10 ของรายได้ปีที่ทำผิด — สูงพอทำลายกิจการ
สิ่งที่แบรนด์ทำกันบ่อยและเสี่ยงเข้า ม.57 โดยตรง:
- บังคับราคาขายปลีก ตั้งราคาตายตัวหรือลงโทษร้านที่ขายต่ำกว่า — ข้อ 3.1 จึงให้ราคาแนะนำเป็นเพียงคำแนะนำ ผู้จำหน่ายกำหนดราคาเอง ห้ามแก้ข้อนี้ให้เป็นราคาบังคับ
- บังคับซื้อพ่วง ต้องรับสินค้ารุ่นที่ขายไม่ออกจึงจะได้รุ่นที่ขายดี หรือตั้งเป้าซื้อขั้นต่ำสูงเกินจริงแล้วใช้เป็นเหตุเลิกทันที — ข้อ 4.2 จึงต้องแจ้ง ให้ชี้แจง และให้เวลาแก้ไขก่อน
- ห้ามขายแบรนด์อื่น โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ทั้งระหว่างสัญญาและหลังเลิก — ถ้าจะใส่ข้อห้ามแข่งขันหลังเลิกสัญญา ต้องจำกัดระยะเวลาและพื้นที่เสมอ
- ริบสินค้าคงเหลือหรือห้ามขายทันทีเมื่อเลิก — ข้อ 8.2 ให้เวลาขายสต็อกที่ซื้อและจ่ายเงินแล้วต่อได้ ซึ่งเป็นแนวที่ กขค. ถือว่าเป็นธรรม
- เปลี่ยนราคาขายส่งหรือเงื่อนไขกลางสัญญาฝ่ายเดียว โดยไม่มีเหตุผล — ควรมีกลไกแจ้งล่วงหน้าและเจรจาในผนวก 1
ข้อจำกัดทางการค้าต้องตรวจกับ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ม.57 และแนวประกาศ กขค. 2562 (แฟรนไชส์) — ถ้าจะใส่ข้อจำกัดทางการค้าเพิ่มจากที่แม่แบบให้ไว้ ควรปรึกษาทนายความก่อน
ข้อที่คนทำสัญญาตัวแทนจำหน่ายออนไลน์พลาดบ่อย
- "ตัวแทนจำหน่าย" ไม่ใช่ "ตัวแทน" แม้ชื่อคล้ายกัน ฉบับนี้ผู้จำหน่ายซื้อขาดและขายในชื่อตัวเอง (ข้อ 1.2) ลูกค้าจึงฟ้องผู้จำหน่ายก่อน ไม่ใช่แบรนด์ และผู้จำหน่ายไม่มีอำนาจผูกพันแบรนด์ — ถ้าต้องการให้ร้านขายในนามแบรนด์และรับเงินแทน ต้องใช้ สัญญาตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งเป็นคนละแบบและมีอากรแสตมป์ต่างกัน
- สต็อกเป็นความเสี่ยงของผู้จำหน่ายทั้งหมด ซื้อขาดแล้วคืนไม่ได้เว้นแต่ชำรุด (ป.พ.พ. ม.472) แม่แบบไม่มีข้อรับซื้อคืน — ผู้จำหน่ายที่ลงทุนสต็อกมากควรเจรจาเงื่อนไขรับซื้อคืนกรณีแบรนด์เลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุ ใส่ไว้ในผนวก 1
- ผู้จำหน่ายเป็น "ผู้ขาย" ในสายตากฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และเป็นผู้ประกอบการตาม พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย ม.5 ถูกเรียกร้องก่อนแล้วจึงไล่เบี้ยแบรนด์ตามข้อ 5 — ต้องเก็บหลักฐานว่าซื้อจากแบรนด์โดยตรงทุกล็อต
- ใช้แบรนด์เกินสิทธิ จดชื่อร้าน โดเมน หรือบัญชีที่มีชื่อแบรนด์ (ข้อ 2.2 ห้าม) เมื่อเลิกกันจะเถียงเรื่องกรรมสิทธิ์บัญชีที่มีผู้ติดตามสะสม — และถ้าให้ใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนในฐานะผู้ได้รับอนุญาตจริง ต้องจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 มิฉะนั้นการอนุญาตนั้นเป็นโมฆะ
- ข้อมูลลูกค้าเป็นของผู้จำหน่าย ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลของร้านตัวเอง แบรนด์ขอรายชื่อลูกค้าทั้งหมดไม่ได้ ส่งต่อได้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการรับประกันหรือเรียกคืนสินค้าตามข้อ 6 (PDPA ม.27)
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- ผนวก 1 รายการสินค้า รหัสสินค้า ราคาขายส่ง ราคาแนะนำ ส่วนลด ภาษี และเงื่อนไขสต็อก
- ผนวก 2 รายชื่อแพลตฟอร์มและบัญชีที่ได้รับอนุญาต … พร้อมสื่อและข้อความขายที่อนุมัติ
- ผนวก 3 ขั้นตอนรับประกัน คืนสินค้า เรียกคืนสินค้า และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
- ผนวก 4 ตารางข้อมูลลูกค้าที่ส่งต่อได้ วิธีส่งที่ปลอดภัย ระยะเก็บ เหตุแจ้งข้อมูลรั่วไหล และช่องทาง … กับ …
วันลงนาม
ทำข้อตกลงสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับทุกหน้าและผนวก ตรวจชื่อแบรนด์ สิทธิใช้สื่อ บัญชีผู้จำหน่าย และข้อมูลราคาให้ตรงกับการขายจริง ตรวจอำนาจลงนาม เลขทะเบียน และหนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลก่อนลงชื่อ
ก่อนเปิดร้านออนไลน์ ให้ทดสอบการเข้าถึงบัญชี แผนแจ้งข้อร้องเรียน และเส้นทางส่งต่อข้อมูลลูกค้า ห้ามส่งรหัสผ่าน รหัสกู้คืน หรือข้อมูลลูกค้าที่เกินความจำเป็นไว้ในเอกสารแนบ
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-DE4FCE · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ข้อตกลงนี้กำหนดให้ผู้จำหน่ายซื้อสินค้าไปขายต่อในนามตนเอง ไม่ใช่การตั้งตัวแทน จึงไม่เข้าลักษณะตราสาร 21 ตัวแทน และสัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ทั่วไปไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากรบนข้อตกลงนี้ ใบรับเงินหรือหลักฐานรับชำระอาจเข้าลักษณะตราสาร 28 ผู้ขายหรือผู้ออกใบรับเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่าแสตมป์ตามกรณี แต่ใบรับจากการขายสินค้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีมีข้อยกเว้น ให้ตรวจรูปแบบเอกสารจริงก่อนออก ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ เสียภาษีอะไรบ้าง
การซื้อขายสินค้าโดยทั่วไปไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย เจ้าของแบรนด์ออกใบกำกับภาษีเมื่อมีหน้าที่ตามกฎหมายและผู้จำหน่ายเป็นผู้รับภาระ VAT ตามราคาและเงื่อนไขขายส่งที่ตกลง ตรวจว่า … ระบุว่า VAT รวมอยู่แล้วหรือแยกต่างหาก การขายต่อให้ลูกค้าปลายทางเป็นรายได้และ VAT ของผู้จำหน่ายตามสถานะของผู้จำหน่ายเอง แยกราคาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าติดตั้ง และบริการอื่นในเอกสารให้ชัด ส่วนลดที่ทำให้ราคาขายส่งลดลงควรทำเป็นใบลดหนี้หรือเอกสารทางภาษีตามข้อเท็จจริง ไม่ควรเรียกชื่อเป็นค่าบำเหน็จโดยไม่ตรงลักษณะรายการ
ใช้ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ตอนไหน
ใช้เมื่อผู้จำหน่ายซื้อสินค้าจากเจ้าของแบรนด์ไปขายต่อเองผ่าน Shopee Lazada TikTok Shop เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย · ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ต้องอนุญาตใช้ชื่อ รูปสินค้า และสื่อขายกับบัญชีออนไลน์ที่ระบุ · ใช้เมื่อผู้จำหน่ายเป็นผู้ทำสัญญา รับเงิน ส่งสินค้า และบริการลูกค้าของตนเอง · ใช้เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องส่งข้อมูลลูกค้ากันเฉพาะงานรับประกัน เรียกคืนสินค้า หรือแก้ไขข้อร้องเรียน
ทำข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ต้องระวังอะไร
ผู้จำหน่ายซื้อขาดไปขายเอง ไม่ใช่ตัวแทนที่มีอำนาจผูกพันเจ้าของแบรนด์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 และ 458 · ห้ามกำหนดราคาขายปลีกตายตัว ให้ระบุเป็นราคาแนะนำและให้ผู้จำหน่ายตัดสินใจราคาเอง · การอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนควรทำเป็นหนังสือและตรวจขั้นตอนจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 · ผู้ขายทั้งต้นทางและปลายทางอาจเป็นผู้ประกอบการตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย และตัดความรับผิดต่อลูกค้าล่วงหน้าไม่ได้ตามมาตรา 9 · แต่ละฝ่ายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้าของตนเอง ต้องแจ้งรายละเอียดและใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์
ไม่เหมาะเมื่อผู้ขายออนไลน์ทำสัญญา รับเงิน และขายแทนแบรนด์โดยตรง ควรใช้สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ · ไม่เหมาะเมื่อเจ้าของสินค้ายังเป็นเจ้าของสินค้าจนกว่าผู้รับจะขายได้ ควรใช้สัญญาฝากขาย · ไม่เหมาะกับแฟรนไชส์ที่มีระบบธุรกิจ คู่มือปฏิบัติการ และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ควรใช้สัญญาแฟรนไชส์ · สัญญาตัวแทนขายต่อซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Software Reseller Agreement — สัญญาตัวแทนขายต่อซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ
ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
ข้อตกลงผู้จำหน่ายทั่วไปไม่ต้องจดทะเบียน แต่หาก … เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนและเป็นการอนุญาตใช้เครื่องหมาย ให้ตรวจว่าข้อตกลงเป็นหนังสือและต้องดำเนินการจดทะเบียนต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68 หรือไม่ สัญญานี้ไม่แทนการยืนยันตัวตนผู้ขายหรือการให้สิทธิผู้ใช้ตามกติกาแต่ละแพลตฟอร์ม
ลงนามข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำข้อตกลงสองฉบับข้อความตรงกัน ลงชื่อกำกับทุกหน้าและผนวก ตรวจชื่อแบรนด์ สิทธิใช้สื่อ บัญชีผู้จำหน่าย และข้อมูลราคาให้ตรงกับการขายจริง ตรวจอำนาจลงนาม เลขทะเบียน และหนังสือมอบอำนาจของนิติบุคคลก่อนลงชื่อ ก่อนเปิดร้านออนไลน์ ให้ทดสอบการเข้าถึงบัญชี แผนแจ้งข้อร้องเรียน และเส้นทางส่งต่อข้อมูลลูกค้า ห้ามส่งรหัสผ่าน รหัสกู้คืน หรือข้อมูลลูกค้าที่เกินความจำเป็นไว้ในเอกสารแนบ
ทำข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
ผนวก 1 รายการสินค้า รหัสสินค้า ราคาขายส่ง ราคาแนะนำ ส่วนลด ภาษี และเงื่อนไขสต็อก ผนวก 2 รายชื่อแพลตฟอร์มและบัญชีที่ได้รับอนุญาต … พร้อมสื่อและข้อความขายที่อนุมัติ ผนวก 3 ขั้นตอนรับประกัน คืนสินค้า เรียกคืนสินค้า และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ผนวก 4 ตารางข้อมูลลูกค้าที่ส่งต่อได้ วิธีส่งที่ปลอดภัย ระยะเก็บ เหตุแจ้งข้อมูลรั่วไหล และช่องทาง … กับ …
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 33 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213
ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215
เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453
อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน
ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461
ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472
ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475
หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อในอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของผู้ขายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น
ส่วนที่ 3 ความรับผิดในการรอนสิทธิ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 483
คู่สัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้
ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 485
ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ไม่อาจคุ้มความรับผิดของผู้ขายในผลของการอันผู้ขายได้กระทำไปเอง หรือผลแห่งข้อความจริงอันผู้ขายได้รู้อยู่แล้วและปกปิดเสีย
ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44
ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 30
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มา ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามคำขอตามวรรคหนึ่ง จะปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณี ที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บันทึกการปฏิเสธคำขอดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39 เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำขอตามวรรคหนึ่งและเป็นกรณีที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ ตามวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาตามวรรคหนึ่ง รวมทั้ง การขยายระยะเวลาตามวรรคสี่หรือหลักเกณฑ์อื่นตามความเหมาะสมก็ได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 33
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (2) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 32 (1) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา 32 (1) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา 32 (2) (4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 35
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5
ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9
ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่
พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 57
ในคำสั่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สิน ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้จัดการทรัพย์สินโดยจ่ายจากทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่นั้นก็ได้ ถ้าศาลมิได้กำหนด ผู้จัดการทรัพย์สินจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้
สาบสูญ — ป.พ.พ. ม.48–64
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5
ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป