สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้รับฝึกงานรับผู้ฝึกงานเข้าเรียนรู้งานภายใต้ผู้ดูแลและจ่ายค่าตอบแทน · ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ต้องได้ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อรับนักศึกษาฝึกงานที่มหาวิทยาลัยส่งตัวมา |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญาฝึกงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานตามหลักสูตรหรือการจ้างแรงงาน เพราะทั้งสองแบบไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ |
| ภาษี | เบี้ยเลี้ยงที่จ่ายแก่นักศึกษาฝึกงานเป็นเงินได้ของนักศึกษา ประเภทของเงินได้และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร เบี้ยเลี้ยงจำนวนน้อยมักไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ผู้รับฝึกงานหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวิธีของเงินเดือน |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | ชื่อ "ฝึกงาน" ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นลูกจ้างหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน ถ้าผู้ฝึกงานทำงานให้ภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทน ความสัมพันธ์นั้นเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ไม่ว่าสัญญาจะเรียกว่าอะไร สาขานักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร การฝึกงานที่สถานศึกษาส่งตัวมาเพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยมีผู้ดูแล แผนการเรียนรู้ และการประเมินผลส่งสถานศึกษา มักถือว่าไม่ใช่การจ้างแรงงาน แม้ผู้รับฝึกงานจ่ายเบี้ยเลี้ยง แต่ถ้าในทางปฏิบัติผู้ฝึกงานทำงานประจำแทนพนักงาน ทำงานเต็มเวลา หรือไม่ได้เรียนรู้ตามแผน ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง ข้อ 2 จึงบังคับให้มีผู้ดูแลและแผนการเรียนรู้ และจำกัดชั่วโมง หลักเกณฑ์นี้มาจากแนวคำพิพากษาและแนวปฏิบัติสาขาฝึกงานทั่วไปที่มีค่าตอบแทน ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ผู้รับฝึกงานต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น (ตรวจอัตราล่าสุดก่อนจ่าย) ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม และถ้าเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 การเรียกว่า "ฝึกงาน" ไม่ช่วยให้พ้นหน้าที่เหล่านี้ ผู้ฝึกงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมีข้อจำกัดเรื่องงานที่ห้ามทำ เวลาทำงาน และการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หมวดแรงงานเด็ก ให้ตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนรับเข้าฝึก |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.575; พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ม.118; พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ม.9; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24; ประมวลรัษฎากร ม.40(1) |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 249 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อรับนักศึกษาฝึกงานที่มหาวิทยาลัยส่งตัวมา
- ใช้เมื่อรับผู้ฝึกงานทั่วไปที่ไม่ใช่นักศึกษาพร้อมค่าตอบแทน
- ใช้เมื่อผู้ฝึกงานทำงานสร้างสรรค์และต้องโอนลิขสิทธิ์
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ต้องได้ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ
- นักศึกษาฝึกงานที่ทำงานแทนพนักงานประจำอาจถูกถือว่าเป็นลูกจ้าง
- ต้องมีประกันอุบัติเหตุ
- ลิขสิทธิ์ในงานของนักศึกษาต้องโอนเป็นหนังสือ
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าจ้างเป็นพนักงาน ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ)
- ถ้าให้ทุนการศึกษาแล้วให้ทำงานชดใช้ ให้ใช้ สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน
- ถ้าจ้างเป็นพนักงานชั่วคราวมีกำหนดเวลา ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา)
- สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Internship Agreement — สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์
สัญญาฝึกงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานตามหลักสูตรหรือการจ้างแรงงาน เพราะทั้งสองแบบไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
ชื่อ "ฝึกงาน" ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นลูกจ้างหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน ถ้าผู้ฝึกงานทำงานให้ภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทน ความสัมพันธ์นั้นเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ไม่ว่าสัญญาจะเรียกว่าอะไร
สาขานักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร การฝึกงานที่สถานศึกษาส่งตัวมาเพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยมีผู้ดูแล แผนการเรียนรู้ และการประเมินผลส่งสถานศึกษา มักถือว่าไม่ใช่การจ้างแรงงาน แม้ผู้รับฝึกงานจ่ายเบี้ยเลี้ยง แต่ถ้าในทางปฏิบัติผู้ฝึกงานทำงานประจำแทนพนักงาน ทำงานเต็มเวลา หรือไม่ได้เรียนรู้ตามแผน ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง ข้อ 2 จึงบังคับให้มีผู้ดูแลและแผนการเรียนรู้ และจำกัดชั่วโมง หลักเกณฑ์นี้มาจากแนวคำพิพากษาและแนวปฏิบัติสาขาฝึกงานทั่วไปที่มีค่าตอบแทน ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ผู้รับฝึกงานต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น (ตรวจอัตราล่าสุดก่อนจ่าย) ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม และถ้าเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 การเรียกว่า "ฝึกงาน" ไม่ช่วยให้พ้นหน้าที่เหล่านี้
ผู้ฝึกงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมีข้อจำกัดเรื่องงานที่ห้ามทำ เวลาทำงาน และการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หมวดแรงงานเด็ก ให้ตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนรับเข้าฝึก
ภาษี
เบี้ยเลี้ยงที่จ่ายแก่นักศึกษาฝึกงานเป็นเงินได้ของนักศึกษา ประเภทของเงินได้และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร เบี้ยเลี้ยงจำนวนน้อยมักไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ผู้รับฝึกงานหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวิธีของเงินเดือน
ลิขสิทธิ์ในผลงานของผู้ฝึกงาน
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9 ใช้กับงานที่ลูกจ้างสร้างสรรค์ในการจ้างแรงงาน นักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตรไม่ใช่ลูกจ้าง มาตรา 9 จึงอาจไม่ใช้ ลิขสิทธิ์ในผลงานเป็นของนักศึกษาผู้สร้างสรรค์ เว้นแต่โอนเป็นหนังสือ ข้อ 5.2 จึงโอนไว้อย่างชัดแจ้งลิขสิทธิ์ในงานของลูกจ้างเป็นของลูกจ้าง เว้นแต่ตกลงเป็นหนังสือ ข้อ 5.2 จึงโอนไว้ และยังให้ผู้ฝึกงานใช้ผลงานในรายงานฝึกงานได้ เพราะเป็นสิ่งที่สถานศึกษาต้องการ
อุบัติเหตุและข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ 4 บังคับให้มีความคุ้มครองอุบัติเหตุ เพราะนักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตรไม่อยู่ในระบบประกันสังคมและเงินทดแทนแบบลูกจ้าง ข้อมูลผลการประเมินของผู้ฝึกงานเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้รับฝึกงานเปิดเผยแก่สถานศึกษาได้ตามวัตถุประสงค์ของการฝึกงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- แผนการเรียนรู้
- หนังสือส่งตัวหรือบันทึกความร่วมมือกับสถานศึกษา ถ้ามี
- หลักฐานประกันอุบัติเหตุ
- แบบประเมินผลของสถานศึกษา ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ฝึกงานหนึ่งฉบับ ถ้าผู้ฝึกงานอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามให้ความยินยอมด้วย
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-394E46 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญาฝึกงานไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงานตามหลักสูตรหรือการจ้างแรงงาน เพราะทั้งสองแบบไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน เสียภาษีอะไรบ้าง
เบี้ยเลี้ยงที่จ่ายแก่นักศึกษาฝึกงานเป็นเงินได้ของนักศึกษา ประเภทของเงินได้และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายอยู่ในประมวลรัษฎากร ควรตรวจกับสำนักงานบัญชีหรือกรมสรรพากร เบี้ยเลี้ยงจำนวนน้อยมักไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีค่าจ้างเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) ผู้รับฝึกงานหักภาษี ณ ที่จ่ายตามวิธีของเงินเดือน
ใช้สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนตอนไหน
ใช้เมื่อรับนักศึกษาฝึกงานที่มหาวิทยาลัยส่งตัวมา · ใช้เมื่อรับผู้ฝึกงานทั่วไปที่ไม่ใช่นักศึกษาพร้อมค่าตอบแทน · ใช้เมื่อผู้ฝึกงานทำงานสร้างสรรค์และต้องโอนลิขสิทธิ์
ทำสัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนต้องระวังอะไร
ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ต้องได้ไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ · นักศึกษาฝึกงานที่ทำงานแทนพนักงานประจำอาจถูกถือว่าเป็นลูกจ้าง · ต้องมีประกันอุบัติเหตุ · ลิขสิทธิ์ในงานของนักศึกษาต้องโอนเป็นหนังสือ
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน
ถ้าจ้างเป็นพนักงาน ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (พนักงานประจำ) · ถ้าให้ทุนการศึกษาแล้วให้ทำงานชดใช้ ให้ใช้ สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน · ถ้าจ้างเป็นพนักงานชั่วคราวมีกำหนดเวลา ให้ใช้ สัญญาว่าจ้างทำงาน (มีกำหนดเวลา) · สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Internship Agreement — สัญญาฝึกงาน ภาษาอังกฤษ
สัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทน ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
ชื่อ "ฝึกงาน" ไม่ได้ตัดสินว่าเป็นลูกจ้างหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นตัวตัดสิน ถ้าผู้ฝึกงานทำงานให้ภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทน ความสัมพันธ์นั้นเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 575 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ใช้บังคับเต็มที่ ไม่ว่าสัญญาจะเรียกว่าอะไร สาขานักศึกษาฝึกงานตามหลักสูตร การฝึกงานที่สถานศึกษาส่งตัวมาเพื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยมีผู้ดูแล แผนการเรียนรู้ และการประเมินผลส่งสถานศึกษา มักถือว่าไม่ใช่การจ้างแรงงาน แม้ผู้รับฝึกงานจ่ายเบี้ยเลี้ยง แต่ถ้าในทางปฏิบัติผู้ฝึกงานทำงานประจำแทนพนักงาน ทำงานเต็มเวลา หรือไม่ได้เรียนรู้ตามแผน ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง ข้อ 2 จึงบังคับให้มีผู้ดูแลและแผนการเรียนรู้ และจำกัดชั่วโมง หลักเกณฑ์นี้มาจากแนวคำพิพากษาและแนวปฏิบัติสาขาฝึกงานทั่วไปที่มีค่าตอบแทน ผู้ฝึกงานที่ไม่ได้มาตามหลักสูตรและทำงานภายใต้การบังคับบัญชาเพื่อค่าตอบแทนเป็นลูกจ้าง ผู้รับฝึกงานต้องจ่ายไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำตามประกาศที่ใช้บังคับในท้องที่นั้น (ตรวจอัตราล่าสุดก่อนจ่าย) ต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคม และถ้าเลิกจ้างเมื่อทำงานครบ 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 การเรียกว่า "ฝึกงาน" ไม่ช่วยให้พ้นหน้าที่เหล่านี้ ผู้ฝึกงานที่อายุต่ำกว่า 18 ปีมีข้อจำกัดเรื่องงานที่ห้ามทำ เวลาทำงาน และการแจ้งต่อพนักงานตรวจแรงงานตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน หมวดแรงงานเด็ก ให้ตรวจข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนรับเข้าฝึก
ลงนามสัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน มอบให้ผู้ฝึกงานหนึ่งฉบับ ถ้าผู้ฝึกงานอายุต่ำกว่า 20 ปี ควรให้ผู้แทนโดยชอบธรรมลงนามให้ความยินยอมด้วย
ทำสัญญาฝึกงานแบบมีค่าตอบแทนต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
แผนการเรียนรู้ หนังสือส่งตัวหรือบันทึกความร่วมมือกับสถานศึกษา ถ้ามี หลักฐานประกันอุบัติเหตุ แบบประเมินผลของสถานศึกษา ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 5 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575
อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้
ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน
พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118
ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้าง ดังต่อไปนี้ (1) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (2) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (3) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (4) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (5) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปี แต่ไม่ครบยี่สิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย (6) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบยี่สิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสี่ร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสี่ร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
หมวด 11 ค่าชดเชย
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 9
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นในฐานะพนักงานหรือลูกจ้าง ถ้ามิได้ ทำเป็นหนังสือตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ให้ลิขสิทธิ์ในงานนั้นเป็นของผู้สร้างสรรค์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานนั้น ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ตามที่เป็นวัตถุประสงค์แห่งการจ้างแรงงานนั้น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41