สัญญาหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน มีกี่แบบ และควรเลือกฉบับไหน

ตอบสั้น

สัญญาหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน บนเว็บนี้มี 64 ฉบับ ได้แก่ สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) · สัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) · สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book · สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ · สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ · สัญญาฝากขายรถยนต์ · สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง · สัญญาฝากขายสินค้า และอีก 56 ฉบับ — เลือกจาก "งานที่ทำจริงคืออะไร" ไม่ใช่จากชื่อเอกสาร เพราะกฎหมายดูเนื้อหาของข้อตกลง ไม่ได้ดูหัวกระดาษ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
จำนวนฉบับในหมวดนี้64 ฉบับ
ช่วงราคาฟรี – 490 บาท

สัญญาหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน ทีละฉบับ

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ)

ร้านให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสของตัวเอง ขายได้เมื่อไรจึงจ่ายค่าบำเหน็จตามที่ตกลง

ใช้เมื่อ

  • ร้านออนไลน์เปิดโครงการ Affiliate ให้ครีเอเตอร์หรือลูกค้าช่วยแนะนำสินค้า
  • จ่ายค่าตอบแทนตามยอดขายจริง ไม่ใช่ค่าจ้างรายเดือน
  • ต้องการเขียนให้ชัดว่า «ยอดนี้ของใคร» นับอย่างไร และหักคืนได้แค่ไหนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า
  • อยากกันการปั่นยอด สั่งซื้อเอง ใช้บอต หรือแอบซื้อโฆษณาด้วยชื่อแบรนด์ของร้าน

ระวัง

  • ระยะเวลาระบุแหล่งที่มาในสัญญาต้องตรงกับที่ตั้งไว้ในระบบจริง ไม่งั้นเถียงกันทุกรอบบิล
  • ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ ม.40(2) — จ่ายนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% · จ่ายบุคคลธรรมดาคิดคนละวิธี ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก
  • นายหน้าต้องเปิดเผยว่าเป็นลิงก์ที่ได้ค่าตอบแทน — ปิดบังเสี่ยงผิดกฎหมายโฆษณาและกระทบทั้งสองฝ่าย
  • ให้สิทธิแต่ผู้เดียวโดยไม่กำหนดเป้าหมายและทางออก = ร้านติดล็อกกับคนที่ไม่ทำยอด
  • ถ้าเขียนให้นายหน้ารับเงินหรือทำสัญญาแทนได้เมื่อไร จะกลายเป็นตัวแทน ต้องปิดอากรและร้านผูกพันตามที่เขาทำ
  • สินค้าที่ต้องขออนุญาตโฆษณา (อาหาร เครื่องสำอาง ยา) พูดได้เฉพาะในขอบเขตที่ได้รับอนุญาต

ไม่เหมาะกับ

  • จ้างผลิตคอนเทนต์หรือไลฟ์โดยจ่ายเป็นรอบ ไม่ผูกกับยอดขาย — ใช้สัญญาจ้างไลฟ์ขายสินค้าหรือจ้างทำของ
  • ให้คนนั้นรับคำสั่งซื้อ เก็บเงิน หรือออกใบเสร็จแทนร้าน — ใช้สัญญาตัวแทนหรือสัญญาฝากขาย
  • ให้ซื้อสินค้าไปขายต่อในนามตัวเอง — ใช้สัญญาตัวแทนจำหน่าย (ซื้อขาด)
  • สัญญานายหน้าแอฟฟิลิเอต ภาษาอังกฤษ — ใช้ Affiliate Marketing Agreement — สัญญานายหน้าแอฟฟิลิเอต ภาษาอังกฤษ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) — 249 บาท

สัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน)

ตั้งตัวแทนให้ทำธุระหรือทำนิติกรรมแทน มีค่าตอบแทน พร้อมขอบอำนาจ เงินที่ถือแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิก

ใช้เมื่อ

  • เจ้าของอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ตั้งคนดูแลบ้านเช่า เก็บค่าเช่า ติดต่อช่างและราชการแทน
  • ธุรกิจตั้งบริษัทหรือผู้ชำนาญให้ยื่นขอใบอนุญาต ติดต่อหน่วยงาน หรือทำธุรกรรมแทนเป็นระยะ
  • ต้องการกำหนดให้ชัดว่าตัวแทนทำอะไรได้ ใช้เงินได้เท่าไร และต้องรายงานบ่อยแค่ไหน

ระวัง

  • การขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ ให้เช่าเกินสามปี ประนีประนอม ฟ้องคดี ต้องมอบเฉพาะเป็นรายเรื่อง — มอบทั่วไปไม่พอ
  • เรื่องที่กฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนก็ต้องเป็นหนังสือด้วย และหน่วยงานมักต้องการหนังสือมอบอำนาจตามแบบของตน
  • ถ้าให้ตัวแทนถือเงินหรือเข้าบัญชีออนไลน์ ให้ตั้งวงเงินและเปลี่ยนรหัสทันทีเมื่อเลิก

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ สัญญาตั้งตัวแทนเป็นตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 ตัวแทน มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) — 249 บาท

สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book

สัญญาระหว่างผู้เขียนกับสำนักพิมพ์ ให้สำนักพิมพ์ทำซ้ำและจำหน่ายงานเขียนตามรูปแบบที่ตกลง โดยผู้เขียนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และได้ค่าลิขสิทธิ์ตามยอดขาย

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อสำนักพิมพ์จะพิมพ์หนังสือเล่มกระดาษของผู้เขียน
  • ใช้เมื่อจะทำอีบุ๊กหรือหนังสือเสียงจากต้นฉบับเดียวกัน โดยเลือกได้ว่าให้สิทธิรูปแบบใดบ้าง
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดเงินล่วงหน้า อัตราค่าลิขสิทธิ์ และรอบรายงานยอดขาย
  • ใช้เมื่อต้องการให้สิทธิกลับคืนผู้เขียนถ้าหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์

ระวัง

  • ให้สิทธิเป็นรูปแบบทีละอย่าง อย่าให้เหมารวมทุกรูปแบบทั้งที่สำนักพิมพ์ยังไม่มีแผนทำ เพราะสิทธิที่ไม่ได้ใช้จะถูกถือค้างไว้
  • สัญญานี้เป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ไม่ใช่การโอนลิขสิทธิ์ ถ้าจะโอนต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17 และถ้าไม่ระบุเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี
  • ผู้เขียนยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการตัดทอนดัดแปลงจนเสียชื่อเสียงตาม ม.18 ขอบเขตการบรรณาธิกรณ์จึงต้องเขียนให้ชัด
  • ระบุฐานคำนวณค่าลิขสิทธิ์ให้ชัดว่าคิดจากราคาปกหรือจากรายรับสุทธิของสำนักพิมพ์ เพราะตัวเลขต่างกันมาก
  • ผู้เขียนต้องรับรองว่างานเป็นของตน ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น และไม่หมิ่นประมาทบุคคลจริง
  • ค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) สำนักพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book — 349 บาท

สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ

ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการที่มีความจุจำกัดตามปฏิทิน เช่น ที่พักหรือร้านอาหาร เปิดให้ลูกค้าจองล่วงหน้าผ่านระบบของตน

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีคิวและความจุจำกัด
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดความรับผิดเรื่องการจองซ้ำจากปฏิทินไม่ซิงก์
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าจะบังคับราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทางหรือไม่

ระวัง

  • เงื่อนไขราคาเท่าเทียมอาจขัดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าถ้าแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด ต้องตรวจก่อนเปิดใช้
  • เงินมัดจำของลูกค้ายังเป็นของลูกค้าจนกว่าจะถึงเงื่อนไขริบตามนโยบายยกเลิกที่แสดงไว้ล่วงหน้า
  • แยกความรับผิดเรื่องจองซ้ำตามต้นเหตุ ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดเสมอ
  • เตรียมกติกาเหตุสุดวิสัยไว้ล่วงหน้า เพื่อคืนเงินลูกค้าได้เร็วโดยไม่มีข้อพิพาท

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ค่าธรรมเนียมคิดเป็นร้อยละของยอดจองในอนาคต ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร

เปิดแบบฟอร์มสัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ — 349 บาท

สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์

สัญญาระหว่างสองแบรนด์ที่ร่วมออกแคมเปญ โดยแต่ละฝ่ายยังขายสินค้า รับเงิน และรับผิดในส่วนของตน

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมโปรโมตสินค้า ทำชุดสินค้าร่วม แจกสิทธิประโยชน์ หรือผลิตสื่อร่วมกัน
  • ใช้เมื่อแต่ละแบรนด์มีช่องทาง ทรัพยากร และงบประมาณที่ต้องระบุแยกกัน
  • ใช้เมื่อมีการใช้ชื่อ โลโก้ ภาพสินค้า และสื่อของอีกฝ่ายเฉพาะช่วงแคมเปญ
  • ใช้เมื่ออาจส่งข้อมูลลูกค้าหรือรายชื่อผู้สนใจระหว่างกันและต้องกำหนดบทบาท PDPA

ระวัง

  • อย่าใช้บัญชีรวม รับเงินรวม หรือแบ่งกำไรขาดทุนโดยไม่ตรวจความเสี่ยงเป็นห้างหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. ม.1012 และความรับผิดไม่จำกัดตาม ม.1025
  • ระบุผู้อนุมัติและวันตอบกลับให้ชัด ความเงียบไม่ควรถือเป็นการอนุมัติข้อความโฆษณา
  • แยกงบซื้อสื่อออกจากค่าใช้จ่ายผลิตงาน และห้ามก่อรายจ่ายแทนอีกฝ่ายเกินเพดาน
  • สิทธิใช้เครื่องหมายต้องจำกัดวัตถุประสงค์ ช่องทาง และระยะเวลา เจ้าของเครื่องหมายยังควบคุมคุณภาพตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68–72
  • สินค้าควบคุมและกิจกรรมชิงโชคอาจต้องขออนุญาตหรือใช้ข้อความบังคับ ให้ตรวจเฉพาะแคมเปญก่อนเผยแพร่
  • ถ้าจะส่งรายชื่อลูกค้าข้ามแบรนด์ ต้องทำข้อตกลงเรื่องข้อมูลแนบท้ายด้วย — ใช้ บันทึกข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมกับผู้ควบคุม) เมื่อต่างฝ่ายต่างเป็นผู้ควบคุมหรือควบคุมร่วมกัน และ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) เมื่อฝ่ายหนึ่งประมวลผลตามคำสั่งอีกฝ่าย
  • ของรางวัลจากการชิงโชคต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 5 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 9(1) ให้ตกลงว่าฝ่ายใดหักและนำส่งก่อนประกาศกิจกรรม

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ — 349 บาท

สัญญาฝากขายรถยนต์

เจ้าของรถฝากรถไว้กับเต็นท์รถให้หาผู้ซื้อ และจ่ายค่าตอบแทนเมื่อขายได้

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อนำรถไปจอดฝากขายที่เต็นท์รถมือสอง
  • ใช้เมื่อรถยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีจากเงินขายรถ
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดราคาต่ำสุดที่เต็นท์ขายได้เอง

ระวัง

  • อย่าให้ส่งมอบรถหรือลงนามชุดโอนก่อนได้รับเงินครบ
  • ให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าของรถโดยตรงถ้าทำได้
  • บันทึกเลขไมล์และสภาพรถวันส่งมอบ
  • เก็บกุญแจสำรองไว้เอง

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาฝากขายรถยนต์ — 349 บาท

สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง

ตัวการตั้งผู้ค้าเป็นตัวแทนค้าต่าง ขายสินค้าของตัวการในนามของตัวแทนเอง แล้วส่งเงินค่าสินค้าคืนตัวการหลังหักบำเหน็จร้อยละ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าให้ร้านส่ง ยี่ปั๊ว หรือบริษัทค้าขายในต่างจังหวัด ขายสินค้าในนามของร้านนั้นเอง โดยสินค้ายังเป็นของผู้ผลิตจนกว่าจะขายได้
  • ใช้เมื่อตกลงจ่ายเป็นบำเหน็จร้อยละของยอดขาย ไม่ใช่ขายส่งแล้วให้บวกราคาเอง
  • ใช้เมื่อต้องการให้ตัวแทนรับประกันว่าลูกค้าจะจ่าย (ตัวแทนฐานประกัน) หรือให้เป็นผู้จำหน่ายแต่ผู้เดียวในจังหวัดหรือภาคที่กำหนด
  • ใช้เมื่อตัวการส่งของตรงถึงลูกค้าเอง แต่ให้ตัวแทนเป็นผู้ขายและเก็บเงิน

ระวัง

  • ลูกค้ามีสัญญากับตัวแทน ไม่ใช่กับตัวการ — ถ้าตัวแทนเก็บเงินแล้วไม่ส่ง ตัวการต้องไล่เอากับตัวแทน จึงควรกำหนดวันส่งเงินให้สั้นและขอดูรายงานทุกรอบ
  • ถ้าติ๊กให้ตัวแทนรับประกันหนี้ลูกค้า ตัวแทนต้องส่งเงินแม้ลูกค้ายังไม่จ่าย และมีสิทธิได้บำเหน็จพิเศษตามกฎหมาย อย่าใส่ 0 โดยไม่ได้คุยกัน
  • เป้ายอดขายต้องทำได้จริง ถ้าไม่ถึงเป้า สัญญานี้ให้ยกเลิกความเป็นผู้เดียวเท่านั้น ไม่ใช่ปรับเงิน
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มของการขายผ่านตัวแทนมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ผู้ทำบัญชีทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนขายรายการแรก
  • ตัวแทนเก็บสต็อกไว้ต้องทำประกันภัยสินค้าให้ตัวการเป็นผู้รับประโยชน์ และตรวจนับร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างเป็นการตั้งตัวแทน เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 (ตัวแทน) — มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง — 349 บาท

สัญญาฝากขายสินค้า

ฝากของให้ร้านขาย ของยังเป็นของคุณจนกว่าจะขายได้ ร้านได้ส่วนต่าง รายงานยอดและโอนเงินเป็นรอบ

ใช้เมื่อ

  • ผู้ผลิต/แบรนด์เล็ก/สินค้าชุมชน/ศิลปิน ฝากของขายที่ร้าน คาเฟ่ ห้าง หรือร้านออนไลน์
  • ร้านค้าที่รับของมาวางขายโดยไม่อยากซื้อขาดและแบกสต็อก
  • ต้องการเงื่อนไขรับคืนของหมดอายุ ตรวจนับสต็อก และแยกบัญชีกรณีร้านเลิกกิจการ

ระวัง

  • เป็นตัวแทนค้าต่าง (ม.833) — ร้านต้องติดอากรแสตมป์ 30 บาทในฐานะตัวแทน
  • ผู้ฝากขายที่จด VAT ต้องทำตามหลักเกณฑ์สรรพากรเรื่องตัวแทนขาย ไม่งั้นถือว่าขายให้ร้านตั้งแต่วันส่งของ
  • ร้านเป็น «ผู้ขาย» ต่อลูกค้าตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค รับผิดก่อนแล้วไล่เบี้ย
  • อาหาร/เครื่องสำอาง ต้องมี อย./เลขจดแจ้งก่อนฝากขาย
  • ตกลงให้ชัดว่าของหาย/เสีย/หมดอายุใครรับ — แบบนี้ร้านรับเว้นเหตุสุดวิสัย

ไม่เหมาะกับ

  • ร้านซื้อขาดแล้วขายเอง — ใช้สัญญารับสินค้ามาขาย/ตัวแทนจำหน่าย
  • ให้ร้านเป็นตัวแทนหาลูกค้าโดยไม่ถือของ (นายหน้า) — ใช้สัญญานายหน้า
  • ฝากขายบ้าน/ที่ดิน — ใช้สัญญานายหน้าอสังหาริมทรัพย์
  • ผู้ค้าขายสินค้าในนามของตนเองเพื่อเจ้าของสินค้าแลกบำเหน็จเป็นร้อยละ มีเขตผู้เดียวหรือรับประกันหนี้ของลูกค้า (ตัวแทนค้าต่าง) — ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง
  • สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Consignment Agreement — สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ

อากรแสตมป์ ตั้งตัวแทน ลักษณะ 21: มอบอำนาจทั่วไปเพื่อกิจการ 30 บาท · เฉพาะการ 10 บาท — ผู้รับฝากขาย (ตัวแทน) เป็นผู้เสียอากร ผู้ฝากขายขีดฆ่า

เปิดแบบฟอร์มสัญญาฝากขายสินค้า — 349 บาท

สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์

เจ้าของสินค้าฝากขายผ่านเพจหรือเว็บไซต์ของอีกฝ่าย ของยังเป็นของผู้ฝากจนกว่าจะขายได้ ผู้รับฝากขายได้ส่วนต่างราคาและต้องรายงานยอดกับโอนเงินเป็นรอบ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อฝากสินค้าให้เพจ ร้านออนไลน์ หรือร้านบนแพลตฟอร์มขายให้ โดยยังไม่ขายขาด
  • ใช้เมื่อค่าตอบแทนคิดจากส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาฝากขาย
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดให้ชัดว่าบัญชีออนไลน์ ผู้ติดตาม และรูปสินค้าเป็นของฝ่ายใดเมื่อเลิกกัน
  • ใช้ได้ทั้งแบบผูกขาดช่องทางออนไลน์และไม่ผูกขาด

ระวัง

  • ฝากขายเป็นตัวแทนค้าต่างตาม ป.พ.พ. ม.833–844 เงินที่ลูกค้าจ่ายเป็นเงินที่รับไว้แทนผู้ฝากขาย ไม่ใช่รายได้ของผู้รับฝากขายทั้งก้อน
  • ถ้าผู้ฝากขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องทำสัญญาตั้งตัวแทนและแจ้งสรรพากรตามหลักเกณฑ์ มิฉะนั้นถือว่าขายตั้งแต่วันส่งมอบให้ร้าน ต้องออกใบกำกับภาษีทั้งที่ยังไม่ได้เงิน
  • ผู้รับฝากขายเป็นผู้ขายในสายตาลูกค้าและกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค จึงถูกเรียกร้องก่อนแล้วจึงไล่เบี้ยผู้ฝากขาย
  • สินค้าที่ต้องมีเลขจดแจ้งหรือใบอนุญาต ร้านที่นำมาขายผิดด้วย ไม่ใช่เฉพาะเจ้าของสินค้า

ไม่เหมาะกับ

  • อย่าใช้เมื่อร้านซื้อสินค้าขาดไปแล้ว กรณีนั้นเป็นซื้อขายหรือสัญญาตัวแทนจำหน่าย
  • อย่าใช้เมื่อผู้รับฝากขายขายในนามของผู้ฝากขายโดยตรง กรณีนั้นเป็นสัญญาตัวแทนหรือนายหน้า
  • อย่าปล่อยให้ข้อ 2 เว้นว่างว่าบัญชีออนไลน์เป็นของใคร เพราะเป็นข้อพิพาทหลักเมื่อเลิกสัญญา
  • สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Consignment Agreement — สัญญาฝากขายสินค้า ภาษาอังกฤษ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ — 249 บาท

สัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้

สัญญาระหว่างครีเอเตอร์สองฝ่ายที่ผลิตคอนเทนต์ร่วมกันลงช่องเดียวกันและแบ่งรายได้ที่เกิดขึ้น โดยแต่ละฝ่ายยังเป็นอิสระต่อกันทางภาษีและความรับผิด

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อสองคนทำช่อง YouTube พอดแคสต์ หรือเพจร่วมกันและแบ่งรายได้
  • ใช้เมื่อคนหนึ่งออกหน้ากล้อง อีกคนถ่ายและตัดต่อ แล้วแบ่งรายได้กัน
  • ใช้เมื่อต้องตกลงว่าบัญชีช่องเป็นของใครและใครมีสิทธิแอดมิน
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดล่วงหน้าว่าถ้าแยกทางแล้วคลิปเก่าและรายได้เก่าจะเป็นอย่างไร

ระวัง

  • งานที่สร้างร่วมกันจนแยกส่วนของแต่ละคนไม่ได้ เป็นงานที่มีผู้สร้างสรรค์ร่วมตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.4 ซึ่งโดยหลักต้องใช้สิทธิร่วมกัน
  • อย่าเปิดบัญชีรับเงินร่วมหรือแบ่งกำไรขาดทุน เพราะอาจกลายเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญที่หุ้นส่วนทุกคนรับผิดในหนี้ทั้งปวงโดยไม่จำกัดตาม ป.พ.พ. ม.1012 และ ม.1025
  • รายได้แพลตฟอร์มเข้าบัญชีคนเดียว คนนั้นเป็นผู้มีเงินได้ทั้งจำนวนในทางภาษี ต้องวางวิธีออกเอกสารให้ถูกตั้งแต่ต้น
  • ระบุให้ชัดว่านับรายได้จากอะไรบ้าง ทั้งโฆษณา สปอนเซอร์ สินค้า ทิป และค่าลิขสิทธิ์จากการนำคลิปไปใช้ซ้ำ
  • เงื่อนไขแพลตฟอร์มมักห้ามโอนหรือแบ่งบัญชี ข้อตกลงเรื่องแอดมินจึงผูกพันกันเองเท่านั้น ไม่ผูกพันแพลตฟอร์ม
  • ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้ตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ไว้แล้ว

ไม่เหมาะกับ

  • ไม่เหมาะเมื่อฝ่ายหนึ่งจ้างอีกฝ่ายผลิตงานและจ่ายค่าจ้าง ให้ใช้ สัญญาจ้างตัดต่อวิดีโอ หรือ สัญญาจ้าง UGC Creator ตามลักษณะงาน
  • ไม่เหมาะเมื่อสองแบรนด์ร่วมทำแคมเปญการตลาดที่มีวันเริ่มวันจบ ให้ใช้ สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์
  • ไม่เหมาะเมื่อจะลงทุนร่วมกันเป็นกิจการต่อเนื่อง มีทรัพย์สินร่วม และแบ่งกำไรขาดทุน ควรใช้สัญญาร่วมทุนหรือจดทะเบียนนิติบุคคลหลังตรวจโครงสร้างภาษีและความรับผิดแล้ว

เปิดแบบฟอร์มสัญญาร่วมสร้างคอนเทนต์และแบ่งรายได้ — 349 บาท

สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน

สัญญาระหว่างเจ้าของลิขสิทธิ์กับผู้รับโอน เพื่อเปลี่ยนเจ้าของสิทธิในผลงานทั้งหมดหรือบางส่วนตามขอบเขตและเวลาที่กำหนด

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อขายหรือโอนลิขสิทธิ์ภาพ งานเขียน ดนตรี วิดีโอ โปรแกรม หรือผลงานสร้างสรรค์ที่ระบุได้
  • ใช้เมื่อโอนสิทธิทั้งหมดหรือเฉพาะสิทธิทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ หรือให้เช่า
  • ใช้เมื่อจะให้การโอนมีผลเมื่อชำระค่าตอบแทนครบ

ระวัง

  • การโอนลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนตาม ม.17
  • ถ้าไม่กำหนดระยะเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี จึงต้องเลือกตลอดอายุการคุ้มครองหรือระบุจำนวนปีให้ชัด
  • ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการดัดแปลงที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 เว้นแต่ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ตรวจวัสดุบุคคลภายนอก เพราะผู้โอนไม่อาจโอนสิทธิเกินกว่าที่ตนมี
  • ค่าตอบแทนโอนลิขสิทธิ์อาจมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ตามสถานะคู่สัญญา

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน — 249 บาท

บันทึกข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมกับผู้ควบคุม)

สองกิจการที่ต่างเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าของตัวเอง ตกลงกันว่าจะส่งข้อมูลให้กันอย่างไร และใครรับผิดชอบอะไรตาม PDPA

ใช้เมื่อ

  • ทำโปรโมชันร่วมกันและแลกฐานลูกค้า
  • ผู้ผลิตส่งข้อมูลลูกค้าให้ตัวแทนจำหน่าย/ศูนย์บริการ
  • แฟรนไชส์ซอร์กับแฟรนไชส์ซีใช้ระบบสมาชิกร่วมกัน
  • โรงพยาบาล/คลินิกกับบริษัทประกันหรือพันธมิตรสุขภาพ

ระวัง

  • ฝ่ายส่งต้องเคยแจ้งเจ้าของข้อมูลว่าจะเปิดเผยให้ใคร (ม.23) — ไม่เคยแจ้ง ต้องแจ้งเพิ่ม/ขอความยินยอมก่อนส่ง
  • ฝ่ายรับต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลภายใน 30 วันที่ได้ข้อมูลมา (ม.25)
  • ข้อมูลอ่อนไหว (สุขภาพ ศาสนา ฯลฯ) ส่งได้เฉพาะมีความยินยอมชัดแจ้งหรือข้อยกเว้น ม.26
  • พันธมิตรต่างชาติ/ระบบต่างประเทศ = โอนข้อมูลต่างประเทศ ม.28
  • ละเมิดต้องแจ้ง สคส. ใน 72 ชม. — ตั้งเวลาแจ้งกันให้เร็วกว่านั้น

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มบันทึกข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมกับผู้ควบคุม) — 490 บาท

สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence)

สัญญาที่ผู้ลงทุนหรือผู้สนใจซื้อกิจการให้คำมั่นว่าจะรักษาความลับของข้อมูลที่ได้จากการเข้าตรวจสอบบริษัท (Due Diligence) และใช้เพื่อตัดสินใจลงทุนเท่านั้น

ใช้เมื่อ

  • ใช้ก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งงบการเงิน สัญญาลูกค้า และข้อมูลพนักงานให้นักลงทุน กองทุน หรือบริษัทที่สนใจซื้อหุ้นหรือซื้อกิจการ
  • ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นจะขายหุ้นและต้องให้ผู้ซื้อตรวจบริษัท (ติ๊ก «ผู้เปิดเผยข้อมูลเป็นผู้ถือหุ้นผู้ขาย»)
  • ใช้เมื่อผู้สนใจลงทุนเป็นคู่แข่งหรือคนในวงการเดียวกัน และต้องการห้ามชักชวนพนักงานกับลูกค้าหลังเห็นข้อมูล

ระวัง

  • ลงนามก่อนเปิดห้องข้อมูลหรือส่งเอกสารชิ้นแรก และส่งข้อมูลเป็นชั้น ๆ — ข้อมูลที่อ่อนไหวที่สุด (ราคาต่อลูกค้า ค่าตอบแทนรายคน) เปิดเมื่อการเจรจาใกล้จบ
  • ปกปิดชื่อพนักงานและลูกค้าในเอกสารก่อนขึ้นห้องข้อมูลเมื่อทำได้ — ผู้เปิดเผยยังเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
  • ถ้ากิจการเป้าหมายเป็นบริษัทจดทะเบียนหรือในเครือ ต้องติ๊กสวิตช์ข้อมูลภายใน และแจ้งฝ่ายกำกับของบริษัทก่อนเปิดเผย
  • ระบุผู้ประสานงานคนเดียวให้ชัด และบอกพนักงานภายในว่าผู้ลงทุนต้องติดต่อผ่านช่องทางนี้เท่านั้น
  • ข้อห้ามชักชวนต้องมีระยะเวลาสมเหตุผล (ทั่วไป 12–24 เดือน) ยาวเกินไปศาลให้มีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรม

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence) — 349 บาท

สัญญาแปลงหนี้เป็นทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

เจ้าหนี้ยอมรับหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทแทนการรับชำระหนี้เป็นเงิน ผ่านขั้นตอนที่กฎหมายยอมรับ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นให้บริษัทกู้ไว้มากและต้องการแปลงเป็นหุ้น
  • ใช้เมื่อคู่ค้าที่เป็นเจ้าหนี้ยอมรับหุ้นแทนเงิน
  • ใช้เมื่อบริษัทต้องการลดหนี้ในงบการเงินก่อนระดมทุน

ระวัง

  • กฎหมายห้ามเอาหนี้หักกลบกับค่าหุ้นโดยตรง ต้องทำเป็นขั้นตอน และควรให้ทนายของบริษัทตรวจก่อน
  • ต้องมีมติผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนและจดทะเบียนภายในกำหนด
  • ถ้าขั้นตอนใดไม่สำเร็จ หนี้ต้องยังคงอยู่
  • ผู้ถือหุ้นเดิมควรรับทราบการลดสัดส่วนเป็นหนังสือ

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาแปลงหนี้เป็นทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก — 490 บาท

สัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป

เจ้าของเว็บไซต์หรือแอปให้ผู้ลงโฆษณาซื้อพื้นที่แสดงผลของตนโดยตรง คิดค่าตอบแทนตามจำนวนครั้งที่แสดงหรือคลิก

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเว็บไซต์หรือแอปขายพื้นที่โฆษณาของตัวเองให้แบรนด์หรือเอเจนซี่โดยตรง
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดวิธีนับยอดแสดงผล มาตรฐานการมองเห็น และการจัดการทราฟฟิกปลอม
  • ใช้เมื่อผู้ลงโฆษณาต้องการความเป็นเอกสิทธิ์ในหมวดสินค้าบนพื้นที่นั้น

ระวัง

  • กำหนดล่วงหน้าว่าตัวเลขของใครเป็นหลักเมื่อระบบวัดผลสองฝ่ายนับได้ไม่ตรงกัน
  • ต้องคืนเงินหรือชดเชยพื้นที่โฆษณาเมื่อพบภายหลังว่ามีทราฟฟิกไม่สุจริตหรือบอทปนอยู่ในยอดที่เรียกเก็บแล้ว
  • คุกกี้และพิกเซลของผู้ลงโฆษณาเองต้องมีฐานทางกฎหมายของตัวเอง ไม่ใช่อาศัยความยินยอมที่ผู้เผยแพร่ขอไว้
  • สินค้าควบคุมการโฆษณา เช่น ยาหรืออาหารเสริม ต้องผ่านการอนุญาตข้อความโฆษณาก่อนเผยแพร่เสมอ

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาใช้พื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์หรือแอป — 249 บาท

สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)

ร้านหรือดีลเลอร์ซื้อสินค้าจากแบรนด์มาขายต่อในนามตัวเอง (ซื้อขาด มีเครดิตได้) — ของเป็นของร้านตั้งแต่รับมอบ

ใช้เมื่อ

  • แบรนด์/ผู้ผลิตแต่งตั้งร้านหรือดีลเลอร์ขายสินค้าในจังหวัดหรือช่องทางที่กำหนด
  • ร้านค้าที่ซื้อของมาขายเป็นประจำและอยากได้เครดิต วงเงิน และเงื่อนไขรับคืนที่ชัด
  • ต้องการ exclusive ในเขต แลกกับเป้าซื้อขั้นต่ำ

ระวัง

  • ซื้อขาด — ของขายไม่ออกหรือหาย เป็นความเสี่ยงของร้าน (ต่างจากฝากขาย)
  • ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่อย่าเขียนว่า «ตั้งตัวแทน» ไม่งั้นเข้าลักษณะ 21
  • ห้ามขายสินค้าคู่แข่ง/บังคับราคาขายต่อ อาจผิดกฎหมายแข่งขันทางการค้าถ้าฝ่ายใดมีอำนาจเหนือตลาด — แบบนี้ให้แค่ราคาแนะนำ
  • ร้านเป็นผู้ขายต่อลูกค้า รับผิดชำรุดก่อนแล้วไล่เบี้ยแบรนด์
  • หนี้ค่าสินค้าอายุความ 2 ปี — แบรนด์ต้องตามหนี้ให้ทัน

ไม่เหมาะกับ

  • ของยังเป็นของแบรนด์จนกว่าจะขายได้ (ฝากขาย) — ใช้สัญญาฝากขายสินค้า
  • ให้สิทธิใช้แบรนด์เปิดร้านทั้งร้าน มีค่าธรรมเนียม/ระบบ — เป็นแฟรนไชส์ ต้องใช้สัญญาแฟรนไชส์
  • ซื้อครั้งเดียวจบ — ใช้สัญญาซื้อขายทั่วไป
  • ของยังเป็นของเจ้าของสินค้า แต่ให้ผู้ค้าขายในนามตนเองแลกบำเหน็จร้อยละ (ตัวแทนค้าต่าง ไม่ได้ซื้อขาด) — ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง
  • ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Distributorship Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย ภาษาอังกฤษ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) — 349 บาท

สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)

ข้อตกลงที่กฎหมาย PDPA บังคับให้มี เมื่อคุณส่งข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานให้คนนอกทำงานแทนคุณ

ใช้เมื่อ

  • จ้างบริษัททำเงินเดือน บัญชี หรือ HR outsource
  • ใช้ซอฟต์แวร์/คลาวด์ที่เก็บข้อมูลลูกค้า (CRM, POS, ระบบสมาชิก)
  • จ้างบริษัทขนส่ง คอลเซ็นเตอร์ หรือเอเจนซีการตลาดที่ได้รายชื่อลูกค้าไป
  • จ้างพัฒนาระบบที่ต้องใช้ข้อมูลจริงทดสอบ

ระวัง

  • ไม่มีสัญญานี้ ผู้ว่าจ้าง (ผู้ควบคุม) ผิด ม.40 เอง ปรับได้ถึง 3 ล้านบาท
  • ผู้รับจ้างเอาข้อมูลไปใช้เพื่อตัวเองด้วย = เป็นผู้ควบคุมอีกคน ต้องใช้บันทึกแบ่งปันข้อมูลแทน
  • ผู้ควบคุมต้องแจ้ง สคส. ใน 72 ชม. — ให้ผู้ประมวลผลแจ้งคุณเร็วกว่านั้น (ค่าเริ่มต้น 24 ชม.)
  • เซิร์ฟเวอร์/คลาวด์อยู่ต่างประเทศ = โอนข้อมูลต่างประเทศ ต้องเข้าหลักเกณฑ์ ม.28
  • ลงนามก่อนส่งข้อมูลชุดแรก

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล) — 490 บาท

สัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ

จ้างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคลมาให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารและพนักงานในโครงการ จ่ายเป็นรายเดือน

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อจ้างวิศวกร นักบัญชี ผู้เชี่ยวชาญการผลิต ไอที หรือผู้เกษียณที่มีประสบการณ์ มาให้คำแนะนำเดือนละไม่กี่วัน
  • ใช้เมื่อผู้เชี่ยวชาญเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ใช่บริษัท
  • ใช้เมื่อโครงการอาจจบก่อนกำหนดและต้องการกติกาเลิกสัญญาที่ชัด

ระวัง

  • สั่งงานผ่านขอบเขตคำปรึกษาและการนัดหมาย อย่าบังคับเข้างานรายวันหรือใช้วินัยพนักงาน ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นลูกจ้าง
  • ผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติต้องมีใบอนุญาตทำงานก่อนเริ่มงาน
  • ถ้าผู้เชี่ยวชาญใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ ให้ติ๊กอนุญาตและระบุเครื่องมือที่ไม่นำข้อมูลไปฝึกระบบ
  • ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกเดือน

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญ — 249 บาท

สัญญาตัวแทนส่งออก

ตัวแทนหาผู้ซื้อต่างประเทศให้สินค้าของตัวการไทยในเขตที่กำหนดเพื่อค่านายหน้า โดยตัวการเป็นผู้ขายและผู้ส่งออก

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อแต่งตั้งตัวแทนในต่างประเทศหาลูกค้าให้สินค้าไทย
  • ใช้เมื่อให้ตัวแทนดูแลตลาดประเทศหนึ่งแบบผูกขาดพร้อมเป้ายอดขาย
  • ใช้เมื่อจ่ายค่านายหน้าตามยอดขายที่ลูกค้าต่างประเทศชำระแล้ว

ระวัง

  • จ่ายค่านายหน้าเมื่อได้รับเงินจากผู้ซื้อแล้ว
  • ลงทะเบียนผู้ซื้อที่ตัวแทนแนะนำเป็นหนังสือ เพื่อไม่ให้เถียงกันว่าใครหาลูกค้า
  • ถ้าให้เขตผูกขาด ให้มีเป้ายอดขายและผลเมื่อไม่ถึงเป้า
  • บางประเทศมีกฎหมายให้ตัวแทนได้ค่าชดเชยเมื่อถูกเลิกสัญญา ให้ตรวจก่อน

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตัวแทนส่งออก — 349 บาท

สัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้ง

ผู้ก่อตั้งตกลงหน้าที่ เงิน และทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนจดทะเบียนบริษัท

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเพื่อนสองสามคนเริ่มทำสตาร์ทอัปก่อนตั้งบริษัท
  • ใช้เมื่อผู้ก่อตั้งคนหนึ่งเขียนโปรแกรมและอีกคนลงเงิน
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดว่าถ้ามีคนออกก่อนตั้งบริษัทจะเป็นอย่างไร

ระวัง

  • งานที่ผู้ก่อตั้งสร้างเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ก่อตั้งเองถ้าไม่โอน
  • ก่อนจดทะเบียน ผู้ก่อตั้งรับผิดในหนี้เป็นส่วนตัว
  • เปิดโดเมนและบัญชีสื่อในชื่อที่ทุกคนเข้าถึงได้
  • ทำสัญญาผู้ถือหุ้นเมื่อบริษัทจดทะเบียนแล้ว

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาแบ่งหน้าที่และค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ก่อตั้ง — 349 บาท

สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)

ขายแฟรนไชส์ร้านของคุณ — ค่าแรกเข้า royalty เขตคุ้มครอง วัตถุดิบ อบรม ตรวจมาตรฐาน และเปิดเผยข้อมูลให้ถูกกฎหมายแข่งขันทางการค้า

ใช้เมื่อ

  • เจ้าของร้านอาหาร ชานม กาแฟ ขนม ค้าปลีก ที่จะเปิดให้คนอื่นซื้อแฟรนไชส์
  • ธุรกิจบริการ (ซักรีด คาร์แคร์ สถาบันกวดวิชา ฟิตเนส คลินิกความงาม) ที่ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์
  • ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่อยากมีสัญญาที่มีสิทธิของตนชัด (เขตคุ้มครอง เลิกก่อนกำหนดราคาชัด ซื้อคืนสต็อก)

ระวัง

  • ต้องส่งเอกสารเปิดเผยข้อมูล (ผนวก 3) ให้ผู้ซื้อก่อนลงนาม — ประกาศ กขค. 2562 บังคับ ฝ่าฝืนปรับถึง 10% ของรายได้
  • จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนขายแฟรนไชส์ และจดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายหลังลงนาม
  • ค่าแรกเข้าและ royalty หัก ณ ที่จ่าย 3% (เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัท) + VAT 7% · ค่าวัตถุดิบเป็นซื้อขาย แยกใบกำกับ
  • บังคับซื้อได้เฉพาะของที่จำเป็นต่อมาตรฐานแบรนด์ และราคาต้องไม่สูงกว่าที่ขายให้รายอื่น
  • non-compete และค่าปรับ ศาลลดได้ถ้าเกินจำเป็น — อย่าใส่ตัวเลขเว่อร์

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) — 490 บาท

สัญญาตัวแทนนำเข้าสินค้า

ตัวแทนหาและจัดการผู้ขายต่างประเทศให้ตัวการไทยเพื่อค่านายหน้า โดยตัวการเป็นผู้ซื้อและผู้นำเข้า

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อจ้างตัวแทนในจีนหรือประเทศอื่นหาโรงงานและดูแลการสั่งซื้อ
  • ใช้เมื่อต้องการคนตรวจโรงงานและตัวอย่างแทนก่อนสั่งผลิต
  • ใช้เมื่อสั่งสินค้าจากหลายโรงงานและให้ตัวแทนรวมสินค้าส่งทีเดียว

ระวัง

  • ความเสี่ยงหลักคือตัวแทนรับส่วนต่างลับจากโรงงาน ให้มีสิทธิตรวจบัญชี
  • ตัวการเป็นผู้นำเข้า ต้องเสียอากรและรับผิดต่อผู้บริโภคเอง
  • ถ้าให้ตัวแทนจ่ายเงินโรงงานแทน กำหนดวงเงินและหลักฐานให้ชัด
  • ตรวจใบอนุญาตนำเข้า มอก. อย. และฉลากไทยก่อนสั่ง

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตัวแทนนำเข้าสินค้า — 349 บาท

สัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม

ผู้สอนอนุญาตให้แพลตฟอร์มขายคอร์สของตน แล้วแบ่งรายได้ตามร้อยละที่ตกลง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อผู้สอนนำคอร์สไปวางขายบนแพลตฟอร์มคอร์สออนไลน์
  • ใช้เมื่อแพลตฟอร์มเชิญผู้สอนมาผลิตคอร์สเพื่อแบ่งรายได้
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดให้ชัดว่ารายได้สุทธิหักอะไรบ้าง

ระวัง

  • ผู้สอนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ้าไม่ได้โอน
  • กำหนดเพดานส่วนลดที่แพลตฟอร์มให้ได้เอง
  • ผู้เรียนที่ซื้อแล้วต้องเรียนต่อได้เมื่อถอดคอร์ส
  • แพลตฟอร์มที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษีค่าลิขสิทธิ์

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาแบ่งรายได้ระหว่างผู้สอนกับแพลตฟอร์ม — 349 บาท

สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

ให้คนอื่นใช้สิทธิบัตร สูตร ลิขสิทธิ์ หรือแบรนด์ของคุณไปผลิตขาย แลกค่าแรกเข้า ค่ารายปี หรือ royalty จากยอดขาย

ใช้เมื่อ

  • นักวิจัย/นักประดิษฐ์ให้บริษัทผลิตขายตามสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร
  • เจ้าของสูตร/know-how/ซอฟต์แวร์/คอนเทนต์ ให้ผู้อื่นใช้เชิงพาณิชย์ในเขตที่กำหนด
  • แบรนด์ให้โรงงานผลิตสินค้าติดเครื่องหมายการค้าของตนโดยเก็บ royalty

ระวัง

  • สิทธิบัตร/เครื่องหมายการค้า: สัญญาอนุญาตต้องจดทะเบียนที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่งั้นโมฆะ
  • ค่าสิทธิเป็นเงินได้ ม.40(3) หัก ณ ที่จ่าย 3% และมี VAT · จ่ายต่างประเทศหัก 15% + ภ.พ.36
  • ให้ exclusive ต้องมียอดขั้นต่ำ/ค่าสิทธิขั้นต่ำ ไม่งั้นถูกล็อกเขตโดยไม่มีรายได้
  • ต้องมีสิทธิตรวจบัญชียอดขายเมื่อคิด royalty เป็น %
  • ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่แยกค่าฝึกอบรม/ถ่ายทอดออกจากค่าสิทธิให้ชัด

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ อนุญาตให้ใช้สิทธิไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญานี้

เปิดแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา — 349 บาท

สัญญาตัวแทนนายหน้าขายที่ดิน

เจ้าของที่ดินตั้งตัวแทนนายหน้าให้ทำการแทนและหาผู้ซื้อ จ่ายค่าบำเหน็จเมื่อขายได้

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อขายที่ดินหลายแปลงหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และให้นายหน้าดูแลตั้งแต่ประกาศถึงนัดโอน
  • ใช้เมื่อนายหน้าจะกระจายงานให้นายหน้าช่วงในเครือข่าย
  • ใช้เมื่อผู้ซื้อผ่อนเป็นงวดก่อนโอน และต้องการกำหนดค่าบำเหน็จตามงวด

ระวัง

  • ตัวแทนนายหน้าลงนามจะซื้อจะขายหรือโอนแทนไม่ได้ ถ้าต้องการให้ทำ ต้องมอบอำนาจเฉพาะเป็นหนังสือแยก
  • ค่าบำเหน็จแบบส่วนเกินราคา ต้องแจ้งราคาซื้อขายจริงทั้งจำนวนที่สำนักงานที่ดิน
  • เปิดผูกขาดหรือค่าชดเชยเมื่อไม่ยอมขาย ค่าชดเชยเป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน
  • ถ้ามอบให้รับเงินแทน เงินเป็นของเจ้าของที่ดินทันที ตรวจยอดเข้าบัญชีทุกครั้ง

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตัวแทนนายหน้าขายที่ดิน — 349 บาท

สัญญาตั้งนายหน้าขายที่ดิน

เจ้าของที่ดินตั้งนายหน้าหาผู้ซื้อที่ดิน และจ่ายค่าบำเหน็จเมื่อโอนที่สำนักงานที่ดิน

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อจะขายที่ดินเปล่าที่มีโฉนดหรือ น.ส.3 ก. และให้นายหน้าช่วยหาผู้ซื้อ
  • ใช้เมื่อยังอยากตั้งนายหน้าหลายรายหรือขายเองได้ด้วย
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดว่าค่าบำเหน็จจ่ายวันโอนเท่านั้น

ระวัง

  • นายหน้าไม่มีอำนาจรับเงินจองหรือมัดจำแทน ให้ผู้ซื้อโอนเข้าบัญชีเจ้าของที่ดินโดยตรง
  • ค่าบำเหน็จแบบส่วนเกินราคา ต้องแจ้งราคาซื้อขายจริงทั้งจำนวนที่สำนักงานที่ดิน
  • ภาพที่ลากเส้นแนวเขตเป็นแนวโดยประมาณ ถ้าผู้ซื้อต้องการเนื้อที่แน่นอนให้รังวัดสอบเขต
  • ตรวจผังเมืองและทางเข้าออกก่อนประกาศ ข้อมูลผิดทำให้การซื้อขายล้มได้

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตั้งนายหน้าขายที่ดิน — 249 บาท

บันทึกข้อตกลง (MOA) — ระหว่างธุรกิจ/องค์กรทั่วไป

ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสองบริษัท/องค์กร ที่กำหนดหน้าที่แต่ละฝ่ายและบังคับกันได้

ใช้เมื่อ

  • ร่วมพัฒนาสินค้า ร่วมจัดงาน แบ่งงานกันทำโดยไม่ตั้งบริษัทใหม่
  • ต้องการให้ฟ้องบังคับได้ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตาม
  • ความร่วมมือมีระยะเวลาและกิจกรรมชัดเจน

ระวัง

  • หน้าที่ต้องวัดได้ — «สนับสนุนตามสมควร» ฟ้องไม่ได้
  • ฝ่ายหนึ่งรับทำงานให้อีกฝ่ายโดยได้สินจ้าง = จ้างทำของ ต้องติดอากร 1/1,000
  • ตกลงเรื่องเจ้าของผลงานก่อนเริ่มแต่ละโครงการ
  • ข้อมูลลับควรมี NDA แยกที่ละเอียดกว่า

ไม่เหมาะกับ

  • จะแบ่งกำไรขาดทุนกัน — ใช้สัญญาร่วมทุน/ห้างหุ้นส่วน
  • ฝ่ายเดียวรับจ้างทำงาน — ใช้สัญญาจ้างทำของ

เปิดแบบฟอร์มบันทึกข้อตกลง (MOA) — ระหว่างธุรกิจ/องค์กรทั่วไป — 149 บาท

บันทึกความเข้าใจ (MOU) — ระหว่างธุรกิจ/องค์กรทั่วไป

บันทึกแสดงเจตนาร่วมมือระหว่างสองบริษัทหรือองค์กร ก่อนทำสัญญาจริง

ใช้เมื่อ

  • สองธุรกิจอยากจับมือกันแต่ยังไม่ตกลงรายละเอียดเงินและงาน
  • ต้องการเอกสารไว้แถลงข่าว/ยื่นธนาคารว่ามีพันธมิตร
  • เป็นขั้นแรกก่อนทำสัญญาร่วมทุนหรือสัญญาบริการ

ระวัง

  • ถ้าเขียนหน้าที่ชัด (ใครจ่าย เท่าไร เมื่อไร) ศาลอาจถือว่าเป็นสัญญาที่ฟ้องได้ — เปิดข้อ 8 ไว้ถ้าต้องการให้เป็น MOU จริง
  • ผู้ลงนามต้องเป็นกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรอง
  • ความลับทางการค้าที่แลกกันระหว่าง MOU ไม่ได้รับความคุ้มครอง — ทำ NDA แยก

ไม่เหมาะกับ

  • ต้องการบังคับให้อีกฝ่ายทำตาม — ใช้ MOA หรือสัญญาเฉพาะเรื่อง
  • จะแบ่งกำไรกัน — ใช้สัญญาร่วมทุน/ห้างหุ้นส่วน

อากรแสตมป์ บันทึกความเข้าใจไม่ใช่ตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร จึงไม่ต้องติดอากรแสตมป์ — สัญญาจริงที่ทำภายใต้ MOU นี้ในภายหลัง (จ้างทำของ เช่า กู้ยืม ฯลฯ) ต้องติดอากรตามลักษณะของสัญญานั้น

เปิดแบบฟอร์มบันทึกความเข้าใจ (MOU) — ระหว่างธุรกิจ/องค์กรทั่วไป — ฟรี

สัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง

สัญญาระหว่างเจ้าของเพลงหรือไฟล์เสียงกับผู้ขอใช้ เพื่ออนุญาตให้นำไปใช้ประกอบสื่อหรือกิจกรรมตามขอบเขตที่ตกลง โดยเจ้าของยังถือลิขสิทธิ์ไว้

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อขอใช้เพลง ดนตรีประกอบ เสียงบรรยาย หรือเอฟเฟกต์เสียง ในวิดีโอ โฆษณา หรือพอดแคสต์
  • ใช้เมื่อผู้แต่งหรือค่ายให้ผู้อื่นนำเพลงไปใช้ประกอบงานชิ้นที่ระบุ
  • ใช้เมื่อต้องระบุว่าตัดต่อ ทำลูป หรือรีมิกซ์ได้หรือไม่
  • ใช้เมื่อต้องตกลงล่วงหน้าว่าใครจัดการเมื่อระบบตรวจลิขสิทธิ์ของแพลตฟอร์มเคลมวิดีโอ

ระวัง

  • เพลงหนึ่งเพลงมีลิขสิทธิ์สองชั้น คือดนตรีกรรมกับคำร้อง และสิ่งบันทึกเสียง ซึ่งอาจเป็นคนละเจ้าของ ต้องระบุว่าผู้อนุญาตถือชั้นใด
  • ถ้าได้สิทธิมาชั้นเดียว ยังใช้เพลงไม่ได้ ต้องไปขออีกชั้นจากเจ้าของอีกฝ่ายก่อน
  • นักร้องและนักดนตรีที่บันทึกเสียงมีสิทธิของนักแสดงเป็นอีกชั้นหนึ่งตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.44–52
  • การเปิดเพลงในร้าน งานอีเวนต์ หรือสถานที่สาธารณะ เป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งต้องมีสิทธิต่างหากจากสิทธิใช้ประกอบวิดีโอ
  • ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการบิดเบือนที่ทำลายชื่อเสียงตาม ม.18 แม้อนุญาตให้ใช้แล้ว
  • ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตให้ใช้เพลงหรือเสียง — 249 บาท

สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับระหว่างคู่สัญญา

สัญญาที่คู่ค้าสองฝ่ายต่างรับว่าจะรักษาความลับของกันและกัน เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องเปิดข้อมูลให้อีกฝ่ายดูเพื่อเจรจาหรือทำโครงการร่วมกัน

ใช้เมื่อ

  • ใช้ก่อนเจรจาร่วมพัฒนาสินค้า ร่วมทำตลาด หรือร่วมยื่นประมูล ที่ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดสูตร ต้นทุน แบบ หรือรายชื่อลูกค้าให้กัน
  • ใช้แนบคู่กับสัญญาความร่วมมือหรือบันทึกข้อตกลงที่ลงนามแล้วแต่ไม่มีข้อความลับละเอียด (ติ๊ก «มีสัญญาความร่วมมือหลักแล้ว»)
  • ใช้เมื่อสองบริษัทจะแลกตัวอย่าง ต้นแบบ หรือซอร์สโค้ดกันเพื่อทดสอบว่าเข้ากันได้

ระวัง

  • ระบุประเภทข้อมูลที่จะแลกกันให้ตรงของจริง — ตอนเกิดข้อพิพาท ศาลดูว่าข้อมูลที่รั่วอยู่ในนิยามหรือไม่
  • เก็บหลักฐานว่าส่งอะไรให้ใครเมื่อไร และให้ผู้แทนที่เข้าร่วมเซ็นหนังสือรับรองตามข้อ 3.2 ก่อนเข้าประชุม
  • ฝ่ายที่อ้างว่ารู้ข้อมูลอยู่ก่อนหรือพัฒนาเองต้องพิสูจน์ — เก็บเอกสารงานพัฒนาของตัวเองที่มีวันที่ไว้ตั้งแต่ก่อนเจรจา
  • ถ้าจะให้อีกฝ่ายประมวลผลข้อมูลลูกค้าแทน ต้องทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลแยก (PDPA ม.40)
  • เบี้ยปรับตั้งให้สมส่วน ศาลลดได้ถ้าสูงเกินส่วน (ป.พ.พ. ม.383)

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับระหว่างคู่สัญญา — 249 บาท

สัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว

ข้อตกลงว่าฝ่ายที่ได้รับข้อมูลลับจะไม่เอาไปใช้หรือบอกต่อ นอกจากเพื่อเรื่องที่ตกลงกัน — ฝ่ายหนึ่งเปิดเผย อีกฝ่ายหนึ่งรับและผูกพันรักษาความลับ

ใช้เมื่อ

  • ก่อนส่งสูตร ตัวเลข หรือแผนงานให้คู่ค้า ผู้รับจ้าง หรือผู้สนใจซื้อสิทธิดู โดยอีกฝ่ายไม่ต้องเปิดข้อมูลของตนกลับมา
  • จ้างฟรีแลนซ์/บริษัทภายนอกที่ต้องเข้าถึงระบบหรือฐานลูกค้า
  • พนักงานตำแหน่งที่รู้ความลับของกิจการ
  • นำเสนอแผนธุรกิจหรือไอเดียให้ผู้ที่อาจสนใจร่วมงานดูก่อนตกลงกัน

ระวัง

  • เขียนวัตถุประสงค์ให้แคบ — กว้างเท่าไร ผู้รับข้อมูลใช้ข้อมูลได้กว้างเท่านั้น
  • ลงนามก่อนส่งข้อมูลชิ้นแรก และทำเครื่องหมาย «ลับ» บนของที่ส่ง
  • ความเสียหายจากข้อมูลรั่วพิสูจน์ยาก — เปิดเบี้ยปรับไว้ แต่สูงเกินส่วนศาลลดได้ (ม.383)
  • ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสาระหลัก — ต้องมี DPA ตาม PDPA ม.40 แยกต่างหาก
  • ห้ามพนักงานไปทำงานคู่แข่ง (non-compete) ไม่อยู่ในแบบนี้ และถ้าเพิ่มต้องจำกัดเวลา/พื้นที่

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ สัญญารักษาความลับไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากร — ถ้าทำเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างทำของหรือสัญญาบริการ สัญญาหลักนั้นติดอากรตามลักษณะของมัน

เปิดแบบฟอร์มสัญญารักษาความลับ (NDA) แบบฝ่ายเดียว — 149 บาท

ข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์

ข้อตกลงระหว่างเจ้าของแบรนด์กับผู้จำหน่ายที่ซื้อสินค้าไปขายต่อออนไลน์ในชื่อและความเสี่ยงของตนเอง พร้อมสิทธิใช้สื่อและแบรนด์เท่าที่จำเป็น

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อผู้จำหน่ายซื้อสินค้าจากเจ้าของแบรนด์ไปขายต่อเองผ่าน Shopee Lazada TikTok Shop เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย
  • ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ต้องอนุญาตใช้ชื่อ รูปสินค้า และสื่อขายกับบัญชีออนไลน์ที่ระบุ
  • ใช้เมื่อผู้จำหน่ายเป็นผู้ทำสัญญา รับเงิน ส่งสินค้า และบริการลูกค้าของตนเอง
  • ใช้เมื่อทั้งสองฝ่ายต้องส่งข้อมูลลูกค้ากันเฉพาะงานรับประกัน เรียกคืนสินค้า หรือแก้ไขข้อร้องเรียน

ระวัง

  • ผู้จำหน่ายซื้อขาดไปขายเอง ไม่ใช่ตัวแทนที่มีอำนาจผูกพันเจ้าของแบรนด์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453 และ 458
  • ห้ามกำหนดราคาขายปลีกตายตัว ให้ระบุเป็นราคาแนะนำและให้ผู้จำหน่ายตัดสินใจราคาเอง
  • การอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนควรทำเป็นหนังสือและตรวจขั้นตอนจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68
  • ผู้ขายทั้งต้นทางและปลายทางอาจเป็นผู้ประกอบการตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย และตัดความรับผิดต่อลูกค้าล่วงหน้าไม่ได้ตามมาตรา 9
  • แต่ละฝ่ายเป็นผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้าของตนเอง ต้องแจ้งรายละเอียดและใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37

ไม่เหมาะกับ

  • ไม่เหมาะเมื่อผู้ขายออนไลน์ทำสัญญา รับเงิน และขายแทนแบรนด์โดยตรง ควรใช้สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์
  • ไม่เหมาะเมื่อเจ้าของสินค้ายังเป็นเจ้าของสินค้าจนกว่าผู้รับจะขายได้ ควรใช้สัญญาฝากขาย
  • ไม่เหมาะกับแฟรนไชส์ที่มีระบบธุรกิจ คู่มือปฏิบัติการ และค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ ควรใช้สัญญาแฟรนไชส์
  • สัญญาตัวแทนขายต่อซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Software Reseller Agreement — สัญญาตัวแทนขายต่อซอฟต์แวร์ ภาษาอังกฤษ

เปิดแบบฟอร์มข้อตกลงรับเป็นตัวแทนจำหน่ายออนไลน์ — 249 บาท

สัญญาสมาชิกแบบ Subscription

ผู้ให้บริการขายสิทธิเข้าถึงเนื้อหา ชุมชน หรือสิทธิประโยชน์แก่สมาชิกเป็นรายงวด ไม่ใช่การขายซอฟต์แวร์หรือสินค้า

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อขายสมาชิกภาพคอร์สออนไลน์ ชุมชนสมาชิก หรือสิทธิประโยชน์แบบสมัครสมาชิกรายเดือน
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดกติกาต่ออายุอัตโนมัติที่ยกเลิกได้ง่าย และเงื่อนไขคืนเงิน
  • ใช้เมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั่วไป ไม่ใช่ธุรกิจ

ระวัง

  • ขั้นตอนยกเลิกต้องง่ายเท่ากับขั้นตอนสมัคร มิฉะนั้นเสี่ยงเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4
  • ถ้าผู้ให้บริการเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือหยุดให้บริการ ต้องคืนเงินตามสัดส่วนเสมอ ไม่ว่าจะตั้งนโยบายไม่คืนเงินไว้อย่างไร
  • ความยินยอมด้านการตลาดต้องแยกจากการสมัครสมาชิก ถอนได้โดยไม่กระทบสิทธิสมาชิก
  • เนื้อหาที่สมาชิกสร้างเองยังเป็นลิขสิทธิ์ของสมาชิก ผู้ให้บริการได้แค่สิทธิใช้เท่าที่จำเป็น
  • ถ้าสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภค ให้ตรวจ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคและประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาก่อนใช้

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาสมาชิกแบบ Subscription — 249 บาท

สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์

เจ้าของสินค้าให้อีกฝ่ายขายออนไลน์และทำสัญญากับลูกค้าแทน ภายในราคา ส่วนลด และวงเงินที่กำหนด

ใช้เมื่อ

  • ร้านหรือแบรนด์ให้ตัวแทนรับคำสั่งซื้อและยืนยันการขายในนามร้าน
  • ตัวแทนดูแลเพจ Marketplace หรือช่องทางออนไลน์และได้ค่าบำเหน็จจากยอดขาย
  • ต้องกำหนดว่าตัวแทนรับเงินลูกค้าได้หรือให้ลูกค้าจ่ายร้านโดยตรง
  • ต้องควบคุมสิทธิใช้บัญชีร้านค้า ข้อมูลลูกค้า และเครื่องหมายการค้า

ระวัง

  • การกระทำภายในขอบอำนาจผูกพันตัวการตาม ป.พ.พ. ม.820 จึงต้องกำหนดวงเงิน ราคา และส่วนลดให้ชัด
  • การเชิดตัวแทนหรือปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้าใจว่ามีอำนาจ อาจผูกพันตัวการตาม ป.พ.พ. ม.821–822
  • ตัวแทนที่รับเงินต้องส่งมอบเงินทั้งหมดและห้ามนำไปใช้ ตามหลัก ป.พ.พ. ม.810–811
  • เพดานความรับผิดและการหักค่าบำเหน็จฝ่ายเดียวอาจถูกจำกัดผลตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4, 5 และ 8
  • การอนุญาตใช้เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนอย่างแท้จริงต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตาม ม.68
  • ห้ามใช้สัญญาตัดความรับผิดต่อผู้บริโภคจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย เพราะข้อตกลงดังกล่าวอ้างไม่ได้ตาม ม.9

ไม่เหมาะกับ

  • ให้เพียงลิงก์หรือรหัสแนะนำและไม่มีอำนาจทำสัญญาแทน — ใช้สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate
  • อีกฝ่ายซื้อสินค้าไปขายต่อในนามและความเสี่ยงของตน — ใช้สัญญาตัวแทนจำหน่าย
  • ฝากสินค้าไว้และเจ้าของยังถือกรรมสิทธิ์จนขายได้โดยไม่มีอำนาจผูกพันทั่วไป — ใช้สัญญาฝากขาย

เปิดแบบฟอร์มสัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ — 349 บาท

สัญญาถอนตัวจากกิจการและชำระบัญชีระหว่างหุ้นส่วน

หุ้นส่วนคนหนึ่งออกจากกิจการ หุ้นส่วนที่เหลือซื้อส่วนของผู้ออกและรับภาระหนี้ไว้

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อหุ้นส่วนคนหนึ่งขอออกจากร้านที่เปิดร่วมกัน
  • ใช้เมื่อหุ้นส่วนแยกทางและคนหนึ่งทำร้านต่อ
  • ใช้เมื่อต้องปลดผู้ออกจากการค้ำประกันเงินกู้ของร้าน

ระวัง

  • เจ้าหนี้ของร้านยังเรียกหนี้เก่าจากผู้ออกได้ แม้หุ้นส่วนที่เหลือรับภาระแล้ว
  • ให้เจ้าหนี้ยินยอมเป็นหนังสือถ้าต้องการให้ผู้ออกหลุดพ้นจริง
  • แจ้งเจ้าหนี้และคู่ค้าว่าผู้ออกไม่เป็นหุ้นส่วนแล้ว
  • แนบงบแสดงฐานะที่ทุกคนลงนาม

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาถอนตัวจากกิจการและชำระบัญชีระหว่างหุ้นส่วน — 349 บาท

สัญญารับชำระเงินแทนผู้ขาย

ผู้รับชำระเงินแทนเก็บเงินจากลูกค้าในนามของผู้ขายแล้วส่งต่อให้ผู้ขายภายหลังหักค่าธรรมเนียม ⚠️ กิจการนี้อาจต้องขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนใช้สัญญานี้จริง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อธุรกิจหนึ่งรับเงินจากลูกค้าแทนผู้ขายรายอื่นแล้วส่งต่อให้ภายหลัง เช่น ระบบเก็บเงินปลายทางหรือระบบรวบรวมเงินให้ร้านค้าหลายราย
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดการแยกบัญชีเงินลูกค้าออกจากเงินหมุนเวียนของกิจการอย่างเคร่งครัด
  • ใช้เมื่อต้องคุ้มครองผู้ขายกรณีผู้รับชำระเงินแทนมีปัญหาทางการเงิน

ระวัง

  • ⚠️ ต้องตรวจสอบกับธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนว่าธุรกิจต้องขึ้นทะเบียนหรือขอใบอนุญาตตามกฎหมายระบบการชำระเงินหรือไม่ ก่อนใช้สัญญานี้จริง
  • พิจารณาใช้ผู้ให้บริการรับชำระเงินที่มีใบอนุญาตอยู่แล้วแทนการถือเงินเอง ถ้ายังไม่มีใบอนุญาต
  • เงินที่รับจากลูกค้าต้องแยกบัญชีจากเงินหมุนเวียนของกิจการอย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นผู้ขายจะสูญเสียสิทธิเรียกคืนก่อนเจ้าหนี้รายอื่นเมื่อกิจการมีปัญหา
  • การกันยอดเงินต้องมีเหตุอันควรสงสัยจริงและมีกำหนดเวลา ห้ามใช้เป็นเครื่องมือต่อรอง

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญารับชำระเงินแทนผู้ขาย — 490 บาท

สัญญาอนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย

สัญญาระหว่างเจ้าของภาพถ่ายกับผู้ขอใช้ภาพ เพื่ออนุญาตให้นำภาพที่มีอยู่แล้วไปใช้ตามช่องทาง เขต และระยะเวลาที่ตกลง โดยเจ้าของยังถือลิขสิทธิ์ไว้

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อซื้อสิทธิใช้ภาพจากช่างภาพหรือเจ้าของภาพเพื่อนำไปลงโฆษณา เว็บไซต์ เพจ หรือสิ่งพิมพ์
  • ใช้เมื่อภาพถ่ายไว้แล้วและไม่ได้จ้างให้ไปถ่ายใหม่
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าใช้ได้ช่องทางไหน ประเทศไหน นานเท่าไร และตัดต่อได้หรือไม่
  • ใช้เมื่อในภาพมีบุคคลที่จำหน้าได้ และต้องแยกให้ชัดว่ามีหนังสือยินยอมจากบุคคลนั้นหรือไม่

ระวัง

  • ภาพหนึ่งใบมีสิทธิสองชั้น — ลิขสิทธิ์ของผู้ถ่าย กับสิทธิในชื่อเสียงและความเป็นส่วนตัวของบุคคลในภาพตาม ป.พ.พ. ม.420 ผู้อนุญาตให้ได้เฉพาะชั้นที่ตนมี
  • ถ้าไม่มีหนังสือยินยอมจากบุคคลในภาพ ห้ามนำไปใช้ในทางการค้าหรือทำให้เข้าใจว่าบุคคลนั้นรับรองสินค้า
  • ใบหน้าที่จำได้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล การนำไปใช้ต้องมีฐานตาม PDPA และผู้เยาว์ต้องได้ความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครองตาม ม.20
  • ระบุช่องทาง เขต และระยะเวลาให้ชัด สิทธิที่ไม่ได้อนุญาตยังเป็นของเจ้าของภาพ และการใช้เกินขอบเขตเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
  • ผู้สร้างสรรค์ยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการดัดแปลงที่ทำลายชื่อเสียงตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.18 แม้จะอนุญาตให้ใช้ภาพแล้ว
  • ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตให้ใช้ภาพถ่าย — 249 บาท

ข้อตกลงระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขาย

ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มให้ผู้ขายนำสินค้ามาเสนอขายบนระบบของตน โดยเก็บค่าบริการเป็นร้อยละของยอดขายและจ่ายเงินคืนผู้ขายตามรอบ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเปิดมาร์เก็ตเพลสหรือเว็บ แอป ที่ให้ร้านค้าอื่นเข้ามาขายสินค้า
  • ใช้เมื่อแพลตฟอร์มเก็บเงินจากผู้ซื้อแล้วจ่ายผู้ขายภายหลัง และต้องกำหนดรอบจ่ายกับการกันยอด
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดกติกาถอดรายการ ระงับร้าน และทางอุทธรณ์ให้ชัดก่อนเกิดข้อพิพาท

ระวัง

  • ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าใครเป็นผู้ขายต่อผู้ซื้อ ถ้าแพลตฟอร์มทำการแทนผู้ขายจะเป็นตัวแทนตาม ป.พ.พ. ม.797 และผู้ขายผูกพันตาม ม.820–821
  • การเก็บเงินจากผู้ซื้อแล้วจ่ายผู้ขายทีหลังอยู่ภายใต้กฎหมายระบบการชำระเงิน ต้องตรวจใบอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนกับ ธปท. ก่อน สัญญาไม่ได้ทำให้กิจการที่ยังไม่ได้รับอนุญาตชอบด้วยกฎหมาย
  • เงินค่าสินค้าที่รับไว้แทนเป็นของผู้ขายตาม ม.810 ต้องแยกบัญชีและเสียดอกเบี้ยถ้าเอาไปใช้ตาม ม.811
  • การเปลี่ยนค่าธรรมเนียมฝ่ายเดียวโดยไม่แจ้งล่วงหน้าและไม่ให้ออก เป็นข้อสัญญาที่เสี่ยงถูกตัดตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4
  • ถ้าแพลตฟอร์มใส่ชื่อหรือแบรนด์ของตนบนสินค้า อาจกลายเป็นผู้ประกอบการที่ต้องร่วมรับผิดตาม พ.ร.บ.สินค้าไม่ปลอดภัย และข้อยกเว้นความรับผิดต่อผู้บริโภคเป็นโมฆะตาม ม.9
  • ข้อมูลติดต่อของผู้ซื้อที่ส่งให้ผู้ขายเป็นการส่งระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลด้วยกัน ต้องใช้ บันทึกข้อตกลงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุมกับผู้ควบคุม) ไม่ใช่ สัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ผู้ควบคุม–ผู้ประมวลผล)
  • ข้อ 13.2 ห้ามแพลตฟอร์มเอาข้อมูลยอดขายของร้านค้าไปทำสินค้าของตนมาแข่ง ถ้าคุณเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มที่ขายสินค้าของตนเองด้วย ต้องแยกทีมและแยกสิทธิเข้าถึงข้อมูลให้ได้จริง ไม่ใช่เขียนไว้เฉย ๆ

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มข้อตกลงระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขาย — 349 บาท

สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ

ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจับคู่ผู้ให้บริการอิสระกับลูกค้าที่ต้องการบริการ โดยเก็บค่าธรรมเนียมและจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการตามรอบ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจับคู่ช่าง แม่บ้าน ครูสอนพิเศษ หรือผู้ให้บริการอิสระอื่นกับลูกค้า
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดการตรวจใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้ให้บริการก่อนขึ้นระบบ
  • ใช้เมื่อต้องแยกความรับผิดให้ชัดระหว่างระบบแพลตฟอร์มกับตัวบริการที่ทำจริง

ระวัง

  • ต้องรักษาสิทธิผู้ให้บริการรายย่อยในการปฏิเสธงานไว้ ถ้าบังคับรับงานทุกครั้งเสี่ยงกลายเป็นจ้างแรงงานตาม ป.พ.พ. ม.575 แทนจ้างทำของตาม ม.587
  • ต้องตรวจใบอนุญาตต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ตอนสมัคร และระงับการรับงานทันทีเมื่อเอกสารหมดอายุ
  • บริการที่เข้าถึงบ้านลูกค้าหรือเด็กควรมีการตรวจประวัติก่อนขึ้นทะเบียน
  • เงินที่แพลตฟอร์มรับจากลูกค้าแทนผู้ให้บริการเป็นของผู้ให้บริการทันที ต้องแยกบัญชีและมีกำหนดจ่าย
  • ห้ามลบรีวิวจริงเพื่อประโยชน์ทางการค้า และห้ามผู้ให้บริการปั่นรีวิวตัวเอง

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ — 349 บาท

สัญญาแบ่งรายได้บนแพลตฟอร์ม

แพลตฟอร์มเป็นผู้ขายเองต่อผู้ใช้ปลายทาง แล้วแบ่งส่วนหนึ่งของรายได้ให้ผู้จัดหาเนื้อหาหรือสินค้าต้นทางตามอัตราที่ตกลง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อแพลตฟอร์มขายคอร์สเรียน อีบุ๊ก หรือคอนเทนต์ดิจิทัลของผู้อื่นในนามแพลตฟอร์มเอง
  • ใช้เมื่อแพลตฟอร์มซื้อมาขายไปและแบ่งกำไรคืนซัพพลายเออร์ตามยอดขายจริง
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดนิยามรายได้และรายการหักให้ชัดเพื่อลดข้อพิพาทเรื่องตัวเลข

ระวัง

  • ต้องนิยามรายได้และรายการหักที่อนุญาตแบบปิด ไม่ปล่อยให้แพลตฟอร์มหักอะไรก็ได้ฝ่ายเดียว
  • แม้แบ่งรายได้กัน สัญญาต้องไม่ทำให้กลายเป็นหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. ม.1012 โดยไม่ตั้งใจ
  • ถ้าผู้จัดหาเนื้อหาอยู่ต่างประเทศ ต้องตรวจภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 และอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่ายเงินงวดแรก
  • การหักคืนเมื่อมีการคืนเงินควรมีเพดานเวลาย้อนหลัง ไม่ใช่หักคืนได้ไม่จำกัด
  • ให้สิทธิผู้จัดหาเนื้อหาตรวจสอบบัญชีของตัวเองได้ พร้อมกลไกที่ทำให้สิทธินั้นใช้ได้จริง

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ส่วนแบ่งรายได้ขึ้นกับยอดขายในอนาคตซึ่งไม่แน่นอน ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร

เปิดแบบฟอร์มสัญญาแบ่งรายได้บนแพลตฟอร์ม — 349 บาท

สัญญาร่วมลงทุนในโครงการ

คู่สัญญาลงเงินร่วมกันในโครงการที่กำหนด แล้วแบ่งกำไรตามสัดส่วนที่ตกลง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อสองคนลงเงินสร้างบ้านหรือทาวน์เฮาส์เพื่อขาย
  • ใช้เมื่อผู้มีเงินลงทุนในร้านหรือโครงการที่อีกฝ่ายเป็นผู้ดำเนินการ
  • ใช้เมื่อร่วมกันจัดงานหรือทำโครงการครั้งเดียวแล้วแบ่งกำไร

ระวัง

  • ร่วมลงเงินและร่วมจัดการเพื่อแบ่งกำไร คือห้างหุ้นส่วน ถ้าไม่จดทะเบียน ทุกคนรับผิดไม่จำกัด
  • ผู้ลงเงินอย่างเดียวต้องไม่เข้าไปสั่งการโครงการจริง
  • แยกบัญชีโครงการออกจากบัญชีส่วนตัว
  • ถ้าผู้ลงเงินได้คืนเป็นจำนวนคงที่ จะเป็นเงินกู้และติดเพดานดอกเบี้ย

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาร่วมลงทุนในโครงการ — 349 บาท

สัญญาตั้งนายหน้าหาซื้ออสังหาริมทรัพย์ (นายหน้าฝั่งผู้ซื้อ)

ผู้ซื้อตั้งนายหน้าหาบ้าน ห้องชุด หรือที่ดินตามงบ และจ่ายค่านายหน้าเฉพาะเมื่อซื้อได้จากการชี้ช่องของนายหน้า

ใช้เมื่อ

  • ต้องการให้นายหน้าหาทรัพย์ตามทำเล ขนาด และงบที่กำหนด แล้วต่อรองราคาแทนฝั่งผู้ซื้อ
  • ต้องการรวบรวมที่ดินหลายแปลงติดกันจากเจ้าของหลายราย
  • ต้องการกันไม่ให้นายหน้ารับค่านายหน้าจากผู้ขายโดยไม่บอก

ระวัง

  • นายหน้าไม่มีอำนาจรับเงินจองหรือมัดจำแทนผู้ขาย ให้โอนเข้าบัญชีผู้ขายโดยตรงเสมอ
  • การตรวจเอกสารของนายหน้าเป็นการตรวจเบื้องต้น ทรัพย์ราคาสูงควรให้ทนายความของตนตรวจสารบัญจดทะเบียนก่อนวางมัดจำ
  • ภาพตกแต่งเสมือนหรือภาพที่แก้ด้วยปัญญาประดิษฐ์ต้องขอดูภาพจริงหรือชมทรัพย์จริงก่อนตัดสินใจ

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตั้งนายหน้าหาซื้ออสังหาริมทรัพย์ (นายหน้าฝั่งผู้ซื้อ) — 249 บาท

สัญญาแต่งตั้งนายหน้าให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

เจ้าของตั้งนายหน้าหาผู้เช่า และจ่ายค่านายหน้าเมื่อผู้เช่าเข้าทำสัญญา

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเจ้าของบ้านหรือห้องชุดจ้างนายหน้าหาผู้เช่า
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดค่านายหน้าเป็นจำนวนเดือนของค่าเช่า
  • ใช้เมื่อต้องการตกลงเรื่องค่านายหน้าเมื่อผู้เช่าต่อสัญญา

ระวัง

  • นายหน้าไม่มีอำนาจรับเงินแทนเจ้าของ เว้นแต่มอบอำนาจไว้
  • นายหน้าที่รับค่านายหน้าจากทั้งสองฝ่ายต้องเปิดเผยเป็นหนังสือ
  • ระยะคุ้มครองหลังสัญญาสิ้นสุดใช้เฉพาะรายชื่อที่นายหน้าส่งเป็นหนังสือ

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาแต่งตั้งนายหน้าให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ — 249 บาท

สัญญาแต่งตั้งนายหน้าขายบ้าน ห้องชุด หรืออาคาร

เจ้าของตั้งนายหน้าหาผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ และจ่ายค่านายหน้าเมื่อขายได้

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเจ้าของบ้าน ที่ดิน หรือห้องชุดจ้างนายหน้าหาผู้ซื้อ
  • ใช้เมื่อต้องการตกลงให้นายหน้าเป็นผู้เดียวในระยะเวลาหนึ่ง
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดให้ชัดว่าค่านายหน้าจ่ายวันโอน

ระวัง

  • นายหน้าไม่มีอำนาจรับเงินแทนเจ้าของ เว้นแต่มอบอำนาจไว้
  • นายหน้าที่รับค่านายหน้าจากทั้งสองฝ่ายต้องเปิดเผยเป็นหนังสือ
  • ระยะคุ้มครองหลังสัญญาสิ้นสุดใช้เฉพาะรายชื่อที่นายหน้าส่งเป็นหนังสือ
  • ค่านายหน้าแบบส่วนเกินราคาต้องแจ้งราคาซื้อขายจริงต่อสำนักงานที่ดิน ห้ามแยกส่วนเกินไปจ่ายนอกสัญญา

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาแต่งตั้งนายหน้าขายบ้าน ห้องชุด หรืออาคาร — 349 บาท

สัญญารับบริหารรถเช่า

เจ้าของรถให้ผู้ประกอบการรถเช่านำรถไปปล่อยเช่า แล้วแบ่งรายได้ให้เจ้าของทุกเดือน

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเจ้าของรถต้องการหารายได้จากรถที่ไม่ได้ใช้ผ่านบริษัทรถเช่า
  • ใช้เมื่อผู้ประกอบการรถเช่าขยายฝูงรถด้วยรถของผู้อื่น
  • ใช้เมื่อต้องการรายได้ขั้นต่ำรายเดือนจากรถ

ระวัง

  • รถต้องจดทะเบียนเป็นประเภทที่ให้เช่าได้และมีประกันภัยที่คุ้มครองการให้เช่า
  • รถติดไฟแนนซ์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อก่อน
  • ตกลงให้ชัดว่าใครรับความเสียหายส่วนที่ประกันภัยไม่จ่าย
  • ห้ามให้ลูกค้ามีสิทธิซื้อรถ

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญารับบริหารรถเช่า — 349 บาท

สัญญาบริหารทรัพย์สินให้เช่ารายวันหรือรายเดือน

เจ้าของตั้งผู้บริหารเป็นตัวแทนหาผู้เช่า เก็บเงิน ดูแลทรัพย์ และส่งเงินให้เจ้าของทุกเดือน

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเจ้าของห้องชุดหรือบ้านไม่มีเวลาดูแลการให้เช่าเอง
  • ใช้เมื่อให้เช่ารายวันผ่านแพลตฟอร์มจองที่พักโดยมีผู้จัดการ
  • ใช้เมื่อเจ้าของมีหลายหน่วยและจ้างบริษัทบริหารรายเดือน

ระวัง

  • การให้เช่ารายวันอาจต้องมีใบอนุญาตโรงแรม และอาคารชุดส่วนใหญ่ห้าม
  • เงินที่ผู้บริหารรับไว้เป็นของเจ้าของและต้องแยกบัญชี
  • เจ้าของที่มีที่อยู่อาศัยให้เช่าตั้งแต่ 3 หน่วยต้องใช้สัญญาเช่าตามแบบ สคบ.
  • ตกลงให้ชัดว่าบัญชีแพลตฟอร์มเป็นของใคร

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาบริหารทรัพย์สินให้เช่ารายวันหรือรายเดือน — 349 บาท

สัญญาบริหารร้านอาหาร

เจ้าของร้านอาหารจ้างผู้บริหารเข้ามาดูแลการดำเนินงานประจำวัน โดยเจ้าของร้านยังเป็นเจ้าของกิจการ รายได้ และใบอนุญาตทั้งหมด

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเจ้าของร้านไม่มีเวลาดูแลเองและจ้างผู้จัดการมืออาชีพหรือบริษัทบริหารร้านอาหาร
  • ใช้เมื่อนักลงทุนเปิดร้านแล้วให้เชฟหรือผู้มีประสบการณ์บริหารโดยจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดวงเงินที่ผู้บริหารสั่งซื้อแทนได้และวิธีจัดการเงินสด

ระวัง

  • เงินรายได้ของร้านต้องเข้าบัญชีเจ้าของร้านโดยตรง ผู้บริหารถือเงินในฐานะตัวแทนตาม ป.พ.พ. ม.810–811
  • ต้องกำหนดให้ชัดว่าพนักงานเป็นลูกจ้างของใคร เพราะกำหนดว่าใครจ่ายค่าชดเชยและประกันสังคม
  • บัญชีแอปส่งอาหาร เพจ และระบบขายต้องอยู่ในชื่อเจ้าของร้าน
  • เมื่อเปลี่ยนผู้บริหารต้องแจ้งผู้จำหน่าย มิฉะนั้นอาจยังผูกพันตามอำนาจที่ปรากฏตาม ม.821
  • สัญญานี้ต้องปิดอากรทั้งลักษณะ 4 จ้างทำของ และลักษณะ 21 ตัวแทน

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาบริหารร้านอาหาร — 349 บาท

สัญญาให้บริการ SaaS

สัญญาระหว่างผู้ให้บริการกับลูกค้าที่ใช้ซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นรายรอบ โดยผู้ให้บริการยังเป็นเจ้าของระบบและประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งลูกค้า

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อขายสิทธิใช้ระบบแบบรายเดือนหรือรายปี
  • ใช้เมื่อระบบเก็บข้อมูลลูกค้าหรือพนักงานของผู้ใช้บริการ
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดจำนวนผู้ใช้ที่อนุญาตและค่าใช้เกินสิทธิ
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดความพร้อมใช้งาน ช่องทางสนับสนุน และการส่งออกข้อมูลเมื่อเลิกใช้

ระวัง

  • เป้าหมายความพร้อมใช้งานที่ไม่มีผลอะไรเมื่อทำไม่ได้ ไม่ใช่ SLA ต้องผูกกับส่วนลดค่าบริการที่คำนวณได้และมีเพดาน
  • การขึ้นราคาและการเปลี่ยนความสามารถของระบบฝ่ายเดียวเป็นข้อสัญญาที่เสี่ยงไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ม.4 ต้องบอกล่วงหน้าและให้สิทธิผู้ใช้บริการออก
  • ผู้ให้บริการที่ประมวลผลข้อมูลแทนลูกค้าเป็นผู้ประมวลผลข้อมูล ต้องมีสัญญาตาม PDPA ม.40 แนบท้าย ไม่ใช่เขียนย่อในสัญญาหลัก
  • เซิร์ฟเวอร์หรือผู้ประมวลผลช่วงที่อยู่ต่างประเทศเป็นการส่งข้อมูลข้ามแดนตาม ม.28 และ ม.29 ต้องตรวจก่อนเปิดใช้
  • ข้อมูลที่นำเข้าระบบเป็นของผู้ใช้บริการ ห้ามยึดไว้ต่อรองหนี้ และต้องตกลงรูปแบบไฟล์ส่งออกไว้ล่วงหน้า
  • ถ้าผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศ ผู้จ่ายเงินในไทยมีหน้าที่ภาษีเพิ่มทั้งการหัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร ม.70 และการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทน
  • ถ้าขายให้ผู้บริโภคไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจ ต้องตรวจประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเพิ่ม เพราะควบคุมเข้มกว่า

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาให้บริการ SaaS — 349 บาท

สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า

ผู้ว่าจ้างให้ผู้แทนขายไปหาลูกค้าและปิดการขาย โดยจ่ายค่าบำเหน็จตามผลงาน ไม่ใช่การจ้างเป็นลูกจ้าง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อจ้างเซลล์อิสระหรือทีมขายภายนอกไปหาลูกค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ
  • ใช้เมื่อจ่ายเป็นค่าคอมมิชชันตามยอด ไม่ใช่เงินเดือนประจำ
  • ใช้เมื่อมีผู้แทนขายหลายรายและต้องกันการแย่งลูกค้ากันเอง
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าเขาให้ส่วนลดได้แค่ไหนและรับออร์เดอร์ได้ครั้งละเท่าไร
  • ใช้เมื่อต้องตกลงกันว่าลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วซื้อซ้ำ เขาได้ค่าบำเหน็จต่อหรือไม่

ระวัง

  • ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าเป็นนายหน้าหรือตัวแทน นายหน้าตาม ม.845 ทำสัญญาแทนไม่ได้ และ ม.849 สันนิษฐานว่ารับเงินแทนไม่ได้ ส่วนตัวแทนตาม ม.820–821 ผูกพันผู้ว่าจ้างตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก แม้จะเขียนจำกัดไว้ในสัญญา
  • ถ้าผู้แทนขายรับค่าตอบแทนจากลูกค้าหรือจากอีกฝ่ายโดยไม่เปิดเผย ม.847 ทำให้เสียสิทธิในค่าบำเหน็จทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต้องคืนส่วนที่รับมา
  • ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตาม ม.40(2) ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าแบบเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว
  • เขียนว่าไม่ใช่ลูกจ้างอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพฤติการณ์จริงคือสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง แล้วตามมาทั้งค่าชดเชยและประกันสังคม
  • สินค้าบางอย่างคนขายต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เช่น ประกันภัยหรือการแนะนำการลงทุน สัญญาฉบับนี้ไม่ได้แทนใบอนุญาต
  • ข้อที่เกิดคดีมากที่สุดคือลูกค้าที่คุยไว้แล้วมาปิดการขายหลังเลิกสัญญา — ข้อ 5.2 มีไว้ตอบเรื่องนี้ อย่าเว้นว่าง

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า — 349 บาท

สัญญาให้สิทธิซื้อหุ้น

ผู้ถือหุ้นให้สิทธิแก่บุคคลที่จะซื้อหุ้นของตนในอนาคตในราคาที่ตกลงไว้ เมื่อทำงานครบตามเงื่อนไข

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อต้องการจูงใจพนักงานคนสำคัญด้วยหุ้นแทนเงินเดือนที่สูงขึ้น
  • ใช้เมื่อผู้ร่วมก่อตั้งที่เข้ามาทีหลังจะได้หุ้นตามระยะเวลาทำงาน
  • ใช้เมื่อที่ปรึกษาได้ค่าตอบแทนเป็นสิทธิซื้อหุ้น

ระวัง

  • ผู้ให้สิทธิต้องมีหุ้นอยู่จริงในวันใช้สิทธิ
  • ให้ผู้ถือหุ้นอื่นสละสิทธิซื้อก่อนไว้ล่วงหน้า
  • การโอนหุ้นเมื่อใช้สิทธิต้องทำตามแบบและลงทะเบียน
  • ส่วนต่างราคาในวันใช้สิทธิอาจต้องเสียภาษี

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาให้สิทธิซื้อหุ้น — 349 บาท

หนังสือมอบฉันทะประชุมบริษัท

หนังสือที่ผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัดมอบให้ผู้อื่นเข้าประชุมผู้ถือหุ้นและออกเสียงแทนในการประชุมครั้งที่ระบุ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นไม่สะดวกเข้าประชุมสามัญประจำปีหรือประชุมวิสามัญ และให้คนอื่นไปออกเสียงแทน
  • ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นเป็นบริษัท และต้องการส่งพนักงานหรือกรรมการไปประชุมแทน
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดให้ผู้รับมอบฉันทะออกเสียงเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงในแต่ละวาระ
  • ใช้เมื่อบริษัทประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และต้องส่งลิงก์ให้ผู้รับมอบฉันทะ

ระวัง

  • ต้องปิดอากร 20 บาทสำหรับการประชุมครั้งเดียว ผู้มอบฉันทะเป็นผู้ปิดและขีดฆ่า
  • ต้องมอบหนังสือนี้ให้ประธานก่อนเริ่มประชุม และตรวจข้อบังคับบริษัทว่าจำกัดตัวผู้รับมอบฉันทะหรือไม่
  • ถ้าไม่กำหนดการออกเสียงรายวาระ ผู้รับมอบฉันทะออกเสียงได้ตามใจ และผู้มอบฉันทะต้องรับผลนั้น
  • บริษัทมหาชนจำกัดต้องใช้แบบหนังสือมอบฉันทะที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มหนังสือมอบฉันทะประชุมบริษัท — 149 บาท

สัญญาผู้ถือหุ้นสำหรับบริษัทเล็ก

ผู้ถือหุ้นของบริษัทที่มีอยู่แล้วตกลงวิธีบริหาร การโอนหุ้น และการออกจากบริษัท

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเพื่อนหลายคนตั้งบริษัทและต้องการกติกาการตัดสินใจร่วมกัน
  • ใช้เมื่อมีผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาในบริษัทเล็ก
  • ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นบางคนทำงานในบริษัทและต้องกำหนดเรื่องเมื่อเลิกทำงาน

ระวัง

  • ข้อที่ไม่ได้เขียนในข้อบังคับบริษัทใช้ยันบริษัทไม่ได้ ต้องแก้ข้อบังคับให้ตรง
  • การโอนหุ้นต้องลงทะเบียนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
  • การถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเป็นความผิดอาญา
  • เงินปันผลจ่ายได้จากกำไรเท่านั้น

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาผู้ถือหุ้นสำหรับบริษัทเล็ก — 490 บาท

สัญญาบริหาร Airbnb หรือที่พักระยะสั้น

ผู้บริหารดำเนินการให้เช่าที่พักรายคืนแทนเจ้าของ รับเงินแทน ดูแลผู้พักและห้อง แล้วโอนรายได้หลังหักส่วนแบ่ง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อมอบคอนโดหรือบ้านให้คนอื่นดูแลการปล่อยเช่าบน Airbnb
  • ใช้เมื่อบริษัทบริหารที่พักรับดูแลหลายยูนิตให้เจ้าของ
  • ใช้เมื่อเจ้าของอยู่ต่างประเทศและต้องการคนดูแลที่พักแทน

ระวัง

  • การปล่อยเช่ารายวันอาจเป็นธุรกิจโรงแรมที่ต้องมีใบอนุญาต เจ้าของเป็นผู้รับโทษ
  • คอนโดส่วนใหญ่ห้ามปล่อยเช่ารายวันในข้อบังคับ
  • ตกลงให้ชัดว่าบัญชีแพลตฟอร์มและรีวิวเป็นของใคร
  • ผู้บริหารต้องบันทึกบัตรผู้พักทุกคน

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาบริหาร Airbnb หรือที่พักระยะสั้น — 490 บาท

สัญญาลงทุนโดยไม่ร่วมบริหารและแบ่งกำไร

ผู้ลงทุนให้เงินหรือทรัพย์สินแก่ธุรกิจที่ผู้ประกอบการบริหาร แล้วรับส่วนแบ่งจากกำไรสุทธิ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อลงเงินในร้านของเพื่อนโดยไม่เข้าไปบริหาร
  • ใช้เมื่อเจ้าของร้านหาผู้ลงทุนเพิ่มโดยไม่ต้องการหุ้นส่วนร่วมตัดสินใจ
  • ใช้เมื่อต้องการนิยามกำไรที่ใช้แบ่งให้ชัด

ระวัง

  • ผู้ลงทุนที่เข้าไปสั่งงานหรือแสดงตนเป็นเจ้าของร่วมอาจกลายเป็นหุ้นส่วนที่รับผิดไม่จำกัด
  • ถ้าได้เงินคืนเป็นจำนวนคงที่ จะเป็นเงินกู้และติดเพดานดอกเบี้ย
  • กำหนดเพดานเงินเดือนของผู้ประกอบการก่อนคิดกำไร
  • มีคนต่างชาติเกี่ยวข้องต้องตรวจกฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาลงทุนโดยไม่ร่วมบริหารและแบ่งกำไร — 349 บาท

สัญญาหุ้นส่วนทำธุรกิจร่วมกัน (เพื่อน/ครอบครัวเปิดร้าน)

หุ้นส่วนลงเงินหรือแรงงานร่วมกันทำธุรกิจต่อเนื่องและแบ่งกำไรตามสัดส่วน

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเพื่อนหรือครอบครัวลงเงินเปิดร้านด้วยกัน
  • ใช้เมื่อคนหนึ่งลงเงินอีกคนลงแรงทำร้าน
  • ใช้เมื่อต้องการกำหนดวิธีออกจากธุรกิจตั้งแต่วันแรก

ระวัง

  • ห้างหุ้นส่วนที่ไม่จดทะเบียน หุ้นส่วนทุกคนรับผิดในหนี้ร้านไม่จำกัด
  • แยกบัญชีร้านออกจากบัญชีส่วนตัว
  • ต้องปิดอากรแสตมป์ 100 บาท
  • มีหุ้นส่วนต่างชาติต้องตรวจกฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาหุ้นส่วนทำธุรกิจร่วมกัน (เพื่อน/ครอบครัวเปิดร้าน) — 349 บาท

สัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์

สัญญาระหว่างเจ้าของซอฟต์แวร์กับผู้รับสิทธิที่ติดตั้งและใช้ระบบบนโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อมีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ต้องติดตั้งหรือรันในระบบของผู้รับสิทธิ
  • ใช้เมื่อคิดค่าอนุญาตตามจำนวนผู้ใช้หรือเครื่องที่ตรวจนับได้
  • ใช้เมื่อบริการดูแลและการฝากซอร์สโค้ดเป็นข้อเลือกที่ตกลงแยก

ระวัง

  • ตรวจชื่อรุ่น โมดูล จำนวนผู้ใช้ เครื่อง และวิธีนับก่อนลงนาม
  • แยกค่าอนุญาตใช้สิทธิจากค่าบริการและค่าสร้างระบบใหม่เพื่อประเมินภาษีและอากรให้ตรงประเภท
  • ตรวจส่วนประกอบภายนอกและโอเพนซอร์สที่มีเงื่อนไขเปิดซอร์สโค้ด
  • เมื่อผู้อนุญาตเข้าถึงข้อมูลบุคคลของลูกค้า ต้องทำข้อตกลงผู้ประมวลผลตามมาตรา 40 เพิ่ม
  • การตรวจการใช้สิทธิต้องจำกัดข้อมูลที่เข้าถึงและให้โอกาสแก้ไขก่อนเรียกค่าใช้เกิน
  • ไลเซนส์แบบตลอดไปกับแบบมีกำหนดเวลาให้ผลต่างกันมาก แบบตลอดไปไม่หมดอายุแต่ก็ไม่ได้รวมอัปเดต ส่วนแบบมีกำหนดเวลาหยุดจ่ายแล้วใช้ต่อไม่ได้
  • ค่าอนุญาตใช้สิทธิเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) หักร้อยละ 3 ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ส่วนค่าติดตั้งและค่าดูแลเป็นค่าบริการตามข้อ 12/1 ต้องแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตใช้ซอฟต์แวร์ — 349 บาท

สัญญาติดตั้งและซื้อขายไฟฟ้าโซลาร์บนหลังคา (Solar PPA)

ติดโซลาร์บนหลังคาโดยไม่ต้องลงทุน — ผู้ให้บริการติดตั้ง ดูแล และขายไฟให้ในราคาถูกกว่าการไฟฟ้า ครบสัญญาโอนระบบให้

ใช้เมื่อ

  • โรงงาน โกดัง ห้าง โรงเรียน โรงพยาบาล ที่อยากลดค่าไฟโดยไม่ลงทุนเอง (Private PPA / Solar-as-a-Service)
  • ผู้ให้บริการโซลาร์ (EPC/ESCO) ใช้เป็นแบบมาตรฐานเสนอลูกค้า มีตารางราคาซื้อและค่าเลิกชัด
  • บ้านหรืออาคารพาณิชย์ที่ทำ PPA ขนาดเล็ก (เลือกบุคคลธรรมดาได้)

ระวัง

  • ผู้ให้บริการที่ขายไฟให้คนอื่นอาจต้องขอใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าจาก กกพ. — เช็กประกาศยกเว้นปีที่ทำสัญญา
  • หลังคาต้องมีวิศวกรรับรองรับน้ำหนักได้ และแจ้งเทศบาล/อบต. ตามกฎหมายอาคาร
  • ค่าไฟที่จ่ายเป็นซื้อขายสินค้า มี VAT ไม่หัก ณ ที่จ่าย · โอนระบบฟรีตอนจบอาจมีภาษี ปรึกษาผู้สอบบัญชี
  • สัญญายาว 10–25 ปี — ขายอาคารต้องให้ผู้ซื้อรับช่วง ไม่งั้นต้องซื้อระบบตามตาราง
  • อาคารเช่าอยู่หรือติดจำนอง ต้องได้ความยินยอมเจ้าของ/แจ้งธนาคารก่อน

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ PPA แบบนี้มีลักษณะ ซื้อขายไฟฟ้า + ให้ใช้พื้นที่หลังคา + บริการ — ซื้อขายสังหาริมทรัพย์ไม่ติดอากร · การให้ใช้พื้นที่โดยไม่คิดค่าตอบแทนไม่ใช่เช่า

เปิดแบบฟอร์มสัญญาติดตั้งและซื้อขายไฟฟ้าโซลาร์บนหลังคา (Solar PPA) — 490 บาท

สัญญาจัดหาสินค้า

ผู้ว่าจ้างจ้างผู้จัดหาให้ไปค้นหา เจรจา และจัดซื้อสินค้าจากผู้ขายภายนอก โดยผู้จัดหาไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้า เว้นแต่เลือกโหมดซื้อมาขายไป

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อจ้างคนไปหาโรงงานหรือซัพพลายเออร์ให้ แล้วจัดการซื้อและตรวจของให้
  • ใช้เมื่อสั่งของจากต่างประเทศแล้วต้องมีคนไปดูของก่อนขึ้นตู้
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดให้ชัดว่าส่วนลดที่โรงงานให้ผู้จัดหาเป็นของใคร
  • ใช้เมื่อโอนเงินให้ผู้จัดหาไปจ่ายค่าสินค้าแทน และต้องมีกติกาเรื่องเงินทดรอง
  • ใช้เมื่อต้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเลี่ยงไปซื้อตรงหรือเอารายชื่อผู้ขายไปใช้กับลูกค้ารายอื่น

ระวัง

  • ต้องเลือกให้ชัดในข้อ 1.2 ว่าผู้จัดหาเป็นตัวแทนหรือเป็นคนขายให้เรา เพราะเปลี่ยนทั้งคนรับผิดในตัวสินค้า วิธีออกบิล การหักภาษี และอากรแสตมป์
  • ส่วนลดหรือเงินคืนที่ผู้จัดหารับจากผู้ขาย เป็นของผู้ว่าจ้างตาม ป.พ.พ. ม.810 ไม่ใช่รายได้ของผู้จัดหา และถ้าเป็นนายหน้า ม.847 ถึงขั้นตัดสิทธิรับค่าบำเหน็จทั้งหมด
  • ผู้จัดหาไม่ได้รับประกันตัวสินค้าแทนผู้ขาย เขารับผิดเรื่องความระมัดระวังในการคัดเลือกและตรวจสอบ — ถ้าอยากให้รับประกันสินค้าด้วย ต้องเลือกโหมดซื้อมาขายไป
  • ถ้าผู้จัดหาออกบิลรวมค่าสินค้าที่สำรองจ่ายกับค่าตอบแทนของตัวเอง อย่าหักภาษี ณ ที่จ่ายจากยอดทั้งก้อน ให้หักเฉพาะค่าตอบแทน
  • ถ้าให้ผู้จัดหาไปลงนามซื้อแทน ต้องออกหนังสือมอบอำนาจระบุวงเงินให้ชัด เพราะผู้ขายภายนอกดูจากหนังสือมอบอำนาจ และ ม.820–821 ผูกตัวการตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก
  • การคิดค่าตอบแทนเป็นร้อยละของมูลค่าสินค้า ทำให้ผู้จัดหาได้มากขึ้นเมื่อของแพงขึ้น ซึ่งสวนทางกับหน้าที่ต่อรองราคาให้เรา

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาจัดหาสินค้า — 349 บาท

สัญญาใช้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้าและสิ่งของ (Self-storage)

ฝากสินค้าหรือเอกสารไว้กับคลังเก็บของที่ดูแลให้ จ่ายรายเดือน ผู้ให้บริการรับผิดถ้าสูญหาย

ใช้เมื่อ

  • บริษัทฝากสต็อก/เฟอร์นิเจอร์/แฟ้มเอกสารกับคลังเก็บของหรือ self-storage
  • ผู้ให้บริการคลังเก็บของใช้เป็นแบบมาตรฐานกับลูกค้า
  • ย้ายออฟฟิศชั่วคราว ต้องการที่เก็บของพร้อมคนดูแลและประกันภัย

ระวัง

  • เป็นฝากทรัพย์ ไม่ใช่เช่า — ผู้ให้บริการครอบครองของและรับผิดถ้าหาย ต่างจากเช่าโกดังที่คุณถือกุญแจเอง
  • ค่าบริการมี VAT 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3% (ต่างจากค่าเช่าอสังหาฯ)
  • ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ภายใน 6 เดือนหลังสิ้นสัญญา (ม.671) — ตรวจของทันทีตอนรับคืน
  • ฝากเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคล ควรแนบ DPA ตาม PDPA ม.40
  • ถ้ามีเพดานความรับผิด ควรทำประกันภัยของเอง

ไม่เหมาะกับ

อากรแสตมป์ ฝากทรัพย์/ให้บริการ ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องติดอากรบนตัวสัญญา

เปิดแบบฟอร์มสัญญาใช้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้าและสิ่งของ (Self-storage) — 249 บาท

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด)

สัญญาระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้ากับผู้ขอใช้ เพื่อให้นำเครื่องหมายไปใช้กับสินค้าหรือบริการที่ระบุ ภายใต้การควบคุมคุณภาพของเจ้าของ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายติดแบรนด์ของเราบนสินค้าของเขา
  • ใช้เมื่อทำสินค้าร่วมแบรนด์หรือให้ใช้ชื่อแบรนด์กับสินค้าคนละหมวดกับที่เราขาย
  • ใช้เมื่อให้ใช้ชื่อแบรนด์กับบริการ เช่น สาขาที่ผู้อื่นเปิด โดยไม่ได้ให้ทั้งระบบธุรกิจ
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพและการตรวจสอบก่อนออกสินค้า

ระวัง

  • เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้ว สัญญาอนุญาตต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน มิฉะนั้นไม่มีผลตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68
  • คำขอจดทะเบียนต้องแสดงเงื่อนไขที่ทำให้เจ้าของควบคุมคุณภาพสินค้าได้จริง ตาม ม.68 (1) และต้องระบุสินค้าที่อนุญาตตาม ม.68 (2)
  • ถ้าเจ้าของควบคุมคุณภาพไม่ได้จริง หรือการใช้ทำให้สาธารณชนสับสน นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตได้ตาม ม.72
  • การใช้เครื่องหมายโดยผู้ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้โดยเจ้าของตาม ม.70 จึงช่วยรักษาสิทธิไม่ให้ถูกเพิกถอนเพราะไม่ได้ใช้
  • เครื่องหมายที่ยังไม่จดทะเบียนอนุญาตกันได้ตามสัญญา แต่ไม่ได้รับความคุ้มครองแบบเครื่องหมายจดทะเบียนและฟ้องบังคับได้จำกัด
  • ค่าตอบแทนเป็นค่าสิทธิตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) — 349 บาท

สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วให้ผู้ได้รับอนุญาตรายเดียวผลิตและขายสินค้าภายใต้เครื่องหมายในเขตที่กำหนด โดยเจ้าของไม่ขายแข่งและไม่ให้รายอื่น แลกกับค่าสิทธิรายปีและยอดขายขั้นต่ำ

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ต่างประเทศหรือในประเทศให้ผู้ผลิตรายเดียวผลิตและขายสินค้าภายใต้แบรนด์ในประเทศไทยหรือบางภูมิภาค
  • ใช้เมื่อผู้ได้รับอนุญาตต้องลงทุนโรงงาน บรรจุภัณฑ์ และการตลาดมาก จึงต้องการสิทธิผูกขาดและการคุ้มครองจากเจ้าของ
  • ใช้เมื่อต้องการให้เจ้าของมีหน้าที่ปราบปรามสินค้าปลอม และให้ผู้ได้รับอนุญาตทำแทนได้ถ้าเจ้าของเพิกเฉย
  • ใช้เมื่อเจ้าของต้องการยอดขายขั้นต่ำ เพื่อไม่ให้แบรนด์ถูกล็อกไว้กับผู้ที่ไม่ขาย

ระวัง

  • สัญญานี้ต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68 และอย่าเริ่มผลิตจำนวนมากจนกว่านายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียน
  • สินค้าที่อนุญาตต้องอยู่ในรายการที่จดทะเบียนเครื่องหมายไว้ ตาม ม.44 และ ม.68 (2)
  • นายทะเบียนอาจรับจดโดยมีเงื่อนไข (ม.69) ผู้ได้รับอนุญาตมีเวลา 30 วันตัดสินใจเลิกสัญญาตามข้อ 3.3 อย่าปล่อยให้เลยกำหนด
  • กรอกยอดขายขั้นต่ำให้สมจริง ต่ำกว่าเป้าแล้วสิทธิผูกขาดเปลี่ยนเป็นไม่ผูกขาดได้
  • ข้อจำกัดเขตและการห้ามขายนอกเขตต้องไม่เกินจำเป็น ฝ่ายที่มีอำนาจเหนือตลาดเสี่ยงกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ม.57
  • ค่าสิทธิเป็นค่าแห่งสิทธิ ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 เมื่อเจ้าของเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) — 349 บาท

สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน

ส่งพนักงานไปเรียนหรืออบรมโดยให้กลับมาทำงานชดใช้ — ชดใช้เงินลดตามส่วน เบี้ยปรับพอสมควร นายจ้างเลิกจ้างเองลูกจ้างพ้นหน้าที่

ใช้เมื่อ

  • บริษัทให้ทุนพนักงานเรียนปริญญาโท/เอก ในหรือต่างประเทศ แล้วกลับมาทำงาน
  • ส่งพนักงานอบรมหลักสูตรราคาแพง (นักบิน ช่างเฉพาะทาง ใบอนุญาตวิชาชีพ ดูงานต่างประเทศ) ที่ต้องมี bond
  • โรงพยาบาล/โรงเรียนเอกชน ให้ทุนนักเรียน/แพทย์/พยาบาล โดยผูกพันมาทำงานหลังจบ

ระวัง

  • เบี้ยปรับต้องพอสมควร — ราชการใช้ 2 เท่า เอกชนศาลมักลดเหลือ 0.5–1 เท่า และต้องลดตามส่วนที่ทำงานแล้ว
  • นายจ้างเลิกจ้างเองหรือไม่จัดตำแหน่งให้ ลูกจ้างพ้นหน้าที่ชดใช้ — อย่าตัดข้อนี้ ไม่งั้นทั้งสัญญาเสี่ยงเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรม
  • หักเงินตอนออกจากงานต้องมีหนังสือยินยอมเฉพาะเรื่องอีกครั้ง และห้ามหักค่าชดเชยตามกฎหมาย
  • สัญญาค้ำประกันต้องระบุวงเงิน ห้ามให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ติดอากร 10 บาท
  • ทุนที่จ่ายเพื่อประโยชน์กิจการไม่เป็นเงินได้ของลูกจ้าง — จ่ายตรงสถาบันและเก็บหลักฐาน

ไม่เหมาะกับ

  • จ้างงานใหม่พร้อมเงื่อนไขอยู่ครบ X ปี โดยไม่มีทุน — ใช้สัญญาจ้างแรงงาน (bond โดยไม่มีทุนบังคับยาก)
  • ให้ทุนวิจัยแก่นักวิจัย/สถาบันเพื่อผลงาน — ใช้สัญญาจ้างวิจัย
  • ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วผ่อนคืนเป็นเงินอย่างเดียว — ใช้สัญญากู้ยืม

อากรแสตมป์ สัญญาให้ทุนไม่มีในบัญชีอัตราอากร ไม่ต้องติด · สัญญาค้ำประกัน (ผนวก 2) ติดอากร 10 บาท (ลักษณะ 17) ผู้ค้ำประกันเสีย

เปิดแบบฟอร์มสัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน — 249 บาท

สัญญาใช้ระบบแบบ White-label

ผู้ให้บริการระบบให้สิทธิผู้ขายต่อนำระบบไปให้บริการลูกค้าปลายทางภายใต้แบรนด์ของผู้ขายต่อเอง โดยผู้ให้บริการระบบอยู่เบื้องหลังไม่เปิดเผยตัวต่อลูกค้าปลายทาง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อเป็นเจ้าของระบบ SaaS และต้องการให้ตัวแทนหรือพันธมิตรนำไปขายต่อภายใต้แบรนด์ของตนเอง
  • ใช้เมื่อเป็นผู้ขายต่อที่ต้องการนำระบบสำเร็จรูปมาให้บริการลูกค้าของตัวเองโดยไม่ต้องพัฒนาเอง
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าลูกค้าปลายทางจะเป็นอย่างไรเมื่อสัญญาระหว่างสองฝ่ายนี้เลิกกัน

ระวัง

  • เขียนให้ชัดว่าองค์ประกอบใดปรับเป็นแบรนด์ผู้ขายต่อได้ องค์ประกอบใดต้องคงไว้เสมอ
  • กำหนดพื้นตัดขาดของฟีเจอร์ที่ผู้ให้บริการระบบต้องคงไว้ตลอดสัญญา ป้องกันไม่ให้ถอดฟีเจอร์หลักโดยไม่เตือน
  • ข้อมูลลูกค้าปลายทางเป็นของผู้ขายต่อ ผู้ให้บริการระบบเป็นเพียงผู้ประมวลผลและห้ามแย่งลูกค้าไปเอง
  • ทางเลือกของลูกค้าปลายทางเมื่อสัญญาเลิกต้องเป็นสิทธิของผู้ขายต่อ ไม่ใช่ผู้ให้บริการระบบตัดสินฝ่ายเดียว

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญาใช้ระบบแบบ White-label — 490 บาท

สัญญารับบริหารช่อง YouTube

ผู้จัดการช่วยวางแผน ผลิต และหาสปอนเซอร์ให้ช่องของครีเอเตอร์ และได้ส่วนแบ่งจากรายได้ของช่อง

ใช้เมื่อ

  • ใช้เมื่อยูทูบเบอร์ให้ผู้จัดการหรือ MCN ดูแลช่อง
  • ใช้เมื่อผู้จัดการรับหาสปอนเซอร์และแบรนด์ดีลให้ครีเอเตอร์
  • ใช้เมื่อทีมตัดต่อและการตลาดรับบริหารช่องแลกกับเปอร์เซ็นต์รายได้

ระวัง

  • ช่องและบัญชีรับเงินต้องอยู่ในชื่อครีเอเตอร์เสมอ
  • กำหนดวงเงินดีลที่ผู้จัดการต้องขออนุมัติก่อน
  • เขียนว่าใครรับผิดถ้าช่องโดนสไตรก์จากเนื้อหาที่ผู้จัดการใส่
  • การผูกขาดต้องมีระยะเวลาจำกัด

ไม่เหมาะกับ

เปิดแบบฟอร์มสัญญารับบริหารช่อง YouTube — 349 บาท

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-301644 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ใช้ตอนไหน

ร้านออนไลน์เปิดโครงการ Affiliate ให้ครีเอเตอร์หรือลูกค้าช่วยแนะนำสินค้า · จ่ายค่าตอบแทนตามยอดขายจริง ไม่ใช่ค่าจ้างรายเดือน · ต้องการเขียนให้ชัดว่า ยอดนี้ของใคร นับอย่างไร และหักคืนได้แค่ไหนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า · อยากกันการปั่นยอด สั่งซื้อเอง ใช้บอต หรือแอบซื้อโฆษณาด้วยชื่อแบรนด์ของร้าน

สัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ใช้ตอนไหน

เจ้าของอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ตั้งคนดูแลบ้านเช่า เก็บค่าเช่า ติดต่อช่างและราชการแทน · ธุรกิจตั้งบริษัทหรือผู้ชำนาญให้ยื่นขอใบอนุญาต ติดต่อหน่วยงาน หรือทำธุรกรรมแทนเป็นระยะ · ต้องการกำหนดให้ชัดว่าตัวแทนทำอะไรได้ ใช้เงินได้เท่าไร และต้องรายงานบ่อยแค่ไหน

สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ใช้ตอนไหน

ใช้เมื่อสำนักพิมพ์จะพิมพ์หนังสือเล่มกระดาษของผู้เขียน · ใช้เมื่อจะทำอีบุ๊กหรือหนังสือเสียงจากต้นฉบับเดียวกัน โดยเลือกได้ว่าให้สิทธิรูปแบบใดบ้าง · ใช้เมื่อต้องกำหนดเงินล่วงหน้า อัตราค่าลิขสิทธิ์ และรอบรายงานยอดขาย · ใช้เมื่อต้องการให้สิทธิกลับคืนผู้เขียนถ้าหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์

สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ใช้ตอนไหน

ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีคิวและความจุจำกัด · ใช้เมื่อต้องกำหนดความรับผิดเรื่องการจองซ้ำจากปฏิทินไม่ซิงก์ · ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าจะบังคับราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทางหรือไม่

สัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ใช้ตอนไหน

ใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมโปรโมตสินค้า ทำชุดสินค้าร่วม แจกสิทธิประโยชน์ หรือผลิตสื่อร่วมกัน · ใช้เมื่อแต่ละแบรนด์มีช่องทาง ทรัพยากร และงบประมาณที่ต้องระบุแยกกัน · ใช้เมื่อมีการใช้ชื่อ โลโก้ ภาพสินค้า และสื่อของอีกฝ่ายเฉพาะช่วงแคมเปญ · ใช้เมื่ออาจส่งข้อมูลลูกค้าหรือรายชื่อผู้สนใจระหว่างกันและต้องกำหนดบทบาท PDPA

สัญญาฝากขายรถยนต์ ใช้ตอนไหน

ใช้เมื่อนำรถไปจอดฝากขายที่เต็นท์รถมือสอง · ใช้เมื่อรถยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีจากเงินขายรถ · ใช้เมื่อต้องการกำหนดราคาต่ำสุดที่เต็นท์ขายได้เอง

สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง ใช้ตอนไหน

ใช้เมื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าให้ร้านส่ง ยี่ปั๊ว หรือบริษัทค้าขายในต่างจังหวัด ขายสินค้าในนามของร้านนั้นเอง โดยสินค้ายังเป็นของผู้ผลิตจนกว่าจะขายได้ · ใช้เมื่อตกลงจ่ายเป็นบำเหน็จร้อยละของยอดขาย ไม่ใช่ขายส่งแล้วให้บวกราคาเอง · ใช้เมื่อต้องการให้ตัวแทนรับประกันว่าลูกค้าจะจ่าย (ตัวแทนฐานประกัน) หรือให้เป็นผู้จำหน่ายแต่ผู้เดียวในจังหวัดหรือภาคที่กำหนด · ใช้เมื่อตัวการส่งของตรงถึงลูกค้าเอง แต่ให้ตัวแทนเป็นผู้ขายและเก็บเงิน

สัญญาฝากขายสินค้า ใช้ตอนไหน

ผู้ผลิต/แบรนด์เล็ก/สินค้าชุมชน/ศิลปิน ฝากของขายที่ร้าน คาเฟ่ ห้าง หรือร้านออนไลน์ · ร้านค้าที่รับของมาวางขายโดยไม่อยากซื้อขาดและแบกสต็อก · ต้องการเงื่อนไขรับคืนของหมดอายุ ตรวจนับสต็อก และแยกบัญชีกรณีร้านเลิกกิจการ

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 123 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845

บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่ จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

ลักษณะ 16 นายหน้า

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659

ถ้าการรับฝากทรัพย์เป็นการทำให้เปล่าไม่มีบำเหน็จไซร้ ท่านว่าผู้รับฝากจำต้องใช้ความระมัดระวังสงวนทรัพย์สินซึ่งฝากนั้นเหมือนเช่นเคยประพฤติในกิจการของตนเอง

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 807

ตัวแทนต้องทำการตามคำสั่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายของตัวการ เมื่อไม่มีคำสั่งเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินตามทางที่เคยทำกันมาในกิจการค้าขายอันเขาให้ตนทำอยู่นั้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149

นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44

ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 16 (5) เว้นแต่ (1) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย (2) ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยได้แจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอของประเทศปลายทางหรือองค์การระหว่างประเทศ ที่รับข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการกระทำตามสัญญาระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (5) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือบุคคลอื่น เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมในขณะนั้นได้ (6) เป็นการจำเป็นเพื่อการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอของประเทศปลายทาง หรือองค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคล ให้เสนอต่อคณะกรรมการเป็นผู้วินิจฉัย ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอาจขอให้ทบทวนได้เมื่อมีหลักฐานใหม่ทำให้เชื่อได้ว่าประเทศปลายทางหรือ องค์การระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการพัฒนาจนมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่เพียงพอ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 108

ถ้าทำตราสารหลายลักษณะตามที่ระบุในบัญชีท้ายหมวดนี้บนกระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น เช่าและกู้ยืมรวมกันไว้ หรือทำตราสารลักษณะเดียวกันหลายเรื่องบนกระดาษแผ่นเดียวกัน หรือเป็นฉบับเดียวกัน เช่น ขายของสิ่งหนึ่งให้แก่คนหนึ่ง และขายอีกสิ่งหนึ่งให้แก่อีกคนหนึ่ง ซึ่งตามสภาพควรจะแยกกัน ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ให้ครบทุกลักษณะหรือทุกเรื่อง โดยปิดแสตมป์บริบูรณ์เป็นรายตราสารแยกไว้ ให้ปรากฏว่าตราสารใดอยู่ที่ใด และแสตมป์ดวงใดสำหรับตราสารลักษณะหรือเรื่องใด

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453

อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458

กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459

ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น

ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472

ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 849

การรับเงินหรือรับชำระหนี้อันจะพึงชำระตามสัญญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่านายหน้าย่อมไม่มีอำนาจที่จะรับแทนผู้เป็นคู่สัญญา

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 833

อันว่าตัวแทนค้าต่าง คือบุคคลซึ่งในทางค้าขายของเขาย่อมทำการซื้อหรือขายทรัพย์สิน หรือรับจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองต่างตัวการ

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1

ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (1) “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคล (2) “บุคคลธรรมดา” หมายความรวมถึง กองมรดก (3) “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน หรือมูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงหน่วยงาน หรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล (4) “นิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 องค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 สหกรณ์ และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล (5) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ (6) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 (7) “ตัวแทน” หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใด ๆ อันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทนผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด (10) “บริการ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (10/1) “บริการทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บริการซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ซึ่งลักษณะของบริการเป็นไปโดยอัตโนมัติในสาระสำคัญ โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้หากปราศจากเทคโนโลยีสารสนเทศ (10/2) “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายความว่า ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการอื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4

ในพระราชบัญญัตินี้ “สินค้า” หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย รวมทั้งผลิตผลเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงกระแสไฟฟ้า ยกเว้นสินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “ผลิตผลเกษตรกรรม” หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจากเกษตรกรรมต่าง ๆ เช่น การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด แต่ไม่รวมถึงผลิตผลที่เกิดจากธรรมชาติ “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง แต่ง ประกอบ ประดิษฐ์ แปรสภาพ เปลี่ยนรูป ดัดแปลง คัดเลือก แบ่งบรรจุ แช่เยือกแข็ง หรือฉายรังสี รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “ผู้เสียหาย” หมายความว่า ผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น “ความเสียหายต่อจิตใจ” หมายความว่า ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ ความอับอาย หรือความเสียหายต่อจิตใจอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “สินค้าที่ไม่ปลอดภัย” หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้ “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และให้หมายความรวมถึงให้เช่า ให้เช่าซื้อ จัดหา ตลอดจนเสนอ ชักชวน หรือนำออกแสดงเพื่อการดังกล่าว “นำเข้า” หมายความว่า นำหรือสั่งสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักเพื่อขาย “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า (1) ผู้ผลิต หรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต (2) ผู้นำเข้า (3) ผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้ (4) ผู้ซึ่งใช้ชื่อ ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย ข้อความหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ อันมีลักษณะที่จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 834

ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านว่าตัวแทนค้าต่างชอบที่จะได้รับบำเหน็จโดยอัตราตามธรรมเนียมเพื่อกิจการค้าขายอันตนได้จัดการให้ตกลงไปนั้นทุกรายไป

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 842

เมื่อใดเขามอบหมายทรัพย์สินไว้แก่ตัวแทนค้าต่าง ท่านให้นำบทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะฝากทรัพย์มาใช้บังคับ อนุโลมตามควร

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1012

อันว่าสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปตกลงเข้ากันเพื่อกระทำกิจการร่วมกัน ด้วยประสงค์จะแบ่งปันกำไรอันจะพึงได้แต่กิจการที่ทำนั้น

ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025

อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งทำสัญญาตกลงว่าจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกไซร้ ท่านว่าบุคคลภายนอกมีสิทธิจะเรียกชำระหนี้จากลูกหนี้โดยตรงได้

หมวด 2 ผลแห่งสัญญา

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3

ในพระราชบัญญัตินี้ “ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยัง เข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่ เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ “ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และ ให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือ กรรมวิธีด้วย “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงหรือแปรสภาพ และให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนรูปหรือแบ่งบรรจุด้วย “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ในทาง การค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย “ยา” หมายความว่า ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา “เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร” หมายความว่า เคมีภัณฑ์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน การเกษตร และให้หมายความรวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือกำจัดแมลง สัตว์ หรือพืชที่ อาจก่อความเสียหายแก่การเกษตรด้วย “เจ้าของความลับทางการค้า” หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น รวบรวม หรือ สร้างสรรค์ข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้าโดยมิได้เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ของผู้อื่น หรือผู้มีสิทธิโดยชอบในผลการทดสอบหรือข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย “ผู้ควบคุมความลับทางการค้า” หมายความว่า เจ้าของความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ควบคุม หรือดูแลรักษาความลับทางการค้าด้วย “ศาล” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความลับทางการค้า “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความลับทางการค้า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6

การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ การ กระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ละเมิด จะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรค หนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิด ความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 7

การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้แก่ความลับทางการค้า มิให้ถือว่า เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า (1) การเปิดเผยหรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยบุคคลที่ได้ความลับทางการค้านั้น มาโดยทางนิติกรรม โดยไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าความลับทางการค้านั้น คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งได้มา โดยการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าของบุคคลอื่น (2) การเปิดเผยหรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยหน่วยงานของรัฐซึ่งดูแลรักษา ความลับทางการค้านั้นในกรณีดังต่อไปนี้ (ก) ในกรณีจำเป็นเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยหรือความปลอดภัยของ สาธารณชน หรือ (ข) ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างอื่นซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อ การค้า และในกรณีดังกล่าว หน่วยงานของรัฐซึ่งดูแลรักษาความลับทางการค้านั้น หรือหน่วยงานของ รัฐหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ความลับทางการค้านั้นไป ได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อคุ้มครอง ความลับทางการค้าดังกล่าวจากการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ที่ไม่เป็นธรรม (3) การค้นพบโดยอิสระ ซึ่งได้แก่การค้นพบความลับทางการค้าของผู้อื่น โดยผู้ ค้นพบได้ใช้วิธีการประดิษฐ์หรือจัดทำขึ้นด้วยความรู้ความชำนาญของผู้ค้นพบนั้นเอง หรือ (4) การทำวิศวกรรมย้อนกลับ ซึ่งได้แก่การค้นพบความลับทางการค้าของผู้อื่น โดย ผู้ค้นพบได้ทำการประเมินและศึกษาวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป เพื่อค้นคว้าหาวิธีที่ ผลิตภัณฑ์นั้นได้รับการประดิษฐ์ จัดทำ หรือพัฒนา แต่ทั้งนี้ บุคคลซึ่งทำการประเมินและศึกษา วิเคราะห์ดังกล่าวจะต้องได้ผลิตภัณฑ์เช่นว่านั้นมาโดยวิธีที่สุจริต การกระทำตาม (4) ไม่อาจถูกยกขึ้นกล่าวอ้างได้ ถ้าบุคคลซึ่งทำวิศวกรรมย้อนกลับ ดังกล่าวได้ทำสัญญากับเจ้าของความลับทางการค้าหรือผู้ขายผลิตภัณฑ์ที่ทำวิศวกรรมย้อนกลับไว้เป็น อย่างอื่นโดยชัดแจ้ง

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 8

เมื่อมีหลักฐานโดยชัดแจ้งว่าผู้ใดละเมิดหรือกำลังจะกระทำอย่างใดอย่าง หนึ่งอันเป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ผู้ควบคุมความลับทางการค้าที่ถูก หรือกำลังจะถูก ละเมิดสิทธินั้นมีสิทธิดังต่อไปนี้ (1) ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นระงับหรือละเว้นการละเมิดสิทธิในความลับทาง การค้านั้นเป็นการชั่วคราว และ (2) ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้นั้นละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า และฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากผู้ละเมิดสิทธิในทางความลับทางการค้าได้ การใช้สิทธิตาม (1) อาจกระทำได้ก่อนการฟ้องคดีตาม (2)

พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26

ห้ามมิให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็น ทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใด ซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่ได้รับ ความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลซึ่งเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม (2) เป็นการดำเนินกิจกรรมโดยชอบด้วยกฎหมายที่มีการคุ้มครองที่เหมาะสมของมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการเมือง ศาสนา ปรัชญา หรือสหภาพแรงงาน ให้แก่สมาชิก ผู้ซึ่งเคยเป็นสมาชิก หรือผู้ซึ่งมีการติดต่ออย่างสม่ำเสมอกับมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กร ที่ไม่แสวงหากำไรตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยไม่ได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นออกไปภายนอกมูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้น (3) เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิ เรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (5) เป็นการจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับ (ก) เวชศาสตร์ป้องกันหรืออาชีวเวชศาสตร์ การประเมินความสามารถในการทำงานของ ลูกจ้าง การวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ หรือระบบและการให้บริการด้านสังคมสงเคราะห์ ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่ใช่การปฏิบัติ ตามกฎหมายและข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพหรือผู้มีหน้าที่ รักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามกฎหมาย ต้องเป็นการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (ข) ประโยชน์สาธารณะด้านการสาธารณสุข เช่น การป้องกันด้านสุขภาพจากโรคติดต่อ อันตรายหรือโรคระบาดที่อาจติดต่อหรือแพร่เข้ามาในราชอาณาจักร หรือการควบคุมมาตรฐานหรือคุณภาพ ของยา เวชภัณฑ์ หรือเครื่องมือแพทย์ ซึ่งได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือ ตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ (ค) การคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สวัสดิการเกี่ยวกับ การรักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิตามกฎหมาย การคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือการคุ้มครองทางสังคม ซึ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็นในการปฏิบัติตามสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน และประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ง) การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ หรือประโยชน์สาธารณะอื่น ทั้งนี้ ต้องกระทำเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และได้จัดให้มีมาตรการ ที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่คณะกรรมการ ประกาศกำหนด (จ) ประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ โดยได้จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลชีวภาพตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตน ของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือ ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ในกรณีที่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมต้องกระทำภายใต้ การควบคุมของหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34

สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี (1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (2) ผู้ประกอบเกษตรกรรมหรือการป่าไม้ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบอันเป็นผลิตผลทางเกษตรหรือป่าไม้ เฉพาะที่ใช้สอยในบ้านเรือนของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง (3) ผู้ขนส่งคนโดยสารหรือสิ่งของหรือผู้รับส่งข่าวสาร เรียกเอาค่าโดยสาร ค่าระวาง ค่าเช่า ค่าธรรมเนียม รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (4) ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมหรือหอพัก ผู้ประกอบธุรกิจในการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม หรือผู้ประกอบธุรกิจสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเรียกเอาค่าที่พัก อาหารหรือเครื่องดื่ม ค่าบริการหรือค่าการงานที่ได้ทำให้แก่ผู้มาพักหรือใช้บริการ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (5) ผู้ขายสลากกินแบ่ง สลากกินรวบ หรือสลากที่คล้ายคลึงกัน เรียกเอาค่าขายสลาก เว้นแต่เป็นการขายเพื่อการขายต่อ (6) ผู้ประกอบธุรกิจในการให้เช่าสังหาริมทรัพย์ เรียกเอาค่าเช่า (7) บุคคลซึ่งมิได้เข้าอยู่ในประเภทที่ระบุไว้ใน (1) แต่เป็นผู้ประกอบธุรกิจในการดูแลกิจการของผู้อื่นหรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (8) ลูกจ้างซึ่งรับใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น เพื่อการงานที่ทำ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (9) ลูกจ้างไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว หรือลูกจ้างรายวัน รวมทั้งผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าจ้างหรือสินจ้างอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือนายจ้างเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (10) ครูสอนผู้ฝึกหัดงาน เรียกเอาค่าฝึกสอนและค่าใช้จ่ายอย่างอื่นตามที่ได้ตกลงกันไว้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (11) เจ้าของสถานศึกษาหรือสถานพยาบาล เรียกเอาค่าธรรมเนียมการเรียนและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หรือค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอย่างอื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (12) ผู้รับคนไว้เพื่อการบำรุงเลี้ยงดูหรือฝึกสอน เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (13) ผู้รับเลี้ยงหรือฝึกสอนสัตว์ เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (14) ครูหรืออาจารย์ เรียกเอาค่าสอน (15) ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ทันตกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป (16) ทนายความหรือผู้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย รวมทั้งพยานผู้เชี่ยวชาญเรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือคู่ความเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป (17) ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ผู้สอบบัญชี หรือผู้ประกอบวิชาชีพอิสระอื่น เรียกเอาค่าการงานที่ทำให้ รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป หรือผู้ว่าจ้างให้ประกอบการงานดังกล่าวเรียกเอาคืนซึ่งเงินเช่นว่านั้นที่ตนได้จ่ายล่วงหน้าไป

หมวด 2 กำหนดอายุความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1

ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

ลักษณะ 7 จ้างทำของ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680

อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798

กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812

ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 816

ถ้าในการจัดทำกิจการอันเขามอบหมายแก่ตนนั้น ตัวแทนได้ออกเงินทดรองหรือออกเงินค่าใช้จ่ายไป ซึ่งพิเคราะห์ตามเหตุควรนับว่าเป็นการจำเป็นได้ไซร้ ท่านว่าตัวแทนจะเรียกเอาเงินชดใช้จากตัวการ รวมทั้งดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้ออกเงินไปนั้นด้วยก็ได้

หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 817

ในกรณีที่มีบำเหน็จตัวแทนถ้าไม่มีข้อสัญญาตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านว่าบำเหน็จนั้นพึงจ่ายให้ต่อเมื่อการเป็นตัวแทนได้สุดสิ้นลงแล้ว

หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820

ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน

หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 827

ตัวการจะถอนตัวแทน และตัวแทนจะบอกเลิกเป็นตัวแทนเสียในเวลาใด ๆ ก็ได้ทุกเมื่อ

หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 82

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 55 มาตรา 57 หรือมาตรา 58 ต้องชำระค่าปรับ

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 69

ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา 68 จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด และไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805

ตัวแทนนั้น เมื่อไม่ได้รับความยินยอมของตัวการจะเข้าทำนิติกรรมอันใดในนามของตัวการทำกับตนเองในนามของตนเองหรือในฐานเป็นตัวแทนของบุคคลภายนอกหาได้ไม่ เว้นแต่นิติกรรมนั้นมีเฉพาะแต่การชำระหนี้

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 809

เมื่อตัวการมีประสงค์จะทราบความเป็นไปของการที่ได้มอบหมายแก่ตัวแทนนั้นในเวลาใด ๆ ซึ่งสมควรแก่เหตุ ตัวแทนก็ต้องแจ้งให้ตัวการทราบ อนึ่ง เมื่อการเป็นตัวแทนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ตัวแทนต้องแถลงบัญชีด้วย

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 818

การในหน้าที่ตัวแทนส่วนใดตัวแทนได้ทำมิชอบในส่วนนั้น ท่านว่าตัวแทนไม่มีสิทธิจะได้บำเหน็จ

หมวด 3 หน้าที่และความรับผิดของตัวการต่อตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823

ถ้าตัวแทนกระทำการอันใดอันหนึ่งโดยปราศจากอำนาจก็ดี หรือทำนอกทำเหนือขอบอำนาจก็ดี ท่านว่าย่อมไม่ผูกพันตัวการ เว้นแต่ตัวการจะให้สัตยาบันแก่การนั้น

หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 825

ถ้าตัวแทนเข้าทำสัญญากับบุคคลภายนอกโดยเห็นแก่อามิสสินจ้างเป็นทรัพย์สินอย่างใด ๆ หรือประโยชน์อย่างอื่นอันบุคคลภายนอกได้ให้เป็นลาภส่วนตัวก็ดี หรือให้คำมั่นว่าจะให้ก็ดี ท่านว่าตัวการหาต้องผูกพันในสัญญาซึ่งตัวแทนของตนได้ทำนั้นไม่ เว้นแต่ตัวการจะได้ยินยอมด้วย

หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377

เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380

ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นแทนการชำระหนี้ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้ว่าจะเรียกเอาเบี้ยปรับฉะนั้นแล้ว ก็เป็นอันขาดสิทธิเรียกร้องชำระหนี้อีกต่อไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213

ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215

เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461

ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ

ส่วนที่ 1 การส่งมอบ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475

หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อในอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของผู้ขายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น

ส่วนที่ 3 ความรับผิดในการรอนสิทธิ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 483

คู่สัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้

ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 485

ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ไม่อาจคุ้มความรับผิดของผู้ขายในผลของการอันผู้ขายได้กระทำไปเอง หรือผลแห่งข้อความจริงอันผู้ขายได้รู้อยู่แล้วและปกปิดเสีย

ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 30

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มา ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามคำขอตามวรรคหนึ่ง จะปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณี ที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บันทึกการปฏิเสธคำขอดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39 เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำขอตามวรรคหนึ่งและเป็นกรณีที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ ตามวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาตามวรรคหนึ่ง รวมทั้ง การขยายระยะเวลาตามวรรคสี่หรือหลักเกณฑ์อื่นตามความเหมาะสมก็ได้

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 33

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (2) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 32 (1) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา 32 (1) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา 32 (2) (4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 35

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9

ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 20

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่การให้ความยินยอมของผู้เยาว์ไม่ใช่การใด ๆ ซึ่งผู้เยาว์อาจให้ความยินยอม โดยลำพังได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำการแทนผู้เยาว์ด้วย (2) ในกรณีที่ผู้เยาว์มีอายุไม่เกินสิบปี ให้ขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจ กระทำการแทนผู้เยาว์ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้อนุบาลที่มีอำนาจกระทำการแทนคนไร้ความสามารถ ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ การขอความยินยอมจาก เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ให้ขอความยินยอมจากผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนคนเสมือนไร้ ความสามารถ ให้นำความในวรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับการถอนความยินยอมของ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบ การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคล การร้องเรียนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และการอื่นใดตามพระราชบัญญัตินี้ในกรณีที่ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ โดยอนุโลม

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821

บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

หมวด 2 ยืมใช้สิ้นเปลือง

พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4

บุคคลใดให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินหรือกระทำการใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการอำพราง

พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 846

ถ้ากิจการอันได้มอบหมายแก่นายหน้านั้น โดยพฤติการณ์เป็นที่คาดหมายได้ว่าย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จไซร้ ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้า

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 847

ถ้านายหน้าทำการให้แก่บุคคลภายนอกด้วยก็ดี หรือได้รับคำมั่นแต่บุคคลภายนอกเช่นนั้นว่าจะให้ค่าบำเหน็จอันไม่ควรแก่นายหน้าผู้กระทำการโดยสุจริตก็ดี เป็นการฝ่าฝืนต่อการที่ตนเข้ารับทำหน้าที่ไซร้ ท่านว่านายหน้าหามีสิทธิจะได้รับค่าบำเหน็จหรือรับชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไปไม่

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 848

ตัวนายหน้าไม่ต้องรับผิดไปถึงการชำระหนี้ตามสัญญาซึ่งได้ทำต่อกันเพราะตนเป็นสื่อ เว้นแต่จะมิได้บอกชื่อของฝ่ายหนึ่งให้รู้ถึงอีกฝ่ายหนึ่ง

ลักษณะ 16 นายหน้า

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7

ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538

เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ถ้าเช่ามีกำหนดกว่าสามปีขึ้นไป หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าไซร้ หากมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ท่านว่าการเช่านั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้แต่เพียงสามปี

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572

อันว่าเช่าซื้อนั้น คือสัญญาซึ่งเจ้าของเอาทรัพย์สินออกให้เช่า และให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์สินนั้นหรือว่าจะให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นสิทธิแก่ผู้เช่า โดยเงื่อนไขที่ผู้เช่าได้ใช้เงินเป็นจำนวนเท่านั้นเท่านี้คราว

ลักษณะ 5 เช่าซื้อ

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 4

ในพระราชบัญญัตินี้

พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15

ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบธุรกิจโรงแรม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน

พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 59

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 15 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่

พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 29

ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ ในราชอาณาจักรได้กำหนดนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคล ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศและอยู่ในเครือกิจการ หรือเครือธุรกิจเดียวกันเพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน หากนโยบายในการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและรับรองจากสำนักงาน การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยัง ต่างประเทศที่เป็นไปตามนโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองดังกล่าว ให้สามารถกระทำได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 28 นโยบายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ลักษณะของเครือกิจการหรือเครือธุรกิจเดียวกัน เพื่อการประกอบกิจการหรือธุรกิจร่วมกัน และหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบและรับรองตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในกรณีที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามมาตรา 28 หรือยังไม่มีนโยบายในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 28 เมื่อผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมสามารถบังคับ ตามสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ รวมทั้งมีมาตรการเยียวยาทางกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150

การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ ท่านว่าจะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้กิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสำเร็จลุล่วงไป

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 808

ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่จะมีอำนาจใช้ตัวแทนช่วงทำการได้

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 454

การที่คู่กรณีฝ่ายหนึ่งให้คำมั่นไว้ก่อนว่าจะซื้อหรือขายนั้น จะมีผลเป็นการซื้อขายต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้บอกกล่าวความจำนงว่าจะทำการซื้อขายนั้นให้สำเร็จตลอดไป และคำบอกกล่าวเช่นนั้นได้ไปถึงบุคคลผู้ให้คำมั่นแล้ว

ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 35

ผู้จัดการต้องจัดให้มีการบันทึกรายการต่างๆ เกี่ยวกับผู้พักและจำนวนผู้พักในแต่

พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 36

ผู้จัดการต้องส่งสำเนาทะเบียนผู้พักในแต่ละวันไปให้นายทะเบียนทุกสัปดาห์แล้ว

พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474

ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง

ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657

อันว่าฝากทรัพย์นั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ฝาก ส่งมอบทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับฝาก และผู้รับฝากตกลงว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตน แล้วจะคืนให้

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 70

การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตสำหรับสินค้าในการ ประกอบธุรกิจของตนตามที่ได้รับอนุญาตไว้ ให้ถือว่าเป็นการใช้เครื่องหมายการค้าโดยเจ้าของ เครื่องหมายการค้านั้น

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 71

เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าใน ส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น หรือในส่วนที่เกี่ยวกับเงื่อนไขหรือ ข้อจำกัดที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าได้กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาตดังกล่าวได้ และให้นำมาตรา 69 มาใช้บังคับโดยอนุโลม การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามวรรคหนึ่งให้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 72

เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาตอาจร่วมกันร้องขอต่อ นายทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ได้รับอนุญาต□□ายหนึ่ง□□ายใด อาจร้องขอต่อนาย ทะเบียนให้สั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า หากแสดงได้ว่าสัญญา อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว ผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจร้องขอต่อคณะกรรมการให้สั่งเพิกถอนการจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าได้ หากแสดงได้ว่า (1) การใช้เครื่องหมายการค้าโดยผู้ได้รับอนุญาตนั้นทำให้สาธารณชนสับสนหรือ หลงผิดหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย หรือ (2) เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นไม่อาจควบคุมคุณภาพของสินค้าที่ใช้เครื่องหมาย การค้านั้นได้อย่างแท้จริงอีกต่อไป การขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681

อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1

ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้