สัญญาหมวดซื้อขาย / โอน มีกี่แบบ และควรเลือกฉบับไหน
สัญญาหมวดซื้อขาย / โอน บนเว็บนี้มี 29 ฉบับ ได้แก่ สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า · สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) · สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) · สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) · สัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง · สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) · สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า และอีก 22 ฉบับ — เลือกจาก "งานที่ทำจริงคืออะไร" ไม่ใช่จากชื่อเอกสาร เพราะกฎหมายดูเนื้อหาของข้อตกลง ไม่ได้ดูหัวกระดาษ
| จำนวนฉบับในหมวดนี้ | 29 ฉบับ |
|---|---|
| ช่วงราคา | 149 บาท – 490 บาท |
สัญญาหมวดซื้อขาย / โอน ทีละฉบับ
สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า
ผู้ปลูกตกลงปลูกและขายผลผลิตในฤดูที่กำหนด ผู้ซื้อตกลงรับซื้อตามเกรดและสูตรราคาที่ตกลงไว้ล่วงหน้า
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อโรงงานหรือผู้ค้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรล่วงหน้าก่อนปลูก
- ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องการผลผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์
- ใช้เมื่อผู้ซื้อให้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย หรือยาเป็นเครดิตแล้วหักจากค่าผลผลิต
ระวัง
- เขียนเกรดเป็นตัวเลขวัดได้ เช่น ความชื้น ขนาด และตำหนิ
- ผู้ปลูกต้องมีสิทธิขอตรวจซ้ำเมื่อไม่เห็นด้วยกับการคัดเกรด
- ผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติไม่ควรมีค่าปรับ
- ถ้าผู้ซื้อทำสัญญากับเกษตรกรจำนวนมาก อาจอยู่ในกฎหมายเกษตรพันธสัญญา
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าขายสินค้าที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
- ถ้าบริษัทให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ของบริษัท ให้ใช้ สัญญารับเลี้ยงสัตว์แบบ Contract Farming
- ถ้าเช่าที่ดินเพื่อปลูก ให้ใช้ สัญญาเช่าที่ดินทำเกษตร
อากรแสตมป์ สัญญาซื้อขายไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า — 349 บาท
สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
ธุรกิจหนึ่งขายสินค้าใหม่ให้อีกธุรกิจหนึ่งตามคุณลักษณะที่ตกลงกันไว้ จบในตัวเอง ไม่ใช่การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อขายเครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ หรือสินค้าจำนวนหนึ่งให้ธุรกิจอื่น
- ใช้เมื่อต้องการให้ “ตรงสเปกหรือไม่” ตัดสินด้วยเอกสารทางเทคนิค ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก
- ใช้เมื่อให้เครดิตแล้วอยากเก็บกรรมสิทธิ์ไว้เป็นหลักประกันจนกว่าจะได้เงินครบ
- ใช้เมื่อต้องระบุให้ชัดว่าของหายหรือเสียหายระหว่างขนส่งเป็นภาระของใคร
- ใช้เมื่อคู่ค้าเป็นธุรกิจด้วยกัน ไม่ใช่ลูกค้ารายย่อยที่เป็นผู้บริโภค
ระวัง
- ถ้าไม่เขียนเรื่องความเสี่ยงภัยไว้ กฎหมายถือว่าส่งมอบเสร็จตั้งแต่มอบของให้ผู้ขนส่งตาม ป.พ.พ. ม.463 แปลว่าของหายระหว่างทางเป็นภาระผู้ซื้อ ทั้งที่ยังไม่เห็นของเลย
- กรรมสิทธิ์กับความเสี่ยงภัยเป็นคนละเรื่อง ต้องตอบทั้งสองข้อ การเขียนแต่เรื่องกรรมสิทธิ์ไม่ได้ช่วยเวลาของเสียหายระหว่างทาง
- ข้อความว่า “ขายตามสภาพ ไม่รับผิดชอบใด ๆ” อ่อนกว่าที่คิด เพราะ ม.484 บอกว่าไม่คุ้มถึงการคืนราคา และ ม.485 บอกว่าไม่คุ้มสิ่งที่ผู้ขายรู้แล้วปกปิด
- การซื้อขายสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แต่ถ้าในบิลเดียวกันมีค่าติดตั้งหรือค่าขนส่งปนอยู่ ส่วนนั้นต้องหัก จึงต้องแยกราคาในใบแจ้งหนี้
- เรือตั้งแต่ห้าตัน แพ และสัตว์พาหนะ ถ้าไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน สัญญาเป็นโมฆะตาม ม.456
- การขึ้นราคาวัตถุดิบไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ถ้าต้องการปรับราคาได้ต้องเขียนกลไกปรับราคาไว้ต่างหาก
- ผู้ขายแจ้งเปลี่ยนเลขบัญชีทางอีเมลหรือแชต ให้โทรยืนยันก่อนโอนทุกครั้ง — ข้อ 2 กำหนดให้แล้ว เป็นกลโกงที่ธุรกิจไทยเสียเงินบ่อยที่สุด
ไม่เหมาะกับ
- ไม่เหมาะเมื่อขายของมือสองตามสภาพเฉพาะชิ้น ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ)
- ไม่เหมาะเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้บริโภครายย่อย ให้ใช้ สัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง หรือ สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า
- ไม่เหมาะเมื่อแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีเขตพื้นที่และเป้าซื้อขั้นต่ำ ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Sale of Goods Agreement — สัญญาซื้อขายสินค้า ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) — 349 บาท
สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว)
ซื้อขายรถยนต์จบในวันเดียว — ผู้ซื้อจ่ายเงินครบ ผู้ขายส่งรถและเอกสารโอน แล้วไปโอนทะเบียนตามกำหนด ความรับผิดหลังส่งมอบเป็นของผู้ซื้อแม้ชื่อในเล่มยังไม่เปลี่ยน
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อขายรถยนต์ของตัวเองให้คนรู้จัก จ่ายเงินและรับรถวันเดียวกัน
- ใช้เมื่อร้านหรือบริษัทขายรถใหม่ป้ายแดงให้ลูกค้า และจดทะเบียนครั้งแรกในนามลูกค้า
- ใช้เมื่อบริษัทขายรถประจำตำแหน่งให้พนักงานหรือผู้ซื้อรายอื่น
ระวัง
- ตรวจเลขตัวรถและเลขเครื่องยนต์กับคู่มือจดทะเบียนก่อนจ่ายเงิน
- มอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปโอนเอง ผู้ขายยังเป็นชื่อในเล่มจนกว่าจะโอนเสร็จ — ขอสำเนาเล่มหลังโอนตามข้อ 4.2
- ขายตามสภาพไม่คุ้มครองผู้ขายที่รู้ความชำรุดแล้วปกปิด
- ร้านที่ขายให้ผู้บริโภค ขายตามสภาพอาจไม่มีผล — ควรติ๊กรับประกัน
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าวางมัดจำก่อนแล้วนัดจ่ายส่วนที่เหลือทีหลัง ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)
- ถ้ารถยังติดไฟแนนซ์ ต้องปิดบัญชีก่อน ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) หรือ สัญญาซื้อขายรถมือสอง
- ถ้าเป็นรถจักรยานยนต์มือสอง ให้ใช้ สัญญาซื้อขายรถมือสอง
- ถ้าผ่อนกับเจ้าของรถ ให้ใช้ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ (ระหว่างบุคคล)
- วางมัดจำจองรถแล้วโอนทีหลัง — ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) · รถมือสองที่ต้องตรวจสภาพหรือติดไฟแนนซ์ — ใช้ สัญญาซื้อขายรถมือสอง
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) — 149 บาท
สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)
ตกลงซื้อขายรถยนต์และวางมัดจำไว้ก่อน แล้วค่อยนัดวันจ่ายส่วนที่เหลือ รับรถ และโอนทะเบียน — ระหว่างรอ รถยังเป็นของผู้จะขายและผู้จะขายต้องดูแลให้เหมือนเดิม
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อวางมัดจำจองรถยนต์ (มือหนึ่งหรือมือสอง) แล้วรอวันจ่ายเงินและรับรถ
- ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องรอผลอนุมัติไฟแนนซ์ก่อนจ่ายส่วนที่เหลือ
- ใช้เมื่อรถของผู้ขายยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีก่อนโอน
ระวัง
- มัดจำที่สูงเกินส่วนศาลลดได้ — โดยทั่วไปไม่ควรเกินร้อยละ 10–20 ของราคา
- ขอไฟแนนซ์ ให้ติ๊กช่องเงื่อนไขสินเชื่อ มิฉะนั้นไฟแนนซ์ไม่ผ่านถือว่าผู้จะซื้อผิดนัด
- รถติดไฟแนนซ์ ให้จ่ายยอดปิดบัญชีตรงให้ไฟแนนซ์ อย่าจ่ายผ่านผู้จะขาย
- ตรวจเลขตัวรถและเลขเครื่องยนต์กับคู่มือจดทะเบียนก่อนวางมัดจำ
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าจ่ายเงินครบและรับรถวันเดียวกับที่เซ็น ให้ใช้ สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) หรือ สัญญาซื้อขายรถมือสอง
- ถ้าจะผ่อนกับเจ้าของรถโดยตรงและโอนเมื่อผ่อนครบ ให้ใช้ สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ (ระหว่างบุคคล)
- ถ้าฝากรถให้เต็นท์ขายแทน ให้ใช้ สัญญาฝากขายรถยนต์
- จ่ายครบและรับรถในวันเดียว — ใช้ สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว)
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) — 249 บาท
สัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง
ผู้ขายออนไลน์ขายและส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ โดยมอบหมายผู้ให้บริการขนส่งเรียกเก็บราคาเมื่อส่งมอบ
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อร้านค้าออนไลน์ส่งสินค้าทั่วไปและเก็บราคาทั้งหมดเมื่อพัสดุถึงผู้ซื้อ
- ใช้เมื่อผู้ขายเป็นผู้เลือกบริษัทขนส่งและรับความเสี่ยงระหว่างขนส่ง
- ใช้เมื่อกำหนดรายการสินค้า ยอดเก็บปลายทาง และวันส่งมอบสูงสุดได้ชัดเจน
- ใช้ได้ทั้งผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภคและผู้ซื้อทางธุรกิจ โดยเลือกฐานะผู้ซื้อให้ตรงจริง
ระวัง
- ยอดเรียกเก็บปลายทางต้องตรงกับยอดรวมและข้อมูลที่แจ้งบริษัทขนส่ง หากไม่ตรงผู้ซื้อปฏิเสธรับได้
- ผู้ให้บริการขนส่งที่เข้าเกณฑ์ต้องออกหลักฐานรับเงิน เปิดโอกาสให้ตรวจสินค้า ถือเงินห้าวัน และมีกระบวนการคืนเงินตามประกาศ COD พ.ศ.2567
- การขายสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่สองหมื่นบาทควรมีหลักฐานลงลายมือชื่อ หลักฐานวางประจำ หรือการชำระหนี้บางส่วนเพื่อฟ้องบังคับตาม ป.พ.พ. ม.456
- เงื่อนไขไม่รับคืน ไม่มีคลิปไม่รับเคลม หรือริบค่าใช้จ่ายเหมาจ่ายอาจไม่มีผลตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4 และ ม.8
- ความรับผิดเรื่องความชำรุดบกพร่องตาม ป.พ.พ. ม.472–474 และสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่อาจตัดด้วยการชำระ COD
- ตรวจว่าการขายผ่านช่องทางนั้นเข้าข่ายตลาดแบบตรง รวมถึงกฎหมายและประกาศเฉพาะของสินค้าที่ขายหรือไม่
ไม่เหมาะกับ
- ไม่ใช้กับรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ สินค้าควบคุม หรือสินค้าที่มีกฎหมายเฉพาะโดยยังไม่ได้ตรวจแบบสัญญาเฉพาะ
- ไม่ใช้กับพรีออเดอร์ที่รับเงินล่วงหน้า ให้ใช้สัญญารับพรีออเดอร์สินค้า
- ไม่ใช้เป็นสัญญาระหว่างร้านค้ากับบริษัทขนส่ง เพราะแบบนี้เป็นสัญญาระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ
- สัญญาจ้างส่งพัสดุถึงผู้รับและเก็บเงินปลายทาง ภาษาอังกฤษ — ใช้ Last-Mile Delivery and COD Collection Agreement — สัญญาจ้างส่งพัสดุถึงผู้รับและเก็บเงินปลายทาง ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง — 149 บาท
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)
เจ้าของห้องชุดตกลงขายคอนโดมือสองให้ผู้ซื้อ ส่งมอบห้องให้เข้าอยู่ก่อน แล้วจดทะเบียนโอนที่สำนักงานที่ดินภายหลัง
ใช้เมื่อ
- ขายคอนโดมือสองระหว่างบุคคล วางมัดจำแล้วนัดโอนภายหลัง
- ผู้ซื้อกู้ธนาคาร ต้องการเงื่อนไขกู้ไม่ผ่านคืนเงิน
- ผู้ซื้อขอเข้าอยู่หรือตกแต่งห้องก่อนวันโอน
- ห้องยังติดจำนองธนาคาร ต้องไถ่ถอนในวันโอน
- ผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นชาวต่างชาติ
ระวัง
- สัญญานี้ยังไม่โอนกรรมสิทธิ์ ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน (ป.พ.พ. ม.456)
- ผู้ซื้อที่ต้องกู้ธนาคาร ขอประเมินวงเงินเบื้องต้นก่อนลงนาม แล้วติ๊กเงื่อนไขสินเชื่อ
- ผู้ซื้อต่างชาติต้องมีหลักฐานการนำเงินตราต่างประเทศเข้าครอบคลุมราคาทั้งหมด และอาคารต้องยังมีโควตาต่างด้าวเหลือ
- ขอดูใบแจ้งยอดหนี้ค่าส่วนกลางก่อนวางมัดจำ หนี้ค้างทำให้ขอใบปลอดหนี้ไม่ได้และโอนไม่ได้
- รับห้องช้าแล้วให้ทำหนังสือสงวนสิทธิค่าปรับในวันรับ (ป.พ.พ. ม.381)
- ห้องเป็นสินสมรสของผู้ขาย ต้องมีคู่สมรสให้ความยินยอม (ป.พ.พ. ม.1476)
ไม่เหมาะกับ
- ซื้อห้องจากโครงการของผู้ประกอบธุรกิจ — ผู้ประกอบธุรกิจต้องใช้แบบสัญญาของตนตามประกาศ สคบ.
- ยังแค่จองห้อง ยังไม่พร้อมวางมัดจำ ให้ใช้ สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด
- เช่าห้องชุด ไม่ใช่ซื้อ ให้ใช้ สัญญาเช่าบ้าน (บ้านเดี่ยว / ทาวน์เฮาส์)
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Condominium Unit Sale and Purchase Agreement — สัญญาจะซื้อจะขายคอนโด ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) — 349 บาท
สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า
เจ้าของบ้านหรือผู้รับเหมาซื้อวัสดุก่อสร้างหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าจากร้าน ส่งถึงหน้างานเป็นงวด ชำระหลังรับของแต่ละงวด
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อเหล็ก ปูน อิฐ กระเบื้อง สายไฟ หรือตู้ไฟจำนวนมากสำหรับงานก่อสร้าง
- ใช้เมื่อเจ้าของบ้านซื้อวัสดุเองแล้วจ้างผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรง
- ใช้เมื่อต้องการล็อกราคาวัสดุตลอดงาน หรือกำหนดวิธีเจรจาเมื่อราคาเปลี่ยน
ระวัง
- ขอใบรับรองผลทดสอบของเหล็กและเอกสารรับรองคุณภาพทุกงวด
- สินค้าหลายชนิดต้องมีเครื่องหมาย มอก. บังคับ ตรวจก่อนรับของ
- ตรวจของทันทีที่ส่งถึงหน้างาน ถ่ายภาพไว้ถ้าไม่ตรงรายการ
- ซื้อสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ถ้ามีค่าติดตั้งให้แยกสัญญา
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าซื้อสินค้าทั่วไปที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
- ถ้าผู้ขายรับติดตั้งระบบไฟฟ้าด้วย ให้ใช้ สัญญาจ้างติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบประปาสุขาภิบาล
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า — 249 บาท
สัญญาซื้อขายโดเมนและโอนบัญชีเว็บไซต์
ผู้ขายโอนโดเมน เว็บไซต์ และทรัพย์สินดิจิทัลที่เกี่ยวข้องให้ผู้ซื้อ ตามขั้นตอนที่ผูกการจ่ายเงินก้อนใหญ่ไว้หลังผู้ซื้อควบคุมบัญชีได้เต็มที่แล้ว
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อขายเว็บไซต์ทั้งระบบพร้อมโดเมน โค้ด และฐานข้อมูล
- ใช้เมื่อต้องมีขั้นตอนโอนที่ปลอดภัย ไม่จ่ายเงินก้อนใหญ่ก่อนได้สิทธิควบคุมจริง
- ใช้เมื่อต้องตรวจสอบว่าใบอนุญาตปลั๊กอินหรือธีมโอนต่อได้หรือไม่
ระวัง
- อย่าจ่ายเงินก้อนใหญ่ก่อนได้สิทธิผู้ดูแลสูงสุดและเปลี่ยนการยืนยันตัวตนสองชั้นเป็นของตัวเองแล้ว
- โดเมนอาจถูกล็อกห้ามโอนซ้ำ 60 วันหลังเปลี่ยนเจ้าของตามนโยบายมาตรฐาน ซึ่งไม่กระทบการใช้งานเว็บไซต์
- ใบอนุญาตธีม ปลั๊กอิน หรือฟอนต์จากบุคคลที่สามอาจโอนต่อไม่ได้ ต้องตรวจก่อน
- ฐานข้อมูลลูกค้าหรือสมาชิกไม่ใช่สิ่งที่ติดมากับเว็บไซต์อัตโนมัติ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลแยกต่างหาก
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าขายบัญชีสื่อสังคม เช่น เพจหรือช่อง YouTube ไม่ใช่เว็บไซต์ ให้ใช้ สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์
- ถ้าเป็นการจ้างสร้างเว็บไซต์ใหม่ ไม่ใช่ซื้อขายเว็บที่มีอยู่แล้ว ให้ใช้ สัญญาจ้างทำเว็บไซต์ (รวมโดเมนและโฮสติ้ง)
- ถ้าโอนเฉพาะสิทธิบัตรหรือเครื่องหมายการค้าโดยไม่มีเว็บไซต์ ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) หรือ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายโดเมนและโอนบัญชีเว็บไซต์ — 349 บาท
สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร
ผู้ขายจัดหาแอร์ ลิฟต์ หรือระบบอาคาร แล้วติดตั้งจนใช้งานได้ ผู้ซื้อจ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้า มีค่าปรับล่าช้า การทดสอบก่อนรับมอบ และการรับประกันหลังส่งมอบ
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อแอร์หลายเครื่องหรือระบบแอร์พร้อมติดตั้งในบ้าน สำนักงาน หรือโรงงาน
- ใช้เมื่อซื้อลิฟต์หรือบันไดเลื่อนติดตั้งในอาคาร บ้านพักอาศัย หรืออพาร์ตเมนต์
- ใช้เมื่อซื้อระบบอาคารอื่น เช่น ปั๊มน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หรือระบบระบายอากาศ พร้อมติดตั้ง
ระวัง
- อย่าจ่ายเงินงวดแรกสูงเกินไป งวดสุดท้ายควรเก็บไว้จนใช้งานได้ปกติระยะหนึ่ง
- ลิฟต์ต้องเตรียมช่องลิฟต์ ห้องเครื่อง และไฟฟ้าตามแบบของผู้ขาย ให้ผู้ขายส่งแบบก่อนเซ็น
- ลิฟต์และบันไดเลื่อนในอาคารบางประเภทต้องตรวจความปลอดภัยตามกฎหมายควบคุมอาคาร
- ค่าปรับที่รับไว้แล้วไม่สงวนสิทธิอาจเรียกไม่ได้ ให้ทำหนังสือสงวนสิทธิทุกครั้งที่รับของล่าช้า
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าเป็นการจ้างบำรุงรักษาระบบที่มีอยู่แล้วเป็นรายปี ให้ใช้ สัญญาจ้างบำรุงรักษาระบบอาคารและเครื่องจักร (รายปี)
- ถ้าเป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิด ให้ใช้ สัญญาจ้างติดตั้งกล้องวงจรปิด
- ถ้าเป็นการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา ให้ใช้ สัญญารับติดตั้ง Solar Rooftop
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร — 349 บาท
สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด
ผู้จองวางเงินจองให้ผู้ขายกันบ้าน ที่ดิน หรือห้องชุดไว้ จนถึงวันทำสัญญาจะซื้อจะขาย
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อจองบ้านหรือห้องชุดในโครงการก่อนทำสัญญาจะซื้อจะขาย
- ใช้เมื่อเจ้าของรายบุคคลรับเงินจองบ้านมือสอง
- ใช้เมื่อผู้จองต้องขอสินเชื่อและต้องการให้เลิกได้ถ้ากู้ไม่ผ่าน
ระวัง
- ผู้ประกอบธุรกิจขายห้องชุดต้องใช้แบบสัญญาจองมาตรฐานของ สคบ. พ.ศ. 2567
- เงินจองริบได้เฉพาะเมื่อผู้จองไม่มาทำสัญญาตามกำหนด
- ตรวจเอกสารสิทธิ์และชื่อเจ้าของก่อนจ่ายเงินจอง
- ห้ามเก็บค่าโอนสิทธิการจองและห้ามเปลี่ยนเงินจองเป็นเงินดาวน์
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าจองที่ดินเปล่าจากเจ้าของ ให้ใช้ สัญญาจองที่ดิน
- ถ้าพร้อมผูกพันซื้อขายและวางมัดจำแล้ว ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
- ถ้าต้องการตรวจบ้านก่อนรับโอน ให้ใช้ สัญญาจ้างตรวจรับบ้านหรือคอนโด
- จองซื้อที่ดินเปล่า — ใช้ สัญญาจองที่ดิน
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด — 349 บาท
สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า
สัญญาระหว่างร้านกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าสังหาริมทรัพย์และชำระราคาผ่อนเป็นงวด โดยสินค้าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ซื้อเมื่อส่งมอบ
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อร้านขายสินค้าสังหาริมทรัพย์และตกลงราคาแบบผ่อนชำระกับลูกค้าโดยตรง
- ใช้เมื่อมีเงินดาวน์ งวดรายเดือน และงวดสุดท้ายที่คู่สัญญาระบุยอดกับวันครบกำหนดได้ชัด
- ใช้เมื่อร้านส่งสินค้าให้ลูกค้าก่อนชำระครบ แต่ไม่ต้องการให้สัญญาเป็นเช่าซื้อ
- ใช้เมื่อร้านต้องจัดส่งสินค้า ออกหลักฐานรับเงิน และให้ลูกค้าแจ้งปัญหาสินค้าผ่านช่องทางที่ระบุ
ระวัง
- กรอกยอดเงินดาวน์ ยอดคงเหลือ งวดปกติ และงวดสุดท้ายให้รวมเท่ากับราคาผ่อนก่อนลงนาม มิฉะนั้นตารางชำระอาจโต้แย้งได้
- สินค้าตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไปควรมีหลักฐานเป็นหนังสือลงชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ซึ่งแม่แบบนี้จัดให้แล้ว
- หากคิดราคาผ่อนสูงกว่าราคาเงินสด ต้องเปิดเผยทั้งสองราคาและค่าใช้จ่ายที่รวมอยู่ ไม่ควรเรียกยอดที่ไม่ระบุในสัญญา เพราะอาจเป็นข้อสัญญาไม่เป็นธรรมตามมาตรา 4
- หากลูกค้าผิดนัด ให้ทวงยอดที่ถึงกำหนดและให้ระยะเวลาแก้ไขก่อน ไม่ใช้ข้อความริบเงินหรือยึดคืนสินค้าด้วยตนเอง
- ผู้ขายยังต้องรับผิดเรื่องสินค้าไม่ปลอดภัย และไม่อาจตัดสิทธิดังกล่าวล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9
- ใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อขาย จัดส่ง รับชำระ และติดตามยอดตามที่แจ้งไว้เท่านั้น พร้อมคุ้มครองข้อมูลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23 และ 37
- ร้านที่ต้องการเรียกยอดที่เหลือทั้งก้อนเมื่อลูกค้าเบี้ยวหลายงวด ให้ติ๊กตัวเลือกเร่งหนี้ — ถ้าไม่ติ๊ก ทวงได้เฉพาะงวดที่ถึงกำหนดแล้วเท่านั้น
ไม่เหมาะกับ
- ไม่เหมาะกับการให้เช่าทรัพย์และสัญญาว่าจะขายเมื่อผ่อนครบ เพราะเข้าลักษณะเช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 ให้ใช้ สัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องใช้)
- ไม่เหมาะกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เรือมีระวางตั้งแต่ห้าตัน แพ หรือสัตว์พาหนะ ควรใช้สัญญาและขั้นตอนเฉพาะประเภททรัพย์
- ไม่เหมาะกับร้านหรือผู้ให้กู้ที่ประกอบธุรกิจสินเชื่อเป็นปกติหรือมีผู้รับโอนหนี้หลายราย ควรปรึกษาทนายของคุณเรื่องรูปแบบธุรกิจและกฎหมายเฉพาะก่อนใช้
เปิดแบบฟอร์มสัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า — 249 บาท
สัญญาสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ
ผู้ขายต่างประเทศขายหรือผลิตสินค้าให้ผู้ซื้อไทย ตามเงื่อนไขส่งมอบ การชำระเงิน และกฎหมายที่เลือกไว้
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อสั่งซื้อสินค้าจากโรงงานหรือผู้ค้าในจีน เวียดนาม หรือประเทศอื่น
- ใช้เมื่อสั่งผลิตสินค้าตามแบบของผู้ซื้อจากโรงงานต่างประเทศ
- ใช้แทนใบสั่งซื้อฉบับย่อเมื่อยอดสูงและต้องการเงื่อนไขครบ
ระวัง
- เขียนให้ชัดว่าใครจองเรือ ใครทำประกัน และความเสี่ยงโอนที่จุดไหน
- ผู้ซื้อที่นำเข้ามาขายในไทยต้องรับผิดต่อผู้บริโภคเหมือนผู้ผลิต
- ศาลต่างประเทศบังคับยาก ควรเลือกอนุญาโตตุลาการ
- ตรวจว่าสินค้าต้องมี มอก. อย. หรือฉลากภาษาไทยก่อนสั่ง
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าซื้อจากผู้ขายในประเทศ ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
- ถ้าจ้างโรงงานในไทยผลิตตามสูตรของแบรนด์ ให้ใช้ สัญญารับจ้างผลิตสินค้า (OEM)
- ถ้าจ้างตัวแทนหาผู้ขายต่างประเทศ ให้ใช้ สัญญาตัวแทนนำเข้าสินค้า
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ International Purchase Agreement (Import to Thailand) — สัญญาซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ
อากรแสตมป์ สัญญาซื้อขายไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ถ้าผู้ซื้อเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต ธนาคารเป็นผู้จัดการอากรของตราสารที่เกี่ยวข้อง
เปิดแบบฟอร์มสัญญาสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ — 490 บาท
สัญญาซื้อขายคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ไอที
ผู้ขายขายคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแท็บเล็ต ทั้งใหม่และมือสอง โดยรับรองว่าเครื่องไม่ติดผ่อนหรือล็อก ออกจากบัญชีและลบข้อมูลแล้ว ซอฟต์แวร์มีลิขสิทธิ์ และมีเงื่อนไขรับประกันชัด
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อขายหรือซื้อมือถือหรือโน้ตบุ๊กมือสองระหว่างบุคคล
- ใช้เมื่อร้านขายคอมพิวเตอร์หรือมือถือให้ลูกค้าหรือองค์กร รวมถึงรับเทิร์นเครื่องเก่า
- ใช้เมื่อองค์กรซื้อเครื่องหลายเครื่องพร้อมติดตั้ง อบรม และลงทะเบียนระบบจัดการอุปกรณ์
ระวัง
- ตรวจว่าเครื่องออกจาก iCloud หรือบัญชี Google แล้วจริงก่อนจ่ายเงิน เครื่องที่ยังติดล็อกใช้งานไม่ได้
- มือถือที่ซื้อผ่อนกับร้านหรือผู้ให้สินเชื่อบางรายมีแอปล็อกเครื่อง ถ้ายังผ่อนไม่หมดเครื่องอาจถูกล็อกภายหลัง
- ร้านค้าที่ขายให้ผู้บริโภคไม่ควรใช้ตัวเลือกขายตามสภาพไม่รับประกัน
- ถ้าเทิร์นเครื่องเก่า ให้สำรองและลบข้อมูลเองก่อนส่งมอบ และขอให้ร้านยืนยันการลบ
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าขายพร้อมโอนเลขหมายโทรศัพท์ ให้ใช้ สัญญาซื้อขายและโอนสิทธิการใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือ
- ถ้าเป็นการเช่าคอมพิวเตอร์รายเดือน ให้ใช้ สัญญาเช่าคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์ไอที
- ถ้าเป็นเครื่องจักรหรือของใช้แล้วมูลค่าสูงที่ไม่มีข้อมูลในเครื่อง ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ)
- สัญญารับสินค้าเก่าแลกใหม่และรับซื้อคืน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Trade-In and Buyback Agreement — สัญญารับสินค้าเก่าแลกใหม่และรับซื้อคืน ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ไอที — 249 บาท
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ผู้ขายขายที่ดินพร้อมบ้านหรืออาคารที่มีอยู่แล้ว ผู้ซื้อวางมัดจำ ตรวจสภาพบ้านก่อน แล้วจ่ายส่วนที่เหลือและรับโอนที่สำนักงานที่ดินในวันที่กำหนด
ใช้เมื่อ
- ซื้อขายบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว หรือโกดังพร้อมที่ดินระหว่างเจ้าของกับผู้ซื้อ
- ผู้ซื้อต้องการพาวิศวกรตรวจบ้านก่อนโอน และให้ผู้ขายแจ้งความชำรุดที่รู้เป็นหนังสือ
- ซื้อที่ดินบางส่วนของโฉนดพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ต้องรังวัดแบ่งแยกก่อนโอน
- ตกลงให้ผู้ขายซ่อมหลังคา ทาสี หรือแก้จุดชำรุดให้เสร็จก่อนโอน พร้อมรับประกันงาน
ระวัง
- ที่ดินหรือบ้านเป็นสินสมรส ต้องให้คู่สมรสของผู้ขายลงชื่อยินยอม
- ผู้ซื้อที่ต้องกู้ธนาคาร ให้เปิดข้อกู้ไม่ผ่านคืนมัดจำ และยื่นกู้ภายในกำหนด
- ตรวจโฉนดตัวจริงด้านหลังว่าติดจำนอง ภาระจำยอม หรืออายัดหรือไม่ ก่อนวางมัดจำ
- ส่วนต่อเติมที่ไม่ได้ขออนุญาตอาจถูกสั่งรื้อภายหลัง ให้ผู้ขายเขียนแจ้งไว้
ไม่เหมาะกับ
- ผู้ขายยังต้องสร้างบ้านใหม่ตามแบบให้ก่อนโอน — ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านที่ผู้ขายสร้างให้
- ซื้อขายที่ดินเปล่า — ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
- ซื้อขายคอนโด — ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง)
- ซื้อบ้านในโครงการจัดสรรจากบริษัทผู้พัฒนาโครงการ — ต้องใช้แบบสัญญาของโครงการตามกฎหมาย
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Agreement to Sell and Purchase Land and Factory — สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมโรงงาน ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง — 349 บาท
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านที่ผู้ขายสร้างให้
เจ้าของที่ดินตกลงสร้างบ้านตามแบบให้เสร็จแล้วโอนที่ดินพร้อมบ้านให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อผ่อนจ่ายเป็นงวดตามความคืบหน้างาน
ใช้เมื่อ
- เจ้าของที่ดินรายย่อยสร้างบ้านขายเองทีละหลังหรือไม่กี่หลัง
- ผู้ซื้อเลือกแบบบ้านแล้วให้เจ้าของที่ดินสร้างให้ก่อนโอน
- แบ่งขายที่ดินบางส่วนของโฉนดพร้อมบ้านที่จะสร้างบนส่วนนั้น
- ต้องการจ่ายเงินเป็นงวดตามงานที่เสร็จจริง ไม่ใช่จ่ายล่วงหน้าก้อนใหญ่
ระวัง
- ผู้ขายที่แบ่งที่ดินขายตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป (รวมแปลงที่แบ่งเพิ่มภายใน 3 ปี) เป็นการจัดสรรที่ดิน ต้องได้รับอนุญาตก่อน (พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน ม.4, 21)
- เงินงวดก่อนโอนไม่มีหลักประกัน ค้นสารบบที่ดินก่อนจ่ายทุกงวด และอย่าจ่ายเกินงานที่เห็นเสร็จจริง
- ผู้ซื้อที่ต้องกู้ธนาคาร ขอประเมินวงเงินเบื้องต้นก่อนลงนาม แล้วติ๊กเงื่อนไขสินเชื่อ
- รับบ้านล่าช้าแล้วให้ทำหนังสือสงวนสิทธิค่าปรับในวันรับ (ป.พ.พ. ม.381)
- ที่ดินเป็นสินสมรสของผู้ขาย ต้องมีคู่สมรสให้ความยินยอม (ป.พ.พ. ม.1476)
- แม่แบบรองรับผู้ขายที่มีชื่อในโฉนดคนเดียว ถ้าโฉนดมีหลายชื่อ ทุกคนต้องเป็นผู้ขาย ควรปรึกษาทนาย
ไม่เหมาะกับ
- ซื้อบ้านในโครงการจัดสรรจากผู้จัดสรรที่ดิน — ต้องใช้แบบสัญญาที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด
- ซื้อที่ดินเปล่าที่ไม่มีการสร้างบ้าน ให้ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
- สร้างบ้านบนที่ดินของตัวเองโดยจ้างผู้รับเหมา ให้ใช้ สัญญาจ้างผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมบ้านที่ผู้ขายสร้างให้ — 490 บาท
สัญญาจองที่ดิน
ผู้ซื้อวางเงินจองที่ดินกับเจ้าของ เพื่อล็อกราคาและสิทธิไว้ก่อนไปทำสัญญาจะซื้อจะขายฉบับจริง
ใช้เมื่อ
- เจอที่ดินที่ต้องการ อยากล็อกไว้ก่อนระหว่างขอสินเชื่อหรือตรวจโฉนด
- เจ้าของหรือนายหน้าต้องการเงินจองเพื่อหยุดเสนอขายคนอื่นชั่วคราว
- ยังไม่พร้อมทำสัญญาจะซื้อจะขาย แต่ตกลงราคาแล้ว
ระวัง
- เงินจองถูกริบถ้าผู้จองไม่มาทำสัญญาภายในกำหนด — วางเท่าที่ยอมเสียได้
- ตรวจโฉนดตัวจริงกับสำนักงานที่ดินก่อนวางเงิน ว่าไม่ติดจำนอง/อายัด และผู้รับจองคือเจ้าของจริง
- ที่ดินเป็นสินสมรส ต้องให้คู่สมรสของเจ้าของยินยอมด้วย
- ไม่ต้องติดอากรแสตมป์ แต่สัญญาซื้อขายจริงจะมีค่าโอนและภาษีที่สำนักงานที่ดิน
ไม่เหมาะกับ
- ตกลงซื้อขายและกำหนดวันโอนแล้ว — ข้ามไปทำสัญญาจะซื้อจะขายเลย
- จองคอนโด/บ้านจากโครงการ — ใช้สัญญาจองตามประกาศ สคบ. ของโครงการ
- จองซื้อบ้านหรือห้องชุด — ใช้ สัญญาจองซื้อบ้านหรือห้องชุด
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจองที่ดิน — 149 บาท
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
ผู้จะขายกับผู้จะซื้อตกลงซื้อขายที่ดิน — บางส่วนของโฉนดคิดราคาตามเนื้อที่จริงหลังรังวัด หรือทั้งแปลงราคาเหมา — วางมัดจำก่อนไปโอนที่สำนักงานที่ดิน
ใช้เมื่อ
- ซื้อขายที่ดินที่ยังต้องรังวัดสอบเขตหรือแบ่งแยกโฉนดก่อนโอน
- ราคาคิดต่อตารางวา ต้องปรับตามเนื้อที่ที่รังวัดได้จริง
- ซื้อทั้งแปลงราคาเดียว ไม่อยากเถียงเรื่องเนื้อที่ขาดเกินหลังรังวัด — ติ๊ก «ซื้อทั้งแปลงในราคาเหมา»
- วางมัดจำแล้วนัดโอนภายหลัง
ระวัง
- สัญญานี้ยังไม่ใช่การโอน — กรรมสิทธิ์โอนเมื่อจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น
- วันโอนมีค่าธรรมเนียม 2% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะ/อากร — ระบบประมาณให้ แต่เจ้าหน้าที่คำนวณจริง
- ที่ดินเป็นสินสมรสของผู้ขาย ต้องมีคู่สมรสยินยอม ไม่งั้นคู่สมรสฟ้องเพิกถอนได้
- มัดจำสูงเกินส่วน ศาลลดการริบได้
- ตรวจโฉนดตัวจริงว่าไม่ติดจำนอง ภาระจำยอม หรืออายัด
ไม่เหมาะกับ
- ซื้อขายเต็มแปลงและโอนทันที — ไปทำสัญญาซื้อขายที่สำนักงานที่ดินได้เลย
- ซื้อบ้านพร้อมที่ดินจากโครงการจัดสรร — ใช้สัญญาตามแบบ สคบ.
- ขายฝาก — คนละสัญญาและมีกฎหมายเฉพาะ
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Agreement to Sell and Purchase Land — สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง) — 349 บาท
สัญญาซื้อขายสินค้าตามคำสั่งซื้อระยะยาว
กรอบสัญญาซื้อขายระยะยาวระหว่างผู้จัดส่งกับผู้ซื้อ ที่ตกลงเงื่อนไขไว้ล่วงหน้าแล้วซื้อขายจริงด้วยใบสั่งซื้อเป็นคราว ๆ
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากผู้จัดส่งรายเดิมต่อเนื่องหลายเดือนหรือหลายปี
- ใช้เมื่อต้องให้ผู้จัดส่งกันกำลังผลิตไว้ให้ และต้องรู้ว่าถ้าเขาส่งไม่ได้จะทำอย่างไร
- ใช้เมื่อต้องการล็อกราคาไว้ช่วงหนึ่ง และกำหนดกติกาการขอปรับราคาให้วัดได้
- ใช้เมื่อรับของเป็นล็อตและต้องตรวจด้วยการสุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่ตรวจทีละชิ้น
- ใช้เมื่อผู้ซื้อเป็นผู้ใช้เองหรือซื้อไปผลิตต่อ ไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้ง
- ใช้เมื่อผู้ซื้อรับซื้อผลผลิตของโรงงานเล็กหรือผู้ผลิตชุมชนเป็นประจำ และต้องการเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศ (ติ๊กตัวเลือกผู้จัดจำหน่ายแต่ผู้เดียว)
ระวัง
- ถ้าไม่เขียนข้อ 1.2 ให้ชัด คู่สัญญาจะเถียงกันว่าการลงนามแปลว่าตกลงซื้อแล้วหรือยัง — สัญญากรอบที่ไม่บอกว่าตัวเองไม่ผูกพัน คือสัญญาที่อ่านได้สองทาง
- ประมาณการที่ส่งให้ผู้จัดส่งอาจกลายเป็นหนี้ได้ ถ้าไม่ระบุว่าผูกพันแค่ช่วงใดและกี่เปอร์เซ็นต์
- ข้อ take-or-pay ที่ให้จ่ายเต็มราคาขายสำหรับของที่ไม่ได้ผลิต เป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้ตาม ม.383 จึงต้องหักต้นทุนที่ประหยัดได้ออกก่อน
- การขึ้นราคาวัตถุดิบไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ถ้าอยากปรับราคาได้ต้องเปิดสวิตช์สูตรปรับราคาไว้ตั้งแต่ต้น
- ถ้าไม่เขียนเรื่องความเสี่ยงภัย กฎหมายถือว่าส่งมอบเสร็จตั้งแต่มอบของให้ผู้ขนส่งตาม ม.463 ของหายระหว่างทางจึงเป็นภาระผู้ซื้อ
- การซื้อขายสินค้าไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ค่าขนส่งที่คิดแยกต้องหัก 1% และค่าติดตั้งต้องหัก 3% จึงต้องแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้
- สั่งซื้อทางไลน์ได้เพื่อประสานงาน แต่ใบสั่งซื้อที่ผูกพันต้องส่งโดยคนที่แจ้งรายชื่อไว้และมีเลขที่ใบสั่งซื้อ — ส่งหนังสือแจ้งรายชื่อผู้มีอำนาจสั่งซื้อให้อีกฝ่ายหลังลงนาม
ไม่เหมาะกับ
- ไม่เหมาะเมื่อซื้อขายกันครั้งเดียวจบ ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
- ไม่เหมาะเมื่อแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีเขตพื้นที่และสิทธิใช้แบรนด์ ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)
- ไม่เหมาะเมื่อผู้ซื้อเป็นคนให้แบบและให้วัตถุดิบแล้วจ้างผลิตตามแบบนั้น ให้ใช้สัญญาผลิตแบบ OEM
- สัญญาซื้อขายวัตถุดิบและชิ้นส่วนต่อเนื่อง ภาษาอังกฤษ — ใช้ Raw Materials and Components Supply Agreement — สัญญาซื้อขายวัตถุดิบและชิ้นส่วนต่อเนื่อง ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายสินค้าตามคำสั่งซื้อระยะยาว — 349 บาท
สัญญาซื้อขายและโอนสิทธิการใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือ
ผู้โอนสละและโอนสิทธิใช้เบอร์มือถือให้ผู้รับโอนผ่านการเปลี่ยนชื่อผู้ใช้บริการที่ค่าย โดยจ่ายเงินเมื่อโอนสำเร็จ และผู้โอนปลดเบอร์ออกจากบัญชีการเงินและแอปก่อนโอน
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อขายเบอร์สวยหรือเบอร์มงคลระหว่างบุคคล
- ใช้เมื่อขายมือถือพร้อมเบอร์เดิม
- ใช้เมื่อพนักงานหรือหุ้นส่วนโอนเบอร์ที่ใช้ติดต่อลูกค้าให้บริษัทหรือคนอื่น
ระวัง
- จ่ายเงินส่วนใหญ่เมื่อค่ายเปลี่ยนชื่อผู้ใช้บริการเป็นชื่อผู้รับโอนแล้วเท่านั้น
- ผู้โอนต้องเปลี่ยนเบอร์ในแอปธนาคาร พร้อมเพย์ และแอปอื่นก่อนโอน ไม่อย่างนั้นรหัส OTP จะไปถึงเจ้าของใหม่
- เงื่อนไขการโอนของแต่ละค่ายต่างกัน ให้โทรถามค่ายก่อนนัดวันโอน
- รับโอนแล้วให้ตั้งรหัสล็อกซิมและรหัสบัญชีกับค่ายทันที กันผู้โอนหรือมิจฉาชีพขอซิมใหม่
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าขายเฉพาะตัวเครื่องไม่รวมเบอร์ ให้ใช้ สัญญาซื้อขายคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ไอที
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายและโอนสิทธิการใช้เลขหมายโทรศัพท์มือถือ — 149 บาท
สัญญาผลิตสินค้าจากแบบของผู้ผลิต (ODM)
โรงงานเป็นเจ้าของแบบหรือสูตรอยู่แล้ว ปรับแต่งให้ตามที่ตกลง แล้วผลิตส่งให้เจ้าของแบรนด์นำไปขายภายใต้เครื่องหมายการค้าของตนเอง
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อเลือกสูตรจากแคตตาล็อกของโรงงานแล้วปรับกลิ่น สี หรือแพ็กเกจให้เป็นแบรนด์ของเรา
- ใช้เมื่อต้องตกลงว่าโรงงานจะขายสูตรเดียวกันให้คู่แข่งได้หรือไม่
- ใช้เมื่อจ่ายเงินให้โรงงานปรับแต่งสูตร และต้องรู้ว่าส่วนที่จ่ายไปเป็นของใคร
- ใช้เมื่อต้องตัดสินใจว่าเลขจดแจ้งผลิตภัณฑ์จะอยู่ในชื่อเราหรือชื่อโรงงาน
- ใช้เมื่อสินค้าอาจต้องเรียกคืน และต้องแยกว่าความผิดอยู่ที่สูตรเดิมหรือที่สิ่งที่เราสั่งให้แก้
ระวัง
- สูตรตั้งต้นไม่ใช่ของคุณ คุณได้แค่สิทธิใช้ วันเลิกสัญญาคุณเอาสูตรไปให้โรงงานอื่นผลิตต่อไม่ได้
- ถ้าไม่ซื้อความเป็นเอกสิทธิ์ไว้ โรงงานขายสูตรเดียวกันให้คู่แข่งได้ และของหน้าตาเหมือนกันจะวางขายอยู่ข้าง ๆ ภายใต้แบรนด์อื่น
- เลขจดแจ้งอยู่ในชื่อใครคือคำถามที่แพงที่สุด ถ้าอยู่ในชื่อโรงงาน การย้ายโรงงานแปลว่าต้องขึ้นทะเบียนใหม่ทั้งหมดและสินค้าหายจากตลาดระหว่างนั้น
- สิ่งที่เป็นของคุณจริง ๆ มีแค่เครื่องหมายการค้า ชื่อสินค้า ฉลาก และงานศิลปกรรม — ข้อ 2.3 จึงต้องกันไว้ให้แน่นที่สุด
- การเอาแบรนด์ของคุณไปติดบนสินค้า ทำให้คุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องรับผิดต่อผู้เสียหายตามกฎหมายสินค้าไม่ปลอดภัย พร้อมกับที่โรงงานเป็นผู้ผลิต ทั้งคู่รับผิดคนละฐานะ
- ค่าเอกสิทธิ์และค่าแม่พิมพ์เป็นคนละก้อนกับค่าสินค้า ต้องแยกบรรทัดในใบแจ้งหนี้ เพราะอาจต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายคนละอัตรา
ไม่เหมาะกับ
- ไม่เหมาะเมื่อสูตรหรือแบบเป็นของคุณเองตั้งแต่ต้น ให้ใช้ สัญญารับจ้างผลิตสินค้า (OEM)
- ไม่เหมาะเมื่อเพียงขอใช้เครื่องหมายการค้าหรือทรัพย์สินทางปัญญาโดยไม่มีการผลิตให้ ให้ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
- ไม่เหมาะเมื่อจ้างทำงานครั้งเดียวไม่ได้ผลิตซ้ำเป็นล็อต ให้ใช้ สัญญาจ้างทำของ — ทั่วไป (บริษัท/บุคคล)
เปิดแบบฟอร์มสัญญาผลิตสินค้าจากแบบของผู้ผลิต (ODM) — 490 บาท
สัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์
สัญญาซื้อขายเพจ ช่อง หรือบัญชีสื่อสังคมพร้อมคอนเทนต์และผู้ติดตาม โดยส่งมอบสิทธิเข้าถึงและโอนลิขสิทธิ์ในโพสต์เก่าเป็นขั้นตอน
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อหรือขายเพจ ช่อง หรือบัญชีสื่อสังคมที่มีผู้ติดตามอยู่แล้ว
- ใช้เมื่อขายกิจการออนไลน์ที่ตัวทรัพย์สินหลักคือบัญชีและคลังคอนเทนต์
- ใช้เมื่อต้องส่งมอบรหัส อีเมลกู้คืน และการยืนยันตัวตนสองชั้นอย่างเป็นขั้นตอน
- ใช้เมื่อต้องโอนลิขสิทธิ์ในโพสต์เก่าไปพร้อมกับบัญชี
ระวัง
- เงื่อนไขของแพลตฟอร์มเกือบทั้งหมดห้ามโอนบัญชีผู้ใช้ สัญญานี้จึงผูกพันกันเองระหว่างคู่สัญญา ไม่ผูกพันแพลตฟอร์ม และแพลตฟอร์มอาจระงับบัญชีได้
- การโอนลิขสิทธิ์ในคอนเทนต์ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17 และถ้าไม่ระบุเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี
- ผู้ติดตามและรายชื่อลูกค้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การส่งต่อให้ผู้ซื้อต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ ไม่ใช่โอนไปพร้อมบัญชีโดยอัตโนมัติ
- จ่ายเงินก่อนได้รับสิทธิเข้าถึงเต็มและเปลี่ยนอีเมลกู้คืนกับการยืนยันตัวตนสองชั้นแล้ว เป็นความเสี่ยงที่ผู้ซื้อเสียทั้งเงินและบัญชี
- ตรวจประวัติการถูกเตือนและสถานะการหารายได้ก่อนซื้อ เพราะบัญชีที่มีประวัติอาจถูกปิดในภายหลัง
- สัญญาฉบับนี้ไม่ใช้กับการซื้อขายเหรียญ โทเคนดิจิทัล หรือ NFT ซึ่งอยู่ใต้กฎหมายเฉพาะที่ ก.ล.ต. กำกับ
ไม่เหมาะกับ
- ไม่เหมาะกับการซื้อขายเหรียญคริปโท โทเคนดิจิทัล หรือ NFT ซึ่งต้องดูกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นการเฉพาะ
- ไม่เหมาะเมื่อเพียงจ้างคนมาดูแลเพจให้ ให้ใช้ สัญญาจ้างดูแล Social Media
- ไม่เหมาะเมื่อขายเฉพาะลิขสิทธิ์ในผลงานโดยไม่ได้โอนบัญชี ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายเพจหรือช่องออนไลน์ — 349 บาท
สัญญาซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ผู้ขายขายสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัวให้ผู้ซื้อ พร้อมรับรองสุขภาพและให้ตรวจกับสัตวแพทย์หลังรับ
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อลูกสุนัขหรือลูกแมวจากฟาร์ม
- ใช้เมื่อเจ้าของหาบ้านใหม่ให้สัตว์เลี้ยงโดยมีค่าตอบแทน
- ใช้เมื่อซื้อสัตว์ที่มีใบรับรองสายพันธุ์
ระวัง
- นำสัตว์ไปตรวจกับสัตวแพทย์ภายในระยะที่กำหนด
- ประเทศไทยไม่มีทะเบียนกรรมสิทธิ์สัตว์เลี้ยง มีแค่ใบรับรองสายพันธุ์และไมโครชิป
- ฟาร์มหรือร้านเขียนว่าไม่รับคืนทุกกรณีไม่ได้
- ผู้ขายต้องเปิดเผยโรคและพฤติกรรมที่รู้
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าขายสิ่งของใช้แล้ว ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ)
- ถ้าจ้างผสมพันธุ์ ให้ใช้ สัญญารับผสมพันธุ์สัตว์
อากรแสตมป์ สัญญาซื้อขายสัตว์เลี้ยงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะการซื้อขายสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายสัตว์เลี้ยง — 249 บาท
สัญญารับพรีออเดอร์สินค้า
ผู้ขายรับสั่งสินค้าล่วงหน้าจากผู้ซื้อและรับผิดชอบจัดหา ส่งมอบ และคืนเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อร้านขายสินค้าทั่วไปที่ยังไม่พร้อมส่งและรับชำระราคาล่วงหน้า
- ใช้เมื่อกำหนดรายการสินค้า ราคาสุทธิ และวันส่งมอบสูงสุดได้แน่นอน
- ใช้เมื่อร้านนำเข้าสินค้าเพื่อขายโดยร้านรับผิดชอบพิธีการและค่าใช้จ่ายนำเข้า
- ใช้เมื่อผู้ซื้อซื้อเพื่อตนเองหรือธุรกิจโดยไม่มีการส่งตรงให้ลูกค้ารายอื่นแทนผู้ซื้อ
ระวัง
- ตรวจยอดเงินล่วงหน้าไม่เกินยอดรวมและรายละเอียดราคาในเอกสารแนบให้ตรงกัน
- เงินล่วงหน้าในแบบนี้เป็นราคาบางส่วน ไม่ใช่มัดจำที่ริบได้ตามชื่อเรียก ดู ป.พ.พ. ม.377–378
- การขายสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่สองหมื่นบาทต้องคำนึงถึงหลักฐานเพื่อฟ้องบังคับตาม ป.พ.พ. ม.456
- สิทธิเรื่องความชำรุดบกพร่องตาม ป.พ.พ. ม.472–474 ไม่ควรถูกแทนด้วยข้อห้ามคืนสินค้าหรือเงื่อนไขต้องมีคลิปเท่านั้น
- ตรวจการเข้าข่ายตลาดแบบตรงและประกาศควบคุมสัญญาตามสินค้าจริงก่อนใช้ ข้อ 9 ไม่แทนการทำเอกสารที่กฎหมายกำหนด
- ผู้ขายรับภาระราคาเบ็ดเสร็จและความเสี่ยงขนส่ง ต้องคำนวณต้นทุนและเลือกวันส่งมอบที่ทำได้จริง
ไม่เหมาะกับ
- ไม่ใช้กับบริการรับฝากซื้อหรือเป็นตัวแทนซื้อแทนลูกค้า ให้ใช้สัญญาตัวแทนจัดซื้อหรือรับฝากซื้อ
- ไม่ใช้กับการผลิตเฉพาะตามแบบลูกค้า สินค้าดิจิทัลหรือบริการ ให้ใช้สัญญาจ้างผลิต อนุญาตใช้สิทธิ หรือบริการตามกรณี
- ไม่ใช้กับอสังหาริมทรัพย์ รถที่มีการจอง สินค้าต้องขออนุญาตที่ยังไม่ได้ตรวจ หรือรูปแบบส่งต่อข้อมูลลูกค้าปลายทาง ให้ใช้สัญญาเฉพาะที่ตรวจเงื่อนไขกฎหมายแล้ว
- สัญญารับพรีออเดอร์สินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Product Pre-Order Agreement — สัญญารับพรีออเดอร์สินค้า ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญารับพรีออเดอร์สินค้า — 249 บาท
สัญญาซื้อขายวัสดุรีไซเคิล
ผู้ขายขายวัสดุใช้แล้วให้ผู้ซื้อตามน้ำหนักที่ชั่งได้ในราคาที่อ้างอิงตลาด หักสิ่งปนเปื้อนตามเกณฑ์
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อโรงงานขายเศษโลหะหรือเศษพลาสติกจากการผลิตเป็นประจำ
- ใช้เมื่อห้างหรือสำนักงานขายกระดาษและกล่องใช้แล้ว
- ใช้เมื่อร้านรับซื้อของเก่าขายวัสดุต่อให้โรงงานรีไซเคิล
ระวัง
- ตกลงให้ชัดว่าชั่งที่เครื่องชั่งของใคร และยอมรับค่าคลาดเคลื่อนเท่าไร
- การหักสิ่งปนเปื้อนต้องมีภาพถ่ายและตัวอย่าง
- ผู้ขายต้องรับรองว่าไม่มีของเสียอันตรายปนมา
- จ่ายเงินผ่านบัญชีเพื่อมีหลักฐานที่มาของวัสดุ
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าจ้างให้เก็บขนและกำจัดของเสีย ให้ใช้ สัญญาจ้างกำจัดของเสียสำหรับ SME
- ถ้าขายสินค้าใหม่ตามสเปก ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
- ถ้าขายสินค้ามือสองให้ผู้บริโภค ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ)
อากรแสตมป์ สัญญาซื้อขายไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายวัสดุรีไซเคิล — 249 บาท
สัญญาซื้อขายหุ้นบริษัทจำกัด
ผู้ขายขายหุ้นเดิมในบริษัทจำกัดให้ผู้ซื้อ และโอนหุ้นพร้อมลงทะเบียนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นคนหนึ่งขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นอื่นหรือคนนอก
- ใช้เมื่อซื้อกิจการทั้งบริษัทโดยซื้อหุ้นทั้งหมด
- ใช้เมื่อผู้ร่วมก่อตั้งออกจากบริษัทและขายหุ้นคืน
ระวัง
- ผู้ซื้อหุ้นรับหนี้และปัญหาของบริษัทมาด้วย ควรตรวจสอบก่อน
- การโอนหุ้นต้องทำตามแบบและลงทะเบียนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
- ผู้ขายเสียอากรทุก 1,000 บาทต่อ 1 บาท ไม่มีเพดาน
- ถ้าผู้ซื้อเป็นคนต่างชาติ ต้องตรวจกฎหมายธุรกิจคนต่างด้าว
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าบริษัทออกหุ้นใหม่ให้เจ้าหนี้ ให้ใช้ สัญญาแปลงหนี้เป็นทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
- ถ้าให้สิทธิซื้อหุ้นในอนาคต ให้ใช้ สัญญาให้สิทธิซื้อหุ้น
- ถ้าตกลงวิธีบริหารระหว่างผู้ถือหุ้น ให้ใช้ สัญญาผู้ถือหุ้นสำหรับบริษัทเล็ก
- ชำระราคาครบแล้ว ต้องการเพียงตราสารโอนหุ้นหน้าเดียวยื่นบริษัท หรือโอนให้ในครอบครัว — ใช้ สัญญาโอนหุ้น (สัญญาฉบับนี้ใช้ตราสารนั้นแนบในวันโอนตามข้อ 6.1 ได้)
- จะวางหุ้นเป็นประกันหนี้ ไม่ใช่ขายขาด — ใช้ สัญญาจำนำหุ้น
- ผู้ซื้อต้องเข้าตรวจสอบเอกสารบริษัทก่อนตัดสินใจซื้อ — ให้ลงนาม สัญญารักษาข้อมูลอันเป็นความลับ (Due Diligence) (รักษาความลับช่วงตรวจสอบกิจการ) ก่อนเปิดข้อมูล
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Share Purchase Agreement (Thai Company) — สัญญาซื้อขายหุ้นบริษัท ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายหุ้นบริษัทจำกัด — 349 บาท
สัญญาโอนหุ้น
ผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัดโอนหุ้นให้ผู้รับโอน โดยทำหนังสือที่มีเลขหุ้นและพยานรับรอง เพื่อยื่นบริษัทลงทะเบียนผู้ถือหุ้นใหม่
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อตกลงซื้อขายหุ้นและชำระเงินครบแล้ว ต้องการตราสารโอนหุ้นยื่นบริษัท
- ใช้แนบกับสัญญาซื้อขายหุ้นฉบับเต็มในวันโอนหุ้น
- ใช้เมื่อโอนหุ้นให้บุตร คู่สมรส หรือหุ้นส่วนโดยไม่มีค่าตอบแทน
- ใช้เมื่อผู้ถือหุ้นลาออกจากบริษัทครอบครัวหรือบริษัทเล็กและโอนหุ้นให้ผู้ถือหุ้นที่เหลือ
ระวัง
- การโอนหุ้นระบุชื่อต้องทำเป็นหนังสือ ผู้โอนและผู้รับโอนลงลายมือชื่อ และมีพยานรับรองลายมือชื่ออย่างน้อยหนึ่งคน ไม่อย่างนั้นการโอนเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. ม.1129)
- ใช้ยันบริษัทและบุคคลภายนอกได้เมื่อบริษัทลงทะเบียนการโอนในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นแล้ว — ยื่นบริษัททันที
- ตรวจข้อบังคับบริษัทว่าการโอนต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการหรือต้องเสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมก่อนหรือไม่
- ผู้โอนเสียอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือราคาที่ขาย แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า ไม่มีเพดาน
- ผู้รับโอนเป็นคนต่างด้าว ต้องตรวจสัดส่วนหุ้นตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวก่อนโอน
ไม่เหมาะกับ
- ยังไม่ปิดดีล ต้องตรวจสอบบริษัท ผ่อนชำระ หรือต้องการคำรับรองเรื่องหนี้และคดี — ใช้ สัญญาซื้อขายหุ้นบริษัทจำกัด แล้วแนบตราสารนี้ในวันโอน
- จะวางหุ้นเป็นประกันหนี้ ไม่ใช่โอนขาด — ใช้ สัญญาจำนำหุ้น
- ให้สิทธิซื้อหุ้นในอนาคต — ใช้ สัญญาให้สิทธิซื้อหุ้น · บริษัทออกหุ้นใหม่ให้เจ้าหนี้ — ใช้ สัญญาแปลงหนี้เป็นทุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
เปิดแบบฟอร์มสัญญาโอนหุ้น — 149 บาท
สัญญาซื้อขายรถมือสอง
ผู้ขายขายรถใช้แล้วหนึ่งคันให้ผู้ซื้อ พร้อมโอนทะเบียนที่สำนักงานขนส่ง
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อซื้อขายรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มือสองระหว่างบุคคล
- ใช้เมื่อซื้อรถจากเต็นท์รถมือสอง
- ใช้เมื่อรถยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีก่อนโอน
ระวัง
- รถที่ยังติดสัญญาเช่าซื้อเป็นของผู้ให้เช่าซื้อ ต้องปิดบัญชีก่อนโอน
- ค่าปรับจราจรหลังส่งมอบเป็นของผู้ซื้อแม้ชื่อในทะเบียนยังไม่เปลี่ยน
- ตรวจเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์กับคู่มือจดทะเบียนก่อนจ่ายเงิน
- ขายตามสภาพไม่คุ้มครองผู้ขายที่ปกปิดความชำรุด
ไม่เหมาะกับ
- ถ้าขายเครื่องจักรหรือทรัพย์ใช้แล้วอื่น ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ)
- ถ้าฝากรถให้เต็นท์ขาย ให้ใช้ สัญญาฝากขายรถยนต์
- รถใหม่ป้ายแดงซื้อขาดวันเดียว — ใช้ สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) · วางมัดจำจองรถยนต์แล้วโอนทีหลัง — ใช้ สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง)
- สัญญาซื้อขายรถมือสอง ภาษาอังกฤษ — ใช้ Used Vehicle Sale Agreement — สัญญาซื้อขายรถมือสอง ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายรถมือสอง — 249 บาท
สัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ)
ซื้อขายเครื่องจักร รถ หรืออุปกรณ์มือสอง โดยเปิดเผยสภาพชัดเจน ทดสอบก่อนรับ และตกลงเรื่องรับประกัน
ใช้เมื่อ
- ซื้อขายเครื่องจักรโรงงาน รถบรรทุก รถยนต์ เรือ เครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ร้านมือสอง ระหว่างธุรกิจหรือบุคคล
- ผู้ขายต้องการขายตามสภาพ (as is) แบบที่กฎหมายยอมรับ
- ผู้ซื้อต้องการคำรับรองว่าปลอดไฟแนนซ์/จำนำ และได้ทดสอบก่อนจ่าย
ระวัง
- ผู้ขายไม่รับผิดในความชำรุดที่ผู้ซื้อรู้หรือควรรู้ตอนตรวจ (ม.473) — ผู้ซื้อต้องตรวจจริงและบันทึกในผนวก 1
- ข้อไม่รับประกันไม่คุ้มครองผู้ขายที่รู้แล้วปกปิด (ม.485)
- รถ/เรือ/เครื่องจักรจดทะเบียน: ตรวจเล่มทะเบียนและภาระจำนอง/ไฟแนนซ์ก่อนวางมัดจำ
- ฟ้องชำรุดบกพร่องได้ภายใน 1 ปีนับแต่พบ (ม.474)
- ซื้อขายสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องติดอากร แต่ผู้ขายจด VAT ต้องออกใบกำกับภาษี
ไม่เหมาะกับ
- ซื้อของใหม่จากผู้ผลิต/ตัวแทน — ใช้สัญญาซื้อขายทั่วไป
- ผ่อนชำระโดยผู้ขายยังเป็นเจ้าของจนกว่าจะจ่ายครบและมีสิทธิยึดคืน — นั่นคือเช่าซื้อ ต้องใช้สัญญาเช่าซื้อและติดอากร
- ซื้อขายที่ดิน/อาคาร — ใช้สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
- รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มือสอง — ใช้ สัญญาซื้อขายรถมือสอง
- สัญญารับสินค้าเก่าแลกใหม่และรับซื้อคืน ภาษาอังกฤษ — ใช้ Trade-In and Buyback Agreement — สัญญารับสินค้าเก่าแลกใหม่และรับซื้อคืน ภาษาอังกฤษ
- สัญญาซื้อขายของใช้แล้ว ภาษาอังกฤษ — ใช้ Second-Hand Goods Sale Agreement — สัญญาซื้อขายของใช้แล้ว ภาษาอังกฤษ
เปิดแบบฟอร์มสัญญาซื้อขายสินค้าใช้แล้ว (เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ) — 249 บาท
สัญญาขายส่งสินค้า
ผู้ขายส่งขายสินค้าราคาส่งให้ร้านค้าเป็นประจำ ร้านนำไปขายต่อในนามและความเสี่ยงของตนเอง โดยไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่าย
ใช้เมื่อ
- ใช้เมื่อส่งสินค้าให้ร้านค้าปลีกหลายรายเป็นประจำในราคาส่ง
- ใช้เมื่อต้องมีตารางราคาตามขั้นปริมาณและขั้นต่ำต่อบิล
- ใช้เมื่อให้เครดิตร้านค้าและต้องมีกติกาว่าจะหยุดส่งของได้เมื่อไร
- ใช้เมื่อต้องแยกให้ชัดว่ารับคืนสินค้ากรณีไหนบ้าง
- ใช้เมื่อสินค้าอาจต้องเรียกคืนจากชั้นวาง และต้องรู้ว่าใครแจ้ง ใครจ่าย
ระวัง
- การบังคับให้ร้านขายตามราคาที่เรากำหนด เสี่ยงผิด พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า ม.57 ซึ่งปรับได้ถึงร้อยละ 10 ของรายได้ทั้งปี — แม่แบบนี้จึงตั้งค่าเริ่มต้นไว้ที่ราคาแนะนำที่ไม่ผูกมัด
- ส่วนลดที่หักหน้าบิลไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่เงินคืนหรือเงินสนับสนุนที่จ่ายภายหลังเมื่อทำยอดถึงเป้า เป็นเงินได้จากการส่งเสริมการขาย ต้องหัก 3% ตาม ท.ป.4/2528 ข้อ 12/2
- ใบอนุญาตของผู้ผลิตไม่ครอบคลุมถึงร้านที่ขายต่อ ร้านขายยา ขายสุรา หรือขายเครื่องมือแพทย์ ต้องมีใบอนุญาตของตนเอง
- ของเสียหาย ของชำรุด ของใกล้หมดอายุ และของขายไม่ออก เป็นสี่กรณีที่มีคำตอบต่างกัน อย่ารวมเป็นข้อเดียวว่า “รับคืนได้”
- การหยุดส่งของเพราะร้านค้างเงิน ต้องเป็นยอดที่ถึงกำหนดและไม่มีข้อโต้แย้ง และต้องบอกกล่าวก่อน ไม่ใช่หยุดทันที
- เวลาคืนสินค้าต้องออกใบลดหนี้ตามประมวลรัษฎากร ม.86/10 ไม่ใช่ปรับตัวเลขกันเอง
ไม่เหมาะกับ
- ไม่เหมาะเมื่อแต่งตั้งอีกฝ่ายเป็นตัวแทนจำหน่ายที่มีเขตพื้นที่และสิทธิผูกขาด ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)
- ไม่เหมาะเมื่อซื้อขายกันครั้งเดียวจบ ให้ใช้ สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
- ไม่เหมาะเมื่อของยังเป็นของเจ้าของจนกว่าจะขายได้ ให้ใช้ สัญญาฝากขายสินค้า
เปิดแบบฟอร์มสัญญาขายส่งสินค้า — 349 บาท
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-A57810 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาซื้อขายผลผลิตเกษตรล่วงหน้า ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อโรงงานหรือผู้ค้ารับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรล่วงหน้าก่อนปลูก · ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องการผลผลิตตามมาตรฐาน GAP หรือเกษตรอินทรีย์ · ใช้เมื่อผู้ซื้อให้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย หรือยาเป็นเครดิตแล้วหักจากค่าผลผลิต
สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME) ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อขายเครื่องจักร อุปกรณ์ วัตถุดิบ หรือสินค้าจำนวนหนึ่งให้ธุรกิจอื่น · ใช้เมื่อต้องการให้ “ตรงสเปกหรือไม่” ตัดสินด้วยเอกสารทางเทคนิค ไม่ใช่ด้วยความรู้สึก · ใช้เมื่อให้เครดิตแล้วอยากเก็บกรรมสิทธิ์ไว้เป็นหลักประกันจนกว่าจะได้เงินครบ · ใช้เมื่อต้องระบุให้ชัดว่าของหายหรือเสียหายระหว่างขนส่งเป็นภาระของใคร · ใช้เมื่อคู่ค้าเป็นธุรกิจด้วยกัน ไม่ใช่ลูกค้ารายย่อยที่เป็นผู้บริโภค
สัญญาซื้อขายรถยนต์ (จ่ายครบ รับรถวันเดียว) ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อขายรถยนต์ของตัวเองให้คนรู้จัก จ่ายเงินและรับรถวันเดียวกัน · ใช้เมื่อร้านหรือบริษัทขายรถใหม่ป้ายแดงให้ลูกค้า และจดทะเบียนครั้งแรกในนามลูกค้า · ใช้เมื่อบริษัทขายรถประจำตำแหน่งให้พนักงานหรือผู้ซื้อรายอื่น
สัญญาจะซื้อจะขายรถยนต์ (วางมัดจำ โอนทีหลัง) ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อวางมัดจำจองรถยนต์ (มือหนึ่งหรือมือสอง) แล้วรอวันจ่ายเงินและรับรถ · ใช้เมื่อผู้ซื้อต้องรอผลอนุมัติไฟแนนซ์ก่อนจ่ายส่วนที่เหลือ · ใช้เมื่อรถของผู้ขายยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีก่อนโอน
สัญญาขายสินค้าแบบเก็บเงินปลายทาง ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อร้านค้าออนไลน์ส่งสินค้าทั่วไปและเก็บราคาทั้งหมดเมื่อพัสดุถึงผู้ซื้อ · ใช้เมื่อผู้ขายเป็นผู้เลือกบริษัทขนส่งและรับความเสี่ยงระหว่างขนส่ง · ใช้เมื่อกำหนดรายการสินค้า ยอดเก็บปลายทาง และวันส่งมอบสูงสุดได้ชัดเจน · ใช้ได้ทั้งผู้ซื้อที่เป็นผู้บริโภคและผู้ซื้อทางธุรกิจ โดยเลือกฐานะผู้ซื้อให้ตรงจริง
สัญญาจะซื้อจะขายห้องชุด (มือสอง) ใช้ตอนไหน
ขายคอนโดมือสองระหว่างบุคคล วางมัดจำแล้วนัดโอนภายหลัง · ผู้ซื้อกู้ธนาคาร ต้องการเงื่อนไขกู้ไม่ผ่านคืนเงิน · ผู้ซื้อขอเข้าอยู่หรือตกแต่งห้องก่อนวันโอน · ห้องยังติดจำนองธนาคาร ต้องไถ่ถอนในวันโอน · ผู้ซื้อหรือผู้ขายเป็นชาวต่างชาติ
สัญญาซื้อขายวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ไฟฟ้า ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อซื้อเหล็ก ปูน อิฐ กระเบื้อง สายไฟ หรือตู้ไฟจำนวนมากสำหรับงานก่อสร้าง · ใช้เมื่อเจ้าของบ้านซื้อวัสดุเองแล้วจ้างผู้รับเหมาเฉพาะค่าแรง · ใช้เมื่อต้องการล็อกราคาวัสดุตลอดงาน หรือกำหนดวิธีเจรจาเมื่อราคาเปลี่ยน
สัญญาซื้อขายโดเมนและโอนบัญชีเว็บไซต์ ใช้ตอนไหน
ใช้เมื่อซื้อขายเว็บไซต์ทั้งระบบพร้อมโดเมน โค้ด และฐานข้อมูล · ใช้เมื่อต้องมีขั้นตอนโอนที่ปลอดภัย ไม่จ่ายเงินก้อนใหญ่ก่อนได้สิทธิควบคุมจริง · ใช้เมื่อต้องตรวจสอบว่าใบอนุญาตปลั๊กอินหรือธีมโอนต่อได้หรือไม่
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 94 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8
คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219
ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นภายหลังที่ได้ก่อหนี้ และซึ่งลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบนั้นไซร้ ท่านว่าลูกหนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5
ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่
พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 377
เมื่อเข้าทำสัญญา ถ้าได้ให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ ท่านให้ถือว่าการที่ให้มัดจำนั้นย่อมเป็นพยานหลักฐานว่าสัญญานั้นได้ทำกันขึ้นแล้ว อนึ่ง มัดจำนี้ย่อมเป็นประกันการที่จะปฏิบัติตามสัญญานั้นด้วย
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378
มัดจำนั้น ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านให้เป็นไปดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (1) ให้ส่งคืน หรือจัดเอาเป็นการใช้เงินบางส่วนในเมื่อชำระหนี้ (2) ให้ริบ ถ้าฝ่ายที่วางมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนั้นต้องรับผิดชอบ หรือถ้ามีการเลิกสัญญาเพราะความผิดของฝ่ายนั้น (3) ให้ส่งคืน ถ้าฝ่ายที่รับมัดจำละเลยไม่ชำระหนี้ หรือการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายนี้ต้องรับผิดชอบ
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453
อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ วิธีนี้ให้ใช้ถึงซื้อขายเรือมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป ทั้งซื้อขายแพและสัตว์พาหนะด้วย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน
ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459
ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น
ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460
ในการซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำหนดลงไว้แน่นอนนั้น ท่านว่ากรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไปจนกว่าจะได้หมาย หรือนับ ชั่ง ตวง วัด หรือคัดเลือก หรือทำโดยวิธีอื่นเพื่อให้บ่งตัวทรัพย์สินนั้นออกเป็นแน่นอนแล้ว
ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 461
ผู้ขายจำต้องส่งมอบทรัพย์สินซึ่งขายนั้นให้แก่ผู้ซื้อ
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 463
ถ้าในสัญญากำหนดว่าให้ส่งทรัพย์สินซึ่งขายนั้นจากที่แห่งหนึ่งไปถึงอีกแห่งหนึ่งไซร้ ท่านว่าการส่งมอบย่อมสำเร็จเมื่อได้ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขนส่ง
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 464
ค่าขนส่งทรัพย์สินซึ่งได้ซื้อขายกันไปยังที่แห่งอื่นนอกจากสถานที่อันพึงชำระหนี้นั้น ผู้ซื้อพึงออกใช้
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 465
ในการซื้อขายสังหาริมทรัพย์นั้น (1) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินน้อยกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่าผู้ซื้อจะปัดเสียไม่รับเอาเลยก็ได้ แต่ถ้าผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้ ผู้ซื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน (2) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินมากกว่าที่ได้สัญญาไว้ ท่านว่าผู้ซื้อจะรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้แต่เพียงตามสัญญาและนอกกว่านั้นปัดเสียก็ได้ หรือจะปัดเสียทั้งหมดไม่รับเอาไว้เลยก็ได้ ถ้าผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินอันเขาส่งมอบเช่นนั้นไว้ทั้งหมด ผู้ซื้อก็ต้องใช้ราคาตามส่วน (3) หากว่าผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินตามที่ได้สัญญาไว้ระคนกับทรัพย์สินอย่างอื่นอันมิได้รวมอยู่ในข้อสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้ซื้อจะรับเอาทรัพย์สินไว้แต่ตามสัญญา และนอกกว่านั้นปัดเสียก็ได้ หรือจะปัดเสียทั้งหมดก็ได้
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 467
ในข้อรับผิดเพื่อการที่ทรัพย์ขาดตกบกพร่องหรือล้ำจำนวนนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดปีหนึ่งนับแต่เวลาส่งมอบ
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 468
ถ้าในสัญญาไม่มีกำหนดเงื่อนเวลาให้ใช้ราคาไซร้ ผู้ขายชอบที่จะยึดหน่วงทรัพย์สินที่ขายไว้ได้จนกว่าจะใช้ราคา
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 469
ถ้าผู้ซื้อล้มละลายก่อนส่งมอบทรัพย์สินก็ดี หรือผู้ซื้อเป็นคนล้มละลายแล้วในเวลาซื้อขายโดยผู้ขายไม่รู้ก็ดี หรือผู้ซื้อกระทำให้หลักทรัพย์ที่ให้ไว้เพื่อประกันการใช้เงินนั้นเสื่อมเสียหรือลดน้อยลงก็ดี ถึงแม้ในสัญญาจะมีกำหนดเงื่อนเวลาให้ใช้ราคา ผู้ขายก็ชอบที่จะยึดหน่วงทรัพย์สินซึ่งขายไว้ได้ เว้นแต่ผู้ซื้อจะหาประกันที่สมควรให้ได้
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 470
ถ้าผู้ซื้อผิดนัด ผู้ขายซึ่งได้ยึดหน่วงทรัพย์สินไว้ตามมาตราทั้งหลายที่กล่าวมา อาจจะใช้ทางแก้ต่อไปนี้แทนทางแก้สามัญในการไม่ชำระหนี้ได้ คือมีจดหมายบอกกล่าวไปยังผู้ซื้อให้ใช้ราคากับทั้งค่าจับจ่ายเกี่ยวการภายในเวลาอันควรซึ่งต้องกำหนดลงไว้ในคำบอกกล่าวนั้นด้วย
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472
ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 473
ผู้ขายย่อมไม่ต้องรับผิดในกรณีดังจะกล่าวต่อไปนี้ คือ (1) ถ้าผู้ซื้อได้รู้อยู่แล้วแต่ในเวลาซื้อขายว่ามีความชำรุดบกพร่องหรือควรจะได้รู้เช่นนั้นหากได้ใช้ความระมัดระวังอันจะพึงคาดหมายได้แต่วิญญูชน (2) ถ้าความชำรุดบกพร่องนั้นเป็นอันเห็นประจักษ์แล้วในเวลาส่งมอบ และผู้ซื้อรับเอาทรัพย์สินนั้นไว้โดยมิได้อิดเอื้อน (3) ถ้าทรัพย์สินนั้นได้ขายทอดตลาด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 474
ในข้อรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่องนั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475
หากว่ามีบุคคลผู้ใดมาก่อการรบกวนขัดสิทธิของผู้ซื้อในอันจะครองทรัพย์สินโดยปกติสุข เพราะบุคคลผู้นั้นมีสิทธิเหนือทรัพย์สินที่ได้ซื้อขายกันนั้นอยู่ในเวลาซื้อขายก็ดี เพราะความผิดของผู้ขายก็ดี ท่านว่าผู้ขายจะต้องรับผิดในผลอันนั้น
ส่วนที่ 3 ความรับผิดในการรอนสิทธิ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 483
คู่สัญญาซื้อขายจะตกลงกันว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิก็ได้
ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 484
ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ย่อมไม่คุ้มผู้ขายให้พ้นจากการต้องส่งเงินคืนตามราคา เว้นแต่จะได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น
ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 485
ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิดนั้น ไม่อาจคุ้มความรับผิดของผู้ขายในผลของการอันผู้ขายได้กระทำไปเอง หรือผลแห่งข้อความจริงอันผู้ขายได้รู้อยู่แล้วและปกปิดเสีย
ส่วนที่ 4 ข้อสัญญาว่าจะไม่ต้องรับผิด
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 488
ถ้าผู้ซื้อพบเห็นความชำรุดบกพร่องในทรัพย์สินซึ่งตนได้รับซื้อ ผู้ซื้อชอบที่จะยึดหน่วงราคาที่ยังไม่ได้ชำระไว้ได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เว้นแต่ผู้ขายจะหาประกันที่สมควรให้ได้
หมวด 3 หน้าที่ของผู้ซื้อ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 489
ถ้าผู้ซื้อถูกผู้รับจำนองหรือบุคคลผู้เรียกร้องเอาทรัพย์สินที่ขายนั้นขู่ว่าจะฟ้องเป็นคดีขึ้นก็ดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะถูกขู่เช่นนั้นก็ดี ผู้ซื้อก็ชอบที่จะยึดหน่วงราคาไว้ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ดุจกัน จนกว่าผู้ขายจะได้บำบัดภัยอันนั้นให้สิ้นไป หรือจนกว่าผู้ขายจะหาประกันที่สมควรให้ได้
หมวด 3 หน้าที่ของผู้ซื้อ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8
ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 113
ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 6
สัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพที่มีการชำระหนี้ด้วยการส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้บริโภค จะมีข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพเพื่อความชำรุดบกพร่องหรือเพื่อการรอนสิทธิไม่ได้ เว้นแต่ผู้บริโภคได้รู้ถึงความชำรุดบกพร่องหรือเหตุแห่งการรอนสิทธิอยู่แล้วในขณะทำสัญญา ในกรณีนี้ให้ข้อตกลงยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดนั้นมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 7
ในสัญญาที่มีการให้สิ่งใดไว้เป็นมัดจำ หากมีกรณีที่จะต้องริบมัดจำถ้ามัดจำนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงให้ริบได้เพียงเท่าความเสียหายที่แท้จริงก็ได้
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 9
ข้อตกลงระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการที่ได้ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดความเสียหาย และประกาศหรือคำแจ้งความของผู้ประกอบการเพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของผู้ประกอบการต่อความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้บริโภคมีความหมายเช่นเดียวกับนิยามคำว่า “ผู้บริโภค” ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/4
ภายใต้บังคับมาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และมาตรา 83/7 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยคำนวณจากฐานภาษีตามส่วน 3 และอัตราภาษีตามส่วน 4 บทบัญญัติมาตรานี้มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอหรือแสดงราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ทั้งนี้ไม่ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้แจ้งให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทราบด้วยหรือไม่ก็ตาม ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรานี้ ย่อมเป็นภาษีขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดถูกผู้ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บตามมาตรานี้ เนื่องจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการมาเพื่อใช้ในการประกอบกิจการของตน ย่อมเป็นภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 104
ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 370
ถ้าสัญญาต่างตอบแทนมีวัตถุที่ประสงค์เป็นการก่อให้เกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์เฉพาะสิ่ง และทรัพย์นั้นสูญหรือเสียหายไปด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งอันจะโทษลูกหนี้มิได้ไซร้ ท่านว่าการสูญหรือเสียหายนั้นตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้
หมวด 2 ผลแห่งสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380
ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นแทนการชำระหนี้ก็ได้ แต่ถ้าเจ้าหนี้แสดงต่อลูกหนี้ว่าจะเรียกเอาเบี้ยปรับฉะนั้นแล้ว ก็เป็นอันขาดสิทธิเรียกร้องชำระหนี้อีกต่อไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381
ถ้าลูกหนี้ได้สัญญาไว้ว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร เช่นว่าไม่ชำระหนี้ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้เป็นต้น นอกจากเรียกให้ชำระหนี้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาเบี้ยปรับอันจะพึงริบนั้นอีกด้วยก็ได้
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457
ค่าฤชาธรรมเนียมทำสัญญาซื้อขายนั้น ผู้ซื้อผู้ขายพึงออกใช้เท่ากันทั้งสองฝ่าย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 702
อันว่าจำนองนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้จำนอง เอาทรัพย์สินตราไว้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจำนอง เป็นประกันการชำระหนี้ โดยไม่ส่งมอบทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 744
อันจำนองย่อมระงับสิ้นไป (1) เมื่อหนี้ที่ประกันระงับสิ้นไปด้วยเหตุประการอื่นใดมิใช่เหตุอายุความ (2) เมื่อปลดจำนองให้แก่ผู้จำนองด้วยหนังสือเป็นสำคัญ (3) เมื่อผู้จำนองหลุดพ้น (4) เมื่อถอนจำนอง (5) เมื่อขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนองตามคำสั่งศาลอันเนื่องมาแต่การบังคับจำนองหรือถอนจำนอง หรือเมื่อมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามมาตรา 729/1 (6) เมื่อเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองนั้นหลุด
หมวด 6 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 746
การชำระหนี้ไม่ว่าครั้งใด ๆ สิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนก็ดี การระงับหนี้อย่างใด ๆ ก็ดี การตกลงกันแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนองหรือหนี้อันจำนองเป็นประกันนั้นเป็นประการใดก็ดี ท่านว่าต้องนำความไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเมื่อมีคำขอร้องของผู้มีส่วนได้เสีย มิฉะนั้นท่านห้ามมิให้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอก
หมวด 6 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาจำนอง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476
คู่สมรสต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ (2) ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ (3) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี (4) ให้กู้ยืมเงิน (5) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา (6) ประนีประนอมยอมความ (7) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย (8) นำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล
ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา — ม.1465–1493
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1
ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386
ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง
หมวด 4 เลิกสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 358
ถ้าคำบอกกล่าวสนองมาถึงล่วงเวลา แต่เป็นที่เห็นประจักษ์ว่าคำบอกกล่าวนั้นได้ส่งโดยทางการ ซึ่งตามปรกติควรจะมาถึงภายในกำหนดไซร้ ผู้เสนอต้องบอกกล่าวแก่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งโดยพลันว่าคำสนองนั้นมาถึงเนิ่นช้า เว้นแต่จะได้บอกกล่าวเช่นนั้นก่อนแล้ว
หมวด 1 ก่อให้เกิดสัญญา
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 8
ให้ผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานที่ตนได้สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรืออยู่ใน ราชอาณาจักรหรือเป็นผู้มีสัญชาติหรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย ตลอดระยะเวลาหรือเป็นส่วนใหญ่ในการสร้างสรรค์งานนั้น (2) ในกรณีที่ได้มีการโฆษณางานแล้ว การโฆษณางานนั้นในครั้งแรกได้กระทำขึ้น ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วย หรือในกรณีที่การโฆษณาครั้งแรกได้กระทำนอกราชอาณาจักรหรือในประเทศอื่นที่ไม่เป็นภาคี แห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย หากได้มีการโฆษณางานดังกล่าว - 6 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในราชอาณาจักรหรือในประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี อยู่ด้วยภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้มีการโฆษณาครั้งแรก หรือผู้สร้างสรรค์เป็นผู้มีลักษณะตามที่กำหนดไว้ ใน (1) ในขณะที่มีการโฆษณางานครั้งแรก ในกรณีที่ผู้สร้างสรรค์ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย ถ้าผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล นิติบุคคลนั้นต้อง เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
งานที่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยการรับจ้างบุคคลอื่น ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มี ลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่ผู้สร้างสรรค์และผู้ว่าจ้างจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 15
ภายใต้บังคับมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 14 เจ้าของลิขสิทธิ์ย่อมมีสิทธิ แต่ผู้เดียวดังต่อไปนี้ (1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง (2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน (3) ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนางานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียง (4) ให้ประโยชน์อันเกิดจากลิขสิทธิ์แก่ผู้อื่น (5) อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิตาม (1) (2) หรือ (3) โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดหรือไม่ก็ได้ แต่เงื่อนไขดังกล่าวจะกำหนดในลักษณะที่เป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรมไม่ได้ การพิจารณาว่าเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง (5) จะเป็นการจำกัดการแข่งขันโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 17
ลิขสิทธิ์นั้นย่อมโอนให้แก่กันได้ เจ้าของลิขสิทธิ์อาจโอนลิขสิทธิ์ของตนทั้งหมดหรือแต่บางส่วนให้แก่บุคคลอื่นได้ และจะโอน ให้โดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดอายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ก็ได้ การโอนลิขสิทธิ์ตามวรรคสองซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอน และผู้รับโอน ถ้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ในสัญญาโอน ให้ถือว่าเป็นการโอนมีกำหนดระยะเวลาสิบปี
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 18
ผู้สร้างสรรค์งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้มีสิทธิที่จะแสดงว่าตน เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และมีสิทธิที่จะห้ามมิให้ผู้รับโอนลิขสิทธิ์หรือบุคคลอื่นใดบิดเบือน ตัดทอน ดัดแปลงหรือทำโดยประการอื่นใดแก่งานนั้นจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง หรือเกียรติคุณของผู้สร้างสรรค์ และเมื่อผู้สร้างสรรค์ถึงแก่ความตายทายาทของผู้สร้างสรรค์มีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับตามสิทธิดังกล่าวได้ตลอด อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร - 8 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 369
ในสัญญาต่างตอบแทนนั้น คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งจะไม่ยอมชำระหนี้จนกว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะชำระหนี้ หรือขอปฏิบัติการชำระหนี้ก็ได้ แต่ความข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับ ถ้าหนี้ของคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ถึงกำหนด
หมวด 2 ผลแห่งสัญญา
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7
ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี
ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204
ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213
ถ้าลูกหนี้ละเลยเสียไม่ชำระหนี้ของตน เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับชำระหนี้ก็ได้ เว้นแต่สภาพแห่งหนี้จะไม่เปิดช่องให้ทำเช่นนั้นได้
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 215
เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ให้ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ไซร้ เจ้าหนี้จะเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การนั้นก็ได้
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5
ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 30
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล ที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มา ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องปฏิบัติตามคำขอตามวรรคหนึ่ง จะปฏิเสธคำขอได้เฉพาะในกรณี ที่เป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้น จะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลปฏิเสธคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล บันทึกการปฏิเสธคำขอดังกล่าวพร้อมด้วยเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39 เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีคำขอตามวรรคหนึ่งและเป็นกรณีที่ไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ ตามวรรคสอง ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอ คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงและการขอรับสำเนาตามวรรคหนึ่ง รวมทั้ง การขยายระยะเวลาตามวรรคสี่หรือหลักเกณฑ์อื่นตามความเหมาะสมก็ได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 33
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (2) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 32 (1) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา 32 (1) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา 32 (2) (4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 35
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้ “สินค้า” หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย รวมทั้งผลิตผลเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงกระแสไฟฟ้า ยกเว้นสินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “ผลิตผลเกษตรกรรม” หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจากเกษตรกรรมต่าง ๆ เช่น การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด แต่ไม่รวมถึงผลิตผลที่เกิดจากธรรมชาติ “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง แต่ง ประกอบ ประดิษฐ์ แปรสภาพ เปลี่ยนรูป ดัดแปลง คัดเลือก แบ่งบรรจุ แช่เยือกแข็ง หรือฉายรังสี รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “ผู้เสียหาย” หมายความว่า ผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น “ความเสียหายต่อจิตใจ” หมายความว่า ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ ความอับอาย หรือความเสียหายต่อจิตใจอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “สินค้าที่ไม่ปลอดภัย” หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้ “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และให้หมายความรวมถึงให้เช่า ให้เช่าซื้อ จัดหา ตลอดจนเสนอ ชักชวน หรือนำออกแสดงเพื่อการดังกล่าว “นำเข้า” หมายความว่า นำหรือสั่งสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักเพื่อขาย “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า (1) ผู้ผลิต หรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต (2) ผู้นำเข้า (3) ผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้ (4) ผู้ซึ่งใช้ชื่อ ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย ข้อความหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ อันมีลักษณะที่จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 8
ผู้ผลิตตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างให้ผลิตไม่ต้องรับผิดหากพิสูจน์ได้ว่าความไม่ปลอดภัยของสินค้าเกิดจากการออกแบบของผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือจากการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างให้ผลิต ทั้งผู้ผลิตไม่ได้คาดเห็นและไม่ควรจะได้คาดเห็นถึงความไม่ปลอดภัย ผู้ผลิตส่วนประกอบของสินค้าไม่ต้องรับผิดหากพิสูจน์ได้ว่า ความไม่ปลอดภัยของสินค้าเกิดจากการออกแบบหรือการประกอบหรือการกำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าของผู้ผลิตสินค้านั้น
พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551
ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/2
การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้ (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ (2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า การให้บริการในราชอาณาจักรให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรให้ถือว่าการให้บริการนั้น เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 600
ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญาไซร้ ท่านว่าผู้รับจ้างจะต้องรับผิดเพื่อการที่ทำชำรุดบกพร่องเพียงแต่ที่ปรากฏขึ้นภายในปีหนึ่งนับแต่วันส่งมอบ หรือที่ปรากฏขึ้นภายในห้าปี ถ้าการที่ทำนั้นเป็นสิ่งปลูกสร้างกับพื้นดิน นอกจากเรือนโรงทำด้วยเครื่องไม้
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 21
ห้ามมิให้ผู้ใดทำการจัดสรรที่ดิน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 34
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจัดสรรระหว่างผู้จัดสรรที่ดินกับผู้ซื้อที่ดินจัดสรร ต้องทำตามแบบที่
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 63
ผู้จัดสรรที่ดินผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 34 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 466
ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์นั้น หากว่าได้ระบุจำนวนเนื้อที่ทั้งหมดไว้ และผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินน้อยหรือมากไปกว่าที่ได้สัญญาไซร้ ท่านว่าผู้ซื้อจะปัดเสีย หรือจะรับเอาไว้และใช้ราคาตามส่วนก็ได้ ตามแต่จะเลือก
ส่วนที่ 1 การส่งมอบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150
การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ
หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น
ลักษณะ 7 จ้างทำของ
พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 3
ในพระราชบัญญัตินี้ “ความลับทางการค้า” หมายความว่า ข้อมูลการค้าซึ่งยังไม่รู้จักกันโดยทั่วไป หรือยัง เข้าถึงไม่ได้ในหมู่บุคคลซึ่งโดยปกติแล้วต้องเกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว โดยเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ใน เชิงพาณิชย์เนื่องจากการเป็นความลับ และเป็นข้อมูลที่ผู้ควบคุมความลับทางการค้าได้ใช้มาตรการที่ เหมาะสมเพื่อรักษาไว้เป็นความลับ “ข้อมูลการค้า” หมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง หรือสิ่งใดไม่ว่าการสื่อความหมายนั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดไว้ในรูปใด ๆ และ ให้หมายความรวมถึงสูตร รูปแบบ งานที่ได้รวบรวมหรือประกอบขึ้น โปรแกรม วิธีการ เทคนิค หรือ กรรมวิธีด้วย “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุงหรือแปรสภาพ และให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนรูปหรือแบ่งบรรจุด้วย “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน เพื่อประโยชน์ในทาง การค้า และให้หมายความรวมถึงการมีไว้เพื่อขายด้วย “ยา” หมายความว่า ยาตามกฎหมายว่าด้วยยา “เคมีภัณฑ์ทางการเกษตร” หมายความว่า เคมีภัณฑ์ที่ใช้เพื่อประโยชน์ใน การเกษตร และให้หมายความรวมถึงเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อโรค หรือกำจัดแมลง สัตว์ หรือพืชที่ อาจก่อความเสียหายแก่การเกษตรด้วย “เจ้าของความลับทางการค้า” หมายความว่า ผู้ค้นพบ คิดค้น รวบรวม หรือ สร้างสรรค์ข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้าโดยมิได้เป็นการละเมิดสิทธิในความลับทางการค้า ของผู้อื่น หรือผู้มีสิทธิโดยชอบในผลการทดสอบหรือข้อมูลการค้าที่เป็นความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้รับโอนสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย “ผู้ควบคุมความลับทางการค้า” หมายความว่า เจ้าของความลับทางการค้า และให้ หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ควบคุม หรือดูแลรักษาความลับทางการค้าด้วย “ศาล” หมายความว่า ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ตาม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดี ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการความลับทางการค้า “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการความลับทางการค้า “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ ซึ่งอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มาตรา 6
การละเมิดสิทธิในความลับทางการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ การ กระทำที่เป็นการเปิดเผย เอาไป หรือใช้ซึ่งความลับทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ความลับทางการค้านั้น อันมีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกัน ทั้งนี้ ผู้ละเมิด จะต้องรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดต่อแนวทางปฏิบัติเช่นว่านั้น การกระทำที่มีลักษณะขัดต่อแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริตต่อกันตามวรรค หนึ่ง หมายความรวมถึงการผิดสัญญา การละเมิดหรือการกระทำในประการที่เป็นการจูงใจให้ละเมิด ความลับอันเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การติดสินบน การข่มขู่ การฉ้อโกง การลักทรัพย์ การรับของโจร หรือการจารกรรม โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดด้วย
พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4
ในพระราชบัญญัตินี้ “ผู้สร้างสรรค์” หมายความว่า ผู้ทำหรือผู้ก่อให้เกิดงานสร้างสรรค์อย่างใดอย่างหนึ่ง ที่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ “ลิขสิทธิ์” หมายความว่า สิทธิแต่ผู้เดียวที่จะทำการใด ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับงาน ที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น “วรรณกรรม” หมายความว่า งานนิพนธ์ที่ทำขึ้นทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และให้หมายความรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย - 2 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “โปรแกรมคอมพิวเตอร์” หมายความว่า คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดที่นำไปใช้กับ เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหรือเพื่อให้ได้รับผลอย่างหนึ่งอย่างใด ทั้งนี้ ไม่ว่า จะเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะใด “นาฏกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงที่ประกอบขึ้น เป็นเรื่องราว และให้หมายความรวมถึงการแสดงโดยวิธีใบ้ด้วย “ศิลปกรรม” หมายความว่า งานอันมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (1) งานจิตรกรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่ประกอบด้วยเส้น แสง สี หรือสิ่งอื่น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน ลงบนวัสดุอย่างเดียวหรือหลายอย่าง (2) งานประติมากรรม ได้แก่ งานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ (3) งานภาพพิมพ์ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีทางการพิมพ์ และหมายความ รวมถึงแม่พิมพ์หรือแบบพิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย (4) งานสถาปัตยกรรม ได้แก่ งานออกแบบอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง งานออกแบบตกแต่ง ภายในหรือภายนอก ตลอดจนบริเวณของอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หรือการสร้างสรรค์หุ่นจำลองของอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้าง (5) งานภาพถ่าย ได้แก่ งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือบันทึกภาพโดยให้แสง ผ่านเลนซ์ไปยังฟิล์มหรือกระจก และล้างด้วยน้ำยาซึ่งมีสูตรเฉพาะ หรือด้วยกรรมวิธีใด ๆ อันทำให้เกิดภาพขึ้น หรือการบันทึกภาพโดยเครื่องมือหรือวิธีการอย่างอื่น (6) งานภาพประกอบ แผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติ อันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์ (7) งานศิลปประยุกต์ ได้แก่ งานที่นำเอางานตาม (1) ถึง (6) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ หลายอย่างรวมกันไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น นอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานดังกล่าวนั้น เช่น นำไปใช้สอย นำไปตกแต่งวัสดุหรือสิ่งของอันเป็นเครื่องใช้หรือนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการค้า ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง ภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย “ดนตรีกรรม” หมายความว่า งานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้องไม่ว่าจะมี ทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว และให้หมายความรวมถึงโน้ตเพลงหรือแผนภูมิเพลงที่ได้แยก และเรียบเรียงเสียงประสานแล้ว “โสตทัศนวัสดุ” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของภาพโดยบันทึกลงในวัสดุ ไม่ว่าจะมีลักษณะอย่างใด อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีก โดยใช้เครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบงานนั้นด้วย ถ้ามี “ภาพยนตร์” หมายความว่า โสตทัศนวัสดุอันประกอบด้วยลำดับของภาพ ซึ่งสามารถ นำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์หรือสามารถบันทึกลงบนวัสดุอื่น เพื่อนำออกฉายต่อเนื่อง ได้อย่างภาพยนตร์ และให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์นั้นด้วย ถ้ามี - 3 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “สิ่งบันทึกเสียง” หมายความว่า งานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุไม่ว่าจะมีลักษณะใด ๆ อันสามารถที่จะนำมาเล่นซ้ำได้อีกโดยใช้เครื่องมือ ที่จำเป็นสำหรับการใช้วัสดุนั้น แต่ทั้งนี้มิให้หมายความรวมถึงเสียงประกอบภาพยนตร์หรือเสียงประกอบ โสตทัศนวัสดุอย่างอื่น “นักแสดง” หมายความว่า ผู้แสดง นักดนตรี นักร้อง นักเต้น นักรำ และผู้ซึ่งแสดงท่าทาง ร้อง กล่าว พากย์ แสดงตามบทหรือในลักษณะอื่นใด “งานแพร่เสียงแพร่ภาพ” หมายความว่า งานที่นำออกสู่สาธารณชนโดยการแพร่เสียง ทางวิทยุกระจายเสียง การแพร่เสียงและหรือภาพทางวิทยุโทรทัศน์ หรือโดยวิธีอย่างอื่นอันคล้ายคลึงกัน “ทำซ้ำ” หมายความรวมถึง คัดลอกไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ เลียนแบบ ทำสำเนา ทำแม่พิมพ์ บันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกเสียงและภาพ จากต้นฉบับ จากสำเนา หรือจากการโฆษณาในส่วนอันเป็น สาระสำคัญ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน สำหรับในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้หมายความถึง คัดลอกหรือทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากสื่อบันทึกใด ไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน “ดัดแปลง” หมายความว่า ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม หรือจำลองงาน ต้นฉบับในส่วนอันเป็นสาระสำคัญโดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำงานขึ้นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน (1) ในส่วนที่เกี่ยวกับวรรณกรรม ให้หมายความรวมถึง แปลวรรณกรรม เปลี่ยนรูป วรรณกรรมหรือรวบรวมวรรณกรรมโดยคัดเลือกและจัดลำดับใหม่ (2) ในส่วนที่เกี่ยวกับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ให้หมายความรวมถึง ทำซ้ำโดยเปลี่ยนรูปใหม่ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในส่วนอันเป็นสาระสำคัญ โดยไม่มีลักษณะเป็นการจัดทำขึ้นใหม่ (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับนาฏกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่มิใช่นาฏกรรมให้เป็น นาฏกรรม หรือเปลี่ยนนาฏกรรมให้เป็นงานที่มิใช่นาฏกรรม ทั้งนี้ ไม่ว่าในภาษาเดิมหรือต่างภาษากัน (4) ในส่วนที่เกี่ยวกับศิลปกรรม ให้หมายความรวมถึง เปลี่ยนงานที่เป็นรูปสองมิติหรือ สามมิติ ให้เป็นรูปสามมิติหรือสองมิติ หรือทำหุ่นจำลองจากงานต้นฉบับ (5) ในส่วนที่เกี่ยวกับดนตรีกรรม ให้หมายความรวมถึง จัดลำดับเรียบเรียงเสียงประสานหรือ เปลี่ยนคำร้องหรือทำนองใหม่ “เผยแพร่ต่อสาธารณชน” หมายความว่า ทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน โดยการแสดง การบรรยาย การสวด การบรรเลง การทำให้ปรากฏด้วยเสียงและหรือภาพ การก่อสร้าง การจำหน่าย หรือโดย วิธีอื่นใดซึ่งงานที่ได้จัดทำขึ้น “การโฆษณา” หมายความว่า การนำสำเนาจำลองของงานไม่ว่าในรูปหรือลักษณะอย่างใด ที่ทำขึ้นโดยความยินยอมของผู้สร้างสรรค์ออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองนั้นมีปรากฏต่อสาธารณชน เป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงานนั้น แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึง การแสดงหรือการทำให้ปรากฏ ซึ่งนาฏกรรม ดนตรีกรรม หรือภาพยนตร์ การบรรยายหรือการปาฐกถา ซึ่งวรรณกรรม การแพร่เสียงแพร่ภาพ เกี่ยวกับงานใด การนำศิลปกรรมออกแสดงและการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม - 4 - หมายเหตุ: กรมทรัพย์สินทางปัญญารวบรวมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป หากจะนำไปใช้ในทางกฎหมาย โปรดอ้างอิงพระราชบัญญัติฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา “ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้ให้บริการเป็นสื่อกลางส่งผ่านข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ ให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่นผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ และให้หมายความรวมถึงผู้ให้บริการ เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นการชั่วคราว ผู้ให้บริการรับฝากข้อมูลคอมพิวเตอร์ และผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้ง ของข้อมูลคอมพิวเตอร์ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือบุคคลอื่น หรือเพื่อประโยชน์ ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม “ข้อมูลการบริหารสิทธิ” หมายความว่า ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงผู้สร้างสรรค์ งานสร้างสรรค์ นักแสดง การแสดง เจ้าของลิขสิทธิ์ หรือระยะเวลาและเงื่อนไขการใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ ตลอดจนตัวเลขหรือ รหัสแทนข้อมูลดังกล่าว โดยข้อมูลเช่นว่านี้ติดอยู่หรือปรากฏเกี่ยวข้องกับงานอันมีลิขสิทธิ์หรือสิ่งบันทึก การแสดง “มาตรการทางเทคโนโลยี” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้คุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือสิทธิของนักแสดงตามพระราชบัญญัตินี้ หรือเทคโนโลยีที่ใช้ควบคุมการเข้าถึงงานอันมีลิขสิทธิ์หรือ สิ่งบันทึกการแสดง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ “การหลบเลี่ยงมาตรการทางเทคโนโลยี” (ยกเลิก) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ “อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งอธิบดี กรมทรัพย์สินทางปัญญามอบหมายด้วย “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการลิขสิทธิ์ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44
ภายใต้บังคับมาตรา 27 และมาตรา 68 เมื่อได้จดทะเบียน เครื่องหมายการค้าแล้ว ผู้ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า เป็นผู้มีสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ในอันที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)
พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68
เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39
ให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลบันทึกรายการ อย่างน้อยดังต่อไปนี้ เพื่อให้เจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลและสำนักงานสามารถตรวจสอบได้ โดยจะบันทึกเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก็ได้ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวม (2) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท (3) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (4) ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (5) สิทธิและวิธีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับบุคคลที่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูล ส่วนบุคคลและเงื่อนไขในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น (6) การใช้หรือเปิดเผยตามมาตรา 27 วรรคสาม (7) การปฏิเสธคำขอหรือการคัดค้านตามมาตรา 30 วรรคสาม มาตรา 31 วรรคสาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40
ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433
ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้น ๆ ก็ได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)