สัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้าง
เจ้าของรถฝากรถไว้กับเต็นท์รถให้หาผู้ซื้อ และจ่ายค่าตอบแทนเมื่อขายได้ · อย่าให้ส่งมอบรถหรือลงนามชุดโอนก่อนได้รับเงินครบ
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อนำรถไปจอดฝากขายที่เต็นท์รถมือสอง |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | ข้อ 4.1 มอบอำนาจให้ผู้รับฝากขายรับเงินแทนเจ้าของรถ สัญญานี้จึงเป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 ตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท เจ้าของรถในฐานะตัวการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ถ้าไม่ปิดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114ผู้รับฝากขายไม่มีอำนาจรับเงินหรือทำสัญญาแทนเจ้าของรถ สัญญานี้จึงไม่ใช่ตราสารตั้งตัวแทนและไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าภายหลังมอบอำนาจให้รับเงินหรือลงนามแทน ให้ปิดอากรตามลักษณะ 21 หรือทำหนังสือมอบอำนาจแยกและปิดอากรตามลักษณะ 7 |
| ภาษี | เจ้าของรถที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 จากค่าตอบแทน ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 เพราะเป็นค่านายหน้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) หรือข้อ 12/1 ถ้าผู้รับฝากขายเป็นนิติบุคคล เจ้าของรถที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ส่วนที่ผู้รับฝากขายเก็บไว้จากราคาที่สูงกว่าราคาประกาศเป็นรายได้ของผู้รับฝากขายด้วย ผู้รับฝากขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีค่าตอบแทนตามมาตรา 78/1 และ 86 |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | การฝากขายไม่ต้องจดทะเบียน กรรมสิทธิ์ในรถไม่โอนไปยังผู้รับฝากขาย ผู้รับฝากขายเป็นผู้ครอบครองแทนเจ้าของรถ ข้อ 1.3 ยืนยันเรื่องนี้ไว้ เพราะถ้าผู้รับฝากขายนำรถไปจำนำหรือขายโดยไม่ได้รับเงินจริง เจ้าของรถยังติดตามเอาคืนได้ ข้อ 4.2 ห้ามส่งมอบรถหรือลงนามเอกสารโอนก่อนเจ้าของรถได้รับเงินครบ ซึ่งเป็นช่องที่เจ้าของรถเสียรถและเงินพร้อมกันบ่อยที่สุด การขายรถที่ผู้รับฝากขายจัดการยังอยู่ภายใต้ ป.พ.พ. ลักษณะซื้อขาย มาตรา 453 และ 458–459 และความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตามมาตรา 472 ซึ่งเจ้าของรถในฐานะผู้ขายต้องรับ ข้อ 1.2 จึงให้เปิดเผยประวัติรถ ถ้าผู้รับฝากขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้ว หลักฐานการรับเงินที่ออกให้ผู้ซื้ออยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2550 ให้ตรวจรายการที่ต้องมีกับ สคบ. (สายด่วน 1166) ⚠️ รถติดไฟแนนซ์ — รถที่อยู่ในสัญญาเช่าซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบ เจ้าของรถยังขายให้ผู้ซื้อไม่ได้จนกว่าจะปิดบัญชี ข้อ 4.3 จึงให้นำเงินค่ารถไปปิดบัญชีตรงแก่ผู้ให้เช่าซื้อก่อน และห้ามผู้รับฝากขายรับ "ผ่อนต่อ" หรือโอนสิทธิการเช่าซื้อโดยผู้ให้เช่าซื้อไม่ยินยอม |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 453, 458, 459, 472, 810, 811, 849; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; ประมวลรัษฎากร ม.40(2), 78/1, 86, 113–114, 118, บัญชีอัตราอากรลักษณะ 7, 21; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1, 12/1 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อนำรถไปจอดฝากขายที่เต็นท์รถมือสอง
- ใช้เมื่อรถยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีจากเงินขายรถ
- ใช้เมื่อต้องการกำหนดราคาต่ำสุดที่เต็นท์ขายได้เอง
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- อย่าให้ส่งมอบรถหรือลงนามชุดโอนก่อนได้รับเงินครบ
- ให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าของรถโดยตรงถ้าทำได้
- บันทึกเลขไมล์และสภาพรถวันส่งมอบ
- เก็บกุญแจสำรองไว้เอง
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าขายรถให้ผู้ซื้อโดยตรง ให้ใช้ สัญญาซื้อขายรถมือสอง
- ถ้าฝากขายสินค้าทั่วไป ให้ใช้ สัญญาฝากขายสินค้า
- ถ้านำรถไปให้บริษัทรถเช่าปล่อยเช่า ให้ใช้ สัญญารับบริหารรถเช่า
อากรแสตมป์
ข้อ 4.1 มอบอำนาจให้ผู้รับฝากขายรับเงินแทนเจ้าของรถ สัญญานี้จึงเป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 ตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท เจ้าของรถในฐานะตัวการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ถ้าไม่ปิดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114ผู้รับฝากขายไม่มีอำนาจรับเงินหรือทำสัญญาแทนเจ้าของรถ สัญญานี้จึงไม่ใช่ตราสารตั้งตัวแทนและไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าภายหลังมอบอำนาจให้รับเงินหรือลงนามแทน ให้ปิดอากรตามลักษณะ 21 หรือทำหนังสือมอบอำนาจแยกและปิดอากรตามลักษณะ 7
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
การฝากขายไม่ต้องจดทะเบียน กรรมสิทธิ์ในรถไม่โอนไปยังผู้รับฝากขาย ผู้รับฝากขายเป็นผู้ครอบครองแทนเจ้าของรถ ข้อ 1.3 ยืนยันเรื่องนี้ไว้ เพราะถ้าผู้รับฝากขายนำรถไปจำนำหรือขายโดยไม่ได้รับเงินจริง เจ้าของรถยังติดตามเอาคืนได้ ข้อ 4.2 ห้ามส่งมอบรถหรือลงนามเอกสารโอนก่อนเจ้าของรถได้รับเงินครบ ซึ่งเป็นช่องที่เจ้าของรถเสียรถและเงินพร้อมกันบ่อยที่สุด การขายรถที่ผู้รับฝากขายจัดการยังอยู่ภายใต้ ป.พ.พ. ลักษณะซื้อขาย มาตรา 453 และ 458–459 และความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตามมาตรา 472 ซึ่งเจ้าของรถในฐานะผู้ขายต้องรับ ข้อ 1.2 จึงให้เปิดเผยประวัติรถ
ถ้าผู้รับฝากขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้ว หลักฐานการรับเงินที่ออกให้ผู้ซื้ออยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2550 ให้ตรวจรายการที่ต้องมีกับ สคบ. (สายด่วน 1166)
⚠️ รถติดไฟแนนซ์ — รถที่อยู่ในสัญญาเช่าซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบ เจ้าของรถยังขายให้ผู้ซื้อไม่ได้จนกว่าจะปิดบัญชี ข้อ 4.3 จึงให้นำเงินค่ารถไปปิดบัญชีตรงแก่ผู้ให้เช่าซื้อก่อน และห้ามผู้รับฝากขายรับ "ผ่อนต่อ" หรือโอนสิทธิการเช่าซื้อโดยผู้ให้เช่าซื้อไม่ยินยอม
ภาษี
เจ้าของรถที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 จากค่าตอบแทน ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 เพราะเป็นค่านายหน้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) หรือข้อ 12/1 ถ้าผู้รับฝากขายเป็นนิติบุคคล เจ้าของรถที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ส่วนที่ผู้รับฝากขายเก็บไว้จากราคาที่สูงกว่าราคาประกาศเป็นรายได้ของผู้รับฝากขายด้วย ผู้รับฝากขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีค่าตอบแทนตามมาตรา 78/1 และ 86
เงินค่ารถเป็นของเจ้าของรถ
ผู้รับฝากขายที่รับเงินแทนเจ้าของรถต้องส่งมอบเงินนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 และถ้าเอาไปใช้เพื่อตนต้องเสียดอกเบี้ยตามมาตรา 811 การนำเงินค่ารถไปหมุนใช้ในเต็นท์คือความเสี่ยงหลักของเจ้าของรถ ข้อ 4.1 จึงกำหนดวันโอนสั้นและให้ออกหลักฐานในนามเจ้าของรถนายหน้าหรือผู้รับฝากขายไม่มีอำนาจรับเงินแทนคู่สัญญา เว้นแต่ได้รับมอบอำนาจ ตามหลัก ป.พ.พ. มาตรา 849 ข้อ 4.1 จึงให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าของรถโดยตรง ซึ่งปลอดภัยที่สุดสำหรับเจ้าของรถ ผู้ที่ผิดนัดชำระเงินต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224
ความรับผิดระหว่างฝากขาย
ข้อ 3.1 ให้ผู้รับฝากขายรับผิดในรถตั้งแต่รับจนคืน เพราะผู้รับฝากขายเป็นผู้ครอบครองและควบคุมกุญแจ ข้อ 3.2 กำหนดเงื่อนไขทดลองขับ ข้อ 3.3 จำกัดระยะทาง ข้อ 5.3 ให้ค่าตอบแทนเมื่อเจ้าของรถขายให้คนที่ผู้รับฝากขายพามาภายในระยะที่กำหนด ข้อสัญญาที่ให้ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบเกินสมควรเสี่ยงเป็นข้อที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ
- บันทึกสภาพรถ เลขไมล์ และภาพถ่ายวันส่งมอบ
- หนังสือยอดปิดบัญชี ถ้ารถติดไฟแนนซ์
- หนังสือมอบอำนาจรับเงิน ถ้ามี
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ เจ้าของรถเก็บกุญแจสำรองไว้เอง
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-EA1F5D · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
ข้อ 4.1 มอบอำนาจให้ผู้รับฝากขายรับเงินแทนเจ้าของรถ สัญญานี้จึงเป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 ตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท เจ้าของรถในฐานะตัวการเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า ถ้าไม่ปิดอากร สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114ผู้รับฝากขายไม่มีอำนาจรับเงินหรือทำสัญญาแทนเจ้าของรถ สัญญานี้จึงไม่ใช่ตราสารตั้งตัวแทนและไม่ใช่ตราสารอื่นในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ ถ้าภายหลังมอบอำนาจให้รับเงินหรือลงนามแทน ให้ปิดอากรตามลักษณะ 21 หรือทำหนังสือมอบอำนาจแยกและปิดอากรตามลักษณะ 7
สัญญาฝากขายรถยนต์ เสียภาษีอะไรบ้าง
เจ้าของรถที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 จากค่าตอบแทน ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 เพราะเป็นค่านายหน้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(2) หรือข้อ 12/1 ถ้าผู้รับฝากขายเป็นนิติบุคคล เจ้าของรถที่เป็นบุคคลธรรมดาไม่มีหน้าที่หัก ส่วนที่ผู้รับฝากขายเก็บไว้จากราคาที่สูงกว่าราคาประกาศเป็นรายได้ของผู้รับฝากขายด้วย ผู้รับฝากขายที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มออกใบกำกับภาษีค่าตอบแทนตามมาตรา 78/1 และ 86
ใช้สัญญาฝากขายรถยนต์ตอนไหน
ใช้เมื่อนำรถไปจอดฝากขายที่เต็นท์รถมือสอง · ใช้เมื่อรถยังติดไฟแนนซ์และต้องปิดบัญชีจากเงินขายรถ · ใช้เมื่อต้องการกำหนดราคาต่ำสุดที่เต็นท์ขายได้เอง
ทำสัญญาฝากขายรถยนต์ต้องระวังอะไร
อย่าให้ส่งมอบรถหรือลงนามชุดโอนก่อนได้รับเงินครบ · ให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีเจ้าของรถโดยตรงถ้าทำได้ · บันทึกเลขไมล์และสภาพรถวันส่งมอบ · เก็บกุญแจสำรองไว้เอง
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาฝากขายรถยนต์
ถ้าขายรถให้ผู้ซื้อโดยตรง ให้ใช้ สัญญาซื้อขายรถมือสอง · ถ้าฝากขายสินค้าทั่วไป ให้ใช้ สัญญาฝากขายสินค้า · ถ้านำรถไปให้บริษัทรถเช่าปล่อยเช่า ให้ใช้ สัญญารับบริหารรถเช่า
สัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
การฝากขายไม่ต้องจดทะเบียน กรรมสิทธิ์ในรถไม่โอนไปยังผู้รับฝากขาย ผู้รับฝากขายเป็นผู้ครอบครองแทนเจ้าของรถ ข้อ 1.3 ยืนยันเรื่องนี้ไว้ เพราะถ้าผู้รับฝากขายนำรถไปจำนำหรือขายโดยไม่ได้รับเงินจริง เจ้าของรถยังติดตามเอาคืนได้ ข้อ 4.2 ห้ามส่งมอบรถหรือลงนามเอกสารโอนก่อนเจ้าของรถได้รับเงินครบ ซึ่งเป็นช่องที่เจ้าของรถเสียรถและเงินพร้อมกันบ่อยที่สุด การขายรถที่ผู้รับฝากขายจัดการยังอยู่ภายใต้ ป.พ.พ. ลักษณะซื้อขาย มาตรา 453 และ 458–459 และความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องตามมาตรา 472 ซึ่งเจ้าของรถในฐานะผู้ขายต้องรับ ข้อ 1.2 จึงให้เปิดเผยประวัติรถ ถ้าผู้รับฝากขายเป็นผู้ประกอบธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้ว หลักฐานการรับเงินที่ออกให้ผู้ซื้ออยู่ในบังคับประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2550 ให้ตรวจรายการที่ต้องมีกับ สคบ. (สายด่วน 1166) ⚠️ รถติดไฟแนนซ์ — รถที่อยู่ในสัญญาเช่าซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าซื้อจนกว่าจะชำระครบ เจ้าของรถยังขายให้ผู้ซื้อไม่ได้จนกว่าจะปิดบัญชี ข้อ 4.3 จึงให้นำเงินค่ารถไปปิดบัญชีตรงแก่ผู้ให้เช่าซื้อก่อน และห้ามผู้รับฝากขายรับ "ผ่อนต่อ" หรือโอนสิทธิการเช่าซื้อโดยผู้ให้เช่าซื้อไม่ยินยอม
ลงนามสัญญาฝากขายรถยนต์ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ เจ้าของรถเก็บกุญแจสำรองไว้เอง
ทำสัญญาฝากขายรถยนต์ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ บันทึกสภาพรถ เลขไมล์ และภาพถ่ายวันส่งมอบ หนังสือยอดปิดบัญชี ถ้ารถติดไฟแนนซ์ หนังสือมอบอำนาจรับเงิน ถ้ามี
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 12 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 453
อันว่าซื้อขายนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ขาย โอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่าผู้ซื้อ และผู้ซื้อตกลงว่าจะใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย
ส่วนที่ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 458
กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ขายนั้น ย่อมโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่ขณะเมื่อได้ทำสัญญาซื้อขายกัน
ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 459
ถ้าสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาบังคับไว้ ท่านว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินยังไม่โอนไปจนกว่าการจะได้เป็นไปตามเงื่อนไขหรือถึงกำหนดเงื่อนเวลานั้น
ส่วนที่ 2 การโอนกรรมสิทธิ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 472
ในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งขายนั้นชำรุดบกพร่องอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติก็ดี ประโยชน์ที่มุ่งหมายโดยสัญญาก็ดี ท่านว่าผู้ขายต้องรับผิด
ส่วนที่ 2 ความรับผิดเพื่อชำรุดบกพร่อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 849
การรับเงินหรือรับชำระหนี้อันจะพึงชำระตามสัญญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่านายหน้าย่อมไม่มีอำนาจที่จะรับแทนผู้เป็นคู่สัญญา
ลักษณะ 16 นายหน้า
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114
บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)