# สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า ต้องมีอะไรบ้าง

> ใช้เมื่อให้คนอื่นไปหาลูกค้าและปิดการขายให้ โดยจ่ายเป็นค่าบำเหน็จตามผลงาน เลือกได้ว่าเป็นนายหน้าที่ชี้ช่องอย่างเดียวหรือตัวแทนที่ทำสัญญาแทนได้ พร้อมระบบลงทะเบียนลูกค้าและกติกาค่าบำเหน็จหลังเลิกสัญญา

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2

## ตอบสั้น

ผู้ว่าจ้างให้ผู้แทนขายไปหาลูกค้าและปิดการขาย โดยจ่ายค่าบำเหน็จตามผลงาน ไม่ใช่การจ้างเป็นลูกจ้าง · ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าเป็นนายหน้าหรือตัวแทน นายหน้าตาม ม.845 ทำสัญญาแทนไม่ได้ และ ม.849 สันนิษฐานว่ารับเงินแทนไม่ได้ ส่วนตัวแทนตาม ม.820–821 ผูกพันผู้ว่าจ้างตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก แม้จะเขียนจำกัดไว้ในสัญญา

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** ใช้เมื่อจ้างเซลล์อิสระหรือทีมขายภายนอกไปหาลูกค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ
- **อากรแสตมป์:** ถ้าเลือกฐานะตัวแทน ตราสารนี้เป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า ถ้าออกหนังสือมอบอำนาจแยกอีกฉบับที่ไม่ได้อยู่ในรูปสัญญา ให้ดูลักษณะ 7 ใบมอบอำนาจ 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี ถ้าเลือกฐานะนายหน้า การเป็นนายหน้าไม่ใช่การตั้งตัวแทนและไม่ใช่จ้างทำของ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารที่ตรงกันในบัญชีอัตราอากร จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา แต่ถ้าในฉบับเดียวกันมีการมอบอำนาจให้ทำการแทนด้วย ส่วนนั้นเข้าลักษณะ 21 และต้องปิดอากร ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะ 21 และลักษณะ 7 อยู่ในกลุ่มที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด ถ้าไม่ปิดให้ครบ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114
- **ภาษี:** ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับค่าจ้างทำของ ผลคือ ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม ข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเดียวกับเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว — จุดนี้ผิดกันบ่อยมาก ผู้รับเป็นนิติบุคคล หักในอัตราร้อยละ 3 เกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 และต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าผู้แทนขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่าบำเหน็จตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 เรื่องที่ต้องระวังกว่าภาษี คือประกันสังคมและกฎหมายแรงงาน ข้อ 1.5 เขียนไว้ว่าไม่ใช่ลูกจ้าง แต่ศาลดูพฤติการณ์จริงเป็นหลัก ถ้าคุณกำหนดเวลาเข้าออก สั่งให้มาประชุมทุกเช้า ให้เงินเดือนประจำบวกคอมมิชชัน และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้างตามมาตรา 575 แล้วตามมาทั้งค่าชดเชย ประกันสังคม และภาษีแบบเงินเดือน — ถ้าจะใช้แม่แบบนี้ ต้องปฏิบัติจริงให้เหมือนที่เขียน
- **แบบที่กฎหมายกำหนด:** สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสินค้าหรือบริการที่ขายอยู่ในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ ตัวผู้แทนขายเองอาจต้องมีใบอนุญาต เช่น การเสนอขายประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยต้องมีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย การแนะนำการลงทุนต้องขึ้นทะเบียนผู้แนะนำการลงทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และการขายอสังหาริมทรัพย์มีกติกาของตนเอง — สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานนั้นได้โดยชอบ ถ้าการขายเป็นแบบชักชวนคนมาเป็นเครือข่ายแล้วรับผลตอบแทนจากการหาสมาชิก ให้ตรวจพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ก่อนใช้ เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องจดทะเบียน
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.7, 150, 224, 383, 387, 391, 575, 587, 797, 798, 800, 801, 805, 807, 808, 809, 810, 811, 812, 820, 821, 845, 846, 847, 848, 849; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5; พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.23, 37(4), 40; ประมวลรัษฎากร ม.40(2), 40(8), 86 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 7, 21; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1, 12/1, 12/7, 13
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 349 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- ใช้เมื่อจ้างเซลล์อิสระหรือทีมขายภายนอกไปหาลูกค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ
- ใช้เมื่อจ่ายเป็นค่าคอมมิชชันตามยอด ไม่ใช่เงินเดือนประจำ
- ใช้เมื่อมีผู้แทนขายหลายรายและต้องกันการแย่งลูกค้ากันเอง
- ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าเขาให้ส่วนลดได้แค่ไหนและรับออร์เดอร์ได้ครั้งละเท่าไร
- ใช้เมื่อต้องตกลงกันว่าลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วซื้อซ้ำ เขาได้ค่าบำเหน็จต่อหรือไม่

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าเป็นนายหน้าหรือตัวแทน นายหน้าตาม ม.845 ทำสัญญาแทนไม่ได้ และ ม.849 สันนิษฐานว่ารับเงินแทนไม่ได้ ส่วนตัวแทนตาม ม.820–821 ผูกพันผู้ว่าจ้างตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก แม้จะเขียนจำกัดไว้ในสัญญา
- ถ้าผู้แทนขายรับค่าตอบแทนจากลูกค้าหรือจากอีกฝ่ายโดยไม่เปิดเผย ม.847 ทำให้เสียสิทธิในค่าบำเหน็จทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต้องคืนส่วนที่รับมา
- ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตาม ม.40(2) ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าแบบเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว
- เขียนว่าไม่ใช่ลูกจ้างอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพฤติการณ์จริงคือสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง แล้วตามมาทั้งค่าชดเชยและประกันสังคม
- สินค้าบางอย่างคนขายต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เช่น ประกันภัยหรือการแนะนำการลงทุน สัญญาฉบับนี้ไม่ได้แทนใบอนุญาต
- ข้อที่เกิดคดีมากที่สุดคือลูกค้าที่คุยไว้แล้วมาปิดการขายหลังเลิกสัญญา — ข้อ 5.2 มีไว้ตอบเรื่องนี้ อย่าเว้นว่าง

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- ไม่เหมาะเมื่อให้ขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ให้ใช้ [สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์](/s/th_online_sales_agent)
- ไม่เหมาะเมื่อจ่ายค่าบำเหน็จจากการกดลิงก์หรือใช้โค้ดส่วนลด ให้ใช้ [สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ)](/s/th_affiliate)
- ไม่เหมาะเมื่ออีกฝ่ายซื้อสินค้าไปเป็นของตนแล้วขายต่อ ให้ใช้ [สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)](/s/th_distributor)
- ไม่เหมาะเมื่อตัวแทนขายในนามของตัวเอง เก็บเงินจากลูกค้าเองแล้วส่งเงินคืนหลังหักบำเหน็จ (ตัวแทนค้าต่าง) ให้ใช้ [สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง](/s/th_commission_agent)
- ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ [Brokerage Agreement — สัญญานายหน้า ภาษาอังกฤษ](/s/en_brokerage)
- สัญญาแต่งตั้งตัวแทนการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Commercial Agency Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนการค้า ภาษาอังกฤษ](/s/en_commercial_agency)

## นายหน้า กับ ตัวแทน ไม่ใช่คำเดียวกัน — ข้อ 1.2 ตัดสินทั้งฉบับ

ภาษาพูดเรียกรวมกันว่า "เซลล์" หรือ "เอเยนต์" แต่กฎหมายไทยแยกสองอย่างนี้ออกจากกันชัดเจน และผลต่างกันมาก

**นายหน้า** ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845 คือคนที่ชี้ช่องหรือจัดการให้คนสองฝ่ายได้เข้าทำสัญญากัน **ได้ค่าบำเหน็จต่อเมื่อสัญญานั้นทำกันสำเร็จอันเป็นผลจากการชี้ช่องของเขา** ถ้าสัญญามีเงื่อนไขบังคับก่อน ก็ยังเรียกค่าบำเหน็จไม่ได้จนกว่าเงื่อนไขจะสำเร็จ นายหน้า **ไม่มีอำนาจทำสัญญาแทน** และมาตรา 849 ยังสันนิษฐานไว้ก่อนว่า **นายหน้าไม่มีอำนาจรับเงินแทนคู่สัญญา** ส่วนมาตรา 848 บอกว่านายหน้าไม่ต้องรับผิดในการที่คู่สัญญาไม่ชำระหนี้ เว้นแต่ไม่บอกชื่อฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายรู้

**ตัวแทน** ตามมาตรา 797 ทำนิติกรรมแทนตัวการได้จริง และตามมาตรา 820–821 ตัวการผูกพันตามที่ตัวแทนทำภายในขอบอำนาจ **รวมถึงอำนาจที่ปรากฏต่อบุคคลภายนอกด้วย** แปลว่าถ้าคุณปล่อยให้เขาถือนามบัตร ใช้อีเมลบริษัท และเซ็นใบเสนอราคามาตลอด ลูกค้าที่สุจริตย่อมเชื่อได้ว่าเขามีอำนาจ และคุณจะผูกพัน แม้ในสัญญาฉบับนี้จะเขียนจำกัดวงเงินไว้ก็ตาม

**สิ่งที่ต้องทำจริง:** ถ้าเลือกแบบนายหน้า อย่าให้เขาถือใบเสนอราคาที่มีตราบริษัทไปเซ็นเอง และให้ลูกค้าโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงเสมอ ถ้าเลือกแบบตัวแทน ให้ออกหนังสือมอบอำนาจระบุวงเงินให้ชัด เพราะลูกค้าดูจากหนังสือมอบอำนาจ ไม่ได้ดูจากสัญญาฉบับนี้

## ⚠️ ค่าบำเหน็จลับจากอีกฝ่าย — ข้อ 4.6 ไม่ใช่ข้อสวยงาม

มาตรา 847 เขียนไว้ตรง ๆ ว่า นายหน้าที่ทำการให้บุคคลภายนอกด้วย หรือรับคำมั่นว่าจะได้ค่าบำเหน็จจากบุคคลภายนอกอันไม่ควรแก่นายหน้าผู้กระทำการโดยสุจริต อันเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ **ย่อมไม่มีสิทธิได้รับค่าบำเหน็จหรือค่าใช้จ่ายที่เสียไปเลย** ไม่ใช่แค่ต้องคืนส่วนที่รับมา แต่เสียสิทธิในค่าบำเหน็จของตัวเองทั้งหมด

ถ้าเป็นตัวแทน มาตรา 810 ทำให้ทรัพย์สินที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนตกเป็นของตัวการ และมาตรา 811 บังคับให้เสียดอกเบี้ยถ้าเอาเงินนั้นไปใช้เอง

ถ้าผู้แทนขายรับค่าตอบแทนจากทั้งสองฝ่ายอยู่แล้วเป็นปกติในวงการนั้น **ให้เขียนลงในเอกสารแนบท้ายเป็นรายกรณี** ตามข้อ 4.6 ดีกว่าปล่อยไว้แล้วมาเถียงกันทีหลังว่าใครรู้อะไรบ้าง

## อากรแสตมป์

**ถ้าเลือกฐานะตัวแทน** ตราสารนี้เป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ **ลักษณะ 21** มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท **ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า** ถ้าออกหนังสือมอบอำนาจแยกอีกฉบับที่ไม่ได้อยู่ในรูปสัญญา ให้ดูลักษณะ 7 ใบมอบอำนาจ 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี

**ถ้าเลือกฐานะนายหน้า** การเป็นนายหน้าไม่ใช่การตั้งตัวแทนและไม่ใช่จ้างทำของ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารที่ตรงกันในบัญชีอัตราอากร จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา แต่ถ้าในฉบับเดียวกันมีการมอบอำนาจให้ทำการแทนด้วย ส่วนนั้นเข้าลักษณะ 21 และต้องปิดอากร

ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะ 21 และลักษณะ 7 อยู่ในกลุ่มที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด ถ้าไม่ปิดให้ครบ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

## การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสินค้าหรือบริการที่ขายอยู่ในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ **ตัวผู้แทนขายเองอาจต้องมีใบอนุญาต** เช่น การเสนอขายประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยต้องมีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย การแนะนำการลงทุนต้องขึ้นทะเบียนผู้แนะนำการลงทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และการขายอสังหาริมทรัพย์มีกติกาของตนเอง — **สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานนั้นได้โดยชอบ**

ถ้าการขายเป็นแบบชักชวนคนมาเป็นเครือข่ายแล้วรับผลตอบแทนจากการหาสมาชิก ให้ตรวจพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ก่อนใช้ เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องจดทะเบียน

## ภาษี

**ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2)** ซึ่งเป็นคนละประเภทกับค่าจ้างทำของ ผลคือ

- **ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา** ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม **ข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528** โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเดียวกับเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว — จุดนี้ผิดกันบ่อยมาก
- **ผู้รับเป็นนิติบุคคล** หักในอัตราร้อยละ 3
- เกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 และต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ถ้าผู้แทนขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่าบำเหน็จตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86

**เรื่องที่ต้องระวังกว่าภาษี คือประกันสังคมและกฎหมายแรงงาน** ข้อ 1.5 เขียนไว้ว่าไม่ใช่ลูกจ้าง แต่ศาลดูพฤติการณ์จริงเป็นหลัก ถ้าคุณกำหนดเวลาเข้าออก สั่งให้มาประชุมทุกเช้า ให้เงินเดือนประจำบวกคอมมิชชัน และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้างตามมาตรา 575 แล้วตามมาทั้งค่าชดเชย ประกันสังคม และภาษีแบบเงินเดือน — **ถ้าจะใช้แม่แบบนี้ ต้องปฏิบัติจริงให้เหมือนที่เขียน**

## เอกสารแนบท้ายสัญญา

1. รายการสินค้าหรือบริการ พร้อมราคาและเงื่อนไขที่ผู้แทนขายเสนอได้ตามข้อ 2.1
2. **แบบฟอร์มลงทะเบียนลูกค้าตามข้อ 3.3** — เอกสารนี้คือสิ่งที่กันการทะเลาะเรื่อง "ใครเป็นคนหาลูกค้ารายนี้" ได้จริง ให้มีช่องวันเวลาและช่องยืนยันของผู้ว่าจ้าง
3. รายชื่อลูกค้าเดิมของผู้ว่าจ้างที่ไม่ก่อสิทธิค่าบำเหน็จ ตามข้อ 3.2 และรายชื่อลูกค้าที่ผู้แทนขายรู้จักอยู่ก่อน ตามข้อ 7.2
4. หนังสือมอบอำนาจพร้อมวงเงิน ถ้าเลือกฐานะตัวแทน
5. ตารางอัตราค่าบำเหน็จ ฐานคำนวณ และตัวอย่างการคำนวณอย่างน้อยหนึ่งรายการ
6. ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 7.4 ถ้าผู้แทนขายเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในระบบของตน

## วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและกำกับเอกสารแนบท้ายทุกแผ่น

**ก่อนเซ็น ให้ตอบสามคำถามนี้ให้จบ** คือ เขาเป็นนายหน้าหรือตัวแทน (ข้อ 1.2) · ค่าบำเหน็จได้สิทธิตอนลูกค้าสั่ง ตอนส่งของ หรือตอนเราได้เงิน (ข้อ 4.2) · และลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วกลับมาซื้อซ้ำ เขาได้ต่อหรือไม่ และได้นานแค่ไหนหลังเลิกสัญญา (ข้อ 5) สามข้อนี้คือที่มาของคดีค่าบำเหน็จแทบทุกคดี

ถ้าเลือกให้ผู้แทนขายรับเงินแทนได้ ให้เปิดบัญชีแยกและกำหนดรอบนำส่งให้สั้น ตามข้อ 2.5 — เงินที่รับไว้แทนเป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่วินาทีที่รับ ไม่ใช่ตอนโอนเข้าบัญชีบริษัท

ตรวจอำนาจลงนามด้วยหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญานี้

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-840817 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ถ้าเลือกฐานะตัวแทน ตราสารนี้เป็นการตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ผู้ว่าจ้างซึ่งเป็นตัวการเป็นผู้เสียอากรและเป็นผู้ขีดฆ่า ถ้าออกหนังสือมอบอำนาจแยกอีกฉบับที่ไม่ได้อยู่ในรูปสัญญา ให้ดูลักษณะ 7 ใบมอบอำนาจ 10 บาทหรือ 30 บาทแล้วแต่กรณี ถ้าเลือกฐานะนายหน้า การเป็นนายหน้าไม่ใช่การตั้งตัวแทนและไม่ใช่จ้างทำของ ไม่มีลักษณะแห่งตราสารที่ตรงกันในบัญชีอัตราอากร จึงไม่ต้องปิดอากรบนตัวสัญญา แต่ถ้าในฉบับเดียวกันมีการมอบอำนาจให้ทำการแทนด้วย ส่วนนั้นเข้าลักษณะ 21 และต้องปิดอากร ถ้าลงนามทางอิเล็กทรอนิกส์ ลักษณะ 21 และลักษณะ 7 อยู่ในกลุ่มที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ภายในกำหนด ถ้าไม่ปิดให้ครบ ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

### สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) ซึ่งเป็นคนละประเภทกับค่าจ้างทำของ ผลคือ ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา ผู้ว่าจ้างที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตาม ข้อ 3/1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 โดยคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเดียวกับเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว — จุดนี้ผิดกันบ่อยมาก ผู้รับเป็นนิติบุคคล หักในอัตราร้อยละ 3 เกณฑ์คือยอดตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายเป็นงวดย่อยตามข้อ 12/7 และต้องนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป ถ้าผู้แทนขายจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับค่าบำเหน็จตามประมวลรัษฎากร มาตรา 86 เรื่องที่ต้องระวังกว่าภาษี คือประกันสังคมและกฎหมายแรงงาน ข้อ 1.5 เขียนไว้ว่าไม่ใช่ลูกจ้าง แต่ศาลดูพฤติการณ์จริงเป็นหลัก ถ้าคุณกำหนดเวลาเข้าออก สั่งให้มาประชุมทุกเช้า ให้เงินเดือนประจำบวกคอมมิชชัน และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้างตามมาตรา 575 แล้วตามมาทั้งค่าชดเชย ประกันสังคม และภาษีแบบเงินเดือน — ถ้าจะใช้แม่แบบนี้ ต้องปฏิบัติจริงให้เหมือนที่เขียน

### ใช้สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าตอนไหน

ใช้เมื่อจ้างเซลล์อิสระหรือทีมขายภายนอกไปหาลูกค้าแบบธุรกิจต่อธุรกิจ · ใช้เมื่อจ่ายเป็นค่าคอมมิชชันตามยอด ไม่ใช่เงินเดือนประจำ · ใช้เมื่อมีผู้แทนขายหลายรายและต้องกันการแย่งลูกค้ากันเอง · ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าเขาให้ส่วนลดได้แค่ไหนและรับออร์เดอร์ได้ครั้งละเท่าไร · ใช้เมื่อต้องตกลงกันว่าลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วซื้อซ้ำ เขาได้ค่าบำเหน็จต่อหรือไม่

### ทำสัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าต้องระวังอะไร

ต้องเลือกในข้อ 1.2 ว่าเป็นนายหน้าหรือตัวแทน นายหน้าตาม ม.845 ทำสัญญาแทนไม่ได้ และ ม.849 สันนิษฐานว่ารับเงินแทนไม่ได้ ส่วนตัวแทนตาม ม.820–821 ผูกพันผู้ว่าจ้างตามอำนาจที่ปรากฏต่อภายนอก แม้จะเขียนจำกัดไว้ในสัญญา · ถ้าผู้แทนขายรับค่าตอบแทนจากลูกค้าหรือจากอีกฝ่ายโดยไม่เปิดเผย ม.847 ทำให้เสียสิทธิในค่าบำเหน็จทั้งหมด ไม่ใช่แค่ต้องคืนส่วนที่รับมา · ค่าบำเหน็จนายหน้าเป็นเงินได้ตาม ม.40(2) ถ้าผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าแบบเงินเดือน ไม่ใช่หัก 3% ตายตัว · เขียนว่าไม่ใช่ลูกจ้างอย่างเดียวไม่พอ ถ้าพฤติการณ์จริงคือสั่งงานรายวัน กำหนดเวลาเข้าออก และลงโทษทางวินัยได้ ศาลอาจถือว่าเป็นลูกจ้าง แล้วตามมาทั้งค่าชดเชยและประกันสังคม · สินค้าบางอย่างคนขายต้องมีใบอนุญาตของตัวเอง เช่น ประกันภัยหรือการแนะนำการลงทุน สัญญาฉบับนี้ไม่ได้แทนใบอนุญาต · ข้อที่เกิดคดีมากที่สุดคือลูกค้าที่คุยไว้แล้วมาปิดการขายหลังเลิกสัญญา — ข้อ 5.2 มีไว้ตอบเรื่องนี้ อย่าเว้นว่าง

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า

ไม่เหมาะเมื่อให้ขายผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ให้ใช้ สัญญาจ้างตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ · ไม่เหมาะเมื่อจ่ายค่าบำเหน็จจากการกดลิงก์หรือใช้โค้ดส่วนลด ให้ใช้ สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) · ไม่เหมาะเมื่ออีกฝ่ายซื้อสินค้าไปเป็นของตนแล้วขายต่อ ให้ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · ไม่เหมาะเมื่อตัวแทนขายในนามของตัวเอง เก็บเงินจากลูกค้าเองแล้วส่งเงินคืนหลังหักบำเหน็จ (ตัวแทนค้าต่าง) ให้ใช้ สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง · ถ้าคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติหรือต้องการฉบับภาษาอังกฤษ ให้ใช้ Brokerage Agreement — สัญญานายหน้า ภาษาอังกฤษ · สัญญาแต่งตั้งตัวแทนการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Commercial Agency Agreement — สัญญาแต่งตั้งตัวแทนการค้า ภาษาอังกฤษ

### สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ถ้าสินค้าหรือบริการที่ขายอยู่ในธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะ ตัวผู้แทนขายเองอาจต้องมีใบอนุญาต เช่น การเสนอขายประกันชีวิตหรือประกันวินาศภัยต้องมีใบอนุญาตตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย การแนะนำการลงทุนต้องขึ้นทะเบียนผู้แนะนำการลงทุนกับสำนักงาน ก.ล.ต. และการขายอสังหาริมทรัพย์มีกติกาของตนเอง — สัญญาฉบับนี้ไม่ได้ทำให้คนที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานนั้นได้โดยชอบ ถ้าการขายเป็นแบบชักชวนคนมาเป็นเครือข่ายแล้วรับผลตอบแทนจากการหาสมาชิก ให้ตรวจพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ก่อนใช้ เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องจดทะเบียน

### ลงนามสัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและกำกับเอกสารแนบท้ายทุกแผ่น ก่อนเซ็น ให้ตอบสามคำถามนี้ให้จบ คือ เขาเป็นนายหน้าหรือตัวแทน (ข้อ 1.2) · ค่าบำเหน็จได้สิทธิตอนลูกค้าสั่ง ตอนส่งของ หรือตอนเราได้เงิน (ข้อ 4.2) · และลูกค้าที่เขาแนะนำแล้วกลับมาซื้อซ้ำ เขาได้ต่อหรือไม่ และได้นานแค่ไหนหลังเลิกสัญญา (ข้อ 5) สามข้อนี้คือที่มาของคดีค่าบำเหน็จแทบทุกคดี ถ้าเลือกให้ผู้แทนขายรับเงินแทนได้ ให้เปิดบัญชีแยกและกำหนดรอบนำส่งให้สั้น ตามข้อ 2.5 — เงินที่รับไว้แทนเป็นของผู้ว่าจ้างตั้งแต่วินาทีที่รับ ไม่ใช่ตอนโอนเข้าบัญชีบริษัท ตรวจอำนาจลงนามด้วยหนังสือรับรองนิติบุคคลที่ออกไม่เกินหกเดือน พยานไม่ใช่เงื่อนไขความสมบูรณ์ของสัญญานี้

### ทำสัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้าต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

1. รายการสินค้าหรือบริการ พร้อมราคาและเงื่อนไขที่ผู้แทนขายเสนอได้ตามข้อ 2.1 2. แบบฟอร์มลงทะเบียนลูกค้าตามข้อ 3.3 — เอกสารนี้คือสิ่งที่กันการทะเลาะเรื่อง "ใครเป็นคนหาลูกค้ารายนี้" ได้จริง ให้มีช่องวันเวลาและช่องยืนยันของผู้ว่าจ้าง 3. รายชื่อลูกค้าเดิมของผู้ว่าจ้างที่ไม่ก่อสิทธิค่าบำเหน็จ ตามข้อ 3.2 และรายชื่อลูกค้าที่ผู้แทนขายรู้จักอยู่ก่อน ตามข้อ 7.2 4. หนังสือมอบอำนาจพร้อมวงเงิน ถ้าเลือกฐานะตัวแทน 5. ตารางอัตราค่าบำเหน็จ ฐานคำนวณ และตัวอย่างการคำนวณอย่างน้อยหนึ่งรายการ 6. ข้อตกลงประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 7.4 ถ้าผู้แทนขายเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในระบบของตน

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

_บริบท: ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150

การใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

_บริบท: ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

_บริบท: หมวด 4 เลิกสัญญา_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575

อันว่าจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้

_บริบท: ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587

อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น

_บริบท: ลักษณะ 7 จ้างทำของ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797

อันว่าสัญญาตัวแทนนั้น คือสัญญาซึ่งให้บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าตัวแทน มีอำนาจทำการแทนบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าตัวการ และตกลงจะทำการดังนั้น

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798

กิจการอันใดท่านบังคับไว้โดยกฎหมายว่าต้องทำเป็นหนังสือ การตั้งตัวแทนเพื่อกิจการอันนั้นก็ต้องทำเป็นหนังสือด้วย

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจแต่เฉพาะการ ท่านว่าจะทำการแทนตัวการได้แต่เพียงในสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้กิจอันเขาได้มอบหมายแก่ตนนั้นสำเร็จลุล่วงไป

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801

ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใด ๆ ในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 805

ตัวแทนนั้น เมื่อไม่ได้รับความยินยอมของตัวการจะเข้าทำนิติกรรมอันใดในนามของตัวการทำกับตนเองในนามของตนเองหรือในฐานเป็นตัวแทนของบุคคลภายนอกหาได้ไม่ เว้นแต่นิติกรรมนั้นมีเฉพาะแต่การชำระหนี้

_บริบท: หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 807

ตัวแทนต้องทำการตามคำสั่งแสดงออกชัดหรือโดยปริยายของตัวการ เมื่อไม่มีคำสั่งเช่นนั้น ก็ต้องดำเนินตามทางที่เคยทำกันมาในกิจการค้าขายอันเขาให้ตนทำอยู่นั้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 808

ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่จะมีอำนาจใช้ตัวแทนช่วงทำการได้

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 809

เมื่อตัวการมีประสงค์จะทราบความเป็นไปของการที่ได้มอบหมายแก่ตัวแทนนั้นในเวลาใด ๆ ซึ่งสมควรแก่เหตุ ตัวแทนก็ต้องแจ้งให้ตัวการทราบ อนึ่ง เมื่อการเป็นตัวแทนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ตัวแทนต้องแถลงบัญชีด้วย

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812

ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด

_บริบท: หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820

ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทน

_บริบท: หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821

บุคคลผู้ใดเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี รู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของตนก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่าบุคคลอีกคนหนึ่งนั้นเป็นตัวแทนของตน

_บริบท: หมวด 4 ความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845

บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่ จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

_บริบท: ลักษณะ 16 นายหน้า_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 846

ถ้ากิจการอันได้มอบหมายแก่นายหน้านั้น โดยพฤติการณ์เป็นที่คาดหมายได้ว่าย่อมทำให้แต่เพื่อจะเอาค่าบำเหน็จไซร้ ท่านให้ถือว่าได้ตกลงกันโดยปริยายว่ามีค่าบำเหน็จนายหน้า

_บริบท: ลักษณะ 16 นายหน้า_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 847

ถ้านายหน้าทำการให้แก่บุคคลภายนอกด้วยก็ดี หรือได้รับคำมั่นแต่บุคคลภายนอกเช่นนั้นว่าจะให้ค่าบำเหน็จอันไม่ควรแก่นายหน้าผู้กระทำการโดยสุจริตก็ดี เป็นการฝ่าฝืนต่อการที่ตนเข้ารับทำหน้าที่ไซร้ ท่านว่านายหน้าหามีสิทธิจะได้รับค่าบำเหน็จหรือรับชดใช้ค่าใช้จ่ายที่ได้เสียไปไม่

_บริบท: ลักษณะ 16 นายหน้า_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 848

ตัวนายหน้าไม่ต้องรับผิดไปถึงการชำระหนี้ตามสัญญาซึ่งได้ทำต่อกันเพราะตนเป็นสื่อ เว้นแต่จะมิได้บอกชื่อของฝ่ายหนึ่งให้รู้ถึงอีกฝ่ายหนึ่ง

_บริบท: ลักษณะ 16 นายหน้า_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 849

การรับเงินหรือรับชำระหนี้อันจะพึงชำระตามสัญญานั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่านายหน้าย่อมไม่มีอำนาจที่จะรับแทนผู้เป็นคู่สัญญา

_บริบท: ลักษณะ 16 นายหน้า_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

_บริบท: บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

_บริบท: ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_sales_commission_agent

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย