สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้าง
ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มให้ผู้ประกอบการที่มีความจุจำกัดตามปฏิทิน เช่น ที่พักหรือร้านอาหาร เปิดให้ลูกค้าจองล่วงหน้าผ่านระบบของตน · เงื่อนไขราคาเท่าเทียมอาจขัดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าถ้าแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด ต้องตรวจก่อนเปิดใช้
| ใช้เมื่อ | ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีคิวและความจุจำกัด |
|---|---|
| อากรแสตมป์ | สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ค่าธรรมเนียมคิดเป็นร้อยละของยอดจองในอนาคต ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร |
| ภาษี | ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคลและหักจากยอดที่รับไว้แทนตามข้อ 7.1 ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม ยอดค่าบริการที่ลูกค้าจ่ายเป็นรายได้ของผู้ประกอบการ ไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม ถ้าบริการที่จองเป็นการให้เช่าที่พักอาศัย ให้ตรวจว่าเข้าข่ายได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ แต่ค่าบริการเสริมอื่นที่ขายผ่านระบบเดียวกัน เช่น อาหารเช้าหรือสปา ไม่ได้รับยกเว้นและต้องแยกคำนวณ |
| แบบที่กฎหมายกำหนด | สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ข้อ 3 เรื่องราคาเท่าเทียม (rate parity) ต้องตรวจก่อนใช้เสมอ เพราะเป็นเงื่อนไขที่หน่วยงานกำกับการแข่งขันทางการค้าในหลายประเทศเข้ามาตรวจสอบมาร์เก็ตเพลสจองที่พักและบริการ ด้วยเหตุผลว่าอาจเป็นการจำกัดการแข่งขันด้านราคา ข้อ 3.2 จึงเขียนเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นตามกฎหมายที่ใช้บังคับจริง ไม่ใช่ยืนยันแน่นอนว่าใช้ได้เสมอ ถ้าส่งข้อมูลติดต่อลูกค้าให้ผู้ประกอบการเพื่อให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 10 |
| มาตราที่อ้าง | ป.พ.พ. ม.224, 383, 810, 811; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4; พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ม.57 (สรุปสาระ); พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ม.24, 27; ประมวลรัษฎากร ม.78/1, 86; คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 |
| ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้ | 349 บาท |
ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร
- ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีคิวและความจุจำกัด
- ใช้เมื่อต้องกำหนดความรับผิดเรื่องการจองซ้ำจากปฏิทินไม่ซิงก์
- ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าจะบังคับราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทางหรือไม่
จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง
- เงื่อนไขราคาเท่าเทียมอาจขัดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าถ้าแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด ต้องตรวจก่อนเปิดใช้
- เงินมัดจำของลูกค้ายังเป็นของลูกค้าจนกว่าจะถึงเงื่อนไขริบตามนโยบายยกเลิกที่แสดงไว้ล่วงหน้า
- แยกความรับผิดเรื่องจองซ้ำตามต้นเหตุ ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดเสมอ
- เตรียมกติกาเหตุสุดวิสัยไว้ล่วงหน้า เพื่อคืนเงินลูกค้าได้เร็วโดยไม่มีข้อพิพาท
กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้
- ถ้าเป็นบริการทั่วไปที่ไม่มีปฏิทินความจุจำกัด ให้ใช้ สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ
- ถ้าขายสินค้าที่ต้องจัดส่งแทนบริการ ให้ใช้ ข้อตกลงระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขาย
- ถ้าเป็นการจ้างเอเจนซี่บริหารการจองแทนผู้ประกอบการรายเดียว ไม่ใช่มาร์เก็ตเพลสหลายราย ให้ใช้สัญญาจ้างบริหารระบบทั่วไป
อากรแสตมป์
สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ค่าธรรมเนียมคิดเป็นร้อยละของยอดจองในอนาคต ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร
การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ข้อ 3 เรื่องราคาเท่าเทียม (rate parity) ต้องตรวจก่อนใช้เสมอ เพราะเป็นเงื่อนไขที่หน่วยงานกำกับการแข่งขันทางการค้าในหลายประเทศเข้ามาตรวจสอบมาร์เก็ตเพลสจองที่พักและบริการ ด้วยเหตุผลว่าอาจเป็นการจำกัดการแข่งขันด้านราคา ข้อ 3.2 จึงเขียนเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นตามกฎหมายที่ใช้บังคับจริง ไม่ใช่ยืนยันแน่นอนว่าใช้ได้เสมอ
ถ้าส่งข้อมูลติดต่อลูกค้าให้ผู้ประกอบการเพื่อให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 10
ภาษี
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคลและหักจากยอดที่รับไว้แทนตามข้อ 7.1 ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม
ยอดค่าบริการที่ลูกค้าจ่ายเป็นรายได้ของผู้ประกอบการ ไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม ถ้าบริการที่จองเป็นการให้เช่าที่พักอาศัย ให้ตรวจว่าเข้าข่ายได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ แต่ค่าบริการเสริมอื่นที่ขายผ่านระบบเดียวกัน เช่น อาหารเช้าหรือสปา ไม่ได้รับยกเว้นและต้องแยกคำนวณ
เงินมัดจำเป็นของลูกค้า ไม่ใช่ของใครทั้งสองฝ่าย จนกว่าจะถึงเวลา
ข้อ 4.2 เป็นข้อที่คุ้มครองลูกค้าซึ่งไม่ได้เป็นคู่สัญญาในฉบับนี้แต่เป็นผู้จ่ายเงินจริง หลักการคือเงินมัดจำยังเป็นของลูกค้าจนกว่าจะถึงเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้าให้ริบได้ตามนโยบายยกเลิกที่แสดงไว้ก่อนลูกค้ากดจอง ทั้งผู้ประกอบการและแพลตฟอร์มห้ามใช้เงินนี้ก่อนถึงกำหนด ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับเงินที่ตัวแทนรับไว้แทนตัวการตาม ป.พ.พ. มาตรา 810 เพียงแต่ในที่นี้ "ตัวการ" คือลูกค้าเอง
ราคาเท่าเทียม — เงื่อนไขที่ทรงพลังที่สุดและเสี่ยงที่สุดในสัญญาฉบับนี้
ข้อ 3 คือเงื่อนไขที่ทำให้แพลตฟอร์มจองบริการมีอำนาจต่อรองสูง เพราะบังคับไม่ให้ผู้ประกอบการขายถูกกว่าในช่องทางของตัวเอง แต่ก็เป็นเงื่อนไขที่หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าหลายประเทศเคยตัดสินว่าจำกัดการแข่งขันเกินสมควร เพราะทำให้ผู้ประกอบการลดราคาดึงลูกค้าตรงไม่ได้เลย ซึ่งอาจเข้าข่าย พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57 ถ้าแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด สัญญานี้จึงเปิดเป็นสวิตช์ให้เลือกได้ และข้อ 3.2 ผูกเงื่อนไขไว้กับกฎหมายที่ใช้บังคับจริง เพื่อไม่ให้เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 ที่ตายตัวเกินไป
การจองซ้ำ — ใครผิดขึ้นอยู่กับว่าใครทำปฏิทินล่าช้า
ข้อ 2 แบ่งความรับผิดชัดเจนตามต้นเหตุ ถ้าผู้ประกอบการขายผ่านหลายช่องทางแล้วไม่อัปเดตปฏิทินให้ทันเวลา ตัวเองเป็นผู้รับผิดชอบจัดหาที่ทดแทนให้ลูกค้าที่โดนจองซ้ำ แต่ถ้าระบบของแพลตฟอร์มเองขัดข้องจนปฏิทินไม่ซิงก์ทั้งที่ผู้ประกอบการอัปเดตถูกต้องแล้ว แพลตฟอร์มเป็นผู้รับผิด การเขียนแบบนี้ป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผลักภาระให้อีกฝ่ายเสมอโดยไม่ดูต้นเหตุจริง
ปิดสถานที่เพราะเหตุสุดวิสัย — ต้องคืนเงินเต็ม ไม่ใช่ทั้งสองฝ่ายมาทะเลาะกัน
ข้อ 9 กันปัญหาที่เกิดขึ้นจริงบ่อยครั้ง เมื่อสถานที่ต้องปิดกะทันหันเพราะเหตุสุดวิสัย ลูกค้าไม่ควรต้องรับภาระค่าธรรมเนียมยกเลิกจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและฝั่งแพลตฟอร์ม การคืนเงินเต็มจำนวนโดยไม่มีใครเก็บค่าธรรมเนียมจึงเป็นทางออกที่ยุติธรรมที่สุดและลดความเสี่ยงเรื่องข้อสัญญาไม่เป็นธรรมด้วย
ข้อที่คนทำแพลตฟอร์มจองบริการพลาดบ่อย
- ไม่กำหนดหน้าต่างเวลาที่ลูกค้าเปลี่ยนแปลงการจองได้ — ลูกค้าอยากเลื่อนวันแต่ไม่มีกติกา สุดท้ายกลายเป็นข้อพิพาททุกครั้ง ข้อ 4.4 แก้จุดนี้
- ไม่แยกความรับผิดเรื่องจองซ้ำ — โทษกันไปมาโดยไม่มีเกณฑ์ ข้อ 2.2 ให้เกณฑ์ชัด
- ค่าธรรมเนียมคำนวณจากยอดจองตอนแรกทั้งที่ยอดจริงเปลี่ยนไป — ข้อ 5.2 ต้องปรับตามยอดที่เรียกเก็บจริง
- ไม่มีแผนรับมือเหตุสุดวิสัย — เมื่อสถานที่ต้องปิดกะทันหัน ไม่รู้ว่าใครคืนเงินใคร ข้อ 9 วางไว้ล่วงหน้า
เอกสารแนบท้ายสัญญา
- นโยบายยกเลิกและตัวเลือกความเข้มงวดที่ผู้ประกอบการเลือกได้
- ตารางค่าธรรมเนียมและวิธีคำนวณจากยอดเรียกเก็บจริง
- คู่มือการซิงก์ปฏิทินความจุกับช่องทางขายอื่น
วันลงนาม
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับนโยบายยกเลิกที่แนบด้วย เพราะเป็นเอกสารที่ลูกค้าอ้างอิงบ่อยที่สุด
ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-07924B · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องติดอากรแสตมป์ไหม
สัญญานี้ไม่มีสินจ้างเป็นจำนวนแน่นอน ค่าธรรมเนียมคิดเป็นร้อยละของยอดจองในอนาคต ไม่เข้าบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะใด ไม่ต้องปิดอากร
สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ เสียภาษีอะไรบ้าง
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเป็นค่าบริการตามมาตรา 40(8) ถ้าผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคลและหักจากยอดที่รับไว้แทนตามข้อ 7.1 ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 12/1 และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม ยอดค่าบริการที่ลูกค้าจ่ายเป็นรายได้ของผู้ประกอบการ ไม่ใช่รายได้ของแพลตฟอร์ม ถ้าบริการที่จองเป็นการให้เช่าที่พักอาศัย ให้ตรวจว่าเข้าข่ายได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ แต่ค่าบริการเสริมอื่นที่ขายผ่านระบบเดียวกัน เช่น อาหารเช้าหรือสปา ไม่ได้รับยกเว้นและต้องแยกคำนวณ
ใช้สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการตอนไหน
ใช้เมื่อเปิดแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีคิวและความจุจำกัด · ใช้เมื่อต้องกำหนดความรับผิดเรื่องการจองซ้ำจากปฏิทินไม่ซิงก์ · ใช้เมื่อต้องกำหนดว่าจะบังคับราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทางหรือไม่
ทำสัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการต้องระวังอะไร
เงื่อนไขราคาเท่าเทียมอาจขัดกฎหมายการแข่งขันทางการค้าถ้าแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด ต้องตรวจก่อนเปิดใช้ · เงินมัดจำของลูกค้ายังเป็นของลูกค้าจนกว่าจะถึงเงื่อนไขริบตามนโยบายยกเลิกที่แสดงไว้ล่วงหน้า · แยกความรับผิดเรื่องจองซ้ำตามต้นเหตุ ไม่ใช่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดเสมอ · เตรียมกติกาเหตุสุดวิสัยไว้ล่วงหน้า เพื่อคืนเงินลูกค้าได้เร็วโดยไม่มีข้อพิพาท
กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ
ถ้าเป็นบริการทั่วไปที่ไม่มีปฏิทินความจุจำกัด ให้ใช้ สัญญาระหว่าง Marketplace กับผู้ให้บริการ · ถ้าขายสินค้าที่ต้องจัดส่งแทนบริการ ให้ใช้ ข้อตกลงระหว่างแพลตฟอร์มกับผู้ขาย · ถ้าเป็นการจ้างเอเจนซี่บริหารการจองแทนผู้ประกอบการรายเดียว ไม่ใช่มาร์เก็ตเพลสหลายราย ให้ใช้สัญญาจ้างบริหารระบบทั่วไป
สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม
สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ข้อ 3 เรื่องราคาเท่าเทียม (rate parity) ต้องตรวจก่อนใช้เสมอ เพราะเป็นเงื่อนไขที่หน่วยงานกำกับการแข่งขันทางการค้าในหลายประเทศเข้ามาตรวจสอบมาร์เก็ตเพลสจองที่พักและบริการ ด้วยเหตุผลว่าอาจเป็นการจำกัดการแข่งขันด้านราคา ข้อ 3.2 จึงเขียนเงื่อนไขให้ยืดหยุ่นตามกฎหมายที่ใช้บังคับจริง ไม่ใช่ยืนยันแน่นอนว่าใช้ได้เสมอ ถ้าส่งข้อมูลติดต่อลูกค้าให้ผู้ประกอบการเพื่อให้บริการ ต้องมีข้อตกลงแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ 10
ลงนามสัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ
ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับนโยบายยกเลิกที่แนบด้วย เพราะเป็นเอกสารที่ลูกค้าอ้างอิงบ่อยที่สุด
ทำสัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย
นโยบายยกเลิกและตัวเลือกความเข้มงวดที่ผู้ประกอบการเลือกได้ ตารางค่าธรรมเนียมและวิธีคำนวณจากยอดเรียกเก็บจริง คู่มือการซิงก์ปฏิทินความจุกับช่องทางขายอื่น
กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้
ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 11 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224
หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น
ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป
หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810
เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811
ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้
หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ
พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4
ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น
พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540
พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่
พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 27
ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้ รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้น ไม่ต้องขอความยินยอมตามมาตรา 24 หรือมาตรา 26 บุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาจากการเปิดเผยตามวรรคหนึ่ง จะต้องไม่ใช้หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับผู้ควบคุมข้อมูล ส่วนบุคคลในการขอรับข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอ ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องบันทึกการใช้หรือเปิดเผยนั้นไว้ในรายการ ตามมาตรา 39
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 78/1
ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การให้บริการตามสัญญาที่กำหนดค่าตอบแทนตามส่วนของบริการที่ทำให้ความรับผิดตามส่วนของบริการเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลง เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการตามส่วนของบริการที่สิ้นสุดลงก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วน แล้วแต่กรณี (4) การให้บริการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนสิทธิในบริการอันทำให้ผู้รับโอนสิทธิในบริการมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการให้บริการแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการให้บริการตามสัญญาและมีการชำระราคาค่าบริการที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) และ (2) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 86
ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว
ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41