สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

สัญญาระหว่างผู้เขียนกับสำนักพิมพ์ ให้สำนักพิมพ์ทำซ้ำและจำหน่ายงานเขียนตามรูปแบบที่ตกลง โดยผู้เขียนยังเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และได้ค่าลิขสิทธิ์ตามยอดขาย · ให้สิทธิเป็นรูปแบบทีละอย่าง อย่าให้เหมารวมทุกรูปแบบทั้งที่สำนักพิมพ์ยังไม่มีแผนทำ เพราะสิทธิที่ไม่ได้ใช้จะถูกถือค้างไว้

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อสำนักพิมพ์จะพิมพ์หนังสือเล่มกระดาษของผู้เขียน
อากรแสตมป์สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เพื่อจัดพิมพ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร และใบรับเงินค่าลิขสิทธิ์ก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าเป็นการที่ผู้เขียนหรือเจ้าของเรื่องจ้างโรงพิมพ์ให้พิมพ์เป็นเล่มโดยจ่ายค่าจ้าง ส่วนนั้นเป็นจ้างทำของ ลักษณะ 4 ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — แต่กรณีนั้นเป็นคนละสัญญากับฉบับนี้ ซึ่งสำนักพิมพ์เป็นผู้ลงทุนและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ผู้เขียน ไม่ใช่ผู้เขียนจ่ายค่าจ้าง ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118
ภาษีค่าลิขสิทธิ์และเงินล่วงหน้าค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) สำนักพิมพ์ที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ทั้งเงินล่วงหน้าและค่าลิขสิทธิ์รายงวด และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้เขียน เงินได้ประเภทค่าลิขสิทธิ์มีวิธีหักค่าใช้จ่ายต่างจากเงินได้จากการรับจ้าง ผู้เขียนควรตรวจกับผู้ทำบัญชีตอนยื่นแบบ การอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้เขียนจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี หนังสือที่ผู้เขียนซื้อไปเองในราคาส่วนลดตามข้อ 3.4 ไม่ใช่ค่าลิขสิทธิ์ เป็นการซื้อขายสินค้าคนละรายการ และไม่นำมาคำนวณค่าลิขสิทธิ์ตามข้อ 3.4 ถ้ามีการจ้างผู้เขียนเขียนเพิ่มเติมหรือไปออกงานประชาสัมพันธ์ ส่วนนั้นเป็นค่าบริการหักตามข้อ 12/1 ให้แยกบรรทัดในเอกสาร
แบบที่กฎหมายกำหนดสัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ ตัวหนังสือที่พิมพ์ออกมามีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์ ซึ่งเป็นภาระของผู้พิมพ์ ไม่ใช่ของผู้เขียน ข้อ 3.3 จึงกำหนดให้สำนักพิมพ์เป็นผู้ดำเนินการและออกค่าใช้จ่าย ได้แก่ ขอเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) และข้อมูลทางบรรณานุกรม (CIP) จากหอสมุดแห่งชาติ จดแจ้งการพิมพ์และส่งหนังสือให้หอสมุดแห่งชาติตามจำนวนและกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด แสดงชื่อผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และข้อมูลหน้าลิขสิทธิ์ให้ครบ ให้ตรวจรายละเอียดและกำหนดเวลาปัจจุบันจากหอสมุดแห่งชาติก่อนพิมพ์ เพราะระเบียบเปลี่ยนเป็นระยะ
มาตราที่อ้างพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม.4, 6, 8, 11, 15, 17, 18; ป.พ.พ. ม.204, 224, 383, 387, 391, 423; พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ.2540 ม.4, 5, 8; ประมวลรัษฎากร ม.40(3), 118 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ไม่มีลักษณะใดคลุมการอนุญาตใช้ลิขสิทธิ์); คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อสำนักพิมพ์จะพิมพ์หนังสือเล่มกระดาษของผู้เขียน
  • ใช้เมื่อจะทำอีบุ๊กหรือหนังสือเสียงจากต้นฉบับเดียวกัน โดยเลือกได้ว่าให้สิทธิรูปแบบใดบ้าง
  • ใช้เมื่อต้องกำหนดเงินล่วงหน้า อัตราค่าลิขสิทธิ์ และรอบรายงานยอดขาย
  • ใช้เมื่อต้องการให้สิทธิกลับคืนผู้เขียนถ้าหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ให้สิทธิเป็นรูปแบบทีละอย่าง อย่าให้เหมารวมทุกรูปแบบทั้งที่สำนักพิมพ์ยังไม่มีแผนทำ เพราะสิทธิที่ไม่ได้ใช้จะถูกถือค้างไว้
  • สัญญานี้เป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ไม่ใช่การโอนลิขสิทธิ์ ถ้าจะโอนต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17 และถ้าไม่ระบุเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี
  • ผู้เขียนยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการตัดทอนดัดแปลงจนเสียชื่อเสียงตาม ม.18 ขอบเขตการบรรณาธิกรณ์จึงต้องเขียนให้ชัด
  • ระบุฐานคำนวณค่าลิขสิทธิ์ให้ชัดว่าคิดจากราคาปกหรือจากรายรับสุทธิของสำนักพิมพ์ เพราะตัวเลขต่างกันมาก
  • ผู้เขียนต้องรับรองว่างานเป็นของตน ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น และไม่หมิ่นประมาทบุคคลจริง
  • ค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) สำนักพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เพื่อจัดพิมพ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร และใบรับเงินค่าลิขสิทธิ์ก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น

ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าเป็นการที่ผู้เขียนหรือเจ้าของเรื่องจ้างโรงพิมพ์ให้พิมพ์เป็นเล่มโดยจ่ายค่าจ้าง ส่วนนั้นเป็นจ้างทำของ ลักษณะ 4 ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — แต่กรณีนั้นเป็นคนละสัญญากับฉบับนี้ ซึ่งสำนักพิมพ์เป็นผู้ลงทุนและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ผู้เขียน ไม่ใช่ผู้เขียนจ่ายค่าจ้าง

ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

การจดทะเบียน / แบบที่กฎหมายกำหนด

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ ตัวหนังสือที่พิมพ์ออกมามีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์ ซึ่งเป็นภาระของผู้พิมพ์ ไม่ใช่ของผู้เขียน ข้อ 3.3 จึงกำหนดให้สำนักพิมพ์เป็นผู้ดำเนินการและออกค่าใช้จ่าย ได้แก่

  • ขอเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) และข้อมูลทางบรรณานุกรม (CIP) จากหอสมุดแห่งชาติ
  • จดแจ้งการพิมพ์และส่งหนังสือให้หอสมุดแห่งชาติตามจำนวนและกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • แสดงชื่อผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และข้อมูลหน้าลิขสิทธิ์ให้ครบ

ให้ตรวจรายละเอียดและกำหนดเวลาปัจจุบันจากหอสมุดแห่งชาติก่อนพิมพ์ เพราะระเบียบเปลี่ยนเป็นระยะ

ภาษี

ค่าลิขสิทธิ์และเงินล่วงหน้าค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) สำนักพิมพ์ที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ทั้งเงินล่วงหน้าและค่าลิขสิทธิ์รายงวด และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้เขียน

  • เงินได้ประเภทค่าลิขสิทธิ์มีวิธีหักค่าใช้จ่ายต่างจากเงินได้จากการรับจ้าง ผู้เขียนควรตรวจกับผู้ทำบัญชีตอนยื่นแบบ
  • การอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้เขียนจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี
  • หนังสือที่ผู้เขียนซื้อไปเองในราคาส่วนลดตามข้อ 3.4 ไม่ใช่ค่าลิขสิทธิ์ เป็นการซื้อขายสินค้าคนละรายการ และไม่นำมาคำนวณค่าลิขสิทธิ์ตามข้อ 3.4
  • ถ้ามีการจ้างผู้เขียนเขียนเพิ่มเติมหรือไปออกงานประชาสัมพันธ์ ส่วนนั้นเป็นค่าบริการหักตามข้อ 12/1 ให้แยกบรรทัดในเอกสาร

ให้สิทธิทีละรูปแบบ — ข้อที่เปลี่ยนผลได้มากที่สุด

สัญญาจัดพิมพ์จำนวนมากเขียนว่าผู้เขียนให้สำนักพิมพ์ "จัดพิมพ์และเผยแพร่ในทุกรูปแบบ" ซึ่งแปลว่าสำนักพิมพ์ได้สิทธิอีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลงเป็นซีรีส์ไปด้วย ทั้งที่อาจไม่มีแผนทำเลย ผลคือสิทธิเหล่านั้นถูกถือค้างไว้จนหมดอายุสัญญา ผู้เขียนเอาไปทำเองหรือขายให้คนอื่นไม่ได้

แบบฟอร์มนี้จึงให้ ติ๊กทีละรูปแบบ และค่าเริ่มต้นคือไม่ให้ ข้อ 2.2 เขียนชัดว่ารูปแบบที่ไม่ได้ติ๊กยังเป็นของผู้เขียนและเอาไปใช้เองได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

ถ้าสำนักพิมพ์ขอสิทธิรูปแบบที่ยังไม่พร้อมทำ ทางออกที่เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายคือให้สิทธินั้นพร้อมกำหนดเวลาว่าต้องเริ่มทำภายในกี่เดือน ไม่งั้นสิทธิกลับคืน ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับข้อ 9.1

ฐานคำนวณค่าลิขสิทธิ์ — ตัวเลขเดียวกันแต่ได้เงินต่างกันเท่าตัว

ค่าลิขสิทธิ์คิดได้สองฐานและต้องเลือกให้ชัดตั้งแต่ต้น

  • ร้อยละของราคาปก — เข้าใจง่ายและตรวจสอบง่าย ผู้เขียนรู้ได้เองจากราคาที่พิมพ์บนปกคูณจำนวนที่ขาย
  • ร้อยละของรายรับสุทธิที่สำนักพิมพ์ได้รับจริง — ตัวเลขฐานจะต่ำกว่ามาก เพราะร้านค้าและผู้จัดจำหน่ายกินส่วนแบ่งไปก่อนแล้ว ร้อยละ 10 ของราคาปก กับร้อยละ 10 ของรายรับสุทธิ ต่างกันได้เกินเท่าตัว

อัตราอีบุ๊กกับหนังสือเสียงมักสูงกว่าเล่มกระดาษ เพราะไม่มีต้นทุนพิมพ์และไม่มีสินค้าคงคลัง แบบฟอร์มนี้จึงแยกช่องอัตราออกจากกัน และข้อ 4.3 บังคับให้รายงานแยกรูปแบบ ไม่ใช่รวมเป็นยอดเดียว

ข้อที่ผู้เขียนและสำนักพิมพ์พลาดบ่อย

  • ไม่มีกำหนดว่าต้องพิมพ์ภายในเมื่อไร — เซ็นแล้วเงียบไปสองปี ผู้เขียนเอางานไปไหนไม่ได้เลย ข้อ 3.1 กำหนดเวลา และข้อ 9.1 ให้สิทธิกลับคืนถ้าไม่ทำ
  • ไม่มีข้อคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาด — หนังสือเลิกพิมพ์แล้วแต่สัญญายังอยู่อีกหลายปี ทั้งที่ไม่มีใครได้ประโยชน์ ข้อ 9.1 แก้จุดนี้
  • ให้แก้ต้นฉบับได้ไม่จำกัด — การบรรณาธิกรณ์ปกติกับการเปลี่ยนข้อสรุปของผู้เขียนเป็นคนละเรื่อง ข้อ 5.1 แยกเส้นไว้ และธรรมสิทธิ์ตามข้อ 5.2 เป็นเพดานที่สัญญาข้ามไม่ได้
  • ไม่ระบุว่ารายงานยอดขายต้องมีอะไรบ้าง — ได้ยอดรวมมาตัวเดียวแล้วตรวจอะไรไม่ได้ ข้อ 4.3 บังคับให้แยกจำนวนพิมพ์ จำนวนขาย จำนวนคืน และฐานคำนวณของแต่ละรูปแบบ
  • ลืมว่าหนังสือรับคืนได้ — ธุรกิจหนังสือไทยขายฝากและรับคืนเป็นปกติ ยอดที่ส่งออกจากคลังจึงไม่ใช่ยอดขาย ข้อ 4.2 นับเฉพาะยอดที่ได้รับชำระจริงและหักยอดคืนแล้ว
  • คิดว่าปกเป็นของผู้เขียนด้วย — งานออกแบบปกที่สำนักพิมพ์จ้างทำเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักพิมพ์ ข้อ 9.4 เขียนไว้ชัด ถ้าผู้เขียนอยากได้ปกไปใช้ต่อ ต้องตกลงกันเป็นหนังสือ
  • สิทธิคำแปลกับสิทธิดัดแปลงถูกเหมารวมไปฟรี — สองสิทธินี้มีมูลค่าสูงและมักขายแยกได้ ถ้าจะให้ ควรมีวิธีแบ่งรายได้ของตัวเองตามข้อ 2.1 (ง) และ (จ)

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • ต้นฉบับงาน … ฉบับที่ตรวจรับแล้ว พร้อมวันที่และเลขรุ่นของไฟล์
  • รายการงานของบุคคลอื่นที่ปรากฏในต้นฉบับ … พร้อมหนังสืออนุญาตและเงื่อนไขการใช้หนังสือยืนยันว่าต้นฉบับไม่มีงานของบุคคลอื่นที่ต้องขออนุญาต
  • ตารางสิทธิที่อนุญาตแยกตามรูปแบบ เขต … และระยะเวลา สำหรับให้ทั้งสองฝ่ายตรวจก่อนทำสัญญากับร้านค้าแต่ละราย
  • แบบรายงานยอดขายที่ใช้ร่วมกัน แสดงจำนวนพิมพ์ จำนวนขาย จำนวนคืน และฐานคำนวณแยกรูปแบบ
  • กำหนดจ่ายเงินล่วงหน้า … และวิธีหักกลบตาม …ตารางกำหนดชำระค่าลิขสิทธิ์รายรอบ
  • หลักเกณฑ์การพิมพ์ซ้ำตาม … และบันทึกการแจ้งผู้เขียนแต่ละครั้ง

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล

ก่อนเซ็น ให้ไล่ดูข้อ 2.1 ทีละบรรทัดว่าติ๊กอะไรไปบ้าง เพราะทุกช่องที่ติ๊กคือสิทธิที่ผู้เขียนเอาไปใช้เองไม่ได้ตลอด … เดือน และให้จดวันที่สำนักพิมพ์ตรวจรับต้นฉบับไว้ให้ชัด เพราะเป็นวันเริ่มนับทั้งอายุสัญญาตามข้อ 2.3 และกำหนดต้องพิมพ์ออกจำหน่ายตามข้อ 3.1

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-51F78A · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เพื่อจัดพิมพ์ไม่มีในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร และใบรับเงินค่าลิขสิทธิ์ก็ไม่ต้องปิด เพราะลักษณะ 28 (ใบรับ) จำกัดเฉพาะใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล ใบรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ และใบรับการขายหรือโอนยานพาหนะที่จดทะเบียนเท่านั้น ข้อยกเว้นเดียว คือถ้าเป็นการที่ผู้เขียนหรือเจ้าของเรื่องจ้างโรงพิมพ์ให้พิมพ์เป็นเล่มโดยจ่ายค่าจ้าง ส่วนนั้นเป็นจ้างทำของ ลักษณะ 4 ต้องปิดอากร 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของสินจ้าง โดยผู้รับจ้างเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า — แต่กรณีนั้นเป็นคนละสัญญากับฉบับนี้ ซึ่งสำนักพิมพ์เป็นผู้ลงทุนและจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ผู้เขียน ไม่ใช่ผู้เขียนจ่ายค่าจ้าง ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่ปิดไม่บริบูรณ์ ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าลิขสิทธิ์และเงินล่วงหน้าค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(3) สำนักพิมพ์ที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 ทั้งเงินล่วงหน้าและค่าลิขสิทธิ์รายงวด และนำส่งภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้เขียน เงินได้ประเภทค่าลิขสิทธิ์มีวิธีหักค่าใช้จ่ายต่างจากเงินได้จากการรับจ้าง ผู้เขียนควรตรวจกับผู้ทำบัญชีตอนยื่นแบบ การอนุญาตให้ใช้สิทธิเป็นการให้บริการในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม หากผู้เขียนจดทะเบียน VAT ต้องเรียกเก็บและออกใบกำกับภาษี หนังสือที่ผู้เขียนซื้อไปเองในราคาส่วนลดตามข้อ 3.4 ไม่ใช่ค่าลิขสิทธิ์ เป็นการซื้อขายสินค้าคนละรายการ และไม่นำมาคำนวณค่าลิขสิทธิ์ตามข้อ 3.4 ถ้ามีการจ้างผู้เขียนเขียนเพิ่มเติมหรือไปออกงานประชาสัมพันธ์ ส่วนนั้นเป็นค่าบริการหักตามข้อ 12/1 ให้แยกบรรทัดในเอกสาร

ใช้สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-bookตอนไหน

ใช้เมื่อสำนักพิมพ์จะพิมพ์หนังสือเล่มกระดาษของผู้เขียน · ใช้เมื่อจะทำอีบุ๊กหรือหนังสือเสียงจากต้นฉบับเดียวกัน โดยเลือกได้ว่าให้สิทธิรูปแบบใดบ้าง · ใช้เมื่อต้องกำหนดเงินล่วงหน้า อัตราค่าลิขสิทธิ์ และรอบรายงานยอดขาย · ใช้เมื่อต้องการให้สิทธิกลับคืนผู้เขียนถ้าหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์

ทำสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-bookต้องระวังอะไร

ให้สิทธิเป็นรูปแบบทีละอย่าง อย่าให้เหมารวมทุกรูปแบบทั้งที่สำนักพิมพ์ยังไม่มีแผนทำ เพราะสิทธิที่ไม่ได้ใช้จะถูกถือค้างไว้ · สัญญานี้เป็นการอนุญาตให้ใช้สิทธิ ไม่ใช่การโอนลิขสิทธิ์ ถ้าจะโอนต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.17 และถ้าไม่ระบุเวลา กฎหมายถือว่าโอนสิบปี · ผู้เขียนยังมีสิทธิแสดงชื่อและห้ามการตัดทอนดัดแปลงจนเสียชื่อเสียงตาม ม.18 ขอบเขตการบรรณาธิกรณ์จึงต้องเขียนให้ชัด · ระบุฐานคำนวณค่าลิขสิทธิ์ให้ชัดว่าคิดจากราคาปกหรือจากรายรับสุทธิของสำนักพิมพ์ เพราะตัวเลขต่างกันมาก · ผู้เขียนต้องรับรองว่างานเป็นของตน ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ผู้อื่น และไม่หมิ่นประมาทบุคคลจริง · ค่าลิขสิทธิ์เป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร ม.40(3) สำนักพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book

ไม่เหมาะเมื่อผู้เขียนจะขายลิขสิทธิ์ขาดให้สำนักพิมพ์ ให้ใช้ สัญญาโอนลิขสิทธิ์ผลงาน · ไม่เหมาะเมื่อสำนักพิมพ์จ้างเขียนโดยจ่ายค่าจ้างเป็นชิ้นและเป็นเจ้าของงาน ให้ใช้ สัญญาจ้างเขียนบทความ · ไม่เหมาะเมื่อผู้เขียนจ้างโรงพิมพ์พิมพ์เองแล้วขายเอง ซึ่งเป็นสัญญาจ้างทำของ ไม่ใช่การให้สิทธิจัดพิมพ์ · สัญญาจัดพิมพ์หนังสือระหว่างผู้เขียนกับสำนักพิมพ์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Publishing Agreement — สัญญาจัดพิมพ์หนังสือระหว่างผู้เขียนกับสำนักพิมพ์ ภาษาอังกฤษ

สัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องจดทะเบียนหรือทำตามแบบที่กฎหมายกำหนดไหม

สัญญานี้ไม่ต้องจดทะเบียน แต่ ตัวหนังสือที่พิมพ์ออกมามีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์ ซึ่งเป็นภาระของผู้พิมพ์ ไม่ใช่ของผู้เขียน ข้อ 3.3 จึงกำหนดให้สำนักพิมพ์เป็นผู้ดำเนินการและออกค่าใช้จ่าย ได้แก่ ขอเลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือ (ISBN) และข้อมูลทางบรรณานุกรม (CIP) จากหอสมุดแห่งชาติ จดแจ้งการพิมพ์และส่งหนังสือให้หอสมุดแห่งชาติตามจำนวนและกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด แสดงชื่อผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา และข้อมูลหน้าลิขสิทธิ์ให้ครบ ให้ตรวจรายละเอียดและกำหนดเวลาปัจจุบันจากหอสมุดแห่งชาติก่อนพิมพ์ เพราะระเบียบเปลี่ยนเป็นระยะ

ลงนามสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-bookต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ลงชื่อกำกับทุกหน้าและเอกสารแนบ ตรวจอำนาจลงนามและหนังสือรับรองของฝ่ายที่เป็นนิติบุคคล ก่อนเซ็น ให้ไล่ดูข้อ 2.1 ทีละบรรทัดว่าติ๊กอะไรไปบ้าง เพราะทุกช่องที่ติ๊กคือสิทธิที่ผู้เขียนเอาไปใช้เองไม่ได้ตลอด … เดือน และให้จดวันที่สำนักพิมพ์ตรวจรับต้นฉบับไว้ให้ชัด เพราะเป็นวันเริ่มนับทั้งอายุสัญญาตามข้อ 2.3 และกำหนดต้องพิมพ์ออกจำหน่ายตามข้อ 3.1

ทำสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-bookต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ต้นฉบับงาน … ฉบับที่ตรวจรับแล้ว พร้อมวันที่และเลขรุ่นของไฟล์ รายการงานของบุคคลอื่นที่ปรากฏในต้นฉบับ … พร้อมหนังสืออนุญาตและเงื่อนไขการใช้หนังสือยืนยันว่าต้นฉบับไม่มีงานของบุคคลอื่นที่ต้องขออนุญาต ตารางสิทธิที่อนุญาตแยกตามรูปแบบ เขต … และระยะเวลา สำหรับให้ทั้งสองฝ่ายตรวจก่อนทำสัญญากับร้านค้าแต่ละราย แบบรายงานยอดขายที่ใช้ร่วมกัน แสดงจำนวนพิมพ์ จำนวนขาย จำนวนคืน และฐานคำนวณแยกรูปแบบ กำหนดจ่ายเงินล่วงหน้า … และวิธีหักกลบตาม …ตารางกำหนดชำระค่าลิขสิทธิ์รายรอบ หลักเกณฑ์การพิมพ์ซ้ำตาม … และบันทึกการแจ้งผู้เขียนแต่ละครั้ง

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 18 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204

ถ้าหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำหนดระยะเวลาพอสมควร แล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้นชำระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้ ถ้าและฝ่ายนั้นไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ไซร้ อีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423

ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่นก็ดี หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้หรือทางเจริญของเขาโดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใดส่งข่าวสารอันตนมิได้รู้ว่าเป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้นมีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้นหาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ — ลักษณะ 5 ละเมิด (มาตรา 420–437)

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 8

ข้อตกลง ประกาศ หรือคำแจ้งความที่ได้ทำไว้ล่วงหน้า เพื่อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดเพื่อละเมิดหรือผิดสัญญาในความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้อื่น อันเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตกลง ผู้ประกาศ ผู้แจ้งความ หรือของบุคคลอื่นซึ่งผู้ตกลง ผู้ประกาศ หรือผู้แจ้งความต้องรับผิดด้วย จะนำมาอ้างเป็นข้อยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดไม่ได้

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบสัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง ต้องมีอะไรบ้างตัวการ (ผู้ผลิต ผู้นำเข้า เจ้าของแบรนด์) ตั้งผู้ค้าให้ขายสินค้าในนามของผู้ค้าเองแต่เพื่อตัวการ แลกบำเหน็จเป็นร้อยละของยอดขาย — สินค้ายังเป็นของตัวการจนขายได้ เลือกได้ว่าเป็นผู้จำหน่ายแต่ผู้เดียวในเขตพร้อมเป้า ตัวแทนรับประกันหนี้ลูกค้า (ตัวแทนฐานประกัน) และใครส่งของให้ลูกค้า · ถ้าร้านรับของไปวางขายแลกส่วนต่างราคาเป็นฝากขาย ถ้าซื้อขาดไปขายต่อเป็นตัวแทนจำหน่าย