ให้คนค้ำประกัน ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข

สารบัญ · 41 หัวข้อย่อย
  1. ข้อค้ำประกันและหลักประกันในสัญญาแต่ละแบบ
    1. สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา
    2. สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)
    3. สัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดินแลกสิทธิการเช่า
    4. สัญญาขายลดเช็ค
    5. สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง
    6. สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน
    7. หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้
    8. สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)
    9. หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)
    10. สัญญาปรับโครงสร้างหนี้
    11. สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัท
    12. สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)
    13. สัญญาค้ำประกันการทำงาน
    14. หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงาน
    15. สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร
    16. สัญญาตัวแทนส่งออก
    17. สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)
    18. หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
    19. สัญญาจ้างผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน
    20. สัญญาจ้างก่อสร้างบ้านหรืออาคาร
    21. สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า
    22. สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)
    23. สัญญากู้ยืมเงิน
    24. หนังสือบอกเลิกสัญญากู้เงินและบอกกล่าวบังคับจำนอง
    25. ข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง
    26. หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง
    27. หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญา
    28. สัญญาถอนตัวจากกิจการและชำระบัญชีระหว่างหุ้นส่วน
    29. ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญา
    30. สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา
    31. สัญญาจำนำทรัพย์สิน
    32. หนังสือมอบอำนาจประกันตัวคดีอาญา
    33. หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี
    34. สัญญารับพรีออเดอร์สินค้า
    35. ตั๋วสัญญาใช้เงิน
    36. สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้
    37. สัญญาประนีประนอมยอมความ
    38. สัญญาจำนำหุ้น
    39. หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส
    40. สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า
    41. สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน
  2. ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน
ตอบสั้น

กฎหมายค้ำประกันถูกแก้ครั้งใหญ่เพื่อคุ้มครองผู้ค้ำประกัน ข้อที่เคยใช้กันมาก่อนหน้านั้นหลายข้อกลายเป็นข้อที่ใช้ไม่ได้ทันที โดยเฉพาะข้อที่ทำให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม แบบฟอร์มเก่าที่ยังดาวน์โหลดได้ทั่วไปจำนวนมากยังไม่ได้แก้ตาม ข้างล่างคือสิ่งที่สัญญาแต่ละแบบเขียนไว้

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
พบในสัญญา41 ฉบับ
ปรับปรุงล่าสุด2026-09-30

ข้อค้ำประกันและหลักประกันในสัญญาแต่ละแบบ

สัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา

  • ถ้าสัญญาเดิมมีผู้ค้ำประกัน และการแก้ไขเป็นการ ผ่อนเวลา ให้ลูกหนี้ (ขยายกำหนดชำระ) ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันตกลงด้วย (ป.พ.พ. ม.700) — และข้อตกลงล่วงหน้าว่า «ยินยอมให้ผ่อนเวลาได้» ใช้บังคับไม่ได้ ต้องยินยอมครั้งต่อครั้ง

  • การแก้ไขที่ เพิ่มภาระ แก่ผู้ค้ำประกันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นโมฆะ (ม.691 วรรคสอง) — เปิดข้อ 6 และให้ผู้ค้ำประกันลงชื่อในฉบับนี้ด้วย

  • แก้ไขที่ ลดหนี้ ต้องมีหนังสือแจ้งผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน (ม.691 วรรคหนึ่ง)

  • 2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ผู้ค้ำประกันลงชื่อยินยอม (ถ้ามี)

  • เย็บสัญญาแก้ไขติดกับสัญญาเดิมทุกฉบับ — เก็บแยกกันแล้วหาย เท่ากับไม่เคยแก้

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — ฟรี

สัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)

  • ขอร่างหนังสือค้ำประกันจากธนาคารของผู้ซื้อมาตรวจก่อนส่งของครั้งแรก ต้องระบุชื่อผู้รับประโยชน์ (ผู้ขาย) วงเงิน … และวันหมดอายุที่พ้นกำหนดชำระงวดสุดท้ายอย่างน้อย 60 วันตามข้อ 2.7
  • ก่อนเรียกให้ธนาคารจ่าย ต้องมีหนังสือทวงถามผู้ซื้อและรอครบ 15 วันก่อน — เก็บหลักฐานการส่งหนังสือไว้ แล้วคืนต้นฉบับหนังสือค้ำประกันเมื่อได้เงินครบ
  • อากรแสตมป์ของหนังสือค้ำประกันเป็นเรื่องระหว่างธนาคารกับผู้ซื้อ ไม่ใช่ภาระของผู้ขาย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดินแลกสิทธิการเช่า

  • ผิดสัญญาต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก้ไขไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเลิก (ข้อ 10.1) การเลิกสัญญาทำโดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย (ป.พ.พ. ม.386) และคู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมเท่าที่ทำได้ (ม.391) — ข้อ 10.2–10.4 กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอาคารที่สร้างไปแล้วเป็นของใครและใครชดใช้เท่าไร
  • ข้อ 10.4: ถ้าผู้ลงทุนผิดสัญญาหลังส่งมอบอาคาร สัญญาเลิกได้ แต่เจ้าของที่ดินต้องชดใช้มูลค่าก่อสร้างส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ หลังหักค่าเช่าค้าง ค่าเสียหายที่มีหลักฐาน และค่าเช่าที่ขาดระหว่างหาผู้เช่าใหม่ (ไม่เกิน 24 เดือน) — เจ้าของที่ดินไม่ต้องหาเงินก้อน ผ่อนจากค่าเช่าที่ได้จากผู้เช่ารายใหม่ได้ แต่ต้องจ่ายครบภายใน 24 เดือนนับแต่รับทรัพย์คืน · ผู้ลงทุนจึงไม่เสียเงินลงทุนทั้งก้อน แต่ควรชำระค่าเช่าและภาษีให้ตรงเวลาตลอดอายุสัญญา
  • เจ้าของที่ดิน: ถ้าจะเลิกสัญญาตามข้อ 10.4 ให้เก็บหลักฐานค่าเสียหายและการหาผู้เช่าใหม่ไว้ และแจ้งรายการหักเป็นหนังสือภายใน 60 วันนับแต่รับทรัพย์คืน
  • อาคารเสียหายเกินครึ่งช่วงท้ายสัญญา (เหลือไม่ถึง 5 ปี) หรือค่าสินไหมไม่พอสร้างใหม่ ผู้ลงทุนเลือกไม่สร้างใหม่ได้ การเช่าระงับและแบ่งค่าสินไหมตามส่วนเวลาที่เหลือ (ข้อ 8.4) · ถูกเวนคืน ค่าทดแทนที่ดินเป็นของเจ้าของที่ดิน ค่าทดแทนอาคารแบ่งตามวิธีเดียวกัน (ข้อ 8.5)
  • ถ้าผู้ลงทุนกู้เงินธนาคารโดยใช้สิทธิการเช่าเป็นหลักประกัน ข้อ 6.6 ให้ความยินยอมไว้แล้ว — ให้ถามธนาคารว่าต้องการเอกสารใดเพิ่มจากเจ้าของที่ดิน และแจ้งชื่อธนาคารให้เจ้าของที่ดินเป็นหนังสือ
  • ค่าเช่าหรือค่าชดใช้ที่ชำระช้า เสียดอกเบี้ยผิดนัดตาม ป.พ.พ. ม.224 (ข้อ 10.5)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท

สัญญาขายลดเช็ค

  • ตัวสัญญาขายลดเช็ค ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง (ไม่ใช่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม หรือค้ำประกัน) ตามปกติจึงไม่ต้องปิดอากร — แต่ถ้าข้อเท็จจริงเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยใช้เช็คเป็นประกัน เอกสารอาจถูกมองเป็นหลักฐานการกู้ยืมซึ่งต้องปิดอากรลักษณะ 5 (1 บาทต่อทุก 2,000 บาท สูงสุด 10,000 บาท ผู้ให้กู้เสีย) และถ้าไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับซื้อลดที่ไม่แน่ใจ ควรปิดอากรตามลักษณะ 5 ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
  • ตัวเช็ค ผู้สั่งจ่ายเสียอากรฉบับละ 3 บาทตามลักษณะ 12 ไปแล้วตอนออกเช็ค (ธนาคารเรียกเก็บตอนซื้อสมุดเช็ค) ผู้ขายลดและผู้รับซื้อลดไม่ต้องเสียซ้ำ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีตราสาร «โอนสิทธิเรียกร้อง» สัญญานี้จึงไม่ต้องปิดอากร ยกเว้นข้อ 4 ที่ผู้โอนรับประกันว่าลูกหนี้จะชำระ ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการค้ำประกัน ต้องปิดอากรตามบัญชีลักษณะ 17 ผู้ค้ำประกันคือผู้โอนเป็นผู้เสียอากร วงเงิน … ถ้าเกิน 10,000 บาท เสีย 10 บาท ถ้าไม่ปิด ข้อ 4 ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

การโอนสิทธิเรียกร้องอยู่ใน ป.พ.พ. มาตรา 303–313 โดยหลัก สิทธิเรียกร้องโอนได้ เว้นแต่สภาพแห่งสิทธิหรือกฎหมายไม่ให้โอน และหลักประกันเช่นจำนองหรือค้ำประกันตกไปยังผู้รับโอนด้วย ลูกหนี้ยังยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้โอนก่อนได้รับการบอกกล่าวขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนได้ ข้อ 3 จึงให้ผู้โอนรับรองว่าไม่มีข้อต่อสู้ที่รู้อยู่ ควรตรวจตัวบทมาตรา 303–313 ฉบับปัจจุบันก่อนใช้

ข้อ 4 ให้ผู้โอนรับผิดเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ ซึ่งเป็นสัญญาค้ำประกันในทางเนื้อหาตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน และต้องระบุหนี้และวงเงินที่ค้ำประกันให้ชัดตามมาตรา 681 สัญญานี้ระบุไว้แล้วผู้รับโอนรับความเสี่ยงว่าลูกหนี้จะไม่มีเงินชำระ ราคาในข้อ 2 จึงมักต่ำกว่าหนี้ ผู้โอนรับผิดเฉพาะเมื่อคำรับรองในข้อ 3 ไม่จริง ถ้าผู้โอนต้องคืนราคาตามข้อ 3.2 หรือส่งเงินตามข้อ 7 ช้า ต้องเสียดอกเบี้ยตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 ข้อสัญญาที่ให้ฝ่ายที่มีอำนาจต่อรองเหนือกว่าได้เปรียบเกินสมควร ศาลปรับได้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

  • สำเนาสัญญาหรือใบแจ้งหนี้ที่เป็นที่มาของหนี้
  • หนังสือบอกกล่าวการโอนที่ลงนามแล้วและหลักฐานการส่ง
  • เอกสารหลักประกัน (ถ้ามี)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาค้ำประกันมีวงเงิน

สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 บาท = 5 บาท · เกิน 10,000 บาท = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)

  • ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp แทนการปิดแสตมป์
  • ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
  • ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่เช่นนั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง)

การค้ำหนี้ที่ยังไม่เกิด (เช่น ค่าสินค้าที่ลูกหนี้จะสั่งซื้อเชื่อต่อไป) กฎหมายบังคับให้ระบุ วัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ (ป.พ.พ. ม.681 วรรคสอง) และต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำไว้ชัดแจ้ง ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะที่ระบุ (ม.681 วรรคสาม) — ข้อตกลงที่ต่างจากนี้เป็นโมฆะ (ม.685/1)

  • ถ้อยคำแบบเก่า «ค้ำหนี้ทุกประเภททุกรายการ ทั้งที่มีอยู่แล้วและจะมีขึ้นในภายหน้า» ใช้ไม่ได้แล้ว แบบนี้จึงผูกกับข้อตกลงหลักที่ระบุ (ข้อ 1.2)
  • ยกเว้นระยะเวลาได้อย่างเดียว เมื่อเป็นการค้ำกิจการเนื่องกันไปหลายคราวตาม ม.699 — ถ้าไม่ติ๊ก «กำหนดระยะเวลา» ผู้ค้ำ บอกเลิกสำหรับหนี้ในอนาคตได้ทุกเมื่อ และข้อห้ามบอกเลิกเป็นโมฆะ (ม.699 · ม.685/1)
  • วงเงินคือเพดาน ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง ลูกหนี้จ่ายแล้ววงเงินหมุนกลับมาใช้ได้ แต่เงินที่ผู้ค้ำจ่ายไปแล้วหักจากวงเงินถาวร (ข้อ 2) — สัญญาค้ำประกันจำนวนมากไม่ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ จึงเป็นจุดที่พิพาทบ่อย
  1. แต่ละใบแจ้งหนี้ที่เลยกำหนด ต้องส่งหนังสือบอกผู้ค้ำภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัดในรายการนั้น (ม.686) — เครดิตการค้ามีหลายใบ ให้ตั้งระบบเตือนตามวันครบกำหนดของแต่ละใบ ส่งช้า ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลัง 60 วัน
  2. เรียกให้ผู้ค้ำจ่ายทั้งหมดหรือเฉพาะบางรายการก็ได้ (ข้อ 3.2) แต่ต้องบอกกล่าวครบทุกรายการ และเรียกก่อนหนังสือไปถึงไม่ได้
  3. ห้ามยืดเครดิตให้ใบใดใบหนึ่งโดยผู้ค้ำไม่ได้ลงชื่อยินยอมในครั้งนั้น — ผู้ค้ำหลุดพ้นในหนี้รายการนั้น และความยินยอมที่เขียนไว้ล่วงหน้าใช้บังคับไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) — ข้อ 5.1 เขียนให้หลุดพ้นเฉพาะรายการที่ผ่อนเวลา แต่ศาลอาจตีความให้ผู้ค้ำหลุดพ้นกว้างกว่านั้น ทางที่ปลอดภัยคือขอความยินยอมเป็นหนังสือทุกครั้งก่อนยืดเครดิต
  4. ตกลงลดหนี้หรือยอมรับชำระน้อยกว่ายอด ต้องแจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วัน (ม.691)
  5. ผู้ค้ำขอยอดหนี้คงค้างได้ ตอบภายใน 15 วัน (ข้อ 6.1)
  6. ผู้ค้ำบอกเลิก (กรณีไม่กำหนดระยะเวลา) — หนี้จากรายการที่ทำหลังหนังสือไปถึงไม่อยู่ในการค้ำแล้ว ควรหยุดให้เครดิตหรือขอผู้ค้ำคนใหม่ก่อนส่งของต่อ
  • ผู้ค้ำบุคคลธรรมดา ไม่รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และขอให้เจ้าหนี้เรียกหรือบังคับเอาจากลูกหนี้ก่อนได้ (ม.681/1 · ม.688–690) · บริษัทผู้ค้ำยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้ถ้าติ๊กตัวเลือกนั้น (ม.681/1 วรรคสอง)
  • วงเงินในข้อ 1.3 รวมดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันไว้แล้ว ผู้ค้ำจึงรับผิดไม่เกินจำนวนนี้ แม้โดยหลักทั่วไปการค้ำประกันจะครอบคลุมอุปกรณ์แห่งหนี้ด้วย (ม.683)
  • จ่ายแทนแล้วไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ได้พร้อมดอกเบี้ย (ม.693) และยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ได้ เช่น ของชำรุด (ม.694)
  • อยากเลิกค้ำ (กรณีไม่กำหนดระยะเวลา) ให้ทำหนังสือถึงเจ้าหนี้ระบุว่า «บอกเลิกการค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันลงวันที่ … เพื่อหนี้ที่จะเกิดในอนาคต» ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับพร้อมอีเมล เก็บใบตอบรับไว้ — มีผลเมื่อหนังสือไปถึงเจ้าหนี้ (ม.699 วรรคสอง)

การค้ำประกันโดยไม่คิดค่าตอบแทนไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม · ถ้าผู้ค้ำเรียกค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้ ค่าธรรมเนียมนั้นเป็นเงินได้ของผู้ค้ำ ให้ปรึกษานักบัญชี

  • สำเนาข้อตกลงหลัก (ใบสมัครเปิดเครดิต ข้อตกลงการค้า สัญญาวงเงิน) — ข้อ 1.2 อ้างถึง ต้องแนบ

  • รายการหนี้ที่ค้างอยู่ในวันทำสัญญา ถ้าติ๊กรวมหนี้ที่มีอยู่แล้ว (ข้อ 1.6)

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ค้ำ · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อยินยอม

  • นิติบุคคล: หนังสือรับรองไม่เกิน 3 เดือน · หนังสือมอบอำนาจถ้ามี (ติดอากรตามลักษณะ 7) · มติกรรมการถ้าข้อบังคับกำหนดให้การค้ำประกันต้องได้มติ

  • ทำ 2 ฉบับ ผู้ค้ำและเจ้าหนี้เก็บฝ่ายละฉบับ · พยานไม่บังคับตามกฎหมาย

  • ผู้ค้ำควรได้อ่านข้อตกลงหลักและรู้ยอดหนี้ค้างในวันลงนาม

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ค้ำ เจ้าหนี้เก็บได้เพราะจำเป็นต่อการทำสัญญา (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24(3)) ห้ามนำไปใช้ทำการตลาด (ข้อ 9)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

หนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้

  • แบบนี้รวมรับสภาพหนี้ · สัญญาผ่อนชำระ · หนังสือยินยอมให้หักเงิน ไว้ในฉบับเดียว ลดโอกาสเอกสารไม่ครบ

  • ทวงหนี้ต้องอยู่ในกรอบ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 (เวลาติดต่อ ห้ามข่มขู่ ห้ามเปิดเผยหนี้ต่อคนอื่น) แม้จะเป็นเจ้าหนี้บุคคลธรรมดาที่ทวงเองก็ต้องระวัง

  • ผู้ค้ำประกันของหนี้เดิม (ถ้ามี) ต้องยินยอมกับการผ่อนเวลาครั้งนี้ ไม่งั้นหลุดพ้น (ม.700) — ให้ผู้ค้ำลงชื่อในฉบับนี้ด้วย

  • … ต้องลงชื่อในฉบับนี้ ในวันที่ตกลงผ่อน — ความยินยอมที่ผู้ค้ำให้ไว้ล่วงหน้าในสัญญาค้ำประกันเดิมใช้บังคับไม่ได้ (ม.700) ถ้าไม่มีลายมือชื่อ ผู้ค้ำอาจหลุดพ้น

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)

  • โทร/ข้อความ/พบตัว: จันทร์–ศุกร์ 08.00–20.00 น. · วันหยุดราชการ 08.00–18.00 น. ความถี่พอสมควร (ม.9 (2)(3)) คณะกรรมการอาจประกาศจำนวนครั้งเพิ่ม — ตรวจประกาศล่าสุด
  • ห้ามข่มขู่ ดูหมิ่น ประจาน โพสต์โซเชียล หรือบอกหนี้กับที่ทำงาน/ญาติ (ม.8 ม.11) · ห้ามอ้างเป็นศาล เจ้าหน้าที่รัฐ ทนาย หรือบริษัทข้อมูลเครดิตเมื่อไม่ใช่ (ม.12) · ห้ามเก็บค่าทวงถามจากลูกหนี้เกินอัตราที่คณะกรรมการประกาศ (ม.13)
  • ฝ่าฝืนมีทั้งโทษอาญาและโทษปรับทางปกครอง และ ผู้ว่าจ้างเสียชื่อเสียงไปด้วย — ข้อ 10.1 ให้ผู้รับจ้างชดใช้ แต่ป้องกันดีกว่า: ขอดูสคริปต์โทรและสุ่มฟังเสียงบันทึกทุกเดือน
  • กฎหมายนี้คุ้มครองลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดาและผู้ค้ำประกันบุคคลธรรมดา (ม.3) — สัญญานี้ให้ผู้รับจ้างทำตามกติกาเดียวกันกับลูกหนี้ทุกราย เพื่อความปลอดภัยของแบรนด์

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

หนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)

  • ส่ง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (EMS ตอบรับ) ไปที่อยู่ในสัญญาหรือภูมิลำเนาของลูกหนี้ เก็บใบตอบรับและถ่ายสำเนาหนังสือพร้อมซองไว้
  • ใช้ ซองปิดผนึก และห้ามเขียนคำว่า «ทวงหนี้» หรือชื่อที่สื่อว่าเป็นธุรกิจทวงหนี้บนหน้าซอง ห้ามใช้ไปรษณียบัตรหรือเอกสารเปิดผนึก (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.11 (4)(5))
  • สำเนาทาง …: บันทึกภาพหน้าจอที่เห็นวันเวลาส่งและสถานะอ่าน และเก็บไฟล์ต้นฉบับ ไว้ในเครื่องที่ใช้ส่ง อย่าลบแชท — ศาลรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ต้องแสดงที่มาได้ (พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2544)
  • หนี้ที่มีหลายคนต้องรับผิด (ลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำประกัน) ให้ทำหนังสือแยกส่งถึงทุกคน — ผู้ค้ำประกันต้องได้รับหนังสือบอกกล่าวภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด (ป.พ.พ. ม.686) ไม่อย่างนั้นผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้นกำหนด

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาปรับโครงสร้างหนี้

  • แบบนี้เขียนชัดในข้อ 8 ว่า ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ (ป.พ.พ. ม.349) เพื่อให้จำนอง จำนำ และค้ำประกันของหนี้เดิมยังอยู่ — ถ้าเขียนว่า «ยกเลิกสัญญาเดิมและทำสัญญาใหม่» หลักประกันเดิมอาจหลุดทั้งหมด

  • ผู้ค้ำประกัน: การผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำไม่ยินยอม ผู้ค้ำหลุดพ้น (ม.700) และการลดหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ม.691) — ให้ผู้ค้ำลงชื่อในข้อ 9 · ความยินยอมล่วงหน้าสำหรับการผ่อนเวลาครั้งต่อ ๆ ไปใช้ไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) จึงระบุว่า «เฉพาะครั้งนี้»

  • สำเนาสัญญาเดิมทุกฉบับและสัญญาค้ำประกัน/จำนอง (ถ้ามี) · ตารางผ่อนชำระ (ถ้ามี) · สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรอง

  • 2 ฉบับ · ผู้ค้ำประกันลงชื่อยินยอม (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ออกใบรับเงินทุกงวด

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญากู้ยืมเงินระหว่างกรรมการกับบริษัท

  • สำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการที่อนุมัติ
  • สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ถ้ามี
  • ตารางการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย
  • หลักฐานการโอนเงินกู้
  • สัญญาหลักประกัน ถ้ามี

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ลงชื่อกำกับผนวก 1 · ถ้ามีเครดิต เจ้าของสินค้าควรขอหนังสือรับรองผู้จำหน่ายและพิจารณาให้กรรมการค้ำประกันวงเงิน (ทำสัญญาค้ำประกันแยก)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาค้ำประกันการทำงาน

สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · ฉบับที่สองและสามเป็นคู่ฉบับ ฉบับละ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10 ห้ามนายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงาน รวมถึงการค้ำประกันด้วยบุคคล เว้นแต่ลักษณะงานที่ลูกจ้างต้องรับผิดชอบการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด — ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. 2551 กำหนดดังนี้

  • ลักษณะงานที่เรียกได้ มี 7 กลุ่ม: สมุห์บัญชี · พนักงานเก็บหรือจ่ายเงิน · ควบคุมหรือรับผิดชอบวัตถุมีค่า (เพชร พลอย เงิน ทองคำ ทองคำขาว ไข่มุก) · เฝ้าหรือดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้าง · ติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน · ควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ · งานคลังสินค้า ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่า ให้เช่าซื้อ ให้กู้ยืม รับฝาก รับจำนอง รับจำนำ รับประกันภัย รับโอนหรือจัดส่งเงิน หรือการธนาคาร เฉพาะลูกจ้างที่ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินนั้น — งานอื่น เช่น พนักงานทั่วไป แม่บ้าน ช่าง พนักงานขายที่ไม่ได้ถือเงิน เรียกคนค้ำไม่ได้
  • ผู้ค้ำรับผิดได้ไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้างเฉลี่ยต่อวัน ที่ลูกจ้างได้รับ และหลักประกันทุกประเภทรวมกันต้องไม่เกิน 60 เท่าเช่นกัน — ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ … ที่กรอกไว้ ให้คูณ 60 แล้วเทียบกับวงเงินในข้อ 2.4 ด้วยตัวเองก่อนพิมพ์ (ลูกจ้างรายเดือน โดยทั่วไปคิดค่าจ้างรายวันจากค่าจ้างรายเดือนหารด้วย 30)
  • ต้องทำสัญญาค้ำประกันเป็นหนังสือ 3 ฉบับ นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ค้ำเก็บไว้ฝ่ายละฉบับ — แบบนี้จึงพิมพ์สามฉบับและให้ลูกจ้างลงชื่อรับทราบ
  • วงเงินที่เกินเพดานอาจถูกโต้แย้งว่าใช้บังคับไม่ได้ ไม่ใช่แค่ลดลงมาที่เพดาน — ข้อ 2.4 เขียนจำกัดไว้ที่เพดานแล้ว แต่ อย่ากรอกเกิน
  • เลิกจ้าง ลาออก หรือสัญญาค้ำสิ้นอายุ นายจ้างต้องคืนหลักประกันภายใน 7 วัน (ม.10 วรรคสอง) — ข้อ 8.2 ใช้กำหนดเดียวกัน ถ้าไม่คืนหลักประกันที่เป็นเงิน นายจ้างเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี (ม.9)
  • จะหักค่าจ้างลูกจ้างชดใช้ความเสียหาย ต้องเป็นความเสียหายจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ และหักแต่ละงวดไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างงวดนั้นเว้นแต่ลูกจ้างยินยอม ตามเงื่อนไขของ ม.76(4) และ ม.77 — การหักค่าจ้างไม่ได้อยู่ในสัญญานี้
  • สัญญาที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลแรงงานสั่งให้ใช้บังคับเท่าที่เป็นธรรมได้ (ม.14/1)

สัญญาค้ำประกันการทำงานแบบเก่าที่ยังใช้กันอยู่ขัดกฎหมายหลังแก้ไขเกือบทุกข้อ ฉบับนี้แก้แล้วดังนี้:

  • ผู้ค้ำบุคคลธรรมดาไม่รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (ป.พ.พ. ม.681/1) · ต้องระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะหนี้ วงเงินสูงสุด (ม.681 วรรคสอง) — ข้อ 2
  • นายจ้างต้องบอกผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วันนับแต่ลูกจ้างผิดนัด (ม.686) · หนี้ละเมิดลูกจ้างผิดนัดตั้งแต่วันทำละเมิด (ม.206) นายจ้างจึงควรส่งหนังสือทันทีที่ตรวจพบและให้ลูกจ้างชี้แจงแล้ว — ส่งช้า เสียเฉพาะดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 60 วัน ไม่ใช่เสียต้นเงิน
  • ยินยอมให้ผ่อนเวลาล่วงหน้าใช้ไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) · ตกลงให้ลูกจ้างผ่อนชำระหรือลดยอด ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ม.691)
  • ค้ำตลอดเวลาที่ลูกจ้างทำงาน = ผู้ค้ำบอกเลิกสำหรับอนาคตได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องรอหาคนค้ำใหม่ (ม.699) ข้อห้ามบอกเลิกเป็นโมฆะ (ม.685/1) — ใช้หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงานได้
  • ค้ำเฉพาะนายจ้างรายนี้ ไม่รวมบริษัทในเครือ (ข้อ 6) · นายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้ผู้อื่นต้องได้รับความยินยอมของลูกจ้าง (ม.577)

การค้ำประกันไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ค้ำ (ขีดคร่อมและเขียนว่าใช้เพื่อสัญญาค้ำประกันการทำงานเท่านั้น) · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อ

  • นายจ้างนิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคล · หนังสือมอบอำนาจถ้าผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการ

  • ไม่จำเป็นต้องเก็บสำเนาทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน หรือเอกสารการเงินของผู้ค้ำ ถ้าไม่จำเป็นจริง — เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.22 ม.24(3)) และแจ้งผู้ค้ำว่าเก็บข้อมูลอะไรไปใช้ทำอะไร (ม.23)

  • ทำ 3 ฉบับ ผู้ค้ำ นายจ้าง และลูกจ้างลงชื่อ เก็บฝ่ายละฉบับ · พยานไม่บังคับ

  • ผู้ค้ำควรรู้ตำแหน่งงานและค่าจ้างของลูกจ้างก่อนลงชื่อ และเก็บสัญญาฉบับของตนไว้จนได้รับหนังสือพ้นความรับผิด

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

หนังสือแจ้งยกเลิกค้ำประกันการทำงาน

หนังสือบอกเลิกการค้ำประกันเป็นหนังสือแจ้งฝ่ายเดียว ไม่ใช่ตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ไม่ต้องติดอากร

  • การบอกเลิกมีผลเมื่อหนังสือ ไปถึง นายจ้าง ไม่ใช่วันที่เขียนหรือวันที่ส่ง (ป.พ.พ. ม.169) และผู้ค้ำไม่ต้องรับผิดในการกระทำของลูกจ้างหลังคำบอกกล่าวไปถึงนายจ้าง (ม.699 วรรคสอง) — ถ้าเลือกวันมีผลภายหลัง ให้เลือกวันที่แน่ใจว่าหนังสือไปถึงก่อนแล้ว
  • สิทธิบอกเลิกนี้ใช้กับการค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลา ซึ่งการค้ำประกันการทำงานโดยทั่วไปเป็นแบบนั้น ข้อสัญญาที่ห้ามบอกเลิกหรือให้รอคนค้ำใหม่เป็นโมฆะ (ม.685/1) — ถ้าสัญญาค้ำเดิมกำหนดวันสิ้นสุดไว้แน่นอน สิทธิตาม ม.699 อาจใช้ไม่ได้ เว้นแต่สัญญาเดิมให้สิทธิบอกเลิกไว้เอง ควรปรึกษาทนายก่อนส่ง
  • ยังต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดก่อนวันมีผล ภายในวงเงินของสัญญาเดิม แต่นายจ้างต้องบอกกล่าวผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วันนับแต่ลูกจ้างผิดนัด ส่งช้า ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้นกำหนด (ม.686) และผู้ค้ำไม่ได้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ขอให้เรียกจากลูกจ้างก่อนได้ (ม.681/1 · ม.688)
  • วงเงินค้ำการทำงานต้องไม่เกิน 60 เท่าของค่าจ้างเฉลี่ยต่อวันตามประกาศกระทรวงแรงงานเรื่องหลักประกันการทำงาน ถ้าสัญญาเดิมไม่มีวงเงินหรือเกินเพดาน ให้ปรึกษาทนายเรื่องผลของสัญญาเดิม
  1. ส่งทาง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถึงที่อยู่นายจ้างตามสัญญาค้ำเดิมหรือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ เก็บใบรับฝากและใบตอบรับไว้ — ใบตอบรับคือหลักฐานวันที่หนังสือไปถึง
  2. ส่งสำเนาทางอีเมลของฝ่ายบุคคลหรือผู้มีอำนาจอีกทาง (ถ้าติ๊ก) เก็บอีเมลที่ส่งออกไว้
  3. หรือยื่นด้วยตนเอง ให้ผู้รับลงชื่อและวันที่รับในช่องท้ายหนังสือ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้
  4. แจ้งลูกจ้างที่ตนค้ำให้ทราบด้วย เพื่อให้ลูกจ้างไปคุยกับนายจ้างเรื่องหลักประกันใหม่
  5. ทำสำเนาเก็บไว้ 1 ชุด พร้อมสำเนาสัญญาค้ำเดิม
  • นายจ้างไม่ตอบภายในกำหนด ไม่ทำให้การบอกเลิกเสียไป — การบอกเลิกมีผลแล้วเมื่อหนังสือไปถึง

  • ลูกจ้างพ้นสภาพแล้ว นายจ้างต้องคืนหลักประกันภายใน 7 วัน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ม.10 วรรคสอง) ถ้าไม่คืน ลูกจ้างร้องเรียนพนักงานตรวจแรงงานได้ ส่วนผู้ค้ำควรมีหนังสือทวงถามอีกครั้งและเก็บหลักฐานไว้ หรือปรึกษาทนาย

  • ได้รับหนังสือเรียกให้ชดใช้ภายหลัง ให้ตรวจว่าเหตุเกิดก่อนวันมีผลหรือไม่ อยู่ในวงเงินหรือไม่ และนายจ้างบอกกล่าวภายใน 60 วันหรือไม่ ผู้ค้ำยกข้อต่อสู้ของลูกจ้างขึ้นต่อสู้ได้ (ม.694)

  • ขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นความจำเป็น เป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูล (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.33) นายจ้างอาจเก็บต่อได้เท่าที่จำเป็นต่อการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

  • สำเนาสัญญาค้ำประกันการทำงานฉบับเดิม (ถ้ามี) — ช่วยให้นายจ้างหาเอกสารเจอเร็ว

  • ไม่ต้องแนบสำเนาบัตรประชาชน เว้นแต่นายจ้างขอเพื่อยืนยันตัวตน

  • ผู้ค้ำลงชื่อคนเดียว ไม่ต้องมีพยาน · ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้วส่งทางอีเมลก็ได้ แต่ควรส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับคู่กันเพื่อพิสูจน์วันที่ไปถึง

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาซื้อขายพร้อมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ลิฟต์ และระบบอาคาร

หนังสือค้ำประกันธนาคารตามข้อ 6.4 ควรกำหนดให้ธนาคารจ่ายเมื่อผู้ซื้อเรียกเป็นหนังสือ และมีอายุเกินระยะรับประกันอย่างน้อยหนึ่งเดือน เพื่อให้มีเวลาเรียกเมื่อพบความชำรุดในช่วงท้าย

  • ใบเสนอราคา รายการอุปกรณ์ ยี่ห้อ รุ่น จำนวน และคุณลักษณะ
  • แบบติดตั้ง ผังตำแหน่ง และข้อกำหนดหน้างานที่ผู้ขายจัดทำ
  • รายการทดสอบก่อนรับมอบ
  • รายงานผลการตรวจทดสอบความปลอดภัยลิฟต์หรือบันไดเลื่อน
  • สำเนาหนังสือค้ำประกันธนาคาร

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาตัวแทนส่งออก

ตัวแทนมีอำนาจรับคำสั่งซื้อแทนตัวการ สัญญานี้จึงเป็นตราสารตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 อัตราตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท ตัวการเป็นผู้เสียอากรตัวแทนมีอำนาจรับเงินแทนตัวการ สัญญานี้จึงเป็นตราสารตั้งตัวแทนตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 21 อัตราตัวแทนเฉพาะการ 10 บาท ตัวการเป็นผู้เสียอากรตัวแทนไม่มีอำนาจลงนามและไม่รับเงินแทนตัวการ โดยทั่วไปไม่ต้องปิดอากรลักษณะ 21 ถ้าไม่แน่ใจให้ตรวจกับกรมสรรพากร ข้อ 7 ที่ตัวแทนรับประกันการชำระเงินของผู้ซื้อมีสาระเป็นการค้ำประกัน ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ลักษณะ 17 ผู้ค้ำประกันคือตัวแทนเป็นผู้เสียอากร กรณีไม่จำกัดจำนวนเงิน 10 บาท ถ้าต้องปิดแต่ไม่ปิด สัญญาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 และ 113–114

ข้อ 7 ตัวแทนรับประกันการชำระเงินของผู้ซื้อ ซึ่งมีสาระเป็นการค้ำประกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 สัญญาค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ซึ่งสัญญานี้มีแล้ว ตัวแทนที่อยู่ต่างประเทศอาจบังคับยาก ตัวการควรพิจารณาประกันสินเชื่อเพื่อการส่งออกด้วย

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาค้ำประกัน (บุคคลค้ำประกันหนี้ตามสัญญา)

สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 = 5 บาท · เกิน 10,000 หรือไม่จำกัดจำนวน = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)

  • ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
  • ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่งั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง)

ข้อห้ามเรื่อง «รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม» ตาม ม.681/1 วรรคหนึ่ง ไม่ใช้กับผู้ค้ำประกันที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งยินยอมเข้าผูกพันตนเพื่อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (ม.681/1 วรรคสอง) เจ้าหนี้จึงตกลงเรื่องนี้กับบริษัทผู้ค้ำได้ ต่างจากผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งตกลงไม่ได้เลย

แบบนี้ไม่ได้ใช้ข้อยกเว้นนั้น — ไม่ว่าผู้ค้ำจะเป็นบุคคลหรือนิติบุคคล สัญญาฉบับนี้ให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างผู้ค้ำประกันตามปกติ ซึ่งชอบด้วยกฎหมายทั้งสองกรณี เพียงแต่เป็นผลดีต่อผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลมากกว่าที่กฎหมายบังคับ หากเจ้าหนี้ต้องการให้บริษัทผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต้องให้ทนายร่างข้อความเพิ่มเป็นการเฉพาะ ไม่ใช่แก้เอง

ข้อคุ้มครองอื่นยังใช้กับผู้ค้ำทุกประเภท เช่น หน้าที่บอกกล่าวภายใน 60 วัน (ม.686) และการระบุวงเงินสูงสุดกับระยะเวลาก่อหนี้ (ม.681 วรรคสอง)

แบบนี้ร่างให้สอดคล้องกับกฎหมายที่แก้ไขแล้ว ซึ่งคุ้มครองผู้ค้ำประกันมาก ห้ามเพิ่มข้อความต่อไปนี้ เพราะเป็นโมฆะ (ม.685/1):

  • ให้ผู้ค้ำประกัน «รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม» หรือ «ในฐานะลูกหนี้ร่วม» (ม.681/1)

  • ค้ำประกันหนี้ในอนาคตโดยไม่ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาก่อหนี้ (ม.681 วรรคสอง) — จึงต้องกรอกข้อ 1.1–1.4 ให้ครบ

  • ยกเว้นหน้าที่เจ้าหนี้ที่ต้องบอกกล่าวผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ม.686)

  • ตัดสิทธิผู้ค้ำที่จะยกข้อต่อสู้ของลูกหนี้ (ม.694) หรือให้ผู้ค้ำยินยอมผ่อนเวลาไว้ล่วงหน้า (ม.700 วรรคสอง)

  • ให้ผู้ค้ำรับผิดเกินกว่าหนี้ที่ลดลงแล้ว (ม.691)

  • ห้ามผู้ค้ำบอกเลิกการค้ำหนี้ที่เกิดเป็นคราว ๆ (ม.699) แบบนี้ไม่มีข้อให้ผู้ค้ำยินยอมล่วงหน้ากรณีขยายเวลา — ถ้าจะขยายเวลาให้ลูกหนี้ ต้องขอความยินยอมจากผู้ค้ำเป็นครั้ง ๆ ไป

  • ส่งหนังสือบอกกล่าวถึงผู้ค้ำภายใน 60 วัน นับแต่วันผิดนัด ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ — ช้ากว่านั้น ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ย/ค่าเสียหายที่เกิดหลัง 60 วัน (ม.686)

  • เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือบอกกล่าวไปถึงไม่ได้

  • ผู้ค้ำขอให้ไปเรียกลูกหนี้ก่อนได้ และขอให้บังคับจากทรัพย์ของลูกหนี้ก่อนได้ถ้าพิสูจน์ว่าลูกหนี้มีทางชำระ (ม.688–689)

  • ค้ำแล้วถ้าลูกหนี้ไม่จ่าย คุณจ่ายจริง วงเงินในข้อ 1.3 คือเพดานเงินต้น แต่ดอกเบี้ยและค่าเสียหายเพิ่มได้อีก

  • ค้ำแล้วจ่ายแทน ไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ได้พร้อมดอกเบี้ย (ม.693) — เก็บหลักฐานการจ่ายทุกครั้ง

  • ผู้ค้ำที่สมรสแล้ว: การค้ำประกันไม่ใช่การจัดการสินสมรสที่ต้องได้รับความยินยอม แต่ถ้าถูกบังคับคดี เจ้าหนี้ยึดสินสมรสส่วนของผู้ค้ำได้ — เปิดช่องคู่สมรสยินยอมไว้เพื่อลดข้อโต้แย้ง

  • ค้ำหนี้ที่ยังไม่แน่นอน (วงเงินหมุนเวียน บัตรเครดิต) ควรจำกัดวงเงินและระยะเวลาให้สั้น และรู้ว่าบอกเลิกสำหรับหนี้ในอนาคตได้

  • สำเนาสัญญาหลัก (กู้/เช่า/จ้าง) ที่ค้ำประกัน — ข้อ 1 อ้างถึง ต้องแนบ

  • สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน · สำเนาทะเบียนสมรส (ถ้าคู่สมรสลงชื่อยินยอม)

  • เจ้าหนี้นิติบุคคล: หนังสือรับรอง + หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี · ติดอากร 10/30 บาท)

  • 2 ฉบับ · ผู้ค้ำประกันลงชื่อต่อหน้าพยาน 2 คน · ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม

  • ผู้ค้ำควรได้รับสำเนาสัญญาหลักไปอ่านก่อนวันลงนาม ไม่ใช่เห็นครั้งแรกตอนเซ็น

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

หนังสือให้ความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม

ถ้าจะขาย ขายฝาก หรือจำนองที่ดิน บ้าน หรือห้องชุดที่เป็นของผู้เยาว์ นำเงินของผู้เยาว์ไปให้กู้ ประนีประนอมยอมความแทนผู้เยาว์ หรือให้ผู้เยาว์ค้ำประกันหนี้ ผู้ใช้อำนาจปกครองต้องยื่นคำร้องขออนุญาตต่อศาลก่อน สำนักงานที่ดินจะไม่รับจดทะเบียนโดยอาศัยหนังสือยินยอมฉบับนี้ ข้อ 3.1 เขียนเตือนไว้แล้ว ให้ปรึกษาทนายความหรือสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนของสำนักงานอัยการ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาจ้างผู้รับเหมาต่อเติมบ้าน

ค่าปรับรายวันที่เป็นคุณแก่ผู้บริโภคต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.01 ของค่าจ้างต่อวัน เมื่อปรับครบร้อยละ 10 ของค่าจ้าง ผู้บริโภคบอกเลิกได้ และข้อ 11.2 เขียนไว้ว่าตัวเลขนี้เป็นสิทธิบอกเลิก ไม่ใช่เพดานความรับผิด ของผู้รับจ้างในสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ค่าปรับรวมมีเพดานตามข้อ 11.2 และถ้าค่าปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 เงินประกันผลงานที่หักไว้ตามข้อ 5.3 เป็นหลักประกันการแก้ไขข้อบกพร่อง ต้องคืนตามกำหนด ไม่ใช่ริบไว้โดยไม่มีเหตุ ผู้ว่าจ้างที่ไม่จ่ายค่างวดที่ถึงกำหนดและไม่มีข้อโต้แย้งต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตามมาตรา 224

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาจ้างก่อสร้างบ้านหรืออาคาร

ค่าปรับรายวันต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.01 ของค่าจ้างต่อวัน เมื่อปรับครบร้อยละ 10 ผู้บริโภคบอกเลิกได้ และข้อ 13.2 เขียนไว้ว่าตัวเลขนี้เป็นสิทธิบอกเลิก ไม่ใช่เพดานความรับผิด ของผู้รับจ้างในสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ค่าปรับรวมมีเพดานตามข้อ 13.2 และถ้าค่าปรับสูงเกินส่วน ศาลลดลงได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 เงินประกันผลงานตามข้อ 5.3 เป็นหลักประกันการแก้ไขข้อบกพร่อง ต้องคืนตามกำหนด ผู้ว่าจ้างที่ไม่จ่ายค่างวดที่ถึงกำหนดและไม่มีข้อโต้แย้งต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดตามมาตรา 224

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 490 บาท

สัญญาขายสินค้าแบบผ่อนชำระระหว่างร้านกับลูกค้า

เลือกผิดแบบแล้วแก้ทีหลังไม่ได้ เพราะกรรมสิทธิ์โอนไปแล้ว — ร้านที่ขายของราคาสูงและกลัวลูกค้าเบี้ยว ควรปรึกษาทนายว่าจะใช้เช่าซื้อหรือขอหลักประกันแทน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน (ตามเนื้อที่ / เหมายกแปลง)

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินไม่ใช่ตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร (ไม่ใช่สัญญาเช่า เช่าซื้อ กู้ยืม หรือค้ำประกัน) จึงไม่ต้องติดอากรกับสัญญาฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน จะมีค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ใบรับ (ใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียน 1 บาทต่อทุก 200 บาทหรือเศษ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 28(ข) — ยกเว้นเมื่อผู้ขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จึงเสียอย่างใดอย่างหนึ่ง) ซึ่งตามข้อ 6 ของสัญญานี้กำหนดให้ผู้จะขายเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ควรสอบถามยอดที่แน่นอนจากเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินล่วงหน้าก่อนวันนัดโอน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญากู้ยืมเงิน

ถ้าเอาบ้าน ที่ดิน หรือห้องชุดมาเป็นประกัน ต้องไปจดจำนองที่สำนักงานที่ดิน การเขียนไว้ในสัญญากู้เฉย ๆ ไม่ทำให้เกิดสิทธิจำนอง และถ้ามีคนค้ำประกันต้องทำสัญญาค้ำประกันแยกอีกฉบับ เพราะกฎหมายบังคับให้การค้ำประกันมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทั้งสองฝ่าย พร้อมลงชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (ฝ่ายที่เป็นนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองไม่เกิน 6 เดือนและบัตรของผู้มีอำนาจลงนาม)
  • หลักฐานการส่งมอบเงิน — สลิปโอน ภาพถ่ายการรับเงินสด หรือใบรับเงิน
  • หนังสือมอบอำนาจ ถ้าไม่ได้ลงนามด้วยตนเอง
  • สัญญาค้ำประกันและสัญญาจำนอง (ถ้ามี) เป็นคนละฉบับกับสัญญานี้

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — ฟรี

หนังสือบอกเลิกสัญญากู้เงินและบอกกล่าวบังคับจำนอง

  • ส่ง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ในซองปิดผนึก ไม่เขียนคำว่าทวงหนี้บนซอง (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.11(4)(5) — ใช้กับผู้ให้กู้ที่ให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติและผู้กู้เป็นบุคคลธรรมดา ม.3) เก็บใบตอบรับไว้ นับ 60 วันจากวันที่ผู้กู้ได้รับ
  • ส่งถึงผู้จำนองในวันเดียวกัน ถ้าส่งเกิน 15 วันนับแต่ส่งถึงผู้กู้ ผู้จำนองหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 15 วัน (ม.728 วรรคสอง)
  • ทรัพย์โอนไปเป็นของผู้อื่นแล้ว ต้องส่งจดหมายบอกกล่าวผู้รับโอนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันด้วย (ม.735) และผู้ค้ำประกันต้องได้รับแจ้งภายใน 60 วันนับแต่ผู้กู้ผิดนัด — ใช้หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองแบบที่มีสำเนาถึงบุคคลเหล่านี้
  • แนบสำเนาหนังสือมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจต้องแจ้งชื่อตนเอง ชื่อผู้ให้กู้ และยอดหนี้ และห้ามอ้างเป็นทนายความถ้าไม่ใช่ (ม.9(4), 12)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

ข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนอง

  • ผู้จำนองรับผิดไม่เกินราคาทรัพย์ที่จำนอง ไม่ต้องรับผิดส่วนที่ขาด และข้อตกลงให้รับผิดเกินหรือรับผิดอย่างผู้ค้ำประกันเป็นโมฆะ (ม.727/1)
  • ผู้รับจำนองจะผ่อนเวลาให้ลูกหนี้ ต้องได้ความยินยอมของผู้จำนองในขณะนั้น ไม่อย่างนั้นผู้จำนองหลุดพ้น (ม.727 ประกอบ ม.700) · ตกลงลดหนี้ต้องแจ้งผู้จำนองภายใน 60 วัน (ม.691)
  • เมื่อจะบังคับจำนอง ผู้รับจำนองต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึงผู้จำนองภายใน 15 วันนับแต่ส่งถึงลูกหนี้ ถ้าส่งช้า ผู้จำนองไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 15 วัน (ม.728 วรรคสอง)
  • ถ้ากรรมการหรือผู้มีอำนาจควบคุมบริษัทจำนองทรัพย์ของตนประกันหนี้ของบริษัท และเจ้าหนี้ต้องการให้รับผิดเกินราคาทรัพย์ ต้องทำ สัญญาค้ำประกันแยกต่างหาก จึงจะเข้าข้อยกเว้นของ ม.727/1 วรรคสอง — ข้อตกลงนี้ไม่ได้ทำหน้าที่นั้น

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนอง

  • ส่ง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถึงลูกหนี้ตามที่อยู่ในสัญญาหรือภูมิลำเนา เก็บใบตอบรับ สำเนาหนังสือ และซองไว้ นับ 60 วันจากวันที่ลูกหนี้ลงชื่อรับ อย่านับจากวันส่ง
  • ใช้ซองปิดผนึก ห้ามเขียนคำว่าทวงหนี้บนซอง และห้ามส่งแบบไปรษณียบัตร (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.11(4)(5) — ใช้บังคับเมื่อเจ้าหนี้ให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติและลูกหนี้เป็นบุคคลธรรมดา ม.3) ข้อห้ามเรื่องชื่อบนซองไม่ใช้กับหนังสือทวงถามเพื่อใช้สิทธิฟ้องคดี แต่ใช้ซองธรรมดาไว้ปลอดภัยกว่า
  • ลูกหนี้ไม่รับหรือย้ายที่อยู่ ให้ปรึกษาทนายความเรื่องวิธีส่งอื่น เช่น ให้พนักงานส่งพร้อมพยาน หรือประกาศหนังสือพิมพ์ ก่อนเริ่มนับ 60 วัน
  • ส่งสำเนาทางอีเมลได้เป็นหลักฐานเสริม แต่ควรส่งหนังสือตัวจริงทางไปรษณีย์เสมอ
  • ส่งถึงผู้จำนองในวันเดียวกับลูกหนี้ กฎหมายให้ส่งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ส่งถึงลูกหนี้ ถ้าช้า ผู้จำนองหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 15 วัน (ม.728 วรรคสอง)
  • ผู้รับโอนต้องได้รับจดหมายบอกกล่าวล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนบังคับจำนอง (ม.735) — นับแยกจากของลูกหนี้ ให้รอจนครบทั้งสองกำหนดก่อนฟ้อง
  • ผู้ค้ำประกันต้องได้รับหนังสือภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด (ม.686) ถ้าวันที่ออกหนังสือนี้เลยกำหนดนั้นแล้ว ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 60 วัน — ครั้งต่อไปให้ส่งถึงผู้ค้ำประกันทันทีที่ลูกหนี้ผิดนัด

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญา

หนังสือข้อตกลงยกเลิกสัญญาไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ เพราะไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ถ้าข้อ 3 มีการกู้ยืมเงินหรือค้ำประกันใหม่ ต้องทำเป็นตราสารแยกและปิดอากรตามประเภทนั้น

ผู้ค้ำประกัน รับผิดเท่าหนี้ของลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 และหลุดพ้นเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับตามมาตรา 698 ข้อ 8.1 จึงให้ผู้ค้ำประกันผูกพันเฉพาะหนี้ที่ค้างตามข้อ 3 ถ้าจะให้ผู้ค้ำประกันรับผิดต่อหนี้ใหม่ ต้องให้ผู้ค้ำประกันลงชื่อยินยอม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน ลงนามโดยผู้มีอำนาจของแต่ละฝ่ายเช่นเดียวกับสัญญาเดิม และให้ผู้ค้ำประกันลงชื่อรับทราบ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาถอนตัวจากกิจการและชำระบัญชีระหว่างหุ้นส่วน

⚠️ การปลดหนี้ระหว่างหุ้นส่วนไม่ผูกพันเจ้าหนี้ ห้างหุ้นส่วนสามัญ ผู้เป็นหุ้นส่วนรับผิดร่วมกันในหนี้ของห้างโดยไม่จำกัดจำนวนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1025 หนี้ที่เกิดขึ้นก่อนผู้ถอนตัวออก เจ้าหนี้ยังเรียกเอาจากผู้ถอนตัวได้ แม้หุ้นส่วนที่เหลือตกลงรับภาระไว้ตามข้อ 4.1 ข้อ 4.2 จึงให้ผู้ถอนตัวเรียกคืนจากหุ้นส่วนที่เหลือได้ แต่ไม่ได้ทำให้เจ้าหนี้เรียกจากผู้ถอนตัวไม่ได้ ถ้าต้องการให้หลุดพ้นจากเจ้าหนี้จริง ต้องให้เจ้าหนี้แต่ละรายยินยอมเป็นหนังสือ ข้อ 4.3 จึงให้หุ้นส่วนที่เหลือจัดการเรื่องการค้ำประกันส่วนตัวและสัญญาที่ผูกกับชื่อผู้ถอนตัว

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญา

ข้อตกลงเปลี่ยนตัวคู่สัญญาไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร แต่ถ้าผู้ค้ำประกันรายใหม่ลงชื่อค้ำประกันหนี้ของผู้เข้ามาแทนในข้อตกลงนี้ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามบัญชีลักษณะ 17 ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากร ถ้าสัญญาเดิมเป็นการเช่าที่จดทะเบียนไว้ การโอนสิทธิการเช่าต้องจดทะเบียนและเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน

ในทางกฎหมาย การเปลี่ยนตัวลูกหนี้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ซึ่งทำให้หนี้เดิมระงับและเกิดหนี้ใหม่ตามหลักใน ป.พ.พ. มาตรา 349 ส่วนมาตรา 350 เรื่องแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ และมาตรา 352 เรื่องผลต่อหลักประกัน ควรตรวจตัวบทหรือปรึกษาทนายความก่อนใช้ ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้ค้ำประกันและเจ้าของหลักประกันที่ให้ไว้เพื่อหนี้ของผู้ออก ไม่ผูกพันต่อหนี้ของผู้เข้ามาแทนโดยอัตโนมัติ ผู้ค้ำประกันรับผิดเท่าหนี้ที่ตนค้ำตาม ป.พ.พ. มาตรา 680 และหลุดพ้นเมื่อหนี้นั้นระงับตามมาตรา 698 ข้อ 5 จึงให้ระบุผลต่อหลักประกันไว้

  • สำเนาสัญญาเดิมพร้อมเอกสารแนบ
  • รายการหนี้ที่ค้างและเงินประกัน ณ วันมีผล
  • หนังสือยินยอมของผู้ค้ำประกันหรือเจ้าของหลักประกัน

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา

สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 บาท = 5 บาท · เกิน 10,000 บาท = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23)

  • ถ้าลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากรแทนการปิดแสตมป์
  • ไม่ติดอากร ใช้สัญญานี้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118)
  • ค้ำประกันต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่เช่นนั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง)
  • อากรนี้เป็นของสัญญาค้ำประกันเท่านั้น สัญญาหลัก (จ้างทำของ ลักษณะ 4 / ซื้อขาย) เสียอากรแยกตามประเภทของสัญญานั้น

หนังสือค้ำประกันของธนาคาร (bank guarantee / LG) ที่ผู้ว่าจ้างมักขอ เป็นการค้ำประกันโดยสถาบันการเงินซึ่งรับค้ำเป็นธุระเพื่อค่าธรรมเนียม กฎหมายยกเว้นให้บางข้อ เช่น ตกลงยินยอมให้ผ่อนเวลาไว้ล่วงหน้าได้ (ป.พ.พ. ม.700 วรรคสาม) และธนาคารมักรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จ่ายตามคำเรียกร้องทันที ธนาคารใช้แบบฟอร์มของตัวเองเสมอ

สัญญาฉบับนี้ใช้เมื่อผู้ค้ำเป็นบุคคลหรือบริษัททั่วไป เช่น กรรมการของบริษัทผู้รับเหมา บริษัทแม่ หรือคู่ค้า ซึ่งกฎหมายคุ้มครองเข้มกว่า:

  • ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดา ตกลงให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้ ข้อตกลงแบบนั้นเป็นโมฆะ (ม.681/1 วรรคหนึ่ง) — ข้อ 3.1 จึงเขียนให้รับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันเท่านั้น
  • ผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมได้ (ม.681/1 วรรคสอง) ถ้าติ๊กตัวเลือกนี้ บริษัทผู้ค้ำเสียสิทธิขอให้เรียกหรือบังคับเอาจากลูกหนี้ก่อน (ม.688–690) แต่เจ้าหนี้ยังต้องบอกกล่าวภายใน 60 วัน (ม.686)
  • ความยินยอมให้ผ่อนเวลาที่เขียนไว้ล่วงหน้าใช้บังคับไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) — ต้องขอความยินยอมเป็นหนังสือทุกครั้งที่ขยายเวลา
  • ถ้อยคำที่พบบ่อยในแบบสัญญาค้ำประกัน «ไม่มีเงื่อนไขและเพิกถอนไม่ได้ เช่นเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้น» เป็นภาษาของหนังสือค้ำประกันธนาคาร ใช้กับผู้ค้ำบุคคลธรรมดาไม่ได้ ฉบับนี้จึงไม่ใช้
  1. ส่งหนังสือบอกกล่าวถึงผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมสำเนาทางอีเมล — ส่งช้ากว่านั้น ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้น 60 วัน (ม.686 วรรคสอง) และข้อตกลงที่ยกเว้นหน้าที่นี้เป็นโมฆะ (ม.685/1)
  2. ระบุข้อสัญญาที่ผิด จำนวนเงินพร้อมวิธีคิด และแนบหลักฐาน (ข้อ 2.1) — เรียกผู้ค้ำก่อนหนังสือไปถึงไม่ได้
  3. ก่อนยอมขยายเวลาส่งงานหรือแก้สัญญาหลัก ให้ผู้ค้ำลงชื่อยินยอมเป็นหนังสือในครั้งนั้น มิเช่นนั้นผู้ค้ำอาจหลุดพ้นทั้งหมด (ม.700) หรือไม่ต้องรับผิดในส่วนที่เพิ่ม (ข้อ 4.2) — การขยายเวลาส่งมอบงานจะถือเป็นการผ่อนเวลาตาม ม.700 หรือไม่ ขึ้นกับข้อเท็จจริง ขอความยินยอมไว้ก่อนปลอดภัยที่สุด
  4. ตกลงลดหนี้ให้ลูกหนี้ ต้องแจ้งผู้ค้ำเป็นหนังสือภายใน 60 วัน (ม.691)
  5. ถ้ายังถือเงินงวดหรือเงินประกันผลงานของลูกหนี้ไว้ ผู้ค้ำขอให้หักจากเงินนั้นก่อนได้ (ข้อ 3.2 · ม.690) — ข้อนี้ไม่ใช้เมื่อบริษัทผู้ค้ำยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม
  6. ห้ามคืนหรือปลดหลักประกันอื่นให้ลูกหนี้โดยไม่บอกผู้ค้ำ มิเช่นนั้นผู้ค้ำหลุดพ้นเท่าที่เสียหาย (ม.697)
  7. งานจบและพ้นระยะรับประกันแล้ว คืนต้นฉบับสัญญาหรือออกหนังสือยืนยันการพ้นความรับผิดภายใน 15 วัน (ข้อ 6.3)
  • กฎหมายบังคับให้ระบุวัตถุประสงค์ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ เพราะค่าปรับและค่าเสียหายเป็นหนี้ในอนาคต (ม.681 วรรคสอง) และผู้ค้ำรับผิดเฉพาะสัญญาที่ระบุ (ม.681 วรรคสาม) — ข้อความที่ต่างจากนี้เป็นโมฆะ (ม.685/1)
  • วงเงินมักกำหนดเป็นสัดส่วนของมูลค่าสัญญาหลัก (งานภาครัฐกำหนดตามระเบียบกระทรวงการคลัง) — ยิ่งสูงผู้ค้ำยิ่งเสี่ยง ควรตกลงให้พอดีกับความเสียหายที่คาดได้จริง · ถ้าค้ำเงินล่วงหน้าด้วย ให้บวกยอดเงินล่วงหน้าเข้าไปในวงเงิน
  • วันสิ้นระยะเวลาควรครอบคลุมวันส่งมอบงานบวกระยะรับประกันความชำรุดบกพร่อง ถ้าติ๊กค้ำความชำรุดบกพร่อง
  • ค่าปรับที่สูงเกินส่วน ศาลลดได้ (ป.พ.พ. ม.383) ผู้ค้ำยกข้อนี้ต่อสู้ได้เช่นเดียวกับลูกหนี้ (ม.694)

การค้ำประกันโดยไม่คิดค่าตอบแทนไม่มีภาษีเงินได้หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม · ถ้าผู้ค้ำเรียกค่าธรรมเนียมการค้ำจากลูกหนี้ ค่าธรรมเนียมนั้นเป็นเงินได้ของผู้ค้ำ ให้ปรึกษานักบัญชีเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายและภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • สำเนาสัญญาหลักทั้งฉบับพร้อมเอกสารแนบ (ข้อ 1.1 อ้างถึง ต้องแนบ และให้ผู้ค้ำลงชื่อกำกับทุกหน้า)

  • ผู้ค้ำบุคคลธรรมดา: สำเนาบัตรประชาชน · สำเนาทะเบียนสมรสถ้าคู่สมรสลงชื่อยินยอม

  • ผู้ค้ำหรือเจ้าหนี้นิติบุคคล: หนังสือรับรองนิติบุคคลไม่เกิน 3 เดือน · หนังสือมอบอำนาจถ้าผู้ลงนามไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจ (ติดอากรตามลักษณะ 7) · ถ้าข้อบังคับบริษัทกำหนดให้การค้ำประกันต้องได้มติกรรมการ ให้แนบสำเนามติ

  • ทำ 2 ฉบับ ผู้ค้ำประกันและเจ้าหนี้เก็บฝ่ายละฉบับ · พยาน 2 คนไม่บังคับตามกฎหมาย แต่ช่วยพิสูจน์ลายมือชื่อ

  • ให้ผู้ค้ำได้อ่านสัญญาหลักก่อนวันลงนาม ไม่ใช่เห็นครั้งแรกตอนเซ็น

  • ติดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม หรือชำระ e-Stamp ภายในกำหนดของกรมสรรพากรถ้าลงนามอิเล็กทรอนิกส์

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ค้ำ เจ้าหนี้เก็บได้เพราะจำเป็นต่อการทำสัญญา (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24(3)) ใช้เพื่อสัญญานี้เท่านั้น (ข้อ 8)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจำนำทรัพย์สิน

การประกันด้วยทรัพย์โดยผู้ให้หลักประกันยังใช้ทรัพย์อยู่ต่อไป เช่น เครื่องจักรในโรงงาน ต้องใช้หลักประกันทางธุรกิจตามกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่สัญญาจำนำฉบับนี้

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

หนังสือมอบอำนาจประกันตัวคดีอาญา

หนังสือนี้เป็นใบมอบอำนาจตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 7 ผู้มอบอำนาจเป็นผู้เสียอากร ผู้รับมอบอำนาจเป็นผู้ขีดฆ่า การยื่นประกัน รับทราบนัด ส่งตัว และถอนหลักประกันเป็นการมอบให้ทำการมากกว่าครั้งเดียว ปิดอากร 30 บาท (ถ้าศาลหรือหน่วยงานถือว่าเป็นการทำครั้งเดียว อัตราคือ 10 บาท — ถามเจ้าหน้าที่ที่รับประกัน) หนังสือยินยอมของคู่สมรสไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากร ไม่ต้องปิด หนังสือที่ปิดอากรไม่ครบใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)

  • ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนี ศาลสั่งปรับนายประกันตามสัญญาประกัน และบังคับคดีเอาจากหลักทรัพย์ได้โดยไม่ต้องฟ้องใหม่ ที่ดินอาจถูกยึดขายทอดตลาด ข้อ 5.2 ยังคงสิทธิขอลดค่าปรับและขอขยายเวลาติดตามตัวไว้ ให้ใช้สิทธินี้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
  • ข้อ 1.3 (ถ้าเลือก) จำกัดวงเงิน ถ้าไม่กำหนด ผู้รับมอบอำนาจทำสัญญาประกันได้ตามวงเงินที่ศาลกำหนด
  • หลักทรัพย์ที่เป็นสินสมรส การนำไปเป็นหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาลต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรส (ป.พ.พ. มาตรา 1476 (8)) ถ้าไม่มีความยินยอม คู่สมรสอาจขอเพิกถอนได้ จึงควรติ๊กให้มีหนังสือยินยอมแนบท้าย
  • ศาลปัจจุบันอาจปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องมีหลักประกัน ใช้อุปกรณ์ติดตามตัว หรือรับหลักประกันเป็นเงินสดหรือสัญญาประกันภัย ให้ถามทนายความหรือศาลก่อนว่าจำเป็นต้องใช้ที่ดินหรือไม่
  • ผู้รับมอบอำนาจต้องส่งเอกสารสิทธิคืนแก่ผู้มอบอำนาจ (ป.พ.พ. มาตรา 810) ถ้าประมาทเลินเล่อจนผู้มอบอำนาจเสียหายต้องรับผิด (มาตรา 812) — ข้อ 4 และข้อ 5.3

เมื่อคดีถึงที่สุดหรือศาลอนุญาตให้ถอนหลักประกัน ให้ผู้รับมอบอำนาจยื่นขอรับเอกสารสิทธิคืนทันทีและส่งให้ผู้มอบอำนาจภายใน 7 วันตามข้อ 4.3 แล้วเรียกต้นฉบับหนังสือนี้คืน (ป.พ.พ. มาตรา 832)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

หนังสือมอบอำนาจสละสิทธิดำเนินคดี

  • ในความผิดอันยอมความได้ เมื่อถอนคำร้องทุกข์หรือยอมความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป จะกลับมาแจ้งความใหม่ในเรื่องเดิมไม่ได้ แม้ภายหลังคู่กรณีจะไม่จ่ายตามที่ตกลง — เหลือเพียงฟ้องเรียกเงินตามข้อตกลงทางแพ่ง ข้อ 3.3 จึงแนะนำให้ถอนเมื่อได้รับเงินครบหรือมีหลักประกัน
  • สัญญาประนีประนอมยอมความทำให้สิทธิเรียกร้องเดิมที่ยอมสละระงับไป และแต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่ตกลงใหม่ (ป.พ.พ. มาตรา 850 และ 852) ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือตัวแทน จึงจะฟ้องบังคับได้ (มาตรา 851)
  • คำพิพากษาตามยอมมีผลเป็นที่สุด อุทธรณ์ได้เฉพาะกรณีจำกัดมาก ให้อ่านร่างข้อตกลงทุกคำก่อนให้ความเห็นชอบตามข้อ 3.1
  • ผู้มอบอำนาจที่มีคู่สมรส ถ้าการประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับสินสมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย (ป.พ.พ. มาตรา 1476 (6))

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญารับพรีออเดอร์สินค้า

หากเพิ่มการจ้างผลิตเฉพาะ การมอบอำนาจ การค้ำประกัน หรือมีใบรับที่เข้าลักษณะต้องเสียอากร ต้องแยกตรวจบัญชีอากรแสตมป์และผู้มีหน้าที่ของตราสารนั้น ตามประมวลรัษฎากร ม.104 ตราสารที่ต้องเสียอากรแต่เสียไม่ครบมีข้อจำกัดในการใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งตาม ม.118 จนแก้ไขให้ครบ และอาจมีเงินเพิ่มตาม ม.113–114 มิใช่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะโดยอัตโนมัติ

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

ตั๋วสัญญาใช้เงิน

ผู้ที่ลงชื่อในช่อง "ใช้ได้เป็นอาวัล" ต้องรับผิดเช่นเดียวกับผู้ออกตั๋วทุกประการ ผู้ทรงเรียกจากผู้รับอาวัลได้ทันทีเมื่อตั๋วถึงกำหนด โดยไม่ต้องเรียกจากผู้ออกตั๋วก่อน ผู้รับอาวัลไม่ได้รับความคุ้มครองแบบผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกัน (เช่น สิทธิให้เจ้าหนี้แจ้งภายใน 60 วันเมื่อลูกหนี้ผิดนัด ตาม ป.พ.พ. ม.686) — ผู้ที่จะลงชื่อเป็นอาวัลควรอ่านข้อนี้ก่อนลงชื่อทุกครั้ง ผู้รับอาวัลที่ใช้เงินแทนแล้วไล่เบี้ยเอาจากผู้ออกตั๋วได้ตั๋วนี้ไม่มีผู้รับอาวัล ถ้าต้องการบุคคลค้ำประกันการใช้เงิน อาจให้ผู้นั้นลงชื่อเป็นอาวัลในตั๋ว (รับผิดเท่าผู้ออกตั๋ว) หรือทำสัญญาค้ำประกันแยกฉบับ ซึ่งผู้ค้ำได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายค้ำประกันมากกว่า

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 149 บาท

สัญญาให้เงินทุนแลกส่วนแบ่งรายได้

  • ตารางตัวอย่างการคำนวณส่วนแบ่งและยอดคงเหลือ
  • งบการเงินหรือรายงานรายได้ย้อนหลังที่ผู้ให้ทุนใช้ประเมิน
  • สัญญาค้ำประกัน ถ้ามี — ถ้าผู้ค้ำเป็นบุคคลธรรมดา สัญญาค้ำต้องระบุหนี้และวงเงินที่ค้ำให้ชัด และห้ามเขียนให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหรือตัดสิทธิให้ไปเรียกจากกิจการก่อน (ข้อเช่นนั้นเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. ม.681/1)

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาประนีประนอมยอมความ

สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ใช่ตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ จึงไม่ต้องปิดอากร เว้นแต่ในสัญญานี้มีการสร้างตราสารอื่นขึ้นด้วย เช่น มีบุคคลภายนอกค้ำประกันการชำระ ต้องปิดอากรค้ำประกันตามลักษณะ 17 หรือตกลงเป็นการกู้ยืมเงินต้องปิดอากรตามลักษณะ 5 ใบรับเงินค่าเสียหายไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีลักษณะ 28 ใช้เฉพาะใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ การขายหรือโอนยานพาหนะ และรางวัลสลาก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

สัญญาจำนำหุ้น

  • ผู้จำนำยังเป็นผู้ถือหุ้นและออกเสียงเองได้ แต่เรื่องที่ทำให้หุ้นเสื่อมค่า เช่น ลดทุน เลิกบริษัท ควบบริษัท ต้องได้รับความยินยอมจากผู้รับจำนำก่อน (ข้อ 5.2 · ม.755)
  • การจำนำไม่ห้ามบริษัทเพิ่มทุน ถ้ามีการออกหุ้นใหม่ สัดส่วนของหุ้นที่จำนำอาจลดลง — หุ้นที่ได้ฟรีจากการแบ่งมูลค่าหุ้นหรือปันผลเป็นหุ้นต้องนำมาจำนำเพิ่มภายใน 15 วัน (ข้อ 1.2)
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของคู่สัญญาใช้ได้เพื่อปฏิบัติตามสัญญาและจดแจ้งกับบริษัท โดยไม่ต้องขอความยินยอมแยก (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ม.24(3))
  • หลักประกันแบบไม่ต้องส่งมอบตามกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและมีเงื่อนไขเรื่องผู้รับหลักประกัน — ตรวจกับผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือก

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรส

การกู้ยืมเงินหรือค้ำประกันหนี้ ไม่อยู่ในรายการของมาตรา 1476 แต่ธนาคารมักขอให้คู่สมรสให้ความยินยอม เพราะความยินยอมอาจทำให้หนี้นั้นเป็นหนี้ที่คู่สมรสต้องรับผิดร่วมกัน และบังคับเอาจากสินสมรสได้ ก่อนยินยอมในเรื่องนี้ ให้ถามผู้ให้กู้ให้ชัดว่าความยินยอมจะมีผลต่อผู้ให้ความยินยอมอย่างไร ข้อ 3.1 ของหนังสือนี้เขียนไว้ว่าผู้ให้ความยินยอมไม่ได้เป็นผู้กู้ร่วมหรือผู้ค้ำประกัน เว้นแต่ลงชื่อในฐานะนั้นไว้ต่างหาก แต่ข้อนี้ไม่ลบล้างผลที่กฎหมายกำหนด

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — ฟรี

สัญญาจ้างให้จัดเก็บหนี้การค้า

  • เงินสด — ให้ผู้รับจ้างโอนเข้าบัญชีผู้ว่าจ้างและออกใบรับหลักประกันให้

  • หนังสือค้ำประกันของธนาคาร — ตรวจว่าวงเงินและระยะเวลาครอบคลุมอายุสัญญาบวกเวลาคืนหลักประกัน 15 วันตามข้อ 6.4 และเป็นแบบไม่มีเงื่อนไข

  • บุคคลค้ำประกัน — ต้องทำสัญญาค้ำประกันแยกต่างหากที่ระบุหนี้ที่ค้ำและวงเงินชัดเจน (ป.พ.พ. มาตรา 681) ผู้ค้ำที่เป็นบุคคลธรรมดาจะให้รับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมไม่ได้ (มาตรา 681/1) และเมื่อผู้รับจ้างผิดนัด ผู้ว่าจ้างต้องมีหนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำภายใน 60 วัน (มาตรา 686) มิฉะนั้นผู้ค้ำพ้นจากดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดหลังพ้นกำหนดนั้น — ใช้สัญญาค้ำประกันของเว็บนี้ประกอบ และปิดอากรลักษณะ 17

  • ให้ลูกหนี้โอนเงินเข้าบัญชีอื่น หรือหักค่าจ้างจากเงินที่เก็บได้ (ข้อ 2.4 และ 3.3) — ผู้ว่าจ้างเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 9.3 และบังคับเอาจากหลักประกันตามข้อ 6.2 การเอาเงินไปใช้เองอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก (ตามประมวลกฎหมายอาญา)

  • ให้ส่วนลดหรือขยายเวลาให้ลูกหนี้เอง (ข้อ 2.3) — ไม่ผูกพันผู้ว่าจ้าง และผู้รับจ้างต้องรับผิดในส่วนที่ผู้ว่าจ้างเสียหาย

  • ข่มขู่หรือเปิดเผยความเป็นหนี้ของลูกหนี้บุคคลธรรมดา (ข้อ 4.3) — มีทั้งโทษอาญาและโทษปรับทางปกครองตาม พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และผู้ว่าจ้างเสียชื่อเสียงไปด้วย ผู้รับจ้างต้องชดใช้ตามข้อ 7.3

  • ใช้ข้อมูลลูกหนี้นอกคำสั่ง (ข้อ 8.2) — ผู้รับจ้างถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลในส่วนนั้นและรับผิดเอง (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40) ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อมีความเสี่ยง (มาตรา 37 (4)) ข้อ 8.2 จึงให้ผู้รับจ้างแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง

  • หมายเลข 1 บัญชีลูกหนี้ รอบวางบิล และวันนัดรับเช็ค (ปรับได้ทุกรอบทางอีเมล)

  • หมายเลข 2 รายชื่อพนักงานผู้มีอำนาจรับเงิน พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวและรูปถ่าย

  • หมายเลข 3 รายละเอียดหลักประกัน

  • หนังสือมอบอำนาจรับชำระหนี้ (ข้อ 2.1) และแบบใบเสร็จรับเงินหรือใบรับเช็คที่กำกับเลขที่

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ รับหลักประกันก่อนมอบใบวางบิลรอบแรก ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 10.2

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 349 บาท

สัญญาให้ทุนศึกษา/ฝึกอบรมและชดใช้ทุน

  • สัญญาให้ทุนไม่มีในบัญชีอัตราอากร ไม่ต้องติด · สัญญาค้ำประกัน (ผนวก 2) ติดอากร 10 บาท (ลักษณะ 17) ผู้ค้ำประกันเสีย · หนังสือรับสภาพหนี้/ผ่อนชำระที่ทำภายหลัง ติดตามลักษณะ 5 (กู้ยืม/รับสภาพหนี้ 1 บาทต่อ 2,000 ไม่เกิน 10,000) — ไม่ติด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ (ประมวลรัษฎากร ม.118)

  • ต้องระบุวงเงินและหนี้ที่แน่นอน (ม.681) · ห้ามให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม (ม.681/1) · เจ้าหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วันหลังลูกหนี้ผิดนัด (ม.686) — ข้อ 6 สอดคล้อง ใช้แม่แบบ «สัญญาค้ำประกัน» เป็นผนวก 2 ได้

  • เปลี่ยนผู้ค้ำได้เฉพาะกรณีผู้ค้ำตาย/ล้มละลาย ไม่ใช่เปลี่ยนได้ตามใจ

  • ผนวก 1 รายละเอียดหลักสูตร + รายการทุน + กำหนดจ่าย + หนังสือตอบรับจากสถาบัน · ผนวก 2 สัญญาค้ำประกัน (ถ้ามี) · สำเนาบัตร/ทะเบียนบ้านผู้รับทุนและผู้ค้ำ · หนังสือรับรอง/บัตรผู้ให้ทุน

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้ค้ำประกันลงนามในสัญญาค้ำประกันแยกและติดอากร 10 บาท · ผู้รับทุนที่เป็นลูกจ้างควรได้อ่านล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน (ลดข้ออ้างว่าถูกบังคับ) · เก็บหลักฐานการจ่ายทุนทุกรายการเพื่อใช้คำนวณตามข้อ 4

เปิดแบบฟอร์มฉบับนี้ — 249 บาท

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เรียบเรียงจากคำอธิบายท้ายสัญญาที่ยกร่างและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-10AEB2 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมสัญญา

ถ้าสัญญาเดิมมีผู้ค้ำประกัน และการแก้ไขเป็นการ ผ่อนเวลา ให้ลูกหนี้ (ขยายกำหนดชำระ) ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันตกลงด้วย (ป.พ.พ. ม.700) — และข้อตกลงล่วงหน้าว่า ยินยอมให้ผ่อนเวลาได้ ใช้บังคับไม่ได้ ต้องยินยอมครั้งต่อครั้ง การแก้ไขที่ เพิ่มภาระ แก่ผู้ค้ำประกันเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเป็นโมฆะ (ม.691 วรรคสอง) — เปิดข้อ 6 และให้ผู้ค้ำประกันลงชื่อในฉบับนี้ด้วย แก้ไขที่ ลดหนี้ ต้องมีหนังสือแจ้งผู้ค้ำประกันภายใน 60 วัน (ม.691 วรรคหนึ่ง) · 2 ฉบับ ข้อความตรงกัน · ประทับตรา (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ผู้ค้ำประกันลงชื่อยินยอม (ถ้ามี) เย็บสัญญาแก้ไขติดกับสัญญาเดิมทุกฉบับ — เก็บแยกกันแล้วหาย เท่ากับไม่เคยแก้

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาซื้อขายสินค้าระหว่างธุรกิจ (SME)

ขอร่างหนังสือค้ำประกันจากธนาคารของผู้ซื้อมาตรวจก่อนส่งของครั้งแรก ต้องระบุชื่อผู้รับประโยชน์ (ผู้ขาย) วงเงิน … และวันหมดอายุที่พ้นกำหนดชำระงวดสุดท้ายอย่างน้อย 60 วันตามข้อ 2.7 ก่อนเรียกให้ธนาคารจ่าย ต้องมีหนังสือทวงถามผู้ซื้อและรอครบ 15 วันก่อน — เก็บหลักฐานการส่งหนังสือไว้ แล้วคืนต้นฉบับหนังสือค้ำประกันเมื่อได้เงินครบ อากรแสตมป์ของหนังสือค้ำประกันเป็นเรื่องระหว่างธนาคารกับผู้ซื้อ ไม่ใช่ภาระของผู้ขาย

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาก่อสร้างอาคารยกกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของที่ดินแลกสิทธิการเช่า

ผิดสัญญาต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก้ไขไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเลิก (ข้อ 10.1) การเลิกสัญญาทำโดยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่าย (ป.พ.พ. ม.386) และคู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมเท่าที่ทำได้ (ม.391) — ข้อ 10.2–10.4 กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าอาคารที่สร้างไปแล้วเป็นของใครและใครชดใช้เท่าไร ข้อ 10.4: ถ้าผู้ลงทุนผิดสัญญาหลังส่งมอบอาคาร สัญญาเลิกได้ แต่เจ้าของที่ดินต้องชดใช้มูลค่าก่อสร้างส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ หลังหักค่าเช่าค้าง ค่าเสียหายที่มีหลักฐาน และค่าเช่าที่ขาดระหว่างหาผู้เช่าใหม่ (ไม่เกิน 24 เดือน) — เจ้าของที่ดินไม่ต้องหาเงินก้อน ผ่อนจากค่าเช่าที่ได้จากผู้เช่ารายใหม่ได้ แต่ต้องจ่ายครบภายใน 24 เดือนนับแต่รับทรัพย์คืน

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาขายลดเช็ค

ตัวสัญญาขายลดเช็ค ไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง (ไม่ใช่เช่า จ้างทำของ กู้ยืม หรือค้ำประกัน) ตามปกติจึงไม่ต้องปิดอากร — แต่ถ้าข้อเท็จจริงเป็นการให้กู้ยืมเงินโดยใช้เช็คเป็นประกัน เอกสารอาจถูกมองเป็นหลักฐานการกู้ยืมซึ่งต้องปิดอากรลักษณะ 5 (1 บาทต่อทุก 2,000 บาท สูงสุด 10,000 บาท ผู้ให้กู้เสีย) และถ้าไม่ปิด ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ผู้รับซื้อลดที่ไม่แน่ใจ ควรปิดอากรตามลักษณะ 5 ไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย ตัวเช็ค ผู้สั่งจ่ายเสียอากรฉบับละ 3 บาทตามลักษณะ 12 ไปแล้วตอนออกเช็ค (ธนาคารเรียกเก็บตอนซื้อสมุดเช็ค) ผู้ขายลดและผู้รับซื้อลดไม่ต้องเสียซ้ำ

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ไม่มีตราสาร โอนสิทธิเรียกร้อง สัญญานี้จึงไม่ต้องปิดอากร ยกเว้นข้อ 4 ที่ผู้โอนรับประกันว่าลูกหนี้จะชำระ ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการค้ำประกัน ต้องปิดอากรตามบัญชีลักษณะ 17 ผู้ค้ำประกันคือผู้โอนเป็นผู้เสียอากร วงเงิน … ถ้าเกิน 10,000 บาท เสีย 10 บาท ถ้าไม่ปิด ข้อ 4 ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 · การโอนสิทธิเรียกร้องอยู่ใน ป.พ.พ. มาตรา 303–313 โดยหลัก สิทธิเรียกร้องโอนได้ เว้นแต่สภาพแห่งสิทธิหรือกฎหมายไม่ให้โอน และหลักประกันเช่นจำนองหรือค้ำประกันตกไปยังผู้รับโอนด้วย ลูกหนี้ยังยกข้อต่อสู้ที่มีต่อผู้โอนก่อนได้รับการบอกกล่าวขึ้นต่อสู้ผู้รับโอนได้ ข้อ 3 จึงให้ผู้โอนรับรองว่าไม่มีข้อต่อสู้ที่รู้อยู่ ควรตรวจตัวบทมาตรา 303–313 ฉบับปัจจุบันก่อนใช้

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาค้ำประกันมีวงเงิน

สัญญาค้ำประกันต้องติดอากรแสตมป์ ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 17 (วงเงินไม่เกิน 1,000 บาท = 1 บาท · เกิน 1,000 ถึง 10,000 บาท = 5 บาท · เกิน 10,000 บาท = 10 บาท) — ผู้ค้ำประกันเป็นผู้เสียอากรและขีดฆ่า · คู่ฉบับ (ตามที่ระบบคำนวณจากค่าที่กรอก) (ลักษณะ 23) · ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp แทนการปิดแสตมป์ ไม่ติดอากร ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรครบพร้อมเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร ม.118) ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน ไม่เช่นนั้นฟ้องผู้ค้ำไม่ได้ (ป.พ.พ. ม.680 วรรคสอง) · การค้ำหนี้ที่ยังไม่เกิด (เช่น ค่าสินค้าที่ลูกหนี้จะสั่งซื้อเชื่อต่อไป) กฎหมายบังคับให้ระบุ วัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ ลักษณะของมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาในการก่อหนี้ (ป.พ.พ. ม.681 วรรคสอง) และต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำไว้ชัดแจ้ง ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะที่ระบุ (ม.681 วรรคสาม) — ข้อตกลงที่ต่างจากนี้เป็นโมฆะ (ม.685/1)

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีหนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาผ่อนชำระหนี้

แบบนี้รวมรับสภาพหนี้ · สัญญาผ่อนชำระ · หนังสือยินยอมให้หักเงิน ไว้ในฉบับเดียว ลดโอกาสเอกสารไม่ครบ ทวงหนี้ต้องอยู่ในกรอบ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 (เวลาติดต่อ ห้ามข่มขู่ ห้ามเปิดเผยหนี้ต่อคนอื่น) แม้จะเป็นเจ้าหนี้บุคคลธรรมดาที่ทวงเองก็ต้องระวัง ผู้ค้ำประกันของหนี้เดิม (ถ้ามี) ต้องยินยอมกับการผ่อนเวลาครั้งนี้ ไม่งั้นหลุดพ้น (ม.700) — ให้ผู้ค้ำลงชื่อในฉบับนี้ด้วย · … ต้องลงชื่อในฉบับนี้ ในวันที่ตกลงผ่อน — ความยินยอมที่ผู้ค้ำให้ไว้ล่วงหน้าในสัญญาค้ำประกันเดิมใช้บังคับไม่ได้ (ม.700) ถ้าไม่มีลายมือชื่อ ผู้ค้ำอาจหลุดพ้น

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาจ้างให้ติดตามหนี้ (ทวงถามหนี้ค้างชำระ)

โทร/ข้อความ/พบตัว: จันทร์–ศุกร์ 08.00–20.00 น. · วันหยุดราชการ 08.00–18.00 น. ความถี่พอสมควร (ม.9 (2)(3)) คณะกรรมการอาจประกาศจำนวนครั้งเพิ่ม — ตรวจประกาศล่าสุด ห้ามข่มขู่ ดูหมิ่น ประจาน โพสต์โซเชียล หรือบอกหนี้กับที่ทำงาน/ญาติ (ม.8 ม.11) · ห้ามอ้างเป็นศาล เจ้าหน้าที่รัฐ ทนาย หรือบริษัทข้อมูลเครดิตเมื่อไม่ใช่ (ม.12) · ห้ามเก็บค่าทวงถามจากลูกหนี้เกินอัตราที่คณะกรรมการประกาศ (ม.13) ฝ่าฝืนมีทั้งโทษอาญาและโทษปรับทางปกครอง และ ผู้ว่าจ้างเสียชื่อเสียงไปด้วย — ข้อ 10.1 ให้ผู้รับจ้างชดใช้ แต่ป้องกันดีกว่า: ขอดูสคริปต์โทรและสุ่มฟังเสียงบันทึกทุกเดือน กฎหมายนี้คุ้มครองลูกหนี้ที่เป็น บุคคลธรรมดาและผู้ค้ำประกันบุคคลธรรมดา (ม.3) — สัญญานี้ให้ผู้รับจ้างทำตามกติกาเดียวกันกับลูกหนี้ทุกราย เพื่อความปลอดภัยของแบรนด์

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้ (หนังสือบอกกล่าวก่อนฟ้อง)

ส่ง ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ (EMS ตอบรับ) ไปที่อยู่ในสัญญาหรือภูมิลำเนาของลูกหนี้ เก็บใบตอบรับและถ่ายสำเนาหนังสือพร้อมซองไว้ ใช้ ซองปิดผนึก และห้ามเขียนคำว่า ทวงหนี้ หรือชื่อที่สื่อว่าเป็นธุรกิจทวงหนี้บนหน้าซอง ห้ามใช้ไปรษณียบัตรหรือเอกสารเปิดผนึก (พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 2558 ม.11 (4)(5)) สำเนาทาง …: บันทึกภาพหน้าจอที่เห็นวันเวลาส่งและสถานะอ่าน และเก็บไฟล์ต้นฉบับ ไว้ในเครื่องที่ใช้ส่ง อย่าลบแชท — ศาลรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ แต่ต้องแสดงที่มาได้ (พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2544) หนี้ที่มีหลายคนต้องรับผิด (ลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำประกัน) ให้ทำหนังสือแยกส่งถึงทุกคน — ผู้ค้ำประกันต้องได้รับหนังสือบอกกล่าวภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด (ป.พ.พ. ม.686) ไม่อย่างนั้นผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและค่าเสียหายที่เกิดหลังพ้นกำหนด

ต้องเขียนอย่างไรจึงจะบังคับได้ตามกฎหมายฉบับแก้ไข — กรณีสัญญาปรับโครงสร้างหนี้

แบบนี้เขียนชัดในข้อ 8 ว่า ไม่ใช่การแปลงหนี้ใหม่ (ป.พ.พ. ม.349) เพื่อให้จำนอง จำนำ และค้ำประกันของหนี้เดิมยังอยู่ — ถ้าเขียนว่า ยกเลิกสัญญาเดิมและทำสัญญาใหม่ หลักประกันเดิมอาจหลุดทั้งหมด ผู้ค้ำประกัน: การผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยผู้ค้ำไม่ยินยอม ผู้ค้ำหลุดพ้น (ม.700) และการลดหนี้ต้องแจ้งผู้ค้ำภายใน 60 วัน (ม.691) — ให้ผู้ค้ำลงชื่อในข้อ 9 · ความยินยอมล่วงหน้าสำหรับการผ่อนเวลาครั้งต่อ ๆ ไปใช้ไม่ได้ (ม.700 วรรคสอง) จึงระบุว่า เฉพาะครั้งนี้ · สำเนาสัญญาเดิมทุกฉบับและสัญญาค้ำประกัน/จำนอง (ถ้ามี) · ตารางผ่อนชำระ (ถ้ามี) · สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรอง · 2 ฉบับ · ผู้ค้ำประกันลงชื่อยินยอม (ถ้ามี) · พยาน 2 คน · ออกใบรับเงินทุกงวด

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 52 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 700

ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น

หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 691

ในกรณีที่เจ้าหนี้ตกลงกับลูกหนี้ อันมีผลเป็นการลดจำนวนหนี้ที่มีการค้ำประกันรวมทั้งดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน หรือค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้น ให้เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ตกลงกันนั้น ถ้าลูกหนี้ได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้วก็ดี ลูกหนี้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดไม่ครบถ้วนแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือนั้นแล้วก็ดี หรือลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้ตามที่ได้ลดนั้นแล้วก็ดี ให้ผู้ค้ำประกันเป็นอันหลุดพ้นจากการค้ำประกัน ในการชำระหนี้ของผู้ค้ำประกันดังกล่าว ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้แม้จะล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาชำระหนี้ดังกล่าว ในกรณีที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงดังกล่าวเมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาชำระหนี้ตามที่ได้ลดแล้ว ให้ผู้ค้ำประกันมีสิทธิชำระหนี้ได้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ค้ำประกันทราบถึงข้อตกลงนั้น ทั้งนี้ ข้อตกลงที่ทำขึ้นภายหลังที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้แล้ว หากในข้อตกลงนั้นมีการขยายเวลาชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ มิให้ถือว่าเป็นการผ่อนเวลาตามมาตรา 700

หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386

ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเลิกสัญญาโดยข้อสัญญาหรือโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การเลิกสัญญาเช่นนั้นย่อมทำด้วยแสดงเจตนาแก่อีกฝ่ายหนึ่ง

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391

เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งได้ใช้สิทธิเลิกสัญญาแล้ว คู่สัญญาแต่ละฝ่ายจำต้องให้อีกฝ่ายหนึ่งได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม แต่ทั้งนี้จะให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สิทธิของบุคคลภายนอกหาได้ไม่

หมวด 4 เลิกสัญญา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680

อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681

อันค้ำประกันนั้นจะมีได้แต่เฉพาะเพื่อหนี้อันสมบูรณ์

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 685/1

บรรดาข้อตกลงเกี่ยวกับการค้ำประกันที่แตกต่างไปจากมาตรา 681 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา 686 มาตรา 694 มาตรา 698 และมาตรา 699 เป็นโมฆะ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 699

การค้ำประกันเพื่อกิจการเนื่องกันไปหลายคราวไม่มีจำกัดเวลาเป็นคุณแก่เจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันอาจเลิกเสียเพื่อคราวอันเป็นอนาคตได้ โดยบอกกล่าวความประสงค์นั้นแก่เจ้าหนี้

หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681/1

ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 688

เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต

หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 683

อันค้ำประกันอย่างไม่มีจำกัดนั้นย่อมคุ้มถึงดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทนซึ่งลูกหนี้ค้างชำระ ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นด้วย

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 693

ผู้ค้ำประกันซึ่งได้ชำระหนี้แล้ว ย่อมมีสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาจากลูกหนี้ เพื่อต้นเงินกับดอกเบี้ยและเพื่อการที่ต้องสูญหายหรือเสียหายไปอย่างใด ๆ เพราะการค้ำประกันนั้น

หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 694

นอกจากข้อต่อสู้ซึ่งผู้ค้ำประกันมีต่อเจ้าหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันยังอาจยกข้อต่อสู้ทั้งหลายซึ่งลูกหนี้มีต่อเจ้าหนี้ขึ้นต่อสู้ได้ด้วย

หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24

ห้ามมิให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ (1) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวกับการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์หรือจดหมายเหตุ เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (3) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นคู่สัญญาหรือ เพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเข้าทำสัญญานั้น (4) เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคล หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐที่ได้มอบให้แก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (5) เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญ น้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (6) เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 9

เมื่อมีกิจการอันใดซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ บุคคลผู้จะต้องทำหนังสือไม่จำเป็นต้องเขียนเอง แต่หนังสือนั้นต้องลงลายมือชื่อของบุคคลนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8

คำว่า “เหตุสุดวิสัย” หมายความว่า เหตุใด ๆ อันจะเกิดขึ้นก็ดี จะให้ผลพิบัติก็ดี เป็นเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้แม้ทั้งบุคคลผู้ต้องประสบหรือใกล้จะต้องประสบเหตุนั้น จะได้จัดการระมัดระวังตามสมควรอันพึงคาดหมายได้จากบุคคลในฐานะและภาวะเช่นนั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 11

ในกรณีที่มีข้อสงสัย ให้ตีความไปในทางที่เป็นคุณแก่คู่กรณีฝ่ายซึ่งจะเป็นผู้ต้องเสียในมูลหนี้นั้น

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 12

ในกรณีที่จำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้ทั้งตัวอักษรและตัวเลข ถ้าตัวอักษรกับตัวเลขไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณที่เป็นตัวอักษรเป็นประมาณ

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 13

ถ้าจำนวนเงินหรือปริมาณในเอกสารแสดงไว้เป็นตัวอักษรหลายแห่ง หรือเป็นตัวเลขหลายแห่ง แต่ที่แสดงไว้หลายแห่งนั้นไม่ตรงกัน และมิอาจหยั่งทราบเจตนาอันแท้จริงได้ ให้ถือเอาจำนวนเงินหรือปริมาณน้อยที่สุดเป็นประมาณ

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 มาตรา 11

ห้ามผู้ทวงถามหนี้กระทําการทวงถามหนี้ในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง หรือการกระทําอื่นใดที่ทําให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น (2) การใช้วาจาหรือภาษาที่เป็นการดูหมิ่นลูกหนี้หรือผู้อื่น (3) การแจ้งหรือเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ของลูกหนี้ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงถามหนี้ เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา 8 วรรคสอง (2) (4) การติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก โทรสาร หรือสิ่งอื่นใดที่สื่อให้ทราบว่า เป็นการทวงถามหนี้อย่างชัดเจน เว้นแต่กรณีการบอกกล่าวบังคับจํานองด้วยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ ซึ่งเจ้าหนี้ไม่สามารถติดต่อลูกหนี้โดยวิธีการอื่น หรือกรณีอื่นใดตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด (5) การใช้ข้อความ เครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในการติดต่อลูกหนี้ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อการทวงถามหนี้ เว้นแต่ชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้ ไม่ได้สื่อให้ทราบได้ว่าเป็นผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ (6) การทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด ความใน (5) มิให้นํามาใช้บังคับกับการทวงถามหนี้เป็นหนังสือเพื่อจะใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาล

พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 10

ภายใต้บังคับมาตรา 51 วรรคหนึ่ง ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สินอื่น หรือการค้ำประกันด้วยบุคคลจากลูกจ้าง เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ ทั้งนี้ ลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียกหรือรับหลักประกันจากลูกจ้าง ตลอดจนประเภทของหลักประกัน จำนวนมูลค่าของหลักประกัน และวิธีการเก็บรักษา ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

หมวด 1 บททั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 10

เมื่อความข้อใดข้อหนึ่งในเอกสารอาจตีความได้สองนัย นัยไหนจะทำให้เป็นผลบังคับได้ ให้ถือเอาตามนัยนั้นดีกว่าที่จะถือเอานัยที่ไร้ผล

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206

ในกรณีหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิด ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ทำละเมิด

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 577

นายจ้างจะโอนสิทธิของตนให้แก่บุคคลภายนอกก็ได้เมื่อลูกจ้างยินยอมพร้อมใจด้วย

ลักษณะ 6 จ้างแรงงาน

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ให้เก็บรวบรวมได้เท่าที่จำเป็นภายใต้ วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169

การแสดงเจตนาที่กระทำต่อบุคคลซึ่งมิได้อยู่เฉพาะหน้าให้ถือว่ามีผลนับแต่เวลาที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา แต่ถ้าได้บอกถอนไปถึงผู้รับการแสดงเจตนานั้นก่อนหรือพร้อมกันกับที่การแสดงเจตนานั้นไปถึงผู้รับการแสดงเจตนา การแสดงเจตนานั้นตกเป็นอันไร้ผล

หมวด 2 การแสดงเจตนา

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 33

เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิขอให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการลบ หรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลได้ ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (2) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลและผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) เมื่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตามมาตรา 32 (1) และผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลไม่อาจปฏิเสธคำขอตามมาตรา 32 (1) (ก) หรือ (ข) ได้ หรือเป็นการคัดค้านตามมาตรา 32 (2) (4) เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่ กำหนดไว้ในหมวดนี้ ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับกับการเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728

เมื่อจะบังคับจำนองนั้น ผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้น ถ้าและลูกหนี้ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาดก็ได้

หมวด 4 การบังคับจำนอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 735

เมื่อผู้รับจำนองคนใดจะบังคับจำนองเอาแก่ผู้รับโอนทรัพย์สินซึ่งจำนอง ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวแก่ผู้รับโอนล่วงหน้าเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อน จึงจะบังคับจำนองได้

หมวด 4 การบังคับจำนอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 727/1

ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้จำนองซึ่งจำนองทรัพย์สินของตนไว้เพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระ ไม่ต้องรับผิดในหนี้นั้นเกินราคาทรัพย์สินที่จำนองในเวลาที่บังคับจำนองหรือเอาทรัพย์จำนองหลุด

หมวด 3 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 727

ให้นำบทบัญญัติมาตรา 691 มาตรา 697 มาตรา 700 และมาตรา 701 มาใช้บังคับกับกรณีที่บุคคลจำนองทรัพย์สินเพื่อประกันหนี้อันบุคคลอื่นจะต้องชำระด้วยโดยอนุโลม

หมวด 3 สิทธิและหน้าที่ของผู้รับจำนองและผู้จำนอง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 698

อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

หมวด 4 ความระงับสิ้นไปแห่งการค้ำประกัน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1025

อันว่าห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น คือห้างหุ้นส่วนประเภทซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหมดทุกคนต้องรับผิดร่วมกันเพื่อหนี้ทั้งปวงของหุ้นส่วนโดยไม่มีจำกัด

ห้างหุ้นส่วนและบริษัท — ป.พ.พ. ม.1012–1076

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 690

ถ้าเจ้าหนี้มีทรัพย์ของลูกหนี้ยึดถือไว้เป็นประกันไซร้ เมื่อผู้ค้ำประกันร้องขอ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องให้ชำระหนี้เอาจากทรัพย์ซึ่งเป็นประกันนั้นก่อน

หมวด 2 ผลก่อนชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 697

ถ้าเพราะการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งของเจ้าหนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้ค้ำประกันไม่อาจเข้ารับช่วงได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในสิทธิก็ดี จำนองก็ดี จำนำก็ดี และบุริมสิทธิอันได้ให้ไว้แก่เจ้าหนี้แต่ก่อนหรือในขณะทำสัญญาค้ำประกันเพื่อชำระหนี้นั้น ท่านว่าผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดเพียงเท่าที่ตนต้องเสียหายเพราะการนั้น

หมวด 3 ผลภายหลังชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476

คู่สมรสต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งในกรณี ดังต่อไปนี้ (1) ขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ (2) ก่อตั้งหรือกระทำให้สุดสิ้นลงทั้งหมดหรือบางส่วนซึ่งภาระจำยอม สิทธิอาศัย สิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเก็บกิน หรือภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ (3) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกินสามปี (4) ให้กู้ยืมเงิน (5) ให้โดยเสน่หา เว้นแต่การให้ที่พอควรแก่ฐานานุรูปของครอบครัวเพื่อการกุศล เพื่อการสังคม หรือตามหน้าที่ธรรมจรรยา (6) ประนีประนอมยอมความ (7) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการวินิจฉัย (8) นำทรัพย์สินไปเป็นประกันหรือหลักประกันต่อเจ้าพนักงานหรือศาล

ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา — ม.1465–1493

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 810

เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นบรรดาที่ตัวแทนได้รับไว้เกี่ยวด้วยการเป็นตัวแทนนั้น ท่านว่าตัวแทนต้องส่งให้แก่ตัวการจงสิ้น

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812

ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 832

ในเมื่อสัญญาตัวแทนระงับสิ้นไป ตัวการชอบที่จะเรียกให้เวนคืนหนังสือมอบอำนาจอย่างใด ๆ อันได้ให้ไว้แก่ตัวแทนนั้นได้

หมวด 5 ความระงับสิ้นไปแห่งสัญญาตัวแทน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850

อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน

ลักษณะ 17 ประนีประนอมยอมความ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 851

อันสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด หรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

ลักษณะ 17 ประนีประนอมยอมความ

ประมวลรัษฎากร มาตรา 104

ตราสารที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายหมวดนี้ ต้องปิดแสตมป์บริบูรณ์ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีนั้น

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 113

ตราสารใดมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ทรงตราสารหรือผู้ถือเอาประโยชน์ชอบที่จะยื่นตราสารนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อขอเสียอากรได้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับตราสารแล้ว ให้อนุมัติให้เสียอากรภายในบังคับแห่งบทบัญญัติต่อไปนี้

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 755

ถ้าจำนำสิทธิ ท่านห้ามมิให้ทำสิทธินั้นให้สิ้นไป หรือแก้ไขสิทธินั้นให้เสียหายแก่ผู้รับจำนำโดยผู้รับจำนำมิได้ยินยอมด้วย

หมวด 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 40

ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งที่ได้รับ จากผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น เว้นแต่คำสั่งนั้นขัดต่อกฎหมายหรือบทบัญญัติในการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ (2) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ รวมทั้ง แจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น (3) จัดทำและเก็บรักษาบันทึกรายการของกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ปฏิบัติตาม (1) สำหรับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลใด ให้ถือว่าผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลตามวรรคหนึ่ง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกัน เพื่อควบคุม การดำเนินงานตามหน้าที่ของผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ความใน (3) อาจยกเว้นมิให้นำมาใช้บังคับกับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นกิจการ ขนาดเล็กตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด เว้นแต่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือ มิใช่กิจการที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นครั้งคราว หรือมีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อ หัวข้อกฎหมายอื่น

สัญญาแต่ละประเภทต้องติดอากรแสตมป์เท่าไรไล่ทีละฉบับจากแบบฟอร์ม 283 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ พร้อมมาตราที่อ้างอิงทำสัญญาแต่ละประเภทแล้วต้องเสียภาษีอะไร หักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ไล่ทีละฉบับจากแบบฟอร์ม 240 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ พร้อมมาตราที่อ้างอิงสัญญาแบบไหนที่กฎหมายบังคับให้จดทะเบียนหรือทำตามแบบ ไม่ทำแล้วเป็นโมฆะไล่ทีละฉบับจากแบบฟอร์ม 163 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ พร้อมมาตราที่อ้างอิงทำสัญญาแล้วมีข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวข้อง ต้องทำข้อตกลงประมวลผลข้อมูล (DPA) เมื่อไรรวมจากสัญญา 145 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ ว่าหัวข้อนี้ถูกเขียนลงสัญญาแต่ละแบบอย่างไร พร้อมมาตราที่อ้างอิงจ้างคนอื่นทำงานให้ แล้วลิขสิทธิ์ในผลงานเป็นของใครรวมจากสัญญา 67 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ ว่าหัวข้อนี้ถูกเขียนลงสัญญาแต่ละแบบอย่างไร พร้อมมาตราที่อ้างอิงข้อสัญญาแบบไหนที่ศาลไทยลดหรือไม่บังคับให้ แม้อีกฝ่ายเซ็นแล้วรวมจากสัญญา 145 ฉบับที่ทนายยกร่างไว้ ว่าหัวข้อนี้ถูกเขียนลงสัญญาแต่ละแบบอย่างไร พร้อมมาตราที่อ้างอิง