สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ขายแฟรนไชส์ร้านของคุณ — ค่าแรกเข้า royalty เขตคุ้มครอง วัตถุดิบ อบรม ตรวจมาตรฐาน และเปิดเผยข้อมูลให้ถูกกฎหมายแข่งขันทางการค้า · ต้องส่งเอกสารเปิดเผยข้อมูล (ผนวก 3) ให้ผู้ซื้อก่อนลงนาม — ประกาศ กขค. 2562 บังคับ ฝ่าฝืนปรับถึง 10% ของรายได้

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อเจ้าของร้านอาหาร ชานม กาแฟ ขนม ค้าปลีก ที่จะเปิดให้คนอื่นซื้อแฟรนไชส์
อากรแสตมป์สัญญาแฟรนไชส์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง และแนวปฏิบัติสรรพากรมองค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิเป็นค่าสิทธิ (ม.40(3)) จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญาหลัก แต่ถ้าแยกทำสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของต่างหาก ฉบับนั้นต้องติดอากรตามลักษณะของตน · ใบรับเงินค่าแฟรนไชส์ไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีอัตราอากรลักษณะ 28 (ใบรับ) ปัจจุบันใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก ถ้าผู้ให้สิทธิให้เช่าสถานที่ร้านด้วย ให้ทำสัญญาเช่าแยก ติดอากร 0.1% ของค่าเช่าตลอดสัญญา
ภาษีค่าธรรมเนียมแรกเข้า + ค่าสิทธิ + ค่าการตลาด = เงินได้ ม.40(3) ผู้รับสิทธิที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 — ผู้ให้สิทธิบุคคลธรรมดาคำนวณคนละวิธี) · มี VAT 7% · ค่าสินค้า/วัตถุดิบเป็นซื้อขาย ไม่หัก ณ ที่จ่าย — ออกใบกำกับภาษีแยกรายการ ผู้รับสิทธิบุคคลธรรมดาต้องจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี — เตือนลูกค้าก่อนเปิด
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.383 · พ.ร.บ.ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม 2540 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 28 · พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า 2560 ม.57, 82 · พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า 2534 ม.68, 69 (ข้อ 5.5) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.19, 23, 37(4) (ข้อ 6.3)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้490 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • เจ้าของร้านอาหาร ชานม กาแฟ ขนม ค้าปลีก ที่จะเปิดให้คนอื่นซื้อแฟรนไชส์
  • ธุรกิจบริการ (ซักรีด คาร์แคร์ สถาบันกวดวิชา ฟิตเนส คลินิกความงาม) ที่ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์
  • ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่อยากมีสัญญาที่มีสิทธิของตนชัด (เขตคุ้มครอง เลิกก่อนกำหนดราคาชัด ซื้อคืนสต็อก)

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ต้องส่งเอกสารเปิดเผยข้อมูล (ผนวก 3) ให้ผู้ซื้อก่อนลงนาม — ประกาศ กขค. 2562 บังคับ ฝ่าฝืนปรับถึง 10% ของรายได้
  • จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนขายแฟรนไชส์ และจดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายหลังลงนาม
  • ค่าแรกเข้าและ royalty หัก ณ ที่จ่าย 3% (เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัท) + VAT 7% · ค่าวัตถุดิบเป็นซื้อขาย แยกใบกำกับ
  • บังคับซื้อได้เฉพาะของที่จำเป็นต่อมาตรฐานแบรนด์ และราคาต้องไม่สูงกว่าที่ขายให้รายอื่น
  • non-compete และค่าปรับ ศาลลดได้ถ้าเกินจำเป็น — อย่าใส่ตัวเลขเว่อร์

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

กฎหมายแฟรนไชส์ที่ใช้จริง — ไม่มี พ.ร.บ.แฟรนไชส์ แต่มีประกาศบังคับ

  • ไทยยังไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ ใช้ ป.พ.พ. (สัญญาทั่วไป · อนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย) + ประกาศ กขค. เรื่องแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ 2562 (ออกตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า 2560 ม.57 — ฝ่าฝืนปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ตาม ม.82) ซึ่งเป็นที่มาของข้อ 7 (เปิดเผยข้อมูลก่อนลงนาม) ข้อ 1.2 (เขตคุ้มครองหรือรัศมีที่จะไม่ให้สิทธิรายอื่น) และข้อ 4.1 (ห้ามบังคับซื้อของที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ/ราคาไม่เป็นธรรม)
  • ตามประกาศนั้น ผู้ให้สิทธิต้องเปิดเผย: ค่าใช้จ่ายทั้งหมด แผนธุรกิจ สิทธิที่จะได้ เงื่อนไขต่อ/เลิก ก่อนทำสัญญา — ฝ่าฝืนเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ปีที่ทำผิด — ทำผนวก 3 จริง อย่าข้าม
  • เครื่องหมายการค้า: การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้วต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนสัญญาอนุญาตต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และคำขอต้องแสดงเงื่อนไขที่ผู้ให้สิทธิควบคุมคุณภาพได้จริง (ม.68 (1) — ข้อ 4) ข้อ 5.5 ให้ผู้ให้สิทธิยื่นภายใน 30 วันและออกค่าธรรมเนียม นายทะเบียนอาจรับจดโดยมีเงื่อนไขหรือไม่รับจด ซึ่งอุทธรณ์ได้ภายใน 60 วัน (ม.69) — ถ้ายังไม่จดเครื่องหมาย ให้จดก่อนขายแฟรนไชส์
  • ราคาขายและข้อกำหนดในอนาคต: ข้อ 4.2 ให้ราคาของผู้ให้สิทธิเป็นราคาขายแนะนำ ผู้รับสิทธิกำหนดราคาจริงเอง (ยกเว้นในรายการส่งเสริมการขายทั่วระบบ ซึ่งต้องขายไม่สูงกว่าราคาที่กำหนดในรายการ) และการปรับคู่มือที่เพิ่มเงินลงทุนเกินเพดานต้องได้รับความตกลงก่อน — การบังคับราคาขายปลีกตายตัว หรือให้ผู้รับสิทธิยอมทำตามข้อกำหนดใด ๆ ที่จะออกในอนาคตโดยไม่จำกัด เสี่ยงเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม ม.57 อย่าแก้สัญญาไปทางนั้น
  • ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม (พ.ร.บ. 2540): ข้อไม่แข่งขันหลังเลิก (6.2) บังคับได้เท่าที่จำเป็นและเป็นธรรม — แบบนี้จำกัดเวลา + รัศมี · ค่าปรับ/ค่าเลิกสัญญา (4.3, 9.3, 10) เป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ (ป.พ.พ. ม.383)

อากรแสตมป์

  • สัญญาแฟรนไชส์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง และแนวปฏิบัติสรรพากรมองค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิเป็นค่าสิทธิ (ม.40(3)) จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญาหลัก แต่ถ้าแยกทำสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของต่างหาก ฉบับนั้นต้องติดอากรตามลักษณะของตน · ใบรับเงินค่าแฟรนไชส์ไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีอัตราอากรลักษณะ 28 (ใบรับ) ปัจจุบันใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก
  • ถ้าผู้ให้สิทธิให้เช่าสถานที่ร้านด้วย ให้ทำสัญญาเช่าแยก ติดอากร 0.1% ของค่าเช่าตลอดสัญญา

ภาษี

  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า + ค่าสิทธิ + ค่าการตลาด = เงินได้ ม.40(3) ผู้รับสิทธิที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 — ผู้ให้สิทธิบุคคลธรรมดาคำนวณคนละวิธี) · มี VAT 7% · ค่าสินค้า/วัตถุดิบเป็นซื้อขาย ไม่หัก ณ ที่จ่าย — ออกใบกำกับภาษีแยกรายการ
  • ผู้รับสิทธิบุคคลธรรมดาต้องจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี — เตือนลูกค้าก่อนเปิด

จุดต่อรองที่ลูกค้าถามบ่อย

  • เขตคุ้มครอง (1.2): แบรนด์ใหญ่มักไม่ให้ ให้แค่รัศมีขั้นต่ำ — ระบุให้ชัดว่าออนไลน์/เดลิเวอรี่ของแบรนด์ไม่นับ ไม่งั้นทะเลาะ
  • Royalty % vs คงที่: ร้านเล็กใช้คงที่ (ไม่ต้องตรวจบัญชี) แบรนด์ที่มี POS ใช้ % — แบบนี้เลือกได้ ถ้าใส่ % กำหนดค่าสิทธิขั้นต่ำได้ และมีสิทธิตรวจบัญชีตามข้อ 2.6
  • ค่าเลิกก่อนกำหนด (9.3): ใส่ไว้ให้ผู้รับสิทธิมีทางออกที่ราคาชัด ดีกว่าปล่อยให้ฟ้องค่าเสียหายไม่จำกัด และเป็นเพดานที่ผู้ให้สิทธิเรียกได้
  • ซื้อคืนสต็อก (9.4/10): ผู้รับสิทธิควรขอเสมอ ผู้ให้สิทธิมักให้แค่ "สิทธิ" ไม่ใช่ "หน้าที่" — แบบนี้บังคับซื้อคืนเฉพาะกรณีผู้ให้สิทธิผิดสัญญา

ข้อมูลลูกค้าของร้าน

ข้อ 6.3 แบ่งว่าใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้า และข้อ 10 (ง) ให้โอนรายชื่อลูกค้าเมื่อเลิกสัญญาได้เท่าที่ชอบด้วยกฎหมาย — ร้านต้องแจ้งลูกค้าไว้ก่อนว่าข้อมูลอาจส่งให้เจ้าของแบรนด์ (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.19, 23) มิฉะนั้นโอนรายชื่อไม่ได้ และถ้าข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง (ม.37(4))

สงวนสิทธิค่าปรับ

ผู้รับสิทธิแก้ไขข้อบกพร่องเสร็จหลังพ้นกำหนดตามข้อ 4.3 ให้ผู้ให้สิทธิทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่ตรวจรับการแก้ไขทุกครั้ง (ส่งอีเมลหรือเขียนในบันทึกการตรวจก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ

เอกสารแนบท้าย

  • ผนวก 1 แบบร้าน + คู่มือ (ส่งมอบแยก ลงชื่อรับ) · ผนวก 2 รายการสินค้า/วัตถุดิบ/อุปกรณ์บังคับซื้อ + ราคา · ผนวก 3 เอกสารเปิดเผยข้อมูล (ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จำนวนสาขา/สาขาที่ปิด 3 ปี ประวัติผู้ให้สิทธิ คดี) · ผนวก 4 แบบรายงานยอดขาย · หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า · หนังสือรับรอง/บัตร

วันลงนาม

  • 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้รับสิทธิลงชื่อรับเอกสารเปิดเผยข้อมูล ก่อน วันลงนามตามจำนวนวันในข้อ 7 · จดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา · ผู้ให้สิทธิออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีค่าแรกเข้า · ผู้รับสิทธิหัก ณ ที่จ่าย 3% (ถ้าผู้รับสิทธิเป็นนิติบุคคลและผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล)

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-F45D9C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 490 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาแฟรนไชส์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง และแนวปฏิบัติสรรพากรมองค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิเป็นค่าสิทธิ (ม.40(3)) จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญาหลัก แต่ถ้าแยกทำสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของต่างหาก ฉบับนั้นต้องติดอากรตามลักษณะของตน · ใบรับเงินค่าแฟรนไชส์ไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีอัตราอากรลักษณะ 28 (ใบรับ) ปัจจุบันใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก ถ้าผู้ให้สิทธิให้เช่าสถานที่ร้านด้วย ให้ทำสัญญาเช่าแยก ติดอากร 0.1% ของค่าเช่าตลอดสัญญา

สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า + ค่าสิทธิ + ค่าการตลาด = เงินได้ ม.40(3) ผู้รับสิทธิที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 — ผู้ให้สิทธิบุคคลธรรมดาคำนวณคนละวิธี) · มี VAT 7% · ค่าสินค้า/วัตถุดิบเป็นซื้อขาย ไม่หัก ณ ที่จ่าย — ออกใบกำกับภาษีแยกรายการ ผู้รับสิทธิบุคคลธรรมดาต้องจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี — เตือนลูกค้าก่อนเปิด

ใช้สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ตอนไหน

เจ้าของร้านอาหาร ชานม กาแฟ ขนม ค้าปลีก ที่จะเปิดให้คนอื่นซื้อแฟรนไชส์ · ธุรกิจบริการ (ซักรีด คาร์แคร์ สถาบันกวดวิชา ฟิตเนส คลินิกความงาม) ที่ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์ · ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่อยากมีสัญญาที่มีสิทธิของตนชัด (เขตคุ้มครอง เลิกก่อนกำหนดราคาชัด ซื้อคืนสต็อก)

ทำสัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ต้องระวังอะไร

ต้องส่งเอกสารเปิดเผยข้อมูล (ผนวก 3) ให้ผู้ซื้อก่อนลงนาม — ประกาศ กขค. 2562 บังคับ ฝ่าฝืนปรับถึง 10% ของรายได้ · จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนขายแฟรนไชส์ และจดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายหลังลงนาม · ค่าแรกเข้าและ royalty หัก ณ ที่จ่าย 3% (เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัท) + VAT 7% · ค่าวัตถุดิบเป็นซื้อขาย แยกใบกำกับ · บังคับซื้อได้เฉพาะของที่จำเป็นต่อมาตรฐานแบรนด์ และราคาต้องไม่สูงกว่าที่ขายให้รายอื่น · non-compete และค่าปรับ ศาลลดได้ถ้าเกินจำเป็น — อย่าใส่ตัวเลขเว่อร์

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)

จ้างคนบริหารสาขาของคุณเอง (เจ้าของแบรนด์จ่ายค่าจ้าง) — ใช้สัญญาจ้างบริการ/จ้างทำของ · ให้ใช้เฉพาะสูตรหรือสิทธิบัตรโดยไม่มีระบบร้าน — ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา · ให้เฉพาะสิทธิติดแบรนด์บนสินค้าหรือบริการของผู้อื่นโดยไม่มีคู่มือร้าน การฝึกอบรม และมาตรฐานบริการ — ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) (ไม่ผูกขาด) หรือ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) (ผูกขาดแต่ผู้เดียว) · ให้ตัวแทนขายสินค้าของคุณโดยไม่ใช้แบรนด์ร้าน — ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Trademark Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ · สัญญาอนุญาตนำตัวละครหรืองานสร้างสรรค์ไปทำสินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Merchandising Licence Agreement — สัญญาอนุญาตนำตัวละครหรืองานสร้างสรรค์ไปทำสินค้า ภาษาอังกฤษ · สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Franchise Agreement — สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาอังกฤษ

ลงนามสัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้รับสิทธิลงชื่อรับเอกสารเปิดเผยข้อมูล ก่อน วันลงนามตามจำนวนวันในข้อ 7 · จดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา · ผู้ให้สิทธิออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีค่าแรกเข้า · ผู้รับสิทธิหัก ณ ที่จ่าย 3% (ถ้าผู้รับสิทธิเป็นนิติบุคคลและผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล)

ทำสัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 แบบร้าน + คู่มือ (ส่งมอบแยก ลงชื่อรับ) · ผนวก 2 รายการสินค้า/วัตถุดิบ/อุปกรณ์บังคับซื้อ + ราคา · ผนวก 3 เอกสารเปิดเผยข้อมูล (ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จำนวนสาขา/สาขาที่ปิด 3 ปี ประวัติผู้ให้สิทธิ คดี) · ผนวก 4 แบบรายงานยอดขาย · หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า · หนังสือรับรอง/บัตร

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 10 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 82

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 55 มาตรา 57 หรือมาตรา 58 ต้องชำระค่าปรับ

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 69

ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา 68 จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด และไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 57

ในคำสั่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สิน ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้จัดการทรัพย์สินโดยจ่ายจากทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่นั้นก็ได้ ถ้าศาลมิได้กำหนด ผู้จัดการทรัพย์สินจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้

สาบสูญ — ป.พ.พ. ม.48–64

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ