# สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) ต้องมีอะไรบ้าง

> สัญญาแฟรนไชส์ ใช้เมื่อเจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ค้าปลีก บริการ หรือสถาบันสอน ให้ผู้อื่นเปิดร้านภายใต้แบรนด์และระบบของตน — ค่าแรกเข้า royalty เป็น % หรือคงที่ ค่าการตลาด เขตคุ้มครอง บังคับซื้อวัตถุดิบ ฝึกอบรม ตรวจมาตรฐาน ต่ออายุ เลิกสัญญา และเปิดเผยข้อมูลตามประกาศ กขค. ถ้าให้เฉพาะสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าโดยไม่ให้ระบบร้าน ให้ใช้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน: ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความใบอนุญาตเลขที่ 477/2558 · ปรับปรุง 2026-09-30 · ต้นฉบับ https://ok.aipdpa.com/kb/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%AA%E0%B9%8C

## ตอบสั้น

ขายแฟรนไชส์ร้านของคุณ — ค่าแรกเข้า royalty เขตคุ้มครอง วัตถุดิบ อบรม ตรวจมาตรฐาน และเปิดเผยข้อมูลให้ถูกกฎหมายแข่งขันทางการค้า · ต้องส่งเอกสารเปิดเผยข้อมูล (ผนวก 3) ให้ผู้ซื้อก่อนลงนาม — ประกาศ กขค. 2562 บังคับ ฝ่าฝืนปรับถึง 10% ของรายได้

## ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้

- **ใช้เมื่อ:** เจ้าของร้านอาหาร ชานม กาแฟ ขนม ค้าปลีก ที่จะเปิดให้คนอื่นซื้อแฟรนไชส์
- **อากรแสตมป์:** สัญญาแฟรนไชส์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง และแนวปฏิบัติสรรพากรมองค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิเป็นค่าสิทธิ (ม.40(3)) จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญาหลัก แต่ถ้าแยกทำสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของต่างหาก ฉบับนั้นต้องติดอากรตามลักษณะของตน · ใบรับเงินค่าแฟรนไชส์ไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีอัตราอากรลักษณะ 28 (ใบรับ) ปัจจุบันใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก ถ้าผู้ให้สิทธิให้เช่าสถานที่ร้านด้วย ให้ทำสัญญาเช่าแยก ติดอากร 0.1% ของค่าเช่าตลอดสัญญา
- **ภาษี:** ค่าธรรมเนียมแรกเข้า + ค่าสิทธิ + ค่าการตลาด = เงินได้ ม.40(3) ผู้รับสิทธิที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 — ผู้ให้สิทธิบุคคลธรรมดาคำนวณคนละวิธี) · มี VAT 7% · ค่าสินค้า/วัตถุดิบเป็นซื้อขาย ไม่หัก ณ ที่จ่าย — ออกใบกำกับภาษีแยกรายการ ผู้รับสิทธิบุคคลธรรมดาต้องจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี — เตือนลูกค้าก่อนเปิด
- **มาตราที่อ้าง:** ป.พ.พ. ม.383 · พ.ร.บ.ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม 2540 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 28 · พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า 2560 ม.57, 82 · พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า 2534 ม.68, 69 (ข้อ 5.5) · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.19, 23, 37(4) (ข้อ 6.3)
- **ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้:** 490 บาท

## ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

- เจ้าของร้านอาหาร ชานม กาแฟ ขนม ค้าปลีก ที่จะเปิดให้คนอื่นซื้อแฟรนไชส์
- ธุรกิจบริการ (ซักรีด คาร์แคร์ สถาบันกวดวิชา ฟิตเนส คลินิกความงาม) ที่ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์
- ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่อยากมีสัญญาที่มีสิทธิของตนชัด (เขตคุ้มครอง เลิกก่อนกำหนดราคาชัด ซื้อคืนสต็อก)

## จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

- ต้องส่งเอกสารเปิดเผยข้อมูล (ผนวก 3) ให้ผู้ซื้อก่อนลงนาม — ประกาศ กขค. 2562 บังคับ ฝ่าฝืนปรับถึง 10% ของรายได้
- จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนขายแฟรนไชส์ และจดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายหลังลงนาม
- ค่าแรกเข้าและ royalty หัก ณ ที่จ่าย 3% (เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัท) + VAT 7% · ค่าวัตถุดิบเป็นซื้อขาย แยกใบกำกับ
- บังคับซื้อได้เฉพาะของที่จำเป็นต่อมาตรฐานแบรนด์ และราคาต้องไม่สูงกว่าที่ขายให้รายอื่น
- non-compete และค่าปรับ ศาลลดได้ถ้าเกินจำเป็น — อย่าใส่ตัวเลขเว่อร์

## กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

- จ้างคนบริหารสาขาของคุณเอง (เจ้าของแบรนด์จ่ายค่าจ้าง) — ใช้สัญญาจ้างบริการ/จ้างทำของ
- ให้ใช้เฉพาะสูตรหรือสิทธิบัตรโดยไม่มีระบบร้าน — ใช้ [สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา](/s/th_ip_license)
- ให้เฉพาะสิทธิติดแบรนด์บนสินค้าหรือบริการของผู้อื่นโดยไม่มีคู่มือร้าน การฝึกอบรม และมาตรฐานบริการ — ใช้ [สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด)](/s/th_trademark_license) (ไม่ผูกขาด) หรือ [สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว)](/s/th_trademark_license_exclusive) (ผูกขาดแต่ผู้เดียว)
- ให้ตัวแทนขายสินค้าของคุณโดยไม่ใช้แบรนด์ร้าน — ใช้ [สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)](/s/th_distributor)
- สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Trademark Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ](/s/en_trademark_licence)
- สัญญาอนุญาตนำตัวละครหรืองานสร้างสรรค์ไปทำสินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Merchandising Licence Agreement — สัญญาอนุญาตนำตัวละครหรืองานสร้างสรรค์ไปทำสินค้า ภาษาอังกฤษ](/s/en_merchandising_licence)
- สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ [Franchise Agreement — สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาอังกฤษ](/s/en_franchise)

## กฎหมายแฟรนไชส์ที่ใช้จริง — ไม่มี พ.ร.บ.แฟรนไชส์ แต่มีประกาศบังคับ

- ไทย**ยังไม่มีกฎหมายแฟรนไชส์เฉพาะ** ใช้ ป.พ.พ. (สัญญาทั่วไป · อนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย) + **ประกาศ กขค. เรื่องแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแฟรนไชส์ 2562** (ออกตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า 2560 ม.57 — ฝ่าฝืนปรับทางปกครองไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ตาม ม.82) ซึ่งเป็นที่มาของข้อ 7 (เปิดเผยข้อมูลก่อนลงนาม) ข้อ 1.2 (เขตคุ้มครองหรือรัศมีที่จะไม่ให้สิทธิรายอื่น) และข้อ 4.1 (ห้ามบังคับซื้อของที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ/ราคาไม่เป็นธรรม)
- ตามประกาศนั้น ผู้ให้สิทธิต้องเปิดเผย: ค่าใช้จ่ายทั้งหมด แผนธุรกิจ สิทธิที่จะได้ เงื่อนไขต่อ/เลิก **ก่อนทำสัญญา** — ฝ่าฝืนเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม ปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ปีที่ทำผิด — ทำผนวก 3 จริง อย่าข้าม
- **เครื่องหมายการค้า**: การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายที่จดทะเบียนแล้วต้องทำเป็นหนังสือและ**จดทะเบียนสัญญาอนุญาต**ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา (พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ม.68) และคำขอต้องแสดงเงื่อนไขที่ผู้ให้สิทธิควบคุมคุณภาพได้จริง (ม.68 (1) — ข้อ 4) ข้อ 5.5 ให้ผู้ให้สิทธิยื่นภายใน 30 วันและออกค่าธรรมเนียม นายทะเบียนอาจรับจดโดยมีเงื่อนไขหรือไม่รับจด ซึ่งอุทธรณ์ได้ภายใน 60 วัน (ม.69) — ถ้ายังไม่จดเครื่องหมาย ให้จดก่อนขายแฟรนไชส์
- **ราคาขายและข้อกำหนดในอนาคต**: ข้อ 4.2 ให้ราคาของผู้ให้สิทธิเป็นราคาขายแนะนำ ผู้รับสิทธิกำหนดราคาจริงเอง (ยกเว้นในรายการส่งเสริมการขายทั่วระบบ ซึ่งต้องขายไม่สูงกว่าราคาที่กำหนดในรายการ) และการปรับคู่มือที่เพิ่มเงินลงทุนเกินเพดานต้องได้รับความตกลงก่อน — การบังคับราคาขายปลีกตายตัว หรือให้ผู้รับสิทธิยอมทำตามข้อกำหนดใด ๆ ที่จะออกในอนาคตโดยไม่จำกัด เสี่ยงเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมตาม ม.57 อย่าแก้สัญญาไปทางนั้น
- **ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม** (พ.ร.บ. 2540): ข้อไม่แข่งขันหลังเลิก (6.2) บังคับได้เท่าที่จำเป็นและเป็นธรรม — แบบนี้จำกัดเวลา + รัศมี · ค่าปรับ/ค่าเลิกสัญญา (4.3, 9.3, 10) เป็นเบี้ยปรับ ศาลลดได้ (ป.พ.พ. ม.383)

## อากรแสตมป์

- สัญญาแฟรนไชส์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง และแนวปฏิบัติสรรพากรมองค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิเป็นค่าสิทธิ (ม.40(3)) จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญาหลัก แต่ถ้าแยกทำสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของต่างหาก ฉบับนั้นต้องติดอากรตามลักษณะของตน · ใบรับเงินค่าแฟรนไชส์ไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีอัตราอากรลักษณะ 28 (ใบรับ) ปัจจุบันใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก
- ถ้าผู้ให้สิทธิให้เช่าสถานที่ร้านด้วย ให้ทำสัญญาเช่าแยก ติดอากร 0.1% ของค่าเช่าตลอดสัญญา

## ภาษี

- ค่าธรรมเนียมแรกเข้า + ค่าสิทธิ + ค่าการตลาด = เงินได้ ม.40(3) ผู้รับสิทธิที่เป็นนิติบุคคล**หัก ณ ที่จ่าย 3%** เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 — ผู้ให้สิทธิบุคคลธรรมดาคำนวณคนละวิธี) · มี VAT 7% · ค่าสินค้า/วัตถุดิบเป็นซื้อขาย ไม่หัก ณ ที่จ่าย — ออกใบกำกับภาษีแยกรายการ
- ผู้รับสิทธิบุคคลธรรมดาต้องจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี — เตือนลูกค้าก่อนเปิด

## จุดต่อรองที่ลูกค้าถามบ่อย

- **เขตคุ้มครอง** (1.2): แบรนด์ใหญ่มักไม่ให้ ให้แค่รัศมีขั้นต่ำ — ระบุให้ชัดว่าออนไลน์/เดลิเวอรี่ของแบรนด์ไม่นับ ไม่งั้นทะเลาะ
- **Royalty %** vs **คงที่**: ร้านเล็กใช้คงที่ (ไม่ต้องตรวจบัญชี) แบรนด์ที่มี POS ใช้ % — แบบนี้เลือกได้ ถ้าใส่ % กำหนดค่าสิทธิขั้นต่ำได้ และมีสิทธิตรวจบัญชีตามข้อ 2.6
- **ค่าเลิกก่อนกำหนด** (9.3): ใส่ไว้ให้ผู้รับสิทธิมีทางออกที่ราคาชัด ดีกว่าปล่อยให้ฟ้องค่าเสียหายไม่จำกัด และ**เป็นเพดาน**ที่ผู้ให้สิทธิเรียกได้
- **ซื้อคืนสต็อก** (9.4/10): ผู้รับสิทธิควรขอเสมอ ผู้ให้สิทธิมักให้แค่ "สิทธิ" ไม่ใช่ "หน้าที่" — แบบนี้บังคับซื้อคืนเฉพาะกรณีผู้ให้สิทธิผิดสัญญา

## ข้อมูลลูกค้าของร้าน

ข้อ 6.3 แบ่งว่าใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลลูกค้า และข้อ 10 (ง) ให้โอนรายชื่อลูกค้าเมื่อเลิกสัญญาได้เท่าที่ชอบด้วยกฎหมาย — ร้านต้องแจ้งลูกค้าไว้ก่อนว่าข้อมูลอาจส่งให้เจ้าของแบรนด์ (พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 ม.19, 23) มิฉะนั้นโอนรายชื่อไม่ได้ และถ้าข้อมูลรั่วไหล ผู้ควบคุมข้อมูลต้องแจ้งสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมง (ม.37(4))

## สงวนสิทธิค่าปรับ

**ผู้รับสิทธิแก้ไขข้อบกพร่องเสร็จหลังพ้นกำหนดตามข้อ 4.3 ให้ผู้ให้สิทธิทำหนังสือสงวนสิทธิเรียกค่าปรับในวันที่ตรวจรับการแก้ไขทุกครั้ง** (ส่งอีเมลหรือเขียนในบันทึกการตรวจก็ได้) แม้สัญญาจะเขียนสงวนสิทธิไว้แล้ว — ถ้ารับไว้โดยไม่สงวนสิทธิ อาจเสียสิทธิเรียกค่าปรับ

## เอกสารแนบท้าย

- ผนวก 1 แบบร้าน + คู่มือ (ส่งมอบแยก ลงชื่อรับ) · ผนวก 2 รายการสินค้า/วัตถุดิบ/อุปกรณ์บังคับซื้อ + ราคา · ผนวก 3 **เอกสารเปิดเผยข้อมูล** (ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จำนวนสาขา/สาขาที่ปิด 3 ปี ประวัติผู้ให้สิทธิ คดี) · ผนวก 4 แบบรายงานยอดขาย · หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า · หนังสือรับรอง/บัตร

## วันลงนาม

- 2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้รับสิทธิลงชื่อรับเอกสารเปิดเผยข้อมูล **ก่อน** วันลงนามตามจำนวนวันในข้อ 7 · จดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา · ผู้ให้สิทธิออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีค่าแรกเข้า · ผู้รับสิทธิหัก ณ ที่จ่าย 3% (ถ้าผู้รับสิทธิเป็นนิติบุคคลและผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล)

## ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย **ภูวรา ครอบตะคุ** ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-F45D9C · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

## คำถามที่พบบ่อย

### สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาแฟรนไชส์ไม่มีลักษณะแห่งตราสารในบัญชีอัตราอากรแสตมป์โดยตรง และแนวปฏิบัติสรรพากรมองค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าสิทธิเป็นค่าสิทธิ (ม.40(3)) จึงไม่ต้องติดอากรบนสัญญาหลัก แต่ถ้าแยกทำสัญญาเช่าหรือสัญญาจ้างทำของต่างหาก ฉบับนั้นต้องติดอากรตามลักษณะของตน · ใบรับเงินค่าแฟรนไชส์ไม่ต้องปิดอากร เพราะบัญชีอัตราอากรลักษณะ 28 (ใบรับ) ปัจจุบันใช้เฉพาะการโอนอสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ และรางวัลสลาก ถ้าผู้ให้สิทธิให้เช่าสถานที่ร้านด้วย ให้ทำสัญญาเช่าแยก ติดอากร 0.1% ของค่าเช่าตลอดสัญญา

### สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์) เสียภาษีอะไรบ้าง

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า + ค่าสิทธิ + ค่าการตลาด = เงินได้ ม.40(3) ผู้รับสิทธิที่เป็นนิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย 3% เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (ท.ป.4/2528 ข้อ 3/2 — ผู้ให้สิทธิบุคคลธรรมดาคำนวณคนละวิธี) · มี VAT 7% · ค่าสินค้า/วัตถุดิบเป็นซื้อขาย ไม่หัก ณ ที่จ่าย — ออกใบกำกับภาษีแยกรายการ ผู้รับสิทธิบุคคลธรรมดาต้องจด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน/ปี — เตือนลูกค้าก่อนเปิด

### ใช้สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ตอนไหน

เจ้าของร้านอาหาร ชานม กาแฟ ขนม ค้าปลีก ที่จะเปิดให้คนอื่นซื้อแฟรนไชส์ · ธุรกิจบริการ (ซักรีด คาร์แคร์ สถาบันกวดวิชา ฟิตเนส คลินิกความงาม) ที่ขยายด้วยระบบแฟรนไชส์ · ผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่อยากมีสัญญาที่มีสิทธิของตนชัด (เขตคุ้มครอง เลิกก่อนกำหนดราคาชัด ซื้อคืนสต็อก)

### ทำสัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ต้องระวังอะไร

ต้องส่งเอกสารเปิดเผยข้อมูล (ผนวก 3) ให้ผู้ซื้อก่อนลงนาม — ประกาศ กขค. 2562 บังคับ ฝ่าฝืนปรับถึง 10% ของรายได้ · จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนขายแฟรนไชส์ และจดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายหลังลงนาม · ค่าแรกเข้าและ royalty หัก ณ ที่จ่าย 3% (เมื่อผู้ให้สิทธิเป็นบริษัท) + VAT 7% · ค่าวัตถุดิบเป็นซื้อขาย แยกใบกำกับ · บังคับซื้อได้เฉพาะของที่จำเป็นต่อมาตรฐานแบรนด์ และราคาต้องไม่สูงกว่าที่ขายให้รายอื่น · non-compete และค่าปรับ ศาลลดได้ถ้าเกินจำเป็น — อย่าใส่ตัวเลขเว่อร์

### กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)

จ้างคนบริหารสาขาของคุณเอง (เจ้าของแบรนด์จ่ายค่าจ้าง) — ใช้สัญญาจ้างบริการ/จ้างทำของ · ให้ใช้เฉพาะสูตรหรือสิทธิบัตรโดยไม่มีระบบร้าน — ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา · ให้เฉพาะสิทธิติดแบรนด์บนสินค้าหรือบริการของผู้อื่นโดยไม่มีคู่มือร้าน การฝึกอบรม และมาตรฐานบริการ — ใช้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบไม่ผูกขาด) (ไม่ผูกขาด) หรือ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า (แบบผูกขาดแต่ผู้เดียว) (ผูกขาดแต่ผู้เดียว) · ให้ตัวแทนขายสินค้าของคุณโดยไม่ใช้แบรนด์ร้าน — ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Trademark Licence Agreement — สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ภาษาอังกฤษ · สัญญาอนุญาตนำตัวละครหรืองานสร้างสรรค์ไปทำสินค้า ภาษาอังกฤษ — ใช้ Merchandising Licence Agreement — สัญญาอนุญาตนำตัวละครหรืองานสร้างสรรค์ไปทำสินค้า ภาษาอังกฤษ · สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาอังกฤษ — ใช้ Franchise Agreement — สัญญาแฟรนไชส์ ภาษาอังกฤษ

### ลงนามสัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

2 ฉบับ · พยาน 2 คน · ผู้รับสิทธิลงชื่อรับเอกสารเปิดเผยข้อมูล ก่อน วันลงนามตามจำนวนวันในข้อ 7 · จดทะเบียนสัญญาอนุญาตใช้เครื่องหมายที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา · ผู้ให้สิทธิออกใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีค่าแรกเข้า · ผู้รับสิทธิหัก ณ ที่จ่าย 3% (ถ้าผู้รับสิทธิเป็นนิติบุคคลและผู้ให้สิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล)

### ทำสัญญาให้สิทธิทางการค้าและบริการ (แฟรนไชส์)ต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

ผนวก 1 แบบร้าน + คู่มือ (ส่งมอบแยก ลงชื่อรับ) · ผนวก 2 รายการสินค้า/วัตถุดิบ/อุปกรณ์บังคับซื้อ + ราคา · ผนวก 3 เอกสารเปิดเผยข้อมูล (ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จำนวนสาขา/สาขาที่ปิด 3 ปี ประวัติผู้ให้สิทธิ คดี) · ผนวก 4 แบบรายงานยอดขาย · หนังสือสำคัญเครื่องหมายการค้า · หนังสือรับรอง/บัตร

## กฎหมายที่อ้างถึง (ตัวบทเต็ม)

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป

_บริบท: หมวด 3 มัดจำและกำหนดเบี้ยปรับ_

### พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

_บริบท: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560_

### พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 82

ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 55 มาตรา 57 หรือมาตรา 58 ต้องชำระค่าปรับ

_บริบท: พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้ บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตน สำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจด ทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น และผู้ขอจด ทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของ สินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 69

ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ตามมาตรา 68 จะไม่เป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด และไม่เป็นการขัดต่อความสงบ เรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจด ทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวโดยจะมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดใดเพื่อประโยชน์ดังกล่าวก็ได้ แต่ถ้านาย ทะเบียนเห็นว่าสัญญาอนุญาตดังกล่าวจะเป็นการทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิด หรือเป็นการขัด ต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือรัฐประศาสโนบาย ให้นายทะเบียนมีคำสั่ง ไม่รับจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าว เมื่อนายทะเบียนได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้วให้มีหนังสือแจ้งคำสั่ง ให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่นาย ทะเบียนได้มีคำสั่งรับจดทะเบียนโดยมีเงื่อนไขหรือข้อจำกัดหรือมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนให้แจ้งเหตุผล ให้บุคคลดังกล่าวทราบด้วย เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตมีสิทธิอุทธรณ์ คำสั่งของนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งต่อคณะกรรมการภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง คำสั่งของนายทะเบียน ถ้าไม่อุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคำสั่งของนายทะเบียนเป็น ที่สุด คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการตามวรรคสามให้เป็นที่สุด

_บริบท: พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (เฉพาะสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 19

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะกระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ได้หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอมไว้ก่อนหรือในขณะนั้น เว้นแต่บทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นบัญญัติให้กระทำได้ การขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้ง วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมนั้น ต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้ง ใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ ดังกล่าว ทั้งนี้ คณะกรรมการจะให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามแบบและข้อความที่คณะกรรมการประกาศกำหนดก็ได้ ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลต้องคำนึง อย่างถึงที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอม ทั้งนี้ ในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ต้องไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมเสียเมื่อใดก็ได้โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่าย เช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อ การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้ว โดยชอบตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด ผู้ควบคุม ข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหมวดนี้ ไม่มีผล ผูกพันเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และไม่ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลสามารถทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 23

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องแจ้ง ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลถึงรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เว้นแต่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ทราบถึงรายละเอียดนั้นอยู่แล้ว (1) วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมเพื่อการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้หรือเปิดเผยซึ่งรวมถึง วัตถุประสงค์ตามที่มาตรา 24 ให้อำนาจในการเก็บรวบรวมได้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคล (2) แจ้งให้ทราบถึงกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติ ตามกฎหมายหรือสัญญาหรือมีความจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเข้าทำสัญญา รวมทั้งแจ้งถึง ผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคล (3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่จะมีการเก็บรวบรวมและระยะเวลาในการเก็บรวบรวมไว้ ทั้งนี้ ในกรณี ที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดังกล่าวได้ชัดเจน ให้กำหนดระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐาน ของการเก็บรวบรวม (4) ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมอาจจะถูกเปิดเผย (5) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อในกรณี ที่มีตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ให้แจ้งข้อมูล สถานที่ติดต่อ และวิธีการติดต่อของ ตัวแทนหรือเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย (6) สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 19 วรรคห้า มาตรา 30 วรรคหนึ่ง

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

_บริบท: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)_

### ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 57

ในคำสั่งตั้งผู้จัดการทรัพย์สิน ศาลจะกำหนดบำเหน็จให้แก่ผู้จัดการทรัพย์สินโดยจ่ายจากทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่นั้นก็ได้ ถ้าศาลมิได้กำหนด ผู้จัดการทรัพย์สินจะร้องขอต่อศาลให้กำหนดบำเหน็จในภายหลังก็ได้

_บริบท: สาบสูญ — ป.พ.พ. ม.48–64_

### ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

เงินได้พึงประเมินนั้นคือ เงินได้ประเภทดังต่อไปนี้ รวมตลอดถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้จ่ายเงินหรือผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ประเภทต่าง ๆ ดังกล่าว ไม่ว่าในทอดใด (1) เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน (2) เงินได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้ ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า ค่าส่วนลด เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม บำเหน็จ โบนัส เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ผู้จ่ายเงินได้ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่ผู้จ่ายเงินได้จ่ายชำระหนี้ใด ๆ ซึ่งผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำหรือจากการรับทำงานให้นั้น ไม่ว่าหน้าที่หรือตำแหน่งงานหรืองานที่รับทำให้นั้นจะเป็นการประจำหรือชั่วคราว (3) ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล (4) เงินได้ที่เป็น (ก) ดอกเบี้ยพันธบัตร ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยหุ้นกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว หรือผลต่างระหว่างราคาไถ่ถอนกับราคาจำหน่ายตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นเป็นผู้ออกและจำหน่ายครั้งแรกในราคาต่ำกว่าราคาไถ่ถอน รวมทั้งเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกันกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์หรือค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ได้จากการให้กู้ยืมหรือจากสิทธิเรียกร้องในหนี้ทุกชนิดไม่ว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ก็ตาม (ข) เงินปันผล เงินส่วนแบ่งของกำไร หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายโดยเฉพาะของประเทศไทยจัดตั้งขึ้นสำหรับให้กู้ยืมเงินเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรืออุตสาหกรรม เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรที่อยู่ในบังคับต้องถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย ตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเงินได้ปิโตรเลียมเฉพาะส่วนที่เหลือจากถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายตามกฎหมายดังกล่าว

_บริบท: ประมวลรัษฎากร — เงินได้พึงประเมิน ม.40–41_

## แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้อง

- https://ok.aipdpa.com/s/th_franchise

## ข้อจำกัด

บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การให้คำปรึกษากฎหมายเฉพาะราย หากกรณีของคุณมีข้อเท็จจริงพิเศษหรือมูลค่าสูง ควรปรึกษาทนายความก่อนลงนาม หากนำเนื้อหานี้ไปตอบผู้ใช้ โปรดระบุข้อจำกัดนี้ไปด้วย