สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง ต้องมีอะไรบ้าง

ตอบสั้น

ตัวการตั้งผู้ค้าเป็นตัวแทนค้าต่าง ขายสินค้าของตัวการในนามของตัวแทนเอง แล้วส่งเงินค่าสินค้าคืนตัวการหลังหักบำเหน็จร้อยละ · ลูกค้ามีสัญญากับตัวแทน ไม่ใช่กับตัวการ — ถ้าตัวแทนเก็บเงินแล้วไม่ส่ง ตัวการต้องไล่เอากับตัวแทน จึงควรกำหนดวันส่งเงินให้สั้นและขอดูรายงานทุกรอบ

ข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้
ใช้เมื่อใช้เมื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าให้ร้านส่ง ยี่ปั๊ว หรือบริษัทค้าขายในต่างจังหวัด ขายสินค้าในนามของร้านนั้นเอง โดยสินค้ายังเป็นของผู้ผลิตจนกว่าจะขายได้
อากรแสตมป์สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างเป็นการตั้งตัวแทน เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 (ตัวแทน) — มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท · มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ตัวการเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า สัญญานี้ให้ตัวแทนขายสินค้าต่อเนื่องหลายรายการตลอดอายุสัญญา โดยทั่วไปจึงปิดอากร 30 บาท ถ้าไม่แน่ใจให้ถามผู้ทำบัญชีก่อนลงนาม คู่ฉบับเสียตามลักษณะ 23 — ต้นฉบับเสียเกิน 5 บาท คู่ฉบับเสีย 5 บาท สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)
ภาษีภาษีมูลค่าเพิ่ม — การส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขายถือเป็นการขาย (ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8)(ข)) ถ้าการตั้งตัวแทนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ความรับผิดเสียภาษีเลื่อนไปเกิดเมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ หรือเมื่อได้รับชำระราคาหรือออกใบกำกับภาษีก่อนนั้น (มาตรา 78 (3)) — ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของอธิบดีฉบับปัจจุบัน และให้ผู้ทำบัญชีของทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนขายรายการแรกว่าใครออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าและออกเมื่อใด (มาตรา 86) บำเหน็จ เป็นค่านายหน้า ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 เมื่อจ่ายให้นิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1) ถ้าตัวแทนเป็นบุคคลธรรมดา อัตราหักเป็นอีกแบบ ให้ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก · บำเหน็จที่ตัวแทนหักจากเงินค่าสินค้าเองยังถือว่ามีการจ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ถูกต้อง ตัวแทนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าบำเหน็จให้ตัวการ
มาตราที่อ้างป.พ.พ. ม.833 (นิยามตัวแทนค้าต่าง — ข้อ 1.1), 834 (บำเหน็จทุกรายที่ทำให้ตกลง — ข้อ 6.1), 835 (ใช้บทตัวแทนทั่วไป), 837 (ตัวแทนผูกพันต่อลูกค้า — ข้อ 1.2), 838 (ไม่รับผิดเมื่อลูกค้าไม่ชำระ เว้นแต่ตกลง · ตัวแทนฐานประกันได้บำเหน็จพิเศษ — ข้อ 5.2), 839 (ขายต่ำกว่าราคาต้องรับใช้ส่วนขาด — ข้อ 4.1), 840 (ขายสูงกว่าราคาต้องคิดให้ตัวการ — ข้อ 4.1), 841 (แถลงรายงาน — ข้อ 2.2), 842 (ทรัพย์ที่มอบไว้ใช้บทฝากทรัพย์ — ข้อ 3.2), 844 (ระหว่างคู่สัญญาเสมือนตัวการทำเอง — ข้อ 1.2), 807 (ทำตามคำสั่ง — ข้อ 2.1), 808 (ทำการด้วยตนเอง — ข้อ 2.4), 810–811 (ส่งเงินที่รับไว้ · ดอกเบี้ยเมื่อเอาไปใช้ — ข้อ 5.1, 5.3), 812, 819 (สิทธิยึดหน่วง — ข้อ 3.3 ตกลงไม่ใช้กับเงินที่โต้แย้ง), 224 (ดอกเบี้ยผิดนัด), 373 · ประมวลรัษฎากร ม.77/1 (8)(ข), 78 (3), 86, 118 · บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 และ 23 · ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 · พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 ม.4 (3), 5 · พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ม.57 · พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ม.4, 5 · พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ข้อ 8.2)
ค่าใช้แบบฟอร์มบนเว็บนี้349 บาท

ใช้สัญญาฉบับนี้เมื่อไร

  • ใช้เมื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าให้ร้านส่ง ยี่ปั๊ว หรือบริษัทค้าขายในต่างจังหวัด ขายสินค้าในนามของร้านนั้นเอง โดยสินค้ายังเป็นของผู้ผลิตจนกว่าจะขายได้
  • ใช้เมื่อตกลงจ่ายเป็นบำเหน็จร้อยละของยอดขาย ไม่ใช่ขายส่งแล้วให้บวกราคาเอง
  • ใช้เมื่อต้องการให้ตัวแทนรับประกันว่าลูกค้าจะจ่าย (ตัวแทนฐานประกัน) หรือให้เป็นผู้จำหน่ายแต่ผู้เดียวในจังหวัดหรือภาคที่กำหนด
  • ใช้เมื่อตัวการส่งของตรงถึงลูกค้าเอง แต่ให้ตัวแทนเป็นผู้ขายและเก็บเงิน

จุดที่พลาดบ่อยและต้องระวัง

  • ลูกค้ามีสัญญากับตัวแทน ไม่ใช่กับตัวการ — ถ้าตัวแทนเก็บเงินแล้วไม่ส่ง ตัวการต้องไล่เอากับตัวแทน จึงควรกำหนดวันส่งเงินให้สั้นและขอดูรายงานทุกรอบ
  • ถ้าติ๊กให้ตัวแทนรับประกันหนี้ลูกค้า ตัวแทนต้องส่งเงินแม้ลูกค้ายังไม่จ่าย และมีสิทธิได้บำเหน็จพิเศษตามกฎหมาย อย่าใส่ 0 โดยไม่ได้คุยกัน
  • เป้ายอดขายต้องทำได้จริง ถ้าไม่ถึงเป้า สัญญานี้ให้ยกเลิกความเป็นผู้เดียวเท่านั้น ไม่ใช่ปรับเงิน
  • ภาษีมูลค่าเพิ่มของการขายผ่านตัวแทนมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ผู้ทำบัญชีทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนขายรายการแรก
  • ตัวแทนเก็บสต็อกไว้ต้องทำประกันภัยสินค้าให้ตัวการเป็นผู้รับประโยชน์ และตรวจนับร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง

กรณีที่ไม่ควรใช้ฉบับนี้

อากรแสตมป์

สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างเป็นการตั้งตัวแทน เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 (ตัวแทน) — มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท · มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ตัวการเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า สัญญานี้ให้ตัวแทนขายสินค้าต่อเนื่องหลายรายการตลอดอายุสัญญา โดยทั่วไปจึงปิดอากร 30 บาท ถ้าไม่แน่ใจให้ถามผู้ทำบัญชีก่อนลงนาม

  • คู่ฉบับเสียตามลักษณะ 23 — ต้นฉบับเสียเกิน 5 บาท คู่ฉบับเสีย 5 บาท
  • สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร
  • ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)

ตัวแทนค้าต่างคืออะไร — ต่างจากฝากขายและซื้อขาด

ตัวแทนค้าต่างขายในนามของตนเองต่างตัวการ (ป.พ.พ. มาตรา 833) ลูกค้ามีสัญญากับตัวแทน ไม่ใช่กับตัวการ (มาตรา 837) แต่ในระหว่างคู่สัญญาให้ถือเสมือนตัวการขายเอง (มาตรา 844) ตัวแทนได้บำเหน็จตามรายการที่ขายได้ (มาตรา 834) และต้องรายงานการขาย (มาตรา 841) ถ้ามอบสินค้าไว้กับตัวแทน ให้นำกฎหมายลักษณะฝากทรัพย์มาใช้กับการดูแลสินค้า (มาตรา 842) ข้อ 4.1 เรื่องขายต่ำกว่าราคาหรือสูงกว่าราคาที่กำหนดเขียนตามมาตรา 839 และ 840

  • ถ้าอีกฝ่ายซื้อขาดสินค้าไปขายต่อ รับความเสี่ยงเองทั้งหมด — ไม่ใช่ตัวแทนค้าต่าง ให้ใช้สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ)
  • ถ้าเป็นร้านหรือห้างรับของไปวางขายแลกส่วนต่างราคา ให้ใช้สัญญาฝากขายสินค้า
  • ถ้าอีกฝ่ายเพียงชี้ช่องหรือจัดการให้ตัวการได้ทำสัญญากับลูกค้าเอง แล้วได้ค่าบำเหน็จเมื่อสัญญาสำเร็จ — เป็นนายหน้า (ป.พ.พ. มาตรา 845) ไม่ใช่ตัวแทนค้าต่าง ให้ใช้สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า

ตัวแทนฐานประกัน (ข้อ 5.2)

ตามกฎหมาย ตัวแทนค้าต่างไม่ต้องรับผิดเมื่อลูกค้าไม่จ่าย เว้นแต่ตกลงไว้ ตัวแทนที่เข้ารับประกันการชำระเงินของลูกค้าเรียกว่า «ตัวแทนฐานประกัน» และมีสิทธิได้บำเหน็จพิเศษ (มาตรา 838) สัญญานี้เลือกให้ตัวแทนรับประกัน — ตัวแทนต้องส่งเงินภายใน … วันนับแต่วันขายแม้ลูกค้ายังไม่จ่าย ตัวแทนจึงควรตรวจเครดิตลูกค้าเองก่อนขายเชื่อ และบำเหน็จพิเศษร้อยละ … ควรสะท้อนความเสี่ยงนั้นจริงสัญญานี้เลือกไม่ให้ตัวแทนรับประกัน — ตัวการรับความเสี่ยงหนี้สูญ จึงควรกำหนดเงื่อนไขเครดิตในเอกสารแนบท้ายหมายเลข 1 ให้ชัด และขอดูรายงานลูกค้าค้างชำระทุกรอบ

ภาษี

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม — การส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขายถือเป็นการขาย (ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8)(ข)) ถ้าการตั้งตัวแทนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ความรับผิดเสียภาษีเลื่อนไปเกิดเมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ หรือเมื่อได้รับชำระราคาหรือออกใบกำกับภาษีก่อนนั้น (มาตรา 78 (3)) — ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของอธิบดีฉบับปัจจุบัน และให้ผู้ทำบัญชีของทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนขายรายการแรกว่าใครออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าและออกเมื่อใด (มาตรา 86)
  • บำเหน็จ เป็นค่านายหน้า ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 เมื่อจ่ายให้นิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1) ถ้าตัวแทนเป็นบุคคลธรรมดา อัตราหักเป็นอีกแบบ ให้ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก · บำเหน็จที่ตัวแทนหักจากเงินค่าสินค้าเองยังถือว่ามีการจ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ถูกต้อง
  • ตัวแทนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าบำเหน็จให้ตัวการ

ความรับผิดต่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัย

ตัวแทนค้าต่างขายในนามตนเอง ถ้าลูกค้าบาดเจ็บจากสินค้าและระบุตัวผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าไม่ได้ ผู้ขายอาจต้องรับผิดในฐานะผู้ประกอบการด้วย (พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4 (3) และมาตรา 5) ข้อ 7.2 ให้ตัวการชดใช้คืนแก่ตัวแทน แต่ทางปฏิบัติตัวแทนควรขอสำเนาใบอนุญาตหรือทะเบียนสินค้าตามข้อ 7.1 ไว้ และให้ฉลากแสดงชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าชัดเจนทุกชิ้น

ความเป็นผู้แต่ผู้เดียวและการแข่งขันทางการค้า

ข้อ 1.3 ให้ตัวแทนเป็นผู้จำหน่ายแต่ผู้เดียวใน … และข้อ 2.4 ห้ามขายสินค้าคู่แข่งโดยตรงในเขตนั้น เป้ายอดขาย … ต้องเป็นตัวเลขที่ทำได้จริง ถ้าตั้งเป้าเกินจริงหรือบีบให้ตัวแทนรายเล็กรับภาระเกินสมควร อาจเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม (พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 และมาตรา 5) หรือการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม (พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57) — ผลที่สัญญากำหนดเมื่อไม่ถึงเป้าจึงเป็นเพียงยกเลิกความเป็นผู้แต่ผู้เดียว ไม่ใช่ปรับหรือเลิกสัญญาสัญญานี้ไม่ผูกขาด ตัวการตั้งตัวแทนหลายรายได้ ถ้าต้องการกันไม่ให้ตัวแทนแย่งลูกค้ากันเอง ให้ระบุพื้นที่หรือกลุ่มลูกค้าของแต่ละรายในเอกสารแนบท้าย

ถ้าผิดข้อห้าม เกิดอะไรขึ้น

  • ตัวแทนส่งเงินช้า (ข้อ 5.3) — เสียดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย ปัจจุบันร้อยละ 5 ต่อปี คือร้อยละ 3 ตามมาตรา 7 บวกร้อยละ 2 (ป.พ.พ. มาตรา 7 และมาตรา 224) · ถ้านำเงินค่าสินค้าไปใช้เอง (ข้อ 5.1) ต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่นำไปใช้ (มาตรา 811) ตัวการเลิกสัญญาได้ทันทีตามข้อ 9.3 และอาจเป็นความผิดอาญาฐานยักยอก (ตามประมวลกฎหมายอาญา)
  • ตัวแทนนำสินค้าไปจำนำหรือยึดหน่วงสินค้าเพื่อบีบเรื่องเงินที่โต้แย้งกัน (ข้อ 3.3) — เป็นการผิดสัญญา ตัวแทนต้องรับผิดในความเสียหาย และตัวการเรียกสินค้าคืนได้ เพราะกรรมสิทธิ์ยังเป็นของตัวการตามข้อ 1.2
  • ตั้งตัวแทนช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอม (ข้อ 2.4) — ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง (ป.พ.พ. มาตรา 808) ความเสียหายที่เกิดเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจ ตัวแทนต้องรับผิดต่อตัวการ (มาตรา 812) และตัวการเลิกสัญญาได้ตามข้อ 9.3
  • ใช้ข้อมูลลับหรือข้อมูลลูกค้าผิดวัตถุประสงค์ (ข้อ 8) — เป็นการผิดสัญญา และถ้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล อาจมีความรับผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ด้วย — ผู้ควบคุมข้อมูลแต่ละฝ่ายต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม (มาตรา 37 (1)) และแจ้งเหตุละเมิดต่อสำนักงานภายใน 72 ชั่วโมงเมื่อมีความเสี่ยง (มาตรา 37 (4))

เอกสารแนบท้ายสัญญา

  • หมายเลข 1 บัญชีรายการสินค้า ราคาขาย เงื่อนไขเครดิตแก่ลูกค้า เกณฑ์สินค้าใกล้หมดอายุ และระยะเวลาจัดส่งถึงลูกค้า
  • หมายเลข 2 รายชื่อลูกค้าที่ตัวการสงวนไว้ขายเอง (ถ้ามี)
  • สำเนาใบอนุญาต ทะเบียน หรือการรับรองมาตรฐานของสินค้า
  • หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือสำเนาบัตรประชาชนของคู่สัญญา

วันลงนาม

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและทุกแผ่นของเอกสารแนบท้าย ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 11.2 ในวันส่งสินค้าล็อตแรก ให้ทำใบรับสินค้าที่ตัวแทนลงนามพร้อมภาพถ่าย และแจ้งบริษัทประกันภัยตามข้อ 3.2 ก่อนรับสินค้า

ผู้เขียนและผู้ตรวจทาน

เขียนและตรวจทานโดย ภูวรา ครอบตะคุ ทนายความ (ใบอนุญาต 477/2558) · เนติบัณฑิตไทย · น.ม. กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและสารสนเทศ — การเลือกประเด็น การจัดหมวด และคำอธิบายในบทความนี้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ส่วนตัวบทกฎหมายที่ยกมาไม่มีลิขสิทธิ์และตรวจกับราชกิจจานุเบกษาได้เสมอ · ทะเบียนบทความ OKC-DE9363 · หากนำไปใช้ต่อ โปรดระบุชื่อผู้เขียนและลิงก์ต้นฉบับ

มีแบบฟอร์มฉบับนี้ให้กรอกออนไลน์แล้วกรอกไม่กี่นาที ดูตัวอย่างเต็มฉบับก่อนจ่าย ได้ไฟล์ PDF พร้อมพิมพ์
เปิดแบบฟอร์ม · 349 บาท

คำถามที่พบบ่อย

สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง ต้องติดอากรแสตมป์ไหม

สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างเป็นการตั้งตัวแทน เสียอากรตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะ 21 (ตัวแทน) — มอบอำนาจเฉพาะการ 10 บาท · มอบอำนาจทั่วไป 30 บาท ตัวการเป็นผู้เสียและผู้ขีดฆ่า สัญญานี้ให้ตัวแทนขายสินค้าต่อเนื่องหลายรายการตลอดอายุสัญญา โดยทั่วไปจึงปิดอากร 30 บาท ถ้าไม่แน่ใจให้ถามผู้ทำบัญชีก่อนลงนาม คู่ฉบับเสียตามลักษณะ 23 — ต้นฉบับเสียเกิน 5 บาท คู่ฉบับเสีย 5 บาท สัญญาที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp ของกรมสรรพากร ไม่ปิดอากรหรือปิดไม่ครบ ใช้สัญญาเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้จนกว่าจะเสียอากรและเงินเพิ่ม (ประมวลรัษฎากร มาตรา 118)

สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง เสียภาษีอะไรบ้าง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม — การส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขายถือเป็นการขาย (ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8)(ข)) ถ้าการตั้งตัวแทนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ความรับผิดเสียภาษีเลื่อนไปเกิดเมื่อตัวแทนส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ หรือเมื่อได้รับชำระราคาหรือออกใบกำกับภาษีก่อนนั้น (มาตรา 78 (3)) — ให้ตรวจหลักเกณฑ์ของอธิบดีฉบับปัจจุบัน และให้ผู้ทำบัญชีของทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนขายรายการแรกว่าใครออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าและออกเมื่อใด (มาตรา 86) บำเหน็จ เป็นค่านายหน้า ผู้จ่ายที่เป็นนิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 เมื่อจ่ายให้นิติบุคคล (คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1) ถ้าตัวแทนเป็นบุคคลธรรมดา อัตราหักเป็นอีกแบบ ให้ตรวจก่อนจ่ายงวดแรก · บำเหน็จที่ตัวแทนหักจากเงินค่าสินค้าเองยังถือว่ามีการจ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ถูกต้อง ตัวแทนที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องออกใบกำกับภาษีค่าบำเหน็จให้ตัวการ

ใช้สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างตอนไหน

ใช้เมื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าให้ร้านส่ง ยี่ปั๊ว หรือบริษัทค้าขายในต่างจังหวัด ขายสินค้าในนามของร้านนั้นเอง โดยสินค้ายังเป็นของผู้ผลิตจนกว่าจะขายได้ · ใช้เมื่อตกลงจ่ายเป็นบำเหน็จร้อยละของยอดขาย ไม่ใช่ขายส่งแล้วให้บวกราคาเอง · ใช้เมื่อต้องการให้ตัวแทนรับประกันว่าลูกค้าจะจ่าย (ตัวแทนฐานประกัน) หรือให้เป็นผู้จำหน่ายแต่ผู้เดียวในจังหวัดหรือภาคที่กำหนด · ใช้เมื่อตัวการส่งของตรงถึงลูกค้าเอง แต่ให้ตัวแทนเป็นผู้ขายและเก็บเงิน

ทำสัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างต้องระวังอะไร

ลูกค้ามีสัญญากับตัวแทน ไม่ใช่กับตัวการ — ถ้าตัวแทนเก็บเงินแล้วไม่ส่ง ตัวการต้องไล่เอากับตัวแทน จึงควรกำหนดวันส่งเงินให้สั้นและขอดูรายงานทุกรอบ · ถ้าติ๊กให้ตัวแทนรับประกันหนี้ลูกค้า ตัวแทนต้องส่งเงินแม้ลูกค้ายังไม่จ่าย และมีสิทธิได้บำเหน็จพิเศษตามกฎหมาย อย่าใส่ 0 โดยไม่ได้คุยกัน · เป้ายอดขายต้องทำได้จริง ถ้าไม่ถึงเป้า สัญญานี้ให้ยกเลิกความเป็นผู้เดียวเท่านั้น ไม่ใช่ปรับเงิน · ภาษีมูลค่าเพิ่มของการขายผ่านตัวแทนมีหลักเกณฑ์เฉพาะ ให้ผู้ทำบัญชีทั้งสองฝ่ายตกลงกันก่อนขายรายการแรก · ตัวแทนเก็บสต็อกไว้ต้องทำประกันภัยสินค้าให้ตัวการเป็นผู้รับประโยชน์ และตรวจนับร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง

กรณีไหนที่ไม่ควรใช้สัญญาตั้งตัวแทนค้าต่าง

ร้านค้า ห้าง หรือคาเฟ่รับของไปวางขายหน้าร้าน ได้ส่วนต่างราคา ไม่มีเขตผู้เดียวและไม่รับประกันหนี้ลูกค้า — ใช้ สัญญาฝากขายสินค้า · อีกฝ่ายซื้อขาดสินค้าไปเป็นของตัวเองแล้วขายต่อ รับความเสี่ยงสต็อกเอง — ใช้ สัญญาตัวแทนจำหน่ายสินค้า (ซื้อขาดเพื่อขายต่อ) · ผู้แทนขายไปหาลูกค้าหรือทำสัญญาในนามของเจ้าของสินค้า โดยไม่ขายในนามตัวเองและไม่ถือเงิน — ใช้ สัญญาตัวแทนขายแบบมีค่านายหน้า · ฝากขายผ่านเพจหรือเว็บไซต์ของอีกฝ่าย — ใช้ สัญญาฝากขายสินค้าผ่านเพจหรือเว็บไซต์ · ตั้งให้ไปทำการแทนในนามของตัวการ เช่น ติดต่อ เจรจา ยื่นเอกสาร หรือทำสัญญาในนามตัวการ ไม่ใช่ขายสินค้าในนามของตัวแทนเอง — ใช้ สัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน)

ลงนามสัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างต้องมีพยานไหม ทำกี่ฉบับ

ทำสองฉบับข้อความตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละฉบับ ลงชื่อกำกับทุกหน้าและทุกแผ่นของเอกสารแนบท้าย ปิดอากรและขีดฆ่าในวันลงนาม ลงนามด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อ 11.2 ในวันส่งสินค้าล็อตแรก ให้ทำใบรับสินค้าที่ตัวแทนลงนามพร้อมภาพถ่าย และแจ้งบริษัทประกันภัยตามข้อ 3.2 ก่อนรับสินค้า

ทำสัญญาตั้งตัวแทนค้าต่างต้องเตรียมเอกสารอะไรแนบท้าย

หมายเลข 1 บัญชีรายการสินค้า ราคาขาย เงื่อนไขเครดิตแก่ลูกค้า เกณฑ์สินค้าใกล้หมดอายุ และระยะเวลาจัดส่งถึงลูกค้า หมายเลข 2 รายชื่อลูกค้าที่ตัวการสงวนไว้ขายเอง (ถ้ามี) สำเนาใบอนุญาต ทะเบียน หรือการรับรองมาตรฐานของสินค้า หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือสำเนาบัตรประชาชนของคู่สัญญา

กฎหมายที่อ้างถึงในบทความนี้

ถ้อยคำด้านล่างคัดจากตัวบท 24 มาตรา — ใช้อ้างอิงได้ แต่หากต้องใช้ในชั้นศาล ควรตรวจกับราชกิจจานุเบกษาฉบับทางการอีกครั้ง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 833

อันว่าตัวแทนค้าต่าง คือบุคคลซึ่งในทางค้าขายของเขาย่อมทำการซื้อหรือขายทรัพย์สิน หรือรับจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นในนามของตนเองต่างตัวการ

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1

ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (1) “บุคคล” หมายความว่า บุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือนิติบุคคล (2) “บุคคลธรรมดา” หมายความรวมถึง กองมรดก (3) “คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล” หมายความว่า ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน หรือมูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคล และให้หมายความรวมถึงหน่วยงาน หรือกิจการของเอกชนที่กระทำโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล (4) “นิติบุคคล” หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 องค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 สหกรณ์ และองค์กรอื่นที่กฎหมายกำหนดให้เป็นนิติบุคคล (5) “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ (6) “ผู้ประกอบการจดทะเบียน” หมายความว่า ผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85 หรือมาตรา 85/1 หรือที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 (7) “ตัวแทน” หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งทำสัญญาหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในการเก็บรักษาสินค้า หาลูกค้า หรือทำการใด ๆ อันเกี่ยวกับการประกอบกิจการในราชอาณาจักรแทนผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง (ก) สัญญาให้เช่าซื้อสินค้า สัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อแล้ว หรือสัญญาจะขายสินค้าที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (ข) ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนเพื่อขาย (ค) ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร (ง) นำสินค้าไปใช้ไม่ว่าประการใด ๆ เว้นแต่การนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง (ฉ) มีสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการมีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ แต่ไม่รวมถึงสินค้าคงเหลือและหรือทรัพย์สินดังกล่าวของผู้ประกอบการซึ่งได้ควบเข้ากันหรือได้โอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการใหม่อันได้ควบเข้ากันหรือผู้รับโอนกิจการต้องอยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 (ช) กรณีอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด (10) “บริการ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเองไม่ว่าประการใด ๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรงตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี (10/1) “บริการทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า บริการซึ่งรวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ซึ่งลักษณะของบริการเป็นไปโดยอัตโนมัติในสาระสำคัญ โดยบริการดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้หากปราศจากเทคโนโลยีสารสนเทศ (10/2) “อิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม” หมายความว่า ตลาด ช่องทาง หรือกระบวนการอื่นใดที่ผู้ให้บริการหลายรายใช้ในการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้รับบริการ

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 4

ในพระราชบัญญัตินี้ “สินค้า” หมายความว่า สังหาริมทรัพย์ทุกชนิดที่ผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย รวมทั้งผลิตผลเกษตรกรรม และให้หมายความรวมถึงกระแสไฟฟ้า ยกเว้นสินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง “ผลิตผลเกษตรกรรม” หมายความว่า ผลิตผลอันเกิดจากเกษตรกรรมต่าง ๆ เช่น การทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงไหม เลี้ยงครั่ง เพาะเห็ด แต่ไม่รวมถึงผลิตผลที่เกิดจากธรรมชาติ “ผลิต” หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง แต่ง ประกอบ ประดิษฐ์ แปรสภาพ เปลี่ยนรูป ดัดแปลง คัดเลือก แบ่งบรรจุ แช่เยือกแข็ง หรือฉายรังสี รวมถึงการกระทำใด ๆ ที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “ผู้เสียหาย” หมายความว่า ผู้ได้รับความเสียหายอันเกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย “ความเสียหาย” หมายความว่า ความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สิน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงความเสียหายต่อตัวสินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น “ความเสียหายต่อจิตใจ” หมายความว่า ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน ความหวาดกลัว ความวิตกกังวล ความเศร้าโศกเสียใจ ความอับอาย หรือความเสียหายต่อจิตใจอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน “สินค้าที่ไม่ปลอดภัย” หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้ “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และให้หมายความรวมถึงให้เช่า ให้เช่าซื้อ จัดหา ตลอดจนเสนอ ชักชวน หรือนำออกแสดงเพื่อการดังกล่าว “นำเข้า” หมายความว่า นำหรือสั่งสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักเพื่อขาย “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า (1) ผู้ผลิต หรือผู้ว่าจ้างให้ผลิต (2) ผู้นำเข้า (3) ผู้ขายสินค้าที่ไม่สามารถระบุตัวผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิต หรือผู้นำเข้าได้ (4) ผู้ซึ่งใช้ชื่อ ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า เครื่องหมาย ข้อความหรือแสดงด้วยวิธีใด ๆ อันมีลักษณะที่จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นผู้ผลิต ผู้ว่าจ้างให้ผลิตหรือผู้นำเข้า

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 มาตรา 57

ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใด ๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่

พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4

ข้อตกลงในสัญญาระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือในสัญญาสำเร็จรูป หรือในสัญญาขายฝากที่ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้า หรือวิชาชีพ หรือผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป หรือผู้ซื้อฝากได้เปรียบคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควร เป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 5

ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพการงาน หรือการทำนิติกรรมที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพซึ่งไม่เป็นโมฆะ แต่เป็นข้อตกลงที่ทำให้ผู้ถูกจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ ให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น

พระราชบัญญัติ ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540

ประมวลรัษฎากร มาตรา 118

ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้ายหมวดนี้ และขีดฆ่าแล้ว แต่ทั้งนี้ ไม่เป็นการเสื่อมสิทธิที่จะเรียกเงินเพิ่มอากรตามมาตรา 113 และมาตรา 114

บทบัญญัติ (ถ้อยคำตามเว็บกรมสรรพากร)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 837

ในการที่ตัวแทนค้าต่างทำการขายหรือซื้อหรือจัดทำกิจการค้าขายอย่างอื่นต่างตัวการนั้น ท่านว่าตัวแทนค้าต่างย่อมได้ซึ่งสิทธิอันมีต่อคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งในกิจการเช่นนั้น และตัวแทนค้าต่างย่อมเป็นผู้ต้องผูกพันต่อคู่สัญญาฝ่ายนั้นด้วย

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 844

ในระหว่างตัวการกับตัวแทนค้าต่าง ท่านให้ถือว่ากิจการอันตัวแทนได้ทำให้ตกลงไปนั้น ย่อมมีผลเสมือนดังว่าได้ทำให้ตกลงไปในนามของตัวการโดยตรง

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 834

ถ้ามิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น ท่านว่าตัวแทนค้าต่างชอบที่จะได้รับบำเหน็จโดยอัตราตามธรรมเนียมเพื่อกิจการค้าขายอันตนได้จัดการให้ตกลงไปนั้นทุกรายไป

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 841

ตัวแทนค้าต่างทำการไปอย่างไรบ้าง ท่านให้แถลงรายงานแก่ตัวการและเมื่อได้ทำการค้าต่างเสร็จลงแล้ว ก็ให้แจ้งแก่ตัวการทราบมิให้ชักช้า

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 842

เมื่อใดเขามอบหมายทรัพย์สินไว้แก่ตัวแทนค้าต่าง ท่านให้นำบทบัญญัติทั้งหลายแห่งประมวลกฎหมายนี้ ลักษณะฝากทรัพย์มาใช้บังคับ อนุโลมตามควร

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 839

ถ้าตัวแทนค้าต่างได้ทำการขายเป็นราคาต่ำไปกว่าที่ตัวการกำหนดหรือทำการซื้อเป็นราคาสูงไปกว่าที่ตัวการกำหนดไซร้ หากว่าตัวแทนรับใช้เศษที่ขาดเกินนั้นแล้ว ท่านว่าการขายหรือการซื้ออันนั้นตัวการก็ต้องรับขายรับซื้อ

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 845

บุคคลผู้ใดตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อที่ชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญาก็ดี จัดการให้ได้ทำสัญญากันก็ดี ท่านว่าบุคคลผู้นั้นจะต้องรับผิดใช้ค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญานั้นได้ทำกันสำเร็จเนื่องแต่ผลแห่งการที่นายหน้าได้ชี้ช่องหรือจัดการนั้น ถ้าสัญญาที่ได้ทำกันไว้นั้นมีเงื่อนไขเป็นเงื่อนบังคับก่อนไซร้ ท่านว่าจะเรียกร้องบำเหน็จค่านายหน้ายังหาได้ไม่ จนกว่าเงื่อนไขนั้นสำเร็จแล้ว

ลักษณะ 16 นายหน้า

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 838

ถ้าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งไม่ชำระหนี้ไซร้ ท่านว่าตัวแทนค้าต่างหาต้องรับผิดต่อตัวการเพื่อชำระหนี้นั้นเองไม่ เว้นแต่จะได้มีข้อกำหนดในสัญญาหรือมีปริยายแต่ทางการที่ตัวการกับตัวแทนประพฤติต่อกัน หรือมีธรรมเนียมในท้องถิ่นว่าจะต้องรับผิดถึงเพียงนั้น

หมวด 6 ตัวแทนค้าต่าง

ประมวลรัษฎากร มาตรา 78

ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้านอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) (4) หรือ (5) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนส่งมอบสินค้า ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) โอนกรรมสิทธิ์สินค้า (ข) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ค) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (2) การขายสินค้าตามสัญญาให้เช่าซื้อหรือสัญญาซื้อขายผ่อนชำระที่กรรมสิทธิ์ในสินค้ายังไม่โอนไปยังผู้ซื้อเมื่อได้ส่งมอบ ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อถึงกำหนดชำระราคาตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ได้รับชำระราคาสินค้า หรือ (ข) ได้ออกใบกำกับภาษี ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (3) การขายสินค้าโดยมีการตั้งตัวแทนเพื่อขายและได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนแล้ว ทั้งนี้ เฉพาะสัญญาการตั้งตัวแทนเพื่อขายตามประเภทของสินค้าและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อตัวแทนได้ส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนการส่งมอบสินค้าให้ผู้ซื้อ ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการระทำนั้น ๆ ด้วย (ก) ตัวแทนได้โอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้ผู้ซื้อ (ข) ตัวแทนได้รับชำระราคาสินค้า (ค) ตัวแทนได้ออกใบกำกับภาษี หรือ (ง) ได้มีการนำสินค้าไปใช้ไม่ว่าโดยตัวแทนหรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี (4) การขายสินค้าโดยส่งออกให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้ (ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออกหรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณี ก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออกตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (ข)2 การส่งออกในกรณีที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 77/1 (14) (ก) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่นำสินค้าในราชอาณาจักรเข้าไปในเขตดังกล่าว (ค) การส่งออกซึ่งสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ให้ความรับผิดเกิดขึ้นพร้อมกับความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร (5) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อโอนกรรมสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและการชำระภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียนสำหรับการขายสินค้าแก่กระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ เฉพาะการขายสินค้าตามสัญญาและมีการชำระราคาที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดความรับผิดตาม (1) (2) และ (3) เกิดขึ้นเป็นอย่างอื่นได้

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 86

ภายใต้บังคับมาตรา 86/1 มาตรา 86/2 และมาตรา 86/8 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้า หรือการให้บริการทุกครั้ง และต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ส่วนสำเนาใบกำกับภาษีให้เก็บรักษาไว้ตามมาตรา 87/3 ผู้ประกอบการที่ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตามมาตรา 85/3 จะออกใบกำกับภาษีได้ต่อเมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด ใบกำกับภาษีให้ออกเป็นรายสถานประกอบการ ทั้งนี้ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น การออกใบกำกับภาษีโดยตัวแทนในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

ประมวลรัษฎากร หมวด 4 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (เฉพาะมาตราที่ใช้ร่างสัญญา)

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 มาตรา 5

ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7

ถ้าจะต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันและมิได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้โดยนิติกรรมหรือโดยบทกฎหมายอันชัดแจ้ง ให้ใช้อัตราร้อยละสามต่อปี

ลักษณะ 1 บทเบ็ดเสร็จทั่วไป

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224

หนี้เงินนั้น ให้คิดดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น

ส่วนที่ 1 การไม่ชำระหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 811

ถ้าตัวแทนเอาเงินซึ่งควรจะได้ส่งแก่ตัวการ หรือซึ่งควรจะใช้ในกิจของตัวการนั้นไปใช้สอยเป็นประโยชน์ตนเสีย ท่านว่าตัวแทนต้องเสียดอกเบี้ยในเงินนั้นนับแต่วันที่ได้เอาไปใช้

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 808

ตัวแทนต้องทำการด้วยตนเอง เว้นแต่จะมีอำนาจใช้ตัวแทนช่วงทำการได้

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812

ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใด ๆ เพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดี เพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดี หรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดี ท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด

หมวด 2 หน้าที่และความรับผิดของตัวแทนต่อตัวการ

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และต้องทบทวน มาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำที่คณะกรรมการประกาศกำหนด (2) ในกรณีที่ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องดำเนินการเพื่อป้องกันมิให้ผู้นั้นใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ (3) จัดให้มีระบบการตรวจสอบเพื่อดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อพ้นกำหนด ระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลส่วนบุคคลนั้น หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลร้องขอ หรือที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ได้ถอนความยินยอม เว้นแต่เก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามมาตรา 24 (1) หรือ (4) หรือมาตรา 26 (5) (ก) หรือ (ข) การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ ให้นำความใน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (เฉพาะส่วนที่ใช้ร่างสัญญา)

อ่านต่อในหมวดธุรกิจ / หุ้นส่วน

สัญญาจ้างนายหน้า Affiliate (แนะนำสินค้ารับค่าบำเหน็จ) ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อร้านค้าหรือแบรนด์ให้คนอื่นแนะนำสินค้าผ่านลิงก์หรือรหัสส่วนลด แล้วจ่ายค่าบำเหน็จตามยอดขายจริง — กำหนดวิธีติดตามยอด ระยะเวลาระบุแหล่งที่มา รอบจ่ายเงิน การหักคืนเมื่อลูกค้าคืนสินค้า วิธีการต้องห้าม และสิทธิใช้เนื้อหาสัญญาตั้งตัวแทน (มอบหมายให้ทำการแทน มีค่าตอบแทน) ต้องมีอะไรบ้างตั้งคนหรือบริษัทให้ทำธุระแทนเป็นเรื่อง ๆ หรือต่อเนื่อง เช่น ดูแลบ้านเช่าและเก็บค่าเช่า ติดต่อราชการ ยื่นขอใบอนุญาต จัดการธุระขณะเจ้าของอยู่ต่างประเทศ — กำหนดขอบอำนาจ เรื่องที่ต้องมอบเฉพาะ วงเงินใช้จ่าย เงินที่ตัวแทนถือไว้ การเข้าถึงบัญชีออนไลน์ ค่าตอบแทน และการคืนเอกสารเมื่อเลิกสัญญาจัดพิมพ์หนังสือหรือ E-book ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อผู้เขียนให้สำนักพิมพ์นำต้นฉบับไปจัดพิมพ์และจำหน่าย — แยกสิทธิเป็นรูปแบบ ทั้งเล่มกระดาษ อีบุ๊ก หนังสือเสียง คำแปล และการดัดแปลง เลือกได้ทีละอย่าง พร้อมค่าลิขสิทธิ์ เงินล่วงหน้า รอบรายงานยอดขาย จำนวนพิมพ์ครั้งแรก และการคืนสิทธิเมื่อหนังสือขาดตลาดหรือไม่ได้พิมพ์สัญญาเข้าร่วมแพลตฟอร์มจองบริการ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับผู้ดำเนินการแพลตฟอร์มจองที่พัก ร้านอาหาร คลินิก หรือบริการที่มีความจุจำกัดและปฏิทิน กำหนดการซิงก์ปฏิทินและความรับผิดเรื่องจองซ้ำ ราคาเท่าเทียมระหว่างช่องทาง เงินมัดจำ นโยบายยกเลิก และค่าธรรมเนียมสัญญาร่วมแคมเปญระหว่างแบรนด์ ต้องมีอะไรบ้างใช้เมื่อสองแบรนด์ร่วมจัดแคมเปญการตลาดโดยต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่ งบประมาณ ช่องทาง และทรัพย์สินทางปัญญาของตน กำหนดการอนุมัติสื่อ ค่าใช้จ่าย ยอดขาย ข้อมูลลูกค้า และทางออกเมื่อแคมเปญต้องหยุดได้ชัดเจนสัญญาฝากขายรถยนต์ ต้องมีอะไรบ้างสำหรับเจ้าของรถที่ฝากรถไว้กับเต็นท์หรือผู้รับฝากขายเพื่อหาผู้ซื้อ กำหนดราคาต่ำสุด ค่าตอบแทน ความรับผิดเมื่อรถเสียหายระหว่างฝาก การทดลองขับ รถติดไฟแนนซ์ การรับเงินค่ารถ และห้ามส่งมอบรถก่อนเจ้าของได้เงินครบ